รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น DOHOME — บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)

ผู้นำค้าปลีก-ค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจรของไทย ภายใต้แนวคิด "ครบ ถูก ดี" ดำเนินธุรกิจผ่านโมเดล Large Format (Size XL/L) 27 สาขาทั่วประเทศ ควบคู่ร้านสะดวกซื้อ Dohome To Go และบริการช่าง Dohome Care ผลประกอบการ 1H2026 ฟื้นตัวก้าวกระโดด กำไรสุทธิ ฿556.12 ล้านบาท (+38.2% YoY) จากการเร่งขยายสินค้า House Brand มาร์จิ้นสูง การบริหารจัดการสินค้าเหล็กเชิงรุก และอานิสงส์การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนภาครัฐ — ข้อมูลตลาด 30 กันยายน 2026 / ข้อมูลงบการเงิน 30 มิถุนายน 2026
Sector: บริการ / พาณิชย์ราคาล่าสุด ฿3.48Market Cap ฿12,244.76 ล้านP/E 16.22 · P/BV 0.88Dividend Yield ~1.28%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary)

บทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ ตัวชี้วัดสำคัญทางการเงิน และกรอบการประเมินมูลค่าหุ้น — ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 30 กันยายน 2026 / งบการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
ราคาหุ้นปัจจุบัน
฿3.48
30 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
มูลค่าตลาด (Market Cap)
฿12,245 ล้าน
3,518.61 ล้านหุ้นจดทะเบียน(SET Factsheet)
กำไรสุทธิ 1H2026
฿556.12 ล้าน
+38.2% YoY จากมาร์จิ้นฟื้นตัว(MD&A 2Q26)
อัตรากำไรสุทธิ 1H2026
3.47%
เพิ่มขึ้นจาก 2.60% ใน 1H2025(MD&A 2Q26)
P/E (TTM) · P/BV
16.22x · 0.88x
เทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV < 1.0)(SET)
หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E)
1.12x
ลดลงจาก 1.42x ในปี 2566(SEC งบการเงิน)

จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์สำคัญ (Key Strategic Inflection Points)

1. กำไรสุทธิฟื้นตัวก้าวกระโดดจากฐานต่ำ: ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H2026) DOHOME ทำกำไรสุทธิ ฿556.12 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่ง +38.2% YoY โดยเฉพาะไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิพุ่งสูงแตะ ฿305.38 ล้านบาท (+94.3% YoY) ปัจจัยหนุนหลักมาจากการขยายอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขึ้นสู่ระดับ 19.8% (เทียบกับ 18.0% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน) อันเนื่องมาจากการจัดการสต็อกเหล็กที่มีประสิทธิภาพ การปรับราคาขายสินค้าให้สะท้อนต้นทุน และการเพิ่มสัดส่วนสินค้าตราสินค้าตนเอง (House Brand)


2. การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนภาครัฐ & อานิสงส์ซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม: ภายหลัง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีมีผลบังคับใช้ เม็ดเงินโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภาครัฐเริ่มหมุนเวียนเข้าสู่ระบบอย่างชัดเจน ผลักดันความต้องการวัสดุก่อสร้างประเภทเหล็กเส้น ปูนซีเมนต์ และงานระบบอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับเหตุการณ์อุทกภัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือช่วงไตรมาส 3/2569 หนุนอุปสงค์ซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนต่อเนื่อง


3. สัดส่วน House Brand มาร์จิ้นสูงทะลุ 19%: DOHOME พัฒนาสินค้า House Brand ครอบคลุมกว่า 20,000 SKUs ภายใต้แบรนด์ชั้นนำอาทิ FINEXT, DECOS, BELL, WINTON และ CHAMPION สร้างอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าสินค้าทั่วไปราว 28%–32% ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ


4. การปรับลดเลเวอเรจและการบริหารเงินทุนหมุนเวียน: อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 1.42 เท่า สู่ 1.12 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ต่ำกว่า Debt Covenant ของสถาบันการเงินที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2.0 เท่า สะท้อนการควบคุมกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและการชะลอการลงทุนสาขาใหญ่ที่ไม่จำเป็น

กรณีเติบโตสูง (Bull Case) — ราคาเป้าหมาย ฿4.50

งบประมาณภาครัฐเบิกจ่ายเร่งตัวทะลุ 85% กระตุ้นกิจกรรมก่อสร้างทั่วประเทศ อุปสงค์ซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วมหนุนยอดขายสาขาเดิม (SSSG) พลิกเป็นบวก +3% ถึง +5% สัดส่วน House Brand เพิ่มขึ้นแตะ 21% หนุนกำไรสุทธิปี 2569 สู่ระดับ ฿950 ล้านบาท ประเมิน Valuation อิง P/E เป้าหมาย 17.5x (เทียบเท่าระดับเฉลี่ยของกลุ่ม Commerce)

กรณีฐาน (Base Case) — ราคาเป้าหมาย ฿4.05

SSSG ค่อยๆ ฟื้นตัวเป็นบวกอ่อนๆ +1% ถึง +2% ในครึ่งปีหลัง การจัดการสต็อกเหล็กสามารถรักษามาร์จิ้น GPM เฉลี่ยทั้งปีที่ 19.2%–19.5% สัดส่วน House Brand อยู่ที่ 19.5% กำไรสุทธิปี 2569 คาดการณ์ที่ ฿860 ล้านบาท (+43% YoY) ประเมิน Valuation อิง P/E เป้าหมาย 16.5x สอดคล้องกับค่าเฉลี่ย IAA Consensus

กรณีระมัดระวัง (Bear Case) — ราคาเป้าหมาย ฿3.10

ภาวะหนี้ครัวเรือนฉุดกำลังซื้อต่างจังหวัดและยอดขายบ้านใหม่ชะลอตัวลง ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวลดลงตามการทุ่มตลาดของจีน ทำให้เกิดผลขาดทุนจากการตีมูลค่าสต็อกสินค้า (Stock Loss) ฉุด GPM รวมเหลือ 17.5% กำไรสุทธิทั้งปีทำได้เพียง ฿680 ล้านบาท ประเมิน Valuation อิง P/E 16.0x หรือระดับ P/BV 0.78x

กรณีการลงทุนสมมติฐานการดำเนินงานSSSGGPM รวมกำไรสุทธิปี 2569EEPS (฿)P/E เป้าหมายราคาเหมาะสม
กรณีเติบโตสูง (Bull)งบรัฐเร่งเบิกจ่ายเร็ว ซ่อมแซมหลังน้ำท่วมพุ่ง House Brand แตะ 21%+4.0%20.2%฿950 ล้าน฿0.27017.5x฿4.50
กรณีฐาน (Base)ฟื้นตัวตามฤดูกาล งบรัฐทยอยเข้า สต็อกเหล็กนิ่ง มาร์จิ้นทรงตัวสูง+1.5%19.3%฿860 ล้าน฿0.24416.5x฿4.05
กรณีระมัดระวัง (Bear)หนี้ครัวเรือนกดดัน อสังหาฯ ซบเซา จีนดัมพ์ราคาเหล็กกระทบมาร์จิ้น-2.5%17.5%฿680 ล้าน฿0.19316.0x฿3.10
ที่มา: การประมาณการทางการเงินและแบบจำลองการประเมินมูลค่า อ้างอิงสมมติฐานจาก IAA Consensus, MD&A 2Q26 และรายงาน 56-1 One Report

2. ข้อมูลสรุปบริษัท (Company Factsheet)

ข้อมูลสถิติการซื้อขาย โครงสร้างทุน และตัวชี้วัดอัตราส่วนทางการเงินหลัก — ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2026
ราคาปิดล่าสุด
฿3.48
พาร์ ฿1.00 บาท(SET)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿12,245 ล้าน
อันดับ 3 ในกลุ่ม Home Improvement(SET)
52-Week High / Low
฿4.80 / ฿2.80
กรอบการเคลื่อนไหวรอบ 1 ปี(Settrade)
P/E (TTM)
16.22x
คำนวณจากกำไร TTM ฿754.85M(SET)
P/BV Ratio
0.88x
BVPS อยู่ที่ ฿3.97 ต่อหุ้น(SET)
อัตราเงินปันผลตอบแทน
1.28%
จ่ายหุ้นปันผล 25:1 + เงินสด(Settrade)
สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float)
29.83%
ณ วันที่ 6 มี.ค. 2569(SET)
EV / EBITDA
12.15x
Enterprise Value ฿27,865M(SET)
ข้อมูลหลักทรัพย์และข้อมูลองค์กรรายละเอียดและตัวเลขสำคัญแหล่งอ้างอิงข้อมูลปฐมภูมิ
ชื่อบริษัทภาษาไทยบริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)SET Company Profile
ชื่อภาษาอังกฤษDOHOME PUBLIC COMPANY LIMITEDSET Company Profile
สัญลักษณ์ย่อหลักทรัพย์DOHOME (SET / Bloomberg: DOHOME TB / Reuters: DOHOME.BK)SET Factsheet
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจบริการ (Services) / พาณิชย์ (Commerce)SET
จำนวนหุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว3,518,610,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท)SET Factsheet 2026
กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดกลุ่มตระกูลตั้งมิตรประชา (ถือผ่าน บจก. ดูโฮมโฮลดิ้ง 28.17% และถือตรง รวม >65%)SET ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ4.52% (สิทธิการถือครองสูงสุดตามกฎหมาย Foreign Limit: 49.00%)SET ข้อมูลการถือครอง
ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA TTM)3.28% (ปรับตัวดีขึ้นจาก 2.45% ในปี 2568)SET Factsheet
ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE TTM)5.52% (ฟื้นตัวจาก 4.58% ในปี 2568)SET Factsheet
สำนักงานใหญ่และศูนย์กระจายสินค้าสาขาอุบลราชธานี (จุดกำเนิด) และศูนย์กระจายสินค้าหลัก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีDohome Annual Report 56-1
ข้อมูลรวบรวมจาก SET Factsheet, ข้อมูลสรุปบริษัทจดทะเบียน และรายงานประจำปีของ DOHOME

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview & Strategy)

โครงสร้างรูปแบบสาขา กลุ่มสินค้า แบรนด์สินค้าตราบริษัท และความได้เปรียบทางการแข่งขัน

บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร (One-Stop Home Products Destination) ภายใต้แนวคิดทางการตลาดอันเป็นเอกลักษณ์คือ “ครบ ถูก ดี… ที่ดูโฮม” โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2526 จากร้านค้าวัสดุก่อสร้างในจังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้การนำของนายอดิศักดิ์ และนางนาตยา ตั้งมิตรประชา ก่อนจะขยายตัวเป็นผู้ค้าส่ง-ปลีกขนาดใหญ่ระดับประเทศที่มีสาขาครอบคลุมยุทธศาสตร์สำคัญทั่วไทย

1. รูปแบบสาขาและช่องทางการจัดจำหน่าย (Store Formats & Omnichannel)

2. กลุ่มสินค้าและพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ตราสินค้าของบริษัท (House Brands)

จุดเด่นเชิงกลยุทธ์ของ DOHOME คือการพัฒนาสินค้าภายใต้ตราสินค้าตนเอง (House Brand) มากกว่า 20,000 SKUs โดยคิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 19.1% – 19.8% ของรายได้จากการขาย และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าสินค้าแบรนด์ทั่วไปถึง 28% – 32% (เทียบกับสินค้าแบรนด์มาตรฐานที่ 12% – 18%):

กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักสัดส่วนยอดขายประเภทสินค้าแบรนด์ตราสินค้าของบริษัท (House Brand)แบรนด์พันธมิตรชั้นนำ (National Brands)
1. วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials)47%เหล็กเส้น เหล็กรูปพรรณ ปูนซีเมนต์ อิฐ บล็อก ไม้อัด แผ่นยิปซัม หลังคา ท่อแป๊ป และงานโครงสร้างตราดูโฮม, ตราเพชรโครงสร้างTATA Steel, บรุกลิน, ปูนซิเมนต์ไทย (SCG), TPIPL, ตราเพชร, ยิปซัมตราช้าง
2. วัสดุซ่อมแซมและเครื่องมือช่าง (Repair & Tools)35%ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์เครื่องมือช่าง เครื่องมือไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า ประปา ปั๊มน้ำ สีและเคมีภัณฑ์ เกษตรWINTON, CHAMPION, PROFAST, BELL, MATSU, CLINTONMakita, Bosch, Stanley, DeWalt, Mitsubishi, TOA, Nippon Paint, Dulux, กานดา
3. วัสดุตกแต่งและของใช้ในบ้าน (Home Decorating)17%กระเบื้อง สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ โคมไฟตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เครื่องนอนFINEXT, DECOS, ตราทรีโอ้ (Trio)COTTO, American Standard, Kohler, Haier, Samsung, LG, Sharp, Toshiba, Hatari
4. งานบริการและรายได้อื่น (Services & Others)1%บริการช่างติดตั้ง ซ่อมแซม ปรับปรุงบ้าน และรายได้ค่าเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสาขาDohome Careพันธมิตรผู้เช่าพื้นที่ (Kerry, Flash, ร้านอาหารและธนาคาร)
ที่มา: รายงานประจำปี 56-1 One Report บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)

3. โครงสร้างฐานลูกค้าและการกระจายสินค้า (Customer Base & Supply Chain)

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

รายได้ กำไรสุทธิ อัตรากำไรขั้นต้น และการเปรียบเทียบงวดดำเนินงาน — ข้อมูลงบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566–2568) ผลการดำเนินงานของ DOHOME ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลก ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และการชะลอตัวของการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ในงวด 1H2026 ผลประกอบการได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดและส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง กำไรสุทธิพุ่งขึ้นแตะ ฿556.12 ล้านบาท (+38.2% YoY) จากการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 19.5% และกำไรใน 2Q2026 แตะ 19.8%:

แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านบาท)
รายการทางการเงิน (ล้านบาท)FY2023 (2566)FY2024 (2567)FY2025 (2568)1H2025 (6M/68)1H2026 (6M/69)%YoY (1H)TTM (มิ.ย. 69)
รายได้จากการขายและบริการ31,289.4530,985.1229,088.4015,310.2015,835.40+3.43%29,613.60
รายได้รวม (Total Revenue)31,574.1931,327.0329,409.1315,484.2816,010.74+3.40%29,935.59
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)5,102.155,485.205,294.102,787.173,122.09+12.02%5,629.02
EBITDA2,162.822,397.682,211.401,120.501,397.36+24.71%2,488.26
ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs)695.40742.15712.30362.40345.10-4.77%695.00
กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่585.29674.09601.13402.40556.12+38.20%754.85
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท)฿0.19฿0.21฿0.18฿0.12฿0.16+33.33%฿0.21
ที่มา: งบการเงินรวมที่ผ่านการตรวจสอบและสอบทานแล้วโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)
พัฒนาการของอัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินรวม DOHOME อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิต่อรายได้รวม
การเปรียบเทียบผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (ล้านบาท)

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet & Accounting Identity)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และความสมบูรณ์ทางบัญชี — ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026

โครงสร้างสินทรัพย์ของ DOHOME ประกอบด้วยที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (PP&E) และสินค้าคงเหลือเป็นหลัก โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม ฿34,785.49 ล้านบาท หนี้สินรวม ฿20,831.39 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น ฿13,954.10 ล้านบาท สอดคล้องตามสมการบัญชี (Assets = Liabilities + Equity) อย่างสมบูรณ์:

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
งบแสดงสถานะการเงิน (ล้านบาท)31 ธ.ค. 2566 (2023)31 ธ.ค. 2567 (2024)31 ธ.ค. 2568 (2025)30 มิ.ย. 2569 (2026)การเปลี่ยนแปลงเทียบสิ้นปี 68
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด324.50412.18385.20456.80+18.59%
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น2,150.402,240.502,180.102,310.45+5.98%
สินค้าคงเหลือสุทธิ (Inventories)14,890.2014,120.3514,350.2014,180.50-1.18%
สินทรัพย์หมุนเวียนรวม17,680.1217,125.4017,280.1517,390.20+0.64%
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ (PP&E)15,420.5015,680.1016,210.4016,580.15+2.28%
สินทรัพย์รวม (Total Assets)33,982.7433,566.0234,306.2134,785.49+1.40%
หนี้สินหมุนเวียนรวม16,540.2015,480.1215,210.4015,080.25-0.86%
หนี้สินไม่หมุนเวียนรวม5,266.925,259.675,687.855,751.14+1.11%
หนี้สินรวม (Total Liabilities)21,807.1220,739.7920,898.2520,831.39-0.32%
ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว3,089.473,236.423,390.583,518.61+3.78% (หุ้นปันผล)
กำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรร3,650.154,120.404,520.104,980.25+10.18%
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)12,175.6212,826.2213,407.9613,954.10+4.07%
ตรวจสอบสมการบัญชี (Assets - L&E)0.00+0.010.000.00ดุลสมบูรณ์ 100%
ที่มา: ตรวจสอบจากงบแสดงสถานะการเงิน ก.ล.ต. และหมายเหตุประกอบงบการเงิน DOHOME

6. โครงสร้างหนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Debt Profile)

ภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย สภาพคล่อง และการปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการเงิน (Financial Covenants)

เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้เงินทุนในการจัดซื้อที่ดิน ก่อสร้างอาคารสาขา และสำรองสินค้าคงคลัง DOHOME จึงมีภาระหนี้เงินกู้ยืมและหุ้นกู้ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถลดระดับเลเวอเรจลงได้อย่างมีวินัย โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ลดลงจาก 1.42 เท่าในปี 2566 สู่ระดับ 1.12 เท่า ณ 30 มิ.ย. 2569:

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt/Equity และ Net IB Debt/Equity)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินรวม DOHOME อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น
ตัวชี้วัดภาระหนี้และสภาพคล่องFY2023 (2566)FY2024 (2567)FY2025 (2568)30 มิ.ย. 2569เกณฑ์ Covenant / ความปลอดภัย
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio)1.79x1.62x1.56x1.49xแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
หนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E Ratio)1.42x1.31x1.20x1.12xไม่เกิน 2.00x (ผ่านเกณฑ์)
หนี้สินมีดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IBD/E)1.38x1.26x1.15x1.07xต่ำกว่าจุดสูงสุดในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage)3.11x3.23x3.10x4.05xดีขึ้นจาก EBITDA ที่เร่งตัวใน 1H26
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียน (Current Ratio)1.07x1.11x1.14x1.15xสภาพคล่องอยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการได้
ที่มา: รายงาน 56-1 One Report และหมายเหตุประกอบงบการเงิน DOHOME

7. โครงสร้างรายได้และสัดส่วนธุรกิจ (Business Segments)

การจำแนกรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก และความคืบหน้าของสินค้า House Brand มาร์จิ้นสูง

โครงสร้างรายได้ของ DOHOME ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มสินค้าหลัก 3 กลุ่ม โดยกลุ่มวัสดุก่อสร้างยังคงเป็นตัวสร้างปริมาณยอดขายหลัก (Volume Driver) ขณะที่กลุ่มวัสดุซ่อมแซมและตกแต่งเป็นตัวสร้างกำไรหลัก (Margin Driver) จากการมีสัดส่วนสินค้า House Brand สูง:

สัดส่วนโครงสร้างรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ (%)
กลุ่มผลิตภัณฑ์สัดส่วนยอดขายอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย (GPM)บทบาทเชิงกลยุทธ์
วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials)47%10.0% – 13.5%สร้างยอดขายขนาดใหญ่ (Traffic & Volume) ดึงดูดผู้รับเหมาและร้านค้าช่วง
วัสดุซ่อมแซมและเครื่องมือช่าง (Repair & Tools)35%24.0% – 28.5%สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ แหล่งรวมสินค้า House Brand มาร์จิ้นสูง
วัสดุตกแต่งและของใช้ในบ้าน (Home Decorating)17%22.0% – 26.0%เจาะกลุ่มเจ้าของบ้านและโครงการอสังหาริมทรัพย์ มาร์จิ้นดี
บริการ Dohome Care และรายได้ค่าเช่า1%> 45.0%สร้างความภักดีของลูกค้า เพิ่มรายได้เสริมประจำ (Recurring Revenue)
ที่มา: ข้อมูลเปิดเผยในบทวิเคราะห์หลักทรัพย์และการประชุมนักวิเคราะห์ DOHOME

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History & Capital Policy)

นโยบายการจ่ายเงินปันผล ประวัติการจ่ายปันผลเป็นเงินสดและหุ้นปันผลเพื่อรักษาสภาพคล่องการเติบโต

DOHOME มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ ภายหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินและเสริมสร้างฐานทุนรองรับการขยายสาขา ที่ผ่านมาบริษัทจึงเลือกใช้กลยุทธ์การจ่าย “หุ้นปันผลควบคู่เงินสด” (Stock Dividend + Cash Dividend) อย่างต่อเนื่อง:

ประวัติเงินปันผลต่อหุ้นรวมมูลค่าหุ้นปันผล (DPS - บาทต่อหุ้น)
รอบผลประกอบการวันขึ้นเครื่องหมาย XDอัตราหุ้นปันผลเงินปันผลเงินสด (฿)มูลค่าปันผลรวมต่อหุ้น (฿)วันจ่ายเงินปันผล
FY2025 (2568)5 มี.ค. 256925 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล (มูลค่า ฿0.0400)฿0.00444฿0.044420 พ.ค. 2569
FY2024 (2567)4 มี.ค. 256821 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล (มูลค่า ฿0.0476)฿0.00529฿0.052926 พ.ค. 2568
FY2023 (2566)4 มี.ค. 256722 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล (มูลค่า ฿0.0455)฿0.01000฿0.055517 พ.ค. 2567
FY2022 (2565)7 มี.ค. 256616 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล (มูลค่า ฿0.0625)฿0.00505฿0.060019 พ.ค. 2566
หมายเหตุ: มูลค่าหุ้นปันผลคำนวณอิงราคาพาร์ 1.00 บาทต่อหุ้น การจ่ายหุ้นปันผลส่งผลให้เกิด Dilution Effect ต่อจำนวนหุ้นจดทะเบียน

9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่า ประสิทธิภาพการทำกำไร และส่วนแบ่งตลาดเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม Home Improvement & Commerce

เมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและปรับปรุงตกแต่งบ้านในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) DOHOME มีจุดเด่นด้านขนาดสาขาแบบค้าส่ง-ปลีก (Hybrid Wholesale/Retail) แต่ซื้อขายด้วย Valuation ที่น่าสนใจที่สุดในมิติของ P/BV เพียง 0.88 เท่า ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Discounted Book Value) ขณะที่คู่แข่งอย่าง GLOBAL ซื้อขายที่ P/BV 1.38x และ HMPRO ที่ 3.15x:

เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (ล้านบาท) และ P/E Ratio ของคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรม
หลักทรัพย์ชื่อบริษัทMarket Cap (฿M)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)EV/EBITDANet MarginDividend Yieldจำนวนสาขาหลัก
DOHOMEดูโฮม (มหาชน)฿12,24516.22x0.88x12.15x3.47% (1H)1.28%27 สาขาใหญ่ + ToGo
GLOBALสยามโกลบอลเฮ้าส์฿35,85313.90x1.38x11.45x10.25% (1H)2.77%92 สาขาทั่วประเทศ
HMPROโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์฿81,53713.54x3.15x9.80x8.60% (1H)4.85%130+ สาขา (รวม MegaHome)
ILMอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์฿7,0199.20x1.10x6.50x8.10% (1H)5.80%32 สาขาเฟอร์นิเจอร์

ข้อสังเกตเชิงเปรียบเทียบ: DOHOME มีสัดส่วนสินค้าเหล็กโครงสร้างสูงที่สุดในกลุ่ม (~25%–30% ของยอดขาย) ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิมีความผันผวนตามรอบวัฏจักรราคาเหล็กมากกว่า HMPRO ซึ่งเน้นลูกค้ารายย่อยและสินค้า Soft Home อย่างไรก็ตาม หากราคาเหล็กทรงตัวหรือปรับตัวขึ้น DOHOME จะได้ประโยชน์สูงสุดในแง่ Operating Leverage

10. มุมมองอนาคตและโอกาสทางธุรกิจ (Outlook & Growth Catalysts)

กลยุทธ์การขยายตัว ปัจจัยหนุนการเติบโตระยะ 1–3 ปี และเป้าหมายของฝ่ายบริหาร

ปัจจัยเร่งการเติบโตที่สำคัญ (Key Catalysts Ahead)

1. แรงส่งงบประมาณลงทุนภาครัฐ (Government Capex Acceleration): การเร่งรัดการเบิกจ่ายโครงการสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานในช่วง 2H2026 เป็นแรงผลักดันโดยตรงต่อผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งคิดเป็นฐานลูกค้า 45% ของดูโฮม ส่งผลให้คำสั่งซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างพื้นฐานฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง


2. อุปสงค์การซ่อมแซมและบูรณะอาคารหลังน้ำท่วม: เหตุการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดภาคเหนือ กลาง และอีสาน สร้างความต้องการวัสดุซ่อมแซม กระเบื้อง สี ประปา และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อย่างมีนัยสำคัญในช่วงปลายปี


3. การผลักดันสัดส่วน House Brand แตะ 21%: ผู้บริหารตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand สู่ระดับ 21% ภายในปี 2568–2569 ซึ่งจะช่วยหนุน Gross Profit Margin รวมให้ยืนเหนือระดับ 19.5%–20.0% ได้อย่างยั่งยืน


4. การบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ผ่าน DC คลองหลวง: การใช้ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการกระจายสินค้าไปยังสาขาในเขตภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออก

แผนงานขยายสาขาและการลงทุนในอนาคต (Store Expansion Plan)

11. ปัจจัยเสี่ยงและแนวทางบริหารจัดการ (Risk Factors & Mitigation)

การวิเคราะห์ความเสี่ยงสำคัญ 6 ด้าน สัญญาณเตือนเชิงประจักษ์ (Observable Triggers) และกลยุทธ์รับมือ
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นสัญญาณเตือนเชิงประจักษ์ (Observable Triggers)กลยุทธ์การป้องกันและรับมือของบริษัท
1. ความผันผวนของราคาเหล็กและสินค้าโภคภัณฑ์ (Steel Price Volatility)ราคาเหล็กปรับตัวลงฉับพลันทำให้เกิดผลขาดทุนจากการลดลงของมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Stock Loss) และฉุด GPM รวมลดลงดัชนีราคาเหล็กโลก (Steel Rebar Index / Shanghai Futures) ดิ่งลง หรือจีนเร่งส่งออกเหล็กราคาถูกมายังอาเซียนลดระยะเวลาถือครองสต็อกเหล็ก (Inventory Days) ให้สั้นลงเหลือ 30–45 วัน และใช้กลยุทธ์ Back-to-Back Matching กับโรงงานผู้ผลิต
2. ภาวะหนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อฐานรากชะลอตัว (Household Debt & Purchasing Power)กำลังซื้อเจ้าของบ้านลดลง การก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ชะลอตัว ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เสี่ยงหดตัวอัตราหนี้ครัวเรือนไทยเกิน 90% ของ GDP, ยอดการปฏิเสธสินเชื่อบ้านพุ่งสูง, SSSG ติดลบต่อเนื่องจัดแคมเปญส่งเสริมการขายสินค้าราคาประหยัด (Budget line), ขยายความร่วมมือกับสถาบันการเงินจัดโปรโมชันผ่อน 0%, ดันยอดขายผู้รับเหมาภาครัฐทดแทน
3. การแข่งขันที่รุนแรงในตลาด Modern Trade (Intense Competition)คู่แข่ง (ไทวัสดุ, เมกาโฮม, โกลบอลเฮ้าส์) เร่งเปิดสาขาประชิดในทำเลเดียวกัน นำไปสู่สงครามราคา (Price War)การเปิดสาขาใหม่ของคู่แข่งในรัศมี 15 กม., การลดราคาตัดกำไรของสินค้าวัสดุโครงสร้างตอกย้ำจุดแข็งแนวคิด “ครบ ถูก ดี”, เพิ่มความแข็งแกร่งของ House Brand ที่คู่แข่งไม่มี และให้บริการครบวงจรผ่าน Dohome Care
4. ภาระหนี้สินและดอกเบี้ยจ่าย (Leverage & Interest Burden)ต้นทุนทางการเงินสูง กดดันอัตรากำไรสุทธิ และมีความเสี่ยงต่อเงื่อนไข Debt Covenants หากกำไรหดตัวอัตราดอกเบี้ยนโยบายทรงตัวสูง, อัตราส่วน IBD/E ขยับเข้าใกล้เพดาน 2.0xชะลอการลงทุนโครงการใหญ่ที่ยังไม่จำเป็น, เร่งแปลงสินค้าคงคลังเป็นกระแสเงินสดเพื่อชำระคืนหนี้ระยะสั้น, กระจายแหล่งเงินกู้ยืมและออกหุ้นกู้ระยะยาว
5. การบริหารสต็อกสินค้าคงเหลือและสินค้าตกรุ่น (Inventory & Obsolescence)สต็อกสินค้าสะสมสูงเกินไปส่งผลให้เงินจม ต้นทุนการจัดเก็บเพิ่มขึ้น และเสี่ยงต่อการตั้งสำรองสินค้าเสื่อมสภาพระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (Inventory Days) พุ่งเกิน 180 วันนำระบบ AI และระบบจัดการคลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) มาใช้วิเคราะห์การสั่งซื้อแบบ Real-time และจัดกิจกรรมล้างสต็อก (Clearance Sale) ประจำไตรมาส
6. สภาพอากาศและอุทกภัย (Weather & Flood Hazards)ฤดูฝนที่ยาวนานหรือน้ำท่วมฉับพลันทำให้สาขาบางแห่งต้องหยุดให้บริการชั่วคราว และชะลอการก่อสร้างกลางแจ้งปริมาณน้ำในเขื่อนหลักเกิน 80%, ประกาศเตือนภัยอุทกภัยในเขตภาคอีสานและเหนือยกระดับคันกั้นน้ำและระบบระบายน้ำรอบสาขา, ทำประกันภัยคุ้มครองธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption Insurance) ครอบคลุม 100%
ที่มา: การวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจและความเสี่ยงจากแบบ 56-1 One Report บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินปัจจัยเชิงกลยุทธ์ภายในองค์กรและสภาพแวดล้อมการแข่งขันภายนอก

จุดแข็ง (Strengths)

  • โมเดลค้าส่ง-ค้าปลีกขนาดใหญ่ (Hybrid Format): พื้นที่สาขาระดับ 15,000–35,000 ตร.ม. พร้อมระบบ Drive-Thru ตอบสนองความต้องการผู้รับเหมาและร้านค้าช่วงได้ครบในที่เดียว
  • แนวคิด “ครบ ถูก ดี” ที่แข็งแกร่ง: มีสินค้ามากกว่า 100,000 SKUs และราคาขายส่งที่แข่งขันได้ในตลาด
  • พอร์ตโฟลิโอ House Brand ครบครัน: มีสินค้าตราบริษัทกว่า 20,000 SKUs (FINEXT, DECOS, WINTON ฯลฯ) ที่ให้ GPM สูง 28%–32%
  • ระบบโลจิสติกส์ ASRS คลองหลวง: ศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติช่วยลดต้นทุนค่าแรงและเพิ่มความแม่นยำในการจ่ายสินค้า
  • ผู้ก่อตั้งและทีมบริหารมีประสบการณ์สูง: ตระกูลตั้งมิตรประชาคร่ำหวอดในวงการวัสดุก่อสร้างมากว่า 40 ปี

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • สัดส่วนสินค้าเหล็กสูง: ยอดขายอิงกับสินค้าโครงสร้างและเหล็กราว 25%–30% ทำให้มาร์จิ้นผันผวนตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์
  • ภาระหนี้สินต่อทุนยังอยู่ในระดับปานกลาง-สูง: IBD/E อยู่ที่ 1.12 เท่า แม้จะลดลงแต่ยังสูงกว่าคู่แข่งอย่าง GLOBAL (0.33x)
  • การกระจุกตัวของจำนวนสาขา: มีสาขาขนาดใหญ่เพียง 27 แห่ง เครือข่ายครอบคลุมน้อยกว่าคู่แข่งที่มี 90–130 สาขา
  • อัตรากำไรสุทธิต่ำกว่ากลุ่ม: Net Margin อยู่ที่ 2.5%–3.5% เทียบกับ HMPRO (8.6%) และ GLOBAL (10.2%)
  • ความเสี่ยงการเกิด Stock Loss: หากราคาเหล็กปรับลดลงอย่างรวดเร็ว

โอกาส (Opportunities)

  • การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนภาครัฐ: งบโครงสร้างพื้นฐานช่วยกระตุ้นงานก่อสร้างของผู้รับเหมาทั่วประเทศ
  • อุปสงค์ซ่อมแซมบ้านหลังอุทกภัย: ความต้องการปูน กระเบื้อง ประตู สุขภัณฑ์ และสีทาอาคารฟื้นตัวสูง
  • โอกาสเติบโตของ House Brand สู่ 21%+: การเพิ่ม SKU ใหม่ในกลุ่มของตกแต่งและเครื่องใช้ไฟฟ้าช่วยขยาย GPM ต่อเนื่อง
  • การขยายบริการ Dohome Care: ต่อยอดสู่ธุรกิจบริการติดตั้งและบำรุงรักษาบ้านครบวงจร สร้าง Loyalty สูง
  • การบูรณาการระบบ B2B E-Commerce: เพิ่มช่องทางสั่งซื้อออนไลน์สำหรับผู้รับเหมาและหน่วยงานราชการ

อุปสรรค (Threats)

  • ปัญหาหนี้ครัวเรือนฉุดกำลังซื้อ: ภาระหนี้สูงและเกณฑ์ปล่อยกู้บ้านที่เข้มงวดฉุดยอดขายบ้านใหม่และโครงการจัดสรร
  • การทุ่มตลาดของเหล็กและวัสดุราคาถูกจากจีน: การนำเข้าสินค้าต้นทุนต่ำจากจีนกดดันราคาขายและส่วนต่างกำไรของผู้ประกอบการไทย
  • การขยายสาขาอย่างดุดันของคู่แข่ง Modern Trade: ไทวัสดุ เมกาโฮม และโกลบอลเฮ้าส์ แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดในทำเลใกล้เคียง
  • ความผันผวนของต้นทุนพลังงานและค่าแรงขั้นต่ำ: อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (SG&A)
  • ภัยธรรมชาติและความผันผวนของสภาพอากาศ: น้ำท่วมหรือฝนตกหนักยาวนานกระทบต่อการก่อสร้างกลางแจ้ง

13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View & Valuation)

บทวิเคราะห์มูลค่าที่เหมาะสม กรอบการตัดสินใจลงทุน และรายการประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist)

Bull Case — ราคาเป้าหมาย ฿4.50 (Upside +29.3%)

กำไรสุทธิปี 2569 เติบโตก้าวกระโดดสู่ ฿950 ล้านบาท (+58% YoY) จากแรงหนุนของงบประมาณภาครัฐ การซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม และสัดส่วน House Brand ทะลุ 21% ประเมินมูลค่าอิง P/E 17.5x (เทียบเท่าระดับราคาเหมาะสมตามกรอบบนของนักวิเคราะห์ชั้นนำ)

Base Case — ราคาเป้าหมาย ฿4.05 (Upside +16.4%)

กำไรสุทธิปี 2569 ฟื้นตัวสู่ระดับ ฿860 ล้านบาท (+43% YoY) อัตรากำไรขั้นต้นรวมยืนที่ 19.3% สัดส่วน House Brand อยู่ที่ 19.5% และ SSSG พลิกเป็นบวก +1.5% ประเมินมูลค่าอิง P/E 16.5x สอดคล้องกับค่าเฉลี่ย IAA Consensus (ช่วง ฿4.01–฿4.05)

Bear Case — ราคาเป้าหมาย ฿3.10 (Downside -10.9%)

กำลังซื้อต่างจังหวัดฟื้นตัวช้ากว่าคาดจากหนี้ครัวเรือน และเกิด Stock Loss จากราคาเหล็กขาลง กำไรสุทธิทำได้ ฿680 ล้านบาท (+13% YoY) ประเมินมูลค่าอิง P/E 16.0x หรือระดับ P/BV 0.78x

วิธีประเมินมูลค่า (Valuation Methodology)สมมติฐานหลักราคาเหมาะสม (บาท/หุ้น)ส่วนต่างจากราคาตลาด (฿3.48)ข้อคิดเห็นและมุมมอง
1. P/E Multiple (Base Case)EPS ปี 2569E = ฿0.244 / P/E เป้าหมาย 16.5x฿4.05+16.38%สะท้อนกำไรสุทธิฟื้นตัวจากฐานต่ำ และสอดคล้องกับค่าเฉลี่ย IAA Consensus
2. P/BV Multiple (Mean Reversion)BVPS ปี 2569E = ฿4.05 / Target P/BV = 1.00x฿4.05+16.38%ปัจจุบันเทรดที่ P/BV 0.88x หาก Re-rate กลับไปที่ระดับ Book Value เท่ากับ ฿4.05
3. P/E Multiple (Bull Case)EPS ปี 2569E = ฿0.270 / P/E เป้าหมาย 17.5x฿4.50+29.31%กรณีงบรัฐและการซ่อมบ้านกระตุ้น SSSG โตแรง
4. Discounted Cash Flow (DCF)WACC 7.8%, Terminal Growth 2.0%฿4.15+19.25%สะท้อนมูลค่ากระแสเงินสดอิสระระยะยาวจากการชะลอ Capex
ที่มา: การวิเคราะห์และประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ อิงข้อมูล Consensus และประมาณการทางการเงิน

รายการประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม (Monitoring Checklist)

1. อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG): ติดตามการพลิกกลับมาเป็นบวกต่อเนื่องในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2569 โดยเฉพาะในสาขาภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


2. ทิศทางราคาเหล็กในประเทศและต่างประเทศ: สังเกตการเคลื่อนไหวของราคาเศษเหล็กและเหล็กเส้น เพื่อประเมินความเสี่ยงของการเกิด Stock Loss หรือโอกาสการทำกำไรพิเศษ


3. ความคืบหน้าของสัดส่วน House Brand: ตรวจสอบว่าบริษัทสามารถผลักดันสัดส่วนยอดขาย House Brand ทะลุเป้าหมาย 20% ได้ตามแผนหรือไม่


4. การบริหารหนี้สินและดอกเบี้ยจ่าย: ติดตามการลดลงของหนี้เงินกู้ระยะสั้นและอัตราส่วน IBD/E ให้อยู่ต่ำกว่า 1.10 เท่า เพื่อประหยัดต้นทุนทางการเงิน


5. มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์และการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ: ปัจจัยบวกระดับมหภาคที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนก่อสร้างทั่วประเทศ