รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น CPAXT — บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

ผู้นำแพลตฟอร์มค้าส่ง B2B ภายใต้แบรนด์ Makro และค้าปลีก–ศูนย์การค้า B2C ภายใต้แบรนด์ Lotus's รายได้รวมระดับ 5.3 แสนล้านบาทต่อปี ใหญ่ที่สุดในกลุ่มค้าส่ง–ค้าปลีกอาหารของไทย ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) — ข้อมูลตลาด ณ 14 ตุลาคม 2026 / งบการเงินสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026
Sector: บริการ / พาณิชย์ (Services / Commerce)ราคาล่าสุด ฿14.5Market Cap ฿151,201 ล้านP/E 16.62 · P/BV 0.50Dividend Yield ~4.9%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการงวด 1H2026 และข้อสรุปเชิงยุทธศาสตร์ — ข้อมูลตลาด ณ 14 ต.ค. 2026 · งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
ราคา · มูลค่าตลาด
฿14.50 · ฿151,201 ล้าน
กรอบ 52 สัปดาห์ ฿13.90–23.40 (ใกล้ขอบล่าง)(SET Factsheet)
รายได้รวม 1H2026
฿268,334 ล้าน
เติบโต +3.6% YoY จาก ฿259,031 ล้าน(งบการเงิน 2Q26)
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿16,961 ล้าน (6.32%)
ลดลง 3.0% YoY · margin หดจาก 6.75%(งบการเงิน 2Q26)
กำไรสุทธิ 1H2026 (EPS)
฿4,668 ล้าน (฿0.45)
ลดลง 5.3% YoY จาก ฿4,929 ล้าน(งบการเงิน 2Q26)
P/E (TTM) · P/BV
16.62x · 0.50x
EPS (TTM) ฿0.87 · BVPS ฿28.84(SET Factsheet)
NET IB DEBT / EQUITY
0.57x
หนี้สุทธิ ฿171,551 ล้าน · FY2023 อยู่ที่ 0.40x(งบการเงิน 2Q26)

ข้อสรุปเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ (Key Strategic Takeaways)

ประเด็นชี้ขาดมูลค่า: การฟื้นตัวของ Margin vs ความเสี่ยงด้อยค่า Goodwill

ราคาหุ้น CPAXT ที่ ฿14.50 เคลื่อนไหวใกล้จุดต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ (฿13.90) และต่ำกว่าจุดสูงสุด ฿23.40 ถึง 38% สะท้อนความกังวลของตลาดต่อการหดตัวของ EBITDA margin (จาก 7.08% ใน FY24 เหลือ 6.32% ใน 1H26) และผลการดำเนินงานของ Lotus’s หากกำไรของส่วนงานค้าปลีกยังคงถดถอยต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อการทดสอบการด้อยค่าของ Goodwill มูลค่า ฿2.38 แสนล้านบาทในงบการเงินประจำปี (งบการเงิน 2Q26)

Bull Case (เป้าหมาย ฿18.50)

  • ค้าส่ง Makro โตแกร่ง +5-6% และ SSSG ของ Lotus’s พลิกกลับมาเป็นบวกใน 2H26
  • การรับรู้ประโยชน์จากการควบรวม (Synergy) ด้านการจัดซื้อและระบบขนส่งผลิดอกออกผล
  • ยอดขาย Omni-channel ขยายตัวสู่ 15% ของรายได้รวม หนุนอัตรากำไรขั้นต้น
  • EBITDA Margin ฟื้นตัวเหนือ 6.80% ผลักดันกำไรทั้งปีแตะ ฿10,500 ล้าน (EPS ฿1.01)
  • ตลาด Re-rate P/E ขึ้นสู่ 18.3x ด้วย Dividend Yield ราว 4.9%

Base Case (เป้าหมาย ฿15.80)

  • รายได้รวมเติบโตในกรอบ +3.0% ถึง +3.5% ตามการขยายสาขาในไทยและมาเลเซีย
  • EBITDA margin ทรงตัวระดับ 6.35% – 6.45% จากการคุมค่าใช้จ่าย SG&A
  • ธุรกิจมาเลเซีย (Lucky Frozen + The Food Purveyor) สร้างกำไรชดเชยกำลังซื้อในประเทศ
  • กำไรสุทธิปี 2026F ทรงตัวใกล้ ฿9,300 ล้าน (EPS ฿0.89) เทียบเท่า P/E 17.5x
  • สอดคล้องกับราคาเป้าหมายเฉลี่ยของ IAA Consensus ที่ ฿15.81

Bear Case (เป้าหมาย ฿12.50)

  • กำลังซื้อในประเทศชะลอตัวลากยาว SSSG ค้าปลีกติดลบ -3% ถึง -4%
  • Margin ถูกบีบจากสงครามราคาและต้นทุนจัดจำหน่ายที่บานปลาย
  • ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อซื้อกิจการ TFP มาเลเซีย
  • ความเสี่ยงด้อยค่า Goodwill ก้อน ฿2.38 แสนล้านบาท กดดันส่วนของผู้ถือหุ้น
  • กำไรสุทธิทั้งปีลดลงต่ำกว่า ฿7,800 ล้าน (EPS ฿0.75) ตลาด Derate P/E เหลือ 16.5x

แบบจำลอง Bull/Base/Bear จัดทำขึ้นโดยการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างของรายงานฉบับนี้ มิใช่การพยากรณ์ของโบรกเกอร์รายใด ยกเว้นราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่อ้างอิง Settrade IAA Consensus

ข้อมูลพื้นฐานหลักทรัพย์ (Factsheet)

ข้อมูลการซื้อขาย อัตราส่วนประเมินมูลค่า และโครงสร้างทุน — ณ 14 ตุลาคม 2026
ราคาล่าสุด
฿14.50
พาร์ ฿1.00 ต่อหุ้น(SET)
52-WEEK RANGE
฿13.90 – 23.40
ราคาปัจจุบันใกล้ระดับต่ำสุดรอบปี(SET)
MARKET CAP
฿151,201 ล้าน
หุ้นชำระแล้ว 10,427.66 ล้านหุ้น(SET)
P/E · P/BV
16.62x · 0.50x
EPS (TTM) ฿0.87 · BVPS ฿28.84(SET)
ENTERPRISE VALUE
฿324,215 ล้าน
EV/EBITDA 9.41x(SET)
FREE FLOAT
15.25%
ณ 9 มี.ค. 2026 (เกณฑ์ขั้นต่ำ 15%)(SET)
ผู้ถือหุ้นต่างชาติ
1.03%
เพดานต่างด้าว 49.00%(SET)
DIVIDEND YIELD
4.90%
คำนวณจาก DPS ย้อนหลัง ฿0.71(CP Axtra)
ข้อมูลบริษัทและหลักทรัพย์ — ที่มา: SET Factsheet CPAXT และ หมายเหตุประกอบงบการเงิน 2Q2026
รายการข้อมูลและรายละเอียด
ชื่อทางการ / ชื่อย่อบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) — CP Axtra Public Company Limited (SET: CPAXT)
โครงสร้างกลุ่ม / ผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่ม ซีพี ออลล์ (CPALL) ถือหุ้น 59.93% (ตรงและอ้อม) และเครือเจริญโภคภัณฑ์
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจบริการ / พาณิชย์ (Services / Commerce)
ลักษณะธุรกิจหลักค้าส่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค (Makro) และค้าปลีกสมัยใหม่พร้อมบริหารศูนย์การค้า (Lotus’s)
วันเข้าจดทะเบียนหลังควบรวม1 ตุลาคม 2024 (เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง Makro และ Lotus’s เข้าเป็นบริษัทใหม่)
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว฿10,427.66 ล้าน (10,427.66 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ ฿1.00)
โครงสร้างรายได้ตามภูมิศาสตร์ประเทศไทย 86.1% (฿231,063 ล้าน) และประเทศมาเลเซีย 10.9% (฿29,284 ล้าน) ในงวด 1H2026
เครือข่ายสาขาและพื้นที่ขาย2,847 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ขาย 2,863,000 ตารางเมตร (ณ 1Q2026)
นโยบายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย
วันประกาศผลการดำเนินงานถัดไป6 พฤศจิกายน 2026 (งบการเงินไตรมาส 3/2026 สิ้นสุด 30 ก.ย. 2026)

จำนวนสาขาล่าสุดที่บริษัทเปิดเผยในเอกสารทางการอยู่ที่ 2,847 สาขา ณ 1Q2026 โดยอยู่ระหว่างรอการเปิดเผยตัวเลขรวมสาขา ณ สิ้นงวด 2Q2026 ในรายงานประจำปี (CP Axtra Financial Highlights)

ลักษณะธุรกิจและโครงสร้างองค์กร (Business Overview)

ระบบนิเวศค้าส่ง–ค้าปลีกอาหารสองเสาหลัก แพลตฟอร์ม O2O และการขยายธุรกิจระดับภูมิภาค — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026

CPAXT ถือกำเนิดจากการปรับโครงสร้างเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (Lotus’s) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2024 ก่อกำเนิดเป็นยักษ์ใหญ่ด้านค้าส่ง–ค้าปลีกอาหารที่มีขนาดรายได้ระดับ 5.3 แสนล้านบาทต่อปี ครอบคลุมทั้งลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) และลูกค้าบุคคล (B2C) ทั่วไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (หมายเหตุประกอบงบการเงิน 2Q2026 ข้อ 13)

CP AXTRA PUBLIC COMPANY LIMITED (SET: CPAXT)ระบบนิเวศค้าส่ง–ค้าปลีกอาหารและพื้นที่พาณิชย์ครบวงจร (Dual-Engine Omnichannel Food Platform)REVENUE ฿530B+ TTMค้าส่ง B2B · MAKRO & FOODSERVICE55.0% รายได้ (฿147,707M)Cash & Carry: 160+ สาขา (Classic, Foodservice, Eco Plus)Foodservice Distribution: Siam Food Services, Lucky Frozenต่างประเทศ: มาเลเซีย, กัมพูชา, อินเดีย (LOTS), เมียนมา, จีนOmnichannel B2B: แพลตฟอร์ม Makro PRO & B2B Delivery (+29%)กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย: HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร จัดเลี้ยง) & โชห่วยค้าปลีก B2C & ศูนย์การค้า · LOTUS’S45.0% รายได้ (฿120,627M)Multi-Format Retail: Hypermarket 226+ แห่ง, go fresh 2,400+ แห่งMall Management: บริหารพื้นที่เช่า 200+ ศูนย์การค้า (NLA 1.1M ตร.ม.)High-Margin Rental Cash Cow: รายได้ค่าเช่า 1H26 ฿7,025M (GPM >50%)Omnichannel B2C: Lotus’s SMART App, Quick Commerce & DeliveryPremium Expansion: ดีลซื้อ The Food Purveyor (Village Grocer มาเลเซีย)SYNERGIES & ENABLERS:Central Sourcing PowerCold Chain Logistics GridOmni-Fulfilment NetworkUnified Big Data / O2Oบูรณาการจุดแข็งระหว่างค้าส่ง B2B และค้าปลีก B2C: รวมฐานจัดซื้ออาหารสด ลดต้นทุนโลจิสติกส์ร่วมกัน และใช้สาขาเป็น Hub กระจายสินค้าด่วน

1) สายธุรกิจค้าส่ง (Wholesale Segment) — แบรนด์ Makro

2) สายธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้า (Retail and Mall Segment) — แบรนด์ Lotus’s

3) นวัตกรรมดิจิทัลและการรุกตลาดต่างประเทศ (Growth Drivers)

ตารางบริษัทย่อยหลักและนิติบุคคลสำคัญในกลุ่ม CP Axtra — ที่มา: งบการเงินประจำปี 2025 และ หมายเหตุประกอบงบ 2Q2026
บริษัทย่อย / กิจการร่วมค้าประเทศสัดส่วนการถือหุ้นบทบาทและสายธุรกิจหลัก
บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (Lotus’s Thailand)ไทย100.0%ดำเนินธุรกิจค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต go fresh และบริหารศูนย์การค้าในไทย
Lotuss Stores (Malaysia) Sdn. Bhd.มาเลเซีย100.0%ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และศูนย์การค้าภายใต้แบรนด์ Lotus’s ในมาเลเซีย
บริษัท สยามฟูด เซอร์วิส จำกัด (Siam Food Services)ไทย100.0%นำเข้า แปรรูป และจัดจำหน่ายอาหารสด อาหารแช่แข็ง และวัตถุดิบระดับพรีเมียมแก่ HoReCa
Indoguna Vina Co., Ltd. / Indoguna Dubai LLCเวียดนาม / ยูเออี100.0%ศูนย์กระจายสินค้าอาหารสดและเนื้อสัตว์นำเข้าพรีเมียมในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง
Renewed Hope Pte. Ltd. (Lucky Frozen Group)สิงคโปร์ / มาเลเซีย100.0%ผู้จัดจำหน่ายอาหารแช่แข็งและวัตถุดิบเบเกอรี่รายใหญ่ในประเทศมาเลเซีย
Makro (Cambodia) Company Limitedกัมพูชา70.0%ดำเนินธุรกิจศูนย์ค้าส่ง Cash & Carry ในราชอาณาจักรกัมพูชา
LOTS Wholesale Solutions (CP Wholesale India)อินเดีย100.0%ดำเนินธุรกิจค้าส่ง B2B เพื่อผู้ประกอบการร้านค้าท้องถิ่นในประเทศอินเดีย
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า ฟู้ดแล็บ จำกัดไทย100.0%วิจัย พัฒนา และตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพความปลอดภัยทางอาหารของกลุ่มสินค้า Private Label

โครงสร้างสินทรัพย์: สินทรัพย์ส่วนใหญ่กระจุกตัวใน Lotus's

จากสินทรัพย์รวม ฿571,298 ล้าน ส่วนงานค้าปลีกและศูนย์การค้า Lotus’s ถือครองสินทรัพย์สูงถึง ฿459,543 ล้าน (80.4%) เทียบกับส่วนงานค้าส่ง Makro ที่ถือเพียง ฿111,755 ล้าน (19.6%) สาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าความนิยม (Goodwill) ฿232,545 ล้าน ไว้ที่ส่วนงานค้าปลีก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ของสองส่วนงานมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (หมายเหตุประกอบงบ 2Q2026 ข้อ 13)

ผลประกอบการ (Financial Performance)

รายได้ EBITDA กำไรสุทธิ และวิเคราะห์ Margin Compression — งบการเงินสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026

รายได้รวมของ CPAXT เติบโตต่อเนื่องทุกงวดแตะระดับ 5.3 แสนล้านบาท (TTM) แต่ความสามารถในการแปลงรายได้เป็นกำไรสุทธิเผชิญภาวะถดถอย EBITDA margin ลดลงจาก 7.08% ใน FY2024 เหลือ 6.58% ใน FY2025 และลดลงต่อสู่ 6.32% ในงวด 1H2026 ขณะที่อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 2.06% เหลือ 1.74% ในช่วงเวลาเดียวกัน (งบการเงิน 2Q2026)

สรุปผลประกอบการรวม (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงินเสมือน FY2023 · งบการเงิน FY2024 · งบการเงิน FY2025 · งบการเงิน 2Q2026
รายการทางการเงินFY2023*FY2024FY2025TTM มิ.ย. 2026
รายได้รวม489,949512,042520,706530,009
กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit)16,71318,63316,78816,146
ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (D&A)17,61217,62017,46417,580
EBITDA (คำนวณตามงบการเงิน)34,32536,25334,25233,726
ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs)6,3195,7355,3985,185
กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่8,64510,5699,3569,095
EBITDA Margin7.01%7.08%6.58%6.36%
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)1.76%2.06%1.80%1.72%

* FY2023 เป็นงบการเงินเสมือน (Pro Forma) ที่จัดทำขึ้นก่อนการควบรวมกิจการเมื่อ 1 ต.ค. 2024 จึงใช้เพื่อเปรียบเทียบเชิงแนวโน้ม — การกระทบยอดนิยาม EBITDA กับ SET: SET Factsheet แสดง EBITDA ฐาน 6 เดือน 1H2026 ที่ ฿17,323 ล้าน สูงกว่าที่คำนวณในรายงานนี้ (฿16,961 ล้าน) อยู่ ฿362 ล้าน ซึ่งตรงกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า ฿362.7 ล้าน ที่ SET รวมไว้ในนิยามแต่รายงานนี้นับเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานหลัก (SET Factsheet) · (งบ 2Q2026)

แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
แนวโน้ม EBITDA Margin และอัตรากำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินที่อ้างอิงข้างต้น สะท้อนการหดตัวของอัตรากำไรตั้งแต่ต้นปี FY2025

เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 1H2025 กับ 1H2026

ผลประกอบการงวดหกเดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงินรวม 2Q2026
รายการทางการเงิน1H20251H2026การเปลี่ยนแปลง (%YoY)
รายได้รวม259,031268,334+3.6%
รายได้จากการขายสินค้า248,642257,227+3.5%
รายได้ค่าเช่าและบริการค้าปลีก7,0867,358+3.8%
ต้นทุนขายสินค้า212,872221,045+3.8%
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย27,43428,969+5.6%
กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit)8,9048,262−7.2%
EBITDA17,48716,961−3.0%
ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs)2,8262,613−7.5%
กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่4,9294,668−5.3%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS, บาท)0.470.45−4.3%

ผลประกอบการเฉพาะงวดไตรมาส 2/2026: รายได้รวม ฿132,284 ล้าน (+2.5% YoY) แต่กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่อยู่ที่ ฿1,874 ล้าน ลดลงแรงถึง -18.0% YoY จาก ฿2,286 ล้าน ใน 2Q2025 โดย EPS งวดสามเดือนลดจาก ฿0.22 เหลือ ฿0.18 สะท้อนความอ่อนแอในไตรมาสที่ผ่านมา (งบกำไรขาดทุน 2Q2026)

เปรียบเทียบผลประกอบการครึ่งปี 1H2025 เทียบ 1H2026

งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

สินทรัพย์ หนี้สิน คุณภาพสินทรัพย์ และกระแสเงินสด — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026
ฐานะการเงินรวม (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงิน FY2024 · งบการเงิน FY2025 · งบการเงิน 2Q2026
รายการ31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
สินทรัพย์รวม540,371546,531576,671571,298
หนี้สินรวม246,894247,914276,284270,559
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม293,477298,617300,387300,738
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E)0.84x0.83x0.92x0.90x
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด31,70719,46114,5589,537

โครงสร้างสินทรัพย์และการวิเคราะห์มูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน (Tangible Book Value)

องค์ประกอบสินทรัพย์สำคัญ ณ 30 มิถุนายน 2026 — ที่มา: งบแสดงฐานะการเงิน 2Q2026
รายการสินทรัพย์30 มิ.ย. 2026 (฿ล้าน)31 ธ.ค. 2025 (฿ล้าน)สัดส่วนของสินทรัพย์รวม
ค่าความนิยม (Goodwill)237,750237,75041.6%
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E)124,736124,28521.8%
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property)61,49159,68610.8%
สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU Assets)49,64948,1058.7%
สินค้าคงเหลือ (Inventories)40,88246,4987.2%
เงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า15,39915,2882.7%
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่นนอกจากค่าความนิยม12,40912,1042.2%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด9,53714,5581.7%

ข้อควรระวัง: ส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีตัวตน (Tangible Equity) เหลือเพียง ฿4.85 ต่อหุ้น

เมื่อนำส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ฿300,738 ล้าน มาหักค่าความนิยม ฿237,750 ล้าน และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่น ฿12,409 ล้าน จะพบว่า ส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีตัวตน (Tangible Equity) เหลือเพียง ฿50,579 ล้าน หรือคิดเป็นมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตนเพียง ฿4.85 ต่อหุ้น ดังนั้น ราคาหุ้นปัจจุบันที่ ฿14.50 แม้จะมี P/BV บนงบดุลเพียง 0.50x แต่ในความเป็นจริงคิดเป็นอัตราส่วนต่อมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน (Price-to-Tangible BV) สูงถึง 3.0x (งบการเงิน 2Q26)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026

กระแสเงินสดและการจัดหาเงินทุน

งบกระแสเงินสดรวม (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงิน FY2025 · งบการเงิน 2Q2026
กิจกรรมFY2024FY20251H20251H2026
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (CFO)24,16321,0525,2347,494
เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน (CFI)−16,816−25,786−7,767−10,304
เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน (CFF)−19,645−258−4,684−2,529

แม้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1H2026 จะปรับตัวดีขึ้น +43.2% YoY เป็น ฿7,494 ล้าน แต่ยังคงต่ำกว่ากระแสเงินสดใช้ไปในการลงทุน ฿10,304 ล้าน ทำให้ Free Cash Flow ติดลบ ส่งผลให้เงินสดคงเหลือสุทธิลดลงต่อเนื่องสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปีที่ ฿9,537 ล้าน (งบกระแสเงินสด 2Q2026)

หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Solvency)

โครงสร้างหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ความสามารถในการชำระหนี้ และระดับสภาพคล่อง — ณ 30 มิถุนายน 2026
IB DEBT / EQUITY
0.60x
หนี้มีดอกเบี้ยรวม ฿181,088 ล้าน(งบ 2Q26)
NET IB DEBT / EQUITY
0.57x
หนี้สุทธิ ฿171,551 ล้าน (FY23 อยู่ที่ 0.40x)(งบ 2Q26)
NET IB DEBT / EBITDA
5.09x
คำนวณบน EBITDA TTM ฿33,726 ล้าน(งบ 2Q26)
INTEREST COVERAGE
6.49x
EBITDA 1H26 ต่อต้นทุนการเงิน (1H25: 6.19x)(งบ 2Q26)
รายละเอียดหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยและอัตราส่วนเลเวอเรจ — ที่มา: งบการเงิน FY2024 · งบการเงิน FY2025 · งบการเงิน 2Q2026
รายการ (หน่วย: ล้านบาท)31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน2,0005,5007,8508,200
หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liabilities)58,74059,48060,92061,514
เงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี24,31026,84032,15034,620
เงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ระยะยาว62,87559,00471,15276,754
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม (IBD)147,925150,824172,072181,088
หัก เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด31,70719,46114,5589,537
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net IBD)116,218131,363157,514171,551
IB Debt / Equity0.50x0.51x0.57x0.60x
Net IB Debt / Equity0.40x0.44x0.52x0.57x

นิยามหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย: รายงานนี้นับรวมหนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liabilities) จำนวน ฿61,514 ล้าน เพื่อสะท้อนภาระผูกพันทางการเงินที่แท้จริงของเครือข่ายสาขากว่า 2,847 แห่ง หากไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า IB Debt/Equity จะอยู่ที่ 0.40x และ Net IB Debt/Equity จะอยู่ที่ 0.37x (งบ 2Q2026)

อัตราส่วน IB Debt/Equity และ Net IB Debt/Equity — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026
ที่มา: คำนวณจากงบแสดงฐานะการเงิน ณ สิ้นงวดของแต่ละปี

เลเวอเรจสูงขึ้นสวนทางเงินสดที่ลดลง: ประเด็นที่ต้องจับตาในการรีไฟแนนซ์

Net IB Debt/Equity ขยับขึ้นต่อเนื่อง 4 งวดติดต่อกันจาก 0.40x สู่ 0.57x ขณะที่เงินสดลดลงแตะ ฿9,537 ล้าน เมื่อรวมกับภาระหนี้กู้ยืมและหุ้นกู้ที่จะถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปีอีก ฿34,620 ล้าน บริษัทจำเป็นต้องบริหารแผนการรีไฟแนนซ์ (Refinancing) และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเตรียมเงินทุนสำหรับดีลซื้อกิจการ The Food Purveyor ในมาเลเซีย (งบการเงิน 2Q2026)

สัดส่วนธุรกิจและรายได้ตามภูมิศาสตร์ (Business Segments)

ผลการดำเนินงานแยกตามส่วนงานและภูมิภาค — งวดหกเดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026
ผลการดำเนินงานแยกตามส่วนงาน งวด 1H2025 เทียบ 1H2026 (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: หมายเหตุประกอบงบการเงิน 2Q2026 ข้อ 13
รายการส่วนงานค้าส่ง 1H2025ค้าส่ง 1H2026ค้าปลีก-ศูนย์การค้า 1H2025ค้าปลีก-ศูนย์การค้า 1H2026
รายได้จากการขายสินค้า138,687145,195109,954112,032
รายได้จากการให้บริการ1,3991,302621761
รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้า3123326,7747,025
รายได้รวมส่วนงาน140,897147,707 (+4.8%)118,133120,627 (+2.1%)
กำไรส่วนงานก่อนดอกเบี้ยและภาษี (PBIT)4,1244,131 (+0.2%)5,0304,494 (−10.7%)
อัตรากำไร PBIT Margin2.93%2.80%4.26%3.73%
สินทรัพย์รวมส่วนงาน109,761111,755466,910459,543

ในงวด 1H2026 ค้าส่งสร้างสัดส่วนรายได้ 55.0% และสร้างกำไร PBIT 47.9% ของกำไรสองส่วนงานรวม ขณะที่ค้าปลีกสร้างรายได้ 45.0% และสร้าง PBIT 52.1% โดยส่วนงานค้าปลีกใช้สินทรัพย์สูงกว่าถึง 4.1 เท่าเนื่องจากค่าความนิยมที่บันทึกไว้ (หมายเหตุประกอบงบ ข้อ 13)

สัดส่วนรายได้รวมแยกตามส่วนงาน — งวด 1H2026

สัดส่วนรายได้ตามแหล่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

รายได้รวมตามแหล่งภูมิศาสตร์ของลูกค้า (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: หมายเหตุประกอบงบการเงิน 2Q2026 ข้อ 13
ภูมิภาค / ประเทศ1H20251H2026การเติบโต (%YoY)สัดส่วนรายได้
ประเทศไทย229,006231,063+0.9%86.1%
ประเทศมาเลเซีย21,66029,284+35.2%10.9%
ประเทศอื่น ๆ (กัมพูชา, อินเดีย, จีน, เมียนมา)8,3657,987−4.5%3.0%
รวมรายได้ทั้งหมด259,031268,334+3.6%100.0%

รายได้ในประเทศมาเลเซียขยายตัวก้าวกระโดด +35.2% YoY เป็นผลจากการรวมผลประกอบการของกลุ่ม Lucky Frozen ที่เข้าซื้อเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 เข้ามาเต็มงวด ขณะที่รายได้ในประเทศไทยโตชะลอตัวเพียง +0.9% YoY สะท้อนความท้าทายจากกำลังซื้อฐานรากและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศที่ล่าช้า (หมายเหตุประกอบงบ 2Q2026 ข้อ 13)

ประวัติการปันผล (Dividend History)

อัตราเงินปันผลต่อหุ้น นโยบายการจ่าย และความยั่งยืน — ข้อมูลล่าสุดถึงงวดระหว่างกาลปี 2026
DPS เต็มปีล่าสุด (FY2025)
฿0.71 ต่อหุ้น
ระหว่างกาล ฿0.18 + งวดสุดท้าย ฿0.53(CP Axtra)
DIVIDEND YIELD
4.90%
คำนวณจาก DPS ฿0.71 บนราคาปัจจุบัน ฿14.50(SET)
PAYOUT RATIO FY2025
79.1%
นโยบายขั้นต่ำ 40% ของกำไรสุทธิ(CP Axtra)
ประวัติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง (บาทต่อหุ้น) — ที่มา: นโยบายและประวัติการจ่ายเงินปันผล CP Axtra
งวดผลประกอบการเงินปันผลระหว่างกาลเงินปันผลงวดสุดท้ายรวมทั้งปี (DPS)อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio)*
FY20230.180.390.5768.8%
FY20240.180.530.7170.1%
FY20250.180.530.7179.1%
2026 (ระหว่างกาล)0.18รอประกาศ (ก.พ. 2027)0.18รอผลประกอบการเต็มปี

* Payout Ratio ในตารางคำนวณบนฐานจำนวนหุ้นชำระแล้ว 10,427.66 ล้านหุ้น เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบข้ามปีได้สม่ำเสมอ — เงินปันผลระหว่างกาลปี 2026 จำนวน ฿0.18 ต่อหุ้น ได้ขึ้นเครื่องหมาย XD และจ่ายเงินปันผลแล้วเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 รายงานฉบับนี้ไม่คาดการณ์ตัวเลขเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2026 ล่วงหน้าโดยปราศจากแหล่งอ้างอิงทางการ (CP Axtra IR)

ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น — FY2023 → 2026 (งวดระหว่างกาล)

Payout Ratio พุ่งแตะ 79.1%: ความยั่งยืนของเงินปันผลขึ้นกับกำไร 2H2026

บริษัทคงการจ่ายเงินปันผลที่ ฿0.71 ต่อหุ้นต่อเนื่องสองปี แม้กำไรสุทธิจะปรับตัวลดลงจาก ฿10,569 ล้าน (FY24) เหลือ ฿9,356 ล้าน (FY25) ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) พุ่งขึ้นจาก 70.1% สู่ 79.1% เมื่อพิจารณาประกอบกับเงินสดคงเหลือที่ลดลงเหลือ ฿9,537 ล้าน และภาระหนี้กู้ยืม ความสามารถในการรักษาอัตราเงินปันผลงวดสุดท้ายให้อยู่ที่ ฿0.53 ต่อหุ้น จะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของกระแสเงินสดและกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีหลังอย่างมีนัยสำคัญ (CP Axtra)

เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่าและตัวชี้วัดทางการเงินเทียบกลุ่มค้าส่ง–ค้าปลีกไทย — ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด อัตราส่วนประเมินมูลค่า และผลตอบแทน — ที่มา: SET Factsheet ของแต่ละหลักทรัพย์ ณ 14 ต.ค. 2026
หลักทรัพย์ราคา (฿)Market Cap (฿ล้าน)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Dividend Yield (%)
CPAXT (SET)14.50151,20116.62x0.50x4.90%
CPALL (ผู้ถือหุ้นใหญ่ 59.93%) (SET)43.00386,27312.57x2.71x3.84%
CRC (เซ็นทรัล รีเทล) (SET)29.50177,91520.82x2.68x2.37%
BJC (เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ / Big C) (SET)17.9071,74011.54x0.58x2.85%
GLOBAL (สยามโกลบอลเฮ้าส์) (SET)6.5036,41314.12x1.40x3.85%

CPALL เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 59.93% ใน CPAXT และรวมงบการเงินเข้าด้วยกัน จึงไม่ใช่คู่แข่งอิสระอย่างสมบูรณ์ แต่นำมาแสดงเพื่อสะท้อนความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง โดย Look-through valuation ของหุ้น CPAXT ที่ CPALL ถือครองคิดเป็นมูลค่าตลาดราว ฿90,615 ล้าน (SET Factsheet CPALL)

มูลค่าตลาด (Market Cap) และ P/E Ratio เปรียบเทียบในกลุ่มพาณิชย์
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Factsheet ข้อมูลอัปเดต 14 ต.ค. 2026)

บทวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ: ความย้อนแย้งระหว่าง P/E สูง และ P/BV ต่ำ

CPAXT ซื้อขายที่ P/E 16.62x สูงกว่า CPALL (12.57x) และ BJC (11.54x) ทั้งที่กำไรกำลังอยู่ในทิศทางหดตัว ขณะที่ P/BV อยู่ที่เพียง 0.50x ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มคู่กับ BJC (0.58x) ความผิดปกตินี้เกิดจากโครงสร้างทางบัญชีที่ CPAXT และ BJC มีสัดส่วนค่าความนิยม (Goodwill) จากการซื้อกิจการในอดีตสูงมาก ทำให้ฐานส่วนของผู้ถือหุ้นทางบัญชีดูมีขนาดใหญ่ หากพิจารณาบนฐาน Tangible P/BV จะพบว่า CPAXT ซื้อขายที่ระดับ 3.0x ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม (งบ 2Q2026)

มุมมองอนาคตธุรกิจ (Outlook)

ทิศทางเชิงกลยุทธ์ ตัวขับเคลื่อนการเติบโต และมุมมองสมาคมนักวิเคราะห์ — ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026

ปัจจัยหนุนสำคัญที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์

มุมมองและฉันทามตินักวิเคราะห์ (IAA Consensus)

สรุปประมาณการและคำแนะนำของสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ — ที่มา: Settrade IAA Consensus CPAXT (14 ต.ค. 2026)
ตัวชี้วัดฉันทามติของนักวิเคราะห์นัยสำคัญเชิงการลงทุน
คำแนะนำการลงทุนภาพรวมถือ (HOLD)นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอสัญญาณฟื้นตัวของมาร์จิ้น
การกระจายของคำแนะนำ (18 สำนัก)ซื้อ 3 · ถือ 13 · ขาย 2เสียงส่วนใหญ่ 72% แนะนำเพียง “ถือ” เพื่อรับเงินปันผล
ราคาเป้าหมายเฉลี่ย (Mean Target Price)฿15.81Upside +9.0% จากราคาตลาดปัจจุบัน ฿14.50
กรอบราคาเป้าหมายสูงสุด / ต่ำสุด฿17.00 / ฿13.80ส่วนต่างของมุมมองสะท้อนความไม่แน่นอนของผลประกอบการ 2H2026
คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026F เฉลี่ย฿9,100 – 9,500 ล้านทรงตัวใกล้เคียงกับปี FY2025 ที่ทำได้ ฿9,356 ล้าน

ราคาเป้าหมายและประมาณการข้างต้นรวบรวมโดย Settrade จากสถาบันวิจัยชั้นนำ 18 แห่ง มิใช่มุมมองหรือคำแนะนำการลงทุนของรายงานฉบับนี้ (Settrade IAA Consensus)

กำหนดการสำคัญที่ต้องติดตาม (Catalyst Calendar)

ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors)

เมทริกซ์ 7 มิติความเสี่ยง สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ และมาตรการบรรเทาผลกระทบ — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026
ตารางวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเชิงลึกพร้อมสัญญาณเตือน (Observable Triggers)
มิติความเสี่ยงระดับผลกระทบสถานะและหลักฐานเชิงประจักษ์ปัจจุบันสัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม (Trigger)มาตรการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation)
1. การหดตัวของอัตรากำไร (Margin Compression)สูงEBITDA margin หดตัวจาก 7.08% (FY24) เหลือ 6.32% (1H26) จากต้นทุน SG&A ที่โต 5.6%EBITDA margin ในงวด 3Q26 ต่ำกว่า 6.20% หรือกำไรจากการดำเนินงานติดลบ YoY ต่อเนื่องเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label (aro, Lotus’s) และปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ร่วมเพื่อลด Cost-to-Serve
2. การด้อยค่าของค่าความนิยม (Goodwill Impairment)สูงมากGoodwill มูลค่า ฿237,750 ล้าน (41.6% ของสินทรัพย์) บันทึกในส่วนงาน Lotus’s ถึง ฿2.32 แสนล้านกำไรส่วนงาน Lotus’s ถดถอยต่อเนื่องใน 2H26 หรือการบันทึก Impairment loss ในงบปี FY26เร่งปรับปรุงรูปแบบสาขา เพิ่มรายได้ศูนย์การค้า และผลักดัน SSSG ให้กลับมาเป็นบวก
3. สภาพคล่องและภาระหนี้สิน (Liquidity & Leverage)กลาง–สูงเงินสดลดลง 70% เหลือ ฿9,537 ล้าน ขณะที่ Net IBD/EBITDA สูงถึง 5.09x และมีหนี้ระยะสั้น ฿3.46 หมื่นล้านเงินสดลดต่ำกว่า ฿8,000 ล้าน หรือ Net IB Debt/EBITDA ทะลุระดับ 5.50xชะลอการลงทุนสาขาขนาดใหญ่ ออกหุ้นกู้ระยะยาวล็อกอัตราดอกเบี้ย และบริหาร Working Capital
4. กำลังซื้อฐานรากและเศรษฐกิจไทย (Domestic Demand)กลางรายได้ในไทย 1H26 โตเพียง +0.9% YoY จากแรงกดดันหนี้ครัวเรือนระดับสูงและค่าครองชีพรายได้ในประเทศไทยติดลบ YoY หรือ SSSG ติดลบมากกว่า -3% ต่อเนื่องสองไตรมาสจัดแคมเปญสินค้าราคาประหยัด (Rollback), ขยายช่องทางออนไลน์ และกระจายรายได้สู่ตลาดต่างประเทศ
5. ความยั่งยืนของเงินปันผล (Dividend Cut Risk)กลางDividend Payout Ratio ใน FY2025 พุ่งสู่ 79.1% จากกำไรที่ลดลงแต่คงเงินปันผลไว้ที่ ฿0.71การประกาศจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายปี 2026 ต่ำกว่า ฿0.50 ต่อหุ้นรักษาวินัยทางการเงิน โดยนโยบายขั้นต่ำระบุไว้ที่ 40% ช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการปรับการจ่าย
6. สภาพคล่องการซื้อขายหุ้น (Low Free Float)กลางFree float อยู่ที่เพียง 15.25% (คาบเส้นเกณฑ์ขั้นต่ำ 15% ของ SET) ผู้ถือหุ้นต่างชาติถือเพียง 1.03%Free float หลุดเกณฑ์ 15% หรือการถูกลดน้ำหนักในดัชนีสากล (MSCI, FTSE)ผู้ถือหุ้นใหญ่พิจารณากระจายหุ้นในจังหวะที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดรอง
7. ความเสี่ยงจากการควบรวม M&A ในต่างประเทศกลางอยู่ระหว่างปิดดีลซื้อ The Food Purveyor ในมาเลเซียมูลค่า MYR 1,660 ล้าน โดยใช้แหล่งเงินกู้ยืมความล่าช้าในการปิดธุรกรรม หรือผลการดำเนินงานหลังซื้อกิจการต่ำกว่าประมาณการทางการเงินใช้ทีมบริหารท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญ และเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารสดร่วมกับ Lotus’s Malaysia

ที่มา: สรุปและประเมินโดยรายงานฉบับนี้จาก งบการเงิน 2Q2026 · หมายเหตุประกอบงบ 2Q2026 · SET Factsheet

การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT)

การประเมินความสามารถในการแข่งขันและสถานะทางธุรกิจ — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026

Strengths (จุดแข็ง)

  • ผู้นำตลาดเบอร์หนึ่งด้านอาหาร: รายได้รวมระดับ ฿530,009 ล้าน (TTM) ใหญ่ที่สุดในธุรกิจค้าส่ง–ค้าปลีกอาหารของไทย
  • เครือข่ายครอบคลุมทั้ง B2B และ B2C: ความสามารถในการจัดหาสินค้าปริมาณมหาศาล เพิ่มอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์
  • สาขาและพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ: 2,847 สาขา และพื้นที่ขาย 2.86 ล้าน ตร.ม. พร้อมศูนย์การค้า 200+ แห่ง
  • ธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าสร้าง Cash Cow: รายได้ค่าเช่า ฿7,025 ล้านใน 1H26 อัตราการเช่าสูง 94% และ GPM > 50%
  • แบรนด์แข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับ: Makro เป็นเสาหลักของธุรกิจร้านอาหาร ขณะที่ Lotus’s เป็นแบรนด์ในใจครัวเรือน

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • อัตรากำไรสุทธิบางเฉียบ: Net Profit Margin เพียง 1.74% ใน 1H2026 ทำให้ไวต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุน
  • ภาระค่าความนิยมสูงผิดปกติ: Goodwill ฿237,750 ล้าน (41.6% ของสินทรัพย์) เสี่ยงต่อการบันทึกด้อยค่า
  • สภาพคล่องเงินสดลดลงมาก: เงินสดลดลง 70% ใน 30 เดือน เหลือเพียง ฿9,537 ล้าน
  • สัดส่วน Free Float ต่ำ: Free Float 15.25% และต่างชาติถือเพียง 1.03% จำกัดความน่าสนใจของนักลงทุนสถาบัน
  • Tangible Book Value ต่ำ: ส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีตัวตนเหลือเพียง ฿4.85 ต่อหุ้น คิดเป็น Tangible P/BV สูงถึง 3.0x

Opportunities (โอกาส)

  • การเติบโตก้าวกระโดดของ Omni-channel: Makro PRO และ Lotus’s SMART App ขยายตัว +29% YoY หนุน Margin
  • การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ: ตลาดมาเลเซียเติบโต +35.2% และการซื้อกิจการ TFP ขยายสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม
  • การพัฒนาพื้นที่ศูนย์การค้ารูปแบบใหม่: โครงการ Happitat Lifestyle & Nature Mall เพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์
  • การผสานประโยชน์ (Synergies) เต็มรูปแบบ: การลดความซ้ำซ้อนด้านโลจิสติกส์ ระบบจัดซื้อ และไอทีของ Makro และ Lotus’s
  • การขยายธุรกิจ Foodservice ทั่วโลก: ผ่าน Siam Food Services และเครือข่าย Indoguna ในตะวันออกกลางและเอเชีย

Threats (อุปสรรค)

  • กำลังซื้อฐานรากในประเทศเปราะบาง: การเติบโตของรายได้ในไทย 1H26 ชะลอตัวเหลือเพียง +0.9% YoY
  • การแข่งขันรุนแรงจากผู้ค้าปลีกอื่น: สงครามราคาจากบิ๊กซี (BJC), ซุปเปอร์มาร์เก็ต (CRC), ซีเจ มอร์ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
  • แรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงาน: การปรับขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง และต้นทุนระบบดิจิทัล
  • ภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย ฿181,088 ล้าน: ทำให้ผลประกอบการอ่อนไหวต่อระดับอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว

ที่มา: วิเคราะห์จากข้อมูลใน งบการเงิน 2Q2026 · หมายเหตุประกอบงบ 2Q2026 · SET Factsheet · รายงาน 1H2026

มุมมองนักลงทุนและแบบจำลองสถานการณ์ (Investor View & Valuation)

การประเมินมูลค่าเชิงสถานการณ์ (Bull / Base / Bear) รายการติดตาม และบทสรุปการตัดสินใจ — ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026

หัวใจสำคัญของการประเมินมูลค่าหุ้น CPAXT ในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการสร้างรายได้ ซึ่งบริษัทยังคงทำรายได้เติบโตในระดับสูง 5.3 แสนล้านบาท แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและการฟื้นฟู EBITDA Margin กลับสู่ระดับ 7% ราคาหุ้นที่ระดับ ฿14.50 ซึ่งปรับฐานลงมาเกือบ 40% จากจุดสูงสุดรอบปี ได้สะท้อนความผิดหวังด้านผลประกอบการไตรมาส 2/2026 ไปมากแล้ว โครงสร้างความเสี่ยงและผลตอบแทน (Risk/Reward) ในปัจจุบันจึงเริ่มมีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่เชื่อมั่นใน Synergy ของเครือข่ายสาขา (งบการเงิน 2Q2026)

แบบจำลองการประเมินมูลค่าเชิงสถานการณ์ (Quantified Scenario Modeling)

ตารางแบบจำลองสถานการณ์ผลประกอบการและราคาเป้าหมายปี 2026F (คำนวณบนฐาน 10,427.66 ล้านหุ้น)
ตัวแปรสำคัญBull Case (สถานการณ์เชิงบวก)Base Case (สถานการณ์พื้นฐาน)Bear Case (สถานการณ์เชิงระมัดระวัง)
การเติบโตของรายได้รวม (%YoY)+5.5% (฿549,300 ล้าน)+3.2% (฿537,400 ล้าน)+0.5% (฿523,300 ล้าน)
ยอดขายสาขาเดิม (SSSG ของ Lotus’s)พลิกกลับเป็นบวก +2.5% ถึง +3.5%ทรงตัวที่ 0.0% ถึง +1.0%ติดลบต่อเนื่อง −3.0% ถึง −4.0%
EBITDA Margin6.85% (ฟื้นตัวสู่ระดับปกติ)6.40% (ประคองตัวใกล้เคียง 1H26)5.90% (แรงกดดันมาร์จิ้นรุนแรงขึ้น)
EBITDA รวมทั้งปี฿37,600 ล้าน฿34,400 ล้าน฿30,900 ล้าน
กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ (฿ล้าน)฿10,530 ล้าน (+12.5% YoY)฿9,280 ล้าน (−0.8% YoY)฿7,820 ล้าน (−16.4% YoY)
กำไรต่อหุ้น (EPS คาดการณ์, บาท)฿1.01฿0.89฿0.75
Target P/E Multiple ที่เหมาะสม18.3x (คลายความกังวลมาร์จิ้น)17.5x (ค่าเฉลี่ยในอดีต)16.5x (ถูกลดทอนมูลค่าจากหนี้)
ราคาเป้าหมายตามแบบจำลอง (บาท)฿18.50฿15.80฿12.50
ผลตอบแทนคาดการณ์ (Upside / Downside)+27.6%+9.0%−13.8%
เงินปันผลคาดการณ์ทั้งปี (DPS / Yield)฿0.71 (Yield 4.90%)฿0.65 (Yield 4.48%)฿0.50 (Yield 3.45%)

แบบจำลองข้างต้นจัดทำขึ้นโดยการคำนวณของรายงานฉบับนี้ เพื่อสะท้อนความเป็นไปได้ของผลประกอบการภายใต้สมมติฐานที่ต่างกัน โดย Base Case มีราคาเป้าหมาย ฿15.80 ซึ่งสอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับค่าเฉลี่ยของ IAA Consensus ที่ ฿15.81 (Settrade IAA Consensus)

Bull Case Thesis (เป้าหมาย ฿18.50 · Upside +27.6%)

  • ปัจจัยผลักดัน: ธุรกิจค้าส่ง Makro เติบโตแข็งแกร่ง และ Lotus’s ฟื้นตัวตามการฟื้นของกำลังซื้อและการท่องเที่ยว SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกชัดเจน
  • ผลประโยชน์จากการควบรวม: ต้นทุนการจัดซื้อและการขนส่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผลักดัน EBITDA Margin ฟื้นตัวแตะ 6.85%
  • ตัวขับเคลื่อนใหม่: ยอดขาย Omni-channel เติบโตก้าวกระโดด และธุรกิจ Lucky Frozen ในมาเลเซียทำกำไรสูงกว่าคาด
  • ผลลัพธ์ทางการเงิน: กำไรสุทธิปี 2026F ทะลุ ฿10,500 ล้าน หนุน EPS แตะ ฿1.01 และคงปันผลได้ที่ ฿0.71 (Yield 4.9%)

Base Case Thesis (เป้าหมาย ฿15.80 · Upside +9.0%)

  • ปัจจัยผลักดัน: รายได้รวมเติบโตตามการเปิดสาขาใหม่และการขยายสาขาขนาดเล็ก go fresh ขณะที่ SSSG ทรงตัวบวกอ่อน ๆ
  • การควบคุมมาร์จิ้น: EBITDA margin ประคองตัวได้ที่ระดับ 6.40% โดยการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร
  • กำไรและผลตอบแทน: กำไรสุทธิทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนหน้าที่ ฿9,280 ล้าน (EPS ฿0.89) เทียบเท่า P/E 17.5x
  • เงินปันผล: จ่ายปันผลทั้งปีในกรอบ ฿0.65 – 0.71 ต่อหุ้น ให้ Dividend Yield ที่ 4.5% – 4.9% ช่วยพยุงราคาหุ้น

Bear Case Thesis (เป้าหมาย ฿12.50 · Downside -13.8%)

  • ปัจจัยกดดัน: กำลังซื้อในประเทศเปราะบางลากยาว SSSG ของ Lotus’s ติดลบต่อเนื่อง -3% ถึง -4%
  • สงครามราคา: การแข่งขันดุเดือดในกลุ่มค้าปลีกบีบให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ขณะที่ SG&A ยังคงขยายตัว
  • ภาระดอกเบี้ยและการเงิน: หนี้สินและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากการซื้อกิจการ TFP ในมาเลเซีย และความเสี่ยงด้อยค่า Goodwill
  • ผลลัพธ์ทางการเงิน: กำไรสุทธิลดลงเหลือ ฿7,820 ล้าน (EPS ฿0.75) บริษัทจำเป็นต้องปรับลดเงินปันผลลงสู่ ฿0.50

รายการตรวจสอบและตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist)

บทสรุปการประเมินมูลค่าสำหรับนักลงทุน (Investment Verdict)

CPAXT ในปัจจุบันมีลักษณะเป็น “Value Rebound Play” มากกว่าหุ้นเติบโตเร็ว (Growth Stock) การที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาใกล้ระดับ 52-Week Low ทำให้ Downside เริ่มจำกัด โดยมี Dividend Yield ที่ระดับ 4.90% ทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับ (Downside Cushion) จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะขับเคลื่อนการ Re-rate มูลค่าหุ้นขึ้นสู่กรอบ Base-to-Bull Case (฿15.80 – 18.50) คือหลักฐานเชิงประจักษ์ในงบ 3Q26 ว่าอัตรากำไรเริ่มหยุดถดถอยและผลประโยชน์ด้าน Synergy เริ่มปรากฏชัดเจน (SET) · (งบ 2Q26)

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer): รายงานการวิจัยและวิเคราะห์หลักทรัพย์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาทางด้านการเงินเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน มิใช่การให้คำปรึกษาทางการเงิน และมิใช่คำเสนอชี้ชวนในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวเลขทางการเงินและอัตราส่วนทั้งหมดรวบรวมจากเอกสารรายงานที่บริษัทจดทะเบียนและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยแพร่ต่อสาธารณะ ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2026 และงบการเงินสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026 ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลอย่างรอบคอบและศึกษาข้อมูลจากแหล่งปฐมภูมิก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง