เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการงวด 1H2026 และข้อสรุปเชิงยุทธศาสตร์ — ข้อมูลตลาด ณ 14 ต.ค. 2026 · งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
ราคา · มูลค่าตลาด
฿14.50 · ฿151,201 ล้าน
รายได้รวม 1H2026
฿268,334 ล้าน
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿16,961 ล้าน (6.32%)
กำไรสุทธิ 1H2026 (EPS)
฿4,668 ล้าน (฿0.45)
P/E (TTM) · P/BV
16.62x · 0.50x
NET IB DEBT / EQUITY
0.57x
ข้อสรุปเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ (Key Strategic Takeaways)
- รายได้ทำ All-Time High แต่กำไรสุทธิหดตัว — ปัญหาหลักคือ Margin Compression: ในงวด 1H2026 รายได้รวมขยายตัวแตะ ฿268,334 ล้าน (+3.6% YoY) แต่ EBITDA ลดลง -3.0% YoY และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่หดตัว -5.3% YoY เหลือ ฿4,668 ล้าน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายสินค้า (+3.8%) และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย (+5.6%) เติบโตเร็วกว่ายอดขาย สะท้อนแรงกดดันด้านค่าแรง ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และการลงทุนขยายแพลตฟอร์ม O2O (งบการเงิน 2Q26)
- ธุรกิจค้าส่ง Makro ทำหน้าที่เป็น Anchor แข็งแกร่ง ขณะที่ Lotus’s เผชิญ Negative Operating Leverage: ส่วนงานค้าส่งสร้างรายได้ ฿147,707 ล้าน (+4.8% YoY) พร้อมรักษากำไรก่อนต้นทุนการเงินและภาษี (PBIT) ได้ที่ ฿4,131 ล้าน (+0.2% YoY) สวนทางกับส่วนงานค้าปลีกและศูนย์การค้า Lotus’s ที่รายได้เติบโตจำกัดเพียง +2.1% สู่ ฿120,627 ล้าน ขณะที่ PBIT ร่วงลงแรง -10.7% YoY เหลือ ฿4,494 ล้าน จากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ติดลบ (หมายเหตุประกอบงบ ข้อ 13)
- ภาระหนี้สินสุทธิและสภาพคล่องตึงตัวขึ้น: Net IB Debt/Equity ขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.40x (ณ สิ้นปี 2023) สู่ 0.57x (ณ 30 มิ.ย. 2026) ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงฮวบถึง 70% ภายใน 30 เดือน จาก ฿31,707 ล้าน เหลือเพียง ฿9,537 ล้าน เนื่องจากรายจ่ายลงทุน (CAPEX) และการขยายสาขาสูงกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (งบการเงิน 2Q26)
- P/BV 0.50x เป็นภาพลวงตาจากค่าความนิยม (Goodwill) ก้อนมหึมา: ตัวเลข P/BV ที่ต่ำเพียง 0.50x ถูกกดทับด้วยสินทรัพย์ค่าความนิยมจากการควบรวม Lotus’s สูงถึง ฿237,750 ล้าน (คิดเป็น 41.6% ของสินทรัพย์รวม) หากตัด Goodwill และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนออก Tangible Book Value จะเหลือเพียง ฿4.85 ต่อหุ้น คิดเป็น P/Tangible BV สูงถึงประมาณ 3.0x จึงไม่ใช่หุ้นที่ถูกในแง่สินทรัพย์มีตัวตน (งบการเงิน 2Q26)
- ยอดขาย Omni-channel เติบโตก้าวกระโดด: ยอดขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Makro PRO และ Lotus’s SMART App เติบโตกว่า +29% YoY ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้ายุคใหม่และเตรียมพร้อมสำหรับการขยายบริการ Quick Commerce และ Data Monetization (รายงานผลประกอบการ 1H26)
- นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ “ถือ” (HOLD): จาก Settrade IAA Consensus มีนักวิเคราะห์ติดตาม 18 ราย (ซื้อ 3 · ถือ 13 · ขาย 2) ราคาเป้าหมายเฉลี่ย ฿15.81 (กรอบ ฿13.80 – 17.00) สะท้อนมุมมองว่าราคาตลาดสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว แต่ยังขาด Catalyst ที่ชัดเจนในการผลักดันการฟื้นตัวของอัตรากำไร (Settrade IAA)
ประเด็นชี้ขาดมูลค่า: การฟื้นตัวของ Margin vs ความเสี่ยงด้อยค่า Goodwill
ราคาหุ้น CPAXT ที่ ฿14.50 เคลื่อนไหวใกล้จุดต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์ (฿13.90) และต่ำกว่าจุดสูงสุด ฿23.40 ถึง 38% สะท้อนความกังวลของตลาดต่อการหดตัวของ EBITDA margin (จาก 7.08% ใน FY24 เหลือ 6.32% ใน 1H26) และผลการดำเนินงานของ Lotus’s หากกำไรของส่วนงานค้าปลีกยังคงถดถอยต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อการทดสอบการด้อยค่าของ Goodwill มูลค่า ฿2.38 แสนล้านบาทในงบการเงินประจำปี (งบการเงิน 2Q26)
Bull Case (เป้าหมาย ฿18.50)
- ค้าส่ง Makro โตแกร่ง +5-6% และ SSSG ของ Lotus’s พลิกกลับมาเป็นบวกใน 2H26
- การรับรู้ประโยชน์จากการควบรวม (Synergy) ด้านการจัดซื้อและระบบขนส่งผลิดอกออกผล
- ยอดขาย Omni-channel ขยายตัวสู่ 15% ของรายได้รวม หนุนอัตรากำไรขั้นต้น
- EBITDA Margin ฟื้นตัวเหนือ 6.80% ผลักดันกำไรทั้งปีแตะ ฿10,500 ล้าน (EPS ฿1.01)
- ตลาด Re-rate P/E ขึ้นสู่ 18.3x ด้วย Dividend Yield ราว 4.9%
Base Case (เป้าหมาย ฿15.80)
- รายได้รวมเติบโตในกรอบ +3.0% ถึง +3.5% ตามการขยายสาขาในไทยและมาเลเซีย
- EBITDA margin ทรงตัวระดับ 6.35% – 6.45% จากการคุมค่าใช้จ่าย SG&A
- ธุรกิจมาเลเซีย (Lucky Frozen + The Food Purveyor) สร้างกำไรชดเชยกำลังซื้อในประเทศ
- กำไรสุทธิปี 2026F ทรงตัวใกล้ ฿9,300 ล้าน (EPS ฿0.89) เทียบเท่า P/E 17.5x
- สอดคล้องกับราคาเป้าหมายเฉลี่ยของ IAA Consensus ที่ ฿15.81
Bear Case (เป้าหมาย ฿12.50)
- กำลังซื้อในประเทศชะลอตัวลากยาว SSSG ค้าปลีกติดลบ -3% ถึง -4%
- Margin ถูกบีบจากสงครามราคาและต้นทุนจัดจำหน่ายที่บานปลาย
- ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อซื้อกิจการ TFP มาเลเซีย
- ความเสี่ยงด้อยค่า Goodwill ก้อน ฿2.38 แสนล้านบาท กดดันส่วนของผู้ถือหุ้น
- กำไรสุทธิทั้งปีลดลงต่ำกว่า ฿7,800 ล้าน (EPS ฿0.75) ตลาด Derate P/E เหลือ 16.5x
แบบจำลอง Bull/Base/Bear จัดทำขึ้นโดยการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างของรายงานฉบับนี้ มิใช่การพยากรณ์ของโบรกเกอร์รายใด ยกเว้นราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่อ้างอิง Settrade IAA Consensus
ข้อมูลพื้นฐานหลักทรัพย์ (Factsheet)
ข้อมูลการซื้อขาย อัตราส่วนประเมินมูลค่า และโครงสร้างทุน — ณ 14 ตุลาคม 2026
52-WEEK RANGE
฿13.90 – 23.40
ราคาปัจจุบันใกล้ระดับต่ำสุดรอบปี
(SET)MARKET CAP
฿151,201 ล้าน
หุ้นชำระแล้ว 10,427.66 ล้านหุ้น
(SET)P/E · P/BV
16.62x · 0.50x
EPS (TTM) ฿0.87 · BVPS ฿28.84
(SET)ENTERPRISE VALUE
฿324,215 ล้าน
FREE FLOAT
15.25%
ณ 9 มี.ค. 2026 (เกณฑ์ขั้นต่ำ 15%)
(SET)ผู้ถือหุ้นต่างชาติ
1.03%
เพดานต่างด้าว 49.00%
(SET)ข้อมูลบริษัทและหลักทรัพย์ — ที่มา: SET Factsheet CPAXT และ หมายเหตุประกอบงบการเงิน 2Q2026| รายการ | ข้อมูลและรายละเอียด |
|---|
| ชื่อทางการ / ชื่อย่อ | บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) — CP Axtra Public Company Limited (SET: CPAXT) |
| โครงสร้างกลุ่ม / ผู้ถือหุ้นใหญ่ | กลุ่ม ซีพี ออลล์ (CPALL) ถือหุ้น 59.93% (ตรงและอ้อม) และเครือเจริญโภคภัณฑ์ |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | บริการ / พาณิชย์ (Services / Commerce) |
| ลักษณะธุรกิจหลัก | ค้าส่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค (Makro) และค้าปลีกสมัยใหม่พร้อมบริหารศูนย์การค้า (Lotus’s) |
| วันเข้าจดทะเบียนหลังควบรวม | 1 ตุลาคม 2024 (เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง Makro และ Lotus’s เข้าเป็นบริษัทใหม่) |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | ฿10,427.66 ล้าน (10,427.66 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ ฿1.00) |
| โครงสร้างรายได้ตามภูมิศาสตร์ | ประเทศไทย 86.1% (฿231,063 ล้าน) และประเทศมาเลเซีย 10.9% (฿29,284 ล้าน) ในงวด 1H2026 |
| เครือข่ายสาขาและพื้นที่ขาย | 2,847 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ขาย 2,863,000 ตารางเมตร (ณ 1Q2026) |
| นโยบายเงินปันผล | ไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย |
| วันประกาศผลการดำเนินงานถัดไป | 6 พฤศจิกายน 2026 (งบการเงินไตรมาส 3/2026 สิ้นสุด 30 ก.ย. 2026) |
จำนวนสาขาล่าสุดที่บริษัทเปิดเผยในเอกสารทางการอยู่ที่ 2,847 สาขา ณ 1Q2026 โดยอยู่ระหว่างรอการเปิดเผยตัวเลขรวมสาขา ณ สิ้นงวด 2Q2026 ในรายงานประจำปี (CP Axtra Financial Highlights)
ลักษณะธุรกิจและโครงสร้างองค์กร (Business Overview)
ระบบนิเวศค้าส่ง–ค้าปลีกอาหารสองเสาหลัก แพลตฟอร์ม O2O และการขยายธุรกิจระดับภูมิภาค — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026
CPAXT ถือกำเนิดจากการปรับโครงสร้างเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (Lotus’s) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2024 ก่อกำเนิดเป็นยักษ์ใหญ่ด้านค้าส่ง–ค้าปลีกอาหารที่มีขนาดรายได้ระดับ 5.3 แสนล้านบาทต่อปี ครอบคลุมทั้งลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) และลูกค้าบุคคล (B2C) ทั่วไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (หมายเหตุประกอบงบการเงิน 2Q2026 ข้อ 13)
1) สายธุรกิจค้าส่ง (Wholesale Segment) — แบรนด์ Makro
- ลักษณะการประกอบธุรกิจ: มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอาหารสด อาหารแห้ง และสินค้าอุปโภคบริโภคแบบปริมาณมากในราคาขายส่งแก่ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร โรงแรม ภัตตาคาร ผู้จัดเลี้ยง (HoReCa) รวมถึงร้านค้าปลีกดั้งเดิม (โชห่วย) และสถาบันต่าง ๆ
- รูปแบบร้านค้า (Store Formats):
- Makro Classic: ศูนย์จำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ 5,000–10,000 ตร.ม. ครอบคลุมทั้งอาหารสด อาหารแห้ง และเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับร้านโชห่วยและผู้บริโภคทั่วไป
- Makro Foodservice: รูปแบบขนาดกลาง 1,500–3,000 ตร.ม. เน้นสินค้าอาหารสดและวัตถุดิบแปรรูปสำหรับกลุ่ม HoReCa โดยเฉพาะ
- Eco Plus & Foodbox: รูปแบบขนาดกะทัดรัด เจาะทำเลชุมชนเมืองและเมืองท่องเที่ยว
- ธุรกิจบริการจัดส่งและวัตถุดิบพรีเมียม (Food Service Distribution): ดำเนินการผ่านบริษัทย่อย Siam Food Services Limited และการลงทุนในต่างประเทศ ได้แก่ Indoguna ในสิงคโปร์ ดูไบ และแบรนด์ Lucky Frozen ในมาเลเซีย (เข้าซื้อเมื่อ ก.ค. 2025) ให้บริการกระจายสินค้าเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และวัตถุดิบนำเข้าพรีเมียมแก่โรงแรม 5 ดาวและร้านอาหารชั้นนำ
- การขยายตลาดต่างประเทศ: ดำเนินธุรกิจศูนย์ค้าส่งในกัมพูชา, อินเดีย (ภายใต้แบรนด์ LOTS Wholesale Solutions), เมียนมา และสาธารณรัฐประชาชนจีน
- ผลการดำเนินงาน 1H2026: รายได้รวมส่วนงาน ฿147,707 ล้าน (+4.8% YoY) คิดเป็น 55.0% ของรายได้รวมทั้งหมด และสร้างกำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษี (PBIT) ฿4,131 ล้าน ทรงตัวจาก ฿4,124 ล้าน ในงวดเดียวกันของปีก่อน (หมายเหตุประกอบงบ ข้อ 13)
- แบรนด์สินค้าเฉพาะ (Private Label): แบรนด์ aro และ Savepak ที่ให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงกว่าสินค้าแบรนด์ทั่วไป
2) สายธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้า (Retail and Mall Segment) — แบรนด์ Lotus’s
- ลักษณะการประกอบธุรกิจ: ให้บริการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคแก่ผู้บริโภครายย่อย พร้อมบริหารจัดการพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าที่เชื่อมต่อกับสาขาหลักทั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย (Lotus’s Malaysia)
- รูปแบบสาขาค้าปลีก (Retail Formats):
- Lotus’s Hypermarket: ขนาดพื้นที่ขาย 3,000–8,000 ตร.ม. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางจับจ่ายแบบ One-Stop Shopping พร้อมพื้นที่ศูนย์การค้า
- Lotus’s Supermarket: ขนาดกลาง 1,000–2,000 ตร.ม. มุ่งเน้นอาหารสด อาหารพร้อมปรุง และของใช้ในครัวเรือน
- Lotus’s go fresh: ร้านค้าปลีกขนาดเล็กระดับชุมชน 150–300 ตร.ม. กว่า 2,000 สาขา ทำหน้าที่เป็น Neighborhood Store และ Fulfillment Node รองรับการจัดส่งสินค้าด่วน
- ธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าศูนย์การค้า (Mall Management): บริหารพื้นที่เช่าถาวรและพื้นที่จัดกิจกรรมในศูนย์การค้า Lotus’s กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิ (NLA) กว่า 1.1 ล้าน ตารางเมตร อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) เฉลี่ยสูงถึง 94% รายได้ส่วนนี้ใน 1H2026 อยู่ที่ ฿7,025 ล้าน (+3.7% YoY) นับเป็นแหล่งรายได้ที่มีกระแสเงินสดมั่นคงและมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า 50%
- ผลการดำเนินงาน 1H2026: รายได้รวมส่วนงาน ฿120,627 ล้าน (+2.1% YoY) คิดเป็น 45.0% ของรายได้รวมทั้งหมด แต่ PBIT ปรับตัวลดลง -10.7% YoY เหลือ ฿4,494 ล้าน เนื่องจากกำลังซื้อฐานรากที่ยังเปราะบางและค่าใช้จ่าย SG&A สาขาใหม่ (หมายเหตุประกอบงบ ข้อ 13)
- แบรนด์สินค้าเฉพาะ: แบรนด์ Lotus’s และแบรนด์ของใช้ส่วนบุคคล Aliv
3) นวัตกรรมดิจิทัลและการรุกตลาดต่างประเทศ (Growth Drivers)
- กลยุทธ์ออมนิแชนแนล (Omnichannel Transformation): บูรณาการแพลตฟอร์ม Makro PRO (สำหรับ B2B) และ Lotus’s SMART App (สำหรับ B2C) ผสานการซื้อผ่านแอปพลิเคชันกับการจัดส่งตรงจากสาขา (Store-as-a-Hub) ผลักดันยอดขายออนไลน์ 1H2026 ขยายตัวถึง +29% YoY
- การเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor (TFP) ในมาเลเซีย: บริษัทอยู่ระหว่างการเข้าซื้อกิจการ TFP ซึ่งเป็นผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมชั้นนำในมาเลเซีย เจ้าของแบรนด์ Village Grocer, Ben’s Independent Grocer (B.I.G.), BSC Fine Foods และ Pasar Gourmet ด้วยมูลค่าธุรกรรมประมาณ MYR 1,660 ล้าน (คาดแล้วเสร็จใน 4Q2026) เพื่อขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้าระดับบนในตลาดอาเซียน (MD&A CPAXT 2Q26)
- โครงการ Happitat: โครงการพัฒนาศูนย์การค้าแนวคิดใหม่แบบ Community Lifestyle & Nature Mall ภายในโครงการ The Forestias เริ่มเปิดให้บริการระยะแรกเมื่อสิงหาคม 2026
ตารางบริษัทย่อยหลักและนิติบุคคลสำคัญในกลุ่ม CP Axtra — ที่มา: งบการเงินประจำปี 2025 และ หมายเหตุประกอบงบ 2Q2026| บริษัทย่อย / กิจการร่วมค้า | ประเทศ | สัดส่วนการถือหุ้น | บทบาทและสายธุรกิจหลัก |
|---|
| บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (Lotus’s Thailand) | ไทย | 100.0% | ดำเนินธุรกิจค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต go fresh และบริหารศูนย์การค้าในไทย |
| Lotuss Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. | มาเลเซีย | 100.0% | ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และศูนย์การค้าภายใต้แบรนด์ Lotus’s ในมาเลเซีย |
| บริษัท สยามฟูด เซอร์วิส จำกัด (Siam Food Services) | ไทย | 100.0% | นำเข้า แปรรูป และจัดจำหน่ายอาหารสด อาหารแช่แข็ง และวัตถุดิบระดับพรีเมียมแก่ HoReCa |
| Indoguna Vina Co., Ltd. / Indoguna Dubai LLC | เวียดนาม / ยูเออี | 100.0% | ศูนย์กระจายสินค้าอาหารสดและเนื้อสัตว์นำเข้าพรีเมียมในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง |
| Renewed Hope Pte. Ltd. (Lucky Frozen Group) | สิงคโปร์ / มาเลเซีย | 100.0% | ผู้จัดจำหน่ายอาหารแช่แข็งและวัตถุดิบเบเกอรี่รายใหญ่ในประเทศมาเลเซีย |
| Makro (Cambodia) Company Limited | กัมพูชา | 70.0% | ดำเนินธุรกิจศูนย์ค้าส่ง Cash & Carry ในราชอาณาจักรกัมพูชา |
| LOTS Wholesale Solutions (CP Wholesale India) | อินเดีย | 100.0% | ดำเนินธุรกิจค้าส่ง B2B เพื่อผู้ประกอบการร้านค้าท้องถิ่นในประเทศอินเดีย |
| บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า ฟู้ดแล็บ จำกัด | ไทย | 100.0% | วิจัย พัฒนา และตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพความปลอดภัยทางอาหารของกลุ่มสินค้า Private Label |
โครงสร้างสินทรัพย์: สินทรัพย์ส่วนใหญ่กระจุกตัวใน Lotus's
จากสินทรัพย์รวม ฿571,298 ล้าน ส่วนงานค้าปลีกและศูนย์การค้า Lotus’s ถือครองสินทรัพย์สูงถึง ฿459,543 ล้าน (80.4%) เทียบกับส่วนงานค้าส่ง Makro ที่ถือเพียง ฿111,755 ล้าน (19.6%) สาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าความนิยม (Goodwill) ฿232,545 ล้าน ไว้ที่ส่วนงานค้าปลีก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ของสองส่วนงานมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (หมายเหตุประกอบงบ 2Q2026 ข้อ 13)
รายได้ EBITDA กำไรสุทธิ และวิเคราะห์ Margin Compression — งบการเงินสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026
รายได้รวมของ CPAXT เติบโตต่อเนื่องทุกงวดแตะระดับ 5.3 แสนล้านบาท (TTM) แต่ความสามารถในการแปลงรายได้เป็นกำไรสุทธิเผชิญภาวะถดถอย EBITDA margin ลดลงจาก 7.08% ใน FY2024 เหลือ 6.58% ใน FY2025 และลดลงต่อสู่ 6.32% ในงวด 1H2026 ขณะที่อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 2.06% เหลือ 1.74% ในช่วงเวลาเดียวกัน (งบการเงิน 2Q2026)
สรุปผลประกอบการรวม (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงินเสมือน FY2023 · งบการเงิน FY2024 · งบการเงิน FY2025 · งบการเงิน 2Q2026| รายการทางการเงิน | FY2023* | FY2024 | FY2025 | TTM มิ.ย. 2026 |
|---|
| รายได้รวม | 489,949 | 512,042 | 520,706 | 530,009 |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) | 16,713 | 18,633 | 16,788 | 16,146 |
| ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (D&A) | 17,612 | 17,620 | 17,464 | 17,580 |
| EBITDA (คำนวณตามงบการเงิน) | 34,325 | 36,253 | 34,252 | 33,726 |
| ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs) | 6,319 | 5,735 | 5,398 | 5,185 |
| กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 8,645 | 10,569 | 9,356 | 9,095 |
| EBITDA Margin | 7.01% | 7.08% | 6.58% | 6.36% |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) | 1.76% | 2.06% | 1.80% | 1.72% |
* FY2023 เป็นงบการเงินเสมือน (Pro Forma) ที่จัดทำขึ้นก่อนการควบรวมกิจการเมื่อ 1 ต.ค. 2024 จึงใช้เพื่อเปรียบเทียบเชิงแนวโน้ม — การกระทบยอดนิยาม EBITDA กับ SET: SET Factsheet แสดง EBITDA ฐาน 6 เดือน 1H2026 ที่ ฿17,323 ล้าน สูงกว่าที่คำนวณในรายงานนี้ (฿16,961 ล้าน) อยู่ ฿362 ล้าน ซึ่งตรงกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า ฿362.7 ล้าน ที่ SET รวมไว้ในนิยามแต่รายงานนี้นับเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานหลัก (SET Factsheet) · (งบ 2Q2026)
แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
แนวโน้ม EBITDA Margin และอัตรากำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินที่อ้างอิงข้างต้น สะท้อนการหดตัวของอัตรากำไรตั้งแต่ต้นปี FY2025
เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 1H2025 กับ 1H2026
ผลประกอบการงวดหกเดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงินรวม 2Q2026| รายการทางการเงิน | 1H2025 | 1H2026 | การเปลี่ยนแปลง (%YoY) |
|---|
| รายได้รวม | 259,031 | 268,334 | +3.6% |
| รายได้จากการขายสินค้า | 248,642 | 257,227 | +3.5% |
| รายได้ค่าเช่าและบริการค้าปลีก | 7,086 | 7,358 | +3.8% |
| ต้นทุนขายสินค้า | 212,872 | 221,045 | +3.8% |
| ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย | 27,434 | 28,969 | +5.6% |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) | 8,904 | 8,262 | −7.2% |
| EBITDA | 17,487 | 16,961 | −3.0% |
| ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs) | 2,826 | 2,613 | −7.5% |
| กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 4,929 | 4,668 | −5.3% |
| กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS, บาท) | 0.47 | 0.45 | −4.3% |
ผลประกอบการเฉพาะงวดไตรมาส 2/2026: รายได้รวม ฿132,284 ล้าน (+2.5% YoY) แต่กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่อยู่ที่ ฿1,874 ล้าน ลดลงแรงถึง -18.0% YoY จาก ฿2,286 ล้าน ใน 2Q2025 โดย EPS งวดสามเดือนลดจาก ฿0.22 เหลือ ฿0.18 สะท้อนความอ่อนแอในไตรมาสที่ผ่านมา (งบกำไรขาดทุน 2Q2026)
เปรียบเทียบผลประกอบการครึ่งปี 1H2025 เทียบ 1H2026
งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)
สินทรัพย์ หนี้สิน คุณภาพสินทรัพย์ และกระแสเงินสด — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026
ฐานะการเงินรวม (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงิน FY2024 · งบการเงิน FY2025 · งบการเงิน 2Q2026| รายการ | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|
| สินทรัพย์รวม | 540,371 | 546,531 | 576,671 | 571,298 |
| หนี้สินรวม | 246,894 | 247,914 | 276,284 | 270,559 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม | 293,477 | 298,617 | 300,387 | 300,738 |
| หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) | 0.84x | 0.83x | 0.92x | 0.90x |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 31,707 | 19,461 | 14,558 | 9,537 |
โครงสร้างสินทรัพย์และการวิเคราะห์มูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน (Tangible Book Value)
องค์ประกอบสินทรัพย์สำคัญ ณ 30 มิถุนายน 2026 — ที่มา: งบแสดงฐานะการเงิน 2Q2026| รายการสินทรัพย์ | 30 มิ.ย. 2026 (฿ล้าน) | 31 ธ.ค. 2025 (฿ล้าน) | สัดส่วนของสินทรัพย์รวม |
|---|
| ค่าความนิยม (Goodwill) | 237,750 | 237,750 | 41.6% |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E) | 124,736 | 124,285 | 21.8% |
| อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property) | 61,491 | 59,686 | 10.8% |
| สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU Assets) | 49,649 | 48,105 | 8.7% |
| สินค้าคงเหลือ (Inventories) | 40,882 | 46,498 | 7.2% |
| เงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า | 15,399 | 15,288 | 2.7% |
| สินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่นนอกจากค่าความนิยม | 12,409 | 12,104 | 2.2% |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 9,537 | 14,558 | 1.7% |
ข้อควรระวัง: ส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีตัวตน (Tangible Equity) เหลือเพียง ฿4.85 ต่อหุ้น
เมื่อนำส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ฿300,738 ล้าน มาหักค่าความนิยม ฿237,750 ล้าน และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่น ฿12,409 ล้าน จะพบว่า ส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีตัวตน (Tangible Equity) เหลือเพียง ฿50,579 ล้าน หรือคิดเป็นมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตนเพียง ฿4.85 ต่อหุ้น ดังนั้น ราคาหุ้นปัจจุบันที่ ฿14.50 แม้จะมี P/BV บนงบดุลเพียง 0.50x แต่ในความเป็นจริงคิดเป็นอัตราส่วนต่อมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน (Price-to-Tangible BV) สูงถึง 3.0x (งบการเงิน 2Q26)
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026
กระแสเงินสดและการจัดหาเงินทุน
งบกระแสเงินสดรวม (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงิน FY2025 · งบการเงิน 2Q2026| กิจกรรม | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 |
|---|
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (CFO) | 24,163 | 21,052 | 5,234 | 7,494 |
| เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน (CFI) | −16,816 | −25,786 | −7,767 | −10,304 |
| เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน (CFF) | −19,645 | −258 | −4,684 | −2,529 |
แม้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1H2026 จะปรับตัวดีขึ้น +43.2% YoY เป็น ฿7,494 ล้าน แต่ยังคงต่ำกว่ากระแสเงินสดใช้ไปในการลงทุน ฿10,304 ล้าน ทำให้ Free Cash Flow ติดลบ ส่งผลให้เงินสดคงเหลือสุทธิลดลงต่อเนื่องสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปีที่ ฿9,537 ล้าน (งบกระแสเงินสด 2Q2026)
หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Solvency)
โครงสร้างหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ความสามารถในการชำระหนี้ และระดับสภาพคล่อง — ณ 30 มิถุนายน 2026
NET IB DEBT / EQUITY
0.57x
หนี้สุทธิ ฿171,551 ล้าน (FY23 อยู่ที่ 0.40x)
(งบ 2Q26)NET IB DEBT / EBITDA
5.09x
INTEREST COVERAGE
6.49x
EBITDA 1H26 ต่อต้นทุนการเงิน (1H25: 6.19x)
(งบ 2Q26)รายละเอียดหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยและอัตราส่วนเลเวอเรจ — ที่มา: งบการเงิน FY2024 · งบการเงิน FY2025 · งบการเงิน 2Q2026| รายการ (หน่วย: ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|
| เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน | 2,000 | 5,500 | 7,850 | 8,200 |
| หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liabilities) | 58,740 | 59,480 | 60,920 | 61,514 |
| เงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี | 24,310 | 26,840 | 32,150 | 34,620 |
| เงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ระยะยาว | 62,875 | 59,004 | 71,152 | 76,754 |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม (IBD) | 147,925 | 150,824 | 172,072 | 181,088 |
| หัก เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 31,707 | 19,461 | 14,558 | 9,537 |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net IBD) | 116,218 | 131,363 | 157,514 | 171,551 |
| IB Debt / Equity | 0.50x | 0.51x | 0.57x | 0.60x |
| Net IB Debt / Equity | 0.40x | 0.44x | 0.52x | 0.57x |
นิยามหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย: รายงานนี้นับรวมหนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liabilities) จำนวน ฿61,514 ล้าน เพื่อสะท้อนภาระผูกพันทางการเงินที่แท้จริงของเครือข่ายสาขากว่า 2,847 แห่ง หากไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า IB Debt/Equity จะอยู่ที่ 0.40x และ Net IB Debt/Equity จะอยู่ที่ 0.37x (งบ 2Q2026)
อัตราส่วน IB Debt/Equity และ Net IB Debt/Equity — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026
ที่มา: คำนวณจากงบแสดงฐานะการเงิน ณ สิ้นงวดของแต่ละปี
เลเวอเรจสูงขึ้นสวนทางเงินสดที่ลดลง: ประเด็นที่ต้องจับตาในการรีไฟแนนซ์
Net IB Debt/Equity ขยับขึ้นต่อเนื่อง 4 งวดติดต่อกันจาก 0.40x สู่ 0.57x ขณะที่เงินสดลดลงแตะ ฿9,537 ล้าน เมื่อรวมกับภาระหนี้กู้ยืมและหุ้นกู้ที่จะถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปีอีก ฿34,620 ล้าน บริษัทจำเป็นต้องบริหารแผนการรีไฟแนนซ์ (Refinancing) และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเตรียมเงินทุนสำหรับดีลซื้อกิจการ The Food Purveyor ในมาเลเซีย (งบการเงิน 2Q2026)
สัดส่วนธุรกิจและรายได้ตามภูมิศาสตร์ (Business Segments)
ผลการดำเนินงานแยกตามส่วนงานและภูมิภาค — งวดหกเดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026
ผลการดำเนินงานแยกตามส่วนงาน งวด 1H2025 เทียบ 1H2026 (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: หมายเหตุประกอบงบการเงิน 2Q2026 ข้อ 13| รายการส่วนงาน | ค้าส่ง 1H2025 | ค้าส่ง 1H2026 | ค้าปลีก-ศูนย์การค้า 1H2025 | ค้าปลีก-ศูนย์การค้า 1H2026 |
|---|
| รายได้จากการขายสินค้า | 138,687 | 145,195 | 109,954 | 112,032 |
| รายได้จากการให้บริการ | 1,399 | 1,302 | 621 | 761 |
| รายได้ค่าเช่าและบริการศูนย์การค้า | 312 | 332 | 6,774 | 7,025 |
| รายได้รวมส่วนงาน | 140,897 | 147,707 (+4.8%) | 118,133 | 120,627 (+2.1%) |
| กำไรส่วนงานก่อนดอกเบี้ยและภาษี (PBIT) | 4,124 | 4,131 (+0.2%) | 5,030 | 4,494 (−10.7%) |
| อัตรากำไร PBIT Margin | 2.93% | 2.80% | 4.26% | 3.73% |
| สินทรัพย์รวมส่วนงาน | 109,761 | 111,755 | 466,910 | 459,543 |
ในงวด 1H2026 ค้าส่งสร้างสัดส่วนรายได้ 55.0% และสร้างกำไร PBIT 47.9% ของกำไรสองส่วนงานรวม ขณะที่ค้าปลีกสร้างรายได้ 45.0% และสร้าง PBIT 52.1% โดยส่วนงานค้าปลีกใช้สินทรัพย์สูงกว่าถึง 4.1 เท่าเนื่องจากค่าความนิยมที่บันทึกไว้ (หมายเหตุประกอบงบ ข้อ 13)
สัดส่วนรายได้รวมแยกตามส่วนงาน — งวด 1H2026
สัดส่วนรายได้ตามแหล่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
รายได้รวมตามแหล่งภูมิศาสตร์ของลูกค้า (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: หมายเหตุประกอบงบการเงิน 2Q2026 ข้อ 13| ภูมิภาค / ประเทศ | 1H2025 | 1H2026 | การเติบโต (%YoY) | สัดส่วนรายได้ |
|---|
| ประเทศไทย | 229,006 | 231,063 | +0.9% | 86.1% |
| ประเทศมาเลเซีย | 21,660 | 29,284 | +35.2% | 10.9% |
| ประเทศอื่น ๆ (กัมพูชา, อินเดีย, จีน, เมียนมา) | 8,365 | 7,987 | −4.5% | 3.0% |
| รวมรายได้ทั้งหมด | 259,031 | 268,334 | +3.6% | 100.0% |
รายได้ในประเทศมาเลเซียขยายตัวก้าวกระโดด +35.2% YoY เป็นผลจากการรวมผลประกอบการของกลุ่ม Lucky Frozen ที่เข้าซื้อเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 เข้ามาเต็มงวด ขณะที่รายได้ในประเทศไทยโตชะลอตัวเพียง +0.9% YoY สะท้อนความท้าทายจากกำลังซื้อฐานรากและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศที่ล่าช้า (หมายเหตุประกอบงบ 2Q2026 ข้อ 13)
ประวัติการปันผล (Dividend History)
อัตราเงินปันผลต่อหุ้น นโยบายการจ่าย และความยั่งยืน — ข้อมูลล่าสุดถึงงวดระหว่างกาลปี 2026
DPS เต็มปีล่าสุด (FY2025)
฿0.71 ต่อหุ้น
DIVIDEND YIELD
4.90%
คำนวณจาก DPS ฿0.71 บนราคาปัจจุบัน ฿14.50
(SET)ประวัติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง (บาทต่อหุ้น) — ที่มา: นโยบายและประวัติการจ่ายเงินปันผล CP Axtra| งวดผลประกอบการ | เงินปันผลระหว่างกาล | เงินปันผลงวดสุดท้าย | รวมทั้งปี (DPS) | อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio)* |
|---|
| FY2023 | 0.18 | 0.39 | 0.57 | 68.8% |
| FY2024 | 0.18 | 0.53 | 0.71 | 70.1% |
| FY2025 | 0.18 | 0.53 | 0.71 | 79.1% |
| 2026 (ระหว่างกาล) | 0.18 | รอประกาศ (ก.พ. 2027) | 0.18 | รอผลประกอบการเต็มปี |
* Payout Ratio ในตารางคำนวณบนฐานจำนวนหุ้นชำระแล้ว 10,427.66 ล้านหุ้น เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบข้ามปีได้สม่ำเสมอ — เงินปันผลระหว่างกาลปี 2026 จำนวน ฿0.18 ต่อหุ้น ได้ขึ้นเครื่องหมาย XD และจ่ายเงินปันผลแล้วเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 รายงานฉบับนี้ไม่คาดการณ์ตัวเลขเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2026 ล่วงหน้าโดยปราศจากแหล่งอ้างอิงทางการ (CP Axtra IR)
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น — FY2023 → 2026 (งวดระหว่างกาล)
Payout Ratio พุ่งแตะ 79.1%: ความยั่งยืนของเงินปันผลขึ้นกับกำไร 2H2026
บริษัทคงการจ่ายเงินปันผลที่ ฿0.71 ต่อหุ้นต่อเนื่องสองปี แม้กำไรสุทธิจะปรับตัวลดลงจาก ฿10,569 ล้าน (FY24) เหลือ ฿9,356 ล้าน (FY25) ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) พุ่งขึ้นจาก 70.1% สู่ 79.1% เมื่อพิจารณาประกอบกับเงินสดคงเหลือที่ลดลงเหลือ ฿9,537 ล้าน และภาระหนี้กู้ยืม ความสามารถในการรักษาอัตราเงินปันผลงวดสุดท้ายให้อยู่ที่ ฿0.53 ต่อหุ้น จะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของกระแสเงินสดและกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีหลังอย่างมีนัยสำคัญ (CP Axtra)
เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)
การประเมินมูลค่าและตัวชี้วัดทางการเงินเทียบกลุ่มค้าส่ง–ค้าปลีกไทย — ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด อัตราส่วนประเมินมูลค่า และผลตอบแทน — ที่มา: SET Factsheet ของแต่ละหลักทรัพย์ ณ 14 ต.ค. 2026| หลักทรัพย์ | ราคา (฿) | Market Cap (฿ล้าน) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Dividend Yield (%) |
|---|
| CPAXT (SET) | 14.50 | 151,201 | 16.62x | 0.50x | 4.90% |
| CPALL (ผู้ถือหุ้นใหญ่ 59.93%) (SET) | 43.00 | 386,273 | 12.57x | 2.71x | 3.84% |
| CRC (เซ็นทรัล รีเทล) (SET) | 29.50 | 177,915 | 20.82x | 2.68x | 2.37% |
| BJC (เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ / Big C) (SET) | 17.90 | 71,740 | 11.54x | 0.58x | 2.85% |
| GLOBAL (สยามโกลบอลเฮ้าส์) (SET) | 6.50 | 36,413 | 14.12x | 1.40x | 3.85% |
CPALL เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 59.93% ใน CPAXT และรวมงบการเงินเข้าด้วยกัน จึงไม่ใช่คู่แข่งอิสระอย่างสมบูรณ์ แต่นำมาแสดงเพื่อสะท้อนความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง โดย Look-through valuation ของหุ้น CPAXT ที่ CPALL ถือครองคิดเป็นมูลค่าตลาดราว ฿90,615 ล้าน (SET Factsheet CPALL)
มูลค่าตลาด (Market Cap) และ P/E Ratio เปรียบเทียบในกลุ่มพาณิชย์
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Factsheet ข้อมูลอัปเดต 14 ต.ค. 2026)
บทวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ: ความย้อนแย้งระหว่าง P/E สูง และ P/BV ต่ำ
CPAXT ซื้อขายที่ P/E 16.62x สูงกว่า CPALL (12.57x) และ BJC (11.54x) ทั้งที่กำไรกำลังอยู่ในทิศทางหดตัว ขณะที่ P/BV อยู่ที่เพียง 0.50x ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มคู่กับ BJC (0.58x) ความผิดปกตินี้เกิดจากโครงสร้างทางบัญชีที่ CPAXT และ BJC มีสัดส่วนค่าความนิยม (Goodwill) จากการซื้อกิจการในอดีตสูงมาก ทำให้ฐานส่วนของผู้ถือหุ้นทางบัญชีดูมีขนาดใหญ่ หากพิจารณาบนฐาน Tangible P/BV จะพบว่า CPAXT ซื้อขายที่ระดับ 3.0x ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม (งบ 2Q2026)
มุมมองอนาคตธุรกิจ (Outlook)
ทิศทางเชิงกลยุทธ์ ตัวขับเคลื่อนการเติบโต และมุมมองสมาคมนักวิเคราะห์ — ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026
ปัจจัยหนุนสำคัญที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์
- การขยายตัวต่อเนื่องของช่องทาง Omni-channel: แพลตฟอร์ม Makro PRO และ Lotus’s SMART App เติบโตกว่า +29% YoY และมีแนวโน้มขยายตัวสู่ 15% ของยอดขายรวมในระยะ 2 ปีข้างหน้า ช่วยลดต้นทุนการขยายสาขาขนาดใหญ่และเพิ่มรายได้จากการโฆษณาในแอป (Retail Media Network) (รายงานผลประกอบการ 1H26)
- การรุกตลาดพรีเมียมในต่างประเทศผ่าน The Food Purveyor: การเข้าซื้อกิจการ TFP ในมาเลเซีย (มูลค่า MYR 1,660 ล้าน) จะเพิ่มเครือข่ายร้าน Village Grocer และ B.I.G. ซึ่งมี Gross Margin สูง และเปิดโอกาสในการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารสดของไทยไปเจาะกลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อสูงในมาเลเซีย คาดเริ่มรับรู้รายได้ในงบการเงินช่วงต้นปี 2027 (MD&A CPAXT 2Q26)
- อัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าแข็งแกร่ง: อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ของศูนย์การค้า Lotus’s ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่ระดับ 94% ช่วยรักษารายได้ค่าเช่าระดับ ฿14,000 ล้านต่อปี ซึ่งเป็น Cash Cow ที่มี Gross Margin สูง (รายงานผลประกอบการ 1H26)
- การรับรู้ประโยชน์จากการควบรวม (Post-Merger Synergies): การรวมระบบคลังสินค้า โลจิสติกส์ห้องเย็น และการต่อรองราคาสินค้ากับคู่ค้าพร้อมกันทั้งสองแบรนด์ คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานส่วนเกินได้อย่างชัดเจนขึ้นตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
- ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง: ต้นทุนทางการเงินใน 1H2026 ลดลง -7.5% YoY เหลือ ฿2,613 ล้าน จากการบริหารจัดการหนี้สินระยะสั้น-ยาว ช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อกำไรสุทธิ (งบ 2Q26)
มุมมองและฉันทามตินักวิเคราะห์ (IAA Consensus)
สรุปประมาณการและคำแนะนำของสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ — ที่มา: Settrade IAA Consensus CPAXT (14 ต.ค. 2026)| ตัวชี้วัด | ฉันทามติของนักวิเคราะห์ | นัยสำคัญเชิงการลงทุน |
|---|
| คำแนะนำการลงทุนภาพรวม | ถือ (HOLD) | นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอสัญญาณฟื้นตัวของมาร์จิ้น |
| การกระจายของคำแนะนำ (18 สำนัก) | ซื้อ 3 · ถือ 13 · ขาย 2 | เสียงส่วนใหญ่ 72% แนะนำเพียง “ถือ” เพื่อรับเงินปันผล |
| ราคาเป้าหมายเฉลี่ย (Mean Target Price) | ฿15.81 | Upside +9.0% จากราคาตลาดปัจจุบัน ฿14.50 |
| กรอบราคาเป้าหมายสูงสุด / ต่ำสุด | ฿17.00 / ฿13.80 | ส่วนต่างของมุมมองสะท้อนความไม่แน่นอนของผลประกอบการ 2H2026 |
| คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026F เฉลี่ย | ฿9,100 – 9,500 ล้าน | ทรงตัวใกล้เคียงกับปี FY2025 ที่ทำได้ ฿9,356 ล้าน |
ราคาเป้าหมายและประมาณการข้างต้นรวบรวมโดย Settrade จากสถาบันวิจัยชั้นนำ 18 แห่ง มิใช่มุมมองหรือคำแนะนำการลงทุนของรายงานฉบับนี้ (Settrade IAA Consensus)
กำหนดการสำคัญที่ต้องติดตาม (Catalyst Calendar)
- 6 พฤศจิกายน 2026: กำหนดการเปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2026 ซึ่งเป็นไตรมาสชี้วัดว่า EBITDA Margin จะหยุดการหดตัวได้หรือไม่ (CP Axtra IR)
- ธันวาคม 2026: กำหนดการแล้วเสร็จของการเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor (TFP) ในประเทศมาเลเซีย (MD&A 2Q26)
- กุมภาพันธ์ 2027: การประกาศผลประกอบการประจำปี FY2026 การทดสอบการด้อยค่าของ Goodwill และการประกาศจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้าย (CP Axtra IR)
ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors)
เมทริกซ์ 7 มิติความเสี่ยง สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ และมาตรการบรรเทาผลกระทบ — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026
ตารางวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเชิงลึกพร้อมสัญญาณเตือน (Observable Triggers)| มิติความเสี่ยง | ระดับผลกระทบ | สถานะและหลักฐานเชิงประจักษ์ปัจจุบัน | สัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม (Trigger) | มาตรการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation) |
|---|
| 1. การหดตัวของอัตรากำไร (Margin Compression) | สูง | EBITDA margin หดตัวจาก 7.08% (FY24) เหลือ 6.32% (1H26) จากต้นทุน SG&A ที่โต 5.6% | EBITDA margin ในงวด 3Q26 ต่ำกว่า 6.20% หรือกำไรจากการดำเนินงานติดลบ YoY ต่อเนื่อง | เพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label (aro, Lotus’s) และปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ร่วมเพื่อลด Cost-to-Serve |
| 2. การด้อยค่าของค่าความนิยม (Goodwill Impairment) | สูงมาก | Goodwill มูลค่า ฿237,750 ล้าน (41.6% ของสินทรัพย์) บันทึกในส่วนงาน Lotus’s ถึง ฿2.32 แสนล้าน | กำไรส่วนงาน Lotus’s ถดถอยต่อเนื่องใน 2H26 หรือการบันทึก Impairment loss ในงบปี FY26 | เร่งปรับปรุงรูปแบบสาขา เพิ่มรายได้ศูนย์การค้า และผลักดัน SSSG ให้กลับมาเป็นบวก |
| 3. สภาพคล่องและภาระหนี้สิน (Liquidity & Leverage) | กลาง–สูง | เงินสดลดลง 70% เหลือ ฿9,537 ล้าน ขณะที่ Net IBD/EBITDA สูงถึง 5.09x และมีหนี้ระยะสั้น ฿3.46 หมื่นล้าน | เงินสดลดต่ำกว่า ฿8,000 ล้าน หรือ Net IB Debt/EBITDA ทะลุระดับ 5.50x | ชะลอการลงทุนสาขาขนาดใหญ่ ออกหุ้นกู้ระยะยาวล็อกอัตราดอกเบี้ย และบริหาร Working Capital |
| 4. กำลังซื้อฐานรากและเศรษฐกิจไทย (Domestic Demand) | กลาง | รายได้ในไทย 1H26 โตเพียง +0.9% YoY จากแรงกดดันหนี้ครัวเรือนระดับสูงและค่าครองชีพ | รายได้ในประเทศไทยติดลบ YoY หรือ SSSG ติดลบมากกว่า -3% ต่อเนื่องสองไตรมาส | จัดแคมเปญสินค้าราคาประหยัด (Rollback), ขยายช่องทางออนไลน์ และกระจายรายได้สู่ตลาดต่างประเทศ |
| 5. ความยั่งยืนของเงินปันผล (Dividend Cut Risk) | กลาง | Dividend Payout Ratio ใน FY2025 พุ่งสู่ 79.1% จากกำไรที่ลดลงแต่คงเงินปันผลไว้ที่ ฿0.71 | การประกาศจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายปี 2026 ต่ำกว่า ฿0.50 ต่อหุ้น | รักษาวินัยทางการเงิน โดยนโยบายขั้นต่ำระบุไว้ที่ 40% ช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการปรับการจ่าย |
| 6. สภาพคล่องการซื้อขายหุ้น (Low Free Float) | กลาง | Free float อยู่ที่เพียง 15.25% (คาบเส้นเกณฑ์ขั้นต่ำ 15% ของ SET) ผู้ถือหุ้นต่างชาติถือเพียง 1.03% | Free float หลุดเกณฑ์ 15% หรือการถูกลดน้ำหนักในดัชนีสากล (MSCI, FTSE) | ผู้ถือหุ้นใหญ่พิจารณากระจายหุ้นในจังหวะที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดรอง |
| 7. ความเสี่ยงจากการควบรวม M&A ในต่างประเทศ | กลาง | อยู่ระหว่างปิดดีลซื้อ The Food Purveyor ในมาเลเซียมูลค่า MYR 1,660 ล้าน โดยใช้แหล่งเงินกู้ยืม | ความล่าช้าในการปิดธุรกรรม หรือผลการดำเนินงานหลังซื้อกิจการต่ำกว่าประมาณการทางการเงิน | ใช้ทีมบริหารท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญ และเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารสดร่วมกับ Lotus’s Malaysia |
การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT)
การประเมินความสามารถในการแข่งขันและสถานะทางธุรกิจ — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026
Strengths (จุดแข็ง)
- ผู้นำตลาดเบอร์หนึ่งด้านอาหาร: รายได้รวมระดับ ฿530,009 ล้าน (TTM) ใหญ่ที่สุดในธุรกิจค้าส่ง–ค้าปลีกอาหารของไทย
- เครือข่ายครอบคลุมทั้ง B2B และ B2C: ความสามารถในการจัดหาสินค้าปริมาณมหาศาล เพิ่มอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์
- สาขาและพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ: 2,847 สาขา และพื้นที่ขาย 2.86 ล้าน ตร.ม. พร้อมศูนย์การค้า 200+ แห่ง
- ธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าสร้าง Cash Cow: รายได้ค่าเช่า ฿7,025 ล้านใน 1H26 อัตราการเช่าสูง 94% และ GPM > 50%
- แบรนด์แข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับ: Makro เป็นเสาหลักของธุรกิจร้านอาหาร ขณะที่ Lotus’s เป็นแบรนด์ในใจครัวเรือน
Weaknesses (จุดอ่อน)
- อัตรากำไรสุทธิบางเฉียบ: Net Profit Margin เพียง 1.74% ใน 1H2026 ทำให้ไวต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุน
- ภาระค่าความนิยมสูงผิดปกติ: Goodwill ฿237,750 ล้าน (41.6% ของสินทรัพย์) เสี่ยงต่อการบันทึกด้อยค่า
- สภาพคล่องเงินสดลดลงมาก: เงินสดลดลง 70% ใน 30 เดือน เหลือเพียง ฿9,537 ล้าน
- สัดส่วน Free Float ต่ำ: Free Float 15.25% และต่างชาติถือเพียง 1.03% จำกัดความน่าสนใจของนักลงทุนสถาบัน
- Tangible Book Value ต่ำ: ส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีตัวตนเหลือเพียง ฿4.85 ต่อหุ้น คิดเป็น Tangible P/BV สูงถึง 3.0x
Opportunities (โอกาส)
- การเติบโตก้าวกระโดดของ Omni-channel: Makro PRO และ Lotus’s SMART App ขยายตัว +29% YoY หนุน Margin
- การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ: ตลาดมาเลเซียเติบโต +35.2% และการซื้อกิจการ TFP ขยายสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม
- การพัฒนาพื้นที่ศูนย์การค้ารูปแบบใหม่: โครงการ Happitat Lifestyle & Nature Mall เพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์
- การผสานประโยชน์ (Synergies) เต็มรูปแบบ: การลดความซ้ำซ้อนด้านโลจิสติกส์ ระบบจัดซื้อ และไอทีของ Makro และ Lotus’s
- การขยายธุรกิจ Foodservice ทั่วโลก: ผ่าน Siam Food Services และเครือข่าย Indoguna ในตะวันออกกลางและเอเชีย
Threats (อุปสรรค)
- กำลังซื้อฐานรากในประเทศเปราะบาง: การเติบโตของรายได้ในไทย 1H26 ชะลอตัวเหลือเพียง +0.9% YoY
- การแข่งขันรุนแรงจากผู้ค้าปลีกอื่น: สงครามราคาจากบิ๊กซี (BJC), ซุปเปอร์มาร์เก็ต (CRC), ซีเจ มอร์ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
- แรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงาน: การปรับขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง และต้นทุนระบบดิจิทัล
- ภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย ฿181,088 ล้าน: ทำให้ผลประกอบการอ่อนไหวต่อระดับอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
มุมมองนักลงทุนและแบบจำลองสถานการณ์ (Investor View & Valuation)
การประเมินมูลค่าเชิงสถานการณ์ (Bull / Base / Bear) รายการติดตาม และบทสรุปการตัดสินใจ — ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026
หัวใจสำคัญของการประเมินมูลค่าหุ้น CPAXT ในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการสร้างรายได้ ซึ่งบริษัทยังคงทำรายได้เติบโตในระดับสูง 5.3 แสนล้านบาท แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและการฟื้นฟู EBITDA Margin กลับสู่ระดับ 7% ราคาหุ้นที่ระดับ ฿14.50 ซึ่งปรับฐานลงมาเกือบ 40% จากจุดสูงสุดรอบปี ได้สะท้อนความผิดหวังด้านผลประกอบการไตรมาส 2/2026 ไปมากแล้ว โครงสร้างความเสี่ยงและผลตอบแทน (Risk/Reward) ในปัจจุบันจึงเริ่มมีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่เชื่อมั่นใน Synergy ของเครือข่ายสาขา (งบการเงิน 2Q2026)
แบบจำลองการประเมินมูลค่าเชิงสถานการณ์ (Quantified Scenario Modeling)
ตารางแบบจำลองสถานการณ์ผลประกอบการและราคาเป้าหมายปี 2026F (คำนวณบนฐาน 10,427.66 ล้านหุ้น)| ตัวแปรสำคัญ | Bull Case (สถานการณ์เชิงบวก) | Base Case (สถานการณ์พื้นฐาน) | Bear Case (สถานการณ์เชิงระมัดระวัง) |
|---|
| การเติบโตของรายได้รวม (%YoY) | +5.5% (฿549,300 ล้าน) | +3.2% (฿537,400 ล้าน) | +0.5% (฿523,300 ล้าน) |
| ยอดขายสาขาเดิม (SSSG ของ Lotus’s) | พลิกกลับเป็นบวก +2.5% ถึง +3.5% | ทรงตัวที่ 0.0% ถึง +1.0% | ติดลบต่อเนื่อง −3.0% ถึง −4.0% |
| EBITDA Margin | 6.85% (ฟื้นตัวสู่ระดับปกติ) | 6.40% (ประคองตัวใกล้เคียง 1H26) | 5.90% (แรงกดดันมาร์จิ้นรุนแรงขึ้น) |
| EBITDA รวมทั้งปี | ฿37,600 ล้าน | ฿34,400 ล้าน | ฿30,900 ล้าน |
| กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ (฿ล้าน) | ฿10,530 ล้าน (+12.5% YoY) | ฿9,280 ล้าน (−0.8% YoY) | ฿7,820 ล้าน (−16.4% YoY) |
| กำไรต่อหุ้น (EPS คาดการณ์, บาท) | ฿1.01 | ฿0.89 | ฿0.75 |
| Target P/E Multiple ที่เหมาะสม | 18.3x (คลายความกังวลมาร์จิ้น) | 17.5x (ค่าเฉลี่ยในอดีต) | 16.5x (ถูกลดทอนมูลค่าจากหนี้) |
| ราคาเป้าหมายตามแบบจำลอง (บาท) | ฿18.50 | ฿15.80 | ฿12.50 |
| ผลตอบแทนคาดการณ์ (Upside / Downside) | +27.6% | +9.0% | −13.8% |
| เงินปันผลคาดการณ์ทั้งปี (DPS / Yield) | ฿0.71 (Yield 4.90%) | ฿0.65 (Yield 4.48%) | ฿0.50 (Yield 3.45%) |
แบบจำลองข้างต้นจัดทำขึ้นโดยการคำนวณของรายงานฉบับนี้ เพื่อสะท้อนความเป็นไปได้ของผลประกอบการภายใต้สมมติฐานที่ต่างกัน โดย Base Case มีราคาเป้าหมาย ฿15.80 ซึ่งสอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับค่าเฉลี่ยของ IAA Consensus ที่ ฿15.81 (Settrade IAA Consensus)
Bull Case Thesis (เป้าหมาย ฿18.50 · Upside +27.6%)
- ปัจจัยผลักดัน: ธุรกิจค้าส่ง Makro เติบโตแข็งแกร่ง และ Lotus’s ฟื้นตัวตามการฟื้นของกำลังซื้อและการท่องเที่ยว SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกชัดเจน
- ผลประโยชน์จากการควบรวม: ต้นทุนการจัดซื้อและการขนส่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผลักดัน EBITDA Margin ฟื้นตัวแตะ 6.85%
- ตัวขับเคลื่อนใหม่: ยอดขาย Omni-channel เติบโตก้าวกระโดด และธุรกิจ Lucky Frozen ในมาเลเซียทำกำไรสูงกว่าคาด
- ผลลัพธ์ทางการเงิน: กำไรสุทธิปี 2026F ทะลุ ฿10,500 ล้าน หนุน EPS แตะ ฿1.01 และคงปันผลได้ที่ ฿0.71 (Yield 4.9%)
Base Case Thesis (เป้าหมาย ฿15.80 · Upside +9.0%)
- ปัจจัยผลักดัน: รายได้รวมเติบโตตามการเปิดสาขาใหม่และการขยายสาขาขนาดเล็ก go fresh ขณะที่ SSSG ทรงตัวบวกอ่อน ๆ
- การควบคุมมาร์จิ้น: EBITDA margin ประคองตัวได้ที่ระดับ 6.40% โดยการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร
- กำไรและผลตอบแทน: กำไรสุทธิทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนหน้าที่ ฿9,280 ล้าน (EPS ฿0.89) เทียบเท่า P/E 17.5x
- เงินปันผล: จ่ายปันผลทั้งปีในกรอบ ฿0.65 – 0.71 ต่อหุ้น ให้ Dividend Yield ที่ 4.5% – 4.9% ช่วยพยุงราคาหุ้น
Bear Case Thesis (เป้าหมาย ฿12.50 · Downside -13.8%)
- ปัจจัยกดดัน: กำลังซื้อในประเทศเปราะบางลากยาว SSSG ของ Lotus’s ติดลบต่อเนื่อง -3% ถึง -4%
- สงครามราคา: การแข่งขันดุเดือดในกลุ่มค้าปลีกบีบให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ขณะที่ SG&A ยังคงขยายตัว
- ภาระดอกเบี้ยและการเงิน: หนี้สินและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากการซื้อกิจการ TFP ในมาเลเซีย และความเสี่ยงด้อยค่า Goodwill
- ผลลัพธ์ทางการเงิน: กำไรสุทธิลดลงเหลือ ฿7,820 ล้าน (EPS ฿0.75) บริษัทจำเป็นต้องปรับลดเงินปันผลลงสู่ ฿0.50
รายการตรวจสอบและตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist)
บทสรุปการประเมินมูลค่าสำหรับนักลงทุน (Investment Verdict)
CPAXT ในปัจจุบันมีลักษณะเป็น “Value Rebound Play” มากกว่าหุ้นเติบโตเร็ว (Growth Stock) การที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาใกล้ระดับ 52-Week Low ทำให้ Downside เริ่มจำกัด โดยมี Dividend Yield ที่ระดับ 4.90% ทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับ (Downside Cushion) จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะขับเคลื่อนการ Re-rate มูลค่าหุ้นขึ้นสู่กรอบ Base-to-Bull Case (฿15.80 – 18.50) คือหลักฐานเชิงประจักษ์ในงบ 3Q26 ว่าอัตรากำไรเริ่มหยุดถดถอยและผลประโยชน์ด้าน Synergy เริ่มปรากฏชัดเจน (SET) · (งบ 2Q26)
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer): รายงานการวิจัยและวิเคราะห์หลักทรัพย์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาทางด้านการเงินเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน มิใช่การให้คำปรึกษาทางการเงิน และมิใช่คำเสนอชี้ชวนในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวเลขทางการเงินและอัตราส่วนทั้งหมดรวบรวมจากเอกสารรายงานที่บริษัทจดทะเบียนและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยแพร่ต่อสาธารณะ ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2026 และงบการเงินสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026 ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลอย่างรอบคอบและศึกษาข้อมูลจากแหล่งปฐมภูมิก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง