เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 6 ตุลาคม 2026
สรุปผู้บริหาร (Executive Summary) ภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์ ผลประกอบการ 1H2026 ฐานะการเงิน และแบบจำลองมูลค่าสถานการณ์ — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿188.50 · ฿149,851 ล้าน
รายได้รวม 1H2026
฿12,532 ล้าน
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿5,054 ล้าน (40.3%)
กำไรสุทธิ 1H2026 (MARGIN)
฿3,679 ล้าน (29.4%)
การประเมินมูลค่า (P/E · P/BV)
20.21x · 5.61x
เงินปันผล & สถานะหนี้สิน
Yield 5.70% · Net Cash
1H26 จ่าย ฿4.00 · ไร้หนี้เงินกู้ระยะยาว
(BH IR) จุดเด่นเชิงกลยุทธ์: ความสามารถทำกำไรสูงสุดในอุตสาหกรรม (EBITDA Margin 40.3%) และงบดุลระดับป้อมปราการ
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) (BH) ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิขั้นสูง (Quaternary Care) และศูนย์การแพทย์นานาชาติชั้นนำระดับโลก โดยสามารถสร้างอัตรากำไร EBITDA สูงถึง 40.3% และอัตรากำไรสุทธิ 29.4% ในงวด 1H2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในบรรดาโรงพยาบาลจดทะเบียนในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีรายได้กว่า 66.1% มาจากผู้ป่วยต่างชาติกว่า 190 ประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยงบดุลไร้หนี้เงินกู้ระยะยาว (Net Cash Position) มีสภาพคล่องในมือสูงกว่า ฿3,907 ล้านบาท
บทสรุปสาระสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารและนักลงทุน:
Pricing Power แข็งแกร่งผ่านความเชี่ยวชาญโรคซับซ้อน (High Case Mix Index - CMI): บำรุงราษฎร์เน้นรักษาโรคยาก ซับซ้อน และการผ่าตัดขั้นสูง เช่น สถาบันหัวใจ, มะเร็ง, กระดูกสันหลัง, และการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ (da Vinci Xi และ MAKO) ทำให้สามารถส่งผ่านต้นทุนทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นสู่ 40.3% ในงวด 1H2026 (MD&A 2Q26) การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของคนไข้ Fly-in ในตลาดตะวันออกกลางและอาเซียน: รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ 1H2026 เติบโต +5.6% YoY นำโดยกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (+13.5% YoY), เมียนมา (+21.2% YoY), และสหรัฐอเมริกา (+19.2% YoY ใน 2Q26) สะท้อนความเชื่อมั่นในแบรนด์ระดับสากลและเครือข่ายสำนักงานตัวแทนกว่า 30 แห่งทั่วโลก (MD&A 2Q26) โครงสร้างธุรกิจครบวงจร ครอบคลุมการรักษา การวิจัย และการป้องกัน (Wellness & Longevity): การผนึกกำลังระหว่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, สถาบัน Vitallife (เวชศาสตร์ชะลอวัยและป้องกัน), คลินิกมะเร็งบูรณาการ Esperance, บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ค, และ Asia Global Research (CRO วิจัยทางคลินิก) สร้างระบบนิเวศการแพทย์แบบครบวงจรS-Curve ใหม่จากการขยายสู่โรงพยาบาลแห่งที่สองที่ภูเก็ต (Bumrungrad Phuket Campus): การลงทุนพัฒนาโรงพยาบาลระดับพรีเมียมขนาด 200+ เตียงและคลินิกเวชกรรมในจังหวัดภูเก็ต เพื่อจับกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และผู้พำนักระยะยาวระดับเศรษฐี (High-Net-Worth Expats) ในแถบทะเลอันดามัน จะเป็นปัจจัยปลดล็อกข้อจำกัดด้านพื้นที่ของโรงพยาบาลที่สุขุมวิทผลตอบแทนผู้ถือหุ้นระดับพรีเมียม (Dividend Yield 5.70%): บริษัทจ่ายเงินปันผลปี 2025 รวมสูงถึง ฿11.00/หุ้น (คิดเป็นอัตราจ่ายเงินปันผล Payout Ratio กว่า 116% จากการจ่ายปันผลพิเศษ) และจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1H2026 อีก ฿4.00/หุ้น สะท้อนการสร้างกระแสเงินสดอิสระที่มั่นคง (BH IR) สรุปมุมมอง 3 สถานการณ์ (Bull / Base / Bear Case) Bull Case — ฿245.00 (+29.97%)
สมมติฐาน: รายได้คนไข้ต่างชาติตะวันออกกลางและเมียนมาเติบโตเด่น 8-10% YoY, โครงการภูเก็ตคืบหน้าเร็วกว่าแผน, EBITDA Margin ยืนเหนือ 41.5% จากการเพิ่มสัดส่วนหัตถการผ่าตัดซับซ้อนและการเบิกจ่ายสวัสดิการต่างชาติคล่องตัว
ประมาณการกำไรปี 2026: กำไรสุทธิแตะ ฿7,900–฿8,050 ล้านบาท (EPS ฿9.95–฿10.12)
การประเมินมูลค่า: P/E เป้าหมาย 24.5 เท่า (เทียบเคียงระดับ +1.0 S.D. ของค่าเฉลี่ยในอดีต)
เป้าหมายโบรกเกอร์: สอดคล้องกับราคาเป้าหมายสูงสุดจาก บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX ฿245.00) (Settrade)
Base Case — ฿220.00 (+16.71%)
สมมติฐาน: รายได้รวมเติบโตในระดับปานกลาง 3.0-4.5% YoY, ปริมาณผู้ป่วยต่างชาติทรงตัวถึงเติบโตต่อเนื่อง 4-6%, อัตรากำไรสุทธิรักษาได้ที่ระดับ 29.5-30.0%, นโยบายคืนเงินปันผลรักษาระดับ Payout Ratio ไม่ต่ำกว่า 75-80% (Yield คาดการณ์ 5.0-5.7%)
ประมาณการกำไรปี 2026: กำไรสุทธิประมาณ ฿7,650–฿7,750 ล้านบาท (EPS ฿9.62–฿9.75)
การประเมินมูลค่า: P/E เป้าหมาย 22.5 เท่า (สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยระยะยาว 5 ปี)
เป้าหมายโบรกเกอร์: สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยมัธยฐาน IAA Consensus 20 โบรกเกอร์ (Median ฿220.00) (Settrade)
Bear Case — ฿185.00 (-1.86%)
สมมติฐาน: ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางขยายวงกระทบเที่ยวบิน, ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุด ฿32.50/USD ลดทอนความได้เปรียบด้านราคาเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค (มาเลเซีย/สิงคโปร์), การแข่งขันในไทยแย่งชิงคนไข้รุนแรงขึ้น, EBITDA Margin ปรับลดลงสู่ 38.0%
ประมาณการกำไรปี 2026: กำไรสุทธิชะลอตัวลงมาอยู่ที่ ฿7,250–฿7,350 ล้านบาท (EPS ฿9.12–฿9.25)
การประเมินมูลค่า: P/E ลดลงมาอยู่ที่ 20.0 เท่า (ใกล้เคียงจุดต่ำสุดของรอบวัฏจักร)
เป้าหมายโบรกเกอร์: ใกล้เคียงกับกรอบราคาต่ำสุดจาก บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX ฿189.00) (Settrade)
ข้อมูลบริษัทและ Factsheet ข้อมูลตลาด ณ 6 ต.ค. 2026 และโครงสร้างบริษัทตามแบบแสดงรายการข้อมูล 56-1 One Report
MARKET CAPITALIZATION
฿149,851 M
794.97 ล้านหุ้นจดทะเบียน
(SET) 52-WEEK HIGH / LOW
฿214.00 / 136.00
ราคาปิดล่าสุด ฿188.50
(SET) P/E (TTM) · P/BV
20.21x · 5.61x
ROA 21.1% · ROE 25.0%
(SET) EV / EBITDA
13.92x
Enterprise Value ฿146,394 ล้าน
(SET) DIVIDEND YIELD
5.70%
1H26 จ่าย ฿4.00 (ปี 25 รวม ฿11.00)
(BH IR) FREE FLOAT
72.96%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 23,151 ราย
(SET) FOREIGN OWNERSHIP
31.70%
เพดานถือครองต่างชาติ 49.00%
(SET) THAI NVDR
9.73%
ถือครองผ่าน NVDR เพื่อการลงทุน
(SET) ตารางแสดงข้อมูลนิติบุคคลและโครงสร้างทุนของ BH — ที่มา: SET Factsheet และแบบ 56-1 One Report 2025 หัวข้อโครงสร้าง รายละเอียดทางการ ชื่อทางการ (ไทย / อังกฤษ) บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) / Bumrungrad Hospital Public Company Limited สัญลักษณ์หลักทรัพย์ / ตลาด BH (SET: หมวดธุรกิจการแพทย์ Health Care Services) / Bloomberg: BH TB / Reuters: BH.BK ดัชนีอ้างอิงที่ได้รับการคัดเลือก SET50, SET100, SETWB, SETESG (ESG Rating: AAA ระดับสูงสุด), MSCI Thailand Index วันที่จัดตั้ง / วันที่เข้าจดทะเบียน 21 เมษายน 2518 (1975) / 15 ธันวาคม 2532 (1989) (ดำเนินธุรกิจก้าวสู่ปีที่ 50) ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 794,966,592 บาท (หุ้นสามัญ 794,966,592 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้พาร์ 1.00 บาท) ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสถานพยาบาลหลัก เลขที่ 33 สุขุมวิท ซอย 3 (นานาเหนือ) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 เว็บไซต์ทางการ / นักลงทุนสัมพันธ์ www.bumrungrad.com / bh.listedcompany.com กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับแรก กลุ่ม บีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKI Holdings PCL / บมจ.กรุงเทพประกันภัย) (~13.2%), Thai NVDR (9.73%), และกลุ่มผู้ก่อตั้งตระกูลโสภณพนิช ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต บริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด (EY Office Limited)
ลักษณะธุรกิจและโครงสร้างธุรกิจในเครือทั้งหมด เจาะลึกขอบเขตการดำเนินงาน บริษัทย่อยในเครือทั้งหมด และศูนย์การแพทย์เฉพาะทางระดับสากล — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026
บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนระดับตติยภูมิขั้นสูง (Quaternary Care) และการแพทย์เฉพาะทางที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้รูปแบบการบริหารโรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งเดียว (Single-Campus Model) ผสานเข้ากับโครงสร้างบริษัทย่อยที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่มูลค่าการดูแลสุขภาพ (Healthcare Value Chain)
กำลังการให้บริการหลัก
580 เตียงจดทะเบียน
ฐานผู้ป่วยระดับโลก
190+ ประเทศทั่วโลก
มาตรฐานระดับสากล
JCI แห่งแรกในเอเชีย
1. โครงสร้างธุรกิจและบริษัทย่อยในเครือทั้งหมด (Corporate Structure & Subsidiaries) กลุ่มบริษัทบำรุงราษฎร์มีการจัดโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อยและธุรกิจร่วมทุนเพื่อสนับสนุนและต่อยอดขีดความสามารถทางการแพทย์ ดังต่อไปนี้:
โครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อยและธุรกิจร่วมของ BH — ที่มา: แบบ 56-1 One Report 2025 และงบการเงินรวม ชื่อนิติบุคคล / บริษัทย่อย สัดส่วนการถือหุ้น ลักษณะการดำเนินธุรกิจ 1. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (บริษัทแม่) 100.00% (ดำเนินงานเอง) โรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูง 580 เตียง อาคารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และอาคารคลินิกนานาชาติ สุขุมวิท ซอย 3 ให้บริการรักษาโรคยากซับซ้อนและการผ่าตัดระดับสูงตลอด 24 ชั่วโมง 2. บริษัท ไวทัลไลฟ์ จำกัด (Vitallife Corporation Limited) 100.00% ผู้นำด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging Medicine), เวชศาสตร์ป้องกันเชิงรุก (Preventive Medicine), การแพทย์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม และการตรวจวิเคราะห์จีโนมิกส์ส่วนบุคคล (Personalized Wellness) 3. บริษัท เอสเพอแรนซ์ จำกัด (Esperance Integrative Cancer Clinic) 100.00% (ผ่านเครือข่าย) คลินิกการแพทย์บูรณาการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ผสมผสานการรักษาแบบแผนปัจจุบันเข้ากับการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน โภชนบำบัดเฉพาะบุคคล และ Targeted/Immunotherapy เสริม 4. บริษัท บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (BHN) 100.00% ธุรกิจขยายเครือข่ายความร่วมมือทางการแพทย์ โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลพันธมิตรในประเทศ เปิดศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทาง (เช่น Joint Spine & Joint Centers) ขยายฐานคนไข้ระดับกลางถึงบน 5. บริษัท บำรุงราษฎร์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ จำกัด (BMC) 100.00% ดำเนินงานคลินิกเวชกรรม การให้บริการทางการแพทย์สนับสนุน และการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในกิจการสถานพยาบาล 6. บริษัท เอเชีย โกลบอล รีเสิร์ช จำกัด (Asia Global Research - AGR) 100.00% องค์กรรับทำการวิจัยทางคลินิก (Contract Research Organization - CRO) ทำหน้าที่บริหารจัดการและสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางคลินิกยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ระดับสากล 7. บริษัท เอเชีย โกลบอล เฮลท์ จำกัด (Asia Global Health - AGH) 100.00% ธุรกิจการลงทุน ให้คำปรึกษา และบริหารจัดการกิจการโรงพยาบาลและโครงการทางการแพทย์ในต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายส่งต่อผู้ป่วย 8. บริษัท ไลฟ์ แอนด์ ลอนเจวิตี้ จำกัด (Life and Longevity Co., Ltd.) 100.00% การพัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เวชสำอาง และโซลูชันเพื่อสุขภาพองค์รวมภายใต้แบรนด์ Vitallife 9. บริษัท อิน-เฮ้าส์ โลจิสติกส์ จำกัด (In-House Logistics Co., Ltd.) 100.00% การบริหารคลังสินค้า คลังยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบโลจิสติกส์ภายในโรงพยาบาลเพื่อความแม่นยำและประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) 10. โครงการโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต (Phuket Campus) 100.00% (อยู่ระหว่างพัฒนา) โรงพยาบาลระดับพรีเมียมขนาด 200+ เตียง และคลินิกเวชกรรมบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต เจาะตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และชาวต่างชาติในแถบอันดามัน 11. เครือข่ายสำนักงานตัวแทนต่างประเทศ (Referral Offices) 100.00% / สัญญาตัวแทน เครือข่ายสำนักงานตัวแทนส่งต่อผู้ป่วยกว่า 30 แห่งในกว่า 20 ประเทศ เช่น กาตาร์, คูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, โอมาน, เมียนมา, บังกลาเทศ, กัมพูชา, มองโกเลีย ฯลฯ
2. ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์เฉพาะทาง 47 ศูนย์ (Centers of Excellence) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จัดตั้งศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและคลินิกบริการมากกว่า 47 แห่ง โดยมีศูนย์เรือธงระดับแนวหน้าของภูมิภาคที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและมี Case Mix Index (CMI) ระดับสูง ได้แก่:
Bumrungrad Heart Institute (สถาบันโรคหัวใจ): ศูนย์ดูแลรักษาโรคหัวใจครบวงจร 24 ชั่วโมง มีความเชี่ยวชาญการสวนหัวใจขยายหลอดเลือด, การเปลี่ยนลิ้นหัวใจทางสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก (TAVI/TAVR), การจี้ไฟฟ้าหัวใจรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (EP Study & Ablation), และการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ (CABG)Horizon Regional Cancer Center (ศูนย์มะเร็งฮอไรซัน): ศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็งวิทยาแบบองค์รวม ครอบคลุมการตรวจคัดกรองพันธุกรรมความเสี่ยงมะเร็ง (Comprehensive Genomic Profiling), การให้ยาเคมีบำบัด, ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy), ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy), และการฉายรังสีด้วยเครื่องเร่งอนุภาคขั้นสูง (Linac Varian EDGE)Digestive Disease Center (ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ): ผู้นำนวัตกรรมการส่องกล้องขั้นสูง (Advanced Endoscopy / ERCP / EUS), การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย AI, การผ่าตัดรักษาโรคกรดไหลย้อนและไส้เลื่อน, และการดูแลรักษาโรคตับเรื้อรังอย่างครบวงจรSpine Institute & Orthopedic Center (สถาบันกระดูกสันหลังและข้อ): ผู้นำการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคปแผลเล็ก (Endoscopic Spine Surgery) แห่งแรกในอาเซียน ช่วยลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ฟื้นตัวเร็วภายใน 24-48 ชั่วโมง พร้อมศูนย์เปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมด้วยหุ่นยนต์Robotic Surgery Center (ศูนย์การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์): ติดตั้งระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi รุ่นล่าสุดสำหรับการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก, สูตินรีเวช, มะเร็งลำไส้, และทางเดินหายใจ พร้อมระบบ MAKO SmartRobotics สำหรับการผ่าตัดกระดูกและข้อ เพิ่มความแม่นยำระดับมิลลิเมตรVitallife Scientific Wellness Center: ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยชั้นนำระดับเอเชีย ให้บริการตรวจวัดระดับฮอร์โมน, ความยาวของเทโลเมียร์ (Telomere Length), สารพิษตกค้าง, และโปรแกรมฟื้นฟูเซลล์ด้วยสารอาหารเฉพาะบุคคล (Customized Micronutrients)Eye Institute & Neuroscience Center (สถาบันสายตาและศูนย์ประสาทวิทยา): การรักษาต้อกระจกด้วยเลเซอร์, การรักษาจอประสาทตา, และศูนย์ดูแลรักษาโรคหลอดเลือดสมองฉุกเฉิน (Comprehensive Stroke Center) ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล
ผลประกอบการย้อนหลัง FY2023–1H2026 และงวด 12 เดือนย้อนหลัง (TTM) — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026
บำรุงราษฎร์แสดงศักยภาพการทำกำไรที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยรักษา EBITDA Margin เหนือระดับ 39-40% และ Net Profit Margin เกือบ 30% แม้รายได้รวมจะเผชิญฐานที่สูงหลังโควิด แต่ความเชี่ยวชาญการรักษาโรคซับซ้อน (High CMI) และการบริหารประสิทธิภาพภายใน ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
รายได้รวม, EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
ตารางสรุปผลประกอบการทางการเงินย้อนหลังและงวดล่าสุด (ล้านบาท) — ที่มา: MD&A 2Q26, MD&A FY25, MD&A FY24 รายการทางการเงิน FY2023 FY2024 FY2025 1H2025 1H2026 YoY (1H) TTM มิ.ย. 26 รายได้จากกิจการโรงพยาบาล 25,296 25,634 25,134 12,125 12,435 +2.6% 25,444 รายได้รวมทั้งหมด 25,575 25,862 25,449 12,310 12,532 +1.8% 25,671 ต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 15,978 15,619 15,300 7,434 7,478 +0.6% 15,344 EBITDA 9,597 10,243 10,149 4,876 5,054 +3.7% 10,327 อัตรากำไร EBITDA (%) 37.5% 39.6% 39.9% 39.6% 40.3% +70 bps 40.2% ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย 1,097 1,077 1,085 515 573 +11.3% 1,143 ภาษีเงินได้นิติบุคคล 1,583 1,604 1,544 849 875 +3.1% 1,570 กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 7,006 7,775 7,512 3,591 3,679 +2.4% 7,600 อัตรากำไรสุทธิ (%) 27.4% 30.1% 29.5% 29.2% 29.4% +20 bps 29.6% กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท/หุ้น) 8.81 9.78 9.45 4.52 4.63 +2.4% 9.56
วิวัฒนาการของอัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%)
หมายเหตุ: ตัวเลขทางการเงินรวบรวมจากงบการเงินรวมและคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) ของ BH ที่รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. โดยงวด TTM คำนวณจากรอบ 4 ไตรมาสล่าสุดสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026
เปรียบเทียบผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก: 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (ล้านบาท)
งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet) โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และพลวัตกระแสเงินสด — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026
งบการเงินของ BH สะท้อนโครงสร้างเงินทุนแบบอนุรักษ์นิยมสูงสุด สินทรัพย์รวมมีสัดส่วนหนี้สินต่ำมากเพียง 16.4% ของสินทรัพย์รวม โดยไม่มีหนี้สินเงินกู้ยืมระยะยาว และมีส่วนของผู้ถือหุ้นรองรับความเสี่ยงสูงถึง 83.6% ของโครงสร้างเงินทุน
โครงสร้างสินทรัพย์รวมเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นและหนี้สิน (ล้านบาท)
งบแสดงสถานะการเงินเปรียบเทียบสิ้นปี 2023 ถึง 30 มิ.ย. 2026 (ล้านบาท) — ที่มา: MD&A 2Q26 และ MD&A FY25 รายการในงบการเงิน 31 ธ.ค. 2023 31 ธ.ค. 2024 31 ธ.ค. 2025 30 มิ.ย. 2026 การเปลี่ยนแปลง YTD เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 3,259 4,627 6,462 3,907 -39.5% ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น 4,264 3,821 4,250 6,151 +44.7% สินทรัพย์หมุนเวียนรวม 15,685 16,732 18,782 14,281 -24.0% ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE) 11,250 11,580 12,526 13,388 +6.9% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนรวม 13,527 15,922 17,677 18,879 +6.8% สินทรัพย์รวมทั้งหมด 29,212 32,653 36,459 33,160 -9.0% หนี้สินหมุนเวียน 4,184 3,827 4,086 4,245 +3.9% หนี้สินไม่หมุนเวียน 930 1,025 1,202 1,202 0.0% หนี้สินรวมทั้งหมด 5,114 4,852 5,288 5,447 +3.0% ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 24,098 27,801 31,171 27,713 -11.1%
หมายเหตุ: ส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลงในงวด 1H2026 เกิดจากการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2025 รวมจำนวน ฿7,161 ล้าน (฿9.00/หุ้น) ในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยหักลบด้วยกำไรสุทธิจากการดำเนินงานงวด 1H2026 จำนวน ฿3,679 ล้าน
ภาพรวมกระแสเงินสด (Cash Flow Dynamics) 1H2026
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (CFO): เป็นบวก ฿2,549 ล้านบาท (เทียบกับ ฿3,766 ล้านบาทใน 1H2025) การชะลอตัวลงเล็กน้อยเกิดจากการขยายตัวของลูกหนี้การค้าสถานทูตและองค์กรคู่สัญญาต่างชาติ ซึ่งเป็นธรรมชาติของธุรกิจ Quaternary Fly-in (MD&A 2Q26)
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน (CFI): เป็นบวกสุทธิ ฿963 ล้านบาท เกิดจากการรับคืนเงินลงทุนระยะสั้น ฿4,342 ล้านบาท หักลบด้วยการลงทุนจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์และอุปกรณ์ขั้นสูง ฿648 ล้านบาท (MD&A 2Q26)
กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (CFF): ใช้ไปสุทธิ ฿7,211 ล้านบาท โดยเป็นการจ่ายเงินปันผลคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ฿7,161 ล้านบาท (MD&A 2Q26)
หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage) การวิเคราะห์เลเวอเรจ สภาพคล่อง และเสถียรภาพทางการเงิน — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิ: Net Debt/Equity และ Net Debt/EBITDA ย้อนหลัง
ค่าติดลบหมายถึงบริษัทมีสภาพคล่องเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นมากกว่าหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมด สะท้อนสถานะ Net Cash ปราศจากความเสี่ยงด้านภาระการชำระหนี้
เสถียรภาพทางการเงินสูงสุด: ไร้ความเสี่ยงด้านหนี้สินเงินกู้ยืม (Zero Solvency Risk)
BH ไม่มีหนี้สินเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินและไม่มีการออกหุ้นกู้คงค้าง หนี้สินส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้ายาและเวชภัณฑ์ ค่าธรรมเนียมแพทย์ค้างจ่าย และค่าใช้จ่ายค้างจ่ายตามรอบธุรกิจปกติ บริษัทมีความพร้อมทางการเงินสูงสุดในการรองรับงบลงทุนโครงการโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต และการอัปเกรดเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดด้วยกระแสเงินสดภายในกิจการโดยไม่ต้องกู้ยืมเงินหรือเพิ่มทุน
สัดส่วนธุรกิจ (Segments) โครงสร้างรายได้ตามสัญชาติผู้ป่วยและกลุ่มประเทศเป้าหมายหลัก — ข้อมูล 1H2026
เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ BH แตกต่างจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งอื่นในไทย คือ สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติที่สูงถึง 66.1% ของรายได้กิจการโรงพยาบาล ซึ่งเป็นกลุ่มคนไข้ที่มีกำลังซื้อสูง ต้องการการรักษาโรคซับซ้อน และมีความภักดีต่อแบรนด์บำรุงราษฎร์อย่างเหนียวแน่น
ผู้ป่วยต่างชาติ (NON-THAI PATIENTS)
66.1% (฿8,220M)
ผู้ป่วยชาวไทย (THAI PATIENTS)
33.9% (฿4,215M)
สัดส่วนรายได้โรงพยาบาลแบ่งตามสัญชาติผู้ป่วย (1H2026)
พลวัตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติหลักในงวด 1H2026
กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (Middle East): รายได้เติบโตแข็งแกร่ง +13.5% YoY ในงวด 1H2026 และ +7.1% YoY ในงวด 2Q2026 นำโดยผู้ป่วยจากกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และโอมาน ที่เดินทางเข้ามารับการรักษาโรคหัวใจ มะเร็ง และกระดูกสันหลังอย่างต่อเนื่องหลังผ่านพ้นช่วงรอมฎอน (MD&A 2Q26)
ประเทศเมียนมา (Myanmar): รายได้เติบโตโดดเด่นถึง +21.2% YoY ในงวด 1H2026 และ +27.8% YoY ในงวด 2Q2026 เนื่องจากภาวะความจำเป็นด้านสาธารณสุขในประเทศ ทำให้กลุ่มผู้มีรายได้สูงเดินทางเข้ามารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง (MD&A 2Q26)
ประเทศสหรัฐอเมริกา (United States): รายได้เติบโต +19.2% YoY ในงวด 2Q2026 มาจากทั้งกลุ่มชาวต่างชาติที่พำนักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Expatriates) และผู้ป่วยบินตรงมารับการผ่าตัดที่มีส่วนต่างราคาคุ้มค่ากว่าในสหรัฐฯ (MD&A 2Q26)
กลุ่มผู้ป่วยชาวไทย: รายได้อยู่ที่ ฿4,215 ล้านบาท ชะลอตัวลงเล็กน้อย -2.9% YoY จากภาวะกำลังซื้อในประเทศที่ระมัดระวังตัว แต่ฐานลูกค้าระดับบนที่เป็นโรคซับซ้อนและมีประกันสุขภาพระดับพรีเมียมยังคงใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ (MD&A 2Q26)
ประวัติปันผล (Dividend History) นโยบายเงินปันผล สถิติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง และอัตราผลตอบแทนเงินปันผล — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026
BH กำหนดนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิรวม แต่ในทางปฏิบัติบริษัทจ่ายเงินปันผลในอัตรา Payout Ratio สูงกว่า 70% ถึง 116% อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่งและไม่มีภาระหนี้สินเงินกู้
เงินปันผลต่อหุ้น Dividend Per Share (บาท/หุ้น)
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ของ BH ย้อนหลัง — ที่มา: BH Investor Relations และ SET Factsheet รอบผลประกอบการ เงินปันผลระหว่างกาล เงินปันผลประจำปี รวมเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) อัตราเงินปันผลตอบแทน (Yield) ปี 2023 ฿1.35 (ก.ย. 23) ฿3.15 (พ.ค. 24) ฿4.50 2.05% ปี 2024 ฿2.00 (ก.ย. 24) ฿3.00 (พ.ค. 25) ฿5.00 2.25% ปี 2025 ฿2.00 (ส.ค. 25) ฿9.00 (พ.ค. 26)* ฿11.00 5.63% 1H2026 (ล่าสุด) ฿4.00 (10 ก.ย. 26) รอประกาศ (พ.ค. 27) ฿4.00 (ระหว่างกาล) 5.70% (TTM)
*หมายเหตุ: เงินปันผลประจำปี 2025 ประกอบด้วยเงินปันผลปกติ ฿4.00/หุ้น และเงินปันผลพิเศษ ฿5.00/หุ้น (จ่ายเมื่อ 12 พ.ค. 2026) สะท้อนการจัดสรรเงินสดส่วนเกินคืนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
เปรียบเทียบเพื่อน (Peer Comparison) เปรียบเทียบมูลค่าตลาด ตัวคูณการประเมินมูลค่า และความสามารถทำกำไรในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ — ข้อมูล ณ 6 ต.ค. 2026
ในการเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ 5 แห่งในตลาดหลักทรัพย์ฯ BH โดดเด่นที่สุดในด้านอัตรากำไร EBITDA (40.3%) และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE 25.0%) เหนือกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเกือบเท่าตัว ขณะที่ระดับราคา P/E 20.21x อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ BDMS และต่ำกว่า BCH
มูลค่าตลาด Market Cap (฿ล้าน) และ P/E (เท่า)
ตารางเปรียบเทียบสถิติกลุ่มการแพทย์ — ข้อมูล ณ 6 ต.ค. 2026 จาก SET Factsheet หลักทรัพย์ ราคาปิด (฿) Market Cap (฿ล้าน) P/E (เท่า) P/BV (เท่า) EV/EBITDA (เท่า) Div Yield (%) EBITDA Margin (%) BH 188.50 149,851 20.21 5.61 13.92 5.70% 40.3% BDMS 19.00 301,948 19.71 2.95 12.10 5.20% 23.3% BCH 11.20 27,930 22.94 2.14 11.00 4.02% 24.1% CHG 1.52 16,720 17.19 2.16 9.90 4.61% 21.8% PR9 18.60 14,861 18.37 2.43 10.70 2.69% 22.4%
มุมมองอนาคต (Outlook) กลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโต การขยายโรงพยาบาลแห่งที่สองที่ภูเก็ต และทิศทางการแพทย์แม่นยำ — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026
ทิศทางการเติบโตของกลุ่มบำรุงราษฎร์ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นการสร้าง New S-Curve ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การขยายโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต, การยกระดับการแพทย์แม่นยำและเวชศาสตร์ชะลอวัย (Vitallife Longevity), และการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางการแพทย์ (Bumrungrad Health Network)
โครงการเรือธง
Bumrungrad Phuket
นวัตกรรมการแพทย์
Precision Longevity
เทคโนโลยีการผ่าตัด
Next-Gen Robotics
ปัจจัยเร่งและหมุดหมายการดำเนินงานสำคัญ (Key Catalysts & Milestones)
ความคืบหน้าการพัฒนาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต (Phuket Campus): การลงทุนพัฒนาโรงพยาบาลและคลินิกเวชกรรมในจังหวัดภูเก็ต จะช่วยขยายขีดความสามารถรองรับคนไข้จากเดิมที่พึ่งพาโรงพยาบาลแห่งเดียวที่สุขุมวิท โดยมุ่งเป้าลูกค้านักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ยุโรป ตะวันออกกลาง รัสเซีย และกลุ่ม Expat ระดับบนในภูมิภาคอันดามัน (IR Slides)
การขยายตัวของกระแสสุขภาพเชิงป้องกันและเวชศาสตร์ชะลอวัย (Vitallife & Preventive Medicine): ตลาด Longevity ทั่วโลกเติบโตในอัตราสองหลัก Vitallife ได้ขยายการให้บริการตรวจพันธุกรรมความเสี่ยงเฉพาะบุคคล (Genomic Health Screening) และโปรแกรมชะลอวัยระดับเซลล์ ซึ่งสร้างรายได้ที่มีอัตรากำไรสูงต่อเนื่อง
การเพิ่มเครือข่ายสำนักงานตัวแทนและการส่งต่อผู้ป่วย (Referral Expansion): การขยายสำนักงานตัวแทนในตลาดศักยภาพใหม่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย, บังกลาเทศ, จีนตอนใต้, และเอเชียกลาง เพื่อป้อนคนไข้โรคซับซ้อนเข้าสู่ศูนย์ความเป็นเลิศในกรุงเทพฯ
ปัจจัยเสี่ยงเชิงลึก (Risk Factors Analysis) ประเมินความเสี่ยงหลัก 7 มิติ ผลกระทบเชิงปริมาณ กลยุทธ์บรรเทาความเสี่ยง และสัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026
การวิเคราะห์ความเสี่ยงของ BH อย่างรอบด้าน 7 มิติ พร้อมระบุสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Observable Triggers) เพื่อให้นักลงทุนสามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที:
การประเมินปัจจัยเสี่ยง 7 มิติของ BH — ที่มา: MD&A 2Q2026, แบบ 56-1 One Report 2025 และการวิเคราะห์ทางการเงิน มิติความเสี่ยง รายละเอียดและผลกระทบเชิงปริมาณ กลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยง สัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม (Observable Triggers) 1. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และตลาดผู้ป่วยหลัก BH พึ่งพาผู้ป่วยต่างชาติ 66.1% ของรายได้ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง (~25-28%) และเมียนมา (~8-10%) หากเกิดความขัดแย้งทางทหารหรือการปิดน่านฟ้า อาจกระทบรายได้ 5-8% กระจายฐานลูกค้าไปยังเอเชียใต้ ยุโรป อเมริกา และกลุ่ม Expat ในไทย พร้อมขยายสำนักงานตัวแทนกว่า 30 แห่งในกว่า 20 ประเทศ การยกเลิกหรือระงับเที่ยวบินตรงจากโดฮา ดูไบ ย่างกุ้ง หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายส่งต่อคนไข้ของสำนักงาน ก.พ. และสถานทูต 2. ความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว (หลุด ฿32.50/USD) ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลในรูปเงินตราต่างประเทศแพงขึ้น อาจลดทอนความน่าสนใจเปรียบเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค (มาเลเซีย/อินเดีย) เน้นการแข่งขันด้านคุณภาพการรักษาโรคยากซับซ้อน (Quality over Price) และการรักษามาตรฐาน JCI เพื่อรักษาความภักดีต่อแบรนด์ การแข็งค่าของเงินบาทแตะระดับ ฿31.50–฿32.00 ต่อดอลลาร์สหรัฐต่อเนื่อง และยอดผู้ป่วยบินตรงจากต่างประเทศเริ่มชะลอตัว 3. การแข่งขันในกลุ่มพรีเมียมและตติยภูมิ คู่แข่งในประเทศ (BDMS, รพ.พระรามเก้า, เมดพาร์ค) ขยายศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางดึงดูดคนไข้ระดับบน ขณะที่โรงพยาบาลในมาเลเซียและสิงคโปร์ได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายจากรัฐ ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Quaternary Care ด้วยหุ่นยนต์ผ่าตัดรุ่นล่าสุด da Vinci Xi และ MAKO ควบคู่กับการขยายศูนย์ Vitallife Longevity การชะลอตัวของรายได้เฉลี่ยต่อบิลผู้ป่วย (Revenue per Billed Patient) หรือการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดคนไข้ต่างชาติในไทย 4. การขาดแคลนและเงินเฟ้อค่าจ้างบุคลากร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับซูเปอร์สเปเชียลิสต์และพยาบาลวิชาชีพเป็นทรัพยากรจำกัด การแย่งชิงบุคลากรอาจทำให้สัดส่วนค่าธรรมเนียมแพทย์และค่าจ้างพนักงานสูงขึ้น โครงสร้างผลตอบแทนที่จูงใจ สภาพแวดล้อมการทำงานระดับสากล และโอกาสการทำวิจัยทางคลินิกร่วมกับ Asia Global Research สัดส่วนค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าธรรมเนียมแพทย์ต่อรายได้รวมปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า 42% 5. การกระจุกตัวของโรงพยาบาลเดี่ยว (Single-Site) รายได้หลักเกือบ 100% พึ่งพาโรงพยาบาลแห่งเดียวที่สุขุมวิท ซอย 3 มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ขยายเตียงจดทะเบียน (เต็มเพดาน 580 เตียง) และความเสี่ยงหากเกิดอุบัติภัยในพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการครองเตียง (Turnover Rate), พัฒนาบริการผู้ป่วยนอก (OPD) และเร่งโครงการโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต อัตราการครองเตียง (Occupancy Rate) สุขุมวิทแตะระดับ 85-90% และความล่าช้าในกำหนดการเปิดโครงการโรงพยาบาลภูเก็ต 6. กฎระเบียบภาครัฐและการควบคุมราคายา นโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการควบคุมราคายา เวชภัณฑ์ และค่ารักษาพยาบาล (กกร.) อาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาค่าบริการ เน้นการให้บริการหัตถการผ่าตัดขั้นสูงที่มีเทคโนโลยีเฉพาะตัว ซึ่งอยู่นอกเหนือกรอบราคายาทั่วไป และรักษาความโปร่งใสด้านราคา การออกประกาศมาตรการควบคุมราคายาหรือเพดานค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมจากกระทรวงพาณิชย์ 7. รอบระยะเวลาเรียกเก็บหนี้สถานทูต (DSO) ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นเป็น ฿6,151 ล้าน ณ 30 มิ.ย. 2026 จากรอบการวางบิลและเบิกจ่ายเงินสวัสดิการของสถานทูตและองค์กรต่างประเทศในตะวันออกกลาง การประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานส่งตัว การคัดกรองความน่าเชื่อถือขององค์กรคู่สัญญา และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญอย่างรัดกุม ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (DSO) เพิ่มขึ้นเกินกว่า 90 วัน หรือมีการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้นผิดปกติ
SWOT Analysis การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของ BH — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026
Strengths (จุดแข็ง)
แบรนด์การแพทย์ระดับโลก: ได้รับการยอมรับจากคนไข้กว่า 190 ประเทศ ได้รับการรับรอง JCI รายแรกในเอเชียต่อเนื่อง 24 ปี
ความสามารถทำกำไรสูงสุด: EBITDA Margin 40.3% และ Net Profit Margin 29.4% สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลจดทะเบียน
งบดุลแข็งแกร่งระดับป้อมปราการ: ไร้หนี้เงินกู้ระยะยาว มีสถานะเงินสดสุทธิ (Net Cash) เงินสดในมือกว่า ฿3,907 ล้านบาท
ความเป็นเลิศด้านตติยภูมิขั้นสูง: 47 ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ทีมแพทย์ 1,300+ ท่าน พร้อมหุ่นยนต์ผ่าตัด da Vinci Xi และ MAKO
Weaknesses (จุดอ่อน)
การกระจุกตัวของสถานที่ตั้ง: รายได้เกือบทั้งหมดมาจากโรงพยาบาลแห่งเดียวที่สุขุมวิท ซอย 3 ซึ่งมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ขยายเตียง
พึ่งพาผู้ป่วยต่างชาติสูง (66.1%): อ่อนไหวต่อสถานการณ์ระหว่างประเทศ เที่ยวบินพาณิชย์ และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า
ระยะเวลาการเก็บหนี้ยาวขึ้น: ลูกหนี้การค้าสถานทูตทำให้ DSO อยู่ที่ระดับประมาณ 75-80 วัน
การเติบโตของคนไข้ไทยชะลอตัว: รายได้คนไข้ไทยลดลง -2.9% YoY ใน 1H2026 จากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดกรุงเทพฯ
Opportunities (โอกาส)
โครงการขยายโรงพยาบาลแห่งที่สองที่ภูเก็ต: ปลดล็อกกำลังการให้บริการเพื่อเจาะตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และชาวต่างชาติอันดามัน
เมกะเทรนด์ Longevity & Wellness: ขยายศูนย์ Vitallife ตอบโจทย์กระแสสุขภาพเชิงป้องกันและสังคมสูงวัยระดับบน
การเปิดตลาดผู้ป่วย Fly-in สัญชาติใหม่: ขยายเครือข่ายสำนักงานตัวแทนในซาอุดีอาระเบีย บังกลาเทศ และจีน
การต่อยอดสู่การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine): การตรวจจีโนมิกส์และยามุ่งเป้าเพิ่มมูลค่าต่อเคสการรักษาอย่างมีนัยสำคัญ
Threats (อุปสรรค)
ความไม่สงบด้านภูมิรัฐศาสตร์: สงครามในตะวันออกกลางหรือความตึงเครียดตามแนวพรมแดนเมียนมาอาจกระทบการเดินทาง
การแข็งค่าของเงินบาท: ลดทอนความได้เปรียบด้านราคาเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลคู่แข่งในมาเลเซียและสิงคโปร์
การแย่งชิงบุคลากรทางการแพทย์: การขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและพยาบาลวิชาชีพอาจกดดันโครงสร้างต้นทุน
การพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศคู่ค้า: บางประเทศในตะวันออกกลางมีนโยบายสนับสนุนการรักษาพยาบาลภายในประเทศ
มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View) สรุปมุมมองนักวิเคราะห์ IAA Consensus ราคาเป้าหมาย และรายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026
IAA CONSENSUS RATING
18 Buy · 1 Hold · 1 Sell
ราคาเป้าหมายมัธยฐาน (MEDIAN)
฿220.00 (+16.7%)
กรอบราคาเป้าหมาย (RANGE)
฿189.00 – ฿245.00
การประเมินมูลค่าและการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ (Valuation Context) จากการสำรวจความคิดเห็นของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus ผ่าน Settrade) ณ ต้นเดือนตุลาคม 2026 ครอบคลุมบริษัทหลักทรัพย์ 20 แห่ง นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ถึง 90% โดยมองว่าราคาหุ้นที่ย่อตัวลงมาซื้อขายที่ P/E 20.21x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 22-24x) ได้สะท้อนความกังวลระยะสั้นไปมากแล้ว ขณะที่ Dividend Yield อยู่ในระดับน่าดึงดูดถึง 5.70%
ตัวอย่างการจัดอันดับและราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ — ที่มา: Settrade Consensus บริษัทหลักทรัพย์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท) คาดการณ์กำไรปี 2026 (ล้านบาท) คาดการณ์ EPS (บาท) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) Outperform ฿245.00 7,822 9.84 บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (UOBKHST) Buy ฿236.00 7,641 8.80 บล. เอเอสแอล (ASL) Buy ฿232.00 7,654 9.60 บล. เคจีไอ (KGI) Outperform ฿228.00 7,876 9.91 บล. เอเซีย พลัส (ASPS) Buy ฿225.00 7,810 9.82 บล. กรุงศรี (KSS) Buy ฿225.00 7,523 9.46 บล. บัวหลวง (BLS) Buy ฿220.00 7,766 9.76 บล. กสิกรไทย (KS) Neutral ฿211.00 7,811 9.83 บล. ทิสโก้ (TISCO) Buy ฿200.00 7,469 8.60 บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) Underperform ฿189.00 7,514 8.66
แบบจำลองเปรียบเทียบเชิงสถานการณ์และผลตอบแทนคาดหวัง (Scenario Analysis) แบบจำลองสถานการณ์ผลตอบแทนและเป้าหมายทางการเงินของ BH (ปี 2026–2027) — ที่มา: การวิเคราะห์เชิงสถิติและการประเมินมูลค่า มิติการวิเคราะห์ Bull Case (สถานการณ์ดีเยี่ยม) Base Case (สถานการณ์ฐาน) Bear Case (สถานการณ์แย่) ราคาเป้าหมาย (Target Price) ฿245.00 ฿220.00 ฿185.00 อัตราผลตอบแทนจากราคาปัจจุบัน (188.50) +29.97% +16.71% -1.86% คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026 (ล้านบาท) 8,000 7,700 7,300 คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ฿10.06 ฿9.69 ฿9.18 P/E Multiple อ้างอิง 24.35x 22.70x 20.15x EBITDA Margin คาดการณ์ 41.5% 40.2% 38.2% การเติบโตของรายได้คนไข้ต่างชาติ +8.0% ถึง +10.0% +4.0% ถึง +6.0% -2.0% ถึง +1.0% เงินปันผลต่อหุ้นทั้งปี (DPS คาดการณ์) ฿10.50 (Yield 5.57%) ฿9.00 (Yield 4.77%) ฿7.50 (Yield 3.98%) ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก (Key Driver) คนไข้ตะวันออกกลางเร่งตัวสูง, ภูเก็ตเปิดตัวเร็ว, Margin สูงลิ่ว คนไข้ต่างชาติฟื้นต่อเนื่อง, ควบคุมต้นทุนเยี่ยม, ปันผลมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด, บาทแข็งค่าหนัก, คนไข้ไทยชะลอตัว
รายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist)
1. ตัวเลขผู้ป่วยต่างชาติตะวันออกกลางและเมียนมาในรายงานประจำไตรมาส: ติดตามการฟื้นตัวของปริมาณผู้ป่วย Fly-in และยอดค่ารักษาต่อบิลว่ายังคงขยายตัวตามเป้าหมายหรือไม่
2. เสถียรภาพของ EBITDA Margin เหนือระดับ 40%: ตรวจสอบความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนบุคลากรและค่าใช้จ่ายด้านการตลาด
3. ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต: ติดตามงบลงทุน (CAPEX) และความพร้อมของใบอนุญาตเพื่อเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์
4. พลวัตของลูกหนี้การค้าและกระแสเงินสดดำเนินงาน (CFO): ติดตามรอบการชำระเงินของสถานทูตต่างประเทศว่าเริ่มกลับสู่ภาวะปกติและหนุนกระแสเงินสดหรือไม่
5. การจัดสรรเงินสดส่วนเกินและนโยบายเงินปันผล: ติดตามการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและเงินปันผลประจำปีว่าจะมีการจ่ายปันผลพิเศษต่อเนื่องหรือไม่
แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 6 ตุลาคม 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน