รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น BH — บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)

ผู้นำโรงพยาบาลเอกชนระดับตติยภูมิขั้นสูง (Quaternary Care) และศูนย์การแพทย์นานาชาติชั้นนำของเอเชียแปซิฟิก ดำเนินงาน 580 เตียงจดทะเบียน พร้อมบริษัทย่อยในเครือครอบคลุมเวชศาสตร์ชะลอวัย (Vitallife) การรักษามะเร็งบูรณาการ (Esperance) งานวิจัยทางคลินิก (CRO) เครือข่ายความร่วมมือทางการแพทย์ (Bumrungrad Health Network) และโครงการโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต — อัปเดตข้อมูลตลาด ณ 6 ตุลาคม 2026 / งบการเงิน 1H2026
Sector: บริการ / การแพทย์ (Services / Health Care Services)ราคาล่าสุด ฿188.5Market Cap ฿149,851 ล้านP/E 20.21 · P/BV 5.61Dividend Yield ~5.7%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์ ผลประกอบการ 1H2026 ฐานะการเงิน และแบบจำลองมูลค่าสถานการณ์ — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿188.50 · ฿149,851 ล้าน
ราคา ณ 6 ต.ค. 2026(SET Factsheet)
รายได้รวม 1H2026
฿12,532 ล้าน
โต +1.8% YoY (รพ. ฿12,435M)(MD&A 2Q26)
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿5,054 ล้าน (40.3%)
โต +3.7% YoY · ขยายตัว +70 bps(MD&A 2Q26)
กำไรสุทธิ 1H2026 (MARGIN)
฿3,679 ล้าน (29.4%)
โต +2.4% YoY · EPS ฿4.63(MD&A 2Q26)
การประเมินมูลค่า (P/E · P/BV)
20.21x · 5.61x
ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอดีต · ROE 25.0%(SET Factsheet)
เงินปันผล & สถานะหนี้สิน
Yield 5.70% · Net Cash
1H26 จ่าย ฿4.00 · ไร้หนี้เงินกู้ระยะยาว(BH IR)

จุดเด่นเชิงกลยุทธ์: ความสามารถทำกำไรสูงสุดในอุตสาหกรรม (EBITDA Margin 40.3%) และงบดุลระดับป้อมปราการ

บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) (BH) ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิขั้นสูง (Quaternary Care) และศูนย์การแพทย์นานาชาติชั้นนำระดับโลก โดยสามารถสร้างอัตรากำไร EBITDA สูงถึง 40.3% และอัตรากำไรสุทธิ 29.4% ในงวด 1H2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในบรรดาโรงพยาบาลจดทะเบียนในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีรายได้กว่า 66.1% มาจากผู้ป่วยต่างชาติกว่า 190 ประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยงบดุลไร้หนี้เงินกู้ระยะยาว (Net Cash Position) มีสภาพคล่องในมือสูงกว่า ฿3,907 ล้านบาท

บทสรุปสาระสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารและนักลงทุน:

สรุปมุมมอง 3 สถานการณ์ (Bull / Base / Bear Case)

Bull Case — ฿245.00 (+29.97%)

  • สมมติฐาน: รายได้คนไข้ต่างชาติตะวันออกกลางและเมียนมาเติบโตเด่น 8-10% YoY, โครงการภูเก็ตคืบหน้าเร็วกว่าแผน, EBITDA Margin ยืนเหนือ 41.5% จากการเพิ่มสัดส่วนหัตถการผ่าตัดซับซ้อนและการเบิกจ่ายสวัสดิการต่างชาติคล่องตัว
  • ประมาณการกำไรปี 2026: กำไรสุทธิแตะ ฿7,900–฿8,050 ล้านบาท (EPS ฿9.95–฿10.12)
  • การประเมินมูลค่า: P/E เป้าหมาย 24.5 เท่า (เทียบเคียงระดับ +1.0 S.D. ของค่าเฉลี่ยในอดีต)
  • เป้าหมายโบรกเกอร์: สอดคล้องกับราคาเป้าหมายสูงสุดจาก บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX ฿245.00) (Settrade)

Base Case — ฿220.00 (+16.71%)

  • สมมติฐาน: รายได้รวมเติบโตในระดับปานกลาง 3.0-4.5% YoY, ปริมาณผู้ป่วยต่างชาติทรงตัวถึงเติบโตต่อเนื่อง 4-6%, อัตรากำไรสุทธิรักษาได้ที่ระดับ 29.5-30.0%, นโยบายคืนเงินปันผลรักษาระดับ Payout Ratio ไม่ต่ำกว่า 75-80% (Yield คาดการณ์ 5.0-5.7%)
  • ประมาณการกำไรปี 2026: กำไรสุทธิประมาณ ฿7,650–฿7,750 ล้านบาท (EPS ฿9.62–฿9.75)
  • การประเมินมูลค่า: P/E เป้าหมาย 22.5 เท่า (สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยระยะยาว 5 ปี)
  • เป้าหมายโบรกเกอร์: สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยมัธยฐาน IAA Consensus 20 โบรกเกอร์ (Median ฿220.00) (Settrade)

Bear Case — ฿185.00 (-1.86%)

  • สมมติฐาน: ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางขยายวงกระทบเที่ยวบิน, ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุด ฿32.50/USD ลดทอนความได้เปรียบด้านราคาเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค (มาเลเซีย/สิงคโปร์), การแข่งขันในไทยแย่งชิงคนไข้รุนแรงขึ้น, EBITDA Margin ปรับลดลงสู่ 38.0%
  • ประมาณการกำไรปี 2026: กำไรสุทธิชะลอตัวลงมาอยู่ที่ ฿7,250–฿7,350 ล้านบาท (EPS ฿9.12–฿9.25)
  • การประเมินมูลค่า: P/E ลดลงมาอยู่ที่ 20.0 เท่า (ใกล้เคียงจุดต่ำสุดของรอบวัฏจักร)
  • เป้าหมายโบรกเกอร์: ใกล้เคียงกับกรอบราคาต่ำสุดจาก บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX ฿189.00) (Settrade)

ข้อมูลบริษัทและ Factsheet

ข้อมูลตลาด ณ 6 ต.ค. 2026 และโครงสร้างบริษัทตามแบบแสดงรายการข้อมูล 56-1 One Report
MARKET CAPITALIZATION
฿149,851 M
794.97 ล้านหุ้นจดทะเบียน(SET)
52-WEEK HIGH / LOW
฿214.00 / 136.00
ราคาปิดล่าสุด ฿188.50(SET)
P/E (TTM) · P/BV
20.21x · 5.61x
ROA 21.1% · ROE 25.0%(SET)
EV / EBITDA
13.92x
Enterprise Value ฿146,394 ล้าน(SET)
DIVIDEND YIELD
5.70%
1H26 จ่าย ฿4.00 (ปี 25 รวม ฿11.00)(BH IR)
FREE FLOAT
72.96%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 23,151 ราย(SET)
FOREIGN OWNERSHIP
31.70%
เพดานถือครองต่างชาติ 49.00%(SET)
THAI NVDR
9.73%
ถือครองผ่าน NVDR เพื่อการลงทุน(SET)
ตารางแสดงข้อมูลนิติบุคคลและโครงสร้างทุนของ BH — ที่มา: SET Factsheet และแบบ 56-1 One Report 2025
หัวข้อโครงสร้างรายละเอียดทางการ
ชื่อทางการ (ไทย / อังกฤษ)บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) / Bumrungrad Hospital Public Company Limited
สัญลักษณ์หลักทรัพย์ / ตลาดBH (SET: หมวดธุรกิจการแพทย์ Health Care Services) / Bloomberg: BH TB / Reuters: BH.BK
ดัชนีอ้างอิงที่ได้รับการคัดเลือกSET50, SET100, SETWB, SETESG (ESG Rating: AAA ระดับสูงสุด), MSCI Thailand Index
วันที่จัดตั้ง / วันที่เข้าจดทะเบียน21 เมษายน 2518 (1975) / 15 ธันวาคม 2532 (1989) (ดำเนินธุรกิจก้าวสู่ปีที่ 50)
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว794,966,592 บาท (หุ้นสามัญ 794,966,592 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้พาร์ 1.00 บาท)
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสถานพยาบาลหลักเลขที่ 33 สุขุมวิท ซอย 3 (นานาเหนือ) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
เว็บไซต์ทางการ / นักลงทุนสัมพันธ์www.bumrungrad.com / bh.listedcompany.com
กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับแรกกลุ่ม บีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKI Holdings PCL / บมจ.กรุงเทพประกันภัย) (~13.2%), Thai NVDR (9.73%), และกลุ่มผู้ก่อตั้งตระกูลโสภณพนิช
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด (EY Office Limited)

ลักษณะธุรกิจและโครงสร้างธุรกิจในเครือทั้งหมด

เจาะลึกขอบเขตการดำเนินงาน บริษัทย่อยในเครือทั้งหมด และศูนย์การแพทย์เฉพาะทางระดับสากล — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026

บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนระดับตติยภูมิขั้นสูง (Quaternary Care) และการแพทย์เฉพาะทางที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้รูปแบบการบริหารโรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งเดียว (Single-Campus Model) ผสานเข้ากับโครงสร้างบริษัทย่อยที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่มูลค่าการดูแลสุขภาพ (Healthcare Value Chain)

กำลังการให้บริการหลัก
580 เตียงจดทะเบียน
รองรับผู้ป่วยนอก (OPD) 5,500 ราย/วัน(IR Slides)
ฐานผู้ป่วยระดับโลก
190+ ประเทศทั่วโลก
สัดส่วนรายได้ต่างชาติ 66.1% ของรายได้ รพ.(MD&A 2Q26)
มาตรฐานระดับสากล
JCI แห่งแรกในเอเชีย
ได้รับการรับรองต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2002(IR Slides)

1. โครงสร้างธุรกิจและบริษัทย่อยในเครือทั้งหมด (Corporate Structure & Subsidiaries)

กลุ่มบริษัทบำรุงราษฎร์มีการจัดโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อยและธุรกิจร่วมทุนเพื่อสนับสนุนและต่อยอดขีดความสามารถทางการแพทย์ ดังต่อไปนี้:

โครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อยและธุรกิจร่วมของ BH — ที่มา: แบบ 56-1 One Report 2025 และงบการเงินรวม
ชื่อนิติบุคคล / บริษัทย่อยสัดส่วนการถือหุ้นลักษณะการดำเนินธุรกิจ
1. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (บริษัทแม่)100.00% (ดำเนินงานเอง)โรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูง 580 เตียง อาคารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และอาคารคลินิกนานาชาติ สุขุมวิท ซอย 3 ให้บริการรักษาโรคยากซับซ้อนและการผ่าตัดระดับสูงตลอด 24 ชั่วโมง
2. บริษัท ไวทัลไลฟ์ จำกัด (Vitallife Corporation Limited)100.00%ผู้นำด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging Medicine), เวชศาสตร์ป้องกันเชิงรุก (Preventive Medicine), การแพทย์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม และการตรวจวิเคราะห์จีโนมิกส์ส่วนบุคคล (Personalized Wellness)
3. บริษัท เอสเพอแรนซ์ จำกัด (Esperance Integrative Cancer Clinic)100.00% (ผ่านเครือข่าย)คลินิกการแพทย์บูรณาการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ผสมผสานการรักษาแบบแผนปัจจุบันเข้ากับการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน โภชนบำบัดเฉพาะบุคคล และ Targeted/Immunotherapy เสริม
4. บริษัท บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (BHN)100.00%ธุรกิจขยายเครือข่ายความร่วมมือทางการแพทย์ โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลพันธมิตรในประเทศ เปิดศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทาง (เช่น Joint Spine & Joint Centers) ขยายฐานคนไข้ระดับกลางถึงบน
5. บริษัท บำรุงราษฎร์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ จำกัด (BMC)100.00%ดำเนินงานคลินิกเวชกรรม การให้บริการทางการแพทย์สนับสนุน และการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในกิจการสถานพยาบาล
6. บริษัท เอเชีย โกลบอล รีเสิร์ช จำกัด (Asia Global Research - AGR)100.00%องค์กรรับทำการวิจัยทางคลินิก (Contract Research Organization - CRO) ทำหน้าที่บริหารจัดการและสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางคลินิกยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ระดับสากล
7. บริษัท เอเชีย โกลบอล เฮลท์ จำกัด (Asia Global Health - AGH)100.00%ธุรกิจการลงทุน ให้คำปรึกษา และบริหารจัดการกิจการโรงพยาบาลและโครงการทางการแพทย์ในต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายส่งต่อผู้ป่วย
8. บริษัท ไลฟ์ แอนด์ ลอนเจวิตี้ จำกัด (Life and Longevity Co., Ltd.)100.00%การพัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เวชสำอาง และโซลูชันเพื่อสุขภาพองค์รวมภายใต้แบรนด์ Vitallife
9. บริษัท อิน-เฮ้าส์ โลจิสติกส์ จำกัด (In-House Logistics Co., Ltd.)100.00%การบริหารคลังสินค้า คลังยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบโลจิสติกส์ภายในโรงพยาบาลเพื่อความแม่นยำและประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
10. โครงการโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต (Phuket Campus)100.00% (อยู่ระหว่างพัฒนา)โรงพยาบาลระดับพรีเมียมขนาด 200+ เตียง และคลินิกเวชกรรมบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต เจาะตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และชาวต่างชาติในแถบอันดามัน
11. เครือข่ายสำนักงานตัวแทนต่างประเทศ (Referral Offices)100.00% / สัญญาตัวแทนเครือข่ายสำนักงานตัวแทนส่งต่อผู้ป่วยกว่า 30 แห่งในกว่า 20 ประเทศ เช่น กาตาร์, คูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, โอมาน, เมียนมา, บังกลาเทศ, กัมพูชา, มองโกเลีย ฯลฯ

2. ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์เฉพาะทาง 47 ศูนย์ (Centers of Excellence)

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จัดตั้งศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและคลินิกบริการมากกว่า 47 แห่ง โดยมีศูนย์เรือธงระดับแนวหน้าของภูมิภาคที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและมี Case Mix Index (CMI) ระดับสูง ได้แก่:

ผลประกอบการ (Financial Performance)

ผลประกอบการย้อนหลัง FY2023–1H2026 และงวด 12 เดือนย้อนหลัง (TTM) — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026

บำรุงราษฎร์แสดงศักยภาพการทำกำไรที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยรักษา EBITDA Margin เหนือระดับ 39-40% และ Net Profit Margin เกือบ 30% แม้รายได้รวมจะเผชิญฐานที่สูงหลังโควิด แต่ความเชี่ยวชาญการรักษาโรคซับซ้อน (High CMI) และการบริหารประสิทธิภาพภายใน ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

รายได้รวม, EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
ตารางสรุปผลประกอบการทางการเงินย้อนหลังและงวดล่าสุด (ล้านบาท) — ที่มา: MD&A 2Q26, MD&A FY25, MD&A FY24
รายการทางการเงินFY2023FY2024FY20251H20251H2026YoY (1H)TTM มิ.ย. 26
รายได้จากกิจการโรงพยาบาล25,29625,63425,13412,12512,435+2.6%25,444
รายได้รวมทั้งหมด25,57525,86225,44912,31012,532+1.8%25,671
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน15,97815,61915,3007,4347,478+0.6%15,344
EBITDA9,59710,24310,1494,8765,054+3.7%10,327
อัตรากำไร EBITDA (%)37.5%39.6%39.9%39.6%40.3%+70 bps40.2%
ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย1,0971,0771,085515573+11.3%1,143
ภาษีเงินได้นิติบุคคล1,5831,6041,544849875+3.1%1,570
กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่7,0067,7757,5123,5913,679+2.4%7,600
อัตรากำไรสุทธิ (%)27.4%30.1%29.5%29.2%29.4%+20 bps29.6%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท/หุ้น)8.819.789.454.524.63+2.4%9.56
วิวัฒนาการของอัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%)

หมายเหตุ: ตัวเลขทางการเงินรวบรวมจากงบการเงินรวมและคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) ของ BH ที่รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. โดยงวด TTM คำนวณจากรอบ 4 ไตรมาสล่าสุดสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026

เปรียบเทียบผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก: 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (ล้านบาท)

งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และพลวัตกระแสเงินสด — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026

งบการเงินของ BH สะท้อนโครงสร้างเงินทุนแบบอนุรักษ์นิยมสูงสุด สินทรัพย์รวมมีสัดส่วนหนี้สินต่ำมากเพียง 16.4% ของสินทรัพย์รวม โดยไม่มีหนี้สินเงินกู้ยืมระยะยาว และมีส่วนของผู้ถือหุ้นรองรับความเสี่ยงสูงถึง 83.6% ของโครงสร้างเงินทุน

โครงสร้างสินทรัพย์รวมเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นและหนี้สิน (ล้านบาท)
งบแสดงสถานะการเงินเปรียบเทียบสิ้นปี 2023 ถึง 30 มิ.ย. 2026 (ล้านบาท) — ที่มา: MD&A 2Q26 และ MD&A FY25
รายการในงบการเงิน31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026การเปลี่ยนแปลง YTD
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด3,2594,6276,4623,907-39.5%
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น4,2643,8214,2506,151+44.7%
สินทรัพย์หมุนเวียนรวม15,68516,73218,78214,281-24.0%
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE)11,25011,58012,52613,388+6.9%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนรวม13,52715,92217,67718,879+6.8%
สินทรัพย์รวมทั้งหมด29,21232,65336,45933,160-9.0%
หนี้สินหมุนเวียน4,1843,8274,0864,245+3.9%
หนี้สินไม่หมุนเวียน9301,0251,2021,2020.0%
หนี้สินรวมทั้งหมด5,1144,8525,2885,447+3.0%
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม24,09827,80131,17127,713-11.1%

หมายเหตุ: ส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลงในงวด 1H2026 เกิดจากการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2025 รวมจำนวน ฿7,161 ล้าน (฿9.00/หุ้น) ในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยหักลบด้วยกำไรสุทธิจากการดำเนินงานงวด 1H2026 จำนวน ฿3,679 ล้าน

ภาพรวมกระแสเงินสด (Cash Flow Dynamics) 1H2026

หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)

การวิเคราะห์เลเวอเรจ สภาพคล่อง และเสถียรภาพทางการเงิน — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026
NET DEBT / EQUITY
-0.10x
สถานะเงินสดสุทธิ (Net Cash)(MD&A 2Q26)
NET DEBT / EBITDA
-0.38x
เงินสดสุทธิเหนือกว่าหนี้สิน(MD&A 2Q26)
CURRENT RATIO
3.36x
สภาพคล่องหมุนเวียนสูงมาก(MD&A 2Q26)
QUICK RATIO
2.37x
สินทรัพย์สภาพคล่องสูง(MD&A 2Q26)
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิ: Net Debt/Equity และ Net Debt/EBITDA ย้อนหลัง

ค่าติดลบหมายถึงบริษัทมีสภาพคล่องเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นมากกว่าหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมด สะท้อนสถานะ Net Cash ปราศจากความเสี่ยงด้านภาระการชำระหนี้

เสถียรภาพทางการเงินสูงสุด: ไร้ความเสี่ยงด้านหนี้สินเงินกู้ยืม (Zero Solvency Risk)

BH ไม่มีหนี้สินเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินและไม่มีการออกหุ้นกู้คงค้าง หนี้สินส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้ายาและเวชภัณฑ์ ค่าธรรมเนียมแพทย์ค้างจ่าย และค่าใช้จ่ายค้างจ่ายตามรอบธุรกิจปกติ บริษัทมีความพร้อมทางการเงินสูงสุดในการรองรับงบลงทุนโครงการโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต และการอัปเกรดเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดด้วยกระแสเงินสดภายในกิจการโดยไม่ต้องกู้ยืมเงินหรือเพิ่มทุน

สัดส่วนธุรกิจ (Segments)

โครงสร้างรายได้ตามสัญชาติผู้ป่วยและกลุ่มประเทศเป้าหมายหลัก — ข้อมูล 1H2026

เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ BH แตกต่างจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งอื่นในไทย คือ สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติที่สูงถึง 66.1% ของรายได้กิจการโรงพยาบาล ซึ่งเป็นกลุ่มคนไข้ที่มีกำลังซื้อสูง ต้องการการรักษาโรคซับซ้อน และมีความภักดีต่อแบรนด์บำรุงราษฎร์อย่างเหนียวแน่น

ผู้ป่วยต่างชาติ (NON-THAI PATIENTS)
66.1% (฿8,220M)
รายได้ขยายตัว +5.6% YoY(MD&A 2Q26)
ผู้ป่วยชาวไทย (THAI PATIENTS)
33.9% (฿4,215M)
สัดส่วนรายได้ 33.9% (-2.9% YoY)(MD&A 2Q26)
สัดส่วนรายได้โรงพยาบาลแบ่งตามสัญชาติผู้ป่วย (1H2026)

พลวัตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติหลักในงวด 1H2026

ประวัติปันผล (Dividend History)

นโยบายเงินปันผล สถิติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง และอัตราผลตอบแทนเงินปันผล — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026

BH กำหนดนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิรวม แต่ในทางปฏิบัติบริษัทจ่ายเงินปันผลในอัตรา Payout Ratio สูงกว่า 70% ถึง 116% อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่งและไม่มีภาระหนี้สินเงินกู้

เงินปันผลต่อหุ้น Dividend Per Share (บาท/หุ้น)
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ของ BH ย้อนหลัง — ที่มา: BH Investor Relations และ SET Factsheet
รอบผลประกอบการเงินปันผลระหว่างกาลเงินปันผลประจำปีรวมเงินปันผลต่อหุ้น (DPS)อัตราเงินปันผลตอบแทน (Yield)
ปี 2023฿1.35 (ก.ย. 23)฿3.15 (พ.ค. 24)฿4.502.05%
ปี 2024฿2.00 (ก.ย. 24)฿3.00 (พ.ค. 25)฿5.002.25%
ปี 2025฿2.00 (ส.ค. 25)฿9.00 (พ.ค. 26)*฿11.005.63%
1H2026 (ล่าสุด)฿4.00 (10 ก.ย. 26)รอประกาศ (พ.ค. 27)฿4.00 (ระหว่างกาล)5.70% (TTM)

*หมายเหตุ: เงินปันผลประจำปี 2025 ประกอบด้วยเงินปันผลปกติ ฿4.00/หุ้น และเงินปันผลพิเศษ ฿5.00/หุ้น (จ่ายเมื่อ 12 พ.ค. 2026) สะท้อนการจัดสรรเงินสดส่วนเกินคืนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

เปรียบเทียบเพื่อน (Peer Comparison)

เปรียบเทียบมูลค่าตลาด ตัวคูณการประเมินมูลค่า และความสามารถทำกำไรในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ — ข้อมูล ณ 6 ต.ค. 2026

ในการเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ 5 แห่งในตลาดหลักทรัพย์ฯ BH โดดเด่นที่สุดในด้านอัตรากำไร EBITDA (40.3%) และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE 25.0%) เหนือกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเกือบเท่าตัว ขณะที่ระดับราคา P/E 20.21x อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ BDMS และต่ำกว่า BCH

มูลค่าตลาด Market Cap (฿ล้าน) และ P/E (เท่า)
ตารางเปรียบเทียบสถิติกลุ่มการแพทย์ — ข้อมูล ณ 6 ต.ค. 2026 จาก SET Factsheet
หลักทรัพย์ราคาปิด (฿)Market Cap (฿ล้าน)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)EV/EBITDA (เท่า)Div Yield (%)EBITDA Margin (%)
BH188.50149,85120.215.6113.925.70%40.3%
BDMS19.00301,94819.712.9512.105.20%23.3%
BCH11.2027,93022.942.1411.004.02%24.1%
CHG1.5216,72017.192.169.904.61%21.8%
PR918.6014,86118.372.4310.702.69%22.4%

มุมมองอนาคต (Outlook)

กลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโต การขยายโรงพยาบาลแห่งที่สองที่ภูเก็ต และทิศทางการแพทย์แม่นยำ — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026

ทิศทางการเติบโตของกลุ่มบำรุงราษฎร์ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นการสร้าง New S-Curve ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การขยายโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต, การยกระดับการแพทย์แม่นยำและเวชศาสตร์ชะลอวัย (Vitallife Longevity), และการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางการแพทย์ (Bumrungrad Health Network)

โครงการเรือธง
Bumrungrad Phuket
รพ.พรีเมียม 200+ เตียง ดักจับอันดามัน(IR Slides)
นวัตกรรมการแพทย์
Precision Longevity
จีโนมิกส์ ยามุ่งเป้า และฟื้นฟูเซลล์(Bumrungrad)
เทคโนโลยีการผ่าตัด
Next-Gen Robotics
หุ่นยนต์ da Vinci Xi & MAKO(Bumrungrad)

ปัจจัยเร่งและหมุดหมายการดำเนินงานสำคัญ (Key Catalysts & Milestones)

ปัจจัยเสี่ยงเชิงลึก (Risk Factors Analysis)

ประเมินความเสี่ยงหลัก 7 มิติ ผลกระทบเชิงปริมาณ กลยุทธ์บรรเทาความเสี่ยง และสัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026

การวิเคราะห์ความเสี่ยงของ BH อย่างรอบด้าน 7 มิติ พร้อมระบุสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Observable Triggers) เพื่อให้นักลงทุนสามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที:

การประเมินปัจจัยเสี่ยง 7 มิติของ BH — ที่มา: MD&A 2Q2026, แบบ 56-1 One Report 2025 และการวิเคราะห์ทางการเงิน
มิติความเสี่ยงรายละเอียดและผลกระทบเชิงปริมาณกลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยงสัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม (Observable Triggers)
1. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และตลาดผู้ป่วยหลักBH พึ่งพาผู้ป่วยต่างชาติ 66.1% ของรายได้ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง (~25-28%) และเมียนมา (~8-10%) หากเกิดความขัดแย้งทางทหารหรือการปิดน่านฟ้า อาจกระทบรายได้ 5-8%กระจายฐานลูกค้าไปยังเอเชียใต้ ยุโรป อเมริกา และกลุ่ม Expat ในไทย พร้อมขยายสำนักงานตัวแทนกว่า 30 แห่งในกว่า 20 ประเทศการยกเลิกหรือระงับเที่ยวบินตรงจากโดฮา ดูไบ ย่างกุ้ง หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายส่งต่อคนไข้ของสำนักงาน ก.พ. และสถานทูต
2. ความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาทค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว (หลุด ฿32.50/USD) ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลในรูปเงินตราต่างประเทศแพงขึ้น อาจลดทอนความน่าสนใจเปรียบเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค (มาเลเซีย/อินเดีย)เน้นการแข่งขันด้านคุณภาพการรักษาโรคยากซับซ้อน (Quality over Price) และการรักษามาตรฐาน JCI เพื่อรักษาความภักดีต่อแบรนด์การแข็งค่าของเงินบาทแตะระดับ ฿31.50–฿32.00 ต่อดอลลาร์สหรัฐต่อเนื่อง และยอดผู้ป่วยบินตรงจากต่างประเทศเริ่มชะลอตัว
3. การแข่งขันในกลุ่มพรีเมียมและตติยภูมิคู่แข่งในประเทศ (BDMS, รพ.พระรามเก้า, เมดพาร์ค) ขยายศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางดึงดูดคนไข้ระดับบน ขณะที่โรงพยาบาลในมาเลเซียและสิงคโปร์ได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายจากรัฐตอกย้ำความเป็นผู้นำ Quaternary Care ด้วยหุ่นยนต์ผ่าตัดรุ่นล่าสุด da Vinci Xi และ MAKO ควบคู่กับการขยายศูนย์ Vitallife Longevityการชะลอตัวของรายได้เฉลี่ยต่อบิลผู้ป่วย (Revenue per Billed Patient) หรือการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดคนไข้ต่างชาติในไทย
4. การขาดแคลนและเงินเฟ้อค่าจ้างบุคลากรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับซูเปอร์สเปเชียลิสต์และพยาบาลวิชาชีพเป็นทรัพยากรจำกัด การแย่งชิงบุคลากรอาจทำให้สัดส่วนค่าธรรมเนียมแพทย์และค่าจ้างพนักงานสูงขึ้นโครงสร้างผลตอบแทนที่จูงใจ สภาพแวดล้อมการทำงานระดับสากล และโอกาสการทำวิจัยทางคลินิกร่วมกับ Asia Global Researchสัดส่วนค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าธรรมเนียมแพทย์ต่อรายได้รวมปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า 42%
5. การกระจุกตัวของโรงพยาบาลเดี่ยว (Single-Site)รายได้หลักเกือบ 100% พึ่งพาโรงพยาบาลแห่งเดียวที่สุขุมวิท ซอย 3 มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ขยายเตียงจดทะเบียน (เต็มเพดาน 580 เตียง) และความเสี่ยงหากเกิดอุบัติภัยในพื้นที่เพิ่มประสิทธิภาพการครองเตียง (Turnover Rate), พัฒนาบริการผู้ป่วยนอก (OPD) และเร่งโครงการโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ตอัตราการครองเตียง (Occupancy Rate) สุขุมวิทแตะระดับ 85-90% และความล่าช้าในกำหนดการเปิดโครงการโรงพยาบาลภูเก็ต
6. กฎระเบียบภาครัฐและการควบคุมราคายานโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการควบคุมราคายา เวชภัณฑ์ และค่ารักษาพยาบาล (กกร.) อาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาค่าบริการเน้นการให้บริการหัตถการผ่าตัดขั้นสูงที่มีเทคโนโลยีเฉพาะตัว ซึ่งอยู่นอกเหนือกรอบราคายาทั่วไป และรักษาความโปร่งใสด้านราคาการออกประกาศมาตรการควบคุมราคายาหรือเพดานค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมจากกระทรวงพาณิชย์
7. รอบระยะเวลาเรียกเก็บหนี้สถานทูต (DSO)ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นเป็น ฿6,151 ล้าน ณ 30 มิ.ย. 2026 จากรอบการวางบิลและเบิกจ่ายเงินสวัสดิการของสถานทูตและองค์กรต่างประเทศในตะวันออกกลางการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานส่งตัว การคัดกรองความน่าเชื่อถือขององค์กรคู่สัญญา และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญอย่างรัดกุมระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (DSO) เพิ่มขึ้นเกินกว่า 90 วัน หรือมีการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้นผิดปกติ

SWOT Analysis

การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของ BH — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026

Strengths (จุดแข็ง)

  • แบรนด์การแพทย์ระดับโลก: ได้รับการยอมรับจากคนไข้กว่า 190 ประเทศ ได้รับการรับรอง JCI รายแรกในเอเชียต่อเนื่อง 24 ปี
  • ความสามารถทำกำไรสูงสุด: EBITDA Margin 40.3% และ Net Profit Margin 29.4% สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลจดทะเบียน
  • งบดุลแข็งแกร่งระดับป้อมปราการ: ไร้หนี้เงินกู้ระยะยาว มีสถานะเงินสดสุทธิ (Net Cash) เงินสดในมือกว่า ฿3,907 ล้านบาท
  • ความเป็นเลิศด้านตติยภูมิขั้นสูง: 47 ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ทีมแพทย์ 1,300+ ท่าน พร้อมหุ่นยนต์ผ่าตัด da Vinci Xi และ MAKO

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • การกระจุกตัวของสถานที่ตั้ง: รายได้เกือบทั้งหมดมาจากโรงพยาบาลแห่งเดียวที่สุขุมวิท ซอย 3 ซึ่งมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ขยายเตียง
  • พึ่งพาผู้ป่วยต่างชาติสูง (66.1%): อ่อนไหวต่อสถานการณ์ระหว่างประเทศ เที่ยวบินพาณิชย์ และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า
  • ระยะเวลาการเก็บหนี้ยาวขึ้น: ลูกหนี้การค้าสถานทูตทำให้ DSO อยู่ที่ระดับประมาณ 75-80 วัน
  • การเติบโตของคนไข้ไทยชะลอตัว: รายได้คนไข้ไทยลดลง -2.9% YoY ใน 1H2026 จากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดกรุงเทพฯ

Opportunities (โอกาส)

  • โครงการขยายโรงพยาบาลแห่งที่สองที่ภูเก็ต: ปลดล็อกกำลังการให้บริการเพื่อเจาะตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และชาวต่างชาติอันดามัน
  • เมกะเทรนด์ Longevity & Wellness: ขยายศูนย์ Vitallife ตอบโจทย์กระแสสุขภาพเชิงป้องกันและสังคมสูงวัยระดับบน
  • การเปิดตลาดผู้ป่วย Fly-in สัญชาติใหม่: ขยายเครือข่ายสำนักงานตัวแทนในซาอุดีอาระเบีย บังกลาเทศ และจีน
  • การต่อยอดสู่การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine): การตรวจจีโนมิกส์และยามุ่งเป้าเพิ่มมูลค่าต่อเคสการรักษาอย่างมีนัยสำคัญ

Threats (อุปสรรค)

  • ความไม่สงบด้านภูมิรัฐศาสตร์: สงครามในตะวันออกกลางหรือความตึงเครียดตามแนวพรมแดนเมียนมาอาจกระทบการเดินทาง
  • การแข็งค่าของเงินบาท: ลดทอนความได้เปรียบด้านราคาเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลคู่แข่งในมาเลเซียและสิงคโปร์
  • การแย่งชิงบุคลากรทางการแพทย์: การขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและพยาบาลวิชาชีพอาจกดดันโครงสร้างต้นทุน
  • การพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศคู่ค้า: บางประเทศในตะวันออกกลางมีนโยบายสนับสนุนการรักษาพยาบาลภายในประเทศ

มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View)

สรุปมุมมองนักวิเคราะห์ IAA Consensus ราคาเป้าหมาย และรายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน — ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2026
IAA CONSENSUS RATING
18 Buy · 1 Hold · 1 Sell
ครอบคลุม 20 โบรกเกอร์ชั้นนำ(Settrade)
ราคาเป้าหมายมัธยฐาน (MEDIAN)
฿220.00 (+16.7%)
เป้าหมายเฉลี่ย Consensus ฿218.50(Settrade)
กรอบราคาเป้าหมาย (RANGE)
฿189.00 – ฿245.00
ต่ำสุด KTX · สูงสุด INVX(Settrade)

การประเมินมูลค่าและการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ (Valuation Context)

จากการสำรวจความคิดเห็นของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus ผ่าน Settrade) ณ ต้นเดือนตุลาคม 2026 ครอบคลุมบริษัทหลักทรัพย์ 20 แห่ง นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ถึง 90% โดยมองว่าราคาหุ้นที่ย่อตัวลงมาซื้อขายที่ P/E 20.21x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 22-24x) ได้สะท้อนความกังวลระยะสั้นไปมากแล้ว ขณะที่ Dividend Yield อยู่ในระดับน่าดึงดูดถึง 5.70%

ตัวอย่างการจัดอันดับและราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ — ที่มา: Settrade Consensus
บริษัทหลักทรัพย์คำแนะนำราคาเป้าหมาย (บาท)คาดการณ์กำไรปี 2026 (ล้านบาท)คาดการณ์ EPS (บาท)
บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX)Outperform฿245.007,8229.84
บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (UOBKHST)Buy฿236.007,6418.80
บล. เอเอสแอล (ASL)Buy฿232.007,6549.60
บล. เคจีไอ (KGI)Outperform฿228.007,8769.91
บล. เอเซีย พลัส (ASPS)Buy฿225.007,8109.82
บล. กรุงศรี (KSS)Buy฿225.007,5239.46
บล. บัวหลวง (BLS)Buy฿220.007,7669.76
บล. กสิกรไทย (KS)Neutral฿211.007,8119.83
บล. ทิสโก้ (TISCO)Buy฿200.007,4698.60
บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX)Underperform฿189.007,5148.66

แบบจำลองเปรียบเทียบเชิงสถานการณ์และผลตอบแทนคาดหวัง (Scenario Analysis)

แบบจำลองสถานการณ์ผลตอบแทนและเป้าหมายทางการเงินของ BH (ปี 2026–2027) — ที่มา: การวิเคราะห์เชิงสถิติและการประเมินมูลค่า
มิติการวิเคราะห์Bull Case (สถานการณ์ดีเยี่ยม)Base Case (สถานการณ์ฐาน)Bear Case (สถานการณ์แย่)
ราคาเป้าหมาย (Target Price)฿245.00฿220.00฿185.00
อัตราผลตอบแทนจากราคาปัจจุบัน (188.50)+29.97%+16.71%-1.86%
คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026 (ล้านบาท)8,0007,7007,300
คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS)฿10.06฿9.69฿9.18
P/E Multiple อ้างอิง24.35x22.70x20.15x
EBITDA Margin คาดการณ์41.5%40.2%38.2%
การเติบโตของรายได้คนไข้ต่างชาติ+8.0% ถึง +10.0%+4.0% ถึง +6.0%-2.0% ถึง +1.0%
เงินปันผลต่อหุ้นทั้งปี (DPS คาดการณ์)฿10.50 (Yield 5.57%)฿9.00 (Yield 4.77%)฿7.50 (Yield 3.98%)
ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก (Key Driver)คนไข้ตะวันออกกลางเร่งตัวสูง, ภูเก็ตเปิดตัวเร็ว, Margin สูงลิ่วคนไข้ต่างชาติฟื้นต่อเนื่อง, ควบคุมต้นทุนเยี่ยม, ปันผลมั่นคงภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด, บาทแข็งค่าหนัก, คนไข้ไทยชะลอตัว

รายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist)