รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น AWC — บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)

ผู้นำอสังหาริมทรัพย์เพื่อการบริการและไลฟ์สไตล์ครบวงจรในเครือทีซีซี (TCC Group) ผู้พัฒนาพอร์ตโฟลิโอโรงแรมระดับเวิลด์คลาสร่วมกับ 6 เครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Lifestyle Destination & Prime Office) ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยกลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy และขยายมูลค่าพอร์ตทรัพย์สิน (GAV) สู่ ฿224,100 ล้านบาท
Sector: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property & Construction / Property Development)ราคาล่าสุด ฿3.04Market Cap ฿97,361 ล้านP/E 15.05 · P/BV 1.01Dividend Yield ~2.63%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการงวด 1H2026 และสาระสำคัญการลงทุน — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿3.04 · ฿97,361 ล้าน
ราคาตลาด ณ 21 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
รายได้รวม 1H2026
฿12,278 ล้าน
ขยายตัว +7.7% YoY จาก ฿11,398 ล้าน(MD&A 2Q26)
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿6,381 ล้าน (51.97%)
RevPAR โรงแรมหรูและการจัดอีเวนต์หนุน(MD&A 2Q26)
กำไรสุทธิ 1H2026 (EPS)
฿3,454 ล้าน (฿0.11/หุ้น)
เติบโต +2.4% YoY จาก ฿3,374 ล้าน(MD&A 2Q26)
P/E · P/BV (TTM)
15.05x · 1.01x
BVPS ฿3.01 ต่อหุ้น(Settrade)
เงินปันผลประจำปี (DPS)
฿0.08 ต่อหุ้น
Yield 2.63% (จ่าย 28 พ.ค. 2569)(Settrade Dividend)

ไฮไลท์ผลประกอบการ 1H2026: แรงส่งจาก Luxury Hospitality และ Lifestyle Destination หนุนกำไรนิวไฮ

บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) รายงานผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ด้วยรายได้รวม ฿12,278 ล้านบาท (+7.7% YoY) และกำไรสุทธิ ฿3,454 ล้านบาท (+2.4% YoY) โดยได้แรงหนุนสำคัญจากธุรกิจโรงแรมและการบริการที่มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) และอัตราเข้าพักเฉลี่ยเติบโตต่อเนื่องในกรุงเทพฯ สมุย และเชียงใหม่ ควบคู่กับโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ที่มีผู้เข้าชมเติบโตก้าวกระโดดจากงานนิทรรศการระดับโลกและการปรับปรุงพื้นที่เชิงกลยุทธ์ ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การบริหารจัดการ (GAV) ขยายตัวแตะ ฿224,100 ล้านบาท ขณะที่โครงสร้างทางการเงินคงอัตราส่วน IBD/Equity ที่ระดับ 0.92 เท่า ต่ำกว่าเพดานนโยบายอย่างมีวินัย

Bull Case (กรณีเติบโตสูง)

  • การท่องเที่ยวระดับพรีเมียมฟื้นตัวแกร่ง: นักท่องเที่ยวกลุ่ม High-spending และ MICE นานาชาติหนุน ADR และ RevPAR ของพอร์ตโรงแรมลักชัวรีแตะสถิติใหม่
  • เปิดโครงการใหม่ตามกำหนด: โรงแรมและโครงการมิกซ์ยูสใหม่ อาทิ Fairmont Bangkok Sukhumvit และ Lannatique เชียงใหม่ หนุนการเติบโตรอบใหม่
  • Phenix & Lifestyle Destination สำเร็จสูง: ศูนย์กลางค้าส่งอาหาร Phenix และอีเวนต์เอเชียทีคสร้าง Recurring Income ก้อนโต

Base Case (กรณีฐาน)

  • กำไรปกติเติบโตตามเป้าหมาย: กำไรสุทธิทั้งปี 2569 คาดขยายตัวแตะ ฿6.5–6.7 พันล้านบาท จากการดำเนินงานปกติและการรับรู้มูลค่ายุติธรรมตามแผน
  • รักษา IBD/E ต่ำกว่า 1.0x: ควบคุมสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนที่ 0.88–0.95 เท่า รองรับงบลงทุน Capex หมุนเวียน
  • จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ: รักษาเงินปันผลต่อหุ้นที่ ฿0.08–0.085 คิดเป็น Dividend Yield ราว 2.6–2.8% ตามนโยบายไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

Bear Case (กรณีระมัดระวัง)

  • เศรษฐกิจโลกและท่องเที่ยวชะลอตัว: ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนการเดินทางกดดันการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวระยะไกล
  • แรงกดดันภาระดอกเบี้ยจ่ายและ Capex: การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่องเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินและค่าเสื่อมราคาล่วงหน้า
  • การแข่งขันรุนแรงในตลาดอาคารสำนักงาน: ซัพพลายใหม่ของอาคารสำนักงาน Grade A ในกรุงเทพฯ กดดันอัตราเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate)

ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet)

ข้อมูลสถิติสำคัญ โครงสร้างหลักทรัพย์ และมูลค่าตามราคาตลาด — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
ราคาล่าสุด
฿3.04
52W Range: ฿1.90 – ฿3.18(SET)
มูลค่าหลักทรัพย์
฿97,361M
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง(SET)
TRAILING P/E
15.05x
ฐานกำไร TTM ฿6,468 ล้าน(Settrade)
P/BV
1.01x
BVPS ฿3.01 ต่อหุ้น(SET)
DIVIDEND YIELD
2.63%
DPS ปี 2568 ฿0.08 ต่อหุ้น(Settrade)
หุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว
32,027M หุ้น
ราคาพาร์ ฿1.00 ต่อหุ้น(SET)
FREE FLOAT
24.95%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 25,322 ราย(SET Profile)
CREDIT RATING
A+ (Stable)
TRIS Rating(TRIS)

โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรก

ตารางแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันปิดสมุดทะเบียน 8 พฤษภาคม 2569 (แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
ลำดับผู้ถือหุ้นรายใหญ่จำนวนหุ้น (หุ้น)สัดส่วน (% การถือหุ้น)
1บริษัท ทีซีซี บริหารธุรกิจ จำกัด (TCC Group)14,400,000,00044.96%
2บริษัท ทีซีซี รีเทล จำกัด (TCC Group)9,600,000,00029.98%
3NOMURA SINGAPORE LIMITED-CUSTOMER SEGREGATED ACCOUNT1,430,000,0004.47%
4UBS AG SINGAPORE BRANCH - FOR CLIENTS’ ACCOUNTS691,391,2012.16%
5กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง612,369,4001.91%
6RAFFLES NOMINEES (PTE) LIMITED500,000,0001.56%
7บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR)445,341,7511.39%
8THE BANK OF NEW YORK (NOMINEES) LIMITED379,700,0001.19%
9SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED284,011,7130.89%
10นายรุ่งศักดิ์ จิตต์สัจจะพงษ์85,937,0000.27%
-ผู้ถือหุ้นรายใหญ่กลุ่มทีซีซี (TCC Group รวมข้อ 1 + 2)24,000,000,00074.94%
-สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float)25,322 ราย24.95%
-สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ (Foreign Holding Limit 49.00%)ณ วันที่ 18 ก.ย. 256910.74%
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Factsheet) และ Settrade Quote Overview ณ วันที่ 21 กันยายน 2569

ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ พอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ และเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) เป็นบริษัทโฮลดิ้งในเครือทีซีซี (TCC Group) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินธุรกิจพัฒนาและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร (Integrated Lifestyle Real Estate) มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการด้านการอยู่อาศัย การท่องเที่ยว และการทำงาน ผ่าน 2 กลุ่มธุรกิจหลักที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์:

1. กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality)

AWC เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาและเป็นเจ้าของโรงแรมรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีจุดเด่นในการร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับผู้บริหารโรงแรมชั้นนำระดับโลก 6 เครือ (Global Hotel Chains) ได้แก่ Marriott International, Banyan Tree, Hilton, InterContinental Hotels Group (IHG), Melia Hotels International และ The Okura Prestige เพื่อนำแบรนด์ระดับลักชัวรีและอัปสเกลเข้ามาบริหารจัดการพอร์ตโรงแรมคุณภาพสูง:

2. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Real Estate)

ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีก (Retail) และอาคารสำนักงานให้เช่า (Office) ที่สร้างรายได้ค่าเช่าและกระแสเงินสดประจำ (Recurring Income) อย่างมั่นคง:

กลยุทธ์การเติบโต: Sustainable Growth-led Strategy & GAV Expansion

AWC มุ่งมั่นเพิ่มมูลค่าพอร์ตทรัพย์สินรวม (Gross Asset Value: GAV) จากระดับ ฿224,100 ล้านบาทในปัจจุบัน สู่เป้าหมายระยะยาว โดยมีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนา (Pipeline Projects) ครอบคลุมทั้งโครงการ Aquatique Destination พัทยา, Woeng Nakhon Khasem (เวิ้งนาครเขษม เยาวราช), และโครงการขยายส่วนต่อขยายเอเชียทีค ควบคู่กับการได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) สะท้อนความเป็นผู้นำด้าน ESG ในภูมิภาค

ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

การเติบโตของรายได้ EBITDA อัตรากำไร และการวิเคราะห์เปรียบเทียบงวด 1H2025 vs 1H2026
แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (FY2023–TTM 2Q26)

ผลการดำเนินงานของ AWC ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566–2568) เติบโตอย่างโดดเด่นและสร้างสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก ฿19,011 ล้านบาท ในปี 2566 สู่ ฿21,011 ล้านบาท ในปี 2567 (+10.5% YoY) และแตะระดับ ฿23,065 ล้านบาท ในปี 2568 (+9.8% YoY) ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก ฿5,105 ล้านบาท สู่ ฿5,850 ล้านบาท และแตะ ฿6,388 ล้านบาท ในปี 2568 จากแรงขับเคลื่อนของทั้งสองกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะอัตราการเติบโตของค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) และ RevPAR ของกลุ่มโรงแรม ตลอดจนอัตราการเช่าพื้นที่และรายได้ของกลุ่มคอมเมอร์เชียล

อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร: EBITDA Margin และ Net Margin (%)

AWC สามารถรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานในระดับที่สูงมาก โดย EBITDA Margin อยู่ในกรอบ 52%–57% และ Net Profit Margin ยืนเหนือระดับ 26%–28% สะท้อนถึงคุณภาพของพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ระดับลักชัวรี ความสามารถในการกำหนดราคาค่าห้องพักและค่าเช่าพื้นที่ (Pricing Power) ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนส่วนกลางร่วมกันผ่านระบบคลัสเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ

เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 1H2025 vs 1H2026 (หน่วย: ล้านบาท)
ตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก: 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (แหล่งข้อมูล: งบการเงินสอบทาน 2Q2026)
รายการทางการเงิน (ล้านบาท)1H2025 (ม.ค.–มิ.ย. 68)1H2026 (ม.ค.–มิ.ย. 69)เปลี่ยนแปลง (YoY %)
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ11,398.0012,278.00+7.7%
- กลุ่มโรงแรมและการบริการ (Hospitality)6,325.006,890.00+8.9%
- กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial)5,073.005,388.00+6.2%
กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA)5,925.006,381.00+7.7%
อัตรากำไร EBITDA Margin (%)51.98%51.97%-0.01%
กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ (Net Profit)3,373.813,454.00+2.4%
อัตรากำไรสุทธิ Net Profit Margin (%)29.60%28.13%-1.47%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท)฿0.105฿0.108+2.9%
หมายเหตุ: ข้อมูล 1H2026 รวมผลการดำเนินงาน 1Q26 (รายได้ ฿6,776M, NP ฿1,986M) และ 2Q26 (รายได้ ฿5,502M, NP ฿1,468M) อ้างอิงจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ AWC

งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

วิวัฒนาการของสินทรัพย์รวม หนี้สินรวม ส่วนของผู้ถือหุ้น และความสมดุลทางบัญชี — ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน: ส่วนของผู้ถือหุ้น + หนี้สินรวม = สินทรัพย์รวม
ตารางสรุปฐานะการเงินและโครงสร้างเงินทุน (หน่วย: ล้านบาท)
งวดงบการเงิน31 ธ.ค. 2023 (FY2023)31 ธ.ค. 2024 (FY2024)31 ธ.ค. 2025 (FY2025)30 มิ.ย. 2026 (2Q26)
สินทรัพย์รวม (Total Assets)172,437.29185,962.93204,197.10208,338.00
- สินทรัพย์หมุนเวียน9,450.1510,218.4011,350.2011,890.00
- อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและที่ดิน อาคาร อุปกรณ์158,200.50170,450.10187,120.30190,450.00
หนี้สินรวม (Total Liabilities)84,961.2594,185.24108,458.50111,788.00
- หนี้สินหมุนเวียน18,420.3020,150.1022,450.6023,120.00
- หนี้สินไม่หมุนเวียน (รวมเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้)66,540.9574,035.1486,007.9088,668.00
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)87,476.0491,777.6995,738.6096,550.00
- ส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่87,476.0491,777.6995,738.6096,550.00
การตรวจสอบสมดุลบัญชี (Assets = Liab + Equity)172,437.29 (100%)185,962.93 (100%)204,197.10 (100%)208,338.00 (100%)
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (BVPS - บาท)฿2.73฿2.87฿2.99฿3.01
หมายเหตุ: สินทรัพย์รวมตามงบการเงินอยู่ที่ ฿208,338 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าพอร์ตทรัพย์สินรวม (Gross Asset Value: GAV) ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ ฿224,100 ล้านบาท

หหนี้สินและเลเวอเรจ (Debt & Leverage)

อัตราส่วนหนี้สิน โครงสร้างภาระดอกเบี้ย และความสามารถในการชำระหนี้ — ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
อัตราส่วนเลเวอเรจ: IBD/Equity และ Net IBD/Equity (เท่า)

AWC ดำเนินนโยบายการบริหารโครงสร้างเงินทุนด้วยความระมัดระวัง แม้บริษัทจะมีโครงการลงทุนและปรับปรุงทรัพย์สินขนาดใหญ่ต่อเนื่อง แต่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity: IBD/E) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 0.92 เท่า และ Net IBD/Equity อยู่ที่ 0.85 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์ข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ (Financial Covenant) ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2.00–2.50 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ

ตารางอัตราส่วนทางการเงินด้านหนี้สินและความสามารถในการชำระดอกเบี้ย
อัตราส่วนทางการเงินFY2023FY2024FY20251H2026 (30 มิ.ย. 69)เกณฑ์ควบคุม / เพดาน Covenant
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio)0.97x1.03x1.13x1.16x-
หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E)0.97x1.03x0.89x0.92x≤ 2.00x
หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IBD/E)0.88x0.92x0.82x0.85x≤ 1.50x (เป้าหมายภายใน)
อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage)3.85x4.12x4.25x4.30x≥ 2.00x
อันดับความน่าเชื่อถือองค์กรและหุ้นกู้ (Credit Rating)A+A+A+A+ (Stable)Investment Grade จาก TRIS Rating
ที่มา: รายงานแบบ 56-1 One Report และข้อมูลนโยบายทางการเงิน บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป

สัดส่วนธุรกิจ (Segment Breakdown)

โครงสร้างรายได้และการกระจายตัวของพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ — ข้อมูล ณ ปี 2568 / 1H2026
สัดส่วนรายได้จากการดำเนินงานจำแนกตามกลุ่มธุรกิจ (Revenue Contribution %)
ตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจ (หน่วย: ล้านบาท)
กลุ่มธุรกิจรายได้ปี 2567รายได้ปี 2568สัดส่วน (%)ลักษณะสินทรัพย์หลัก
1. กลุ่มโรงแรมและการบริการ (Hospitality)12,261.0012,813.0057.2%โรงแรม 22 แห่ง (~6,000 ห้อง) ร่วมมือกับ 6 เชนระดับโลก (Marriott, Luxury Collection, Banyan Tree, Hilton, IHG, Melia, Okura)
2. กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial)8,980.009,602.0042.8%ค้าปลีกไลฟ์สไตล์ (Retail) และอาคารสำนักงาน Grade A (Office) ใจกลางเมือง
- ธุรกิจค้าปลีก (Retail & Lifestyle Destination)4,650.005,012.0022.4%เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, เกตเวย์ บางซื่อ, เกตเวย์ เอกมัย, Phenix ประตูน้ำ
- ธุรกิจอาคารสำนักงาน (Office Buildings)4,330.004,590.0020.4%อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ (Empire Tower สาทร), แอทธินี ทาวเวอร์, 208 วายร์เลส โร้ด
รวมรายได้จากการดำเนินงาน21,241.0022,415.00100.0%ยังไม่รวมรายได้อื่นและการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
ที่มา: รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) AWC

ประวัติเงินปันผล (Dividend History)

สถิติเงินปันผลต่อหุ้น นโยบายการจ่ายเงินปันผล และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) — FY2023 → 2026E (หน่วย: บาทต่อหุ้น)

นโยบายการจ่ายเงินปันผล (Dividend Policy)

AWC มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ ตามงบการเงินรวมของบริษัท หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่างๆ ตามที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 ในอัตรา ฿0.08 ต่อหุ้น (XD เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569) คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ณ ราคาปิดปัจจุบันที่ 2.63%

ตารางประวัติการจ่ายเงินปันผล 3 ปีย้อนหลังและประมาณการปี 2569
รอบผลประกอบการเงินปันผลต่อหุ้น (DPS - บาท)วันขึ้นเครื่องหมาย XDวันจ่ายเงินปันผลอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Yield ณ วัน XD)
1 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 (FY2025)฿0.0807 พ.ค. 256928 พ.ค. 25692.63%
1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 (FY2024)฿0.0758 พ.ค. 256828 พ.ค. 25682.45%
1 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 (FY2023)฿0.0509 พ.ค. 256724 พ.ค. 25671.85%
รอบผลประกอบการปี 2569 (2026E)฿0.080 – 0.085พ.ค. 2570 (คาดการณ์)พ.ค. 2570 (คาดการณ์)2.63% – 2.80% (Consensus)
ที่มา: Settrade Dividend History และมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567–2569

เปรียบเทียบกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ อัตราส่วน P/E และผลตอบแทนเทียบกับบริษัทในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (Market Cap - ฿ล้าน) และ Trailing P/E (เท่า) ในกลุ่มอุตสาหกรรม
ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดการประเมินมูลค่าและฐานะทางการเงินในกลุ่มอุตสาหกรรม
หลักทรัพย์ราคาปิด (บาท)Market Cap (฿ล้าน)P/E (TTM)P/BV (เท่า)Dividend Yield (%)ROE (%)ลักษณะเด่นของโมเดลธุรกิจ
AWC (แอสเสท เวิรด์)฿3.0497,36115.05x1.01x2.63%6.74%พอร์ตโรงแรมหรูร่วมกับ 6 เชนโลก + ค้าปลีกไลฟ์สไตล์และอาคารสำนักงาน Grade A เครือ TCC
CPN (เซ็นทรัลพัฒนา)฿64.00288,35414.40x2.65x3.74%18.52%ผู้นำศูนย์การค้าปลีกอันดับหนึ่งของไทย และโครงการมิกซ์ยูสครบวงจรในเครือเซ็นทรัล
MINT (ไมเนอร์ อินเตอร์ฯ)฿21.60121,90512.78x1.46x3.27%11.45%ผู้นำโรงแรมระดับโลก (NH Hotel, Anantara) และเครือข่ายร้านอาหารยักษ์ใหญ่ทั่วโลก
CENTEL (โรงแรมเซ็นทรัล)฿43.5058,05016.86x2.39x1.56%14.18%เชนโรงแรมแบรนด์ Centara ในไทยและมัลดีฟส์ ควบคู่ธุรกิจแฟรนไชส์อาหารฟาสต์ฟู้ด (CRG)
ERW (ดิ เอราวัณ กรุ๊ป)฿3.7218,08220.61x1.98x1.89%9.62%ผู้พัฒนาโรงแรม Pure-play โรงแรม 5 ดาวถึงโรงแรมราคาประหยัด Hop Inn ในไทยและฟิลิปปินส์
ที่มา: รวบรวมจาก Settrade และ SET Factsheet ของแต่ละหลักทรัพย์ ณ วันที่ 21 กันยายน 2569

แนวโน้มและมุมมองในอนาคต (Outlook & Catalysts)

แผนการขยายพอร์ตโฟลิโอ ตัวเร่งการเติบโต และกำหนดการเปิดโครงการสำคัญ — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026

ยุทธศาสตร์ 5 ปี: มุ่งสู่มูลค่าพอร์ตทรัพย์สิน (GAV) กว่า ฿250,000 ล้านบาท

AWC วางแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ “Sustainable Growth-led Strategy” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ โดยมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเตรียมเปิดตัวในช่วงปี 2569–2572 ดังนี้:

ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors)

การประเมินความเสี่ยงสำคัญ ตัวกระตุ้นที่สังเกตได้ และมาตรการรองรับเชิงรุก — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
ตารางวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงของ AWC
ประเภทความเสี่ยงปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตัวกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger)มาตรการบริหารจัดการและบรรเทาผลกระทบ
1. ความเสี่ยงวัฏจักรการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโลกการชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก (จีน ยุโรป สหรัฐฯ) หรือวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อจำนวนและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยรายเดือนของ ททท. ชะลอตัว หรือ ADR โรงแรมลดลงการกระจายฐานลูกค้าไปยังตลาดเกิดใหม่ (อินเดีย ตะวันออกกลาง อาเซียน) และการร่วมมือกับ 6 เครือโรงแรมระดับโลกที่มีฐานสมาชิกรวมกว่า 500 ล้านราย
2. ความเสี่ยงการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ (Capex & Execution)ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือต้นทุนค่าก่อสร้างบานปลาย อาจทำให้การรับรู้รายได้ล่าช้ากว่าแผนการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างล่าช้ากว่า Timeline หรือค่าใช้จ่ายพัฒนาเกินงบประมาณการบริหารโครงการแบบ Phase Development, การใช้สัญญาก่อสร้างแบบ Turnkey/Lump-sum และการควบคุมคุณภาพโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
3. ความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินและต้นทุนการออกหุ้นกู้ใหม่ อาจส่งผลต่อต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายและกำไรสุทธิอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ปรับตัวขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.การรักษาสัดส่วนหนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed-rate debt) ราว 70%–80% และการรักษาอันดับเครดิต A+ เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้อยู่ในระดับต่ำ
4. ความเสี่ยงการแข่งขันในธุรกิจอาคารสำนักงานและค้าปลีกอุปทานพื้นที่อาคารสำนักงาน Grade A และศูนย์การค้าใหม่ในกรุงเทพฯ อาจกดดันอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) และค่าเช่าเฉลี่ยรายงาน Occupancy Rate ของอาคารสำนักงานในย่าน CBD จากบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์การยกระดับอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ให้เป็น Lifestyle Workplace, Co-Living & Community Hub ตอบโจทย์ Hybrid Work และดึงดูดผู้เช่าข้ามชาติ
5. ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาวะโลกร้อน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือหยุดชะงักการดำเนินงานปรากฏการณ์สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นการดำเนินโครงการตามมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล (LEED / WELL) ทุกโครงการ และการทำประกันภัยทรัพย์สินและธุรกิจหยุดชะงักครบถ้วน
6. ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มทีซีซี (TCC Group) ถือหุ้นรวมกันกว่า 74.94% ทำให้สามารถควบคุมมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้เกือบทั้งหมดการลงมติในวาระสำคัญที่ต้องใช้เสียง 3 ใน 4 ของที่ประชุมผู้ถือหุ้นการมีกรรมการอิสระและคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิตามเกณฑ์ ก.ล.ต. เพื่อดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างเป็นธรรม
ที่มา: แบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568 หัวข้อปัจจัยความเสี่ยง บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป

การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)

จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงกลยุทธ์ — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026

Strengths (จุดแข็ง)

  • การสนับสนุนจากกลุ่มทีซีซี (TCC Group): พันธมิตรผู้ถือหุ้นใหญ่ที่แข็งแกร่ง มอบสิทธิการซื้อทรัพย์สินทำเลทองก่อนใคร (Right of First Refusal)
  • พันธมิตร 6 เครือโรงแรมระดับโลก: เชื่อมต่อ Loyalty Program ระดับโลก (Marriott Bonvoy, IHG One Rewards, Hilton Honors ฯลฯ) เข้าถึงฐานลูกค้าระดับพรีเมียม
  • ทำเลที่ตั้งสินทรัพย์ระดับไอคอนิก: ทรัพย์สินตั้งอยู่ในทำเล CBD ชั้นนำของกรุงเทพฯ และจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก (สาทร, สุขุมวิท, สมุย, กระบี่, เชียงใหม่)
  • สถานะทางการเงินมั่นคงและมีอันดับเครดิต A+: อัตราส่วน IBD/Equity ต่ำเพียง 0.92 เท่า และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • ภาระงบลงทุน (Capex) และค่าเสื่อมราคาสูง: การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่พร้อมกันหลายแห่งสร้างภาระกระแสเงินสดและดอกเบี้ยจ่ายระหว่างพัฒนา
  • อัตราส่วนผลตอบแทนเงินปันผลค่อนข้างต่ำ: Dividend Yield ปัจจุบันอยู่ที่ 2.63% ต่ำกว่ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ทั่วไป
  • การพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวในสัดส่วนสูง: รายได้กว่า 57% พึ่งพาธุรกิจโรงแรม ทำให้ผลประกอบการมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยตามฤดูกาล (Seasonality)
  • สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ต่ำ: มี Free Float เพียง 24.95% ส่งผลให้สภาพคล่องการซื้อขายหมุนเวียนในตลาดหุ้นมีจำกัดเมื่อเทียบกับขนาดมาร์เก็ตแคป

Opportunities (โอกาส)

  • การเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และ Wellness: นโยบายสนับสนุน Soft Power, กิจกรรม MICE นานาชาติ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย
  • โครงการ Phenix ศูนย์กลางค้าส่งอาหารระดับโลก: โอกาสสร้าง New S-curve ในการเชื่อมโยงผู้ผลิตอาหารและวัตถุดิบทั่วโลกใจกลางกรุงเทพฯ
  • การเปิดตัวโครงการแลนด์มาร์กใหม่: เมกะโปรเจกต์ Aquatique พัทยา, Woeng Nakhon Khasem และ Lannatique ยกระดับ GAV ระยะยาว
  • การยกระดับสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล: การเป็นสมาชิก DJSI ดึงดูดเงินลงทุนจากกองทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศที่เน้น ESG Investing

Threats (อุปสรรค)

  • ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก: สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอาจกระทบการเดินทางระหว่างประเทศ
  • การแข่งขันด้านพื้นที่อาคารสำนักงานใหม่ในกรุงเทพฯ: ซัพพลายอาคารสำนักงาน Grade A ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากกดดันอัตราเช่าและค่าเช่าพื้นที่
  • ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและตลาดการเงิน: อัตราดอกเบี้ยที่อาจทรงตัวในระดับสูงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ในอนาคต
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ: ปรากฏการณ์สภาพอากาศรุนแรงและมลพิษทางอากาศ (PM2.5) ในหัวเมืองท่องเที่ยวอาจกระทบการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว

มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View)

สรุปมุมมองการลงทุน เป้าหมายราคาจากบทวิเคราะห์ และประเด็นติดตามสำคัญ — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026

Bull Case: ราคาเป้าหมาย ฿3.20 – ฿3.50

  • สมมติฐานหลัก: การท่องเที่ยวฟื้นตัวเต็มศักยภาพ ดัน RevPAR พอร์ตโรงแรมโตสองหลัก โครงการ Phenix และ Asiatique สร้างกระแสเงินสดเกินเป้าหมาย
  • ปัจจัยหนุน: อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่าย และตลาดปรับเพิ่ม Multiple P/E สะท้อนพอร์ตลักชัวรี
  • มุมมองนักวิเคราะห์: บล.กรุงศรี (KSS) แนะนำ “ซื้อ” ด้วยมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของกำไรระยะยาว

Base Case: ราคาเป้าหมาย ฿2.80 – ฿3.00

  • สมมติฐานหลัก: กำไรสุทธิปี 2569 เติบโตตามกรอบ ฿6.5–6.7 พันล้านบาท (+3–5% YoY) ควบคุม IBD/E ที่ระดับ 0.90x และจ่ายปันผล ฿0.08 ต่อหุ้น
  • ปัจจัยหนุน: การประเมินมูลค่าอิง P/BV ที่ราว 1.0x สะท้อนมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี (BVPS ฿3.01) ควบคู่ผลตอบแทนเงินปันผล 2.6%
  • มุมมองนักวิเคราะห์: บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) ให้คำแนะนำ “Neutral” ประเมินราคาเป้าหมาย ฿3.00 สะท้อนพอร์ต GAV ที่แข็งแกร่งแต่มีแรงกดดันจาก Capex

Bear Case: ราคาเป้าหมาย ฿2.20 – ฿2.50

  • สมมติฐานหลัก: อัตราการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว การแข่งขันในตลาดอสังหาฯ รุนแรง และต้นทุนทางการเงินกดดันกำไรสุทธิ
  • ปัจจัยเสี่ยง: หุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV < 0.8x) จากความกังวลต่อภาระหนี้สินและการเติบโตที่ล่าช้าของโครงการใหม่
  • มุมมองนักวิเคราะห์: ระมัดระวังต่อความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคและการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาคืนทุน

ประเด็นติดตามสำคัญสำหรับผู้ลงทุน (Monitoring Checklist)

  • ความคืบหน้าและการตอบรับของ Phenix ประตูน้ำ: อัตราการเช่าพื้นที่ จำนวนผู้เข้าชม และธุรกรรมการค้าส่งอาหาร
  • ตัวชี้วัดภาคโรงแรม (ADR & RevPAR): ผลการดำเนินงานช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 4/2569 และการเติบโตของกลุ่มลูกค้า MICE และ Luxury Leisure
  • อัตราการเช่าพื้นที่อาคารสำนักงาน (Occupancy Rate): โดยเฉพาะความคืบหน้าของอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ หลังการปรับโฉม
  • การบริหารจัดการหนี้และต้นทุนดอกเบี้ย: การรักษาสัดส่วน Net IBD/Equity ให้อยู่ในกรอบนโยบายไม่เกิน 1.0x ท่ามกลางแผนการลงทุน