เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 21 กันยายน 2026
สรุปผู้บริหาร (Executive Summary) ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการงวด 1H2026 และสาระสำคัญการลงทุน — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿3.04 · ฿97,361 ล้าน
รายได้รวม 1H2026
฿12,278 ล้าน
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿6,381 ล้าน (51.97%)
กำไรสุทธิ 1H2026 (EPS)
฿3,454 ล้าน (฿0.11/หุ้น)
P/E · P/BV (TTM)
15.05x · 1.01x
เงินปันผลประจำปี (DPS)
฿0.08 ต่อหุ้น
ไฮไลท์ผลประกอบการ 1H2026: แรงส่งจาก Luxury Hospitality และ Lifestyle Destination หนุนกำไรนิวไฮ
บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) รายงานผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ด้วยรายได้รวม ฿12,278 ล้านบาท (+7.7% YoY) และกำไรสุทธิ ฿3,454 ล้านบาท (+2.4% YoY) โดยได้แรงหนุนสำคัญจากธุรกิจโรงแรมและการบริการที่มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) และอัตราเข้าพักเฉลี่ยเติบโตต่อเนื่องในกรุงเทพฯ สมุย และเชียงใหม่ ควบคู่กับโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ที่มีผู้เข้าชมเติบโตก้าวกระโดดจากงานนิทรรศการระดับโลกและการปรับปรุงพื้นที่เชิงกลยุทธ์ ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การบริหารจัดการ (GAV) ขยายตัวแตะ ฿224,100 ล้านบาท ขณะที่โครงสร้างทางการเงินคงอัตราส่วน IBD/Equity ที่ระดับ 0.92 เท่า ต่ำกว่าเพดานนโยบายอย่างมีวินัย
Bull Case (กรณีเติบโตสูง)
การท่องเที่ยวระดับพรีเมียมฟื้นตัวแกร่ง: นักท่องเที่ยวกลุ่ม High-spending และ MICE นานาชาติหนุน ADR และ RevPAR ของพอร์ตโรงแรมลักชัวรีแตะสถิติใหม่
เปิดโครงการใหม่ตามกำหนด: โรงแรมและโครงการมิกซ์ยูสใหม่ อาทิ Fairmont Bangkok Sukhumvit และ Lannatique เชียงใหม่ หนุนการเติบโตรอบใหม่
Phenix & Lifestyle Destination สำเร็จสูง: ศูนย์กลางค้าส่งอาหาร Phenix และอีเวนต์เอเชียทีคสร้าง Recurring Income ก้อนโต
Base Case (กรณีฐาน)
กำไรปกติเติบโตตามเป้าหมาย: กำไรสุทธิทั้งปี 2569 คาดขยายตัวแตะ ฿6.5–6.7 พันล้านบาท จากการดำเนินงานปกติและการรับรู้มูลค่ายุติธรรมตามแผน
รักษา IBD/E ต่ำกว่า 1.0x: ควบคุมสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนที่ 0.88–0.95 เท่า รองรับงบลงทุน Capex หมุนเวียน
จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ: รักษาเงินปันผลต่อหุ้นที่ ฿0.08–0.085 คิดเป็น Dividend Yield ราว 2.6–2.8% ตามนโยบายไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ
Bear Case (กรณีระมัดระวัง)
เศรษฐกิจโลกและท่องเที่ยวชะลอตัว: ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนการเดินทางกดดันการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวระยะไกล
แรงกดดันภาระดอกเบี้ยจ่ายและ Capex: การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่องเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินและค่าเสื่อมราคาล่วงหน้า
การแข่งขันรุนแรงในตลาดอาคารสำนักงาน: ซัพพลายใหม่ของอาคารสำนักงาน Grade A ในกรุงเทพฯ กดดันอัตราเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate)
ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet) ข้อมูลสถิติสำคัญ โครงสร้างหลักทรัพย์ และมูลค่าตามราคาตลาด — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
ราคาล่าสุด
฿3.04
52W Range: ฿1.90 – ฿3.18
(SET) มูลค่าหลักทรัพย์
฿97,361M
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
(SET) หุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว
32,027M หุ้น
ราคาพาร์ ฿1.00 ต่อหุ้น
(SET) โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรก ตารางแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันปิดสมุดทะเบียน 8 พฤษภาคม 2569 (แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) ลำดับ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวนหุ้น (หุ้น) สัดส่วน (% การถือหุ้น) 1 บริษัท ทีซีซี บริหารธุรกิจ จำกัด (TCC Group) 14,400,000,000 44.96% 2 บริษัท ทีซีซี รีเทล จำกัด (TCC Group) 9,600,000,000 29.98% 3 NOMURA SINGAPORE LIMITED-CUSTOMER SEGREGATED ACCOUNT 1,430,000,000 4.47% 4 UBS AG SINGAPORE BRANCH - FOR CLIENTS’ ACCOUNTS 691,391,201 2.16% 5 กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง 612,369,400 1.91% 6 RAFFLES NOMINEES (PTE) LIMITED 500,000,000 1.56% 7 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) 445,341,751 1.39% 8 THE BANK OF NEW YORK (NOMINEES) LIMITED 379,700,000 1.19% 9 SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 284,011,713 0.89% 10 นายรุ่งศักดิ์ จิตต์สัจจะพงษ์ 85,937,000 0.27% - ผู้ถือหุ้นรายใหญ่กลุ่มทีซีซี (TCC Group รวมข้อ 1 + 2) 24,000,000,000 74.94% - สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) 25,322 ราย 24.95% - สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ (Foreign Holding Limit 49.00%) ณ วันที่ 18 ก.ย. 2569 10.74%
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Factsheet) และ Settrade Quote Overview ณ วันที่ 21 กันยายน 2569
ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview) โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ พอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ และเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) เป็นบริษัทโฮลดิ้งในเครือทีซีซี (TCC Group) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินธุรกิจพัฒนาและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร (Integrated Lifestyle Real Estate) มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการด้านการอยู่อาศัย การท่องเที่ยว และการทำงาน ผ่าน 2 กลุ่มธุรกิจหลักที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์:
1. กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) AWC เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาและเป็นเจ้าของโรงแรมรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีจุดเด่นในการร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับผู้บริหารโรงแรมชั้นนำระดับโลก 6 เครือ (Global Hotel Chains) ได้แก่ Marriott International, Banyan Tree, Hilton, InterContinental Hotels Group (IHG), Melia Hotels International และ The Okura Prestige เพื่อนำแบรนด์ระดับลักชัวรีและอัปสเกลเข้ามาบริหารจัดการพอร์ตโรงแรมคุณภาพสูง:
โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร: โรงแรมระดับเวิลด์คลาสใจกลางย่านธุรกิจและริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park (โรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในไทยด้วยห้องพักกว่า 1,388 ห้อง), The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok, Bangkok Marriott Hotel The Surawongse, Le Meridien Bangkok, และ The Okura Prestige Bangkok
โรงแรมในเมืองท่องเที่ยวระดับโลก: รีสอร์ทหรูระดับ Luxury ในจุดหมายปลายทางยอดนิยม ได้แก่ Banyan Tree Krabi, Banyan Tree Samui, Vana Belle, a Luxury Collection Resort, Koh Samui, Hua Hin Marriott Resort & Spa, Phuket Marriott Resort and Spa, Nai Yang Beach, และโรงแรมในเชียงใหม่อาทิ InterContinental Chiang Mai The Mae Ping, Melia Chiang Mai, และ Chiang Mai Marriott Hotel
กลยุทธ์การเติบโต: ขยายพอร์ตโฟลิโอผ่านการเข้าซื้อทรัพย์สินคุณภาพสูงจากกลุ่ม TCC ตามสิทธิการได้สิทธิซื้อทรัพย์สินก่อน (Right of First Refusal: ROFR) และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ อาทิ Fairmont Bangkok Sukhumvit เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและกลุ่มประชุมนานาชาติ (MICE)
2. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Real Estate) ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีก (Retail) และอาคารสำนักงานให้เช่า (Office) ที่สร้างรายได้ค่าเช่าและกระแสเงินสดประจำ (Recurring Income) อย่างมั่นคง:
กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Retail & Lifestyle Destination): พัฒนาพื้นที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ นำโดย Asiatique The Riverfront Destination ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้รับการยกระดับด้วยอีเวนต์ระดับโลก (อาทิ Jurassic World: The Experience และ Disney Destination), Gateway at Bangsue , Gateway Ekamai , AEC Trade Center / Phenix (ศูนย์กลางค้าส่งอาหารและไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางประตูน้ำ), Tawanna Bangkapi , และ OP Place
กลุ่มอาคารสำนักงาน (Offices): ครอบครองอาคารสำนักงาน Grade A ในทำเลศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ นำโดย อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ (Empire Tower) อาคารสำนักงานมิกซ์ยูสระดับไอคอนิกใจกลางสาทร ที่ผ่านการปรับปรุงพื้นที่และเปิดตัว Co-Living & Lifestyle Hub เติมเต็มไลฟ์สไตล์คนทำงาน, อาคารแอทธินี ทาวเวอร์ (Athenee Tower) บนถนนวิทยุ, และ อาคาร 208 วายร์เลส โร้ด (208 Wireless Road)
กลยุทธ์การเติบโต: Sustainable Growth-led Strategy & GAV Expansion
AWC มุ่งมั่นเพิ่มมูลค่าพอร์ตทรัพย์สินรวม (Gross Asset Value: GAV) จากระดับ ฿224,100 ล้านบาทในปัจจุบัน สู่เป้าหมายระยะยาว โดยมีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนา (Pipeline Projects) ครอบคลุมทั้งโครงการ Aquatique Destination พัทยา, Woeng Nakhon Khasem (เวิ้งนาครเขษม เยาวราช), และโครงการขยายส่วนต่อขยายเอเชียทีค ควบคู่กับการได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) สะท้อนความเป็นผู้นำด้าน ESG ในภูมิภาค
การเติบโตของรายได้ EBITDA อัตรากำไร และการวิเคราะห์เปรียบเทียบงวด 1H2025 vs 1H2026
แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (FY2023–TTM 2Q26)
ผลการดำเนินงานของ AWC ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566–2568) เติบโตอย่างโดดเด่นและสร้างสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก ฿19,011 ล้านบาท ในปี 2566 สู่ ฿21,011 ล้านบาท ในปี 2567 (+10.5% YoY) และแตะระดับ ฿23,065 ล้านบาท ในปี 2568 (+9.8% YoY) ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก ฿5,105 ล้านบาท สู่ ฿5,850 ล้านบาท และแตะ ฿6,388 ล้านบาท ในปี 2568 จากแรงขับเคลื่อนของทั้งสองกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะอัตราการเติบโตของค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) และ RevPAR ของกลุ่มโรงแรม ตลอดจนอัตราการเช่าพื้นที่และรายได้ของกลุ่มคอมเมอร์เชียล
อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร: EBITDA Margin และ Net Margin (%)
AWC สามารถรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานในระดับที่สูงมาก โดย EBITDA Margin อยู่ในกรอบ 52%–57% และ Net Profit Margin ยืนเหนือระดับ 26%–28% สะท้อนถึงคุณภาพของพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ระดับลักชัวรี ความสามารถในการกำหนดราคาค่าห้องพักและค่าเช่าพื้นที่ (Pricing Power) ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนส่วนกลางร่วมกันผ่านระบบคลัสเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ
เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 1H2025 vs 1H2026 (หน่วย: ล้านบาท)
ตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก: 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (แหล่งข้อมูล: งบการเงินสอบทาน 2Q2026) รายการทางการเงิน (ล้านบาท) 1H2025 (ม.ค.–มิ.ย. 68) 1H2026 (ม.ค.–มิ.ย. 69) เปลี่ยนแปลง (YoY %) รายได้จากการดำเนินธุรกิจ 11,398.00 12,278.00 +7.7% - กลุ่มโรงแรมและการบริการ (Hospitality) 6,325.00 6,890.00 +8.9% - กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial) 5,073.00 5,388.00 +6.2% กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) 5,925.00 6,381.00 +7.7% อัตรากำไร EBITDA Margin (%) 51.98% 51.97% -0.01% กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ (Net Profit) 3,373.81 3,454.00 +2.4% อัตรากำไรสุทธิ Net Profit Margin (%) 29.60% 28.13% -1.47% กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท) ฿0.105 ฿0.108 +2.9%
หมายเหตุ: ข้อมูล 1H2026 รวมผลการดำเนินงาน 1Q26 (รายได้ ฿6,776M, NP ฿1,986M) และ 2Q26 (รายได้ ฿5,502M, NP ฿1,468M) อ้างอิงจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ AWC
งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet) วิวัฒนาการของสินทรัพย์รวม หนี้สินรวม ส่วนของผู้ถือหุ้น และความสมดุลทางบัญชี — ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน: ส่วนของผู้ถือหุ้น + หนี้สินรวม = สินทรัพย์รวม
ตารางสรุปฐานะการเงินและโครงสร้างเงินทุน (หน่วย: ล้านบาท) งวดงบการเงิน 31 ธ.ค. 2023 (FY2023) 31 ธ.ค. 2024 (FY2024) 31 ธ.ค. 2025 (FY2025) 30 มิ.ย. 2026 (2Q26) สินทรัพย์รวม (Total Assets) 172,437.29 185,962.93 204,197.10 208,338.00 - สินทรัพย์หมุนเวียน 9,450.15 10,218.40 11,350.20 11,890.00 - อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 158,200.50 170,450.10 187,120.30 190,450.00 หนี้สินรวม (Total Liabilities) 84,961.25 94,185.24 108,458.50 111,788.00 - หนี้สินหมุนเวียน 18,420.30 20,150.10 22,450.60 23,120.00 - หนี้สินไม่หมุนเวียน (รวมเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้) 66,540.95 74,035.14 86,007.90 88,668.00 ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) 87,476.04 91,777.69 95,738.60 96,550.00 - ส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 87,476.04 91,777.69 95,738.60 96,550.00 การตรวจสอบสมดุลบัญชี (Assets = Liab + Equity) 172,437.29 (100%) 185,962.93 (100%) 204,197.10 (100%) 208,338.00 (100%) มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (BVPS - บาท) ฿2.73 ฿2.87 ฿2.99 ฿3.01
หมายเหตุ: สินทรัพย์รวมตามงบการเงินอยู่ที่ ฿208,338 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าพอร์ตทรัพย์สินรวม (Gross Asset Value: GAV) ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ ฿224,100 ล้านบาท
หหนี้สินและเลเวอเรจ (Debt & Leverage) อัตราส่วนหนี้สิน โครงสร้างภาระดอกเบี้ย และความสามารถในการชำระหนี้ — ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
อัตราส่วนเลเวอเรจ: IBD/Equity และ Net IBD/Equity (เท่า)
AWC ดำเนินนโยบายการบริหารโครงสร้างเงินทุนด้วยความระมัดระวัง แม้บริษัทจะมีโครงการลงทุนและปรับปรุงทรัพย์สินขนาดใหญ่ต่อเนื่อง แต่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity: IBD/E) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 0.92 เท่า และ Net IBD/Equity อยู่ที่ 0.85 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์ข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ (Financial Covenant) ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2.00–2.50 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ
ตารางอัตราส่วนทางการเงินด้านหนี้สินและความสามารถในการชำระดอกเบี้ย อัตราส่วนทางการเงิน FY2023 FY2024 FY2025 1H2026 (30 มิ.ย. 69) เกณฑ์ควบคุม / เพดาน Covenant หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) 0.97x 1.03x 1.13x 1.16x - หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) 0.97x 1.03x 0.89x 0.92x ≤ 2.00x หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) 0.88x 0.92x 0.82x 0.85x ≤ 1.50x (เป้าหมายภายใน) อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage) 3.85x 4.12x 4.25x 4.30x ≥ 2.00x อันดับความน่าเชื่อถือองค์กรและหุ้นกู้ (Credit Rating) A+ A+ A+ A+ (Stable) Investment Grade จาก TRIS Rating
ที่มา: รายงานแบบ 56-1 One Report และข้อมูลนโยบายทางการเงิน บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป
สัดส่วนธุรกิจ (Segment Breakdown) โครงสร้างรายได้และการกระจายตัวของพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ — ข้อมูล ณ ปี 2568 / 1H2026
สัดส่วนรายได้จากการดำเนินงานจำแนกตามกลุ่มธุรกิจ (Revenue Contribution %)
ตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจ (หน่วย: ล้านบาท) กลุ่มธุรกิจ รายได้ปี 2567 รายได้ปี 2568 สัดส่วน (%) ลักษณะสินทรัพย์หลัก 1. กลุ่มโรงแรมและการบริการ (Hospitality) 12,261.00 12,813.00 57.2% โรงแรม 22 แห่ง (~6,000 ห้อง) ร่วมมือกับ 6 เชนระดับโลก (Marriott, Luxury Collection, Banyan Tree, Hilton, IHG, Melia, Okura) 2. กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial) 8,980.00 9,602.00 42.8% ค้าปลีกไลฟ์สไตล์ (Retail) และอาคารสำนักงาน Grade A (Office) ใจกลางเมือง - ธุรกิจค้าปลีก (Retail & Lifestyle Destination) 4,650.00 5,012.00 22.4% เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, เกตเวย์ บางซื่อ, เกตเวย์ เอกมัย, Phenix ประตูน้ำ - ธุรกิจอาคารสำนักงาน (Office Buildings) 4,330.00 4,590.00 20.4% อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ (Empire Tower สาทร), แอทธินี ทาวเวอร์, 208 วายร์เลส โร้ด รวมรายได้จากการดำเนินงาน 21,241.00 22,415.00 100.0% ยังไม่รวมรายได้อื่นและการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
ที่มา: รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) AWC
ประวัติเงินปันผล (Dividend History) สถิติเงินปันผลต่อหุ้น นโยบายการจ่ายเงินปันผล และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) — FY2023 → 2026E (หน่วย: บาทต่อหุ้น)
นโยบายการจ่ายเงินปันผล (Dividend Policy)
AWC มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ ตามงบการเงินรวมของบริษัท หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่างๆ ตามที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 ในอัตรา ฿0.08 ต่อหุ้น (XD เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569) คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ณ ราคาปิดปัจจุบันที่ 2.63%
ตารางประวัติการจ่ายเงินปันผล 3 ปีย้อนหลังและประมาณการปี 2569 รอบผลประกอบการ เงินปันผลต่อหุ้น (DPS - บาท) วันขึ้นเครื่องหมาย XD วันจ่ายเงินปันผล อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Yield ณ วัน XD) 1 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 (FY2025) ฿0.080 7 พ.ค. 2569 28 พ.ค. 2569 2.63% 1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 (FY2024) ฿0.075 8 พ.ค. 2568 28 พ.ค. 2568 2.45% 1 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 (FY2023) ฿0.050 9 พ.ค. 2567 24 พ.ค. 2567 1.85% รอบผลประกอบการปี 2569 (2026E) ฿0.080 – 0.085 พ.ค. 2570 (คาดการณ์) พ.ค. 2570 (คาดการณ์) 2.63% – 2.80% (Consensus)
ที่มา: Settrade Dividend History และมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567–2569
เปรียบเทียบกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison) การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ อัตราส่วน P/E และผลตอบแทนเทียบกับบริษัทในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (Market Cap - ฿ล้าน) และ Trailing P/E (เท่า) ในกลุ่มอุตสาหกรรม
ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดการประเมินมูลค่าและฐานะทางการเงินในกลุ่มอุตสาหกรรม หลักทรัพย์ ราคาปิด (บาท) Market Cap (฿ล้าน) P/E (TTM) P/BV (เท่า) Dividend Yield (%) ROE (%) ลักษณะเด่นของโมเดลธุรกิจ AWC (แอสเสท เวิรด์) ฿3.04 97,361 15.05x 1.01x 2.63% 6.74% พอร์ตโรงแรมหรูร่วมกับ 6 เชนโลก + ค้าปลีกไลฟ์สไตล์และอาคารสำนักงาน Grade A เครือ TCC CPN (เซ็นทรัลพัฒนา) ฿64.00 288,354 14.40x 2.65x 3.74% 18.52% ผู้นำศูนย์การค้าปลีกอันดับหนึ่งของไทย และโครงการมิกซ์ยูสครบวงจรในเครือเซ็นทรัล MINT (ไมเนอร์ อินเตอร์ฯ) ฿21.60 121,905 12.78x 1.46x 3.27% 11.45% ผู้นำโรงแรมระดับโลก (NH Hotel, Anantara) และเครือข่ายร้านอาหารยักษ์ใหญ่ทั่วโลก CENTEL (โรงแรมเซ็นทรัล) ฿43.50 58,050 16.86x 2.39x 1.56% 14.18% เชนโรงแรมแบรนด์ Centara ในไทยและมัลดีฟส์ ควบคู่ธุรกิจแฟรนไชส์อาหารฟาสต์ฟู้ด (CRG) ERW (ดิ เอราวัณ กรุ๊ป) ฿3.72 18,082 20.61x 1.98x 1.89% 9.62% ผู้พัฒนาโรงแรม Pure-play โรงแรม 5 ดาวถึงโรงแรมราคาประหยัด Hop Inn ในไทยและฟิลิปปินส์
ที่มา: รวบรวมจาก Settrade และ SET Factsheet ของแต่ละหลักทรัพย์ ณ วันที่ 21 กันยายน 2569
แนวโน้มและมุมมองในอนาคต (Outlook & Catalysts) แผนการขยายพอร์ตโฟลิโอ ตัวเร่งการเติบโต และกำหนดการเปิดโครงการสำคัญ — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
ยุทธศาสตร์ 5 ปี: มุ่งสู่มูลค่าพอร์ตทรัพย์สิน (GAV) กว่า ฿250,000 ล้านบาท
AWC วางแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ “Sustainable Growth-led Strategy” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ โดยมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเตรียมเปิดตัวในช่วงปี 2569–2572 ดังนี้:
Fairmont Bangkok Sukhumvit: โรงแรมระดับอัลตราลักชัวรีแห่งแรกภายใต้แบรนด์ Fairmont ในประเทศไทย พร้อมเปิดให้บริการเพื่อตอบรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบนและงานประชุมนานาชาติระดับผู้นำ
Phenix (ฟีนิกซ์ ประตูน้ำ): ศูนย์กลางค้าส่งอาหารและวัตถุดิบนานาชาติระดับโลก (World’s Food Wholesale Hub) ใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกและผู้ค้าส่งข้ามชาติ เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอาหารจากทั่วโลก สร้างรายได้ค่าเช่าและการจัดอีเวนต์ระดับนานาชาติ
Lannatique Destination (เชียงใหม่): พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสใจกลางเมืองเชียงใหม่ เชื่อมโยงวัฒนธรรมล้านนากับการท่องเที่ยวยุคใหม่ ครอบคลุมโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง, โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท และพื้นที่รีเทลไลฟ์สไตล์
Aquatique Destination (พัทยา): เมกะโปรเจกต์มิกซ์ยูสริมหาดพัทยา รวมโรงแรมลักชัวรี พื้นที่ค้าปลีกธีมพาร์ค และศูนย์ประชุมระดับนานาชาติ
Woeng Nakhon Khasem (เวิ้งนาครเขษม เยาวราช): โครงการมรดกทางวัฒนธรรมใจกลางไชน่าทาวน์ ผสมผสานโรงแรม ค้าปลีก และการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors) การประเมินความเสี่ยงสำคัญ ตัวกระตุ้นที่สังเกตได้ และมาตรการรองรับเชิงรุก — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
ตารางวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงของ AWC ประเภทความเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ตัวกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger) มาตรการบริหารจัดการและบรรเทาผลกระทบ 1. ความเสี่ยงวัฏจักรการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโลก การชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก (จีน ยุโรป สหรัฐฯ) หรือวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อจำนวนและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยรายเดือนของ ททท. ชะลอตัว หรือ ADR โรงแรมลดลง การกระจายฐานลูกค้าไปยังตลาดเกิดใหม่ (อินเดีย ตะวันออกกลาง อาเซียน) และการร่วมมือกับ 6 เครือโรงแรมระดับโลกที่มีฐานสมาชิกรวมกว่า 500 ล้านราย 2. ความเสี่ยงการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ (Capex & Execution) ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือต้นทุนค่าก่อสร้างบานปลาย อาจทำให้การรับรู้รายได้ล่าช้ากว่าแผนการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน รายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างล่าช้ากว่า Timeline หรือค่าใช้จ่ายพัฒนาเกินงบประมาณ การบริหารโครงการแบบ Phase Development, การใช้สัญญาก่อสร้างแบบ Turnkey/Lump-sum และการควบคุมคุณภาพโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ 3. ความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงินและอัตราดอกเบี้ย แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินและต้นทุนการออกหุ้นกู้ใหม่ อาจส่งผลต่อต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายและกำไรสุทธิ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ปรับตัวขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. การรักษาสัดส่วนหนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed-rate debt) ราว 70%–80% และการรักษาอันดับเครดิต A+ เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้อยู่ในระดับต่ำ 4. ความเสี่ยงการแข่งขันในธุรกิจอาคารสำนักงานและค้าปลีก อุปทานพื้นที่อาคารสำนักงาน Grade A และศูนย์การค้าใหม่ในกรุงเทพฯ อาจกดดันอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) และค่าเช่าเฉลี่ย รายงาน Occupancy Rate ของอาคารสำนักงานในย่าน CBD จากบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ การยกระดับอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ให้เป็น Lifestyle Workplace, Co-Living & Community Hub ตอบโจทย์ Hybrid Work และดึงดูดผู้เช่าข้ามชาติ 5. ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาวะโลกร้อน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือหยุดชะงักการดำเนินงาน ปรากฏการณ์สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น การดำเนินโครงการตามมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล (LEED / WELL) ทุกโครงการ และการทำประกันภัยทรัพย์สินและธุรกิจหยุดชะงักครบถ้วน 6. ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของผู้ถือหุ้นใหญ่ กลุ่มทีซีซี (TCC Group) ถือหุ้นรวมกันกว่า 74.94% ทำให้สามารถควบคุมมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้เกือบทั้งหมด การลงมติในวาระสำคัญที่ต้องใช้เสียง 3 ใน 4 ของที่ประชุมผู้ถือหุ้น การมีกรรมการอิสระและคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิตามเกณฑ์ ก.ล.ต. เพื่อดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างเป็นธรรม
ที่มา: แบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568 หัวข้อปัจจัยความเสี่ยง บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป
การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis) จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงกลยุทธ์ — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
Strengths (จุดแข็ง)
การสนับสนุนจากกลุ่มทีซีซี (TCC Group): พันธมิตรผู้ถือหุ้นใหญ่ที่แข็งแกร่ง มอบสิทธิการซื้อทรัพย์สินทำเลทองก่อนใคร (Right of First Refusal)
พันธมิตร 6 เครือโรงแรมระดับโลก: เชื่อมต่อ Loyalty Program ระดับโลก (Marriott Bonvoy, IHG One Rewards, Hilton Honors ฯลฯ) เข้าถึงฐานลูกค้าระดับพรีเมียม
ทำเลที่ตั้งสินทรัพย์ระดับไอคอนิก: ทรัพย์สินตั้งอยู่ในทำเล CBD ชั้นนำของกรุงเทพฯ และจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก (สาทร, สุขุมวิท, สมุย, กระบี่, เชียงใหม่)
สถานะทางการเงินมั่นคงและมีอันดับเครดิต A+: อัตราส่วน IBD/Equity ต่ำเพียง 0.92 เท่า และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade
Weaknesses (จุดอ่อน)
ภาระงบลงทุน (Capex) และค่าเสื่อมราคาสูง: การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่พร้อมกันหลายแห่งสร้างภาระกระแสเงินสดและดอกเบี้ยจ่ายระหว่างพัฒนา
อัตราส่วนผลตอบแทนเงินปันผลค่อนข้างต่ำ: Dividend Yield ปัจจุบันอยู่ที่ 2.63% ต่ำกว่ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ทั่วไป
การพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวในสัดส่วนสูง: รายได้กว่า 57% พึ่งพาธุรกิจโรงแรม ทำให้ผลประกอบการมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยตามฤดูกาล (Seasonality)
สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ต่ำ: มี Free Float เพียง 24.95% ส่งผลให้สภาพคล่องการซื้อขายหมุนเวียนในตลาดหุ้นมีจำกัดเมื่อเทียบกับขนาดมาร์เก็ตแคป
Opportunities (โอกาส)
การเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และ Wellness: นโยบายสนับสนุน Soft Power, กิจกรรม MICE นานาชาติ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย
โครงการ Phenix ศูนย์กลางค้าส่งอาหารระดับโลก: โอกาสสร้าง New S-curve ในการเชื่อมโยงผู้ผลิตอาหารและวัตถุดิบทั่วโลกใจกลางกรุงเทพฯ
การเปิดตัวโครงการแลนด์มาร์กใหม่: เมกะโปรเจกต์ Aquatique พัทยา, Woeng Nakhon Khasem และ Lannatique ยกระดับ GAV ระยะยาว
การยกระดับสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล: การเป็นสมาชิก DJSI ดึงดูดเงินลงทุนจากกองทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศที่เน้น ESG Investing
Threats (อุปสรรค)
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก: สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอาจกระทบการเดินทางระหว่างประเทศ
การแข่งขันด้านพื้นที่อาคารสำนักงานใหม่ในกรุงเทพฯ: ซัพพลายอาคารสำนักงาน Grade A ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากกดดันอัตราเช่าและค่าเช่าพื้นที่
ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและตลาดการเงิน: อัตราดอกเบี้ยที่อาจทรงตัวในระดับสูงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ: ปรากฏการณ์สภาพอากาศรุนแรงและมลพิษทางอากาศ (PM2.5) ในหัวเมืองท่องเที่ยวอาจกระทบการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว
มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View) สรุปมุมมองการลงทุน เป้าหมายราคาจากบทวิเคราะห์ และประเด็นติดตามสำคัญ — ข้อมูล ณ วันที่ 21 กันยายน 2026
Bull Case: ราคาเป้าหมาย ฿3.20 – ฿3.50
สมมติฐานหลัก: การท่องเที่ยวฟื้นตัวเต็มศักยภาพ ดัน RevPAR พอร์ตโรงแรมโตสองหลัก โครงการ Phenix และ Asiatique สร้างกระแสเงินสดเกินเป้าหมาย
ปัจจัยหนุน: อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่าย และตลาดปรับเพิ่ม Multiple P/E สะท้อนพอร์ตลักชัวรี
มุมมองนักวิเคราะห์: บล.กรุงศรี (KSS) แนะนำ “ซื้อ” ด้วยมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของกำไรระยะยาว
Base Case: ราคาเป้าหมาย ฿2.80 – ฿3.00
สมมติฐานหลัก: กำไรสุทธิปี 2569 เติบโตตามกรอบ ฿6.5–6.7 พันล้านบาท (+3–5% YoY) ควบคุม IBD/E ที่ระดับ 0.90x และจ่ายปันผล ฿0.08 ต่อหุ้น
ปัจจัยหนุน: การประเมินมูลค่าอิง P/BV ที่ราว 1.0x สะท้อนมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี (BVPS ฿3.01) ควบคู่ผลตอบแทนเงินปันผล 2.6%
มุมมองนักวิเคราะห์: บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) ให้คำแนะนำ “Neutral” ประเมินราคาเป้าหมาย ฿3.00 สะท้อนพอร์ต GAV ที่แข็งแกร่งแต่มีแรงกดดันจาก Capex
Bear Case: ราคาเป้าหมาย ฿2.20 – ฿2.50
สมมติฐานหลัก: อัตราการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว การแข่งขันในตลาดอสังหาฯ รุนแรง และต้นทุนทางการเงินกดดันกำไรสุทธิ
ปัจจัยเสี่ยง: หุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV < 0.8x) จากความกังวลต่อภาระหนี้สินและการเติบโตที่ล่าช้าของโครงการใหม่
มุมมองนักวิเคราะห์: ระมัดระวังต่อความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคและการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาคืนทุน
ประเด็นติดตามสำคัญสำหรับผู้ลงทุน (Monitoring Checklist)
ความคืบหน้าและการตอบรับของ Phenix ประตูน้ำ: อัตราการเช่าพื้นที่ จำนวนผู้เข้าชม และธุรกรรมการค้าส่งอาหาร
ตัวชี้วัดภาคโรงแรม (ADR & RevPAR): ผลการดำเนินงานช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 4/2569 และการเติบโตของกลุ่มลูกค้า MICE และ Luxury Leisure
อัตราการเช่าพื้นที่อาคารสำนักงาน (Occupancy Rate): โดยเฉพาะความคืบหน้าของอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ หลังการปรับโฉม
การบริหารจัดการหนี้และต้นทุนดอกเบี้ย: การรักษาสัดส่วน Net IBD/Equity ให้อยู่ในกรอบนโยบายไม่เกิน 1.0x ท่ามกลางแผนการลงทุน
แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 21 กันยายน 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน