| กรณีการลงทุน | สมมติฐานหลัก (Key Drivers) | กำไรสุทธิปี 2026E | ราคาเป้าหมายประเมิน |
|---|---|---|---|
| กรณีเติบโตสูง (Bull Case) | นักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวแกร่ง SSSG โต >7%, ต้นทุนเนย-นมปรับลดลง, แบรนด์ลูกก๊อเร่งกำไรเติบโตก้าวกระโดด | ฿230 ล้านบาท (EPS ฿0.282) | ฿5.50 บาท (P/E 19.5x บนกำไรฟื้นตัวเด่น) |
| กรณีฐาน (Base Case) | SSSG ทรงตัวบวก 2–3%, ขยายสาขาลูกก๊อและ After You ตามแผน, อัตรากำไรขั้นต้นค่อยๆ ทรงตัว | ฿185 ล้านบาท (EPS ฿0.227) | ฿4.40 บาท (P/E 19.4x สอดคล้องกับ Consensus บล.เคจีไอ ฿4.42) |
| กรณีระมัดระวัง (Bear Case) | กำลังซื้อในประเทศซบเซา, ต้นทุนวัตถุดิบทรงตัวสูงต่อเนื่อง, ยอดขายนอกร้านคาเฟ่ (Non-café) หดตัว | ฿150 ล้านบาท (EPS ฿0.184) | ฿3.50 บาท (P/E 19.0x สะท้อนแรงกดดันด้าน Margin) |
| หัวข้อข้อมูล | รายละเอียด | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|
| ชื่อบริษัทภาษาไทย | บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) | (SET Profile) |
| ชื่อย่อหลักทรัพย์ / ตลาดรอง | AU (ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ - mai / กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) | (SET Factsheet) |
| ประเภทธุรกิจหลัก | ดำเนินธุรกิจจำหน่ายของหวานและเครื่องดื่ม ร้านกาแฟ และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่สำเร็จรูป | (AU IR) |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | 81,562,400.00 บาท (จำนวน 815,624,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท) | (SET Profile) |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก | 1. นางสาวกุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ (27.80%) 2. นายแม่ทัพ ต.สุวรรณ (25.20%) 3. BTS Group Holdings / VGI (8.10%) | (SET Profile) |
| ผู้บริหารคนสำคัญ | นายแม่ทัพ ต.สุวรรณ (กรรมการผู้จัดการ) และ นางสาวกุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ (กรรมการบริหารและ Co-Founder) | (One Report 2568) |
| นโยบายเงินปันผล | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักสำรองตามกฎหมาย | (Settrade) |
บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 โดยเริ่มต้นจากร้านขนมหวานสไตล์คาเฟ่สาขาแรกที่ทองหล่อ และได้เติบโตจนกลายเป็นผู้นำตลาดร้านขนมหวานพรีเมียมของประเทศไทย ด้วยเมนูเอกลักษณ์ระดับตำนาน เช่น Shibuya Honey Toast และ Kakigori ปัจจุบันบริษัทได้ขยายโครงสร้างธุรกิจครอบคลุม 4 กลุ่มหลัก:
ร้านเรือธง “After You” ให้บริการขนมหวานปรุงสด ไอศกรีม และเครื่องดื่มในบรรยากาศอบอุ่น มีสาขาครอบคลุมศูนย์การค้าชั้นนำ คอมมูนิตี้มอลล์ และหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญกว่า 60 สาขา โดยมีจุดเด่นด้าน Brand Loyalty สูง และเป็นหมุดหมายยอดนิยม (Must-visit destination) ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย
ขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มคนทำงานและคนรุ่นใหม่ผ่านแบรนด์ “Mikka Coffee” ร้านกาแฟแบบ Grab-and-Go ที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว คุ้มค่าราคา ดำเนินการทั้งสาขาที่บริษัทลงทุนเองและระบบแฟรนไชส์ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว “Song Wat Coffee Roasters” (SCR) เพื่อเจาะกลุ่มตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
แบรนด์เรือธงใหม่ “ลูกก๊อ” (Luggaw) ร้านผลไม้ไทยสดตัดแต่ง ยำผลไม้รสจัดจ้าน และน้ำผลไม้ปั่นระดับพรีเมียม ตอบสนองเทรนด์สุขภาพและไลฟ์สไตล์คนเมือง มีอัตรากำไรขั้นต้นในเกณฑ์สูง และเป็น Growth Engine สำคัญในการเปิดสาขาทั้งในห้างสรรพสินค้า สถานีบริการน้ำมัน และย่านธุรกิจ
การจำหน่ายสินค้าสำเร็จรูป ขนมปังเนยโสด ขนมปังนมโสด ขนมอบกรอบ คุกกี้ และวัตถุดิบสำเร็จรูป ผ่านช่องทาง Modern Trade ชั้นนำ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม และร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทั่วประเทศ ควบคู่กับการให้บริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ (Catering) และการขยายแฟรนไชส์ร้าน After You ในต่างประเทศ เช่น เขตบริหารพิเศษฮ่องกง
ผลการดำเนินงานของ AU มีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังวิกฤตโควิด โดยในปี 2567 บริษัททำรายได้รวม ฿1,603.14 ล้านบาท และกำไรสุทธิ ฿296.20 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2568 รายได้รวมเติบโตสู่ระดับ ฿1,632.30 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิชะลอตัวลงมาอยู่ที่ ฿204.09 ล้านบาท จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบนม เนย สำหรับงวด 1H2026 รายได้รวมอยู่ที่ ฿821.47 ล้านบาท (+4.6% YoY) และกำไรสุทธิ ฿89.59 ล้านบาท
| รายการทางการเงิน (฿ ล้านบาท) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | TTM (มิ.ย. 26) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขายและบริการ | 1,208.45 | 1,578.20 | 1,605.10 | 770.80 | 808.50 | 1,642.80 |
| รายได้รวมทั้งสิ้น | 1,233.76 | 1,603.14 | 1,632.30 | 785.12 | 821.47 | 1,668.65 |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) | 788.10 | 1,050.40 | 1,048.20 | 510.33 | 517.52 | 1,055.39 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin %) | 65.22% | 66.56% | 65.30% | 66.21% | 64.01% | 64.24% |
| EBITDA | 312.50 | 458.20 | 362.40 | 198.30 | 164.20 | 328.30 |
| EBITDA Margin (%) | 25.33% | 28.58% | 22.20% | 25.26% | 19.99% | 19.67% |
| กำไรสุทธิ (Net Profit) | 178.17 | 296.20 | 204.09 | 117.71 | 89.59 | 175.97 |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin %) | 14.44% | 18.48% | 12.50% | 14.99% | 10.91% | 10.55% |
โครงสร้างทางการเงินของ AU มีความมั่นคงสูง ปราศจากภาระเงินกู้ยืมจากธนาคาร โดยมีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ ฿1,371.99 ล้านบาท ประกอบด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น ฿920.94 ล้านบาท และหนี้สินรวม ฿451.05 ล้านบาท สมการทางบัญชี สินทรัพย์รวม = หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้น ตรวจสอบสมบูรณ์ 100%
| รายการงบดุลสำคัญ (฿ ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 325.40 | 410.20 | 342.10 | 315.80 |
| เงินลงทุนชั่วคราว / สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน | 85.20 | 95.40 | 68.50 | 75.20 |
| สินทรัพย์หมุนเวียนรวม | 495.30 | 598.60 | 502.80 | 482.40 |
| ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (PP&E) | 485.60 | 535.20 | 570.40 | 565.30 |
| สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-Use Assets - TFRS 16) | 312.40 | 325.80 | 342.50 | 318.20 |
| สินทรัพย์รวมทั้งสิ้น | 1,402.13 | 1,572.30 | 1,524.68 | 1,371.99 |
| หนี้สินหมุนเวียน | 245.20 | 278.40 | 295.10 | 285.40 |
| หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liabilities) | 113.10 | 118.50 | 122.40 | 112.50 |
| หนี้สินรวมทั้งสิ้น | 419.69 | 465.18 | 490.45 | 451.05 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ | 982.44 | 1,107.12 | 1,034.23 | 920.94 |
AU มีโครงสร้างเงินทุนที่ปราศจากความเสี่ยงด้านภาระหนี้เงินกู้ โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt/Equity) อยู่ที่เพียง 0.12 เท่า ซึ่งทั้งหมดเป็นภาระทางบัญชีตามสัญญาเช่าพื้นที่สาขา (TFRS 16) หากหักเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น บริษัทมีสถานะเป็น Net Cash Position ส่งผลให้อัตราส่วน Net IB Debt/Equity ติดลบที่ −0.28 เท่า
โครงสร้างรายได้ของ AU ยังคงมีเสาหลักมาจากธุรกิจร้านขนมหวานและคาเฟ่ After You กว่า 83% ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ Non-café การขายผ่าน Modern Trade และสินค้าสำเร็จรูป Ready-to-Eat เติบโตรวดเร็วแตะ 11% และรายได้จากแฟรนไชส์รวมการจัดงานอีเวนต์นอกสถานที่คิดเป็น 6%
| สายธุรกิจ | สัดส่วน (%) | แบรนด์และผลิตภัณฑ์สำคัญ | กลยุทธ์การขยายตัว |
|---|---|---|---|
| ร้านขนมหวานและคาเฟ่ (Dessert Café) | 83% | After You Café (60+ สาขา), Shibuya Honey Toast, Kakigori, Babyccino | เน้นทำเลเมืองท่องเที่ยวและห้างระดับบน เพิ่มยอดขายต่อบิล |
| การขายสินค้าและวัตถุดิบ (Non-café & Retail) | 11% | ขนมปังเนยโสด, ขนมปังนมโสด, คุกกี้, Snack Box, จำหน่ายใน 7-Eleven และ Gourmet Market | ขยาย SKU ขนมสำเร็จรูปและเพิ่มช่องทางค้าปลีกทั่วประเทศ |
| แฟรนไชส์ (Franchise Business) | 4% | Mikka Coffee (Grab & Go), แฟรนไชส์ After You ต่างประเทศ (ฮ่องกง) | ขยายสาขา Mikka ในทำเลอาคารสำนักงานและสถานีบริการน้ำมัน |
| จัดงานนอกสถานที่และอื่นๆ (Catering & Pop-up) | 2% | After You On Tour, ออกบูธ Pop-up Store, บริการจัดเลี้ยงงานอีเวนต์ | ทดลองตลาดในจังหวัดใหม่ๆ ก่อนพิจารณาเปิดสาขาถาวร |
AU มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ โดยในทางปฏิบัติบริษัทมีการจ่ายปันผลในอัตราที่สูงมาก (Payout Ratio สูงกว่า 90%–98%) เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีกระแสเงินสดรับจากการขายหน้าร้านเป็นเงินสด (Cash Cow) และไม่มีภาระการชำระคืนหนี้เงินกู้
| รอบปีบัญชี | เงินปันผลต่อหุ้น (฿/หุ้น) | กำไรต่อหุ้น EPS (฿) | Dividend Payout Ratio (%) | Dividend Yield (%) |
|---|---|---|---|---|
| FY2022 | 0.15 บาท | 0.14 บาท | 107.1% | 1.45% |
| FY2023 | 0.21 บาท | 0.22 บาท | 95.5% | 2.10% |
| FY2024 | 0.36 บาท | 0.36 บาท | 100.0% | 3.80% |
| FY2025 | 0.25 บาท | 0.25 บาท | 100.0% | 5.92% |
ในกลุ่มอุตสาหกรรมร้านอาหารและเครื่องดื่มในตลาดหุ้นไทย AU มีจุดเด่นด้านอัตรากำไรสุทธิและความแข็งแกร่งของฐานะการเงินที่เป็น Net Cash เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม แม้ว่าจะมีขนาดมูลค่าตลาดเล็กกว่าเครือร้านอาหารขนาดใหญ่อย่าง MINT และ M แต่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 5.92%
| หลักทรัพย์ | ราคาปิด (฿) | Market Cap (฿ ล้าน) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Dividend Yield (%) | สถานะภาระหนี้ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| AU (After You) | 4.22 | 3,441.93 | 19.56 | 3.74 | 5.92% | Net Cash (ไร้หนี้กู้ยืม) |
| ZEN (Zen Corporation) | 5.40 | 1,620.00 | 34.27 | 1.15 | 2.78% | มีภาระเงินกู้ยืมสถาบัน |
| SNP (S&P Syndicate) | 8.95 | 4,426.51 | 17.80 | 1.72 | 5.59% | หนี้สินต่ำ |
| M (MK Restaurant) | 21.00 | 19,338.44 | 26.60 | 1.48 | 4.76% | Net Cash (ไร้หนี้กู้ยืม) |
| MINT (Minor International) | 22.10 | 124,172.50 | 13.02 | 1.50 | 3.17% | IBD/E ~1.15x (มีหนี้เงินกู้สูง) |
แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 2H2026 คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากปัจจัยฤดูกาล (High Season ของภาคการท่องเที่ยวในไตรมาส 4) และความคืบหน้าของกลยุทธ์สำคัญ ดังนี้:
แบรนด์ลูกก๊อได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็น New S-Curve ที่มีศักยภาพสูง ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่โดดเด่นและใช้เงินลงทุนต่อสาขาต่ำกว่าร้าน After You แบบดั้งเดิม บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาลูกก๊อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทำเลใจกลางเมือง สถานีบริการน้ำมัน และย่านออฟฟิศ ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงจากกลุ่มขนมหวานแบบเดิม
ยอดขายของสาขา After You ในทำเลศูนย์การค้าย่านใจกลางเมือง (เช่น สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, ไอคอนสยาม) และเมืองท่องเที่ยว (เช่น ภูเก็ต, เชียงใหม่, พัทยา) มีสัดส่วนลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 30%–40% การเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 จะเป็นตัวเร่งการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ให้กลับมาเป็นบวกชัดเจน
การส่งขนมสำเร็จรูปและสินค้า Ready-to-Eat เข้าสู่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven อย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างรายได้สม่ำเสมอและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วประเทศ ขณะเดียวกันบริษัทกำลังศึกษาการขยายแฟรนไชส์ร้าน After You ในภูมิภาคเอเชียเพิ่มเติมต่อจากความสำเร็จในฮ่องกง
| ปัจจัยเสี่ยง | ระดับผลกระทบ | ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Trigger Point) | แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ | สูง | ราคานม เนย ครีม โกโก้ และน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวขึ้น >15% | ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Booking) 3–6 เดือน และปรับสัดส่วนสูตรขนม |
| การแข่งขันรุนแรงในตลาดคาเฟ่ | ปานกลาง | การเกิดขึ้นของร้านขนมหวานและชา-กาแฟแบรนด์ใหม่แย่งชิงส่วนแบ่ง | รักษาจุดแข็งด้านคุณภาพและรสชาติ พัฒนาเมนู Seasonal ตลอดปี และโปรโมตแบรนด์ลูกก๊อ |
| การชะลอตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ | ปานกลาง | ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนและเอเชียเดินทางเข้าไทยต่ำกว่าเป้าหมาย ททท. | กระจายสาขาออกสู่ย่านที่อยู่อาศัยนอกเมือง และเพิ่มยอดขาย Delivery / Modern Trade |
| ต้นทุนค่าแรงและค่าเช่าพื้นที่ | ปานกลาง | การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และการปรับขึ้นค่าเช่าพื้นที่ของห้างสรรพสินค้า | นำระบบสั่งอาหารอัตโนมัติ (QR Ordering) มาใช้ และเจรจาสัญญาเช่าแบบ Revenue Sharing |
| การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค (สุขภาพ) | ปานกลาง | เทรนด์ลดหวาน (Low Sugar) และการควบคุมแคลอรี่ของผู้บริโภค | ขยายไลน์สินค้าเพื่อสุขภาพผ่านแบรนด์ลูกก๊อ (ผลไม้สด) และเมนูขนมหวานสูตรหวานน้อย |
• แบรนด์พรีเมียมที่มีพลังสูง (Strong Brand Equity): After You เป็นแบรนด์ขนมหวานที่มีความภักดีของลูกค้าสูงและมีสถานะเป็น Must-visit ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
• ฐานะการเงินแข็งแกร่งระดับ Net Cash: ปราศจากหนี้สินเงินกู้ธนาคาร ทำให้มีต้นทุนทางการเงินต่ำมากและมีกระแสเงินสดมั่นคง
• ความเชี่ยวชาญด้าน R&D และการพัฒนาเมนู: ความสามารถในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ที่สร้างกระแสไวรัลได้อย่างต่อเนื่อง
• เครือข่ายสาขาในทำเลทอง (Prime Locations): สาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อหนาแน่น
• การพึ่งพาแบรนด์ After You เป็นหลัก: แม้จะเริ่มขยายแบรนด์ใหม่ แต่รายได้หลักกว่า 80% ยังคงพึ่งพาร้าน After You
• ความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า: วัตถุดิบนม เนย คุณภาพสูงส่วนใหญ่นำเข้า ทำให้ได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยน
• การขยายสาขาในต่างจังหวัดมีข้อจำกัด: กำลังซื้อของคนในต่างจังหวัดส่วนใหญ่ยังไม่สอดคล้องกับระดับราคาสินค้าพรีเมียม
• อายุการเก็บรักษาสินค้าสั้น: ขนมหวานและเบเกอรี่ปรุงสดมี Shelf-life จำกัด ต้องการระบบโลจิสติกส์ที่แม่นยำ
• การเติบโตของแบรนด์ลูกก๊อ (Luggaw): ตลาดผลไม้พรีเมียมและเครื่องดื่มผลไม้ยังมีช่องว่างการเติบโตสูงทั้งในและต่างประเทศ
• การขยายตลาดแฟรนไชส์ในต่างประเทศ: โมเดลแฟรนไชส์ในแถบเอเชีย เช่น ฮ่องกง เวียดนาม และตะวันออกกลาง ช่วยสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมโดยไม่ต้องลงทุนหนัก
• ช่องทางค้าปลีก Modern Trade & Ready-to-Eat: การจำหน่ายขนมปังและเบเกอรี่ผ่าน 7-Eleven และซูเปอร์มาร์เก็ตยังมีโอกาสเพิ่ม SKU ใหม่อีกมาก
• การฟื้นตัวเต็มรูปแบบของการท่องเที่ยวไทย: แรงหนุนจากมาตรการฟรีวีซ่าและการจัดเทศกาลระดับโลกในไทย
• การแข่งขันที่รุนแรงและกระแสความนิยมที่เปลี่ยนเร็ว: ธุรกิจอาหารและขนมหวานมีคู่แข่งหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดได้ง่าย
• ภาวะกำลังซื้อในประเทศเปราะบาง: ปัญหาหนี้ครัวเรือนกดดันการใช้จ่ายในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือยของคนชั้นกลาง
• ความผันผวนของต้นทุนพลังงานและค่าแรง: แนวโน้มการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำกระทบต้นทุนการดำเนินงานของสาขาหน้าร้าน
• ความเสี่ยงจากเทรนด์สุขภาพ: ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการควบคุมน้ำตาลและสุขภาพมากขึ้น
หุ้น AU ซื้อขายที่ระดับ P/E 19.56 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 5.92% ซึ่งสะท้อนความกังวลของตลาดต่อผลประกอบการที่ชะลอตัวใน 1H2026 ไปค่อนข้างมากแล้ว แต่ด้วยจุดแข็งด้านโครงสร้างการเงินที่เป็น Net Cash ปราศจากหนี้สินเงินกู้ และโมเดลธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดแข็งแกร่ง AU จึงจัดเป็นหุ้นที่มีความปลอดภัยทางการเงินสูง (High Financial Safety Margin)
| สถานการณ์การลงทุน | สมมติฐานกำไรสุทธิปี 2026E | P/E Multiple เป้าหมาย | ราคาเป้าหมายประเมิน | Upside / Downside จากราคาปัจจุบัน (฿4.22) |
|---|---|---|---|---|
| Bull Case (กรณีสดใส) | ฿230 ล้านบาท (EPS ฿0.282) | 19.5x | ฿5.50 บาท | +30.3% |
| Base Case (กรณีฐาน) | ฿185 ล้านบาท (EPS ฿0.227) | 19.4x | ฿4.40 บาท | +4.3% |
| Bear Case (กรณีชะลอตัว) | ฿150 ล้านบาท (EPS ฿0.184) | 19.0x | ฿3.50 บาท | −17.1% |