เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 2 ตุลาคม 2026
สรุปผู้บริหาร (Executive Summary) บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) (SET: UTP / UTP.BK) เป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกของประเทศไทย ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยใช้เศษกระดาษรีไซเคิล 100% เป็นวัตถุดิบในการผลิต มีโรงงานหลักตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ด้วยกำลังการผลิตรวม 264,000 ตันต่อปี แบ่งเป็น 2 สายการผลิตหลัก (เครื่องจักร PM1 และ PM2)
P/E (TTM)
9.27x
ส่วนลดสูงเทียบกับกลุ่มบรรจุภัณฑ์
(SET) P/BV
1.17x
Book Value ฿7.71 ต่อหุ้น
(SET) Dividend Yield
6.67%
1H26 จ่าย ฿0.40 / ปันผลสูงสม่ำเสมอ
(SET) ประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Strategic Takeaways)
ผลประกอบการ 1H2026 ฟื้นตัวโดดเด่น: รายได้จากการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ ฿2,092.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +6.81% YoY ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง +43.28% YoY สู่ ฿394.80 ล้านบาท โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 ที่ทำกำไรสุทธิได้ ฿220.32 ล้านบาท (+59.43% YoY) ได้รับอานิสงส์จากส่วนต่างราคาขายต่อราคาวัตถุดิบ (Product Spread) ที่ขยายตัว
ป้อมปราการทางการเงินไร้หนี้สิน (Net Cash Fortress): UTP มีโครงสร้างทางการเงินที่ปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่มีหนี้สินเงินกู้ยืมสถาบันการเงินที่มีภาระดอกเบี้ยเลย (Interest-Bearing Debt = 0) และมีเงินสดบวกเงินลงทุนระยะสั้นรวมกันกว่า ฿1,574.17 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าเงินสดสุทธิถึง ฿2.42 ต่อหุ้น หรือคิดเป็น 26.9% ของราคาตลาด
เครื่องจักรผลิตเงินสดและผลตอบแทนเงินปันผลสูง: บริษัทมีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) สูงปีละ ฿700–800 ล้านบาท ส่งผลให้มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงมาก โดยในรอบบัญชี 1H2026 ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ฿0.40 ต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 ส.ค. 2569 และจ่ายเมื่อ 11 ก.ย. 2569) และให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับ 6.67% ต่อปี
แผนปลดล็อกกำลังการผลิตสู่ 300,000 ตันต่อปี: UTP อยู่ระหว่างการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรเดิม (De-bottlenecking) ทั้ง PM1 และ PM2 เพื่อขยายกำลังการผลิตจาก 264,000 ตัน เป็น 300,000 ตันต่อปี ภายในปี 2570 เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค การส่งออกอาหาร และการเติบโตอย่างยั่งยืนของ e-Commerce
Bull Case
อุปสงค์กล่องบรรจุภัณฑ์ในประเทศฟื้นตัวแรงตามภาคท่องเที่ยว ส่งออก และ e-Commerce
ราคาเศษกระดาษรีไซเคิล (OCC) ทรงตัวต่ำ ขณะที่ราคาขายกระดาษคราฟท์ขยับขึ้น หนุน GPM สู่ 25%
แผนขยายกำลังการผลิต 300,000 ตันต่อปีเดินหน้าเร็วกว่าคาด กำไรสุทธิปี 2569E แตะ ฿780–800 ล้านบาท
Base Case
การเติบโตของยอดขายเป็นไปตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศระดับปานกลาง ปริมาณขายโต 5-7%
อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยยืนได้ในกรอบ 17-18% กำไรสุทธิปี 2569E อยู่ที่ประมาณ ฿700–730 ล้านบาท
จ่ายเงินปันผลทั้งปีที่ ฿0.70–0.75 ต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 7.7–8.3%
Bear Case
ราคาวัตถุดิบ OCC นำเข้าและในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บีบส่วนต่างกำไรให้แคบลง
การบริโภคในประเทศชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตกระดาษรายใหญ่ในภูมิภาค
ผลกระทบจากภัยธรรมชาติหรืออุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีกระทบการเดินเครื่องจักรชั่วคราว
ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet) บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2533 และจดทะเบียนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม หมวดวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร / กระดาษและวัสดุการพิมพ์
มูลค่าตลาด
฿5,850M
ลำดับต้นของกลุ่มกระดาษ
(SET) P/E (TTM)
9.27x
ส่วนลด 55% เทียบ SCGP
(SET) Dividend Yield
6.67%
นโยบายไม่ต่ำกว่า 40%
(SET) 52-Week Range
฿7.10 – ฿9.65
Free Float
39.55%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 9,534 ราย
(SET)
ข้อมูลบริษัท
รายละเอียด
ชื่อหลักทรัพย์
บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) (United Paper Public Company Limited)
ชื่อย่อหลักทรัพย์
UTP (SET) / UTP.BK (Reuters/Bloomberg)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ
สินค้าอุตสาหกรรม (Process Industries) / วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร (Paper & Printing Materials)
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
เลขที่ 113/1 ซอยร่วมจิตต์ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ที่ตั้งโรงงานผลิต
เลขที่ 61 หมู่ที่ 8 ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี
กำลังการผลิตติดตั้ง
264,000 ตันต่อปี (PM1: 96,000 ตัน/ปี, PM2: 168,000 ตัน/ปี)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 ลำดับแรก
1. ครอบครัวจารุพงษ์สกุล (~35%), 2. กลุ่มนักลงทุนสถาบันและนิติบุคคลในประเทศ, 3. ผู้ถือหุ้นรายย่อยทั่วไป
ข้อจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติ
49.00% (สัดส่วนถือครองจริงของต่างชาติในปัจจุบัน ~1.65%)
ข้อมูลรวบรวมจากแบบสรุปข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียน (SET Factsheet) และแบบ 56-1 One Report สิ้นสุด ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569
ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview) UTP ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายกระดาษคราฟท์เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ลูกฟูก (Corrugated Box) โดยจัดจำหน่ายให้แก่โรงงานผลิตกล่องลูกฟูกและโรงงานแปลงรูปบรรจุภัณฑ์ (Carton Converters) ทั่วประเทศ ทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก
[เศษกระดาษรีไซเคิล OCC 100%] ---> [ระบบย่อยเยื่อและคัดแยกสิ่งแปลกปลอม] ---> [เครื่องจักรผลิตกระดาษ PM1 / PM2]
(LOCC 55% + Imported OCC 45%) (ระบบกำจัดสิ่งเจือปนและปรับปรุงเส้นใย) (กำลังการผลิต 264,000 ตัน/ปี)
|
+--------------------------------------------------+
| |
v v
[กระดาษทำลอนลูกฟูก (CM)] [กระดาษทำผิวกล่อง (KLB)]
- เกรด CA, CS (105-125 gsm) - เกรด KA, KT, KI, KP (125-230 gsm)
- สัดส่วนยอดขาย 55.69% - สัดส่วนยอดขาย 44.16% 1. สายผลิตภัณฑ์หลัก (Product Lines)
กระดาษคราฟท์สำหรับทำผิวกล่อง (Kraft Liner Board - KLB):
เป็นกระดาษที่ใช้สำหรับทำแผ่นปะหน้าและหลังของแผ่นกระดาษลูกฟูก เพื่อความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกด และมีความเรียบเนียนเพื่อรองรับการพิมพ์โลโก้และลวดลายบรรจุภัณฑ์
เกรดกระดาษที่ผลิตได้แก่ KA (เกรดพรีเมียมสีทองธรรมชาติ มีความเหนียวและทนทานสูงสุด), KT (เกรดสีน้ำตาลธรรมชาติยอดนิยมสำหรับกล่องสินค้าทั่วไป), KI (เกรดสีครีมสว่าง), KP และ KK
น้ำหนักมาตรฐานตั้งแต่ 125, 150, 185 ไปจนถึง 230 กรัมต่อตารางเมตร (gsm)
คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 44.16% ของรายได้รวม
กระดาษคราฟท์สำหรับทำลอนลูกฟูก (Corrugating Medium - CM):
เป็นกระดาษที่นำไปผ่านลูกกลิ้งความร้อนเพื่อดัดเป็นลอนลูกฟูก (Flute A, B, C, E) ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างรองรับแรงกระแทก (Cushioning) และรับแรงกดในแนวดิ่ง (Ring Crush Resistance)
เกรดกระดาษได้แก่ CA และ CS น้ำหนักมาตรฐาน 105, 115 และ 125 กรัมต่อตารางเมตร (gsm) ผลิตจากเยื่อรีไซเคิล 100%
คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 55.69% ของรายได้รวม
2. แหล่งวัตถุดิบและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Raw Materials & Circular Economy) UTP ใช้วัตถุดิบหลักคือ เศษกระดาษลูกฟูกเก่า (Old Corrugated Containers: OCC) ในสัดส่วน 100% โดยแบ่งสัดส่วนการจัดหาเป็น:
เศษกระดาษในประเทศ (Local OCC / LOCC): ประมาณ 50%–60% จัดหาผ่านตัวแทนรวบรวมเศษกระดาษ (Junk Shops) และศูนย์กระจายสินค้าห้างสรรพสินค้า
เศษกระดาษนำเข้า (Imported OCC): ประมาณ 40%–50% เช่น AOCC (American OCC), EOCC (European OCC) และ JOCC (Japanese OCC) เพื่อนำเส้นใยยาวที่มีคุณภาพสูงมาผสมเสริมความแข็งแกร่งของเนื้อกระดาษ
ระบบพลังงานและความยั่งยืน: บริษัทมีโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลและหม้อต้มไอน้ำ (Steam Boiler) ที่ใช้เชื้อเพลิงผสมผสานเพื่อผลิตไอน้ำสำหรับกระบวนการอบแห้งกระดาษ ช่วยควบคุมต้นทุนค่าพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง (Competitive Moat)
UTP มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนจากการที่เครื่องจักร PM2 มีขนาดหน้ากว้างและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย อัตราการสูญเสียในกระบวนการผลิตต่ำ (Low Waste Rate) และไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย ทำให้บริษัทมีต้นทุนการแปลงสภาพ (Conversion Cost) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
ผลการดำเนินงานของ UTP สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในงวดครึ่งแรกของปี 2569 (1H2026) หลังจากที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านราคาขายในตลาดภูมิภาคและราคาเศษกระดาษที่ผันผวนในช่วงปี 2567–2568
รายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านบาท) — 2023 ถึง 1H2026
ที่มา: งบการเงินตรวจสอบและงบทบทวน ก.ล.ต. และ MD&A ประจำงวด 1H2026
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงิน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เปรียบเทียบผลประกอบการ 1H2025 vs 1H2026 (ล้านบาท)
ที่มา: รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 (SEC)
รายการทางการเงิน (ล้านบาท)
FY2023
FY2024
FY2025
1H2025
1H2026
%YoY (1H)
รายได้จากการขายและบริการ
4,083.49
3,931.92
3,737.51
1,958.93
2,092.25
+6.81%
ต้นทุนขายและบริการ
2,965.20
3,120.45
3,025.10
1,605.20
1,608.15
+0.18%
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)
1,118.29
811.47
712.41
353.73
484.10
+36.86%
EBITDA
935.29
845.76
736.50
362.40
498.20
+37.47%
กำไรสุทธิ (Net Profit)
876.35
619.69
511.58
275.54
394.80
+43.28%
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
27.39%
20.64%
19.06%
18.06%
23.14%
+5.08%
อัตรากำไรสุทธิ (NPM)
21.46%
15.76%
13.69%
14.07%
18.87%
+4.80%
กำไรต่อหุ้น (EPS - บาท)
1.35
0.95
0.79
0.42
0.61
+45.24%
ข้อมูลจากงบการเงินรวมที่ผ่านการตรวจสอบและสอบทานแล้วโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
คำอธิบายผลการดำเนินงานงวด 1H2026
การเติบโตของรายได้ (+6.81% YoY): ปริมาณการจำหน่ายกระดาษคราฟท์เพิ่มขึ้นตามความต้องการบรรจุภัณฑ์กล่องในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารแปรรูป และการส่งออกที่ทยอยฟื้นตัว
การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM ขยับจาก 18.06% เป็น 23.14%): ต้นทุนขายแทบไม่เปลี่ยนแปลง (+0.18%) แม้รายได้จะโต +6.81% เนื่องจากราคาเศษกระดาษรีไซเคิล (OCC) ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และบริษัทมีการบริหารสต็อกวัตถุดิบนำเข้าและในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
กำไรสุทธิพุ่งแตะ ฿394.80 ล้านบาท: ใน 1H2026 UTP ทำกำไรสุทธิได้คิดเป็น 77% ของกำไรสุทธิทั้งปี 2568 (฿511.58M) สะท้อนถึง Operating Leverage ที่สูงของกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษ
งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet) ฐานะการเงินของ UTP มีความมั่นคงสูงมาก จัดเป็นหุ้นในกลุ่ม “Cash-Rich & Debt-Free” โดยมีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ ฿5,572.49 ล้านบาท หนี้สินรวมเพียง ฿562.34 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นสูงถึง ฿5,010.15 ล้านบาท
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท) — 2023 ถึง 1H2026
ที่มา: งบแสดงฐานะการเงิน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ วันสิ้นงวดของแต่ละปี
รายการงบดุล (ล้านบาท)
31 ธ.ค. 2023
31 ธ.ค. 2024
31 ธ.ค. 2025
30 มิ.ย. 2026
เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น
1,120.45
1,215.30
1,365.80
1,574.17
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น
720.15
685.40
692.10
745.30
สินค้าคงเหลือ (วัตถุดิบและกระดาษสำเร็จรูป)
715.30
742.10
735.60
812.40
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ
2,345.10
2,385.20
2,312.40
2,285.50
สินทรัพย์รวม (Total Assets)
5,047.58
5,178.01
5,256.35
5,572.49
หนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย)
385.20
425.10
382.50
495.20
หนี้สินไม่หมุนเวียน (ภาระผูกพันพนักงานและสัญญาเช่า)
57.37
64.14
63.50
67.14
หนี้สินรวม (Total Liabilities)
442.57
489.24
446.00
562.34
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว
650.00
650.00
650.00
650.00
กำไรสะสมและส่วนเกินมูลค่าหุ้น
3,955.01
4,038.77
4,160.35
4,360.15
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)
4,605.01
4,688.77
4,810.35
5,010.15
ตรวจสอบสมดุลบัญชี (Liabilities + Equity)
5,047.58
5,178.01
5,256.35
5,572.49
สมดุลทางบัญชีถูกต้องครบถ้วน สินทรัพย์รวม = หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้น ทุกงวดเวลา
หนี้สินและสภาพคล่อง (Leverage & Financial Health) UTP มีความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินอยู่ในระดับ “ศูนย์” เนื่องจากไม่มีเงินกู้ยืมระยะสั้นหรือเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน หนี้สินเกือบ 100% เป็นหนี้สินทางการค้าที่ไม่มีภาระดอกเบี้ย
อัตราส่วนหนี้สินมีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) และ Net IBD/E
ที่มา: คำนวณจากงบการเงิน ก.ล.ต. (ค่าติดลบสะท้อนถึงสถานะเงินสดสุทธิหรือ Net Cash)
หนี้สินมีภาระดอกเบี้ย
฿0.00
หนี้สินรวมต่อทุน (D/E)
0.11x
อัตราส่วนทุนหมุนเวียน
6.3x
สินทรัพย์หมุนเวียนสูง
(SEC) ความปลอดภัยทางการเงินในภาวะดอกเบี้ยสูง
การที่ UTP ไม่มีหนี้สินเงินกู้ยืมทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากวงจรดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น และยังได้รับผลตอบแทนเป็นรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินฝากและเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้น ส่งเสริมกำไรสุทธิอีกทางหนึ่ง
สัดส่วนรายได้ตามผลิตภัณฑ์ (Business Segments) โครงสร้างรายได้ของ UTP แบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์หลัก 2 ประเภท ได้แก่ กระดาษคราฟท์สำหรับทำลอนลูกฟูก (Corrugating Medium) และกระดาษคราฟท์สำหรับทำผิวกล่อง (Kraft Liner Board)
สัดส่วนรายได้จำแนกตามผลิตภัณฑ์งวด 1H2026 (ล้านบาท)
ที่มา: แบบ 56-1 One Report และหมายเหตุประกอบงบการเงินงวด 1H2026
กลุ่มผลิตภัณฑ์
รายได้ 1H2569 (ล้านบาท)
สัดส่วน (%)
รายได้ FY2568 (ล้านบาท)
สัดส่วน (%)
กระดาษทำลอนลูกฟูก (Corrugating Medium)
1,165.19
55.69%
2,063.33
55.21%
กระดาษทำผิวกล่อง (Kraft Liner Board)
923.94
44.16%
1,647.06
44.07%
รายได้อื่นและเศษวัสดุ (Others)
3.12
0.15%
27.12
0.72%
รวมรายได้ทั้งสิ้น
2,092.25
100.00%
3,737.51
100.00%
ผลิตภัณฑ์ทั้งสองประเภทจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลักกว่า 95% แก่โรงงานกล่องลูกฟูกชั้นนำ
ประวัติและการจ่ายเงินปันผล (Dividend History) UTP มีประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอปีละ 2 ครั้ง (ปันผลระหว่างกาลและเงินปันผลประจำปี) โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ แต่ในทางปฏิบัติบริษัทจ่ายปันผลจริงในอัตรา 60%–76% ของกำไรสุทธิมาโดยตลอด
เงินปันผลต่อหุ้น (บาทต่อหุ้น) — FY2023 ถึง 1H2026
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูลสิทธิประโยชน์และมติคณะกรรมการบริษัท
รอบผลการดำเนินงาน
วันขึ้นเครื่องหมาย XD
เงินปันผล (บาท/หุ้น)
กำไรต่อหุ้น (EPS)
อัตราจ่ายปันผล (Payout)
Dividend Yield
1H2026 (ระหว่างกาล)
26 ส.ค. 2569
0.40
0.61
65.57%
4.44%
FY2025 (งวดทั้งปี)
10 มี.ค. 2569
0.60
0.79
75.95%
6.67%
FY2024 (งวดทั้งปี)
11 มี.ค. 2568
0.65
0.95
68.42%
7.22%
FY2023 (งวดทั้งปี)
11 มี.ค. 2567
0.81
1.35
60.00%
8.53%
เงินปันผลระหว่างกาล 1H2026 จ่ายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น
เปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย UTP จัดอยู่ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และกระดาษ โดยมีคู่แข่งรายใหญ่คือ SCGP และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น เช่น SFLEX, EPG, BGC
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (ล้านบาท) และ P/E Ratio ของหุ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์
ที่มา: SET Factsheet และข้อมูลสถิติซื้อขาย ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569
บริษัท
ราคา (บาท)
Market Cap (ล้านบาท)
P/E (เท่า)
P/BV (เท่า)
Div Yield (%)
ROE (%)
UTP
9.00
5,850.00
9.27
1.17
6.67%
12.8%
SCGP
29.25
125,567.92
20.82
1.25
3.08%
6.2%
SFLEX
3.12
2,565.41
8.88
1.35
4.80%
15.1%
EPG
6.35
17,780.00
12.09
1.48
3.94%
11.5%
BGC
6.50
4,513.89
74.21
0.98
2.50%
1.3%
ข้อมูลรวบรวมจาก Settrade และ SET Factsheet ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569
จุดเด่นเชิงเปรียบเทียบของ UTP
Valuation ที่ถูกที่สุดในแง่ P/E: UTP ซื้อขายที่ P/E เพียง 9.27 เท่า ซึ่งต่ำกว่าพี่ใหญ่ของกลุ่มอย่าง SCGP (20.82 เท่า) ถึงกว่า 55%
ผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่สุด: Dividend Yield ของ UTP อยู่ที่ 6.67% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ราว 3.0%–4.0%
ประสิทธิภาพการทำกำไร (ROE): ROE ของ UTP อยู่ที่ 12.8% สูงกว่า SCGP ที่ 6.2% สะท้อนถึงการใช้สินทรัพย์โรงงานและเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจ (Outlook & Growth Catalysts) ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ UTP ในช่วงปี 2569–2571 มีปัจจัยขับเคลื่อนและโอกาสเติบโตที่สำคัญ 4 ประการ:
โครงการ De-bottlenecking สู่ 300,000 ตันต่อปี (ภายในปี 2570):
บริษัทมีแผนลงทุนปรับปรุงเครื่องจักร PM1 และ PM2 โดยไม่ต้องสร้างโรงงานใหม่ ใช้เงินลงทุนไม่สูง (CAPEX ต่ำ) สามารถทยอยดำเนินการได้โดยไม่กระทบต่อการผลิตหลัก
เมื่อแล้วเสร็จจะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีกประมาณ 13.6% รองรับลูกค้ารายใหม่และการเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
การเติบโตของธุรกิจ e-Commerce และการจัดส่งพัสดุ:
พฤติกรรมผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์อย่างต่อเนื่อง หนุนความต้องการกล่องไปรษณีย์และกล่องลูกฟูกขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้กระดาษทำผิวกล่อง KA/KT ปริมาณมาก
แนวโน้ม Sustainable Packaging ทดแทนพลาสติก:
กระแสการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastics) ผลักดันให้แบรนด์สินค้าหันมาใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและรีไซเคิลได้ 100%
การบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน:
การติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคาโรงงาน และการปรับปรุงประสิทธิภาพหม้อต้มไอน้ำชีวมวล ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและเชื้อเพลิงลงอย่างต่อเนื่อง หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นยืนเหนือระดับ 20% ได้อย่างมั่นคง
ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors & Mitigation) การวิเคราะห์ความเสี่ยงสำคัญ 6 มิติ พร้อมระบุสัญญาณเตือนเชิงปริมาณ (Observable Triggers) และแนวทางบริหารจัดการเชิงรุก:
ปัจจัยเสี่ยง
สัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม (Observable Trigger)
ผลกระทบและแนวทางบริหารจัดการเชิงรุก (Mitigation)
1. ความผันผวนของราคาเศษกระดาษ (OCC Price Volatility)
ราคา OCC ตลาดโลก (เช่น AOCC) ปรับขึ้นเกิน 15% ภายใน 1 ไตรมาส
ผลกระทบ: ต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็น 60-65% ของต้นทุนการผลิตรวมการจัดการ: บริษัทปรับสูตรการผสมระหว่าง LOCC ในประเทศและ Imported OCC ตามจังหวะราคา และสต็อกวัตถุดิบล่วงหน้า 1-2 เดือน
2. ความเสี่ยงจากอุทกภัยในพื้นที่โรงงาน (Flood Risk at Prachinburi)
ระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีแตะระดับเตือนภัยสีเหลือง/ส้มในช่วงฤดูฝน (ก.ย.-ต.ค.)
ผลกระทบ: เสี่ยงหยุดเดินเครื่องจักรชั่วคราวการจัดการ: โรงงานสร้างคันดินล้อมรอบสูงกว่าระดับน้ำท่วมประวัติศาสตร์ มีระบบสูบน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
3. ราคาขายกระดาษคราฟท์ในภูมิภาคชะลอตัว (Product Price Risk)
ดัชนีราคากระดาษคราฟท์ในเอเชียลดลงต่อเนื่องเกิน 5%
ผลกระทบ: กดดันอัตรากำไรขั้นต้นการจัดการ: UTP เน้นขายตลาดในประเทศที่มีความสัมพันธ์กับลูกค้ากล่องลูกฟูกยาวนานและแข่งขันด้วยคุณภาพการส่งมอบตรงเวลา
4. ต้นทุนค่าพลังงานและค่าไฟฟ้า (Energy & Fuel Costs)
ราคาถ่านหินหรือค่าไฟฟ้า Ft ปรับขึ้นเกิน 10%
ผลกระทบ: ต้นทุนพลังงานคิดเป็นราว 15% ของต้นทุนการผลิตการจัดการ: ขยายการใช้พลังงานชีวมวลและโซลาร์เซลล์ ควบคุมความร้อนในกระบวนการอบกระดาษให้สูญเสียน้อยที่สุด
5. การกระจุกตัวของลูกหนี้การค้า (Customer Credit Risk)
ลูกหนี้ค้างชำระเกินกำหนด 60 วัน เพิ่มขึ้นเกิน 3% ของลูกหนี้รวม
ผลกระทบ: เสี่ยงตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญการจัดการ: มีการตรวจสอบเครดิตลูกค้าสม่ำเสมอ กำหนดวงเงินเครดิต 30-60 วัน และลูกค้าส่วนใหญ่เป็นโรงงานกล่องชั้นนำที่มีสถานะมั่นคง
6. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk)
ค่าเงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 37.00 บาท/USD ขึ้นไป
ผลกระทบ: เพิ่มต้นทุนการนำเข้าเศษกระดาษ AOCC จากต่างประเทศการจัดการ: ทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contracts) ป้องกันความเสี่ยงเกือบ 100%
ข้อมูลรวบรวมและวิเคราะห์จากรายงานประจำปีแบบ 56-1 One Report หมวดปัจจัยความเสี่ยง
การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) Strengths (จุดแข็ง)
ฐานะการเงินแข็งแกร่งระดับไร้หนี้สิน (Net Cash) มีเงินสดและเงินลงทุนกว่า ฿1,574 ล้านบาท
เครื่องจักร PM2 มีประสิทธิภาพสูง อัตราการสูญเสียต่ำ ต้นทุนต่อหน่วยแข่งขันได้
จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอในระดับสูง Dividend Yield สูงกว่า 6.6% ต่อปี
ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกระดาษคราฟท์กว่า 35 ปี มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับลูกค้าโรงกล่อง
Weaknesses (จุดอ่อน)
มีโรงงานผลิตเพียงแห่งเดียวที่จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้มีความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของสถานที่ผลิต
สินค้าเป็นเนื้อกระดาษมาตรฐาน (Commodity-like) ราคาขายอิงตามกลไกตลาดภูมิภาค
สภาพคล่องการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ค่อนข้างต่ำจาก Free Float 39.55%
ต้องพึ่งพาการนำเข้าเศษกระดาษใยยาวจากต่างประเทศบางส่วนเพื่อรักษาคุณภาพความเหนียว
Opportunities (โอกาส)
การเติบโตของการค้าออนไลน์ (e-Commerce) และการขนส่งพัสดุในประเทศ
การขยายกำลังการผลิตสู่ 300,000 ตันต่อปีช่วยสร้าง Economy of Scale เพิ่มเติม
นโยบายภาครัฐและเอกชนที่สนับสนุนบรรจุภัณฑ์กระดาษย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (ESG Packaging)
การฟื้นตัวของภาคการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปที่ต้องใช้กล่องลูกฟูก
Threats (อุปสรรค)
ความผันผวนของราคาวัตถุดิบเศษกระดาษรีไซเคิล (OCC) ในตลาดโลก
การแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตกระดาษคราฟท์รายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ
ความเสี่ยงจากปัญหาภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี
ภาวะเศรษฐกิจในประเทศและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจชะลอตัวลง
มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View & Valuation) หุ้น UTP จัดเป็นหุ้นประเภท “Deep Value & High Dividend Yield” ที่มีเกราะป้องกันความเสี่ยง (Downside Protection) สูงมากจากฐานะการเงินที่ไร้หนี้สินและเงินสดสุทธิในมือ ฿2.42 ต่อหุ้น
แบบจำลองการประเมินมูลค่า (Valuation Scenarios) Bull Case (เป้าหมาย ฿11.50–12.00)
สมมติฐาน: อุปสงค์กล่องลูกฟูกเติบโตแข็งแกร่ง กำไรสุทธิปี 2569E แตะ ฿780 ล้านบาท (EPS ฿1.20)
การประเมินมูลค่า: อิง P/E เป้าหมาย 10.0x ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยในอดีต ได้ราคาเหมาะสม ฿12.00 (Upside +33.3%)
เงินปันผล: คาดจ่ายปันผลทั้งปี ฿0.85 ต่อหุ้น คิดเป็น Yield 9.4%
Base Case (เป้าหมาย ฿10.00–10.50)
สมมติฐาน: กำไร 2H2569 ชะลอลงเล็กน้อยตามฤดูกาล รวมกำไรสุทธิทั้งปี 2569E แตะ ฿700 ล้านบาท (EPS ฿1.08)
การประเมินมูลค่า: อิง P/E เป้าหมาย 9.5x ได้ราคาเหมาะสม ฿10.25 (Upside +13.9%)
เงินปันผล: คาดจ่ายปันผลทั้งปี ฿0.75 ต่อหุ้น คิดเป็น Yield 8.3%
Bear Case (เป้าหมาย ฿8.50–8.80)
สมมติฐาน: ต้นทุน OCC พุ่งขึ้นและอุปสงค์ชะลอตัว กำไรสุทธิปี 2569E จบที่ ฿600 ล้านบาท (EPS ฿0.92)
การประเมินมูลค่า: อิง P/E 9.2x ได้ราคาเหมาะสม ฿8.50 (Downside -5.6%)
เงินปันผล: คาดจ่ายปันผลทั้งปี ฿0.60 ต่อหุ้น คิดเป็น Yield 6.7%
เช็คลิสต์ติดตามสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist)
ดัชนีราคาเศษกระดาษรีไซเคิล (OCC Price Index): ติดตามแนวโน้มราคา OCC ในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นตัวแปรหลักที่มีผลต่อ Gross Margin
ปริมาณการใช้กล่องบรรจุภัณฑ์ในประเทศ: ติดตามยอดการผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) ภาคการส่งออก และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ
ความคืบหน้าโครงการขยายกำลังการผลิต 300,000 ตันต่อปี: ติดตามงบลงทุนและการปรับแต่งเครื่องจักรให้เป็นไปตามแผนงาน
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรี: ติดตามการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันพื้นที่โรงงานในช่วงปลายฤดูฝน
แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 2 ตุลาคม 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน