รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น TVO — บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน)

ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันถั่วเหลืองบริโภคชั้นนำของไทยภายใต้แบรนด์ "องุ่น" (A-Ngoon) และผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์รายใหญ่ (กากถั่วเหลือง, Dehulled Soymeal, Full Fat Soy) ให้แก่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่งระดับ Net Cash ไร้หนี้สินเงินกู้ยืม ดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการ มีประสิทธิภาพการผลิตสูงจากสายการสกัดใหม่ที่หนุน Margin และปริมาณขาย — ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2569 / งบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569
Sector: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร / อาหารและเครื่องดื่ม (Agro & Food Industry / Food & Beverage)ราคาล่าสุด ฿28.25Market Cap ฿25,128 ล้านP/E 9.69 · P/BV 2.07Dividend Yield ~6.94%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2569 · งบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569
ราคาปิดล่าสุด
฿28.25
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿25,128M
P/E (TTM) · P/BV
9.69x · 2.07x
กำไรสุทธิ 1H2026
฿1,586M
Dividend Yield
6.94%
สถานะเงินสดสุทธิ (Net Cash)
฿392M

บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) (TVO) เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมบีบสกัดน้ำมันถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองเพื่อการบริโภคและอาหารสัตว์ของประเทศไทย โดยมีแบรนด์น้ำมันถั่วเหลือง “องุ่น” (A-Ngoon) ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในกลุ่มน้ำมันถั่วเหลืองสำหรับครัวเรือนและอุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงเป็นซัพพลายเออร์หลักของวัตถุดิบโปรตีนจากถั่วเหลือง (Soybean Meal & Dehulled Soymeal) ให้แก่ฟาร์มปศุสัตว์และโรงงานผลิตอาหารสัตว์ชั้นนำทั่วประเทศ

จุดเด่นสำคัญปี 2569: TVO ได้เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของสายการสกัดน้ำมันและกากถั่วเหลืองแห่งใหม่ (New Extraction Plant) ช่วยขยายกำลังการสกัดเมล็ดถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นเป็น 7,500 - 8,000 ตัน/วัน ส่งผลให้ปริมาณจำหน่ายเติบโตกว่า 18% YoY ในงวด 1H2026 พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และลดต้นทุนการแปรสภาพต่อหน่วย (Unit Conversion Cost) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

Bull Case

  • ราคาเข้าใกล้กรอบบนของ IAA Consensus ที่ ฿33.00 จากกำไรทั้งปี 2569 ที่อาจทะลุ ฿3,100 ล้านบาท
  • Crush Spread ยืนสูงต่อเนื่องจากราคาขายน้ำมันพืชและกากถั่วเหลืองที่แข็งแกร่งท่ามกลางต้นทุนเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้าที่บริหารสต็อกได้เปรียบ
  • กำลังการผลิตใหม่เดินเครื่องเต็ม 100% ตอบสนองการฟื้นตัวของภาคปศุสัตว์ไทย (สุกรและไก่ส่งออก)

Base Case

  • ราคาเคลื่อนไหวตามกรอบราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensus ที่ ฿30.50 (Upside ~8.0%)
  • กำไรสุทธิปี 2569 เติบโตสู่ระดับ ฿2,800 - ฿2,900 ล้านบาท รับแรงหนุนจาก Volume โต 10-15%
  • เงินปันผลทั้งปีอยู่ที่ ฿1.90 - ฿2.10 ต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงราว 6.7% - 7.4%

Bear Case

  • ราคาปรับฐานลงสู่แนวรับ ฿26.00 - ฿27.00 ในกรณีที่เกิดแรงกดดันด้านส่วนต่างราคา (Crush Margin บีบตัว)
  • ความผันผวนของราคาเมล็ดถั่วเหลืองในตลาดล่วงหน้า CBOT และค่าระวางเรือบรรทุกสินค้าเทกองที่พุ่งสูง
  • การแข่งขันด้านราคาจากกากถั่วเหลืองนำเข้าจากบราซิลและอาร์เจนตินาที่เข้ามาดัมพ์ราคาในภูมิภาคเอเชีย
ข้อมูลสังเคราะห์จาก Settrade IAA Consensus, SET Factsheet และงบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569

2. Factsheet ข้อมูลสรุปหลักทรัพย์

ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2569 · SET: TVO
ราคาปิด
฿28.25
Market Cap
฿25,128M
P/E (TTM)
9.69x
P/BV
2.07x
Dividend Yield
6.94%
EV / EBITDA
7.24x
Free Float
66.44%
SET ESG Rating
ระดับ AAA
หัวข้อรายละเอียด
ชื่อหลักทรัพย์ / ตลาดบริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) (SET: TVO / TVO.BK)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) / อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)
ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว889,471,858 บาท (889.47 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาท)
วันที่เริ่มซื้อขายใน SET14 พฤศจิกายน 2533 (เข้าจดทะเบียนมากว่า 35 ปี)
ประธานกรรมการนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ (กรรมการอิสระ)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)นายพาชัย จันทร์พิทักษ์
กรรมการผู้จัดการ (MD)นายสุชัย วิเศษลีลา
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรกน.ส. สุดารัตน์ วิทยฐานกรณ์ (7.61%), นายวิชัย วิทยฐานกรณ์ (7.27%), นางรัตนา จันทร์พิทักษ์ (5.76%)
ผู้ถือหุ้นสถาบันสำคัญบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) ถือหุ้น 5.42% (ณ 28 ส.ค. 2569)
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ / โรงงาน149 ถนนรัชดาภิเษก แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม. / โรงงานสกัดน้ำมัน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
แหล่งข้อมูล: SET Factsheet ณ 25 ก.ย. 2569 และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 56-1 One Report 2568

3. ลักษณะธุรกิจและโครงสร้างการดำเนินงาน

ห่วงโซ่คุณค่า การผลิต และตราสินค้าหลักของกลุ่ม TVO

TVO ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปเมล็ดถั่วเหลือง (Soybean Crushing) โดยนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองคุณภาพสูงจากประเทศผู้ผลิตหลักของโลก เช่น สหรัฐอเมริกา บราซิล และอาร์เจนตินา เข้าสู่กระบวนการสกัดแยกน้ำมันและกากถั่วเหลืองด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับโลก โดยมี 2 สายธุรกิจหลักที่เกื้อหนุนกันอย่างสมดุล:

สายธุรกิจสัดส่วนรายได้ผลิตภัณฑ์และตราสินค้ากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
1. วัตถุดิบอาหารสัตว์ (Animal Feed Ingredients)~62% - 65%

• กากถั่วเหลือง (Soybean Meal - “TVO”)
• กากถั่วเหลืองกะเทาะผิว (Dehulled Soybean Meal - โปรตีนสูง 48%)
• ถั่วเหลืองอบไขมันเต็ม (Full Fat Soy)
• เปลือกถั่วเหลืองอัดเม็ด (Soybean Hull Pellet)

โรงงานผลิตอาหารสัตว์ ผู้เลี้ยงสุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ กุ้ง และสัตว์น้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ เช่น CPF, BTG, TFG, GFPT และสหกรณ์ผู้เลี้ยงสัตว์

2. น้ำมันบริโภค (Edible Oils)~33% - 35%

• น้ำมันถั่วเหลืองตรา “องุ่น” (A-Ngoon) (ขวด 1 ลิตร, แกลลอน, ปี๊บ)
• น้ำมันพืชชนิดพิเศษเพื่อสุขภาพ: น้ำมันข้าวโพด ตรา “ควีน” (Queen), น้ำมันดอกทานตะวัน ตรา “คิงส์ฟลาวเวอร์” (King’s Flower), น้ำมันคาโนลา และน้ำมันมะกอก ตรา “โมนินี่” (Monini)

กลุ่มผู้บริโภคครัวเรือน (ผ่าน Modern Trade, ห้างสรรพสินค้า, ร้านค้าส่ง-ปลีก) และกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร (Food Manufacturers, โรงงานปลากระป๋อง, ขนมขบเคี้ยว, ร้านอาหาร)

3. บรรจุภัณฑ์และผลพลอยได้ (Packaging & By-products)~2% - 3%

• เลซิติน (Lecithin) สำหรับอุตสาหกรรมยาและอาหารกุ้ง
• กรดไขมันอิสระ (Acid Oil / Fatty Acid)
• บรรจุภัณฑ์พลาสติก ผลิตโดยบริษัทย่อย (บจ. โปรดักส์ แอนด์ ฟาสเซลิตี้ เมดิซีน จำกัด)

ใช้ภายในกลุ่มบริษัทเพื่อบรรจุน้ำมันพืช และจำหน่ายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมเคมี เกษตรกรรม และเภสัชกรรม

ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Strengths):

4. ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

รายได้ EBITDA กำไรสุทธิ และแนวโน้มอัตรากำไร ปี 2023 – TTM 2026

ผลการดำเนินงานของ TVO ฟื้นตัวและเติบโตอย่างโดดเด่นตั้งแต่ปี 2567 ต่อเนื่องถึง 1H2569 โดยกำไรสุทธิ TTM พุ่งขึ้นแตะระดับ ฿2,594 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาผลผลิตและวัตถุดิบ (Crush Spread) และการเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ของโรงงานสกัดแห่งใหม่:

รายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (FY2023 - TTM มิ.ย. 2026)
แนวโน้มอัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%)
เปรียบเทียบผลประกอบการ 1H2025 vs 1H2026
รายการทางการเงิน (฿ ล้าน)FY2023FY2024FY20251H20251H2026TTM (มิ.ย. 26)
รายได้จากการขายและบริการ34,19530,59627,79313,51516,01130,289
รายได้รวม34,31130,75927,99913,60016,10430,503
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)1,8523,6543,7451,8202,3454,270
EBITDA (SET-basis)1,3532,7933,0261,5702,1133,569
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่7302,1032,1891,1811,5862,594
กำไรต่อหุ้น (EPS - บาท)0.822.362.461.331.782.92
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM %)5.42%11.94%13.47%13.47%14.65%14.10%
EBITDA Margin (%)3.96%9.13%10.89%11.62%13.20%11.78%
อัตรากำไรสุทธิ (NPM %)2.13%6.87%7.88%8.74%9.91%8.56%

ที่มา: งบการเงินประจำปี 2566–2568 และงบการเงิน 1H2026 ฉบับสอบทานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำไรสุทธิ TTM คำนวณจาก (FY2025 − 1H2025 + 1H2026)

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น ณ 30 มิ.ย. 2569

ฐานะการเงินของ TVO มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง โครงสร้างเงินทุนประกอบด้วยส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก คิดเป็นกว่า 74.1% ของสินทรัพย์รวม โดยไม่มีภาระหนี้สินเงินกู้ยืมระยะสั้นหรือระยะยาวที่มีดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน:

โครงสร้างงบดุล สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (฿ ล้าน)
รายการงบดุล (฿ ล้าน)สิ้นปี 2023สิ้นปี 2024สิ้นปี 202530 มิ.ย. 2026
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด682594433392
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น2,4152,5482,1652,810
สินค้าคงเหลือ (สต็อกถั่วเหลือง/น้ำมัน)5,3486,1125,4876,540
สินทรัพย์หมุนเวียนรวม8,6209,4108,2109,865
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE สุทธิ)4,1205,1506,0456,120
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนรวม4,4565,4886,3936,488
สินทรัพย์รวม13,07614,89814,60316,353
หนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้าเป็นหลัก)2,2453,1802,2153,380
หนี้สินไม่หมุนเวียน363385403447
หนี้สินรวม2,6083,5652,6183,827
ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่10,07110,91811,56712,115
ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI)397415418411
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม10,46811,33311,98512,526
หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม13,07614,89814,60316,353

ตรวจสอบสมการบัญชี (Accounting Identity): สินทรัพย์รวม ฿16,353 ล้านบาท = หนี้สินรวม ฿3,827 ล้านบาท + ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ฿12,526 ล้านบาท ถูกต้องสมบูรณ์ 100%

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Debt & Leverage Profile)

การบริหารสภาพคล่องและสถานะหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ณ 30 มิ.ย. 2569

TVO ดำเนินนโยบายการเงินแบบอนุรักษนิยม (Conservative Financial Policy) โดยจัดหาเงินทุนหมุนเวียนจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและเครดิตการค้าเป็นหลัก ทำให้บริษัทไม่มีหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงินหรือการออกหุ้นกู้ มีเพียงหนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liabilities TFRS16) เล็กน้อยเท่านั้น:

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt/Equity และ Net IB D/E)
หนี้สินเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน
฿0.00
หนี้สินตามสัญญาเช่า (Leases)
฿48M
เงินสดและรายการเทียบเท่า
฿392M
อัตราส่วน D/E รวม
0.31x
ตัวชี้วัดด้านเลเวอเรจและการเงินสิ้นปี 2023สิ้นปี 2024สิ้นปี 202530 มิ.ย. 2026
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD - ฿ ล้าน)65585248
เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น (฿ ล้าน)682594433392
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net Debt - ฿ ล้าน)-617-536-381-344
IB Debt / Equity (เท่า)0.01x0.01x0.00x0.00x
Net IB Debt / Equity (เท่า)Net CashNet CashNet CashNet Cash
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E รวม)0.25x0.31x0.22x0.31x
Net Debt / EBITDA (เท่า)Net CashNet CashNet CashNet Cash
Interest Coverage Ratio (EBITDA / ดอกเบี้ยจ่าย)> 200x> 250x> 300x> 350x

TVO อยู่ในสถานะ Net Cash ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จึงไม่มีความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้หรือความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น

7. สัดส่วนโครงสร้างธุรกิจ (Business Segments)

โครงสร้างรายได้จำแนกตามสายผลิตภัณฑ์หลัก

รายได้หลักของ TVO กว่า 63% มาจากกลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งจำหน่ายให้แก่ฟาร์มปศุสัตว์และโรงงานผลิตอาหารสัตว์ภายในประเทศ ขณะที่กลุ่มน้ำมันถั่วเหลืองบริโภคคิดเป็นประมาณ 35% โดยมีแบรนด์ “องุ่น” เป็นหัวหอกในการสร้างกระแสเงินสดมั่นคง:

สัดส่วนรายได้จำแนกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ (%)
กลุ่มผลิตภัณฑ์สัดส่วน (%)รายได้โดยประมาณ 1H2026 (฿ ล้าน)บทบาทและลักษณะของตลาด
วัตถุดิบอาหารสัตว์ (กากถั่วเหลือง)63%~10,087

ความต้องการอิงกับการเติบโตของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย (สุกร สัตว์ปีก และสัตว์น้ำ) ราคาขายอิงกับราคาตลาดโลกและค่าระวางนำเข้า

น้ำมันถั่วเหลืองบริโภค (“องุ่น”)35%~5,604

สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (Staple Food) แบรนด์แข็งแกร่ง มีอำนาจกำหนดราคาในตลาดระดับปานกลางถึงสูง มียอดขายสม่ำเสมอในทุกสภาวะเศรษฐกิจ

บรรจุภัณฑ์และผลพลอยได้2%~320

เลซิติน กรดไขมัน และบรรจุภัณฑ์พลาสติก ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) จากของเสียในกระบวนการสกัด

รวม100%16,011ยอดขายรวมงวด 6 เดือนแรกของปี 2569
สัดส่วนคำนวณตามข้อมูลโครงสร้างรายได้ในแบบ 56-1 One Report 2568 และคำอธิบายฝ่ายจัดการ 1H2026

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 60% ของกำไรสุทธิ

TVO เป็นหนึ่งในหุ้นปันผลเด่น (Dividend Aristocrat) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอปีละ 2 ครั้ง (ระหว่างกาลและเงินปันผลงวดสุดท้าย) มายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ด้วยอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 6% - 8% ต่อปี:

เงินปันผลต่อหุ้น (DPS: ฿/หุ้น) ปี 2022 - 1H2026
รอบผลประกอบการวันขึ้นเครื่องหมาย XDวันจ่ายเงินปันผลปันผลต่อหุ้น (บาท)กำไรต่อหุ้น (EPS บาท)Payout Ratio (%)
1H2026 (ระหว่างกาล)27 ส.ค. 256911 ก.ย. 2569฿0.901.7850.56%
2H2025 (งวดสิ้นปี)13 มี.ค. 256915 พ.ค. 2569฿1.171.13103.54%
1H2025 (ระหว่างกาล)22 ส.ค. 256805 ก.ย. 2568฿0.801.3360.15%
รวมทั้งปี 2568 (FY2025)——฿1.972.4680.08%
รวมทั้งปี 2567 (FY2024)——฿1.732.3673.31%
รวมทั้งปี 2566 (FY2023)——฿0.810.8298.78%
รวมทั้งปี 2565 (FY2022)——฿1.051.9853.03%

แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ Settrade ประวัติเงินปันผลปี 2565 มีการจ่ายหุ้นปันผลในอัตรา 10:1 เพิ่มเติม

9. เปรียบเทียบกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

เปรียบเทียบมูลค่า Valuation และตัวชี้วัดทางการเงินกับคู่เทียบในกลุ่มเกษตรและอาหาร ณ 25 ก.ย. 2569

ในตลาดหุ้นไทยไม่มีผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองที่จดทะเบียนทางตรงรายอื่น คู่เทียบที่เหมาะสมจึงเป็นผู้ประกอบการแปรรูปสินค้าเกษตรเชิงอุตสาหกรรม เช่น UVAN (ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์), LST (ผู้ผลิตน้ำมันพืชบริโภคและมาการีน), และ GFPT (ผู้ผลิตอาหารสัตว์และแปรรูปไก่เนื้อครบวงจร):

เปรียบเทียบ Market Cap (฿ ล้าน) และ P/E Ratio ของหุ้นในกลุ่ม
หลักทรัพย์ราคาปิด (บาท)Market Cap (฿M)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div Yield (%)ROE (%)สถานะหนี้สิน
TVO฿28.2525,1289.69x2.07x6.94%20.8%Net Cash
UVAN฿14.2013,34811.32x1.95x5.80%18.2%Net Cash
GFPT฿10.7013,5415.95x0.74x3.74%13.5%IBD/E 0.28x
LST฿4.663,8217.44x0.88x5.15%12.1%IBD/E 0.35x

ที่มา: SET Factsheets ของแต่ละหลักทรัพย์ ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 TVO มีจุดเด่นด้านมูลค่าตลาดที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม สภาพคล่องการซื้อขายสูง อัตราเงินปันผลตอบแทนเกือบ 7% และ ROE เกิน 20%

10. มุมมองอนาคตและปัจจัยขับเคลื่อน (Outlook & Catalysts)

เป้าหมายฝ่ายบริหาร แผนขยายกำลังผลิต และปัจจัยบวกเชิงกลยุทธ์

แนวโน้มการเติบโตของ TVO ในช่วงปี 2569 - 2570 ได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยบวกทั้งภายในและภายนอกองค์กร ดังนี้:

Milestone / Catalystช่วงเวลาผลกระทบต่อผลประกอบการ
รับรู้กำลังการผลิตใหม่เต็มปี (Commercial Run)ปี 2569 – 2570

สายการสกัดน้ำมันแห่งใหม่เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 7,500 - 8,000 ตัน/วัน ผลักดันปริมาณขายรวมเติบโต 10% - 15% พร้อมลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วยลงราว 5% - 8%

การฟื้นตัวของอุปสงค์อาหารสัตว์ในประเทศ2H2569 เป็นต้นไป

การฟื้นตัวของประชากรสุกรหลังวิกฤตโรคระบาดคลี่คลาย และการขยายตัวของการส่งออกเนื้อไก่ไทยไปยังตลาดญี่ปุ่นและยุโรป หนุนยอดสั่งซื้อกากถั่วเหลืองอย่างต่อเนื่อง

การบริหารสต็อกและจังหวะจัดซื้อถั่วเหลือง (Procurement Strategy)ตลอดปี 2569

ผลผลิตถั่วเหลืองในทวีปอเมริกาใต้ (บราซิลและอาร์เจนตินา) อยู่ในเกณฑ์สูงกดดันราคาต้นทุนถั่วเหลืองโลกให้อยู่ในระดับต่ำ ($11-$12/บุชเชล) ทำให้ TVO ล็อกต้นทุนได้เปรียบ

การขยายพอร์ตสินค้าน้ำมันพืชพรีเมียมเพื่อสุขภาพปี 2569 – 2571

การเติบโตของน้ำมันคาโนลา น้ำมันทานตะวัน และน้ำมันมะกอก มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงกว่าน้ำมันถั่วเหลืองทั่วไป ตอบรับกระแสใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่

ประมาณการของผู้บริหาร: ผู้บริหาร TVO ตั้งเป้าหมายปริมาณขายรวมปี 2569 เติบโต 10-15% YoY และรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในระดับแข็งแกร่ง 13% - 14% โดยเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและราคาวัตถุดิบล่วงหน้าอย่างรัดกุม

11. ปัจจัยความเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors)

การประเมินความเสี่ยงและมาตรการรับมือขององค์กร
ประเภทความเสี่ยงปัจจัยกระตุ้น (Trigger)ผลกระทบและการบริหารจัดการของบริษัท
1. ความผันผวนของราคาวัตถุดิบสภาพอากาศแปรปรวน (El Niño/La Niña), รายงานผลผลิตของ USDA

ราคาเมล็ดถั่วเหลืองคิดเป็นต้นทุนการผลิตกว่า 80% บริษัทใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Hedging) ในตลาด CBOT และวางแผนสต็อกวัตถุดิบรองรับการผลิตล่วงหน้า 3–6 เดือน

2. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD)

TVO นำเข้าวัตถุดิบเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินบาท บริษัทใช้นโยบาย Forward Contracts ปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเกือบ 100% ของยอดนำเข้า

3. ความเสี่ยงด้านการแข่งขันด้านราคาการนำเข้ากากถั่วเหลืองเสรีจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่

กากถั่วเหลืองนำเข้าอาจมีราคาต่ำกว่าในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม กากถั่วเหลืองของ TVO มีข้อได้เปรียบเรื่อง “ความสดใหม่” (Freshness) โปรตีนไม่เสื่อมสภาพ และจัดส่งได้ทันทีแบบ Just-in-Time

4. นโยบายภาครัฐและการควบคุมราคาการกำหนดเพดานราคาน้ำมันพืชบรรจุขวดโดยกรมการค้าภายใน

หากต้นทุนพุ่งขึ้นเร็วแต่อาจปรับราคาขายปลีกช้ากว่า บริษัทกระจายความเสี่ยงโดยเน้นตลาดอุตสาหกรรม (B2B) และผลิตภัณฑ์กากถั่วเหลืองซึ่งไม่มีการควบคุมราคาตายตัว

5. ค่าระวางเรือและภูมิรัฐศาสตร์วิกฤตความไม่สงบในเส้นทางเดินเรือทะเลสากล ค่าเฟรทพุ่ง

ทำสัญญาระยะยาวกับสายเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ (Panamax/Supramax) และกระจายแหล่งนำเข้าทั้งอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้เพื่อความต่อเนื่องของ Supply Chain

6. ภัยแล้งและปริมาณน้ำในแม่น้ำระดับน้ำแม่น้ำท่าจีนตื้นเขินกระทบการลำเลียงเรือขนส่ง

เตรียมแผนสำรองการขนส่งทางบกด้วยรถบรรทุกหัวลาก และมีคลังเก็บเมล็ดถั่วเหลืองสำรองในพื้นที่โรงงานรองรับกำลังการผลิตได้นานหลายเดือน

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินเชิงกลยุทธ์ของบริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน)

Strengths (จุดแข็ง)

  • ตราสินค้า “องุ่น” แข็งแกร่ง ครองใจผู้บริโภคไทยยาวนาน มี Market Share อันดับหนึ่งในกลุ่มน้ำมันถั่วเหลือง
  • ประสิทธิภาพการผลิตระดับสูง กำลังการสกัดใหญ่ที่สุดในประเทศพร้อมสายการผลิตใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย
  • ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งอย่างยิ่ง มีสถานะเงินสดสุทธิ (Net Cash) ปราศจากภาระหนี้สินเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน
  • ทำเลที่ตั้งโรงงานติดแม่น้ำท่าจีน อำนวยความสะดวกในการขนส่งวัตถุดิบทางน้ำที่มีต้นทุนต่ำและเชื่อมต่อโครงข่ายถนนหลัก

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบเมล็ดถั่วเหลืองจากต่างประเทศเกือบ 100% ทำให้ได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลกและค่าระวางเรือ
  • สินค้าในกลุ่มกากถั่วเหลืองมีลักษณะความเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity-like) อำนาจกำหนดราคาขึ้นกับสภาวะตลาดโลก
  • กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิมีความผันผวนตามวัฏจักรส่วนต่างราคาการบีบสกัด (Crush Spread Cycle)
  • รายได้หลักยังคงพึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลัก โดยการส่งออกมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย

Opportunities (โอกาส)

  • การเติบโตต่อเนื่องของอุตสาหกรรมส่งออกเนื้อไก่และเนื้อสุกรแปรรูปของไทยไปยังตลาดโลก หนุนดีมานด์กากถั่วเหลืองโปรตีนสูง
  • เทรนด์รักสุขภาพของผู้บริโภคผลักดันความต้องการน้ำมันพืชพรีเมียมมูลค่าสูง เช่น น้ำมันคาโนลา น้ำมันทานตะวัน และน้ำมันมะกอก
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง (Bio-based / Oleochemicals) และการนำผลพลอยได้ (By-products) มาสร้างมูลค่าเพิ่ม
  • การขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV ที่อุตสาหกรรมฟาร์มปศุสัตว์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

Threats (อุปสรรค)

  • การแข่งขันจากกากถั่วเหลืองนำเข้าราคาถูกจากอเมริกาใต้ที่มีข้อได้เปรียบด้านขนาดและนโยบายอุดหนุนการเกษตร
  • ความไม่แน่นอนของสภาวะอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (Climate Change) ที่ส่งผลต่อผลผลิตถั่วเหลืองโลก
  • มาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคของภาครัฐในกรณีที่เงินเฟ้อพุ่งสูง อาจจำกัดความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน
  • ความผันผวนของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และความเสี่ยงจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในเส้นทางเดินเรือสากล

13. มุมมองนักลงทุน (Investor View & Valuation)

สรุปมุมมองการลงทุน ราคาเป้าหมาย IAA Consensus และเช็กลิสต์การติดตาม

TVO เป็นหุ้นที่ผสมผสานระหว่างความเป็น หุ้นปันผลคุณภาพสูง (High Dividend Yield Stock) และ หุ้นคุณค่าที่มีความสามารถในการทำกำไรสูง (High Quality Value Stock) ด้วยระดับ P/E เพียง 9.69x, ROE สูงกว่า 20%, และการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ฐานะการเงินระดับ Net Cash ทำให้บริษัทปลอดภัยจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในระบบการเงินโลก:

Bull Case (เป้าหมาย ฿32.50 – ฿33.00)

  • ราคาเป้าหมายสูงสุดตาม IAA Consensus ที่ ฿33.00 (Upside +16.8%)
  • สมมติฐาน: ส่วนต่าง Crush Spread กว้างต่อเนื่อง, อุปสงค์อาหารสัตว์ในประเทศเติบโตแข็งแกร่ง, โรงงานใหม่เดินเครื่องเกิน 85%
  • กำไรสุทธิปี 2569 แตะ ฿3,100 ล้านบาท เงินปันผลทั้งปีสูงถึง ฿2.20/หุ้น (Dividend Yield ทะลุ 7.7%)

Base Case (เป้าหมาย ฿30.00 – ฿30.50)

  • ราคาเป้าหมายเฉลี่ยตาม IAA Consensus ที่ ฿30.50 (Upside +8.0%)
  • สมมติฐาน: ปริมาณขายเติบโต 10% - 12% YoY, อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 13.5%, กำไรสุทธิทั้งปี ฿2,800 - ฿2,900 ล้านบาท
  • เงินปันผลทั้งปีคาดการณ์ที่ ฿1.95 - ฿2.00 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 6.9% - 7.1%

Bear Case (แนวรับ ฿25.50 – ฿26.50)

  • ราคาเป้าหมายต่ำสุดตามกรอบนักวิเคราะห์ที่ ฿27.80 หรือถอยลงสู่แนวรับ ฿26.00
  • สมมติฐาน: กากถั่วเหลืองนำเข้ากดดันราคาในประเทศ, ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วฉุดราคาขายในรูปเงินบาท, หรือต้นทุนถั่วเหลืองพุ่งกระทันหัน
  • อย่างไรก็ตาม อัตราเงินปันผลตอบแทนที่สูงเกือบ 7% และฐานะ Net Cash จะทำหน้าที่เป็นกันชน (Downside Protection) สำคัญ

IAA Consensus สรุปภาพรวม: รวบรวมจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ (อาทิ บล. กสิกรไทย, บล. พาย, บล. คิงส์ฟอร์ด, บล. เอสบีไอ ไทย ออนไลน์) ให้คำแนะนำส่วนใหญ่เป็น “ซื้อ” (Buy) โดยให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย ฿30.50 บาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของกำไรหลังการขยายโรงงานและการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง

Key Monitoring Checklist สำหรับนักลงทุน
  • Crush Spread: ติดตามส่วนต่างระหว่างราคาขายกากถั่วเหลือง + น้ำมันถั่วเหลืองเทียบกับราคาเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้าในแต่ละไตรมาส
  • รายงานผลผลิตถั่วเหลืองโลก (USDA WASDE Report): ติดตามแนวโน้มผลผลิตและสต็อกถั่วเหลืองในสหรัฐฯ และอเมริกาใต้ เพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาต้นทุน
  • อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่ (Capacity Utilization): ตรวจสอบว่าปริมาณการบีบสกัดถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 7,500 - 8,000 ตัน/วัน หรือไม่
  • สถานการณ์อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย: ติดตามราคาเนื้อสุกรและไก่มีชีวิตหน้าฟาร์ม ซึ่งสะท้อนกำลังซื้อและความต้องการอาหารสัตว์ของเกษตรกร
  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield): ติดตามการประกาศเงินปันผลงวด 2H2026 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม 2570 เพื่อประเมินเงินปันผลทั้งปี