รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น TVH — บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

บริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้น 79.2% ใน บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) ผู้ประกอบการประกันวินาศภัย มีส่วนแบ่งตลาดเบี้ยรับ 2.69% เน้นประกันรถยนต์ (ราว 81% ของรายได้จากการประกันภัย) ไม่มีหนี้สินทางการเงินที่มีดอกเบี้ย และรายงาน CAR 285.73% ณ 30 ก.ย. 2568 กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นครึ่งแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 99.7% เป็น ฿407.76 ล้าน หุ้นซื้อขายที่ P/E 4.5 เท่า และ P/BV 0.67 เท่า ข้อมูลตลาด ณ 9 ตุลาคม 2569 / งบการเงินรวมงวด 2Q2026 (30 มิ.ย. 2569) ตามมาตรฐาน TFRS 17
Sector: ธุรกิจการเงิน / ประกันวินาศภัย (Financials / Property & Casualty Insurance)ราคาล่าสุด ฿9.65Market Cap ฿2,892.95 ล้านP/E 4.53 · P/BV 0.67Dividend Yield ~4.56%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมธุรกิจ ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ปัจจัยที่ต้องจับตา และสมมติฐานการลงทุน ข้อมูล ณ 9 ตุลาคม 2569 / งบการเงินงวด 2Q2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿9.65 · ฿2,892.95 ล้าน
ช่วง 52 สัปดาห์ ฿8.00 – ฿12.70(SET Factsheet)
กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น 1H2026
฿407.76 ล้าน
เพิ่มจาก ฿204.24 ล้าน (+99.7% YoY) EPS ฿1.36(F45 2Q26)
รายได้จากการประกันภัย 1H2026
฿3,939.61 ล้าน
+3.5% YoY · กำไรจากการบริการประกันภัย ฿706.35 ล้าน(งบการเงิน 2Q26)
P/E · P/BV
4.53x · 0.67x
TTM EPS ฿2.13 · BVPS ฿14.41 (30 มิ.ย. 2569)(SET Factsheet)
CAR (อัตราเงินกองทุนประกันภัย)
285.73%
ณ 30 ก.ย. 2568 · เกณฑ์ คปภ. ขั้นต่ำ 140%(56-1 One Report 2568)
เงินปันผลปี 2568
฿0.44 ต่อหุ้น
Dividend Yield 4.56% (คำนวณจาก DPS ÷ ราคาปัจจุบัน)(งบการเงิน 2025)

บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (SET: TVH) เป็นบริษัทโฮลดิ้ง ธุรกิจหลักคือการถือหุ้นในบริษัทอื่น โดยถือหุ้นใหญ่ใน บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) ราว 79.2% ซึ่งเป็นธุรกิจประกันวินาศภัย ผลการดำเนินงานของกลุ่มจึงขึ้นอยู่กับ TVI เกือบทั้งหมด ในปี 2568 TVI มีส่วนแบ่งตลาดเบี้ยรับรวม 2.69% โดยอยู่อันดับ 8 ในประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (4.25%) และอัคคีภัย (4.08%) เบี้ยประกันรถยนต์คิดเป็นราว 81% ของเบี้ยรับรวม

ประเด็นสำคัญของผู้บริหารและนักลงทุน (Key Takeaways)

จุดแข็ง: งบดุลไม่มีหนี้สินทางการเงิน และ CAR สูงกว่าเกณฑ์มาก

ณ 30 มิ.ย. 2569 กลุ่มไม่มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน มีเพียงหนี้สินตามสัญญาเช่า ฿5.44 ล้าน หนี้สินรวม ฿5,949.84 ล้าน ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินตามสัญญาประกันภัย ฿5,301.99 ล้าน CAR ที่รายงานครั้งล่าสุดอยู่ที่ 285.73% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 140% มาก ส่วนที่ต้องระวังคือ CAR นี้เป็นของไตรมาส 3 ปี 2568 และยังไม่พบตัวเลขปลายปีในเอกสารที่ตรวจสอบ

Bull Case (ตัวอย่างการคำนวณ ฿17.30 · Upside +79%)

  • ROE คงอยู่ระดับ 15% ต่อเนื่อง และกำไรสุทธิ TTM ยืนที่ประมาณ ฿640 ล้านบาทหรือมากกว่า
  • ตลาดยอมรับราคาใกล้เคียง P/BV 1.2 เท่า ใกล้ค่า BKIH (1.22x) และ MTI (1.34x)
  • อัตราสินไหมทดแทนคงระดับต่ำกว่า 65% และกำไรพอร์ตรถยนต์ไม่สะดุดจากค่าอะไหล่และแบตเตอรี่ EV
  • เงินปันผลเพิ่มขึ้นตามนโยบายจ่ายไม่ต่ำกว่า 40% ทำให้ Dividend Yield อยู่ที่ราว 4.6% ขึ้นไป

Base Case (ตัวอย่างการคำนวณ ฿11.53 · Upside +19.5%)

  • กำไรสุทธิ TTM ทรงตัวใกล้ ฿640 ล้าน ROE ประมาณ 15% และ P/BV ปรับขึ้นเป็น 0.8 เท่า
  • เบี้ยประกันรถยนต์โตราว 2–3% ตามประมาณการอุตสาหกรรมในแบบ 56-1 ส่วนไม่ใช่รถยนต์โตเร็วกว่า
  • กำไรมูลค่ายุติธรรมจากการลงทุนกลับสู่ระดับปกติ ไม่สูงเท่าครึ่งแรกปี 2569
  • เงินปันผลปี 2569 ยังอยู่ที่ราว ฿0.44 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.6%

Bear Case (ตัวอย่างการคำนวณ ฿7.21 · Downside -25%)

  • ภัยพิบัติซ้ำ เช่น น้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว ดันอัตราสินไหมทดแทนพุ่งเกิน 70% และค่าเบี้ยประกันต่อแพงขึ้น
  • ค่าอะไหล่และแบตเตอรี่รถยนต์ EV เร่งตัว ฉุดกำไรพอร์ตรถยนต์ที่คิดเป็นราว 80% ของเบี้ยรวม
  • กำไรมูลค่ายุติธรรมกลับเป็นขาดทุนเหมือนปี 2568 และ NCI ที่สูงขึ้นทำให้กำไรส่วนผู้ถือหุ้นลดลง
  • ตลาดยังให้ P/BV ระดับ 0.5 เท่า ซึ่งเทียบเท่า THRE (0.50x) และกำไรส่วนผู้ถือหุ้นกลับไปใกล้ระดับปี 2568

หมายเหตุ: ราคาในกรอบ Bull/Base/Bear คำนวณจาก P/BV คูณ BVPS ณ 30 มิ.ย. 2569 (฿14.41) เป็นตัวเลขตามสมมติฐาน ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของบริษัทหลักทรัพย์ใด ในการค้นหารอบนี้ไม่พบราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ที่ตรวจสอบได้

2. Factsheet

ข้อมูลตลาดและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ณ 9 ตุลาคม 2569 · ข้อมูลงบการเงิน 30 มิ.ย. 2569
ราคา
฿9.65
ณ 9 ต.ค. 2569(SET)
มูลค่าตลาด
฿2,892.95 ล้าน
หุ้นชำระแล้ว 299.79 ล้านหุ้น(SET)
P/E (TTM)
4.53x
EPS TTM ฿2.13(SET)
P/BV
0.67x
BVPS ฿14.41 (ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท ฿4,321.16 ล้าน)(SET · งบ 2Q26)
Dividend Yield
4.56%
DPS ฿0.44 ÷ ราคา ฿9.65 (SET Factsheet ไม่แสดงค่า)(งบการเงิน 2025)
ช่วงราคา 52 สัปดาห์
฿8.00 – ฿12.70
ราคาต่ำสุดและสูงสุดย้อนหลัง 52 สัปดาห์(SET)
ผู้ถือหุ้นใหญ่
MAFAM 48.59%
ณ 23 เม.ย. 2568 (56-1)(56-1 2568)
ต่างชาติถือ · Free Float
4.18% · 27.66%
เพดานการถือหุ้นต่างชาติ 49% (ณ 9 ต.ค. 2569)(SET)
รายการ ข้อมูล
ประเภทธุรกิจ โฮลดิ้งที่ถือหุ้น บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) และบริษัทย่อยอื่น
จัดตั้ง / เข้าจดทะเบียน SET 4 มี.ค. 2022 / 7 ก.ค. 2023 (แบบ 56-1)
ทุนจดทะเบียน 303,010,000 หุ้น พาร์ ฿1
หุ้นชำระแล้ว 299,787,556 หุ้น (ทุนชำระแล้ว ฿299.79 ล้าน)
ผู้สอบบัญชี EY Office Limited (ความเห็นไม่มีเงื่อนไข ปี 2568)
ที่ตั้งสำนักงาน เลขที่ 2 ซอยอรรถนฤมิตร ถนนดินแดง แขวงสามเสนนอก เขตพญาไท กรุงเทพฯ
บริษัทย่อยโดยตรง TVI 79.2% · Thaivivat Asset 100% · Expert Survey 100% · Green Deejing 100%

หมายเหตุ: SET Factsheet ระบุ Free Float เป็น “1,584” ซึ่งเป็นจำนวนผู้ถือหุ้น ไม่ใช่จำนวนหุ้น ค่าที่ใช้คือร้อยละ 27.66% ตามที่แสดงในหน้าเดียวกัน Dividend Yield ของ SET Factsheet แสดงว่า “No information found” ค่า 4.56% จึงคำนวณเองจาก DPS ปี 2568 ฿0.44 ÷ ราคา ฿9.65 ซึ่งเป็นเงินปันผลที่กำหนดจ่าย 28 พ.ค. 2569 และอยู่ในรอบ 12 เดือนล่าสุด

3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ ช่องทางขาย และตำแหน่งในตลาดประกันวินาศภัย · อ้างอิง 56-1 One Report ปี 2568
MAFAM Co., Ltd.ผู้ถือหุ้นใหญ่ 48.59% ของ TVHบมจ. ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ (TVH)SET · บริษัทโฮลดิ้งถือ 79.2%บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI)ประกันวินาศภัย (Non-life)GR Management (Thailand)บริษัทในเครือ ITOCHU · ถือ 20.0%บริษัทย่อยโดยตรงอื่นThaivivat Asset · Expert Survey · Green Deejingถือ 100% ทั้งสาม

แผนภาพโครงสร้างกลุ่ม: MAFAM ถือ TVH 48.59% (ข้อมูล ณ 23 เม.ย. 2568 ตามแบบ 56-1) TVH ถือ TVI 79.2% หลังการเพิ่มทุน TVI ในไตรมาส 1 ปี 2568 จากทุนจดทะเบียน ฿303.0 ล้าน เป็น ฿378.8 ล้าน (เพิ่ม 75.75 ล้านหุ้น) ซึ่ง GR Management (Thailand) ถือหุ้นใหม่ คิดเป็น 20.0% ของทุนที่เพิ่มขึ้น LVI (ประเทศลาว) ถือโดย TVI 70% และ MARS ถือโดย TVI 87.6% ตามแบบ 56-1 (56-1 One Report 2568)

ผลิตภัณฑ์และสัดส่วนเบี้ย

ช่องทางขายและการบริการ

การประกันต่อ (Reinsurance)

บริบทกลุ่ม: TVH เป็นโฮลดิ้ง รายได้ส่วนใหญ่มาจาก TVI

งบเดี่ยวของ TVH มีรายได้หลักเป็นเงินปันผลจาก TVI ดังนั้นกำไรเดี่ยวและเงินปันผลของ TVH ขึ้นกับการจ่ายเงินปันผลของ TVI กำไรก่อนภาษีงบเดี่ยวครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ ฿155.67 ล้าน ลดลงจาก ฿329.95 ล้านในครึ่งแรกปี 2568 เนื่องจากเงินปันผลรับจาก TVI ลดลง

4. ผลประกอบการ (Financial Performance)

รายได้จากการประกันภัย กำไรจากการบริการประกันภัย กำไรสุทธิ และอัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร · งบการเงินรวม TFRS 17
รายการ (หน่วย: ล้านบาท) FY2024 (ปรับใหม่) FY2025 1H2025 1H2026 TTM มิ.ย. 2569
รายได้จากการประกันภัย (Insurance Revenue) 7,373.84 7,652.54 3,806.63 3,939.61 7,785.52
กำไรจากการบริการประกันภัย (Insurance Service Result) 1,184.19 973.73 524.92 706.35 1,155.16
กำไรก่อนภาษี (PBT) 841.94 687.36 319.09 657.28 1,025.55
กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น (Net Profit to Owners) 665.65 435.80 204.24 407.76 639.32
EPS (บาท) 2.22 1.45 0.681 1.36 2.13
สินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายโดยตรง ÷ รายได้จากการประกันภัย 68.2% 69.2% n/a 62.7% n/a
Expense Ratio (56-1) 82.25% 87.65% n/a n/a n/a
Net Combined Ratio (56-1) 83.94% 87.28% n/a n/a n/a

*หมายเหตุ: ตัวเลขปี 2567 เป็นตัวเลขปรับใหม่ตาม TFRS 17 (รายได้จากการประกันภัยปรับใหม่ ฿7,373.84 ล้าน แทนเบี้ยรับรวมเดิม ฿7,566.04 ล้าน) กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นปี 2567 ตามงบฉบับเดิมอยู่ที่ ฿348.91 ล้าน ไม่ควรเทียบกับตัวเลขใหม่โดยตรง งบปี 2566 ไม่มีตัวเลขเทียบได้บนฐาน TFRS 17 จึงไม่แสดงในกราฟ กราฟ “EBITDA” คือกำไรก่อนภาษี (PBT) เพราะบริษัทประกันไม่มี EBITDA ตามนิยามทั่วไป สัดส่วนสินไหมทดแทนคำนวณจากสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายโดยตรง (Incurred Claims) ÷ รายได้จากการประกันภัย ไม่รวมการปรับ LIC ส่วน Expense Ratio และ Combined Ratio ใช้ตัวเลขตามแบบ 56-1 (งบ 2025) (F45 2Q26)

รายได้จากการประกันภัย กำไรก่อนภาษี และกำไรสุทธิ FY2024 ปรับใหม่ → TTM มิ.ย. 2569 (฿ล้าน)
อัตรากำไรก่อนภาษีและกำไรสุทธิต่อรายได้จากการประกันภัย (%)
ผลการดำเนินงานครึ่งปี: 1H2025 เทียบ 1H2026 (฿ล้าน)

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน

หมายเหตุ: ตามแบบ 56-1 ส่วนหนึ่งของรายได้ประกันภัยรถยนต์ยังไม่ได้รับรู้ในปีนี้ เพราะภาระการให้บริการตามสัญญาส่วนใหญ่จะเสร็จในปีถัดไป รายได้ประกันภัยจึงไม่สะท้อนเบี้ยรับเต็มจำนวนของปีนั้น

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 ถึง 30 มิ.ย. 2569 · งบการเงินรวม
รายการ (หน่วย: ล้านบาท) 1 ม.ค. 2567 31 ธ.ค. 2567 31 ธ.ค. 2568 30 มิ.ย. 2569
เงินสดและรายการเทียบเท่า 228.85 303.94 460.27 302.72
ตราสารหนี้ (Debt Financial Assets) 6,069.36 6,504.66 8,052.35 8,575.14
ตราสารทุน (Equity Financial Assets) 659.66 727.15 988.66 1,065.87
สินทรัพย์รวม (Total Assets) 7,795.77 8,694.00 10,702.20 11,171.86
หนี้สินตามสัญญาประกันภัย (Insurance Contract Liabilities) 4,647.41 4,763.07 5,095.43 5,301.99
หนี้สินรวม (Total Liabilities) 5,022.13 5,275.01 5,608.99 5,949.84
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท 2,738.17 3,383.17 4,211.60 4,321.16
ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) 35.47 35.82 881.61 900.87
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) 2,773.64 3,418.99 5,093.21 5,222.02

ที่มา: งบฐานะการเงินรวมในงบการเงินปี 2568 (คอลัมน์ 1 ม.ค. 2567 คือยอดเปิดปรับใหม่ตาม TFRS 17) และงบการเงินระหว่างกาล 2Q2026 (งบ 2Q26) NCI ปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก ฿35.82 ล้าน เป็น ฿881.61 ล้าน เพราะ GR Management (Thailand) ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ TVI ด้วยเงินสด ฿1,034.75 ล้าน ในไตรมาส 1 ปี 2568 และส่วนเกินทุนจากการเปลี่ยนสัดส่วนการถือหุ้นถูกบันทึกเป็น ฿341.18 ล้าน

องค์ประกอบงบฐานะการเงิน: สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น (฿ล้าน)

จุดสำคัญของงบดุล

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)

โครงสร้างหนี้และความเพียงพอของเงินกองทุน ณ 30 มิ.ย. 2569 · ไม่มีหนี้สินทางการเงินที่มีดอกเบี้ย
อัตราส่วน 1 ม.ค. 2567 31 ธ.ค. 2567 31 ธ.ค. 2568 30 มิ.ย. 2569
หนี้สินตามสัญญาเช่า (฿ล้าน) 2.21 1.45 6.92 5.44
หนี้สินมีดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน (฿ล้าน) 0.00 0.00 0.00 0.00
IB Debt ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.00 0.00 0.00 0.00
(IB Debt − เงินสด) ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) -0.08 -0.09 -0.09 -0.06
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) ปรับตามเงินสด

หมายเหตุ: ไม่มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินในงบดุลรวม ตัวเลข IB Debt คือหนี้สินตามสัญญาเช่าเท่านั้น ค่าอัตราส่วนเกือบเป็นศูนย์จึงไม่ได้บอกความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย ดัชนีที่สำคัญกว่าคือ CAR ซึ่งรายงานไว้ที่ 285.73% ณ 30 ก.ย. 2568 (ไตรมาส 3) เกณฑ์ขั้นต่ำ 140% ตามประกาศ คปภ. ไม่พบตัวเลข CAR สิ้นปี 2568 หรือไตรมาส 2/2569 ในเอกสารที่ตรวจสอบ จึงไม่แสดงในกราฟ (56-1 One Report 2568)

7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments)

รายได้จากการประกันภัยและเบี้ยรับรวมแยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ ปี 2568 · งบการเงินรวม TFRS 17
ประเภทผลิตภัณฑ์ (หน่วย: ล้านบาท) รายได้จากการประกันภัย ปี 2568 สัดส่วน เบี้ยรับรวม ปี 2568 สัดส่วนเบี้ยรับ
ประกันรถยนต์ (Motor) 6,160.49 80.5% 6,264.58 80.7%
ประกันอัคคีภัย (Fire) 385.76 5.0% 394.08 5.1%
ประกันทางทะเลและขนส่ง (Marine) 5.43 0.1% 5.37 0.1%
ประกันเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous) 1,100.86 14.4% 1,103.27 14.2%
รวม 7,652.54 100.0% 7,767.30 100.0%
สัดส่วนรายได้จากการประกันภัยตามประเภทผลิตภัณฑ์ ปี 2568 (฿ล้าน)

ที่มา: หมายเหตุ 8 ในงบการเงินปี 2568 และตารางเบี้ยรับรวมในแบบ 56-1 หมวด Miscellaneous รวมประกันสุขภาพ อุบัติเหตุส่วนบุคคล การเดินทาง IAR และประกันความรับผิดตามกฎหมาย งบการเงินไม่แยกกำไรตามประเภทผลิตภัณฑ์ จึงไม่แสดงกำไรแยกประเภท

8. ประวัติการปันผล (Dividend History)

เงินปันผลต่อหุ้นของ TVH (ระดับบริษัทแม่) และนโยบายการจ่ายปันผล
ปี เงินปันผลรวม (฿ล้าน) DPS (฿/หุ้น) อนุมัติโดย อัตราจ่ายต่อกำไรเดี่ยว อัตราจ่ายต่อกำไรส่วนผู้ถือหุ้นรวม
2566 (FY2023) 116.9 0.39 AGM 24 เม.ย. 2567 n/a n/a
2567 (FY2024) 125.9 0.42 AGM 23 เม.ย. 2568 9.83% 18.9%
2568 (FY2025) 131.9 0.44 เสนอโดย BoD ครั้งที่ 2/2569 (AGM 2569) 40.45% 30.3%
เงินปันผลต่อหุ้นของ TVH ย้อนหลัง (฿/หุ้น)

นโยบายการจ่ายปันผล: จ่ายไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีจากงบการเงินเฉพาะบริษัท (56-1 หัวข้อนโยบายการจ่ายเงินปันผล) อัตราจ่ายปี 2567 ต่ำเพราะกำไรงบเดี่ยวปีนั้นสูงมากจากเงินปันผลรับจาก TVI จึงไม่ควรใช้อัตรานี้เป็นแนวโน้ม คอลัมน์กำไรส่วนผู้ถือหุ้นรวมเป็นการคำนวณเองเพื่อเทียบกับกำไรของกลุ่ม อาจไม่ตรงกับตัวเลขในเอกสารทางการ TVI ก็อนุมัติจ่ายปันผลปี 2568 อัตรา ฿0.55 ต่อหุ้น รวม ฿208.3 ล้าน กำหนดจ่ายวันเดียวกันคือ 28 พ.ค. 2569 (ตามหมายเหตุ 46 ในงบการเงินปี 2568)

9. เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison)

กลุ่มบริษัทประกันภัยใน SET ข้อมูล ณ 9 ตุลาคม 2569 (SET Factsheet)
บริษัท ราคา (฿) มูลค่าตลาด (฿ล้าน) P/E (เท่า) P/BV (เท่า) ประเภทธุรกิจ
TVH 9.65 2,892.95 4.53 0.67 ประกันวินาศภัย (ถือ TVI 79.2%)
BKIH 386.00 40,161.05 10.24 1.22 กลุ่มประกันภัย
MTI 20.00 11,800.00 11.33 1.34 ประกันวินาศภัย
TIPH 23.40 13,906.44 12.58 1.37 กลุ่มประกันภัยหลายสาขา (Multi-Line)
THRE 0.47 1,981.05 12.52 0.50 กลุ่มประกันภัยหลายสาขา (Multi-Line)
มูลค่าตลาดและ P/E เทียบกับกลุ่มประกันภัยใน SET (ณ 9 ต.ค. 2569)

ค่า Dividend Yield ของกลุ่มเพื่อนไม่ได้แสดงใน SET Factsheet (ตาราง DPS โหลดด้วย JavaScript) จึงไม่เปรียบเทียบ Yield TVH เล็กกว่า BKIH, MTI และ TIPH แต่ใหญ่กว่า THRE ส่วนลด P/BV ของ TVH (0.67x) ต่ำกว่าทุกบริษัทในกลุ่ม ซึ่งอาจมาจากขนาดและ Free Float 27.66% ไม่ใช่จากพื้นฐานการดำเนินงานเพียงอย่างเดียว

10. มุมมองอนาคตธุรกิจ (Outlook)

แนวโน้มอุตสาหกรรมปี 2569 ตามแบบ 56-1 ทิศทางของบริษัท และเหตุการณ์ที่มีวันที่แน่นอน

แนวโน้มอุตสาหกรรมปี 2569 (ตามที่ระบุในแบบ 56-1)

ทิศทางกลยุทธ์ของบริษัท (ปี 2569)

เหตุการณ์และวันที่ที่ควรติดตาม

วันที่ เหตุการณ์ ผลต่อการลงทุน
28 พ.ค. 2569 กำหนดจ่ายเงินปันผลปี 2568 ฿0.44 ต่อหุ้น (ตามงบ 2568) ยืนยัน Dividend Yield 4.56%
13 ส.ค. 2569 เผยแพร่งบการเงิน 2Q2026 ที่สอบทานแล้ว ฐานคำนวณ TTM ในรายงานนี้
ไตรมาส 3 ปี 2569 งบการเงินไตรมาส 3 (ปกติเผยแพร่ พ.ย.) ติดตาม Loss Ratio ภัยน้ำท่วมและ CAR ล่าสุด
ไตรมาส 4 ปี 2569 ช่วงต่ออายุประกันรถยนต์และการบังคับใช้ E-Policy ที่เข้มงวดขึ้น (ตาม 56-1) ติดตามเบี้ยรถยนต์และสินไหม
ก่อนสิ้นปี 2569 ทิศทางการต่อเบี้ยประกันภัยต่อหลังแผ่นดินไหวและน้ำท่วม กระทบอัตราการเก็บไว้เอง

ในการค้นหารอบนี้ไม่พบราคาเป้าหมายหรือประมาณการกำไรปี 2569 จากบริษัทหลักทรัพย์ที่ตรวจสอบได้ จึงไม่ใส่ตัวเลขประมาณการกำไรในรายงาน ข้อมูลส่วนนี้มาจากแบบ 56-1 เป็นหลัก

11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

ความเสี่ยงหลัก 6 หมวด พร้อมสัญญาณที่สังเกตได้ในรายงานงวดถัดไป
หมวด ความเสี่ยง สัญญาณที่ต้องติดตาม
1. ภัยพิบัติและการเคลม แผ่นดินไหววันที่ 28 มี.ค. 2568 และน้ำท่วมภาคใต้ พ.ย. 2568 เพิ่มการเคลมและค่าเบี้ยประกันต่อ อัตราสินไหมทดแทนไตรมาส 3 เกิน 65% หรือการปรับเบี้ยประกันต่อขึ้นในปี 2569
2. ต้นทุนรถยนต์และ EV ราคาอะไหล่และแบตเตอรี่ EV สูง ค่าซ่อมเพิ่ม ทำให้พอร์ตรถยนต์ซึ่งคิดเป็นราว 80% มีความเสี่ยงสูงขึ้น Motor Loss Ratio และสัดส่วน EV ในเบี้ยรวม
3. การลงทุน ตราสารหนี้คิด 76.8% ของสินทรัพย์ กำไรมูลค่ายุติธรรมผันผวน (1H25 −฿28.1 ล้าน เทียบ 1H26 +฿107.4 ล้าน) รายได้การลงทุนสุทธิที่ไม่รวมกำไรมูลค่ายุติธรรม และ OCI ของตราสารหนี้
4. กฎเกณฑ์และเงินกองทุน CAR ต้องไม่ต่ำกว่า 140% ตามเกณฑ์ คปภ. และการใช้มาตรฐาน TFRS 17 มีผลต่อการรับรู้รายได้ CAR ที่รายงานครั้งถัดไปและตัวเลขปลายปี 2569
5. โครงสร้างกลุ่มและผู้ถือหุ้น TVH ถือ TVI 79.2% NCI เพิ่มเป็น ฿900.87 ล้าน MAFAM ถือ 48.59% ของ TVH และ GR Management (Thailand) ถือ 20.0% ของ TVI NCI ในกำไร การเปลี่ยนแปลงนโยบายปันผลของ TVI และรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
6. การแข่งขันและช่องทางขายใหม่ ตลาดประกันรถยนต์แข่งด้วยราคา ช่องทางออนไลน์และพันธมิตรใหม่ต้องใช้ต้นทุนในการได้มาซึ่งลูกค้า อัตราการเติบโตเบี้ยรถยนต์เทียบกับอุตสาหกรรม (2–3%) และ Expense Ratio

หมวดเพิ่มเติม: ความเสี่ยงจากกำไรของโฮลดิ้ง TVH เอง งบเดี่ยวพึ่งเงินปันผลจาก TVI ซึ่งลดลงในครึ่งแรกปี 2569 และมีความเสี่ยงจากการดำเนินงานของบริษัทย่อย LVI ในประเทศลาว (ถือโดย TVI 70%)

12. SWOT

การประเมินเชิงคุณภาพจากตัวเลขและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ · ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569

จุดแข็ง (Strengths)

จุดอ่อน (Weaknesses)

โอกาส (Opportunities)

อุปสรรค (Threats)

SWOT นี้เป็นการสรุปจากตัวเลขในรายงาน ไม่ใช่การประเมินของบริษัทหลักทรัพย์ ดูที่มาของตัวเลขในหัวข้อก่อนหน้า

13. มุมมองนักลงทุน (Investor View)

กรอบการประเมินและตัวชี้วัดที่ควรติดตาม · ข้อมูล ณ 9 ตุลาคม 2569

Bull Case: ฿17.30 (Upside +79%)

  • ROE ยืนที่ ~15% ตามกำไร TTM ฿640 ล้าน และตลาดยอมรับ P/BV ประมาณ 1.2 เท่า
  • กำไรมูลค่ายุติธรรมไม่ขาดทุน และอัตราสินไหมทดแทนคงต่ำกว่า 65%
  • เงินปันผลมั่นคงตามนโยบาย 40% (งบเดี่ยว)

Base Case: ฿11.53 (Upside +19.5%)

  • กำไร TTM ทรงตัวและ ROE ประมาณ 15% P/BV ปรับขึ้นเป็น 0.8 เท่า (ประมาณ 5.4 เท่าของ TTM EPS)
  • ผลตอบแทนจากการลงทุนปกติ ไม่ขึ้นกับกำไรมูลค่ายุติธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
  • เงินปันผลเท่าเดิมที่ ฿0.44 (Yield ราว 4.6%)

Bear Case: ฿7.21 (Downside -25%)

  • ภัยพิบัติและการเคลมรถยนต์ EV ทำให้กำไรกลับไปใกล้ ฿436 ล้านของปี 2568
  • กำไรมูลค่ายุติธรรมกลับเป็นลบและ CAR ลดลงจากระดับปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
  • ตลาดให้ P/BV 0.5 เท่า ซึ่งเทียบเท่า THRE และต่ำกว่าราคาต่ำสุด 52 สัปดาห์ (฿8.00)

รายการตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

รายงานนี้เป็นการวิเคราะห์เพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาในกรอบ Bull/Base/Bear เป็นการคำนวณตามสมมติฐาน P/BV ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของบริษัทหลักทรัพย์