รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น TU — บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตและส่งออกอาหารทะเลแปรรูป ทูน่ากระป๋อง อาหารทะเลแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำ (ITC) ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ภายใต้พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เช่น John West, Petit Navire, Chicken of the Sea, King Oscar และ Sealect ควบคู่กับฐานการผลิตและการกระจายสินค้าในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ภายหลังการยุติการลงทุนและบันทึกด้อยค่า Red Lobster เสร็จสมบูรณ์ บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์ "Strategy 2030" เสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจหลักและขยายธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ผลประกอบการ 1H2026 มียอดขายรวม ฿65,899 ล้านบาท กำไรสุทธิ ฿2,377 ล้านบาท โดยในไตรมาส 2/2569 ทำอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล ฿0.40 ต่อหุ้น สถานะทางการเงินมั่นคงด้วย Net Debt/Equity 1.15 เท่า ซื้อขายที่ P/E 10.92 เท่า P/BV 1.12 เท่า และ Dividend Yield 5.26% — ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2026 / งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
Sector: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร / อาหารและเครื่องดื่ม (Agro & Food Industry / Food & Beverage)ราคาล่าสุด ฿12.8Market Cap ฿56,593 ล้านP/E 10.92 · P/BV 1.12Dividend Yield ~5.26%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมการลงทุน สถานะทางการเงิน และประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ — ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2026

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SET: TU) คือหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านอาหารทะเลแปรรูป ทูน่ากระป๋อง อาหารแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำ (ดำเนินงานผ่านบริษัทย่อย SET: ITC) ก่อตั้งมากว่า 47 ปี ดำเนินธุรกิจครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานระดับสากล พร้อมพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ เช่น John West, Petit Navire, Chicken of the Sea, King Oscar, Mareblu และแบรนด์อันดับ 1 ในไทยอย่าง Sealect และ Fisho

ราคาหุ้นปัจจุบัน
฿12.80
ณ 25 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿56,593 ล้าน
4,255.13 ล้านหุ้นจดทะเบียน (พาร์ ฿0.25)(SET Profile)
P/E Ratio (TTM)
10.92x
อิงกำไรสุทธิ TTM ฿5,593 ล้านบาท(SET Factsheet)
P/BV Ratio
1.12x
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ฿11.43(SET Factsheet)
Dividend Yield
5.26%
ปันผลรอบปี 2568 รวม ฿0.70/หุ้น(Settrade)
ยอดขาย 1H2026
฿65,899 ล้าน
เติบโต +4.3% YoY(MD&A 2Q26)

ข้อสรุปเชิงกลยุทธ์ (Strategic Takeaway): ภายหลังการตัดจำหน่ายรายการที่ไม่ใช่เงินสดจากการลงทุนใน Red Lobster สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2566 โครงสร้างผลการดำเนินงานของ TU ได้กลับเข้าสู่วัฏจักรการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง (Turnaround) โดยในไตรมาส 2/2569 บริษัทสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) แตะระดับ 21.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการควบคุมต้นทุนปลาทูน่าที่มีประสิทธิภาพ การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (ITC) และการฟื้นตัวของยอดขายในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ บริษัทได้ปรับเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 2569 ขึ้นเป็น 4–6% พร้อมทั้งจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ ฿0.40 ต่อหุ้น สะท้อนกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง

สมมติฐานกรณีฐาน กรณีบวก และกรณีระมัดระวัง (Scenario Analysis)

กรณีการลงทุนสมมติฐานหลัก (Key Drivers)กำไรสุทธิปี 2026Eราคาเป้าหมายประเมิน
กรณีบวก (Bull Case)ราคาปลาทูน่าทรงตัวต่ำต่อเนื่อง หนุน GPM ยืนเหนือ 21.5% ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (ITC) เติบโตมากกว่า +18% YoY และอัตราค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ปรับลดลงสู่ระดับปกติ฿6,100 – ฿6,400 ล้าน฿15.80 – ฿16.50
กรณีฐาน (Base Case)ยอดขายรวมเติบโตตามเป้า 4–5% YoY GPM อยู่ที่ 19.0–20.0% การปรับราคาขายสินค้าแบรนด์ครอบคลุมต้นทุนขนส่ง และ ITC ยังส่งมอบกำไรตามเป้าหมาย฿5,600 – ฿5,800 ล้าน฿14.20 – ฿14.50
กรณีระมัดระวัง (Bear Case)ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วฉุดรายได้แปลงค่าเงินต่างประเทศ ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์กระทบเส้นทางเดินเรือทะเลแดงทำให้ค่าระวางพุ่ง และกำลังซื้อในตลาดยุโรปชะลอตัว฿4,800 – ฿5,000 ล้าน฿11.50 – ฿12.00
ที่มา: การประมาณการเชิงเปรียบเทียบจาก IAA Consensus, บล. เกียรตินาคินภัทร, บล. พาย, บล. กสิกรไทย และข้อมูลเป้าหมายทางการเงินของบริษัท

2. ข้อมูลสรุปหลักทรัพย์ (Factsheet)

ข้อมูลสถิติตลาด โครงสร้างทุน และตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญ — ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2026
ราคาปิดล่าสุด
฿12.80
กรอบ 52 สัปดาห์: ฿11.60 – ฿15.80(SET Factsheet)
Market Cap
฿56,593 ล้าน
ลำดับชั้นในกลุ่มอาหารขนาดใหญ่(SET Profile)
P/E Ratio
10.92x
ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มอาหาร (12-14x)(SET Factsheet)
P/BV Ratio
1.12x
BVPS อยู่ที่ ฿11.43 ต่อหุ้น(SET Factsheet)
Dividend Yield
5.26%
จ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง(Settrade)
Free Float
69.84%
สภาพคล่องการซื้อขายสูงมาก(SET Profile)
Foreign Limit
45.00%
สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติถือครอง ~32%(SET Profile)
อันดับเครดิต
A+ / Stable
จัดอันดับโดย TRIS Rating(TRIS Rating)

ข้อมูลทั่วไปของหลักทรัพย์

รายการรายละเอียดแหล่งอ้างอิง
ชื่อย่อหลักทรัพย์TU (SET) / TU.BK (Reuters/Bloomberg)(SET Factsheet)
ชื่อบริษัทภาษาไทยบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)(SET Profile)
ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษThai Union Group Public Company Limited(Thai Union IR)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food) / อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)(SET Factsheet)
จำนวนหุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว4,255,132,696 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ ฿0.25 ต่อหุ้น)(SET Profile)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก1. กลุ่มจันศิริ (Chansiri Family) ~19.5%
2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) 9.48%
3. Mitsubishi Corporation 5.53%
(SET Profile 2026)
นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินรวม จ่ายปีละ 2 ครั้ง(Thai Union Dividend Policy)

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างห่วงโซ่คุณค่า พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับสากล และกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโต — 2026

ไทยยูเนี่ยน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้ผลิตทูน่าบรรจุกระป๋องที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเครือข่ายโรงงานแปรรูปและการจัดจำหน่ายครอบคลุมทุกทวีปทั่วโลก บริษัทแบ่งสายธุรกิจออกเป็น 4 เสาหลักที่มีความเกื้อหนุนกันอย่างครบวงจร:

1. กลุ่มอาหารทะเลแปรรูป (Ambient Seafood — สัดส่วนรายได้ ~45%)

ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิห้องโดยไม่ต้องแช่เย็น เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล และแซลมอนในซองเพาช์ ทั้งในรูปแบบแบรนด์ของบริษัทเอง (Own Brands) และการรับจ้างผลิตให้กับห้างค้าปลีกชั้นนำระดับโลก (Private Label) พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ที่สำคัญได้แก่ John West (สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, เนเธอร์แลนด์), Petit Navire และ Parmentier (ฝรั่งเศส), Mareblu (อิตาลี), Chicken of the Sea (สหรัฐอเมริกา), King Oscar (นอร์เวย์, สหรัฐอเมริกา), Sealect และ Fisho (ไทย)

2. กลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น (Frozen & Chilled Seafood — สัดส่วนรายได้ ~31%)

ผลิตภัณฑ์กุ้งแช่แข็ง ปลาแซลมอน ก้ามปูเทียม (Surimi) และเนื้อสัตว์ทะเลแช่เย็น จำหน่ายทั้งช่องทางบริการด้านอาหาร (Foodservice), ร้านอาหาร, โรงแรม และเชนค้าปลีกสมัยใหม่ มีแบรนด์หลัก ได้แก่ Chicken of the Sea Frozen ในสหรัฐฯ, MerAlliance ผู้นำแซลมอนรมควันในฝรั่งเศสและยุโรป และ Qfresh ในประเทศไทย โดยกลุ่มนี้ได้รับการปรับโครงสร้างการบริหาร (Right-sizing) เพื่อมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงและลดพอร์ตสินค้าโภคภัณฑ์ขั้นปฐม

3. กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare — สัดส่วนรายได้ ~17%)

ดำเนินงานผ่าน บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SET: ITC) ซึ่ง TU ถือหุ้นใหญ่ราว 77.8% เป็นผู้รับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก (Wet Pet Food) และขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัขและแมว (Treats) ในกลุ่มพรีเมียมอันดับต้นของโลก ควบคู่กับแบรนด์ของตนเอง เช่น Bellotta, Marvo, ChangeTer และ Calico Bay กลุ่มธุรกิจนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า 25–28% และเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตเชิงผลกำไรของกลุ่มบริษัท

4. ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและส่วนประกอบอาหาร (Value-Added & Ingredients — สัดส่วนรายได้ ~7%)

ผลิตภัณฑ์อาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat), บรรจุภัณฑ์ และนวัตกรรมส่วนผสมอาหารชีวภาพ (Marine Ingredients) เช่น น้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์ UniQ™DHA และผงแคลเซียมจากกระดูกปลา UniQ™BONE ตลอดจนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ ZEAvita ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบทางทะเลให้เกิดมูลค่าสูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Zero Waste)

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

รายได้ EBITDA กำไรสุทธิ และแนวโน้มอัตรากำไร — FY2023 ถึง TTM มิ.ย. 2026

ผลการดำเนินงานของ TU สะท้อนภาพการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากผ่านพ้นจุดต่ำสุดในปี 2566 โดยกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Core Profit) ขยายตัวอย่างสม่ำเสมอจาก ฿4,499 ล้านบาท ในปี 2566 สู่ ฿4,985 ล้านบาท ในปี 2567 และ ฿5,508 ล้านบาท ในปี 2568 สำหรับงวด 12 เดือนล่าสุด (TTM สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569) มีกำไรสุทธิแตะระดับ ฿5,593 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่เร่งตัวขึ้นสู่ระดับสถิติสูงสุดใหม่

แนวโน้มรายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านบาท)
ที่มา: งบการเงินรวม TU ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (ปี 2566-2568) และคำอธิบายฝ่ายจัดการ 2Q26 (SEC) — หมายเหตุ: ปี 2566 แสดงกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized) ก่อนการตั้งด้อยค่าเงินลงทุน Red Lobster
อัตรากำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิ (%)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินรวมของบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก (1H2025 vs 1H2026)

ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) บริษัทมียอดขายรวม ฿65,899 ล้านบาท ขยายตัว +4.3% YoY จาก ฿63,166 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อสินค้าแบรนด์ในยุโรปที่ฟื้นตัว การเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (ITC) และการปรับราคาขายที่สอดรับกับต้นทุนขนส่ง กำไรสุทธิ 1H2026 ทำได้ ฿2,377 ล้านบาท เติบโตขึ้นจาก ฿2,292 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน

เปรียบเทียบผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (ล้านบาท)
ที่มา: รายงาน MD&A ประจำไตรมาส 2/2569 ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต.

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet Strength)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น — ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026

ฐานะทางการเงินของ TU มีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม ฿161,301 ล้านบาท หนี้สินรวม ฿107,900 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ฿53,401 ล้านบาท (ตรวจสอบสมการความสมบูรณ์ทางบัญชี: สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น ครบถ้วน 100%) โครงสร้างเงินทุนมีเสถียรภาพสูง โดยบริษัทสามารถบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) และสินค้าคงคลังได้อย่างรัดกุมท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ที่มา: งบแสดงสถานะการเงินรวมที่สอบทานแล้ว ณ 31 ธ.ค. 2566, 31 ธ.ค. 2567, 31 ธ.ค. 2568 และ 30 มิ.ย. 2569 (SEC)

สรุปตัวเลขทางการเงินในงบดุล (หน่วย: ล้านบาท)

รายการ31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
สินทรัพย์หมุนเวียน67,42064,15066,80068,450
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน98,03090,76291,52692,851
สินทรัพย์รวม (Total Assets)165,450154,912158,326161,301
หนี้สินหมุนเวียน54,21048,90052,14053,600
หนี้สินไม่หมุนเวียน45,22349,70054,10354,300
หนี้สินรวม (Total Liabilities)99,43398,600106,243107,900
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)66,01756,31252,08353,401

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Debt & Leverage Ratios)

การบริหารภาระหนี้สิน ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และข้อกำหนดทางการเงิน — 2026

TU ยึดถือนโยบายการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt-to-Equity หรือ Net IBD/E) ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.15 เท่า ปรับตัวลดลงจากช่วงก่อนหน้า และอยู่ต่ำกว่าระดับเพดานข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ (Debenture Covenant) ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2.00 เท่า อย่างปลอดภัย บริษัทได้รับการคงอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรและหุ้นกู้ที่ระดับ A+ / แนวโน้มคงที่ (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สะท้อนสถานะผู้นำในอุตสาหกรรมและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) และหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD/E)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินรวมและรายงาน MD&A 2Q26 (SEC) — ข้อกำหนดสิทธิหุ้นกู้ (Covenant): Net IBD/E ≤ 2.00x

การบริหารต้นทุนทางการเงิน: บริษัทยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาวด้วยการออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bonds) ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SeaChange®) ช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายเฉลี่ยให้อยู่ในระดับต่ำและบริหารความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. สัดส่วนธุรกิจและกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Business Segments)

โครงสร้างรายได้จำแนกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก — FY2025 / 1H2026

โครงสร้างรายได้ของ TU มีการกระจายตัวที่ดีทั้งในแง่กลุ่มผลิตภัณฑ์และพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ โดยสัดส่วนรายได้หลักมาจากอาหารทะเลแปรรูปบรรจุกระป๋อง 45% ตามด้วยอาหารทะเลแช่แข็ง 31% อาหารสัตว์เลี้ยง (ITC) 17% และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า 7% ในด้านตลาดส่งออก ยอดขายกว่า 42% มาจากทวีปอเมริกาเหนือ 30% มาจากทวีปยุโรป 11% มาจากประเทศไทย และ 17% มาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และอื่นๆ

สัดส่วนรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก (%)
ที่มา: รายงานประจำปี 2568 (56-1 One Report) และเอกสารนำเสนอนักลงทุน Thai Union 2Q26

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

นโยบายเงินปันผล สถิติการจ่ายจริง และผลตอบแทนสำหรับผู้ถือหุ้น — 2023 ถึง 2026E

บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินรวม โดยมีการจ่ายเงินปันผลเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง สำหรับปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม ฿0.70 ต่อหุ้น (อัตราผลตอบแทนเงินปันผล ณ ราคาปัจจุบัน 5.26%) และในงวดผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 (1H2026) คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ฿0.40 ต่อหุ้น (เพิ่มขึ้น +14.3% YoY จาก ฿0.35 ใน 1H2025) ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 14 ส.ค. 2569 และจ่ายเงินปันผลเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569

เงินปันผลจ่ายต่อหุ้น (DPS) ย้อนหลังและประมาณการ (บาท/หุ้น)
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ Settrade Rights & Benefits — ปี 2026E เป็นการประมาณการของนักวิเคราะห์ (Consensus ฿0.75 - ฿0.80/หุ้น)

สถิติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง

รอบผลประกอบการงวดระหว่างกาล (1H)งวดสิ้นปี (2H)รวมทั้งปี (DPS)Dividend Yield
FY2023฿0.30฿0.24฿0.543.85%
FY2024฿0.31฿0.35฿0.664.55%
FY2025฿0.35฿0.35฿0.705.05%
FY2026 (E)฿0.40 (จ่ายแล้ว)฿0.36 (คาดการณ์)฿0.765.26% – 5.90%

9. การเปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่าและตัวชี้วัดทางการเงินเปรียบเทียบในกลุ่มเกษตรและอาหาร — 25 กันยายน 2026

เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของตลาดหุ้นไทย TU ซื้อขายที่ระดับการประเมินมูลค่า (Valuation) ที่น่าสนใจ โดยมี P/E Ratio เพียง 10.92 เท่า และ P/BV 1.12 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและต่ำกว่าบริษัทย่อยอย่าง ITC (P/E 15.09 เท่า) อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังให้อัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึง 5.26% สูงเป็นอันดับต้นๆ ของหุ้นอาหารขนาดใหญ่

การเปรียบเทียบมูลค่าตลาด (ล้านบาท) และ P/E Ratio ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร
ที่มา: ข้อมูล SET Factsheet ณ วันที่ 23–25 กันยายน 2026

ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดเชิงลึกกับคู่แข่งในกลุ่มอาหาร

หลักทรัพย์ราคาปิด (บาท)Market Cap (฿ล้าน)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div Yield (%)
TU (ไทยยูเนี่ยน)12.8056,59310.921.125.26%
CPF (ซีพีเอฟ)24.60182,17211.850.853.80%
ITC (ไอ-เทล)16.7050,10015.092.104.10%
BTG (เบทาโกร)20.4039,47010.251.154.25%

10. มุมมองอนาคตธุรกิจ (Business Outlook & Catalysts)

เป้าหมายฝ่ายบริหาร แผนยุทธศาสตร์ Strategy 2030 และปัจจัยหนุนเชิงบวก — 2026–2030

ฝ่ายบริหารของ TU ได้วางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว “Strategy 2030” โดยมีเป้าหมายสร้างยอดขายแตะระดับ 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 พร้อมเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชีวภาพ โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญในระยะ 6–18 เดือนข้างหน้า ดังนี้:

11. ปัจจัยเสี่ยงและแนวทางป้องกัน (Risk Factors)

การประเมินความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานและกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง
ประเภทความเสี่ยงปัจจัยกระตุ้นและผลกระทบ (Trigger & Impact)แนวทางบริหารจัดการความเสี่ยง (Mitigation Strategy)
ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ (Raw Material Cost)ราคาปลาทูน่าท้องแถบ (Skipjack) และแซลมอนในตลาดโลกมีความผันผวนตามฤดูกาล สภาพอากาศปรากฏการณ์ลานีญา/เอลนีโญทำสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า (Forward Contracts) และปรับราคาสินค้าตามกลไก Cost-Plus ในกลุ่มสินค้า Private Label
ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Volatility)รายได้กว่า 90% อยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศ (USD, EUR, GBP) หากค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วอาจส่งผลกระทบต่อกำไรแปลงค่าเงินใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Forward & Hedging) และมีกลไก Natural Hedge จากการนำเข้าวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
ต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกส์ (Freight Rates)ความไม่สงบในทะเลแดงและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้อัตราค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ปรับตัวสูงขึ้นทำสัญญาค่าระวางเรือระยะยาวกับสายการเดินเรือหลัก และเจรจาขอปรับราคากับคู่ค้าตามต้นทุนค่าระวางที่เพิ่มขึ้นจริง
นโยบายการค้าและภาษีนำเข้า (Tariffs & Trade Barriers)มาตรการภาษีต่อต้านการทุ่มตลาด (AD/CVD) หรือการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้าหลัก เช่น สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปกระจายฐานการผลิตไปในหลายประเทศ (ไทย, เวียดนาม, กานา, เซเชลส์, โปแลนด์, ฝรั่งเศส, สหรัฐฯ) ช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการจัดสรรคำสั่งซื้อ
กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (ESG & Traceability)มาตรฐานการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) สวัสดิภาพแรงงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของห่วงโซ่อุปทานขับเคลื่อนกลยุทธ์ SeaChange® 2030 พร้อมงบลงทุนกว่า ฿7,200 ล้านบาท มุ่งสู่ระบบประมงที่ยั่งยืนและการตรวจสอบย้อนกลับได้ 100%

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์และตำแหน่งทางการแข่งขันขององค์กร
จุดแข็ง (Strengths)จุดอ่อน (Weaknesses)

• ผู้นำอันดับ 1 ของโลกในอุตสาหกรรมปลาทูน่าแปรรูป มีขนาดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) สูงสุด
• พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับสากลที่แข็งแกร่ง (John West, Petit Navire, Chicken of the Sea, King Oscar, Sealect)
• การถือหุ้นใหญ่ใน ITC ซึ่งเป็นผู้นำด้านอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมที่มีมาร์จิ้นสูงและเติบโตเร็ว
• เครือข่ายโรงงานผลิตกระจายทั่วโลก มีความยืดหยุ่นในการบริหารห่วงโซ่อุปทานสูง

• อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย (Net Profit Margin 3.5–4.5%) ยังมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง
• ภาระดอกเบี้ยจ่ายจากยอดหนี้เงินกู้ยืมและหุ้นกู้ที่ยังคงต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง
• ตลาดอาหารกระป๋องในประเทศพัฒนาแล้วเริ่มมีอัตราการเติบโตชะลอตัวตามสภาพประชากร
• การพึ่งพาตลาดส่งออกเป็นสัดส่วนสูง ทำให้ผลการดำเนินงานอ่อนไหวต่อการแข็งค่าของเงินบาท

โอกาส (Opportunities)อุปสรรค (Threats)

• การเติบโตแบบก้าวกระโดดของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม (Humanization of Pets)
• การต่อยอดสู่นวัตกรรมส่วนผสมอาหารชีวภาพ (Marine Ingredients) และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Nutraceuticals)
• การขยายตลาดสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีอัตราการบริโภคโปรตีนทางทะเลเพิ่มขึ้น
• ข้อได้เปรียบด้านความยั่งยืน (SeaChange®) ช่วยดึงดูดสัญญาระยะยาวจากซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำระดับโลก

• ภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อของผู้บริโภคในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่อาจชะลอตัว
• ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลต่อปริมาณการจับสัตว์น้ำในมหาสมุทร
• ความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กระทบต่อค่าระวางเรือและเส้นทางเดินเรือสากล
• นโยบายการกีดกันทางการค้าและการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของประเทศมหาอำนาจ

13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View & Valuation)

สรุปคำแนะนำการลงทุน กรอบราคาเป้าหมาย และรายการตรวจสอบที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist)

ในมุมมองของนักวิเคราะห์และการประเมินมูลค่าทางปัจจัยพื้นฐาน หุ้น TU มีความน่าสนใจในเชิงความคุ้มค่าของการลงทุน (Valuation Play) ภายใต้สภาวะตลาดที่มีความผันผวน โดยมีจุดเด่นจาก P/E ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 10.92 เท่า และให้อัตราเงินปันผลตอบแทนที่จูงใจสม่ำเสมอกว่า 5.2% ต่อปี อีกทั้งความเสี่ยงด้านลบจาก Red Lobster ได้ถูกขจัดออกไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

มุมมองและราคาเป้าหมายจากสมาคมนักวิเคราะห์ (IAA Consensus)

สถาบันวิจัย / บริษัทหลักทรัพย์คำแนะนำการลงทุนราคาเป้าหมาย (บาท)ประเด็นสำคัญในบทวิเคราะห์
บล. เกียรตินาคินภัทร (KKPS)ซื้อ (Buy)16.00ธุรกิจหลักฟื้นตัวชัดเจน มูลค่าแฝงจาก ITC และอัตรากำไรขั้นต้นเร่งตัว
บล. พาย (Pi Securities)ซื้อ (Buy)15.20คาดการณ์กำไรปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง และเงินปันผลระหว่างกาลสูงเกินคาด
บล. บียอนด์ (Beyond)ซื้อ (Buy)14.40Valuation ต่ำ และมี Upside เพิ่มหากมีการลดทุนจากโครงการซื้อหุ้นคืน
บล. กสิกรไทย (KS)ถือ (Hold)13.90รายได้เติบโตตามเป้า แต่ยังต้องจับตาค่าใช้จ่าย SG&A และค่าระวางเรือ
IAA Consensus (เฉลี่ย)ซื้อ (Buy)14.22Upside +11.1% จากราคาตลาดปัจจุบัน ฿12.80
ที่มา: รวบรวมจาก IAA Consensus และบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ณ เดือนกันยายน 2569

รายการตรวจสอบปัจจัยที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist)