เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 3 ตุลาคม 2026
1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) ภาพรวมการลงทุน การเติบโตแบบก้าวกระโดด และทิศทางยุทธศาสตร์ — ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) (SET: TRT / TRT.BK) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2530 โดยกลุ่มวิศวกรไทยผู้เชี่ยวชาญ และพัฒนาตนเองจนกลายเป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าสัญชาติไทยเพียงรายเดียวที่สามารถผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ (Power Transformer) ระดับแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 525 kV พิกัดกำลัง 300 MVA ซึ่งได้รับการรับรองการทดสอบการลัดวงจร (Short-Circuit Test) จากสถาบันระดับโลก KEMA (เนเธอร์แลนด์) และ CESI (อิตาลี) บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้โมเดลวิศวกรรมสั่งทำเฉพาะทาง (Engineering-to-Order: ETO) เพื่อตอบสนองความต้องการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.), ภาคอุตสาหกรรมหนัก, โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน, ผู้ให้บริการ Data Center ระดับโลก ตลอดจนการส่งออกไปยังกว่า 30 ประเทศทั่วโลก
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿3,635 ล้าน
กำไรสุทธิ 1H2569
฿290.19 ล้าน
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย
40.01%
งานในมือ (Backlog)
฿3,066 ล้าน
ประเด็นเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ 5 มิติ (Strategic Inflection Points) 1. เข้าสู่คลื่น Supercycle หม้อแปลงไฟฟ้าทั่วโลก (Global Grid Modernization): วงจรการเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งานในสหรัฐอเมริกาและยุโรป (อายุเฉลี่ยเกิน 35-40 ปี) ผนวกกับกฎหมาย Inflation Reduction Act (IRA) และการจำกัดการนำเข้าหม้อแปลงจากจีน ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนหม้อแปลงทั่วโลก (Supply Deficit) ระยะเวลารอรับสินค้า (Lead Time) พุ่งขึ้นเป็น 3-4 ปี เปิดโอกาสทองให้ TRT คว้าสัญญาส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังสูงสู่ตลาดสหรัฐฯ2. พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับ Siemens Energy: TRT จับมือกับ Siemens Energy ผู้นำเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก ร่วมผลิตและส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ไปยังตลาดสหรัฐฯ ภายใต้โครงการมูลค่ากว่า ฿1,600 ล้านบาท ซึ่งยกระดับสถานะของ TRT จากผู้ผลิตระดับประเทศสู่ Tier-1 Global Supplier3. แรงส่งจาก Mega Data Centers & AI Wave: การลงทุนขยายศูนย์ข้อมูล (Hyperscale Data Centers) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี (AWS, Google, Microsoft) ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน จำเป็นต้องใช้หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแห้ง (Dry Type Cast Resin) และหม้อแปลงกำลังที่มีความเสถียรสูงพิเศษเพื่อจ่ายไฟฟ้า 24/7 ซึ่ง TRT เป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในประเทศ4. อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทะยานแตะ 40.01%: อำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) พุ่งสูงขึ้นอย่างเด่นชัดจากภาวะอุปทานตึงตัวทั่วโลก ผนวกกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ (ทองแดงและเหล็กซิลิคอน) อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ในงวด 6M/2569 ขยับขึ้นแตะระดับ 20.07%5. นโยบายมุ่งสู่ “หุ้นปันผลคุณภาพสูง” (High Dividend Yield Play): บริษัทปรับนโยบายผลักดันการจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็น 2-4 ครั้งต่อปี โดยงวด 1H2569 ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ฿0.17 ต่อหุ้น (XD 14 ส.ค. 2569) และคาดการณ์ปันผลทั้งปีที่ ฿0.46-฿0.50 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield คาดการณ์สูงกว่า 4.0-4.5% ต่อปีBull Case (฿16.50 | Upside +39.8%)
คำสั่งซื้อส่งออกไปยังสหรัฐฯ และยุโรปผ่าน Siemens Energy ทะลักต่อเนื่อง Lead Time โลกยังตึงตัวทำให้ TRT สามารถขยับราคาขายเฉลี่ย (ASP) ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่โครงการ Data Center ในไทยเริ่มรับรู้รายได้หม้อแปลงพิเศษ GPM ทรงตัวเหนือ 42% หนุนกำไรสุทธิปี 2569E แตะ ฿520 ล้านบาท (EPS ฿1.69) Forward P/E 9.8x
Base Case (฿14.20 | Upside +20.3%)
ส่งมอบงานตามแผน Backlog ฿3,066 ล้านบาท รายได้รวมทั้งปี 2569 แตะเป้าหมายผู้บริหารที่ ฿3,000 ล้านบาท งานประมูลภาครัฐ (กฟน., กฟภ., กฟผ.) เดินหน้าต่อเนื่อง รักษา GPM รวมที่ระดับ 38.5% ทำกำไรสุทธิปี 2569E ได้ที่ ฿435 ล้านบาท (EPS ฿1.41) ประเมินมูลค่าด้วย Forward P/E 10.0x และอัตราปันผลตอบแทน 4.2%
Bear Case (฿9.50 | Downside -19.5%)
ความล่าช้าในการส่งมอบหรือตรวจรับงานโครงการรัฐ ราคาวัตถุดิบทองแดงและเหล็กแผ่นซิลิคอนปรับตัวสูงขึ้นรุนแรง ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วบั่นทอนมาร์จิ้นส่งออก ส่งผลให้ GPM เฉลี่ยทั้งปีลดลงเหลือ 28% กำไรสุทธิปี 2569E ทำได้ ฿280 ล้านบาท อิง Forward P/E ปรับลดเหลือ 10.4x
2. ข้อมูลสรุปหลักทรัพย์ (Factsheet) รายละเอียดการจดทะเบียน สถิติทางการเงิน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น — ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569
สัญลักษณ์หลักทรัพย์
TRT
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
(SET) ราคาพาร์ (Par Value)
฿1.00
ทุนชำระแล้ว ฿308.01 ล้าน
(SET) P/BV Ratio
2.37x
Book Value ฿4.84 ต่อหุ้น
(SET) Free Float
67.04%
ณ 10 มี.ค. 2569 สภาพคล่องการซื้อขายสูง
(SET) ROE (ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น)
22.40%
ขยายตัวสูงจากกำไรสุทธิเติบโต
(SET) ROA (ผลตอบแทนสินทรัพย์)
11.20%
สะท้อนประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์
(SET) D/E Ratio
1.79x
หนี้สินหมุนเวียนเพื่อการส่งมอบงาน
(ก.ล.ต.) 52-Week Price Range
฿3.08 – ฿15.80
โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันปิดสมุดทะเบียน 10 มีนาคม 2569 — ที่มา: SET Major Shareholders ลำดับ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น (หุ้น) สัดส่วนการถือหุ้น (%) 1 กลุ่มครอบครัววงษ์ปาน (โดยนายสัมพันธ์ วงษ์ปาน และผู้เกี่ยวข้อง) 42,500,000 13.80% 2 กลุ่มครอบครัวศิริวจนา (โดยนายอวยชัย ศิริวจนา และผู้เกี่ยวข้อง) 31,250,000 10.15% 3 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) 18,480,500 6.00% 4 นายสุทธิพงศ์ พึ่งเจริญ 12,320,000 4.00% 5 กองทุนเปิดและนักลงทุนสถาบันในประเทศ 9,850,000 3.20% - ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่น ๆ (Free Float รวม) 193,607,500 62.85%
3. ลักษณะการประกอบธุรกิจและสายผลิตภัณฑ์ (Business Architecture & Engineering Capabilities) ห่วงโซ่คุณค่า นวัตกรรมทางวิศวกรรมไฟฟ้า และพันธมิตรระดับโลก — ข้อมูลจากแบบ 56-1 One Report
บมจ. ถิรไทย คือผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าแบบครบวงจรชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีศูนย์การผลิตหลัก 3 แห่ง ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู และตำบลแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ บนพื้นที่รวมกว่า 60 ไร่ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีการพันขดลวดระบบสุญญากาศ (Vapour Phase Drying: VPD) ห้องคลีนรูมปลอดฝุ่นควบคุมอุณหภูมิและความชื้น และห้องปฏิบัติการทดสอบทางไฟฟ้าแรงสูงที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025
1. โครงสร้าง 4 กลุ่มธุรกิจหลัก (Core Business Divisions) 1. กลุ่มหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังและจำหน่าย (Power & Distribution Transformers - สัดส่วน ~78% ของรายได้): Power Transformer: ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังพิกัดขนาดใหญ่ตั้งแต่ 50 MVA ถึง 300 MVA ระดับแรงดันไฟฟ้าสูงสุดถึง 525 kV ใช้ในสถานีไฟฟ้าย่อยของการไฟฟ้า (กฟผ., กฟน., กฟภ.) และโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดย TRT เป็นผู้ผลิตไทยรายแรกที่ผ่านการทดสอบ Short-Circuit Withstand Test ในระดับ 525 kV จาก CESI ประเทศอิตาลีDistribution Transformer: หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายสำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าตามเสาไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารพาณิชย์ พิกัดตั้งแต่ 50 kVA ถึง 2,500 kVA ทั้งชนิดน้ำมันฉนวน (Oil-Immersed) และชนิดแห้งหล่อเรซิน (Dry-Type Cast Resin) ซึ่งปลอดภัยจากอัคคีภัยRenewable & Data Center Transformers: หม้อแปลงเฉพาะทางสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm Inverter-Duty Transformer), โรงไฟฟ้าพลังงานลม และหม้อแปลงประสิทธิภาพสูงพิเศษสำหรับ Hyperscale Data Centers ที่ต้องรองรับภาระโหลดคอมพิวเตอร์ประมวลผลสูง (Harmonics Resistant)2. กลุ่มงานบริการ บำรุงรักษา และทดสอบ (Transformer Maintenance & Life Extension Services - สัดส่วน ~10% ของรายได้):
ให้บริการติดตั้ง, ขนส่งขนาดใหญ่พิเศษ, การทดสอบความสมบูรณ์ของหม้อแปลงหน้างาน (Field Testing & Diagnostics), บริการกรองน้ำมันและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหม้อแปลง, การซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance), ตลอดจนบริการ Overhaul หม้อแปลงไฟฟ้าทุกยี่ห้อ ถือเป็นแหล่งรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 48.01%
3. กลุ่มงานโครงสร้างเหล็ก เครื่องจักร และ EPC (Non-Transformer Steel Fabrication & EPC - สัดส่วน ~8% ของรายได้):
ดำเนินการผ่านบริษัทย่อย บริษัท ถิรไทย อี แอนด์ เอส จำกัด และ บริษัท สยาม อาร์เอ็มเอ ออโต้ เทรลเลอร์ จำกัด รับงานออกแบบและประกอบตัวถังรถกระเช้าไฮดรอลิกสำหรับงานซ่อมสายส่งไฟฟ้า งานโครงสร้างเหล็กสำหรับโรงไฟฟ้าและงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation Turnkey EPC)
4. กลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าระบบจำหน่ายและอื่นๆ (Parts & Trading - สัดส่วน ~4% ของรายได้):
จำหน่ายอุปกรณ์ประกอบหม้อแปลงไฟฟ้า เช่น บุชชิ่ง (Bushings), สวิตช์ปรับแท็ปแรงดัน (On-Load Tap Changers), รีเลย์ควบคุมและอุปกรณ์ตรวจวัดความดันก๊าซ
2. พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์และความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ความร่วมมือกับ Siemens Energy: การเป็น Strategic Manufacturing Partner ให้กับ Siemens Energy ในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสายส่ง ถือเป็นใบเบิกทางรับรองมาตรฐานระดับโลกและเปิดโอกาสในการขยายสัญญาระยะยาวมูลค่าหลายพันล้านบาทการได้รับการรับรองระดับสากล: ผลิตภัณฑ์ของ TRT ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลครบถ้วน ทั้ง IEC, ANSI, IEEE, BS, DIN และ AS/NZS ทำให้สามารถประมูลงานในต่างประเทศและส่งออกไปกว่า 30 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และกลุ่มประเทศตะวันออกกลางการลงทุนขยายกำลังการผลิต: บริษัทได้อนุมัติงบลงทุน ฿126 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อที่ดินและก่อสร้างขยายโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแพรกษา เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่รองรับดีมานด์ทั่วโลกที่กำลังเร่งตัวขึ้น
การวิเคราะห์รายได้ ต้นทุน กำไรสุทธิ และประสิทธิภาพการทำกำไร — อ้างอิงรายงานงบการเงิน ก.ล.ต.
ผลการดำเนินงานของ TRT ในรอบปี 2566–2568 และงวดครึ่งแรกของปี 2569 (6M/2569) สะท้อนถึงการพลิกฟื้นและเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท โดยในปี 2567 รายได้รวมเติบโตอย่างโดดเด่นแตะ ฿2,882 ล้านบาท ก่อนที่จะชะลอตัวลงเล็กน้อยในปี 2568 จากความล่าช้าของงบประมาณภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ในงวด 6M/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิก้าวกระโดดถึง ฿290.19 ล้านบาท พุ่งขึ้น +259.0% YoY สูงกว่ากำไรสุทธิทั้งปีของปี 2566, 2567 และ 2568 รวมกัน
แนวโน้มรายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านบาท)
แหล่งข้อมูล: รายงานงบการเงินประจำปี 2566–2568 และงบการเงิน 2Q2569 จาก
สำนักงาน ก.ล.ต. ตารางสรุปผลการดำเนินงานเปรียบเทียบย้อนหลัง 4 งวด สรุปผลการดำเนินงาน บมจ. ถิรไทย (หน่วย: ล้านบาท ยกเว้น EPS) — ที่มา: SET Company Highlights รายการทางการเงิน ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 6M/2568 6M/2569 %YoY (6M) รายได้จากการขาย 1,962.4 2,715.1 1,918.5 1,126.9 1,345.5 +19.4% รายได้จากการให้บริการ 148.6 166.9 143.5 74.7 84.1 +12.5% รายได้รวมทั้งสิ้น 2,111.0 2,882.0 2,062.0 1,197.0 1,443.2 +20.6% กำไรขั้นต้น (Gross Profit) 539.8 651.6 487.9 291.1 578.6 +98.8% EBITDA 321.0 443.0 261.0 162.0 425.0 +162.3% กำไรสุทธิ (Net Profit) 130.0 223.0 113.0 80.8 290.2 +259.0% กำไรต่อหุ้น (EPS, บาท) 0.42 0.72 0.37 0.26 0.94 +261.5%
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%)
แผนภูมิแสดงอัตราส่วน EBITDA Margin และ Net Profit Margin รายปีและงวด 12 เดือนย้อนหลัง — ที่มา:
MD&A ไตรมาส 2/2569 เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 6 เดือน (6M/2568 vs 6M/2569) ล้านบาท
เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 กับปี 2569 — ที่มา:
งบการเงิน 2Q2569
5. ฐานะทางการเงินและโครงสร้างสินทรัพย์ (Balance Sheet Strength) สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และการจัดการสภาพคล่อง — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569
โครงสร้างสินทรัพย์รวมของ TRT ขยายตัวอย่างต่อเนื่องแตะ ฿4,124.17 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 (เพิ่มขึ้นจาก ฿3,540.83 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568) โดยการเติบโตของสินทรัพย์สอดคล้องกับการขยายตัวของงานในมือ (Backlog) และมูลค่างานระหว่างผลิต (Work in Process) เพื่อเตรียมส่งมอบตามสัญญาส่งออกและงานประมูลภาครัฐ
โครงสร้างฐานะการเงิน สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
งบแสดงฐานะการเงินเปรียบเทียบ (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: SET Company Highlights รายการ 31 ธ.ค. 2566 31 ธ.ค. 2567 31 ธ.ค. 2568 30 มิ.ย. 2569 สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) 2,415.2 2,180.4 2,695.1 3,248.6 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-Current Assets) 850.4 835.5 845.7 875.6 สินทรัพย์รวมทั้งสิ้น (Total Assets) 3,265.6 3,016.0 3,540.8 4,124.2 หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) 1,985.4 1,620.1 2,115.3 2,488.2 หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-Current Liabilities) 166.6 159.5 168.7 178.8 หนี้สินรวมทั้งสิ้น (Total Liabilities) 2,152.0 1,779.6 2,284.0 2,667.0 ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity) 1,145.6 1,269.1 1,291.3 1,492.2
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Debt Profile) โครงสร้างภาระหนี้สิน ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และสภาพคล่องทางการเงิน
แม้ว่าอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) จะอยู่ที่ระดับ 1.79 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 แต่หนี้สินส่วนใหญ่ประกอบด้วยหนี้สินหมุนเวียนเพื่อการดำเนินงาน เช่น เงินรับล่วงหน้าค่าสินค้าจากลูกค้า (Customer Advances), เจ้าหนี้การค้าวัตถุดิบ (Trade Payables), และสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น (Packing Credit / Trust Receipt) ที่เบิกใช้เพื่อนำเข้าทองแดงและแผ่นเหล็กซิลิคอนสำหรับผลิตตามคำสั่งซื้อที่มีสัญญาแน่นอน
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) และ Net IBD/E
แสดงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) และหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) — ข้อมูลจาก
งบการเงิน 2Q2569
การบริหารจัดการภาระหนี้และความเสี่ยงสภาพคล่อง Interest-Bearing Debt ต่อทุนต่ำเพียง 0.82 เท่า: หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest-Bearing Debt) อยู่ที่ประมาณ ฿1,015 ล้านบาท คิดเป็น Net IBD/E เพียง 0.68 เท่า ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับเงื่อนไขทางการเงิน (Debt Covenant) ของสถาบันการเงินที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2.0-2.5 เท่าความสามารถในการชำระดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ: อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio: EBITDA / Interest Expense) ในงวด 1H2569 ขยับขึ้นสู่ระดับมากกว่า 12 เท่า จากผลของ EBITDA ที่ทะลักเข้ามาแตะ ฿425 ล้านบาทกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกแข็งแกร่ง: บริษัทได้รับเงินค่างวดและเงินล่วงหน้าจากงานภาครัฐและลูกค้าส่งออกอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพคล่องคล่องตัวและรองรับการจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอ
7. สัดส่วนรายได้ตามโครงสร้างธุรกิจ (Segment Breakdown) การกระจายตัวของรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่าย — ข้อมูลปี 2568–2569
โครงสร้างรายได้ของ TRT มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง โดยธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้ายังคงเป็นแกนหลักสร้างรายได้และกำไรคิดเป็นสัดส่วนกว่า 78% ขณะที่กลุ่มงานบริการซึ่งเป็นรายได้ประจำ (Recurring Income) มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามฐานการติดตั้งหม้อแปลงสะสมทั่วประเทศและต่างประเทศ
สัดส่วนรายได้จำแนกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ (%)
8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend Policy & History) นโยบายการจัดสรรผลกำไร สถิติการจ่ายเงินปันผล และเป้าหมายการจ่ายปันผลระหว่างกาล
บมจ. ถิรไทย มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทได้แสดงประวัติการจ่ายเงินปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ และในปี 2569 คณะกรรมการบริษัทได้ประกาศยุทธศาสตร์ผลักดันให้ TRT เป็น “หุ้นปันผลเด่น” โดยมีนโยบายพิจารณาจ่ายปันผลระหว่างกาล 2-4 ครั้งต่อปีตามสภาพคล่อง
เงินปันผลต่อหุ้น (บาท/หุ้น) และแนวโน้มปี 2569E
ประวัติการประกาศจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง บมจ. ถิรไทย — ที่มา: SETTRADE รอบผลการดำเนินงาน วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่จ่ายเงินปันผล เงินปันผลต่อหุ้น (บาท) รูปแบบ 1 ม.ค. 69 – 30 มิ.ย. 69 14 ส.ค. 2569 2 ก.ย. 2569 0.17 ปันผลระหว่างกาล กำไรสะสม / งวด 1Q69 22 พ.ค. 2569 10 มิ.ย. 2569 0.15 ปันผลระหว่างกาล 1 ก.ค. 68 – 31 ธ.ค. 68 8 พ.ค. 2569 28 พ.ค. 2569 0.14 ปันผลงวดสุดท้ายปี 68 1 ม.ค. 68 – 30 มิ.ย. 68 26 ส.ค. 2568 10 ก.ย. 2568 0.06 ปันผลระหว่างกาล 1 ก.ค. 67 – 31 ธ.ค. 67 6 พ.ค. 2568 21 พ.ค. 2568 0.24 ปันผลงวดสุดท้ายปี 67 1 ม.ค. 67 – 30 ก.ย. 67 26 ธ.ค. 2567 10 ม.ค. 2568 0.13 ปันผลระหว่างกาล
9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison) การประเมินมูลค่า ผลการดำเนินงาน และตัวชี้วัดทางการเงินเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการในกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้าที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แก่ บมจ. อาซีฟา (ASEFA) , บมจ. คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) , และ บมจ. เอกรัฐวิศวกรรม (AKR) พบว่า TRT มีความโดดเด่นสูงสุดในแง่ของเทคโนโลยีการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่แรงดัน 525 kV และสัดส่วนการส่งออกสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ขณะที่มีอัตราส่วน P/E อยู่ในระดับต่ำเพียง 10.93 เท่า ต่ำกว่า QTC (20.32 เท่า) อย่างมีนัยสำคัญ
การเปรียบเทียบมูลค่าตลาด (Market Cap) และ P/E ในกลุ่ม
เปรียบเทียบ Market Cap และ P/E Ratio ของหุ้นกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าระบบจำหน่าย — ข้อมูล ณ 3 ตุลาคม 2569 จาก
SET Factsheet ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า — ข้อมูล ณ 3 ตุลาคม 2569 — ที่มา: SET Factsheet หลักทรัพย์ ราคาล่าสุด (฿) Market Cap (ลบ.) P/E (x) P/BV (x) ROE (%) Div Yield (%) TRT (ถิรไทย) 11.80 3,634.5 10.93 2.37 22.40% 1.74% ASEFA (อาซีฟา) 6.45 3,539.0 9.03 1.70 18.80% 5.20% QTC (คิวทีซี เอนเนอร์ยี่) 5.15 1,756.6 20.32 1.14 5.60% 3.80% AKR (เอกรัฐวิศวกรรม) 1.18 1,619.1 11.65 0.97 8.30% 4.90%
10. แนวโน้มอุตสาหกรรมและปัจจัยขับเคลื่อนอนาคต (Industry Outlook & Catalysts) ทัศนมิติอุตสาหกรรมพลังงาน โครงการ Data Center และเป้าหมายการเติบโตของผู้บริหาร
อุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เรียกว่า “The Golden Age of Power Grid” จากการขับเคลื่อนพร้อมกันของ 4 เมกะเทรนด์ระดับโลก ที่ทำให้ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าเติบโตเร็วกว่ากำลังการผลิตของผู้ผลิตทั่วโลก
1. ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตเชิงโครงสร้าง (Structural Catalysts) การเปลี่ยนแทนหม้อแปลงโครงข่ายไฟฟ้าสหรัฐฯ (US Grid Replacement Cycle): หม้อแปลงไฟฟ้าในสหรัฐฯ มากกว่า 70% ติดตั้งมานานกว่า 25 ปี และกำลังเข้าสู่ระยะหมดอายุการใช้งาน ขณะที่สหรัฐฯ กำหนดกำแพงภาษีและข้อจำกัดความมั่นคงต่อหม้อแปลงจากจีน ส่งผลให้โรงงานในไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลอย่าง TRT ได้รับคำสั่งซื้อต่อเนื่องในราคาสูงการเติบโตของศูนย์ข้อมูล AI และ Hyperscale Data Centers: การเข้ามาตั้งฐาน Data Center ของ AWS, Google และ Microsoft ในประเทศไทยและมาเลเซีย มีความต้องการไฟฟ้ามหาศาล โดย Data Center ขนาด 100 MW ต้องใช้หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังและหม้อแปลงระบบจำหน่ายเฉพาะทางหลายสิบชุด ซึ่ง TRT เป็นผู้จัดจำหน่ายหลักการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Integration): แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย (PDP ฉบับใหม่) ที่เพิ่มสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์และลมมากกว่า 50% ต้องอาศัยสถานีไฟฟ้าย่อยและหม้อแปลงเชื่อมโยงสายส่งจำนวนมากงบลงทุนรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าไทย (กฟผ., กฟน., กฟภ.): แผนนำสายไฟฟ้าลงดินของ กฟน. และการขยายระบบจำหน่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) ของ กฟภ. ล่าสุด TRT ได้รับงานจัดหาหม้อแปลง กฟน. จำนวน 1,009 ชุด มูลค่าประมาณ ฿760 ล้านบาท2. เป้าหมายทางการเงินของฝ่ายบริหาร (Management Guidance) ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ไม่ต่ำกว่า ฿3,000 ล้านบาท รักษางานในมือ (Backlog) เฉลี่ยให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า ฿3,000 ล้านบาทอย่างต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศเป็นมากกว่า 30-35% ภายในปี 2570
11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors & Mitigations) การวิเคราะห์ 6 มิติความเสี่ยงเชิงลึก สัญญาณเตือนเชิงปริมาณ และแนวทางรับมือเชิงรุก
การดำเนินธุรกิจของ บมจ. ถิรไทย แม้จะอยู่ในช่วงอุตสาหกรรมขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ฝ่ายบริหารและนักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ดังนี้:
1. ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก (Raw Material Price Volatility)
กลไกและสัญญาณเตือน: วัตถุดิบหลักในการผลิตหม้อแปลง ได้แก่ ทองแดง (Copper LME), แผ่นเหล็กซิลิคอนเกรดเหนี่ยวนำสูง (CRGO Silicon Steel), และน้ำมันหม้อแปลง (Transformer Oil) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 65-70% ของต้นทุนการผลิต หากราคาทองแดงในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกิน 10% ภายใน 1 เดือน จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของสัญญาราคาคงที่
มาตรการบริหารจัดการ: บริษัทใช้ระบบ Back-to-Back Pricing โดยสั่งจองราคาวัตถุดิบทันทีที่ชนะการประมูล หรือทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Hedging) นอกจากนี้ในสัญญาประมูลงานภาครัฐระยะยาวมักมีสูตรการปรับราคาตามดัชนีต้นทุน (Escalation Clause หรือสูตร K) ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
2. ความเสี่ยงจากความล่าช้าในการเปิดประมูลและการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ (Public Tender Delays)
กลไกและสัญญาณเตือน: สัดส่วนรายได้จาก กฟน., กฟภ., และ กฟผ. คิดเป็นกว่า 45-50% ของยอดขายในประเทศ หากมีสุญญากาศทางการเมืองหรือการปรับเปลี่ยนแผนงบประมาณ รัฐวิสาหกิจอาจเลื่อนการเปิดประมูลหรือเลื่อนการตรวจรับหม้อแปลง (สัญญาณเตือน: ปริมาณการเปิดประมูลในระบบ e-GP ลดลงติดต่อกัน 2 ไตรมาส)
มาตรการบริหารจัดการ: กระจายความเสี่ยงผ่านกลยุทธ์ Dual-Engine ด้วยการขยายสัดส่วนงานภาคเอกชน (Private Sector เช่น โรงงานอุตสาหกรรม, โครงการพลังงานแสงอาทิตย์, Data Center) และเร่งรุกตลาดส่งออกสู่สหรัฐฯ และยุโรป
3. ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Risk)
กลไกและสัญญาณเตือน: บริษัทมีการนำเข้าวัตถุดิบสำคัญเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และสกุลเงินยูโร (EUR) ขณะที่มีรายได้จากการส่งออกเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน หากค่าเงินบาทแข็งค่ารวดเร็วจะทำให้รายได้จากการส่งออกเมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลง (สัญญาณเตือน: ค่าเงินบาทแข็งค่าเกิน ฿34.00/USD)
มาตรการบริหารจัดการ: ใช้กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงตามธรรมชาติ (Natural Hedge) ระหว่างกระแสเงินสดรับและจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ควบคู่กับการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contracts)
4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันและการดัมพ์ราคาจากต่างประเทศ (Import Competition)
กลไกและสัญญาณเตือน: การนำเข้าหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายราคาถูกจากประเทศจีนหรืออินเดีย ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า อาจเข้ามากดดันราคาในกลุ่มหม้อแปลงขนาดเล็กและกลุ่มลูกค้าเอกชนทั่วไป
มาตรการบริหารจัดการ: บริษัทมุ่งเน้นตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังแรงดันสูง (High-Voltage Power Transformer 115 kV - 525 kV) ซึ่งต้องอาศัยวิศวกรรมขั้นสูง ความน่าเชื่อถือ และการรับรองสถาบันระดับโลกที่ผู้ผลิตสินค้าราคาถูกไม่สามารถแข่งขันได้ ตลอดจนใช้จุดแข็งด้านบริการหลังการขายและการซ่อมบำรุงที่รวดเร็วกว่าคู่แข่งต่างชาติ
5. ความเสี่ยงจากการบริหารสินค้าคงคลังและรอบระยะเวลาผลิต (Inventory & Production Lead Time)
กลไกและสัญญาณเตือน: หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่มีรอบการผลิตยาวนาน 6-12 เดือน หากเกิดปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนประกอบเฉพาะทาง เช่น บุชชิ่งแรงดันสูง อาจทำให้การส่งมอบล่าช้าและเกิดค่าปรับ
มาตรการบริหารจัดการ: วางแผนการจัดซื้อล่วงหน้าร่วมกับซัพพลายเออร์ระดับโลก และจัดตั้งคณะทำงานติดตามการผลิตรายสัปดาห์
6. ความเสี่ยงด้านการพึ่งพิงพันธมิตรระดับโลก (Key Partner Dependency)
กลไกและสัญญาณเตือน: การเติบโตของการส่งออกสู่สหรัฐฯ พึ่งพิงความร่วมมือกับ Siemens Energy หากพันธมิตรเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือหันไปสั่งผลิตจากแหล่งอื่น อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตในระยะยาว
มาตรการบริหารจัดการ: รักษามาตรฐานคุณภาพระดับสูงและอัตราการส่งมอบตรงเวลา (On-time Delivery) สูงถึง 98% พร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าตรงในตลาดออสเตรเลียและอาเซียนเพื่อสร้างความหลากหลาย
12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) การสังเคราะห์ศักยภาพเชิงกลยุทธ์ของ บมจ. ถิรไทย ในการแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับสากล
จุดแข็ง (Strengths) ความเป็นเลิศทางวิศวกรรมแรงดันสูง 525 kV: เป็นผู้ผลิตไทยรายเดียวที่มีศักยภาพผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ที่สุด ผ่านการทดสอบ Short-Circuit จาก CESI อิตาลีความสัมพันธ์อันยาวนานกับ 3 การไฟฟ้า: มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งในงานประมูลหม้อแปลงไฟฟ้าของการไฟฟ้าไทย (กฟผ., กฟน., กฟภ.) มานานกว่า 35 ปีความร่วมมือระดับโลกกับ Siemens Energy: ได้รับเลือกเป็นพันธมิตรผลิตหม้อแปลงส่งออกสหรัฐฯ สะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตที่ทั่วโลกยอมรับบริการหลังการขายและทีมวิศวกรครบวงจร: มีเครือข่ายบริการซ่อมบำรุงและ Overhaul หม้อแปลงหน้างานทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมงจุดอ่อน (Weaknesses) ลักษณะธุรกิจแบบวิศวกรรมสั่งทำเฉพาะทาง (ETO): ไม่ใช่สินค้าผลิตจำนวนมาก (Mass Production) ทำให้ระยะเวลาการผลิตต่อเครื่องยาวนานการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า: เหล็กซิลิคอนเกรดพิเศษและทองแดงบริสุทธิ์สูงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ 100% ทำให้เผชิญความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสัดส่วนหนี้สินหมุนเวียนค่อนข้างสูง: มีความจำเป็นต้องใช้สินเชื่อระยะสั้นเพื่อซื้อวัตถุดิบและค้ำประกันการประมูลงานโครงการขนาดใหญ่สภาพคล่องของหุ้นในการซื้อขาย: แม้ Free Float จะสูงถึง 67% แต่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันยังขึ้นอยู่กับรอบการรายงานผลประกอบการโอกาส (Opportunities) วิกฤตขาดแคลนหม้อแปลงไฟฟ้าในสหรัฐฯ: ปัญหาอุปทานตึงตัวทำให้ Lead Time การสั่งซื้อหม้อแปลงในตลาดโลกยาวนาน 3-4 ปี หนุนอำนาจต่อรองราคาการขยายตัวของ Hyperscale Data Centers ในไทย: การเข้ามาของบิ๊กเทคระดับโลกสร้างอุปสงค์หม้อแปลงพิเศษชนิดแห้งและหม้อแปลงสถานีย่อยมหาศาลการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายพลังงานหมุนเวียน (Renewable Grid): การประมูลพลังงานหมุนเวียนเฟส 2 และการเปิดใช้พลังงานสะอาดตามเกณฑ์ RE100การขยายสู่ธุรกิจหม้อแปลงสีเขียว (Green Transformers): พัฒนาหม้อแปลงที่ใช้น้ำมันเอสเทอร์ธรรมชาติ (Natural Ester Oil) ย่อยสลายได้ทางชีวภาพอุปสรรคและความเสี่ยง (Threats) ความผันผวนของราคาวัตถุดิบโลก: ราคาทองแดงและเหล็กแผ่นซิลิคอนที่อาจผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจและการเก็งกำไรในตลาดโภคภัณฑ์ความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณภาครัฐ: ความไม่แน่นอนทางการเมืองหรือการปรับแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าการแทรกซึมของหม้อแปลงราคาถูกจากต่างประเทศ: การแข่งขันด้านราคาในกลุ่มหม้อแปลงระบบจำหน่ายขนาดเล็กจากผู้ผลิตในเอเชียข้อกำหนดทางเทคนิคและภาษีกีดกันทางการค้า: ความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าหรือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในกลุ่มประเทศคู่ค้า
13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investment Thesis & Valuation Model) แบบจำลองราคาเป้าหมาย Bull/Base/Bear กรณีศึกษาการลงทุน และเช็กลิสต์การติดตาม
TRT กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาของการ Earnings Inflection & Structural Re-rating อย่างแท้จริง โดยผลประกอบการงวด 1H2569 ที่ทำได้ ฿290.19 ล้านบาท เป็นข้อพิสูจน์ถึงความสามารถในการทำกำไรภายใต้วัฏจักรซูเปอร์ไซเคิลระดับโลก การขยายตัวของมาร์จิ้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอำนาจต่อรองราคา (Pricing Power) และการมีสัญญา Backlog รองรับการเติบโตอย่างมั่นคง
1. ตารางแบบจำลองการประเมินมูลค่า 3 สถานการณ์ (Scenario Valuation Model) แบบจำลองสถานการณ์การประเมินมูลค่าหุ้น TRT สำหรับปี 2569E (หน่วย: ล้านบาท ยกเว้น EPS และราคาเป้าหมาย) ตัวแปรและสมมติฐาน Bear Case (สถานการณ์แย่) Base Case (สถานการณ์ฐาน) Bull Case (สถานการณ์ดี) รายได้รวมปี 2569E (Revenue) ฿2,600 ล้าน ฿3,050 ล้าน ฿3,450 ล้าน อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย (Blended GPM) 28.5% 38.5% 42.5% กำไรสุทธิปี 2569E (Net Profit) ฿280 ล้าน ฿435 ล้าน ฿520 ล้าน กำไรต่อหุ้น (EPS คาดการณ์, บาท) ฿0.91 ฿1.41 ฿1.69 Forward P/E Ratio ที่เหมาะสม 10.4x 10.0x 9.8x ราคาเป้าหมายที่เหมาะสม (Target Price) ฿9.50 ฿14.20 ฿16.50 ผลตอบแทนเทียบกับราคาปัจจุบัน (฿11.80) -19.5% +20.3% +39.8% เงินปันผลทั้งปีคาดการณ์ (Dividend Per Share) ฿0.36 ฿0.46 ฿0.55 อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) 3.05% 3.90% 4.66%
2. เช็กลิสต์สำคัญสำหรับนักลงทุนในการติดตาม (Monitoring Checklist) [ ] รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 (พ.ย. 2569): ตรวจสอบว่ากำไรสุทธิยังสามารถทรงตัวในระดับสูงกว่า ฿120-150 ล้านบาทได้หรือไม่ และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายให้อยู่ในระดับ 38-40% ได้ต่อเนื่องหรือไม่[ ] การทยอยส่งมอบงานโครงการสหรัฐฯ กับ Siemens Energy: ติดตามการรับรู้รายได้ของล็อตหม้อแปลงส่งออกขนาดใหญ่ และโอกาสในการต่อขยายสัญญาล็อตใหม่มูลค่ากว่า ฿1,500 ล้านบาท[ ] ความคืบหน้าการส่งมอบงาน กฟน. 1,009 ชุด: การตรวจรับมอบและบันทึกรายได้ของสัญญา ฿760 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดเริ่มส่งมอบในครึ่งหลังปี 2569 ถึงปี 2570[ ] ออเดอร์หม้อแปลงจากกลุ่มผู้พัฒนา Data Center ในไทย: สัญญาใหม่จากผู้รับเหมา EPC สำหรับโครงการ Hyperscale Data Center ในพื้นที่ EEC และกรุงเทพฯ ปริมณฑล[ ] ความเคลื่อนไหวของราคาทองแดงในตลาดโลก (Copper LME): หากราคาทะลุ $10,500/ตัน ให้ติดตามการปรับสูตรราคาขายและนโยบายการป้องกันความเสี่ยงของบริษัท[ ] การประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรอบถัดไป: การพิจารณาจ่ายปันผลระหว่างกาลตามนโยบายเพิ่มความถี่การจ่ายตอบแทนผู้ถือหุ้นแหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 3 ตุลาคม 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน