รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น TOP — บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

ผู้นำธุรกิจการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมแบบคอมเพล็กซ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กำลังการกลั่น 275,000 บาร์เรลต่อวัน กำลังยกระดับสู่ 400,000 บาร์เรลต่อวันด้วยโครงการพลังงานสะอาด Clean Fuel Project (CFP) ผสานห่วงโซ่คุณค่าบูรณาการครบวงจรทั้งน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน ปิโตรเคมี และพลังงานร่วม — ข้อมูลตลาด ณ 13 ตุลาคม 2026 / งบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026
Sector: ทรัพยากร / พลังงานและสาธารณูปโภค (Resources / Energy & Utilities)ราคาล่าสุด ฿67Market Cap ฿149,667 ล้านP/E 4.62 · P/BV 0.74Dividend Yield ~2.69%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการงวด 1H2026 และสาระสำคัญการลงทุน — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿67.00 · ฿149,667 ล้าน
ราคา ณ 13 ต.ค. 2026 (52W: ฿46.50–70.50)(SET Factsheet)
รายได้รวม 1H2026
฿261,086 ล้าน
เติบโต +34.34% YoY จาก 1H2025(MD&A 2Q26)
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿40,556 ล้าน (15.53%)
ขยายตัวก้าวกระโดดจาก ฿7,741 ล้าน ใน 1H25(MD&A 2Q26)
กำไรสุทธิ 1H2026 (EPS)
฿27,765 ล้าน (฿12.43/หุ้น)
เพิ่มขึ้น +178.23% YoY เทียบกับ ฿9,979 ล้าน(MD&A 2Q26)
VALUATION (P/E · P/BV)
4.62x · 0.74x
ส่วนลดลึกต่อมูลค่าทางบัญชี (BVPS ฿90.54)(SET Factsheet)
เงินปันผลระหว่างกาล 1H2026
฿1.40 ต่อหุ้น
ขึ้นเครื่องหมาย XD 9 ก.ย. จ่ายแล้ว 24 ก.ย. 2026(Settrade)

บทวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์และการดำเนินงานของผู้บริหาร (Strategic Executive Analysis)

12-MONTH PRICE TARGET SPECTRUM & SCENARIO VALUATIONAs of 13 Oct 2026 · IAA Consensus & Scenario MatrixConsensus ฿70.00–฿74.00Bear ฿58.00-13.4% DownsideP/E 3.8x · P/BV 0.64xCurrent ฿67.00P/E 4.62x · P/BV 0.74xDividend Yield 2.69%Base ฿74.00+10.4% UpsideP/E 5.1x · P/BV 0.82xBull ฿83.00+23.9% UpsideP/E 5.7x · P/BV 0.92x

Bull Case — ฿83.00 (+23.9%)

  • GRM Supercycle: ค่าการกลั่นตลาดสิงคโปร์ทรงตัวสูงเหนือ $8.5–10.0/bbl ต่อเนื่องตลอด 2H2026 จากความตึงตัวของสต๊อกน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินทั่วโลก
  • CFP Milestone: การก่อสร้างและการทดสอบหน่วยหลักมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว สามารถ COD ได้ตามกรอบเวลา ไร้ต้นทุนบานปลายเพิ่มเติม
  • กำไรสุทธิทั้งปี 2569: คาดแตะ ฿38,000–42,000 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผลทั้งปีสูงถึง ฿4.20–4.80 ต่อหุ้น (Dividend Yield 6.3–7.2%)

Base Case — ฿74.00 (+10.4%)

  • Normalized GRM: Market GRM เฉลี่ยที่ระดับ $6.0–7.5/bbl ผลกระทบจาก Stock Gain/Loss มีจำกัดและหักล้างกันตามฤดูกาล
  • Domestic Demand: ปริมาณการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในประเทศเติบโต 2–3% ตามภาคการท่องเที่ยวและการขนส่งเชิงพาณิชย์
  • เงินปันผลทั้งปี: คาดการณ์ที่ ฿3.20–3.60 ต่อหุ้น (คิดเป็น Dividend Yield รวม 4.8–5.4%) ที่ระดับ P/E 5.1 เท่า และ P/BV 0.82 เท่า

Bear Case — ฿58.00 (-13.4%)

  • Crude Slump & Stock Loss: ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวลงต่ำกว่า $65/bbl ก่อให้เกิดผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) ก้อนใหญ่กดดันงบ
  • EPC Dispute Delays: โครงการ CFP ล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้เกิดต้นทุนทางการเงินและค่าเสียโอกาสจากส่วนต่างกำไรใหม่
  • Govt Intervention: นโยบายภาครัฐแทรกแซงโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น หรือบังคับส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น

ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet)

ข้อมูลตลาด โครงสร้างผู้ถือหุ้น และสถิติสำคัญ — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
ราคาล่าสุด (PRICE)
฿67.00
52-Week Range: ฿46.50 – ฿70.50(SET Factsheet)
MARKET CAP
฿149,667 ล้าน
2,233.84 ล้านหุ้นชำระแล้ว(SET Factsheet)
P/E RATIO (TTM)
4.62 เท่า
ต่ำสุดในกลุ่มโรงกลั่นภูมิภาค(SET Factsheet)
P/BV RATIO
0.74 เท่า
มูลค่าทางบัญชี ฿90.54 ต่อหุ้น(SET Factsheet)
DIVIDEND YIELD
2.69%
งวดระหว่างกาล 1H26 ฿1.40 (จ่าย ก.ย. 26)(Settrade)
FREE FLOAT
47.48%
นักลงทุนรายย่อย 54,210 ราย(SET Factsheet)
SET ESG RATING
AAA
มาตรฐานความยั่งยืนระดับสูงสุด(SET ESG)
กำลังการกลั่นปัจจุบัน
275,000 BPD
อันดับ 1 ของประเทศไทย (~22%)(One Report)

ข้อมูลนิติบุคคลและโครงสร้างการจดทะเบียน

รายละเอียดนิติบุคคลและโครงสร้างการดำเนินงาน — แหล่งที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ แบบ 56-1 One Report
หัวข้อรายละเอียด
ชื่อทางการ (ไทย / อังกฤษ)บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) / Thai Oil Public Company Limited
สัญลักษณ์หลักทรัพย์SET: TOP / Yahoo Finance: TOP.BK / Bloomberg: TOP TB
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจทรัพยากร (Resources) / พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities)
วันที่เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ26 ตุลาคม 2547 (เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว22,338,355,660 บาท (หุ้นสามัญ 2,233,835,566 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 45.03%, บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 9.85%, สำนักงานประกันสังคม 3.12%
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต (Bandhit Thamprajamchit)
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ / ที่ตั้งโรงกลั่นสนง.ใหญ่: 555/1 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารเอ ชั้น 11 ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ / โรงกลั่น: 42/1 ม.1 ถ.สุขุมวิท กม.124 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
เว็บไซต์ทางการและนักลงทุนสัมพันธ์www.thaioilgroup.com / investor.thaioilgroup.com

ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างห่วงโซ่มูลค่าบูรณาการ สายธุรกิจ และความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี 2504 เป็นผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมแบบคอมเพล็กซ์ (Complex Refinery) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดในประเทศไทย ด้วยกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ 275,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนราว 22–25% ของกำลังการกลั่นรวมทั้งประเทศ ตั้งอยู่ ณ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งยุทธศาสตร์ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย พร้อมท่าเทียบเรือน้ำลึก ทุ่นผูกเรือน้ำลึกเดี่ยวกลางทะเล (Single Point Mooring: SPM) และท่อส่งน้ำมันเชื่อมโยงโดยตรงเข้าสู่โครงข่ายระบบท่อส่งน้ำมันหลักของประเทศ (FPT และ Thappline)

ยุทธศาสตร์การบูรณาการแบบครบวงจร (Integrated Value Chain Synergy)

ไทยออยล์สร้างความได้เปรียบเชิงต้นทุนด้วยการผสานกระบวนการผลิตตั้งแต่การกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ไปจนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By-products) สู่ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานคุณภาพสูง, ธุรกิจปิโตรเคมีสายอะโรเมติกส์, โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Cogeneration), โลจิสติกส์กองเรือขนส่งน้ำมัน และเครือข่ายจัดจำหน่ายสารทำละลายระดับภูมิภาค เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดจากน้ำมันดิบทุกบาร์เรล

1. จัดหาน้ำมันดิบVLCC Supertankersทุ่น SPM ศรีราชาSweet / Heavy Sour2. โรงกลั่นคอมเพล็กซ์CDU-1, 2, 3: 275,000 BPDClean Fuel Project (CFP)ขยายกำลังกลั่นสู่ 400,000 BPDหน่วย RHCU แปรรูปน้ำมันเตาเป็น Euro 5น้ำมันสำเร็จรูป (87% กำไร)ดีเซล Euro 5 · Jet A-1 · เบนซิน ULGน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน & ยางมะตอย (TLB)Lube Base Group I 267k T · Bitumen 350k Tปิโตรเคมีอะโรเมติกส์ & LAB (TPX/TLAB)Paraxylene 538k T · Benzene 307k T · LABไฟฟ้า ไอน้ำ & โลจิสติกส์ขนส่งTOP SPP 239 MW · TM กองเรือ · TOP Solvent
แผนภาพสรุปห่วงโซ่มูลค่าจากรายงานประจำปี 2568 และเอกสารนำเสนอนักลงทุน Thaioil IR สัดส่วนกำไรอ้างอิงจากผลการดำเนินงานรวมงวด 1H2026

โครงสร้างกลุ่มธุรกิจและบริษัทย่อยสำคัญในเครือไทยออยล์

โครงสร้างกลุ่มธุรกิจและบริษัทย่อยในเครือไทยออยล์ — แหล่งที่มา: รายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report) และ MD&A 2Q26
กลุ่มธุรกิจสัดส่วนกำไร (1H26)บริษัทย่อย / บริษัทร่วมกำลังการผลิตและลักษณะผลิตภัณฑ์สำคัญ
1. โรงกลั่นน้ำมันและหล่อลื่นพื้นฐาน87%• บมจ.ไทยออยล์ (Refinery)
• บจ.ไทยลูบเบส (TLB - ถือ 100%)
โรงกลั่นกำลังกลั่น 275,000 BPD ผลิตน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันอากาศยาน Jet A-1 ร่วมกับหน่วยผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน Group I ขนาด 267,000 ตัน/ปี และยางมะตอย (Bitumen) 350,000 ตัน/ปี
2. กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี3%• บจ.ไทยพาราไซลีน (TPX - ถือ 100%)
• บจ.ไทยแล็บิกซ์ (TLAB - ถือ 75%)
โรงงานสารอะโรเมติกส์ผลิตพาราไซลีน (Paraxylene) 538,000 ตัน/ปี, เบนซีน (Benzene) 307,000 ตัน/ปี, โทลูอีน และสารอัลคิลเบนซีนเชิงเส้น (LAB) 120,000 ตัน/ปี ป้อนอุตสาหกรรมสารซักล้าง
3. กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและพลังงาน3%• บจ.ท็อป เอสพีพี (TOP SPP - ถือ 100%)
• บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC - ถือ 8.9%)
โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Cogeneration กำลังผลิตไฟฟ้ารวม 239 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 498 ตัน/ชั่วโมง เพื่อป้อนระบบสาธารณูปโภคแก่โรงกลั่นและจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ.
4. กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และเคมีภัณฑ์7%• บจ.ไทยออยล์มารีน (TM - ถือ 100%)
• บจ.ไทยออยล์ โซลเว้นท์ (TOP Solvent - ถือ 100%)
บริการกองเรือขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีทางทะเลทั้งในและต่างประเทศ, เรือขนถ่ายน้ำมันนอกชายฝั่ง และธุรกิจจัดจำหน่ายสารทำละลายชั้นนำในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย

ผลประกอบการ (Financial Performance)

วิเคราะห์รายได้ กำไรสุทธิ ค่าการกลั่น และอัตรากำไร — FY2023 ถึง 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026)

ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) ของ TOP ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้จากการขายและบริการแตะ ฿261,086 ล้านบาท (+34.34% YoY) และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่สูงถึง ฿27,765 ล้านบาท (คิดเป็นกำไรต่อหุ้น ฿12.43) เพิ่มขึ้น +178.23% เมื่อเทียบกับ ฿9,979 ล้านบาทในงวด 1H2025 โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากค่าการกลั่นทางบัญชี (Accounting GRM) และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น

รายได้รวม, EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
เปรียบเทียบผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก: 1H2025 vs 1H2026 (ล้านบาท)

ตารางสรุปผลประกอบการทางการเงินย้อนหลังและรอบล่าสุด

ผลการดำเนินงานรวม (หน่วย: ล้านบาท) — แหล่งที่มา: แบบ 56-1 One Report ประจำปี 2566–2568 และ MD&A 2Q26
รายการทางการเงินFY2023FY2024FY20251H20251H2026YoY (1H)TTM มิ.ย. 26
รายได้จากการขายและบริการ459,402455,857394,336194,336261,086+34.34%461,086
EBITDA35,45322,02617,6197,74140,556+423.91%50,434
— EBITDA Margin (%)7.72%4.83%4.47%3.98%15.53%+1,155 bps10.94%
กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่19,4439,95914,5849,97927,765+178.23%32,370
— Net Profit Margin (%)4.23%2.18%3.70%5.13%10.63%+550 bps7.02%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท/หุ้น)8.704.466.534.4712.43+178.08%14.49

หมายเหตุ: ค่า EBITDA คำนวณจากกำไรจากการดำเนินงานบวกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย และรวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Gain/Loss) ซึ่งใน 2Q26 มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน ฿10,741 ล้านบาท แต่ได้รับชดเชยจากกำไรจากการดำเนินงานปกติที่แข็งแกร่ง

งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และเงินทุนหมุนเวียน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
สินทรัพย์รวม (TOTAL ASSETS)
฿441,850 ล้าน
สะท้อนการลงทุนในโครงการ CFP(งบ 2Q26)
หนี้สินรวม (TOTAL LIABILITIES)
฿250,400 ล้าน
ลดลงจาก ฿259,054 ล้าน ณ สิ้นปี 2568(งบ 2Q26)
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (TOTAL EQUITY)
฿191,450 ล้าน
เพิ่มขึ้น +13.80% จากกำไรสะสม 1H26(งบ 2Q26)
วิวัฒนาการโครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)

ตารางโครงสร้างฐานะการเงินและส่วนของผู้ถือหุ้น

สรุปฐานะการเงินรวม (หน่วย: ล้านบาท) — แหล่งที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และงบการเงิน 2Q26
รายการทางการเงิน31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
สินทรัพย์หมุนเวียน134,812128,450131,210142,500
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (รวมงานระหว่างก่อสร้าง CFP)231,450228,100242,560245,120
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นๆ53,73152,46053,51454,230
รวมสินทรัพย์419,993409,010427,284441,850
หนี้สินหมุนเวียน78,45072,10075,32076,200
หนี้สินไม่หมุนเวียน (หุ้นกู้และเงินกู้ระยะยาว CFP)184,723178,500183,734174,200
รวมหนี้สิน263,173250,600259,054250,400
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น156,820158,410168,230191,450

สมการงบดุลสอดคล้องสมบูรณ์: สินทรัพย์รวม ฿441,850 ล้าน = หนี้สินรวม ฿250,400 ล้าน + ส่วนของผู้ถือหุ้น ฿191,450 ล้าน (Book Value Per Share เท่ากับ ฿90.54 ต่อหุ้น)

หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)

วิเคราะห์ภาระหนี้สิน ดอกเบี้ยจ่าย และความสามารถในการชำระหนี้ — FY2023 ถึง 1H2026
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IB DEBT)
฿167,800 ล้าน
ลดลงจาก ฿174,500 ล้าน ณ สิ้นปี 2568(MD&A 2Q26)
หนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
0.69 เท่า
Net IBD/Equity ต่ำกว่า Covenant 2.00x(MD&A 2Q26)
INTEREST COVERAGE RATIO
14.8 เท่า
ความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยสูงมาก(MD&A 2Q26)
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD/Equity & Net IBD/Equity) — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026

ตารางวิเคราะห์โครงสร้างหนี้สินและการปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิหุ้นกู้ (Debt Covenant)

ตัวชี้วัดความเสี่ยงด้านหนี้สินและเลเวอเรจ — แหล่งที่มา: คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A)
ตัวชี้วัดทางการเงินFY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026เกณฑ์ Covenant
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total D/E)1.68x1.58x1.54x1.31xไม่เกิน 2.50x
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E)1.18x1.12x1.04x0.88xไม่เกิน 2.00x
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E)0.95x0.88x0.82x0.69xไม่เกิน 2.00x
Net Debt ต่อ EBITDA (เท่า)3.74x6.33x7.83x2.63xลดลงอย่างรวดเร็ว

สัดส่วนธุรกิจ (Segments)

โครงสร้างกำไรจากการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจงวด 1H2026 — แหล่งที่มา: MD&A 2Q26
สัดส่วนกำไรตามกลุ่มธุรกิจ (1H2026)

การกระจายตัวของโครงสร้างกำไรในเครือไทยออยล์

ประวัติปันผล (Dividend History)

นโยบายการจ่ายเงินปันผล สถิติย้อนหลัง และอัตราผลตอบแทนเงินปันผล — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026

ไทยออยล์มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม หลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอปีละ 2 ครั้ง (ปันผลระหว่างกาลและปันผลงวดสิ้นปี)

เงินปันผลต่อหุ้น (DPS: บาท/หุ้น) — FY2023 → 2026E

ตารางสถิติเงินปันผลย้อนหลังรายปี

ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นและอัตราการจ่าย — แหล่งที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ Settrade
รอบผลประกอบการปันผลระหว่างกาล (บาท)ปันผลงวดสุดท้าย (บาท)รวมทั้งปี (DPS)อัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio)
ปี 2566 (FY2023)0.603.103.7042.5%
ปี 2567 (FY2024)0.802.002.8062.8%
ปี 2568 (FY2025)0.802.403.2049.0%
ปี 2569 (2026E ประมาณการ)1.40 (จ่ายจริง 24 ก.ย. 26)2.20 (คาดการณ์)3.60~28.9% (จากฐานกำไรสูง)

เงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 1H2026 จ่ายในอัตรา ฿1.40 ต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 และจ่ายเงินปันผลเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่า ตัวชี้วัดทางการเงิน และความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบในกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันไทย

ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นและค้าน้ำมันของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย TOP มีขนาดมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดที่ ฿149,667 ล้านบาท และมีจุดเด่นด้านขนาดกำลังการกลั่นที่ 275,000 บาร์เรลต่อวัน อีกทั้งซื้อขายที่อัตราส่วน P/E เพียง 4.62 เท่า และ P/BV เพียง 0.74 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ:

เปรียบเทียบ Market Cap และอัตราส่วน P/E ในกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันไทย

ตารางเปรียบเทียบ Valuation และตัวชี้วัดทางการเงินรายบริษัท

เปรียบเทียบข้อมูลหลักทรัพย์กลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน — ข้อมูลตลาด ณ 13 ตุลาคม 2026
หลักทรัพย์ราคาล่าสุด (฿)Market Cap (฿M)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)กำลังการกลั่น (BPD)จุดเด่นทางยุทธศาสตร์
TOP67.00149,6674.620.74275,000 → 400,000โรงกลั่นคอมเพล็กซ์ใหญ่สุดในไทย โครงการ CFP และเครือข่ายกลุ่ม ปตท.
BCP51.2567,00510.100.86294,000 (รวม ESSO)ควบรวมบางจาก-เอสโซ่ เครือข่ายปั๊มน้ำมัน และธุรกิจสำรวจ OKEA
IRPC2.4849,4518.500.62215,000โรงกลั่นและปิโตรเคมีครบวงจร โครงการ UCF และนวัตกรรมวัสดุขั้นสูง
SPRC13.7042,70811.201.18175,000เชฟรอนหนุนหลัง ประสิทธิภาพกลั่นสูง ขยายธุรกิจปั๊มน้ำมัน Caltex

มุมมองอนาคต (Outlook & Catalysts)

ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ โครงการ Clean Fuel Project (CFP) และปัจจัยขับเคลื่อนมูลค่า

ยุทธศาสตร์ระยะยาวของไทยออยล์มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรพลังงานที่ยั่งยืน ผ่านวิสัยทัศน์ “Empowering Human Life through Sustainable Energy and Chemicals” โดยมีเสาหลักสำคัญ 3 ประการ:

1. CLEAN FUEL PROJECT (CFP)
400,000 BPD
ขยายกำลังกลั่น +45% แปรรูปน้ำมันเตาเป็น Euro 5(One Report)
2. VALUE CHAIN INTEGRATION
ปิโตรเคมีมูลค่าสูง
ขยายห่วงโซ่เคมีภัณฑ์สู่ตลาดอินโดนีเซีย (CAP) และอาเซียน(Thaioil IR)
3. GREEN ENERGY TRANSITION
Net Zero 2060
ลงทุนน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) และพลังงานหมุนเวียน(Thaioil IR)

หมุดหมายสำคัญเชิงเวลา (Dated Milestones)

ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

การวิเคราะห์ 6 มิติความเสี่ยง ตัวชี้วัดที่สังเกตได้ และแนวทางการบริหารความเสี่ยงอย่างละเอียด

1. ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Crude Oil Volatility & Stock Loss)

ตัวชี้วัดกระตุ้น (Trigger): ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับลดลงมากกว่า $10–15/bbl ภายในไตรมาสเดียว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการตีราคาสินค้าคงคลังน้ำมัน (Stock Loss) และขาดทุนจากมูลค่าสินค้าคงเหลือลดลง (LCM) ทันที ดังเช่นในไตรมาส 2/2569 ที่มี Stock Loss สูงถึง ฿10,741 ล้านบาท
แนวทางบริหารจัดการ: ใช้สัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน (Crude Oil Price Hedging) อย่างเป็นระบบ และบริหารปริมาณสินค้าคงคลังน้ำมันดิบให้อยู่ในระดับต่ำสุดตามเกณฑ์ความปลอดภัยเพื่อความคล่องตัวสูงสุด

2. ความเสี่ยงจากความล่าช้าและข้อพิพาทของโครงการ Clean Fuel Project (CFP Execution Risk)

ตัวชี้วัดกระตุ้น (Trigger): ข้อพิพาทด้านสัญญาหรือการชำระเงินระหว่างกลุ่มผู้รับเหมาหลัก (UJV Consortium) กับผู้รับเหมาช่วง ส่งผลให้การระดมแรงงานก่อสร้างสะดุด หรือกำหนดวัน COD เลื่อนออกไปเกินกว่าปี 2571 ทำให้เกิดต้นทุนทางการเงินและค่าเสียโอกาสจากส่วนต่างกำไรใหม่
แนวทางบริหารจัดการ: คณะกรรมการบริษัทจัดตั้งคณะทำงานพิเศษกำกับดูแลโครงการ CFP อย่างใกล้ชิด เจรจาประสานงานเพื่อปลดล็อกสภาพคล่องของผู้รับเหมา และจัดเตรียมวงเงินสินเชื่อสำรองเพื่อรองรับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

3. ความเสี่ยงจากวงจรค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Refining Margin & Crack Spread Risk)

ตัวชี้วัดกระตุ้น (Trigger): ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ (Singapore GRM) ลดลงต่ำกว่า $4.0/bbl จากการเปิดดำเนินการของโรงกลั่นใหม่ขนาดใหญ่ในจีนและตะวันออกกลาง ส่งผลให้ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินแคบลง
แนวทางบริหารจัดการ: ปรับปรุงความยืดหยุ่นของหน่วยกลั่นเพื่อเปลี่ยนสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไปสู่ตัวที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด (Optimization of Product Slate) เช่น เพิ่มสัดส่วนน้ำมันอากาศยาน Jet A-1 ในช่วงไฮซีซั่น

4. ความเสี่ยงจากการแทรกแซงราคาพลังงานและนโยบายภาครัฐ (Regulatory & Price Intervention)

ตัวชี้วัดกระตุ้น (Trigger): มติคณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในการตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล หรือขอความร่วมมือส่งเงินกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อลดภาระค่าครองชีพ
แนวทางบริหารจัดการ: ประสานงานผ่านกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อชี้แจงโครงสร้างราคาตลาดเสรีที่อิงตามราคาตลาดภูมิภาคสิงคโปร์ และผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว

5. ความเสี่ยงด้านภาระหนี้สิน ดอกเบี้ย และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX & Financial Leverage)

ตัวชี้วัดกระตุ้น (Trigger): อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินทรงตัวในระดับสูง หรือค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็วเกิน ฿37.00/USD เนื่องจากไทยออยล์มีหนี้สินเงินกู้และหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐเพื่อใช้ในโครงการ CFP
แนวทางบริหารจัดการ: การมีรายได้บางส่วนผูกกับดอลลาร์สหรัฐ (Natural Hedge) และการทำสัญญา Cross Currency Swap ควบคู่กับการคงอัตราส่วนหนี้สิน Net IBD/Equity ให้อยู่ในกรอบปลอดภัยต่ำกว่า 1.00x

6. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้า (Energy Transition & EV Adoption)

ตัวชี้วัดกระตุ้น (Trigger): ส่วนแบ่งตลาดยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV ในประเทศไทยเติบโตเกินกว่า 25% ภายในปี 2030 ซึ่งจะกระทบต่ออัตราการเติบโตของการใช้น้ำมันเบนซิน
แนวทางบริหารจัดการ: โครงการ CFP ถูกออกแบบมาเพื่อลดสัดส่วนน้ำมันเบนซินและเน้นการผลิตน้ำมันดีเซล Euro 5, น้ำมันอากาศยาน Jet A-1 และสารตั้งต้นปิโตรเคมี พร้อมต่อยอดสู่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF)

การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินปัจจัยภายในและปัจจัยแวดล้อมภายนอกองค์กร

Strengths (จุดแข็ง)

  • เป็นโรงกลั่นคอมเพล็กซ์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย กำลังกลั่น 275,000 บาร์เรล/วัน มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำจากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
  • ห่วงโซ่มูลค่าเชื่อมโยงครบวงจร ทั้งโรงกลั่น น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน ปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม
  • มี ปตท. (PTT) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 45.03% สร้างเสถียรภาพในการจัดหาน้ำมันดิบและช่องทางจำหน่ายผ่านเครือข่ายสถานีบริการ
  • ทำเลที่ตั้งยุทธศาสตร์ศรีราชา มีทุ่นผูกเรือน้ำลึก SPM กลางทะเลและโครงข่ายระบบท่อส่งน้ำมันหลักเชื่อมโยงสู่ใจกลางประเทศ

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • ผลการดำเนินงานผันผวนสูงตามวงจรค่าการกลั่น (GRM) และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลก
  • ภาระหนี้สินทางการเงินระดับสูงจากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการ CFP ที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง
  • กำไรจากกลุ่มปิโตรเคมียังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังการผลิตส่วนเกินในภูมิภาคเอเชีย
  • ความเสี่ยงจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) ทางบัญชีในบางไตรมาสที่ราคาน้ำมันดิบปรับลงแรง

Opportunities (โอกาส)

  • การเปิดดำเนินงานโครงการ CFP ในปี 2571 จะเพิ่มกำลังกลั่นเป็น 400,000 BPD และยกระดับค่าการกลั่นถาวรขึ้นอีก $3.5–4.0/bbl
  • ความต้องการน้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) เติบโตต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย
  • โอกาสการขยายตลาดเคมีภัณฑ์และสารทำละลายในอินโดนีเซียและเวียดนามที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง
  • การต่อยอดสู่น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) จากน้ำมันพืชใช้แล้ว

Threats (อุปสรรค)

  • การแทรกแซงราคาขายน้ำมันหน้าโรงกลั่นและการขอความร่วมมือส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันจากภาครัฐ
  • กำลังการกลั่นใหม่ขนาดใหญ่จากจีนและตะวันออกกลางที่ทยอยเปิดดำเนินการในภูมิภาค กดดันค่าการกลั่น
  • การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก
  • ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้าที่อาจกดดันอุปสงค์การบริโภคพลังงานในระยะยาว

มุมมองนักลงทุน (Investor View)

สรุปมูลค่าที่เหมาะสม มุมมองจากโบรกเกอร์ และเช็คลิสต์การติดตามผลการดำเนินงาน
ราคาตลาดปัจจุบัน
฿67.00
ข้อมูล ณ 13 ตุลาคม 2026(SET Factsheet)
IAA CONSENSUS TARGET
฿70.00 – ฿83.00
กรอบราคาเป้าหมายจากสมาคมนักวิเคราะห์(Settrade)
UPSIDE POTENTIAL (BASE/BULL)
+10.4% ถึง +23.9%
ยังไม่รวม Dividend Yield อีก ~4.8–5.4%(Settrade)

มุมมองและราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ (IAA Consensus)

สรุปคำแนะนำและราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ — แหล่งที่มา: Settrade IAA Consensus
บริษัทหลักทรัพย์คำแนะนำราคาเป้าหมาย (บาท)ประเด็นสำคัญเชิงวิเคราะห์
บล.กรุงศรีซื้อ (BUY) - Top Pick83.00คาดกำไรปี 2026–2028F เติบโตเด่นจากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่ง และมองข้ามไปยังอัพไซด์มหาศาลหลังโครงการ CFP เปิดดำเนินการ
บล.ทรีนีตี้ซื้อเก็งกำไร (Trading Buy)74.00ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว งบดุลแข็งแรงขึ้น และได้รับแรงหนุนจากเงินปันผลระหว่างกาลระดับสูง
บล.เคจีไอ (KGI)Outperform / ซื้อ70.00การประเมินมูลค่าหุ้นที่ P/BV เพียง 0.74 เท่า อยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับ ROE และศักยภาพการสร้างกระแสเงินสด
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)ซื้อ (BUY)70.00ค่าการกลั่นอยู่ในช่วงฟื้นตัวต่อเนื่อง และความเสี่ยงทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บล.เอเซียพลัสทยอยสะสม (Accumulate)68.00แนะนำทยอยสะสมเพื่อรับเงินปันผลสูง และรอความชัดเจนของการเปิดดำเนินงานโครงการ CFP

เช็คลิสต์ 5 ข้อสำหรับติดตามผลการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป (Monitoring Checklist)