บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) รายงานกำไรสุทธิงวด 1H2026 แตะ ฿3,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% YoY โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 ทำกำไรสุทธิ ฿1,533.2 ล้านบาท (+18.3% YoY) ได้รับแรงหนุนจาก Net Interest Margin (NIM) ที่ขยายตัวแตะ 16.2% ควบคู่กับการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัยค่าธรรมเนียมสูง และการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตราหนี้เสีย NPL ลดลงเหลือ 1.54% พร้อมทั้ง NPL Coverage Ratio สูงถึง 322% โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม Non-Bank ของประเทศไทย
| หัวข้อข้อมูล | รายละเอียด | แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ |
|---|---|---|
| ชื่อบริษัทจดทะเบียน | บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (เดิมชื่อ บมจ. เงินติดล้อ) | SET Profile |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | ธุรกิจการเงิน (Financials) / เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) | SET Classification |
| บริษัทย่อยหลักที่ประกอบธุรกิจ | บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) (ถือหุ้น 99.99%) ดำเนินธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย | TIDLOR Structure |
| วันเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) | 10 พฤษภาคม 2564 (IPO เงินติดล้อ) / ปรับโครงสร้างโฮลดิ้งส์ 15 พ.ค. 2568 | SET Listing Data |
| โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 อันดับแรก | 1. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (46.51%) 2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (4.87%) 3. กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง (3.49%) 4. HOTAI FINANCE CO., LTD. (3.08%) | SET Major Shareholders |
| ผู้บริหารระดับสูง | นายสมเกียรติ สังข์ขาวเขียน (ประธานกรรมการ) / นายสิริพงศ์ สุภาพร (กรรมการผู้จัดการ) | TIDLOR Management |
| นโยบายการจ่ายเงินปันผล | ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวมหลังหักภาษีเงินได้และทุนสำรองตามกฎหมาย | SET Dividend Policy |
บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) ดำเนินธุรกิจผ่านโครงสร้าง Holding Company โดยมีบริษัทย่อยหลักคือ บมจ. เงินติดล้อ ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน และธุรกิจนายหน้าประกันภัยแบบครบวงจร มุ่งเน้นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส (Financial Inclusion) แก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระ
| กลุ่มธุรกิจ / สายผลิตภัณฑ์ | แบรนด์ที่ให้บริการ | สัดส่วนพอร์ต/รายได้ | ลักษณะการดำเนินงานและจุดเด่น |
|---|---|---|---|
| 1. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ (Auto Title) | เงินติดล้อ, บัตรติดล้อ | ~46.0% ของพอร์ต | สินเชื่อทะเบียนรถกระบะ รถเก๋ง และรถตู้ วงเงินเฉลี่ย 100,000 - 250,000 บาท LTV ต่ำ ความเสี่ยงต่ำ |
| 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุก (Truck Title) | เงินติดล้อ | ~19.0% ของพอร์ต | สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์รายย่อย วงเงินเฉลี่ยสูงและมีระยะเวลาผ่อนชำระนาน |
| 3. สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ (Motorcycle) | เงินติดล้อ, บัตรติดล้อ | ~18.0% ของพอร์ต | สินเชื่อที่มีสภาพคล่องสูง หมุนเวียนเร็ว ผูกกับบัตรติดล้อเพื่อกดเงินสดสะดวก 24 ชม. |
| 4. ธุรกิจนายหน้าประกันภัย (InsurTech Broker) | ประกันติดโล่, อารีเกเตอร์, heygoody | ~12.0% (17% ของรายได้) | นายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต |
| 5. สินเชื่อโฉนดที่ดินและอื่นๆ (Land Title & Others) | เงินติดล้อ | ~5.0% ของพอร์ต | สินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะยาวสำหรับเกษตรกรและผู้ค้ารายย่อย อัตราหนี้เสียต่ำมาก |
TIDLOR สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งทั่วไปด้วย 3 เสาหลักทางเทคโนโลยี:
ผลการดำเนินงานของ TIDLOR สะท้อนการเติบโตอย่างมั่นคงและมีคุณภาพ โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก ฿18,972 ล้านบาทในปี 2566 เป็น ฿22,161 ล้านบาทในปี 2567 และ ฿23,538 ล้านบาทในปี 2568 ล่าสุดสำหรับงวด 12 เดือนย้อนหลัง (TTM สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569) รายได้รวมแตะ ฿24,359 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ TTM ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ ฿5,656 ล้านบาท ขยายตัวตามพอร์ตสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัย
| รายการทางการเงิน (฿ ล้าน) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | YoY (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม (Total Revenue) | 18,972 | 22,161 | 23,538 | 11,392 | 12,213 | +7.20% |
| — รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม | 15,936 | 18,615 | 19,536 | 9,455 | 10,015 | +5.92% |
| — รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ (ประกันภัย) | 2,836 | 3,346 | 3,802 | 1,837 | 2,098 | +14.21% |
| — รายได้อื่น | 200 | 200 | 200 | 100 | 100 | 0.00% |
| ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม | 11,122 | 13,441 | 14,178 | 6,872 | 7,023 | +2.20% |
| กำไรก่อนหักสำรอง (EBITDA / PPOP) | 7,850 | 8,720 | 9,360 | 4,520 | 5,190 | +14.82% |
| ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) | 3,112 | 3,432 | 3,106 | 1,402 | 1,256 | -10.41% |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ | 3,790 | 4,230 | 5,003 | 2,494 | 3,147 | +26.18% |
โครงสร้างงบดุลของ TIDLOR มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ของกลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีจำนวน ฿114,750 ล้านบาท โดยมากกว่า 95% เป็นลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิที่มีคุณภาพสูง ฝั่งหนี้สินรวมอยู่ที่ ฿79,469 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินกู้ยืมสถาบันการเงินและหุ้นกู้ระยะสั้น-ยาว และส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ ฿35,281 ล้านบาท (ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ ฿35,084 ล้านบาท)
| รายการทางงบดุล (฿ ล้าน) | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 | การเปลี่ยนแปลง (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อสุทธิ | 94,250 | 100,580 | 106,850 | 108,920 | +1.94% |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 1,420 | 1,610 | 1,840 | 1,860 | +1.09% |
| สินทรัพย์อื่น | 4,478 | 4,345 | 4,035 | 3,970 | -1.61% |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 100,148 | 106,535 | 112,725 | 114,750 | +1.80% |
| เงินกู้ยืมสถาบันการเงินและตั๋วสัญญาใช้เงิน | 28,450 | 29,120 | 30,450 | 30,850 | +1.31% |
| หุ้นกู้ระยะสั้นและระยะยาวสุทธิ | 38,620 | 42,150 | 44,280 | 44,320 | +0.09% |
| หนี้สินอื่น | 4,654 | 4,738 | 4,515 | 4,299 | -4.78% |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 71,724 | 76,008 | 79,245 | 79,469 | +0.28% |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) | 28,424 | 30,527 | 33,480 | 35,281 | +5.38% |
| การตรวจสอบสมการบัญชี (Assets - Liab - Equity) | 0 | 0 | 0 | 0 | สมดุล 100% |
TIDLOR มีความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินต่ำที่สุดในบรรดาผู้ประกอบการสินเชื่อ Non-Bank ขนาดใหญ่ โดยอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.25 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IB Debt / Equity) อยู่ที่ 1.85 เท่า ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 2.15 เท่าในปี 2566 และต่ำกว่าเกณฑ์ข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ (Bond Covenant) ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 4.50 เท่า อย่างปลอดภัย
| ตัวชี้วัดด้านหนี้สิน | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 | เกณฑ์กำหนด (Covenant) |
|---|---|---|---|---|---|
| หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total D/E) | 2.52x | 2.49x | 2.37x | 2.25x | ≤ 4.50x |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity) | 2.15x | 2.04x | 1.95x | 1.85x | ≤ 4.00x |
| หนี้สินสุทธิที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Net IB D/E) | 2.05x | 1.95x | 1.87x | 1.76x | ไม่เกินกรอบความเสี่ยง |
| อันดับความน่าเชื่อถือองค์กรและหุ้นกู้ | A (Stable) | A (Stable) | A+ (Stable) | A+ (Stable) | Investment Grade |
โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อของ TIDLOR มีการกระจายตัวที่ดีเยี่ยม โดยมีสัดส่วนหลักมาจากสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ 4 ล้อ (รถกระบะและรถเก๋ง) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงของหลักประกันสูง คิดเป็น 46.0% ของพอร์ต ตามด้วยสินเชื่อทะเบียนรถบรรทุก 19.0% สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ 18.0% ธุรกิจนายหน้าประกันภัย 12.0% และสินเชื่อโฉนดที่ดิน 5.0%
| สายธุรกิจ / หลักประกัน | สัดส่วน (%) | มูลค่าพอร์ต (฿ ล้าน) | อัตราผลตอบแทน (Yield) | อัตราหนี้เสีย (NPL) |
|---|---|---|---|---|
| สินเชื่อทะเบียนรถ 4 ล้อ (Car & Pickup) | 46.0% | 51,767 | ~16.0% - 19.0% | ~1.30% |
| สินเชื่อทะเบียนรถบรรทุก (Truck Loans) | 19.0% | 21,382 | ~14.5% - 17.0% | ~2.10% |
| สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ (Motorcycle) | 18.0% | 20,257 | ~18.0% - 22.0% | ~1.65% |
| ธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Insurance Broker) | 12.0% | 13,505 (เทียบเท่า) | Fee Margin ~20-25% | 0.00% (ไม่มีเสี่ยงสินเชื่อ) |
| สินเชื่อโฉนดที่ดินและอื่นๆ (Land Title) | 5.0% | 5,627 | ~14.0% - 15.5% | ~0.85% |
| รวมพอร์ตสินเชื่อคงค้าง | 100.0% | 112,538 | NIM รวม 16.2% | NPL เฉลี่ย 1.54% |
TIDLOR มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 20% ของกำไรสุทธิ โดยในอดีตบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดควบคู่กับหุ้นปันผลเพื่อรักษาเงินทุนสำหรับการขยายตัวของพอร์ต อย่างไรก็ดี ในปี 2569 บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การคืนกำไรแก่ผู้ถือหุ้นในรูปแบบเงินสดเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงถึง ฿0.69 ต่อหุ้น (XD วันที่ 2 มิ.ย. 2569) พร้อมดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) วงเงิน 2,400 ล้านบาท
| รอบผลประกอบการ | วันขึ้นเครื่องหมาย (XD) | เงินปันผลต่อหุ้น (บาท) | รูปแบบการจ่าย | Payout Ratio (%) |
|---|---|---|---|---|
| งวดปี 2566 (FY2023) | 19 เม.ย. 2566 | 0.292 | เงินสด + หุ้นปันผล | 21.8% |
| งวดปี 2567 (FY2024) | 24 เม.ย. 2567 | 0.268 | เงินสด + หุ้นปันผล | 20.5% |
| งวดปี 2568 (FY2025) | 8 ธ.ค. 2568 | 0.340 | เงินสด | 22.4% |
| งวดระหว่างกาลปี 2569 (1Q26) | 2 มิ.ย. 2569 | 0.690 | เงินสดเต็มจำนวน | ~38.5% |
เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม Non-Bank Consumer Finance (MTC และ SAWAD) รวมถึง KTC ซึ่งเน้นบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล TIDLOR มีจุดเด่นด้าน คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีที่สุดอย่างชัดเจน ด้วย NPL Ratio เพียง 1.54% (เทียบกับ MTC 2.61% และ SAWAD ~3.5%) และมี NPL Coverage Ratio สูงถึง 322% (สูงกว่า MTC ที่ 142.6% และ SAWAD ที่ ~55%) ขณะที่ซื้อขายบน Valuation P/E ที่ 9.22x ซึ่งมีส่วนต่างน่าสนใจเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรในระดับกว่า 20%
| หลักทรัพย์ | Market Cap (฿M) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Div. Yield (%) | พอร์ตสินเชื่อ (฿M) | NPL Ratio (%) | NPL Coverage (%) | TRIS Rating |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| TIDLOR | 51,837 | 9.22x | 1.47x | 1.91% | 112,538 | 1.54% | 322% | A+ (Stable) |
| MTC | 62,010 | 8.57x | 1.35x | 0.99% | 188,699 | 2.61% | 142.6% | BBB+ (Stable) |
| SAWAD | 37,716 | 6.99x | 1.10x | 3.50% | 102,400 | ~3.50% | ~55% | BBB+ (Stable) |
| KTC | 96,043 | 11.40x | 2.45x | 3.20% | 106,500 | 1.95% | 395% | AA- (Stable) |
ผู้บริหาร TIDLOR ตั้งเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569–2570 โดยเน้นการขยายพอร์ตสินเชื่อคุณภาพ 5–10% YoY พร้อมรักษาอัตราหนี้เสีย NPL ไม่ให้เกิน 1.65% ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญประกอบด้วย:
| ช่วงเวลา | หมุดหมายสำคัญ | ผลกระทบที่คาดการณ์ต่องบการเงิน | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|---|
| 4Q2026 | โครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) วงเงิน ฿2,400 ล้านบาท ครบกำหนด | เพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) และผลักดัน ROE สูงขึ้น 80–120 bps | TIDLOR Press Release |
| 1H2027 | การต่ออายุหุ้นกู้ชุดใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วที่ต่ำลงตามเรทติ้ง A+ | ลดต้นทุนทางการเงินรวมลง 15–25 bps หนุนกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง | ThaiBMA Schedule |
| 2H2027 | การขยายแพลตฟอร์ม InsurTech สู่ตลาดภูมิภาค CLMV ผ่านเครือข่าย MUFG | เปิดโอกาสสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมสกุลเงินต่างประเทศในระยะยาว | TIDLOR Strategy 2027 |
| ประเภทความเสี่ยง | ลักษณะความเสี่ยง | ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Trigger) | มาตรการบริหารและลดความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| 1. ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) | ภาวะหนี้ครัวเรือนระดับสูงและค่าครองชีพกระทบความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้ารายย่อย | NPL Ratio พุ่งสูงเกิน 1.80% หรืออัตราส่วนลูกหนี้ Stage 2 ปรับขึ้นเกิน 15% | ใช้เกณฑ์ Risk-Based Pricing, การประเมิน LTV ที่รัดกุม และระบบ AI คัดกรองเครดิต |
| 2. ความเสี่ยงราคารถมือสอง (Used Car Price Risk) | ราคารถยนต์และรถบรรทุกมือสองตกต่ำ กระทบต่อผลขาดทุนจากการจำหน่ายรถยึด | ดัชนีราคารถยนต์มือสองปรับลดลงเกิน 10% YoY | กำหนดวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) เฉลี่ยไม่เกิน 60–70% มีส่วนต่างรองรับเพียงพอ |
| 3. ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล (Regulatory Risk) | ธปท. หรือ สคบ. อาจปรับลดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อทะเบียนรถ หรือเข้มงวดการคิดค่าธรรมเนียม | การประกาศเกณฑ์กำกับดูแลสัญญาเช่าซื้อหรือสินเชื่อจำนำทะเบียนฉบับใหม่ | กระจายโครงสร้างรายได้สู่ธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ไม่อยู่ใต้เกณฑ์เพดานดอกเบี้ย |
| 4. ความเสี่ยงด้านการแข่งขัน (Competition Risk) | ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ลงมาแข่งขันในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถอย่างรุนแรง | การปรับลดอัตราดอกเบี้ยและโปรโมชันเงินกู้ของธนาคารคู่แข่ง | สร้างความได้เปรียบด้วย “บัตรติดล้อ” และระบบอนุมัติที่รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง |
| 5. ความเสี่ยงสภาพคล่องและการรีไฟแนนซ์ (Refinancing Risk) | ความผันผวนของตลาดตราสารหนี้อาจส่งผลกระทบต่อการออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อทดแทนชุดเดิม | ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ (Credit Spread) ของกลุ่ม Non-Bank ปรับตัวกว้างขึ้น | มีวงเงินสินเชื่อสำรอง (Standby Credit Lines) จากกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) รองรับ |
| 6. ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและไซเบอร์ (Cyber & IT Risk) | ระบบแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มบัตรติดล้อหยุดชะงัก หรือเกิดเหตุข้อมูลลูกค้ารั่วไหล | ระบบล่มเกิน 0.1% ต่อเดือน หรือมีรายงานการโจมตีทางไซเบอร์ | ลงทุนในระบบ Cloud Security ตามมาตรฐาน ISO 27001 และทำการทดสอบ Pen Test สม่ำเสมอ |
TIDLOR เป็นหุ้นที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม Non-Bank Consumer Finance จากสถานะงบดุลที่มั่นคง ปราศจากปัญหา Overhang ด้านคุณภาพหนี้เสียด้วย NPL เพียง 1.54% และ Coverage Ratio สูงถึง 322% ประกอบกับการมีอันดับเครดิต TRIS A+ ทำให้บริษัทเป็นผู้รับประโยชน์สูงสุดจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ P/E 9.22 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และต่ำกว่าราคาเป้าหมายเฉลี่ยของ IAA Consensus ที่ ฿23.00 (Upside +32.9%)