รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น TACC — บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)

ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม ผงชง และตู้จ่ายเครื่องดื่มให้ 7-Eleven ร่วมพัฒนากับ CPALL สัดส่วน B2B 88.5% ของรายได้ปี 2025 กำไรสุทธิ 1H2026 เพิ่ม 34.0% YoY แต่ลูกค้ารายเดียวคิดเป็น 90% ของยอดขาย ไม่มีประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลปี 2026 และอยู่ในตลาด mai รอย้ายไป SET พร้อมการวิเคราะห์ Bull / Base / Bear
Sector: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)ราคาล่าสุด ฿6.3Market Cap ฿3,830.4 ล้านP/E 10.90 · P/BV 4.45Dividend Yield ~6.59%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลตลาดปิด 9 ต.ค. 2026 · งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026 · หน่วยเป็นล้านบาท หากไม่ระบุเป็นอย่างอื่น

กำไรสุทธิ 1H2026 (ส่วนบริษัทใหญ่)
203.98 ล้านบาท
+34.0% YoY จาก 152.20(MD&A 2Q26)
รายได้จากการขาย 1H2026
1,321.45 ล้านบาท
+19.3% YoY จาก 1,107.66(งบ 2Q26)
EBITDA 1H2026 (PBT + ดอกเบี้ย + ค่าเสื่อม)
273.81 ล้านบาท
+29.3% YoY จาก 211.77 (our calc)(งบ 2Q26)
เงินสดสุทธิ (หักหนี้สินตามสัญญาเช่า)
169.58 ล้านบาท
เงินสด 207.04 − หนี้สินเช่า 37.46(งบ 2Q26)
TTM กำไรสุทธิ · EV/EBITDA (SET)
350.95 ล้านบาท · 7.65x
TTM EBITDA 478.37 (our calc)(SET)
ปันผลรวมปีบัญชี 2025
0.42 บาท
งวดกลางปี 0.21 + ปลายปี 0.21 · ไม่มีประกาศงวดกลางปี 2026(SET)

บทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารและนักลงทุน

TACC โตเร็วใน 1H2026 รายได้จากการขายเพิ่ม 19.3% และกำไรสุทธิเพิ่ม 34.0% แต่ส่วนใหญ่มาจากการคุมค่าใช้จ่ายและการเพิ่มยอดขายในช่องทาง 7-Eleven อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลงเล็กน้อยจาก 32.22% เป็น 31.97% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวม 169.51 ล้านบาท ลดลงจาก 170.78 ล้านบาทปีก่อน ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านบาท บริษัทพึ่งลูกค้ารายเดียว (CPALL) ราว 90% ของยอดขาย และงวดนี้ไม่มีการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลเหมือนปี 2025

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม (Key Takeaways)

1) การเติบโตมาจากลูกค้ารายเดียว: ยอดขาย B2B คิดเป็น 88.5% ของรายได้จากการดำเนินงานปี 2025 และ CPALL คิดเป็น 90% ของรายได้ตามหมายเหตุงบปี 2025 สัญญาพิเศษ 3 ปีอยู่ในรอบ 2024–2027 การต่อสัญญารอบถัดไปคือตัวแปรสำคัญที่สุด (56-1 One Report 2025 หัวข้อความเสี่ยง)
2) ไม่มีประกาศปันผลระหว่างกาล 1H2026: ปี 2025 บริษัทประกาศจ่ายงวด 1H พร้อมงบ 2Q25 (8 ส.ค. 2025) แต่งบ 2Q26 (6 ส.ค. 2026) และรายการเหตุการณ์หลังงวดไม่มีการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล (งบ 2Q26 หมายเหตุ 15) ตามรายการ SET News ณ 10 ต.ค. 2026 ยังไม่มีประกาศ สาเหตุไม่ได้ระบุในเอกสารที่ตรวจ
3) การย้ายตลาดจาก mai ไป SET รอการอนุมัติ: คณะกรรมการอนุมัติยื่นขอย้ายหลักทรัพย์จาก mai มายัง SET เมื่อ 16 ก.ค. 2026 ยังต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติจากหน่วยงานกำกับ (งบ 2Q26 หมายเหตุ 15)
4) มูลค่าเมื่อหักเงินลงทุนระยะสั้นที่เป็นกองทุนรวม: EV ตาม SET 3,660.33 ล้านบาท (7.65x TTM EBITDA) แต่ถ้าหักเงินลงทุนชั่วคราวในกองทุนรวม 322.76 ล้านบาทด้วย EV จะเหลือประมาณ 3,337.57 ล้านบาท หรือ 6.98x (our calc)
5) ต้นทุนวัตถุดิบและผู้รับจ้างผลิต: ผู้รับจ้างผลิต 9 รายคิดเป็น 90% ของการซื้อสินค้าสำเร็จรูปปี 2025 และบริษัทระบุราคากาแฟและวัตถุดิบเกษตรเป็นความเสี่ยงหลัก (One Report 2025 Risk 2–3)

กรณีเชิงรุก (Bull Case)

  • กำไรสุทธิ 2H2026 โตเร็วกว่าปีก่อน 20% (ตามสมมติฐาน ไม่ใช่การพยากรณ์) ทำให้ NP 2026 ประมาณ 380 ล้านบาท
  • ตลาด mai → SET สำเร็จและ P/E ขยับเข้าใกล้กลุ่ม ICHI 13.5x
  • มูลค่าต่อหุ้นประมาณ 8.24 บาท (+31%, our calc ดูหัวข้อที่ 13)

กรณีฐาน (Base Case)

  • 2H2026 เท่ากับ 2H2025 (146.97 ล้านบาท) → NP 2026 ประมาณ 351 ล้านบาท เท่ากับ TTM ปัจจุบัน
  • P/E 11 เท่า ให้มูลค่าประมาณ 6.43 บาท ใกล้ราคาตลาด 6.30 บาท (+2%, our calc)
  • ราคาขึ้นต่อไปต้องมาจากการเติบโตของกำไรมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของตัวคูณ

กรณีระมัดระวัง (Bear Case)

  • 2H2026 ลดลง 35% YoY จากการลดยอดขายของ CPALL หรือการแข่งขัน ทำให้ NP 2026 ประมาณ 300 ล้านบาท
  • P/E 9 เท่า ให้มูลค่าประมาณ 4.49 บาท (−29%, our calc)
  • ถ้ามีการยกเลิกหรือไม่ต่อสัญญาพิเศษกับ CPALL รอบ 2024–2027 ตัวเลขนี้เป็นฐานที่ควรจับตาเป็นอันดับแรก
ตัวคูณ 9x / 11x / 13x และสมมติฐาน 2H2026 เป็นการเลือกของผู้จัดทำ อ้างอิง P/E ปัจจุบัน 10.90x และกลุ่ม ICHI 13.50x, SAPPE 14.37x ไม่ใช่ราคาเป้าหมายจากโบรกเกอร์

Factsheet ข้อมูลสรุปบริษัท

ข้อมูลตลาดและการจดทะเบียน ณ ปิด 9 ต.ค. 2026 (SET อัปเดต 10 ต.ค. 2026 03:20 น.)

ราคาปิด
฿6.30
52 สัปดาห์: 4.64 – 6.75 บาท(SET)
มูลค่าตลาด
3,830.40 ล้านบาท
608 ล้านหุ้น × 6.30 บาท(SET)
P/E · P/BV
10.90x · 4.45x
BVPS 1.42 บาท(SET)
EV · EV/EBITDA (SET)
3,660.33 · 7.65x
EBITDA TTM 478.37 (SET ใช้ TTM เป็นตัวหาร)(SET)
Dividend yield (YTD ตาม SET)
6.59%
ฐานการคำนวณของ SET ยังไม่ตรงกับเอกสาร(SET)
Free float
77.28%
ณ 16 มี.ค. 2026(SET)
ต่างชาติถือหุ้น
1.47%
เพดานต่างชาติ 49.00% · ณ 9 ต.ค. 2026(SET)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 1
14.77%
นายชัชชวี วัฒนสุข (89.81 ล้านหุ้น) ณ 5 ส.ค. 2026(SET)
หัวข้อข้อมูล รายละเอียด
ชื่อบริษัท บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) / T.A.C. Consumer Public Company Limited (ตัวย่อ TACC)
ตลาดหลักทรัพย์ mai (ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ) · จดทะเบียน 2 ธ.ค. 2558 · คณะกรรมการอนุมัติยื่นย้ายไป SET เมื่อ 16 ก.ค. 2026 รอการอนุมัติ
กลุ่มอุตสาหกรรม (SET) เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) · หมวดย่อยไม่ระบุ
ก่อตั้ง 28 มี.ค. 2545
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 152.00 ล้านบาท · 608 ล้านหุ้น พาร์ 0.25 บาท · หุ้นซื้อคืนคงเหลือ 8 ล้านหุ้น (ณ 30 มิ.ย. 2026) ราคาต้นทุน 35.83 ล้านบาท
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายชัชชวี วัฒนสุข (ลงนามใน MD&A)
ผู้สอบบัญชี EY Office Ltd. · งบ 2Q26 สอบทาน ไม่พบประเด็นเพิ่มเติม
การกำกับดูแลกิจการ ผ่านการรับรอง CAC · CGR 5 ดาว (ปี 2025)
สำนักงานใหญ่ อาคาร MS Siam Tower ถนนพระราม 3 เขตยานนาวา กรุงเทพฯ (ย้ายจาก UM Tower มีผล 3 เม.ย. 2026)
นโยบายปันผล จ่ายไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย (มีเงื่อนไขเพิ่มเติม)
ตาม SET หุ้นตัวนี้อยู่ในตลาด mai ไม่ใช่ SET หมวดธุรกิจของ SET คือ เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ไม่ใช่หมวดจากทะเบียนอื่นที่เขียนว่า Consumer Non-Durables / Food: Specialty/Candy · Dividend yield 6.59% ของ SET ไม่ตรงกับการคำนวณจาก DPS ที่เปิดเผยในทุกฐาน (FY2025 declared 0.42 ÷ 6.30 = 6.67%, จ่ายจริงในปี 2025 0.40 ÷ 6.30 = 6.35%, TTM จ่ายจริง 0.21 ÷ 6.30 = 3.33%, our calc) จึงแสดงตามตัวเลข SET และไม่ยืนยันฐานของ SET

ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

TACC ก่อตั้งเพื่อดำเนินธุรกิจตู้จ่ายเครื่องดื่มเย็นใน 7-Eleven โดยพัฒนาร่วมกับ CPALL ปัจจุบันรายได้หลักมาจากการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มผงชงและตู้จ่ายเครื่องดื่มให้ 7-Eleven (B2B) ซึ่งเป็นสัดส่วนราว 88.5% ของรายได้ ขณะที่ธุรกิจแบรนด์เอง (B2C) ยังมีสัดส่วนเพียงราว 11% แต่เติบโตเร็วกว่า บริษัทซื้อสินค้าสำเร็จรูปจากโรงงานรับจ้างผลิตเป็นหลัก มีโรงงานผงชงของตัวเองที่บ้านบึง จ.ชลบุรี ตั้งแต่ปี 2556 (56-1 One Report 2025 ส่วนที่ 1.1)

โมเดลธุรกิจ TACC: โรงงานรับจ้างผลิต, TACC, B2B กับ 7-Eleven, B2C แบรนด์เอง
แผนภาพจัดทำโดยผู้จัดทำรายงาน ข้อมูลจาก 56-1 One Report 2025 ส่วนที่ 1.2 และ 2.2

1. ธุรกิจ B2B: ร่วมพัฒนากับ 7-Eleven (CPALL)

ผลิตภัณฑ์หลักคือตู้จ่ายเครื่องดื่มเย็น (สูตรหลักคือ Iced Espresso, Milk Tea และ Iced Latte ภายใต้ชื่อ 7-Select) กาแฟผงสำเร็จรูป All Cafe (4 รสหลัก เช่น Milk Tea, Matcha Green Tea Latte, Lemon Tea, Taiwanese Milk Tea) และตู้เครื่องดื่มร้อนอัตโนมัติ ซึ่งสิ้นปี 2025 มี 429 เครื่อง ส่วนใหญ่อยู่ที่ปั๊ม PTT และขายแก้วละ 17 บาท (One Report 2025 ส่วนที่ 1.2.2)

2. ธุรกิจ B2C: แบรนด์เองและคาเฟ่

แบรนด์ / สายผลิตภัณฑ์ ลักษณะ
ณ อรุณ (Na-Arun) เครื่องดื่มผงชงสำเร็จรูปบรรจุซอง 500 กรัม ขายในออสเตรเลีย เวียดนาม และช่องทางร้านกาแฟในประเทศ
TRIVA (ทรีว่า) น้ำผลไม้เข้มข้นสูงสุด 30% เนื้อผลไม้ 5 รส และชนิดผงชง 3-in-1
HAY เยลลี่คอนยัก (konjac jelly)
BLOSS NATURA ผลิตภัณฑ์ความงามและอาหารเสริมชนิดดื่ม บันทึกค่าเผื่อด้อยค่าเครื่องหมายการค้า 18.4 ล้านบาทในปี 2025 (ตาม MD&A)
คาเฟ่และร้านอาหาร Cafe Phanthai, Black Canyon และ Puan Thai Coffee ตามที่บริษัทระบุในกลุ่มธุรกิจคาเฟ่
ธุรกิจลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูน ตัวแทนอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนในไทยและอาเซียนตะวันออกเฉียงใต้ เช่น Mah Ja, Warbie Yama, Bellygom, Pangpond

3. การผลิตและโรงงานรับจ้าง

โรงงานผงชงของบริษัทที่บ้านบึง จ.ชลบุรี กำลังการผลิต 2,010 ตัน ใช้ไป 71% (ปีอ้างอิงของตัวเลขนี้ไม่ได้ระบุชัดในข้อความที่อ่าน) ส่วนที่เหลือซื้อจากโรงงานรับจ้างผลิต 9 รายใน ราชบุรี อยุธยา ระยอง และสมุทรปราการ ซึ่งคิดเป็น 90% ของการซื้อสินค้าสำเร็จรูปปี 2025 (ปี 2024 เท่ากับ 94%) (One Report 2025 Risk 2) ได้รับรองระบบ FSSC 22000 ที่โรงงานบ้านบึง

4. บริษัทย่อยและการขยายธุรกิจ

ข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน (unverified)

งบ 2Q26 MD&A ระบุว่าคณะกรรมการอนุมัติ “การลงทุนในบริษัทร่วม” (an investment in an associate) ในไตรมาส 2/2026 แต่งบการเงินรวม ณ 30 มิ.ย. 2026 ไม่มีรายการเงินลงทุนในบริษัทร่วม และหมายเหตุระบุเฉพาะ TACC Plus ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จึงยังกระทบยอดไม่ได้ (n/a)

5. ช่องทางจำหน่ายและลูกค้า

รายได้ 1H2026 มาจาก 7-Eleven ราว 85% และช่องทางอื่น 15% ตาม MD&A 2Q26 ยอดขายในประเทศคิดเป็น 99.33% ของรายได้ปี 2025 ส่วนที่เหลือคือกัมพูชาและลาว ซึ่งขาย 7-Eleven ผ่านตู้เครื่องดื่มเช่นกัน (One Report 2025 ส่วนที่ 1.2.1)

ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

งบรวม · FY2023–FY2025 และงวด 1H2025 / 1H2026 · TTM ณ 30 มิ.ย. 2026 · หน่วยล้านบาท

รายการ FY2023 FY2024 FY2025 1H2025 1H2026 TTM มิ.ย. 2026
รายได้จากการขายและบริการ 1,713.66 1,953.84 2,399.27 1,107.66 1,321.45 2,613.07
กำไรขั้นต้น (ตามรายได้จากการขาย) 560.59 649.15 770.87 356.85 422.42 836.44
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 32.71 33.22 32.13 32.22 31.97 32.01
ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 307.58 346.15 399.01 170.78 169.51 397.74
EBITDA (our calc) 281.87 348.33 416.33 211.77 273.81 478.37
EBITDA margin (%) 16.45 17.83 17.35 19.12 20.72 18.31
กำไรก่อนภาษี 256.67 318.52 381.04 191.16 256.13 446.01
ภาษีเงินได้ 52.03 74.95 82.17 39.00 52.16 95.33
กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ 206.62 247.29 299.17 152.20 203.98 350.95
อัตรากำไรสุทธิ (% ของรายได้จากการขาย) 12.06 12.66 12.47 13.74 15.44 13.43
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.3405 0.4121 0.4986 0.2537 0.3400 0.5849
หมายเหตุ: TTM = FY2025 + 1H2026 − 1H2025 (our calc) · กำไรต่อหุ้นใช้จำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 600 ล้านหุ้น (ไม่รวมหุ้นซื้อคืน 8 ล้านหุ้น) · รายได้ตามงบตรงกับ SET factsheet ทุกงวด · ยอด “รายได้รวม” ของ SET factsheet ต่างจากงบประมาณ 0.4–2.2 ล้านบาทในทุกงวด ยังไม่ระบุฐานที่ใช้
รายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
ที่มา: งบ 2Q26, งบปี 2025 · EBITDA = our calc
อัตรากำไร EBITDA และกำไรสุทธิ (%)
ที่มา: งบ 2Q26, งบปี 2025 · คำนวณจากงบ (our calc) · แกน Y ไม่เริ่มที่ศูนย์โดยตั้งใจเพื่อให้เห็นการแกว่งของ margin
เปรียบเทียบ 1H2025 กับ 1H2026 (ล้านบาท)
ที่มา: งบ 2Q26 (มีตัวเลขเทียบ 1H2025 ในตารางเดียวกัน) · รายได้เพิ่ม 19.3% EBITDA เพิ่ม 29.3% กำไรสุทธิเพิ่ม 34.0% (our calc)

ปัจจัยที่ขับเคลื่อนกำไร 1H2026

รายได้จากการขายเพิ่ม 213.8 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่ม 65.6 ล้านบาท แม้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 0.25 จุด (จาก 32.22% เป็น 31.97%) ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 1.27 ล้านบาท ทั้งที่ยอดขายเติบโต ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงจาก 15.4% เป็น 12.8% และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่ม 65.1 ล้านบาท (our calc) บริษัทไม่ได้เปิดเผยในเอกสารที่อ่านว่าการลดลงของค่าใช้จ่ายมาจากรายการครั้งเดียวหรือไม่ (n/a)

งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

งบรวม ณ สิ้นปี 2023–2025 และ ณ 30 มิ.ย. 2026 · หน่วยล้านบาท

รายการ 31 ธ.ค. 2023 31 ธ.ค. 2024 31 ธ.ค. 2025 30 มิ.ย. 2026
สินทรัพย์รวม 1,115.60 1,220.09 1,321.79 1,379.46
หนี้สินรวม 397.91 495.46 541.43 521.13
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 717.69 724.63 780.36 858.33
เงินสดและรายการเทียบเท่า 161.27 198.59 137.04 207.04
เงินลงทุนชั่วคราว (กองทุนรวม) 371.48 310.65 382.39 322.76
หนี้สินที่มีดอกเบี้ย (ตามสัญญาเช่า) 17.03 38.40 15.66 37.46
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 198.38 279.60 271.28 184.41
ค่าใช้จ่ายซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ 33.40 52.19 18.55 42.45
เงินปันผลจ่ายจริง (ในงวด) 218.78 233.97 239.75 125.90
หมายเหตุ: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ 1H2026 ทำได้ 184.41 ล้านบาท ขณะที่จ่ายปันผลจริงในงวด 125.90 ล้านบาท (งวดปีก่อนจ่ายในพฤษภาคม) · ตัวเลขทั้งหมดจากงบรวมของแต่ละงวด (our calc จากเอกสารต้นทาง) · เงินปันผลที่จ่ายในปี 2025 (ปลายปี 2024 0.19 + ระหว่างกาลปี 2025 0.21 = 0.40 บาท/หุ้น) รวม 239.75 ล้านบาท
โครงสร้างงบดุล: ส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สินรวม และสินทรัพย์รวม (ล้านบาท)
ที่มา: งบ 2Q26, งบปี 2025, งบปี 2024, งบปี 2023 · สินทรัพย์รวม = หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้น (ตรวจแล้วทุกงวด)

หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)

ณ สิ้นปี 2023–2025 และ 30 มิ.ย. 2026 · หนี้สินที่มีดอกเบี้ยคือหนี้สินตามสัญญาเช่าเท่านั้น

หนี้สินที่มีดอกเบี้ย / ส่วนของผู้ถือหุ้น
0.04x
37.46 ÷ 858.33 · 30 มิ.ย. 2026(งบ 2Q26)
หนี้สินรวม / ส่วนของผู้ถือหุ้น
0.61x
521.13 ÷ 858.33 · 30 มิ.ย. 2026 (our calc)(งบ 2Q26)
หนี้สินที่มีดอกเบี้ยสุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น
−0.20x
ติดลบหมายถึงมีเงินสดสุทธิ (our calc)(งบ 2Q26)
อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยและหนี้สินสุทธิที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า)
ที่มา: งบ 2Q26 และงบปีก่อน · หนี้สินที่มีดอกเบี้ย = หนี้สินตามสัญญาเช่า (ไม่มีเงินกู้ยืมธนาคาร) · หนี้สินสุทธิที่มีดอกเบี้ย = หนี้สินที่มีดอกเบี้ย − เงินสด (our calc) · ไม่รวมเงินลงทุนชั่วคราวในกองทุนรวม 322.76 ล้านบาท

ความเสี่ยงด้านการเงินของบริษัทต่ำมาก เพราะไม่มีเงินกู้ยืมระยะยาวและดอกเบี้ยจ่ายแทบเป็นศูนย์ (ต้นทุนทางการเงิน 0.79 ล้านบาทใน 1H2026) ความเสี่ยงที่เหลือคือการจ่ายปันผลสูงเมื่อเทียบกับกำไร (ดูหัวข้อประวัติการปันผล) และการพึ่งลูกค้ารายเดียวในด้านรายได้ ไม่ใช่ด้านสภาพคล่อง

สัดส่วนธุรกิจ (Segments)

รายได้จากการดำเนินงานปี 2025 แยกตามประเภทธุรกิจ · รายงานกำไรแยกส่วนงานไม่ได้เปิดเผยแยกต่อ (n/a)

ประเภท 2023 2024 2025 สัดส่วน 2025
B2B (7-Eleven) 1,575.16 1,775.46 2,133.10 88.54%
B2C (แบรนด์เองและคาเฟ่) 138.50 178.38 266.18 11.05%
อื่นๆ 13.05 14.81 9.92 0.41%
รวม (รวมรายได้อื่น ตามงบ) 1,726.71 1,968.65 2,409.19 100.00%
หมายเหตุ: ยอดรวมของ One Report เท่ากับรายได้รวมตามงบ (รวมรายได้อื่น) ไม่ใช่รายได้จากการขายและบริการที่ใช้เป็นฐานในหัวข้ออื่น สัดส่วนรายได้ 2025 คำนวณจากยอดรวมนี้ · ที่มา: 56-1 One Report 2025 ส่วนที่ 1.2.1
สัดส่วนรายได้จากการดำเนินงาน ปี 2025

การพึ่งพาลูกค้ารายเดียว

CPALL เป็นลูกค้าหลักของบริษัทมานานกว่า 20 ปี ตัวเลขการพึ่งพาที่บริษัทระบุไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร: หมายเหตุงบการเงินระบุ 90% (2025) และ 92% (2024) (งบปี 2025 หมายเหตุลูกค้ารายใหญ่) ขณะที่ความเสี่ยงใน 56-1 ระบุ 89% (2025) และ 93% (2024) (One Report 2025 Risk 1) ฐานการคำนวณอาจต่างกัน จึงแสดงทั้งสองค่า ความแตกต่างนี้ไม่กระทบข้อสรุปหลัก

ช่องทางขายและพื้นที่ทางภูมิศาสตร์

ช่องทาง 7-Eleven คิดเป็น 85% ของรายได้ 1H2026 (MD&A 2Q26) และ 99.33% ของรายได้ปี 2025 มาจากประเทศไทย ที่เหลือมาจากกัมพูชา (112 สาขา 7-Eleven ปี 2025) และลาว (26 สาขา) (One Report 2025)

ประวัติการปันผล (Dividend History)

DPS ตามปีบัญชี 2021–2025 · งวดกลางปี 2026 ยังไม่มีประกาศ ณ 10 ต.ค. 2026

เงินปันผลต่อหุ้นรายปีบัญชี (บาท)
งวดการดำเนินงาน DPS (บาท) วันจ่าย ประเภท
1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2025 0.21 6 พ.ค. 2026 ปลายปี (อนุมัติ AGM 10 เม.ย. 2026)
1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2025 0.21 5 ก.ย. 2025 ระหว่างกาล
1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2024 0.19 21 พ.ค. 2025 ปลายปี (อนุมัติ AGM 25 เม.ย. 2025)
1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2024 0.20 6 ก.ย. 2024 ระหว่างกาล
1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2023 0.19 20 พ.ค. 2024 ปลายปี
1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2026 ไม่มีประกาศ n/a ระหว่างกาล (ยังไม่มีประกาศ ณ 10 ต.ค. 2026)
วันจ่ายปันผลปี 2025 ตามตารางของ SET factsheet คือ 6 พ.ค. 2026 ส่วนหมายเหตุงบ 2Q26 ระบุ 5 พ.ค. 2026 (ต่างกันหนึ่งวัน) · รายการใน SET News ระบุประกาศจ่ายงวด 1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2025 ควบคู่กับงบ 2Q25 (8 ส.ค. 2025)

สิ่งที่ผู้ลงทุนควรสังเกต

ปี 2021–2025 บริษัทมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลทุกปีในเดือนกันยายน แต่ในปี 2026 ณ 10 ต.ค. 2026 ยังไม่มีประกาศจ่ายงวดระหว่างกาล ทั้งในงบ 2Q26 หมายเหตุเหตุการณ์หลังงวด รายการ SET News และหน้า rights-benefits เอกสารที่ตรวจไม่ระบุเหตุผล จึงแสดงข้อเท็จจริงเท่านั้น (งบ 2Q26 หมายเหตุ 15)

นโยบายและอัตราการจ่าย

นโยบายจ่ายไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย (One Report 2025 ส่วนที่ 1.6) อัตราการจ่ายจริงสูงกว่านโยบายมาก: ปี 2025 ประมาณ 84% ของกำไรต่อหุ้น (DPS 0.42 ÷ EPS 0.4986) ปี 2024 ประมาณ 94% และปี 2021–2023 อยู่ระหว่าง 93–100% (our calc จากตารางของ One Report) ตัวเลข payout ของ SET factsheet (YTD 0.36, 2025 0.80, 2024 0.94) ใช้ฐานปันผลที่จ่ายในปีปฏิทิน

เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison)

ข้อมูลตลาดจาก SET factsheet ณ 9 ต.ค. 2026 · กลุ่มเครื่องดื่มใน SET · ขนาดและหมวดตลาดต่างกัน

หุ้น ตลาด ราคา (บาท) มูลค่าตลาด (ล้านบาท) P/E (เท่า) P/BV (เท่า) Dividend yield YTD (%) EV/EBITDA (เท่า)
TACC (อ้างอิง) mai 6.30 3,830.40 10.90 4.45 6.59 7.65
ICHI SET 13.20 17,160.00 13.50 3.11 8.33 8.78
SAPPE SET 32.00 9,865.25 14.37 2.33 5.47 8.40
OSP SET 16.20 48,660.75 13.34 2.94 4.94 7.46
CBG SET 49.50 49,500.00 23.51 3.32 2.63 13.38
การเลือกเพื่อนร่วมกลุ่ม: ทั้งสี่บริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มที่จดทะเบียนใน SET ICHI และ SAPPE มีขนาดใกล้ TACC ที่สุด ส่วน OSP และ CBG เป็นบริษัทขนาดใหญ่กว่ามาก (มูลค่าตลาดประมาณ 13 เท่าของ TACC) ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น · TACC อยู่ใน mai ส่วนเพื่อนอยู่ใน SET · งบของ SAPPE ใน SET factsheet อัปเดตถึง 30 เม.ย. 2026 ส่วนอื่นอัปเดตถึงงวดปลายสิงหาคม 2026 · ฐานการคำนวณ yield ของแต่ละหุ้นไม่เหมือนกันและยังไม่ได้ปรับให้เท่ากัน
มูลค่าตลาด (ล้านบาท, แท่ง) และ P/E (เท่า, เส้น) เทียบกับ TACC
ที่มา: SET factsheet ของแต่ละหุ้น ณ 9 ต.ค. 2026 · TACC วางเป็นหุ้นแรกตามลำดับของรายงาน

เมื่อเทียบกับ ICHI และ SAPPE ที่ขนาดใกล้เคียงกัน TACC ซื้อขายที่ P/E ต่ำกว่าราว 2.6–3.5 เท่า แต่ P/BV สูงกว่า (4.45x เทียบกับ 2.33–3.11x) ความต่างนี้สะท้อน ROE ที่สูงกว่ามาก: ROE ของ TACC ปี 2025 ประมาณ 40% (กำไรปี 2025 ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย, our calc) ขณะที่ ICHI ประมาณ 23% และ SAPPE ประมาณ 16% (P/BV ÷ P/E จาก SET factsheet, our calc) ตัวคูณนี้ต้องตีความร่วมกับความเข้มข้นของลูกค้า ขนาดตลาดที่ต่างกัน และการอยู่ใน mai

มุมมองอนาคตธุรกิจ (Outlook)

เป้าหมายจากผู้บริหาร เหตุการณ์ และกำหนดเวลาที่ตรวจสอบได้ · ณ 10 ต.ค. 2026

สิ่งที่บริษัทระบุ

เหตุการณ์และกำหนดเวลาที่ติดตามได้

วันที่ เหตุการณ์ สถานะ ณ 10 ต.ค. 2026
17–21 ส.ค. 2026 ขายหุ้นซื้อคืน 8 ล้านหุ้นให้กรรมการและพนักงาน ราคา 5.65 บาท (รอบแรก) รายงานผลการขายประกาศ 21 ส.ค. 2026 (เสร็จสิ้น)
20–26 ส.ค. 2026 จัดตั้ง TACC Plus Co., Ltd. ทุน 10 ล้านบาท เสร็จสิ้น · คาดว่ามีรายได้เชิงพาณิชย์ไตรมาส 4/2026
ไตรมาส 3/2026 งบ 3Q26 และ MD&A ไตรมาส 3 ยังไม่ออก (ตามกำหนดทั่วไปช่วงพฤศจิกายน)
4–8 ม.ค. 2027 รอบที่สองของการขายหุ้นซื้อคืนให้กรรมการและพนักงาน (ส่วนที่ไม่ได้จองจะขายในตลาด) กำหนดไว้แล้ว
2024–2027 รอบสัญญาพิเศษ 3 ปีกับ CPALL วันที่สิ้นสุดและเงื่อนไขการต่อสัญญาไม่ได้ระบุในเอกสารที่อ่าน (n/a)
รอการอนุมัติ ย้ายหลักทรัพย์จาก mai ไป SET (คณะกรรมการอนุมัติการยื่น 16 ก.ค. 2026) รอการพิจารณาของหน่วยงานกำกับ

บริบทของการขายหุ้นซื้อคืน

ราคาขายหุ้นซื้อคืนให้กรรมการและพนักงานคือ 5.65 บาท ต่ำกว่าราคาตลาดปิด 6.30 บาท และคำนวณจากราคาถ่วงน้ำหนักช่วง 25 มิ.ย.–15 ก.ค. 2026 หักส่วนลด 9.31% (งบ 2Q26 หมายเหตุ 15) การขายนี้จะเพิ่มจำนวนหุ้นที่ถือโดยนักลงทุนทั่วไปและอาจสะท้อนว่าบริษัทมีแผนจูงใจพนักงาน ทั้งนี้เอกสารไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์โดยตรง

ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

เรียงตามความสำคัญต่อกำไร · แต่ละหัวข้อมีสัญญาณที่ตรวจสอบได้

ที่มา: 56-1 One Report 2025 ส่วน 2.2 เว้นแต่ระบุไว้
ความเสี่ยง รายละเอียดจากเอกสาร สัญญาณที่ติดตาม
1. ลูกค้ารายเดียว (CPALL) 89–90% ของยอดขายปี 2025 สัญญาพิเศษรอบ 2024–2027 การสูญเสียหรือลดปริมาณจะกระทบรายได้โดยตรง สัดส่วน B2B ในไตรมาสถัดไป, การต่อสัญญาพิเศษรอบหน้า
2. การพึ่งโรงงานรับจ้างผลิต และการรั่วไหลของสูตร ผู้รับจ้างผลิต 9 รายคิดเป็น 90% ของการซื้อสินค้าสำเร็จรูปปี 2025 มีความเสี่ยงสูตรลับรั่วไหล สัดส่วนการซื้อจากผู้รับจ้างในงบปีถัดไป (ปี 2024 94%, 2025 90%)
3. ราคาวัตถุดิบและการขาดแคลน กาแฟและวัตถุดิบเกษตร รวมถึงบรรจุภัณฑ์ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31–33% ในช่วง 2023–2026 อัตรากำไรขั้นต้นรายไตรมาส (ปัจจุบัน 31.97%)
4. การแข่งขันจากผู้เล่นรายใหญ่ ผู้เล่นรายใหญ่ที่มีทุนและขนาดการผลิตมากกว่าเข้ามาในตลาดเครื่องดื่มสำเร็จรูป การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งเมนูใน 7-Eleven (ไม่มีข้อมูลตัวเลข)
5. การกำกับดูแลและการเปลี่ยนผู้บริหาร กรรมการผู้จัดการลาออก 1 ต.ค. 2025 เปลี่ยน CFO ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2025 มีการเปลี่ยนกรรมการในวาระ AGM 2026 และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลดสัดส่วนจาก 15.91% เหลือ 14.77% (ไม่มีคำอธิบายในเอกสาร) ประกาศการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารและการเคลื่อนไหวของผู้ถือหุ้นใหญ่ใน SET News
6. ความยั่งยืนของการจ่ายปันผล อัตราการจ่ายประมาณ 84–100% ของกำไรต่อหุ้นในปี 2021–2025 และยังไม่มีประกาศจ่ายงวดกลางปี 2026 ประกาศปันผลระหว่างกาลในเดือนส.ค.–ก.ย. 2026
7. ข้อมูลส่วนบุคคล ไซเบอร์ และ ESG ความเสี่ยงการรั่วไหลข้อมูลภายใต้ PDPA การโจมตีทางไซเบอร์ และประเด็น ESG ที่บริษัทระบุไว้ในรายงาน การประกาศเหตุการณ์ด้านข้อมูลหรือบทลงโทษจากหน่วยงานกำกับ
ยังไม่ได้ค้นหาคดีความจากแหล่งภายนอก (n/a) · เอกสารที่อ่านไม่ได้ระบุคดีสำคัญที่มีผลต่อกำไร

SWOT

จุดแข็งและโอกาสมาจากงบ 2Q26 และ One Report 2025 · จุดอ่อนและอุปสรรคจากหัวข้อความเสี่ยงและการจ่ายปันผล

จุดแข็ง (Strengths)

  • อัตรากำไรสุทธิบนรายได้ 15.44% ใน 1H2026 สูงกว่าปีก่อนทั้งปี (our calc)
  • ไม่มีเงินกู้ยืมธนาคาร หนี้สินที่มีดอกเบี้ยเป็นสัญญาเช่า 37.46 ล้านบาท และมีเงินสดสุทธิ 169.58 ล้านบาท
  • ความร่วมมือกับ CPALL ยาวนานกว่า 20 ปี (ตาม One Report 2025) ได้รับการรับรอง CAC และ CGR 5 ดาว
  • โรงงานผงชงของตัวเองที่บ้านบึง ได้รับรองระบบ FSSC 22000

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • ลูกค้ารายเดียวคิดเป็น 89–90% ของยอดขาย
  • พึ่งผู้รับจ้างผลิต 9 ราย คิดเป็น 90% ของการซื้อสินค้าสำเร็จรูป
  • อัตราจ่ายปันผลสูงเมื่อเทียบกับกำไร และไม่มีประกาศงวดกลางปี 2026
  • อยู่ในตลาด mai ไม่ใช่ SET (ยังไม่ได้เทียบสภาพคล่องกับ SET ในรายงานนี้)

โอกาส (Opportunities)

  • การเติบโตของ 7-Eleven ต่างประเทศ (กัมพูชา ลาว) และแผนการขยายสาขา
  • ธุรกิจ B2C และแบรนด์ TRIVA, ณ อรุณ มีอัตราเติบโตสูงกว่า B2B ในปี 2025 (B2C +49% YoY จาก 178 เป็น 266 ล้านบาท)
  • การย้ายไป SET อาจเพิ่มการเข้าถึงนักลงทุนสถาบัน
  • บริษัทย่อย TACC Plus เริ่มขายน้ำดื่มและเครื่องดื่มในไตรมาส 4/2026

อุปสรรค (Threats)

  • การไม่ต่อสัญญาพิเศษกับ CPALL หลังปี 2027 หรือการลดปริมาณ
  • ราคากาแฟและวัตถุดิบเกษตรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ที่ประมาณ 32%
  • การแข่งขันจากผู้เล่นรายใหญ่ที่มีทุนมากกว่า
  • ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลและการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารที่บ่อยขึ้น

มุมมองนักลงทุน (Investor View)

ฉากทัศน์ตามสมมติฐานของผู้จัดทำ · ความเห็นของโบรกเกอร์แสดงเป็นค่าเฉลี่ยรวม ไม่ได้ระบุชื่อบริษัทหลักทรัพย์ · ณ 10 ต.ค. 2026

Bull · NP 2026 ≈ 380 ล้านบาท · P/E 13x

  • 2H2026 โตจาก 2H2025 ประมาณ 20%
  • มูลค่า ≈ 8.24 บาท (+31% เทียบราคา 6.30, our calc)
  • ตัวชี้วัดที่ต้องเห็น: อัตรากำไรขั้นต้นกลับไปที่ 32–33%, ประกาศปันผลระหว่างกาลในไตรมาส 3

Base · NP 2026 ≈ 351 ล้านบาท · P/E 11x

  • 2H2026 เท่ากับ 2H2025 (146.97 ล้านบาท)
  • มูลค่า ≈ 6.43 บาท (+2%, our calc)
  • ตัวชี้วัดที่ต้องเห็น: การต่อสัญญากับ CPALL, การย้ายตลาดไป SET

Bear · NP 2026 ≈ 300 ล้านบาท · P/E 9x

  • 2H2026 ลดลง 35% จากปีก่อน จากการลดปริมาณหรือต้นทุนที่เพิ่ม
  • มูลค่า ≈ 4.49 บาท (−29%, our calc)
  • ตัวชี้วัดที่ต้องเห็น: สัดส่วนยอดขายจาก CPALL ที่ลดลง, การประกาศเปลี่ยนสัญญาพิเศษ
ฉากทัศน์ทั้งสามใช้ 1H2026 จริงรวมกับสมมติฐาน 2H2026 และตัวคูณที่ผู้จัดทำเลือก ไม่ใช่การพยากรณ์ของบริษัทหรือโบรกเกอร์ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขาย จำนวนหุ้นที่ใช้คำนวณ EPS คือ 600 ล้านหุ้น (หุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 1H2026 ไม่รวมหุ้นซื้อคืน) หากใช้ 608 ล้านหุ้น (ฐานเดียวกับ P/E ของ SET) มูลค่าแต่ละฉากทัศน์ต่ำลงประมาณ 1.3%

ความเห็นของนักวิเคราะห์ (ค่ารวม)

รายการ ค่า (บาท) เทียบราคา 6.30
ค่าเฉลี่ยเป้าหมาย 2026F (7 บริษัทหลักทรัพย์ คำแนะนำซื้อทั้งหมด) 7.54 +19.7%
เป้าหมายสูงสุด 8.10 +28.6%
เป้าหมายต่ำสุด 6.85 +8.7%
ที่มา: Settrade analyst consensus (IAA) ณ 10 ต.ค. 2026 · หน้า Settrade ไม่แสดงชื่อบริษัทหลักทรัพย์รายแห่ง จึงไม่ระบุชื่อในรายงานนี้ ยังไม่ได้ตรวจรายงานของโบรกเกอร์แต่ละแห่งจากเอกสารต้นทาง (n/a) ค่าเป้าหมายเป็นความเห็นของผู้วิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงของบริษัท

รายการติดตามสำหรับผู้ลงทุน (Monitoring Checklist)

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ฉากทัศน์ ตัวคูณ และการคำนวณที่ระบุว่า our calc เป็นของผู้จัดทำ ไม่ใช่ของบริษัทหรือหน่วยงานที่อ้างถึง ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน