ข้อมูลตลาดปิด 9 ต.ค. 2026 · งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026 · หน่วยเป็นล้านบาท หากไม่ระบุเป็นอย่างอื่น
TACC โตเร็วใน 1H2026 รายได้จากการขายเพิ่ม 19.3% และกำไรสุทธิเพิ่ม 34.0% แต่ส่วนใหญ่มาจากการคุมค่าใช้จ่ายและการเพิ่มยอดขายในช่องทาง 7-Eleven อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลงเล็กน้อยจาก 32.22% เป็น 31.97% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวม 169.51 ล้านบาท ลดลงจาก 170.78 ล้านบาทปีก่อน ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านบาท บริษัทพึ่งลูกค้ารายเดียว (CPALL) ราว 90% ของยอดขาย และงวดนี้ไม่มีการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลเหมือนปี 2025
1) การเติบโตมาจากลูกค้ารายเดียว: ยอดขาย B2B คิดเป็น 88.5% ของรายได้จากการดำเนินงานปี 2025 และ CPALL คิดเป็น 90% ของรายได้ตามหมายเหตุงบปี 2025 สัญญาพิเศษ 3 ปีอยู่ในรอบ 2024–2027 การต่อสัญญารอบถัดไปคือตัวแปรสำคัญที่สุด (56-1 One Report 2025 หัวข้อความเสี่ยง)
2) ไม่มีประกาศปันผลระหว่างกาล 1H2026: ปี 2025 บริษัทประกาศจ่ายงวด 1H พร้อมงบ 2Q25 (8 ส.ค. 2025) แต่งบ 2Q26 (6 ส.ค. 2026) และรายการเหตุการณ์หลังงวดไม่มีการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล (งบ 2Q26 หมายเหตุ 15) ตามรายการ SET News ณ 10 ต.ค. 2026 ยังไม่มีประกาศ สาเหตุไม่ได้ระบุในเอกสารที่ตรวจ
3) การย้ายตลาดจาก mai ไป SET รอการอนุมัติ: คณะกรรมการอนุมัติยื่นขอย้ายหลักทรัพย์จาก mai มายัง SET เมื่อ 16 ก.ค. 2026 ยังต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติจากหน่วยงานกำกับ (งบ 2Q26 หมายเหตุ 15)
4) มูลค่าเมื่อหักเงินลงทุนระยะสั้นที่เป็นกองทุนรวม: EV ตาม SET 3,660.33 ล้านบาท (7.65x TTM EBITDA) แต่ถ้าหักเงินลงทุนชั่วคราวในกองทุนรวม 322.76 ล้านบาทด้วย EV จะเหลือประมาณ 3,337.57 ล้านบาท หรือ 6.98x (our calc)
5) ต้นทุนวัตถุดิบและผู้รับจ้างผลิต: ผู้รับจ้างผลิต 9 รายคิดเป็น 90% ของการซื้อสินค้าสำเร็จรูปปี 2025 และบริษัทระบุราคากาแฟและวัตถุดิบเกษตรเป็นความเสี่ยงหลัก (One Report 2025 Risk 2–3)
ข้อมูลตลาดและการจดทะเบียน ณ ปิด 9 ต.ค. 2026 (SET อัปเดต 10 ต.ค. 2026 03:20 น.)
| หัวข้อข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อบริษัท | บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) / T.A.C. Consumer Public Company Limited (ตัวย่อ TACC) |
| ตลาดหลักทรัพย์ | mai (ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ) · จดทะเบียน 2 ธ.ค. 2558 · คณะกรรมการอนุมัติยื่นย้ายไป SET เมื่อ 16 ก.ค. 2026 รอการอนุมัติ |
| กลุ่มอุตสาหกรรม (SET) | เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) · หมวดย่อยไม่ระบุ |
| ก่อตั้ง | 28 มี.ค. 2545 |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | 152.00 ล้านบาท · 608 ล้านหุ้น พาร์ 0.25 บาท · หุ้นซื้อคืนคงเหลือ 8 ล้านหุ้น (ณ 30 มิ.ย. 2026) ราคาต้นทุน 35.83 ล้านบาท |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร | นายชัชชวี วัฒนสุข (ลงนามใน MD&A) |
| ผู้สอบบัญชี | EY Office Ltd. · งบ 2Q26 สอบทาน ไม่พบประเด็นเพิ่มเติม |
| การกำกับดูแลกิจการ | ผ่านการรับรอง CAC · CGR 5 ดาว (ปี 2025) |
| สำนักงานใหญ่ | อาคาร MS Siam Tower ถนนพระราม 3 เขตยานนาวา กรุงเทพฯ (ย้ายจาก UM Tower มีผล 3 เม.ย. 2026) |
| นโยบายปันผล | จ่ายไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย (มีเงื่อนไขเพิ่มเติม) |
TACC ก่อตั้งเพื่อดำเนินธุรกิจตู้จ่ายเครื่องดื่มเย็นใน 7-Eleven โดยพัฒนาร่วมกับ CPALL ปัจจุบันรายได้หลักมาจากการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มผงชงและตู้จ่ายเครื่องดื่มให้ 7-Eleven (B2B) ซึ่งเป็นสัดส่วนราว 88.5% ของรายได้ ขณะที่ธุรกิจแบรนด์เอง (B2C) ยังมีสัดส่วนเพียงราว 11% แต่เติบโตเร็วกว่า บริษัทซื้อสินค้าสำเร็จรูปจากโรงงานรับจ้างผลิตเป็นหลัก มีโรงงานผงชงของตัวเองที่บ้านบึง จ.ชลบุรี ตั้งแต่ปี 2556 (56-1 One Report 2025 ส่วนที่ 1.1)
ผลิตภัณฑ์หลักคือตู้จ่ายเครื่องดื่มเย็น (สูตรหลักคือ Iced Espresso, Milk Tea และ Iced Latte ภายใต้ชื่อ 7-Select) กาแฟผงสำเร็จรูป All Cafe (4 รสหลัก เช่น Milk Tea, Matcha Green Tea Latte, Lemon Tea, Taiwanese Milk Tea) และตู้เครื่องดื่มร้อนอัตโนมัติ ซึ่งสิ้นปี 2025 มี 429 เครื่อง ส่วนใหญ่อยู่ที่ปั๊ม PTT และขายแก้วละ 17 บาท (One Report 2025 ส่วนที่ 1.2.2)
| แบรนด์ / สายผลิตภัณฑ์ | ลักษณะ |
|---|---|
| ณ อรุณ (Na-Arun) | เครื่องดื่มผงชงสำเร็จรูปบรรจุซอง 500 กรัม ขายในออสเตรเลีย เวียดนาม และช่องทางร้านกาแฟในประเทศ |
| TRIVA (ทรีว่า) | น้ำผลไม้เข้มข้นสูงสุด 30% เนื้อผลไม้ 5 รส และชนิดผงชง 3-in-1 |
| HAY | เยลลี่คอนยัก (konjac jelly) |
| BLOSS NATURA | ผลิตภัณฑ์ความงามและอาหารเสริมชนิดดื่ม บันทึกค่าเผื่อด้อยค่าเครื่องหมายการค้า 18.4 ล้านบาทในปี 2025 (ตาม MD&A) |
| คาเฟ่และร้านอาหาร | Cafe Phanthai, Black Canyon และ Puan Thai Coffee ตามที่บริษัทระบุในกลุ่มธุรกิจคาเฟ่ |
| ธุรกิจลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูน | ตัวแทนอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนในไทยและอาเซียนตะวันออกเฉียงใต้ เช่น Mah Ja, Warbie Yama, Bellygom, Pangpond |
โรงงานผงชงของบริษัทที่บ้านบึง จ.ชลบุรี กำลังการผลิต 2,010 ตัน ใช้ไป 71% (ปีอ้างอิงของตัวเลขนี้ไม่ได้ระบุชัดในข้อความที่อ่าน) ส่วนที่เหลือซื้อจากโรงงานรับจ้างผลิต 9 รายใน ราชบุรี อยุธยา ระยอง และสมุทรปราการ ซึ่งคิดเป็น 90% ของการซื้อสินค้าสำเร็จรูปปี 2025 (ปี 2024 เท่ากับ 94%) (One Report 2025 Risk 2) ได้รับรองระบบ FSSC 22000 ที่โรงงานบ้านบึง
งบ 2Q26 MD&A ระบุว่าคณะกรรมการอนุมัติ “การลงทุนในบริษัทร่วม” (an investment in an associate) ในไตรมาส 2/2026 แต่งบการเงินรวม ณ 30 มิ.ย. 2026 ไม่มีรายการเงินลงทุนในบริษัทร่วม และหมายเหตุระบุเฉพาะ TACC Plus ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จึงยังกระทบยอดไม่ได้ (n/a)
รายได้ 1H2026 มาจาก 7-Eleven ราว 85% และช่องทางอื่น 15% ตาม MD&A 2Q26 ยอดขายในประเทศคิดเป็น 99.33% ของรายได้ปี 2025 ส่วนที่เหลือคือกัมพูชาและลาว ซึ่งขาย 7-Eleven ผ่านตู้เครื่องดื่มเช่นกัน (One Report 2025 ส่วนที่ 1.2.1)
งบรวม · FY2023–FY2025 และงวด 1H2025 / 1H2026 · TTM ณ 30 มิ.ย. 2026 · หน่วยล้านบาท
| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | TTM มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขายและบริการ | 1,713.66 | 1,953.84 | 2,399.27 | 1,107.66 | 1,321.45 | 2,613.07 |
| กำไรขั้นต้น (ตามรายได้จากการขาย) | 560.59 | 649.15 | 770.87 | 356.85 | 422.42 | 836.44 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 32.71 | 33.22 | 32.13 | 32.22 | 31.97 | 32.01 |
| ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร | 307.58 | 346.15 | 399.01 | 170.78 | 169.51 | 397.74 |
| EBITDA (our calc) | 281.87 | 348.33 | 416.33 | 211.77 | 273.81 | 478.37 |
| EBITDA margin (%) | 16.45 | 17.83 | 17.35 | 19.12 | 20.72 | 18.31 |
| กำไรก่อนภาษี | 256.67 | 318.52 | 381.04 | 191.16 | 256.13 | 446.01 |
| ภาษีเงินได้ | 52.03 | 74.95 | 82.17 | 39.00 | 52.16 | 95.33 |
| กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ | 206.62 | 247.29 | 299.17 | 152.20 | 203.98 | 350.95 |
| อัตรากำไรสุทธิ (% ของรายได้จากการขาย) | 12.06 | 12.66 | 12.47 | 13.74 | 15.44 | 13.43 |
| กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) | 0.3405 | 0.4121 | 0.4986 | 0.2537 | 0.3400 | 0.5849 |
รายได้จากการขายเพิ่ม 213.8 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่ม 65.6 ล้านบาท แม้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 0.25 จุด (จาก 32.22% เป็น 31.97%) ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 1.27 ล้านบาท ทั้งที่ยอดขายเติบโต ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงจาก 15.4% เป็น 12.8% และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่ม 65.1 ล้านบาท (our calc) บริษัทไม่ได้เปิดเผยในเอกสารที่อ่านว่าการลดลงของค่าใช้จ่ายมาจากรายการครั้งเดียวหรือไม่ (n/a)
งบรวม ณ สิ้นปี 2023–2025 และ ณ 30 มิ.ย. 2026 · หน่วยล้านบาท
| รายการ | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์รวม | 1,115.60 | 1,220.09 | 1,321.79 | 1,379.46 |
| หนี้สินรวม | 397.91 | 495.46 | 541.43 | 521.13 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม | 717.69 | 724.63 | 780.36 | 858.33 |
| เงินสดและรายการเทียบเท่า | 161.27 | 198.59 | 137.04 | 207.04 |
| เงินลงทุนชั่วคราว (กองทุนรวม) | 371.48 | 310.65 | 382.39 | 322.76 |
| หนี้สินที่มีดอกเบี้ย (ตามสัญญาเช่า) | 17.03 | 38.40 | 15.66 | 37.46 |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน | 198.38 | 279.60 | 271.28 | 184.41 |
| ค่าใช้จ่ายซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ | 33.40 | 52.19 | 18.55 | 42.45 |
| เงินปันผลจ่ายจริง (ในงวด) | 218.78 | 233.97 | 239.75 | 125.90 |
ณ สิ้นปี 2023–2025 และ 30 มิ.ย. 2026 · หนี้สินที่มีดอกเบี้ยคือหนี้สินตามสัญญาเช่าเท่านั้น
ความเสี่ยงด้านการเงินของบริษัทต่ำมาก เพราะไม่มีเงินกู้ยืมระยะยาวและดอกเบี้ยจ่ายแทบเป็นศูนย์ (ต้นทุนทางการเงิน 0.79 ล้านบาทใน 1H2026) ความเสี่ยงที่เหลือคือการจ่ายปันผลสูงเมื่อเทียบกับกำไร (ดูหัวข้อประวัติการปันผล) และการพึ่งลูกค้ารายเดียวในด้านรายได้ ไม่ใช่ด้านสภาพคล่อง
รายได้จากการดำเนินงานปี 2025 แยกตามประเภทธุรกิจ · รายงานกำไรแยกส่วนงานไม่ได้เปิดเผยแยกต่อ (n/a)
| ประเภท | 2023 | 2024 | 2025 | สัดส่วน 2025 |
|---|---|---|---|---|
| B2B (7-Eleven) | 1,575.16 | 1,775.46 | 2,133.10 | 88.54% |
| B2C (แบรนด์เองและคาเฟ่) | 138.50 | 178.38 | 266.18 | 11.05% |
| อื่นๆ | 13.05 | 14.81 | 9.92 | 0.41% |
| รวม (รวมรายได้อื่น ตามงบ) | 1,726.71 | 1,968.65 | 2,409.19 | 100.00% |
CPALL เป็นลูกค้าหลักของบริษัทมานานกว่า 20 ปี ตัวเลขการพึ่งพาที่บริษัทระบุไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร: หมายเหตุงบการเงินระบุ 90% (2025) และ 92% (2024) (งบปี 2025 หมายเหตุลูกค้ารายใหญ่) ขณะที่ความเสี่ยงใน 56-1 ระบุ 89% (2025) และ 93% (2024) (One Report 2025 Risk 1) ฐานการคำนวณอาจต่างกัน จึงแสดงทั้งสองค่า ความแตกต่างนี้ไม่กระทบข้อสรุปหลัก
ช่องทาง 7-Eleven คิดเป็น 85% ของรายได้ 1H2026 (MD&A 2Q26) และ 99.33% ของรายได้ปี 2025 มาจากประเทศไทย ที่เหลือมาจากกัมพูชา (112 สาขา 7-Eleven ปี 2025) และลาว (26 สาขา) (One Report 2025)
DPS ตามปีบัญชี 2021–2025 · งวดกลางปี 2026 ยังไม่มีประกาศ ณ 10 ต.ค. 2026
| งวดการดำเนินงาน | DPS (บาท) | วันจ่าย | ประเภท |
|---|---|---|---|
| 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2025 | 0.21 | 6 พ.ค. 2026 | ปลายปี (อนุมัติ AGM 10 เม.ย. 2026) |
| 1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2025 | 0.21 | 5 ก.ย. 2025 | ระหว่างกาล |
| 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2024 | 0.19 | 21 พ.ค. 2025 | ปลายปี (อนุมัติ AGM 25 เม.ย. 2025) |
| 1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2024 | 0.20 | 6 ก.ย. 2024 | ระหว่างกาล |
| 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2023 | 0.19 | 20 พ.ค. 2024 | ปลายปี |
| 1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 2026 | ไม่มีประกาศ | n/a | ระหว่างกาล (ยังไม่มีประกาศ ณ 10 ต.ค. 2026) |
ปี 2021–2025 บริษัทมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลทุกปีในเดือนกันยายน แต่ในปี 2026 ณ 10 ต.ค. 2026 ยังไม่มีประกาศจ่ายงวดระหว่างกาล ทั้งในงบ 2Q26 หมายเหตุเหตุการณ์หลังงวด รายการ SET News และหน้า rights-benefits เอกสารที่ตรวจไม่ระบุเหตุผล จึงแสดงข้อเท็จจริงเท่านั้น (งบ 2Q26 หมายเหตุ 15)
นโยบายจ่ายไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย (One Report 2025 ส่วนที่ 1.6) อัตราการจ่ายจริงสูงกว่านโยบายมาก: ปี 2025 ประมาณ 84% ของกำไรต่อหุ้น (DPS 0.42 ÷ EPS 0.4986) ปี 2024 ประมาณ 94% และปี 2021–2023 อยู่ระหว่าง 93–100% (our calc จากตารางของ One Report) ตัวเลข payout ของ SET factsheet (YTD 0.36, 2025 0.80, 2024 0.94) ใช้ฐานปันผลที่จ่ายในปีปฏิทิน
ข้อมูลตลาดจาก SET factsheet ณ 9 ต.ค. 2026 · กลุ่มเครื่องดื่มใน SET · ขนาดและหมวดตลาดต่างกัน
| หุ้น | ตลาด | ราคา (บาท) | มูลค่าตลาด (ล้านบาท) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Dividend yield YTD (%) | EV/EBITDA (เท่า) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| TACC (อ้างอิง) | mai | 6.30 | 3,830.40 | 10.90 | 4.45 | 6.59 | 7.65 |
| ICHI | SET | 13.20 | 17,160.00 | 13.50 | 3.11 | 8.33 | 8.78 |
| SAPPE | SET | 32.00 | 9,865.25 | 14.37 | 2.33 | 5.47 | 8.40 |
| OSP | SET | 16.20 | 48,660.75 | 13.34 | 2.94 | 4.94 | 7.46 |
| CBG | SET | 49.50 | 49,500.00 | 23.51 | 3.32 | 2.63 | 13.38 |
เมื่อเทียบกับ ICHI และ SAPPE ที่ขนาดใกล้เคียงกัน TACC ซื้อขายที่ P/E ต่ำกว่าราว 2.6–3.5 เท่า แต่ P/BV สูงกว่า (4.45x เทียบกับ 2.33–3.11x) ความต่างนี้สะท้อน ROE ที่สูงกว่ามาก: ROE ของ TACC ปี 2025 ประมาณ 40% (กำไรปี 2025 ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย, our calc) ขณะที่ ICHI ประมาณ 23% และ SAPPE ประมาณ 16% (P/BV ÷ P/E จาก SET factsheet, our calc) ตัวคูณนี้ต้องตีความร่วมกับความเข้มข้นของลูกค้า ขนาดตลาดที่ต่างกัน และการอยู่ใน mai
เป้าหมายจากผู้บริหาร เหตุการณ์ และกำหนดเวลาที่ตรวจสอบได้ · ณ 10 ต.ค. 2026
| วันที่ | เหตุการณ์ | สถานะ ณ 10 ต.ค. 2026 |
|---|---|---|
| 17–21 ส.ค. 2026 | ขายหุ้นซื้อคืน 8 ล้านหุ้นให้กรรมการและพนักงาน ราคา 5.65 บาท (รอบแรก) | รายงานผลการขายประกาศ 21 ส.ค. 2026 (เสร็จสิ้น) |
| 20–26 ส.ค. 2026 | จัดตั้ง TACC Plus Co., Ltd. ทุน 10 ล้านบาท | เสร็จสิ้น · คาดว่ามีรายได้เชิงพาณิชย์ไตรมาส 4/2026 |
| ไตรมาส 3/2026 | งบ 3Q26 และ MD&A ไตรมาส 3 | ยังไม่ออก (ตามกำหนดทั่วไปช่วงพฤศจิกายน) |
| 4–8 ม.ค. 2027 | รอบที่สองของการขายหุ้นซื้อคืนให้กรรมการและพนักงาน (ส่วนที่ไม่ได้จองจะขายในตลาด) | กำหนดไว้แล้ว |
| 2024–2027 | รอบสัญญาพิเศษ 3 ปีกับ CPALL | วันที่สิ้นสุดและเงื่อนไขการต่อสัญญาไม่ได้ระบุในเอกสารที่อ่าน (n/a) |
| รอการอนุมัติ | ย้ายหลักทรัพย์จาก mai ไป SET (คณะกรรมการอนุมัติการยื่น 16 ก.ค. 2026) | รอการพิจารณาของหน่วยงานกำกับ |
ราคาขายหุ้นซื้อคืนให้กรรมการและพนักงานคือ 5.65 บาท ต่ำกว่าราคาตลาดปิด 6.30 บาท และคำนวณจากราคาถ่วงน้ำหนักช่วง 25 มิ.ย.–15 ก.ค. 2026 หักส่วนลด 9.31% (งบ 2Q26 หมายเหตุ 15) การขายนี้จะเพิ่มจำนวนหุ้นที่ถือโดยนักลงทุนทั่วไปและอาจสะท้อนว่าบริษัทมีแผนจูงใจพนักงาน ทั้งนี้เอกสารไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์โดยตรง
เรียงตามความสำคัญต่อกำไร · แต่ละหัวข้อมีสัญญาณที่ตรวจสอบได้
| ความเสี่ยง | รายละเอียดจากเอกสาร | สัญญาณที่ติดตาม |
|---|---|---|
| 1. ลูกค้ารายเดียว (CPALL) | 89–90% ของยอดขายปี 2025 สัญญาพิเศษรอบ 2024–2027 การสูญเสียหรือลดปริมาณจะกระทบรายได้โดยตรง | สัดส่วน B2B ในไตรมาสถัดไป, การต่อสัญญาพิเศษรอบหน้า |
| 2. การพึ่งโรงงานรับจ้างผลิต และการรั่วไหลของสูตร | ผู้รับจ้างผลิต 9 รายคิดเป็น 90% ของการซื้อสินค้าสำเร็จรูปปี 2025 มีความเสี่ยงสูตรลับรั่วไหล | สัดส่วนการซื้อจากผู้รับจ้างในงบปีถัดไป (ปี 2024 94%, 2025 90%) |
| 3. ราคาวัตถุดิบและการขาดแคลน | กาแฟและวัตถุดิบเกษตร รวมถึงบรรจุภัณฑ์ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31–33% ในช่วง 2023–2026 | อัตรากำไรขั้นต้นรายไตรมาส (ปัจจุบัน 31.97%) |
| 4. การแข่งขันจากผู้เล่นรายใหญ่ | ผู้เล่นรายใหญ่ที่มีทุนและขนาดการผลิตมากกว่าเข้ามาในตลาดเครื่องดื่มสำเร็จรูป | การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งเมนูใน 7-Eleven (ไม่มีข้อมูลตัวเลข) |
| 5. การกำกับดูแลและการเปลี่ยนผู้บริหาร | กรรมการผู้จัดการลาออก 1 ต.ค. 2025 เปลี่ยน CFO ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2025 มีการเปลี่ยนกรรมการในวาระ AGM 2026 และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลดสัดส่วนจาก 15.91% เหลือ 14.77% (ไม่มีคำอธิบายในเอกสาร) | ประกาศการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารและการเคลื่อนไหวของผู้ถือหุ้นใหญ่ใน SET News |
| 6. ความยั่งยืนของการจ่ายปันผล | อัตราการจ่ายประมาณ 84–100% ของกำไรต่อหุ้นในปี 2021–2025 และยังไม่มีประกาศจ่ายงวดกลางปี 2026 | ประกาศปันผลระหว่างกาลในเดือนส.ค.–ก.ย. 2026 |
| 7. ข้อมูลส่วนบุคคล ไซเบอร์ และ ESG | ความเสี่ยงการรั่วไหลข้อมูลภายใต้ PDPA การโจมตีทางไซเบอร์ และประเด็น ESG ที่บริษัทระบุไว้ในรายงาน | การประกาศเหตุการณ์ด้านข้อมูลหรือบทลงโทษจากหน่วยงานกำกับ |
จุดแข็งและโอกาสมาจากงบ 2Q26 และ One Report 2025 · จุดอ่อนและอุปสรรคจากหัวข้อความเสี่ยงและการจ่ายปันผล
ฉากทัศน์ตามสมมติฐานของผู้จัดทำ · ความเห็นของโบรกเกอร์แสดงเป็นค่าเฉลี่ยรวม ไม่ได้ระบุชื่อบริษัทหลักทรัพย์ · ณ 10 ต.ค. 2026
| รายการ | ค่า (บาท) | เทียบราคา 6.30 |
|---|---|---|
| ค่าเฉลี่ยเป้าหมาย 2026F (7 บริษัทหลักทรัพย์ คำแนะนำซื้อทั้งหมด) | 7.54 | +19.7% |
| เป้าหมายสูงสุด | 8.10 | +28.6% |
| เป้าหมายต่ำสุด | 6.85 | +8.7% |