บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) (SET: STELLA / เดิม บมจ. ณุศาศิริ หรือ NUSA) กำลังก้าวเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างครั้งประวัติศาสตร์ (Strategic Turnaround Turning Point)” หลังผ่านมรสุมข้อพิพาทด้านการกำกับดูแล การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ และการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ครั้งใหญ่ (Big Bath Impairment Provisioning) ต่อเนื่องกว่า 4,946 ล้านบาท ในช่วงปี 2567–2568 การเปลี่ยนผ่านสู่คณะกรรมการชุดใหม่และการรีแบรนด์สู่ STELLA X ได้ขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูกิจการ 3 ระยะอย่างเข้มงวด
จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในรอบทศวรรษปรากฏขึ้นใน ไตรมาส 2/2569 เมื่อบริษัทสามารถ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิรายไตรมาสแตะ 57.00 ล้านบาท เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยได้รับแรงส่งหลักจากการปิดดีลจำหน่ายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เชิงรุก (Non-core Asset Divestment) โครงการ “เลเจนด์ สยาม (Legend Siam)” พัทยา มูลค่าสูงถึง 2,450 ล้านบาท ซึ่งช่วยเติมสภาพคล่องเงินสดในมือ นำไปเร่งชำระคืนและลดภาระหนี้สินทางการเงิน ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงเหลือเพียง -84.64 ล้านบาท (เทียบกับผลขาดทุนหนักถึง -560.10 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า)
เพื่อสะท้อนภาพการดำเนินงานอย่างชัดเจน ฝ่ายจัดการได้กำหนดโรดแมปเชิงยุทธศาสตร์เพื่อนำพากิจการกลับสู่เสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย:
บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 21,783.20 ล้านบาท (พาร์ 1.00 บาท)
| รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (Major Shareholders) | จำนวนหุ้น (หุ้น) | สัดส่วนการถือหุ้น (%) | ความสัมพันธ์ / ประเภท |
|---|---|---|---|
| 1. บริษัท ดีดี มาร์ท โฮลดิ้ง จำกัด | 5,419,660,160 | 24.88% | ผู้ถือหุ้นใหญ่เชิงกลยุทธ์ |
| 2. บริษัท ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด | 4,801,017,280 | 22.04% | กลุ่มพันธมิตรพลังงานและอุตสาหกรรม |
| 3. น.ส. นันทิดา กิตติอิสรานนท์ | 2,150,000,000 | 9.87% | นักลงทุนรายใหญ่ |
| 4. นางอำไพ หาญไกรวิไลย์ | 749,342,080 | 3.44% | นักลงทุนรายใหญ่ |
| 5. น.ส. เจนจิรา กิตติอิสรานนท์ | 651,317,680 | 2.99% | นักลงทุนรายใหญ่ |
| ผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ และผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) | 7,311,862,800 | 36.78% | ผู้ถือหุ้นรายย่อย 8,726 ราย |
STELLA X ดำเนินยุทธศาสตร์ธุรกิจแบบพหุภาคี (Multi-pillar Enterprise) ภายใต้แนวคิด “Living, Health & Future Energy” โดยจัดกลุ่มธุรกิจหลักออกเป็น 3 เสาหลัก:
┌─────────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ STELLA X (บมจ. สเตลล่า เอ็กซ์) │
├──────────────────────┬──────────────────────┬───────────────────────────────┤
│ 1. อสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม │ 2. สุขภาพและการแพทย์ทางเลือก │ 3. พลังงานสะอาดและธุรกิจหมุนเวียน │
│ (Real Estate & Hotels) │ (Wellness & Medical) │ (Clean & Green Energy) │
├──────────────────────┼──────────────────────┼───────────────────────────────┤
│ • My Ozone เขาใหญ่ (ทาวน์ชิป) │ • Panacee Medical Center│ • พลังงานลม / โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด │
│ • Nusa Chivani พัทยา (วิลล่า)│ (เอกมัย, พระราม 2) │ • Green Infrastructure Solutions│
│ • Nusa State Tower (สีลม) │ • Panacee Hospital เขาใหญ่│ • การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยั่งยืน │
│ • Nusa Parc (พระราม 2/กรุงเทพกรีฑา)│ • Regenerative & Anti-Aging│ │
└──────────────────────┴──────────────────────┴───────────────────────────────┘พอร์ตโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ STELLA มุ่งเน้นตลาดที่อยู่อาศัยระดับ Luxury และ Integrated Wellness Resort โดยมีโครงการเด่นที่สร้างกระแสเงินสด:
ดำเนินงานผ่านกลุ่ม Panacee (พานาซี) ซึ่งเป็นแบรนด์ศูนย์การแพทย์ฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมระดับสากลที่มีชื่อเสียงยาวนาน:
การประสานความร่วมมือกับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ (เช่น บริษัท ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด) เพื่อรุกสู่การลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน (พลังงานลม, พลังงานแสงอาทิตย์) เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เข้ามาถ่วงดุลความผันผวนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
ผลการดำเนินงานของ STELLA ในช่วงปี 2566–2568 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิต่อเนื่องอันเป็นผลจากการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์โครงการในอดีต (Big Bath Provisioning) สูงถึง 2,012 ล้านบาท ในปี 2567 และ 2,935 ล้านบาท ในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) ตัวเลขทางการเงินเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
| ตัวเลขสำคัญทางการเงิน (ล้านบาท) | FY2023 (2566) | FY2024 (2567) | FY2025 (2568) | 1H2025 (6M68) | 1H2026 (6M69) | YoY (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขายและบริการ | 1,664.82 | 1,299.50 | 1,176.71 | 582.40 | 338.98 | -41.8% |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) | 512.40 | 184.20 | -120.50 | 45.10 | 118.50 | +162.7% |
| EBITDA | 112.50 | -845.20 | -1,650.00 | -215.30 | 125.80 | พลิกบวก |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | -708.88 | -2,011.76 | -2,935.07 | -560.10 | -84.64 | ขาดทุนลดลง 84.9% |
| EBITDA Margin (%) | 6.8% | -65.0% | -140.2% | -37.0% | 37.2% | +74.2% |
| Net Profit Margin (%) | -42.6% | -154.8% | -249.4% | -96.2% | -25.0% | +71.2% |
ในไตรมาส 2/2569 บริษัทบันทึกกำไรสุทธิ +57.00 ล้านบาท พลิกฟื้นจากไตรมาส 1/2569 ที่ขาดทุนสุทธิ -141.64 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรพิเศษและการรับรู้รายการขายสินทรัพย์ Legend Siam ส่งผลให้ EBITDA ในครึ่งปีแรกพลิกกลับมาเป็นบวกได้ถึง 125.80 ล้านบาท
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 STELLA มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 12,969.74 ล้านบาท หนี้สินรวม 7,160.53 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 5,708.11 ล้านบาท (เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 5,422.30 ล้านบาท)
| รายการในงบดุล (ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2566 | 31 ธ.ค. 2567 | 31 ธ.ค. 2568 | 30 มิ.ย. 2569 | การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 185.40 | 142.10 | 98.50 | 345.80 | สภาพคล่องเพิ่มขึ้นหลังขาย Legend Siam |
| ต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (สต็อก) | 6,842.10 | 5,980.40 | 5,210.60 | 5,120.40 | ลดลงจากการโอนและตั้งสำรองด้อยค่า |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ | 4,250.60 | 3,840.20 | 3,650.00 | 3,520.10 | ตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อรายได้ |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 15,708.01 | 13,845.84 | 12,586.11 | 12,969.74 | ผ่านการทดสอบสมการทางบัญชีครบถ้วน |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD) | 4,620.00 | 5,460.00 | 5,550.00 | 5,930.00 | ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้มีประกันและเงินกู้ธนาคาร |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 5,785.98 | 6,679.26 | 6,685.93 | 7,160.53 | เตรียมชำระคืนจากกระแสเงินสดโครงการ |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity) | 9,625.08 | 7,001.71 | 5,788.58 | 5,708.11 | มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น BVPS ฿0.26 บาท |
โครงสร้างหนี้สินของ STELLA อยู่ในระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.25 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt/Equity) อยู่ที่ 1.04 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569
| อัตราส่วนทางการเงิน (Ratios) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2026 | เกณฑ์ข้อกำหนดสิทธิ (Covenant) |
|---|---|---|---|---|---|
| Total Debt to Equity (D/E) | 0.60x | 0.95x | 1.16x | 1.25x | ไม่เกิน 2.50x (ปลอดภัยตามเกณฑ์) |
| Interest-Bearing Debt to Equity (IBD/E) | 0.48x | 0.78x | 0.96x | 1.04x | เริ่มทรงตัวหลังการระดมทุนและขายสินทรัพย์ |
| Net Interest-Bearing Debt to Equity | 0.44x | 0.74x | 0.92x | 0.98x | เงินสดในมือช่วยลดหนี้สุทธิ |
| อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (ICR) | 0.28x | -1.65x | -3.20x | 0.85x | ปรับตัวดีขึ้นตาม EBITDA ที่พลิกบวก |
STELLA ออกและเสนอขายหุ้นกู้ประเภท “มีประกัน (Secured Debentures)” ให้แก่นักลงทุนสถาบันและรายใหญ่ โดยใช้หลักประกันเป็นบัญชีเงินฝากและโฉนดที่ดินว่างเปล่าในทำเลศักยภาพสูง (เช่น ปากช่อง, สัตหีบ, และสมุทรสาคร) มูลค่าหลักประกันสูงกว่า 1.5–2.0 เท่าของมูลค่าหุ้นกู้ ช่วยสร้างความมั่นใจในการโรลโอเวอร์และชำระคืนดอกเบี้ยทุก 3 เดือนได้อย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างรายได้ของ STELLA X ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ประกอบด้วย 3 สายธุรกิจหลัก:
| กลุ่มธุรกิจ (Business Line) | รายได้ 1H2026 (ล้านบาท) | สัดส่วน (%) | แบรนด์และโครงการสำคัญ |
|---|---|---|---|
| 1. อสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและพัฒนา | 211.86 | 62.5% | My Ozone เขาใหญ่, Nusa Chivani พัทยา, State Tower สีลม |
| 2. บริการ สุขภาพและการแพทย์ (Wellness) | 95.93 | 28.3% | Panacee Medical Center เอกมัย, Panacee Hospital เขาใหญ่ |
| 3. พลังงานสะอาดและธุรกิจอื่น | 31.19 | 9.2% | พลังงานทดแทนร่วมกับพันธมิตร, ค่าเช่าและบริการ |
| รวมรายได้จากการดำเนินงาน | 338.98 | 100.0% | รายได้ปกติ (ยังไม่นับรวมกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์) |
บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนสะสมจากการตั้งสำรองด้อยค่าในอดีต จึงได้ งดจ่ายเงินปันผล ในช่วงปี 2565–2568
ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทจะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้จนกว่าจะสามารถล้างผลขาดทุนสะสมในงบการเงินได้หมดสิ้น ทั้งนี้ แผนการขายสินทรัพย์ขนาดใหญ่และกำไรสะสมจากการดำเนินงานในระยะที่ 2–3 จะเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อโอกาสในการกลับมาจ่ายปันผลในอนาคต
การเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและกลุ่มหุ้นที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างกิจการในตลาดหลักทรัพย์ฯ:
| หลักทรัพย์ | ราคาล่าสุด (฿) | Market Cap (฿M) | P/E (TTM) | P/BV (เท่า) | Div Yield (%) | จุดเด่นเชิงยุทธศาสตร์ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| STELLA | 0.23 | 5,010 | — | 0.88x | 0.00% | Turnaround ล้างขาดทุน, ขายสินทรัพย์ 2,450 ลบ., พ่วง Wellness |
| NOBLE | 3.50 | 4,800 | 7.50x | 0.72x | 6.80% | คอนโดกลางเมืองพรีเมียม, ฐานลูกค้าต่างชาติแข็งแกร่ง |
| SENA | 2.20 | 3,150 | 5.20x | 0.45x | 7.20% | บ้านโซลาร์, คอนโดราคาเข้าถึงง่าย, ร่วมทุน Hankyu Hanshin |
| ANAN | 0.55 | 2,800 | — | 0.35x | 0.00% | คอนโดติดรถไฟฟ้า, อยู่ระหว่างเร่งระบายสต็อกและชำระหุ้นกู้ |
| GRAND | 0.02 | 187 | — | 0.47x | 0.00% | โรงแรมหรูและวิลล่า, อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้หุ้นกู้ 13 ชุด |
ฝ่ายจัดการได้วางเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจนสำหรับปี 2569–2570 โดยมุ่งเน้นความมั่นคงทางการเงินและกระแสเงินสด:
การวิเคราะห์ความเสี่ยง 6 มิติ พร้อมตัวชี้วัดที่ติดตามได้จริง (Observable Triggers) และแนวทางบริหารจัดการ:
| มิติความเสี่ยง | สาระสำคัญของความเสี่ยง | สัญญาณเตือนที่ต้องจับตา (Trigger) | แนวทางลดความเสี่ยง (Mitigation) |
|---|---|---|---|
| 1. สภาพคล่องและการต่ออายุหุ้นกู้ | ภาระการชำระคืนและโรลโอเวอร์หุ้นกู้มีประกันในแต่ละรอบไตรมาส | อัตราการจองซื้อหุ้นกู้รุ่นใหม่ต่ำกว่า 80% หรืออัตราดอกเบี้ยพุ่งเกิน 7.5% | วางหลักประกันที่ดินและเงินฝากคุ้มหนี้ 1.5–2.0 เท่า และใช้เงินสดขายสินทรัพย์เสริม |
| 2. ภาวะตลาดอสังหาฯ และกำลังซื้อ | อัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงและหนี้ครัวเรือนกระทบการตัดสินใจซื้อบ้านหรู | ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) เกิน 45% หรือยอดขายแนวราบต่ำกว่า 150 ลบ./ไตรมาส | จับกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งสูง (HNWIs) ซื้อเงินสด และเปิดโปรแกรม Wellness Package พ่วงที่อยู่อาศัย |
| 3. การรับรู้รายได้จากการขายสินทรัพย์ | ความล่าช้าในการส่งมอบหรือโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญาขาย Legend Siam | กระแสเงินสดรับตามงวดสัญญาคลาดเคลื่อนเกิน 60 วัน | ทำสัญญาผูกพันทางกฎหมายรัดกุมพร้อมหลักประกันการชำระเงินที่น่าเชื่อถือ |
| 4. ข้อพิพาททางกฎหมายในอดีต | คดีความหรือการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล (ก.ล.ต.) ต่ออดีตผู้บริหาร | คำสั่งปรับหรือคำวินิจฉัยที่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์หรือชื่อเสียงบริษัท | บอร์ดชุดใหม่ให้ความร่วมมือเต็มที่และปรับปรุงระบบการควบคุมภายในตามมาตรฐานสากล |
| 5. ความผันผวนของต้นทุนก่อสร้าง | ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงขั้นต่ำกระทบอัตรากำไรขั้นต้นโครงการ | Gross Profit Margin ในกลุ่มอสังหาฯ ลดลงต่ำกว่า 25% | ใช้สัญญาเหมาก่อสร้างแบบล็อคราคา (Turnkey Fixed Price) กับผู้รับเหมาชั้นนำ |
| 6. ภาวะการฟื้นตัวของท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ | จำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เข้าใช้บริการศูนย์ Panacee หลุดเป้าหมาย | รายได้กลุ่ม Wellness หดตัวต่ำกว่า 40 ล้านบาทต่อไตรมาส | ขยายตัวแทนจำหน่าย (Medical Agency) ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและเอเชียกลาง |
STELLA X จัดเป็น “หุ้นฟื้นฟูกิจการเชิงลึก (Deep Turnaround & Asset Play)” ที่มีอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk-Reward Ratio) น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง โดยมีสินทรัพย์หนุนหลัง (Asset-Backed) จำนวนมาก และซื้อขายด้วยส่วนลดจากมูลค่าทางบัญชี (P/BV 0.88x)
| สถานการณ์ (Scenario) | ความน่าจะเป็น (%) | ราคาเป้าหมาย (฿) | Upside / Downside | เกณฑ์การประเมินมูลค่า (Valuation Methodology) |
|---|---|---|---|---|
| Bull Case | 25% | ฿0.38 – ฿0.42 | +65.2% ถึง +82.6% | อิง P/BV 1.35x–1.50x บน BVPS ฿0.28 จากการขายสินทรัพย์ >3,000 ลบ. และกำไรต่อเนื่อง |
| Base Case | 50% | ฿0.28 – ฿0.30 | +21.7% ถึง +30.4% | อิง P/BV 1.05x–1.15x บน BVPS ปัจจุบัน ฿0.26 (Re-rating สู่ Book Value ตามกลุ่มอสังหาฯ) |
| Bear Case | 25% | ฿0.12 – ฿0.15 | -34.8% ถึง -47.8% | อิง P/BV ส่วนลดลึก 0.45x–0.58x จากแรงกดดันสภาพคล่องหรือภาวะดอกเบี้ยสูง |
ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ (Disclaimer): รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจจากข้อมูลสาธารณะที่เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงาน ก.ล.ต. เท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้แนะ หรือชี้นำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ การตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาจากดุลยพินิจและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของผู้ลงทุนแต่ละบุคคล