รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น STECON — บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

โฮลดิ้งคอมพานีชั้นนำด้านวิศวกรรมและรับเหมาก่อสร้างครบวงจร (ปรับโครงสร้างจาก บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น: STEC) งานในมือ (Backlog) สูงกว่า ฿100,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยโครงการเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ รถไฟฟ้าสายสีส้ม-สายสีม่วงใต้ รถไฟทางคู่ และการเติบโตของงาน Data Center และพลังงานหมุนเวียน พลิกฟื้นกำไรสุทธิปี 2568 แตะ ฿1,947 ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องใน 1H2026 กำไรสุทธิ ฿1,262 ล้านบาท (+37.9% YoY) โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นด้วย D/E 1.97 เท่า และ Net IB D/E 0.26 เท่า ซื้อขายที่ P/E 12.44 เท่า และ Dividend Yield 2.82% — ข้อมูลตลาด ณ 28 ก.ย. 2569 / ข้อมูลงบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569
Sector: สินค้าอุตสาหกรรม / วิศวกรรมและรับเหมาก่อสร้าง (Industrial Services / Engineering & Construction)ราคาล่าสุด ฿19.3Market Cap ฿29,318 ล้านP/E 12.44 · P/BV 1.40Dividend Yield ~2.82%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลสรุป ณ 28 กันยายน 2569 · ข้อมูลงบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569
กำไรสุทธิ 1H2026
฿1,262 ล้าน
เติบโต +37.9% YoY (EPS ฿0.84)MD&A 2Q26
รายได้รวม 1H2026
฿17,593 ล้าน
งานรับเหมาหลักหนุนรายได้โต +8.3%SEC Filings
มูลค่างานในมือ (Backlog)
> ฿100,000 ล้าน
รองรับรายได้มั่นคง 3-4 ปีข้างหน้าStecon IR
โครงสร้างทุน D/E Ratio
1.97 เท่า
ลดลงจาก 2.30x (Net IB D/E 0.26x)SET Factsheet
การประเมินมูลค่า P/E · P/BV
12.44 · 1.40
ส่วนลดเทียบกลุ่มผู้รับเหมาหลักSettrade
อัตราเงินปันผลตอบแทน
2.82%
DPS ปี 2568 ฿0.55 / 2569E ฿0.70SET Profile

จุดเด่นเชิงกลยุทธ์: การปรับโครงสร้างสู่ Holding Company และการพลิกฟื้นกำไรอย่างแข็งแกร่ง

บมจ. สเตคอน กรุ๊ป (STECON) ปรับโครงสร้างองค์กรเสร็จสิ้นสู่การเป็น Holding Company เพื่อปลดล็อกความยืดหยุ่นในการขยายธุรกิจสู่ Recurring Income และโครงการโครงสร้างพื้นฐานสัมปทาน ผลการดำเนินงานรอบ 1H2026 ยืนยันการ Turnaround เต็มรูปแบบด้วยกำไรสุทธิ ฿1,262 ล้านบาท ขับเคลื่อนโดยความคืบหน้าของงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก สายสีม่วงใต้ รถไฟทางคู่ และการขยายตัวของงานก่อสร้างเอกชนกลุ่ม Data Center และโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด พร้อม Backlog ระดับแสนล้านบาท

ประเด็นสำคัญสำหรับผู้บริหารและนักลงทุน (Key Takeaways)
  • การฟื้นตัวของอัตรากำไรหลังล้างขาดทุนโครงการในอดีต: จากผลกระทบของการตั้งสำรองโครงการในอดีตช่วงปี 2567 STECON กลับมาสร้างกำไรโดดเด่นในปี 2568 (กำไรสุทธิ ฿1,947 ล้านบาท) และต่อเนื่องใน 1H2026 ด้วยอัตรากำไรสุทธิระดับ 7.2% สะท้อนถึงการควบคุมต้นทุนวัสดุและประสิทธิภาพการบริหารโครงการขนาดใหญ่ที่ดีขึ้นชัดเจน
  • งานในมือ (Backlog) สูงเป็นประวัติการณ์รองรับการเติบโต 3–4 ปี: บริษัทมี Backlog แข็งแกร่งเกิน ฿100,000 ล้านบาท โดยมีโครงการเรือธงสำคัญ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ), รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ), โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M6 และ M81) และงานรถไฟทางคู่
  • New S-Curve: การเติบโตของงาน Data Center และโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด: STECON ได้รับงานก่อสร้าง Hyperscale Data Center สำหรับผู้ให้บริการระดับโลกในไทย รวมถึงงาน EPC โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นงานที่ให้ Margin สูงกว่างานโครงสร้างพื้นฐานทั่วไปและมีรอบการรับรู้รายได้ที่รวดเร็ว
  • ฐานะทางการเงินและสภาพคล่องปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง: ภายหลังการปรับโครงสร้างทุนและการบริหาร Working Capital ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงเหลือ 1.97 เท่า และ Net Interest-Bearing Debt to Equity อยู่ที่เพียง 0.26 เท่า พร้อมอันดับเครดิตองค์กรระดับ BBB+ แนวโน้ม Stable จาก TRIS Rating

Bull Case (เป้าหมาย ฿24.00 – ฿26.00)

  • การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐและการเปิดประมูลเมกะโปรเจกต์ใหม่ (รถไฟทางคู่เฟส 2, ขยายสนามบิน, ทางด่วน) เดินหน้าเร็วกว่าคาด หนุน Backlog ทะลุ ฿120,000 ล้านบาท
  • งานก่อสร้าง Data Center ได้รับสัญญาเพิ่มเติมจาก Tech Giants ข้ามชาติ ขยายมาร์จิ้นรวมของกลุ่มแตะระดับ 12%
  • กำไรสุทธิปี 2569E เกิน ฿2,600 ล้านบาท และจ่ายปันผลรวมแตะ ฿0.80 ต่อหุ้น (Dividend Yield > 4.0%)

Base Case (เป้าหมาย ฿21.00 – ฿22.50)

  • การรับรู้รายได้จากโครงการหลักเป็นไปตามแผนงาน โดยเฉพาะสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ หนุนรายได้ปี 2569 แตะ ฿35,000 – ฿36,000 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิปี 2569E อยู่ที่ราว ฿2,250 – ฿2,400 ล้านบาท (EPS ราว ฿1.48 – ฿1.58)
  • อัตราการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% คิดเป็นเงินปันผล ฿0.65 – ฿0.70 ต่อหุ้น ให้ผลตอบแทน Yield ราว 3.4% – 3.6%

Bear Case (เป้าหมาย ฿15.00 – ฿16.50)

  • ความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างในโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน ส่งผลให้เกิดต้นทุน Overhead ส่วนเกิน
  • ราคาวัสดุก่อสร้างหลัก (เหล็ก, ปูนซีเมนต์) และค่าแรงขั้นต่ำปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าการชดเชยค่า K ของสัญญาภาครัฐ
  • กำไรสุทธิปี 2569 ชะลอตัวลงมาอยู่ในกรอบ ฿1,600 – ฿1,800 ล้านบาท และ D/E ขยับขึ้นเหนือ 2.2x

2. ข้อมูลบริษัท (Factsheet)

ข้อมูลสถิติตลาดหลักทรัพย์และโครงสร้างบริษัท ณ 28 กันยายน 2569 (ราคาปิด 25 ก.ย. 2569)
ราคาหุ้นล่าสุด
฿19.30
52W Range: ฿8.60 - ฿21.50SET Price
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿29,318 ล้าน
1,519.08 ล้านหุ้น (พาร์ ฿1.00)SET Factsheet
P/E Ratio (TTM)
12.44 เท่า
EPS TTM ฿1.51/หุ้นSettrade
P/BV Ratio
1.40 เท่า
BVPS ฿13.81 บาท/หุ้นSET Factsheet
อัตราเงินปันผลตอบแทน
2.82%
DPS ล่าสุด ฿0.55/หุ้นSettrade Highlights
การถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย
54.20%
Free Float ณ 14 มี.ค. 2569SET Profile
สัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติ
6.85%
เพดานต่างชาติตามกฎหมาย 49.00%SET Profile
ส่วนของผู้ถือหุ้น
฿20,982 ล้าน
งบรวม ณ 30 มิ.ย. 2569SEC Filings
รายการรายละเอียดแหล่งข้อมูลอ้างอิง
ชื่อหลักทรัพย์ / ตลาดบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SET: STECON / STECON.BK)SET Profile
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม / บริการเฉพาะกิจ / วิศวกรรมและรับเหมาก่อสร้างSET Industry Classification
โครงสร้างการถือหุ้นใหญ่กลุ่มตระกูลชาญวีรกูล (~15.2%), Thai NVDR (~7.8%), UBS AG SINGAPORE BRANCH (~4.5%), สำนักงานประกันสังคม (~3.8%)SET Major Shareholders
อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating)TRIS Rating: BBB+ (แนวโน้ม Stable) ณ ปี 2569TRIS Rating Report
ประธานกรรมการ / ประธานเจ้าหน้าที่บริหารนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล (ประธานกรรมการ) / นายภาคภูมิ ศรีชำนิ (กรรมการผู้จัดการ)Stecon Board of Directors
รอบระยะเวลาบัญชี1 มกราคม – 31 ธันวาคมSET Profile

3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ โครงการสำคัญ และยุทธศาสตร์การเติบโตของ Stecon Group

บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (STECON) ดำเนินธุรกิจในฐานะบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) โดยมี บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) เป็นบริษัทแกนหลักในการดำเนินงานด้านวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง (EPC) ครบวงจร ทั้งงานโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนาดใหญ่ งานอาคารสูงและโรงพยาบาล งานโรงงานอุตสาหกรรม และการขยายสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income)

1. ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม (Infrastructure & Rail)

แกนหลักสร้างรายได้ของกลุ่ม (สัดส่วน ~55% ของรายได้รวม) มีความเชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของประเทศในการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าทั้งยกระดับและใต้ดิน สะพาน ทางยกระดับ ท่าอากาศยาน และท่าเรือ

  • โครงการสำคัญ: รถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก (บางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ), รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (เตาปูน - ราษฎร์บูรณะ สัญญา 1 และ 2), โครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ
  • งานทางหลวงพิเศษ: งานก่อสร้างและติดตั้งระบบจัดเก็บค่าผ่านทางและบริหารการจราจร (O&M) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) และบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) ร่วมกับกลุ่มพันธมิตร
2. ธุรกิจก่อสร้างอาคาร พาณิชยกรรม และสาธารณสุข (Building & Healthcare)

งานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน ศูนย์ราชการ โรงพยาบาล และสถาบันการศึกษา (สัดส่วน ~25% ของรายได้)

  • โครงการสำคัญ: อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C ถนนแจ้งวัฒนะ, โครงการปรับปรุงและก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี, อาคารสำนักงานใหญ่สถาบันการเงินและองค์กรชั้นนำ
  • มาตรฐานระดับสูง: ได้รับการรับรองอาคารเขียวตามมาตรฐานสากล (LEED / TREES Certification) เสริมจุดแข็งด้านความยั่งยืน
3. ธุรกิจก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม พลังงาน และ Data Center (Industrial & Tech)

กลุ่มธุรกิจ New S-Curve ที่ให้อัตรากำไรสูง (สัดส่วน ~20% ของรายได้) ตอบสนองการเติบโตของการลงทุนด้านเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด

  • Hyperscale Data Center: ก่อสร้างอาคารและระบบวิศวกรรมสำหรับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ของกลุ่มทุนเทคโนโลยีระดับโลกในเขตกรุงเทพฯ และ EEC
  • โรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน: งาน EPC โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม, งานโซลาร์ฟาร์ม และโรงงานปิโตรเคมี/ก๊าซธรรมชาติ
4. ธุรกิจสัมปทาน สาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง (Concessions & Utilities)

การลงทุนผ่านการถือหุ้นในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าเพื่อสร้างกระแสเงินสดประจำ (Recurring Income)

  • รถไฟฟ้าโมโนเรล: ถือหุ้นในบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอก โมโนเรล จำกัด (NBM - สายสีชมพู) และ บริษัท อีสเทิร์น บางกอก โมโนเรล จำกัด (EBM - สายสีเหลือง) ร่วมกับ BTS และ RATCH
  • โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์: ร่วมทุนในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (UTA)

4. ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

รายได้ กำไร อัตรากำไร และผลการดำเนินงานเปรียบเทียบงวด 6 เดือนแรก 1H2025 vs 1H2026
รายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (฿ ล้าน) — FY2023 → TTM
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%) — FY2023 → TTM
ผลประกอบการเปรียบเทียบงวดครึ่งปี 1H2025 vs 1H2026 (฿ ล้าน)
รายการทางการเงิน (หน่วย: ฿ ล้าน)FY2023FY2024FY20251H20251H2026TTM (มิ.ย.26)
รายได้รวม (Total Revenue)29,84230,40533,77916,25017,59335,122
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)1,586(950)3,4501,6952,2103,965
EBITDA1,558(866)3,5721,6802,1853,950
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (Net Profit)536(2,388)1,9479151,2622,293
EBITDA Margin (%)5.2%-2.8%10.6%10.3%12.4%11.2%
Net Profit Margin (%)1.8%-7.9%5.8%5.6%7.2%6.5%
กำไรต่อหุ้น EPS (บาท/หุ้น)0.35(1.57)1.280.600.841.51

แหล่งข้อมูล: ตรวจสอบและรวบรวมจากงบการเงินรวม บมจ.สเตคอน กรุ๊ป ผ่านระบบ ก.ล.ต. (SEC Thailand) และรายงาน SET Financial Highlights

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และสภาพคล่องทางการเงิน ณ 30 มิถุนายน 2569
โครงสร้างฐานะการเงิน สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (฿ ล้าน)
รายการงบดุล (หน่วย: ฿ ล้าน)สิ้นปี 2023สิ้นปี 2024สิ้นปี 2025ณ 30 มิ.ย. 2026
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด4,8503,9204,1504,220
ลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ14,21016,45018,12021,350
สินทรัพย์หมุนเวียนรวม26,89028,45031,24036,180
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E)9,85010,21010,85011,420
เงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า6,5407,1207,9808,650
สินทรัพย์รวม (Total Assets)47,44951,53856,24963,490
หนี้สินหมุนเวียนรวม21,45024,12028,54030,120
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Interest-Bearing Debt)6,8008,1009,4009,769
หนี้สินรวม (Total Liabilities)29,37733,66739,19842,081
ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่18,07217,87116,63420,982
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)18,07217,87117,05121,409

แหล่งข้อมูล: งบการเงินรวมสอบทาน ณ 30 มิ.ย. 2569 บมจ.สเตคอน กรุ๊ป อ้างอิงตาม SEC Filings และ SET Factsheet

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Solvency)

วิเคราะห์โครงสร้างหนี้สิน ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และภาระผูกพันทางการเงิน
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E และ Net IBD/E) — สิ้นปี 2023 → 1H2026
ตัวชี้วัดโครงสร้างทางการเงินสิ้นปี 2023สิ้นปี 2024สิ้นปี 2025ณ 30 มิ.ย. 2026เกณฑ์ควบคุมตามข้อกำหนดสิทธิหุ้นกู้
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio)1.63x1.88x2.30x1.97xไม่เกิน 3.00 เท่า
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity)0.38x0.45x0.55x0.46xไม่เกิน 1.75 เท่า
หนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IB Debt / Equity)0.15x0.22x0.32x0.26xสถานะปลอดภัยสูง
อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage)4.2x-1.2x6.8x7.5xไม่ต่ำกว่า 2.00 เท่า
อันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ (TRIS Rating)BBB+BBB+BBB+BBB+ (Stable)Investment Grade

แหล่งข้อมูล: ตรวจสอบจากข้อกำหนดสิทธิหุ้นกู้ STECON และรายงานวิเคราะห์อันดับเครดิต TRIS Rating

7. สัดส่วนธุรกิจ (Business Segments)

โครงสร้างรายได้แบ่งตามประเภทงานวิศวกรรมก่อสร้างและโครงการ
สัดส่วนรายได้ตามกลุ่มงานก่อสร้าง งวด 1H2026 (%)
กลุ่มงานก่อสร้าง (Business Line)สัดส่วนรายได้ (%)รายได้ประมาณการ 1H2026 (฿ ล้าน)ลักษณะโครงการและลูกค้ารายใหญ่
งานโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคม (Infrastructure & Rail)55.0%9,676รฟม., รฟท., กรมทางหลวง (รถไฟฟ้าสายสีส้ม, สีม่วงใต้, ทางคู่)
งานอาคาร โรงพยาบาล และพาณิชยกรรม (Building & Healthcare)25.0%4,398ศูนย์ราชการ โซน C, สถาบันการแพทย์ และอาคารสำนักงาน
งานโรงงานอุตสาหกรรม พลังงาน และ Data Center20.0%3,519Hyperscale Data Center, โครงการ Solar Farm และโรงไฟฟ้าก๊าซฯ

แหล่งข้อมูล: สัดส่วนการรับรู้รายได้จำแนกตามสัญญา ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ STECON IR Presentation

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

นโยบายการจ่ายปันผล สถิติเงินปันผลต่อหุ้น และการคาดการณ์รอบปี 2569
เงินปันผลต่อหุ้น (DPS: บาท/หุ้น) ปี FY2023 → 2026E
รอบผลการดำเนินงานDPS (บาท/หุ้น)กำไรต่อหุ้น EPS (บาท)Payout Ratio (%)Dividend Yield (%)วันขึ้นเครื่องหมาย XD
FY2023 (STEC)0.150.3542.8%1.52%2 พ.ค. 2567
FY2024 (งดจ่ายปันผลจากผลขาดทุน)0.00(1.57)-0.00%-
FY2025 (STECON)0.551.2843.0%2.85%9 มี.ค. 2569
FY2026E (ประมาณการ Consensus)0.701.5146.4%3.63%มี.ค. 2570E

นโยบายการจ่ายเงินปันผล: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และทุนสำรองตามกฎหมาย อ้างอิงจาก Settrade Dividend Information

9. เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison)

เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ อัตราส่วน P/E และ P/BV ในกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างชั้นนำของไทย
เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (฿ ล้าน) และ P/E Ratio
ชื่อหลักทรัพย์ (Ticker)ราคาหุ้น (฿)Market Cap (฿ ล้าน)P/E (TTM)P/BV (x)Div Yield (%)Backlog โดยประมาณ (฿ ล้าน)
STECON (Stecon Group)19.3029,31812.44x1.40x2.82%> 100,000
CK (บมจ. ช.การช่าง)21.6036,52014.20x1.38x2.45%~ 135,000
ITD (บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์)0.854,520N/A (Loss)0.85x0.00%~ 85,000
UNIQ (บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งฯ)3.503,81015.80x0.62x2.10%~ 45,000

แหล่งข้อมูล: ตรวจสอบเปรียบเทียบจาก SET Factsheet และ Settrade Market Overview ณ 28 กันยายน 2569

10. มุมมองอนาคตธุรกิจ (Business Outlook)

ปัจจัยเร่งการเติบโต แผนงานประมูล และเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 2569–2571
1. วัฏจักรการเบิกจ่ายและเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ

การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมระลอกใหม่ของภาครัฐ ทั้งรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 และส่วนต่อขยายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ส่งผลให้ STECON มีโอกาสเข้าร่วมประมูลงานใหม่มูลค่ารวมกว่า ฿80,000 ล้านบาท

2. การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ Data Center & AI Infra

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น Data Center Hub ของภูมิภาค โดยมีผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก (Hyperscalers) ประกาศลงทุนขนาดใหญ่ STECON มีจุดแข็งด้านการก่อสร้างตามมาตรฐานวิศวกรรมซับซ้อนและมีผลงานส่งมอบสำเร็จ ทำให้เป็นพันธมิตรลำดับต้นในการรับงาน

3. การเก็บเกี่ยวกระแสเงินสดจากโครงการสัมปทาน

โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองเริ่มทยอยเพิ่มปริมาณผู้โดยสารต่อเนื่อง รวมถึงสัญญา O&M มอเตอร์เวย์ M6 และ M81 ที่จะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ จะสร้างรายได้ค่าบริการและเงินปันผลสม่ำเสมอ ลดความผันผวนของธุรกิจรับเหมาแบบเดิม

11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors)

การประเมินปัจจัยเสี่ยง ผลกระทบ และแนวทางการรับมือเชิงรุก
1. ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าพลังงาน

ผลกระทบ: ต้นทุนเหล็กเส้น ซีเมนต์ และราคาน้ำมันดีเซลคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของต้นทุนโครงการ หากราคาพุ่งขึ้นรวดเร็วอาจกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น

แนวทางจัดการ: มีการทำสัญญาจัดซื้อล่วงหน้า (Forward Purchase Agreements) และสัญญาก่อสร้างภาครัฐส่วนใหญ่มีเงื่อนไขการปรับค่า K (Escalation Factor) ช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

2. ความเสี่ยงจากความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่และการเวนคืนที่ดิน

ผลกระทบ: การเวนคืนที่ดินและส่งมอบพื้นที่ที่ล่าช้าในโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินและทางด่วนอาจส่งผลให้ระยะเวลาก่อสร้างยืดเยื้อและเกิดค่าใช้จ่ายบริหารโครงการเพิ่มขึ้น

แนวทางจัดการ: ประสานงานใกล้ชิดกับหน่วยงานเจ้าของโครงการ (รฟม./รฟท.) พร้อมวางแผนการปรับเปลี่ยนลำดับงานก่อสร้าง (Phasing Construction) เพื่อเข้าทำงานในพื้นที่พร้อมก่อน

3. ความเสี่ยงจากข้อพิพาททางสัญญาและโครงการในอดีต

ผลกระทบ: คดีความข้อพิพาทหรือข้อเรียกร้องค่าเสียหาย เช่น โครงการรัฐสภา หรือข้อพิพาทผู้รับเหมาช่วง อาจส่งผลกระทบต่อภาระทางการเงินหรือการตั้งสำรอง

แนวทางจัดการ: บริษัทมีทีมกฎหมายเชี่ยวชาญ และได้มีการตั้งสำรองความเสียหายตามหลักความระมัดระวังรอบคอบไว้แล้วในงบการเงินปี 2567 ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการตั้งสำรองก้อนใหญ่ลดลงมาก

4. ความเสี่ยงด้านการขาดแคลนแรงงานและต้นทุนค่าแรง

ผลกระทบ: การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำและการแข่งขันแย่งชิงแรงงานฝีมืออาจส่งผลต่อต้นทุนโครงการ

แนวทางจัดการ: นำเทคโนโลยีการก่อสร้างแบบชิ้นส่วนสำเร็จรูป (Prefabrication & Precast Concrete) และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้เพื่อลดการพึ่งพาแรงงานคนลง

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

บทวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันและสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจของกลุ่มสเตคอน

Strengths (จุดแข็ง)

  • ประสบการณ์และประวัติผลงานวิศวกรรมระดับเมกะโปรเจกต์ยาวนานกว่า 60 ปี
  • มูลค่างานในมือ (Backlog) สูงเกิน ฿100,000 ล้านบาท ประกันรายได้ 3–4 ปี
  • พันธมิตรเชิงกลยุทธ์แข็งแกร่ง (ร่วมทุนกลุ่ม BTS, RATCH, GULF)
  • ฐานะการเงินพลิกฟื้นแข็งแกร่ง D/E ปรับลดเหลือ 1.97 เท่า พร้อมเครดิตเรทติ้ง BBB+

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) ยังคงอยู่ในระดับต่ำ (5–7%) ตามธรรมชาติธุรกิจรับเหมา
  • การพึ่งพาโครงการภาครัฐในสัดส่วนสูง ทำให้ผลการดำเนินงานอิงตามการเบิกจ่ายรัฐ
  • ภาระหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยยังคงอยู่ระดับ ฿9,769 ล้านบาท จากการลงทุนระยะยาว
  • ความเสี่ยงในการรับรู้ผลขาดทุนหากเกิดความล่าช้าในโครงการขนาดใหญ่ที่สัญญาระบุค่าปรับ

Opportunities (โอกาส)

  • การขยายตัวของการลงทุน Hyper-scale Data Center และ Cloud Infrastructure ในไทย
  • โครงการประมูลรถไฟทางคู่เฟส 2, ทางด่วน และการขยายขีดความสามารถสนามบิน
  • โอกาสขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและการลงทุนในโรงไฟฟ้าเพื่อสร้าง Recurring Income
  • การปรับโครงสร้างเป็น Holding Company เพิ่มความคล่องตัวในการระดมทุนและร่วมทุน M&A

Threats (อุปสรรค)

  • ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างหลักในตลาดโลก (เหล็ก, ปูนซีเมนต์, น้ำมัน)
  • ความไม่แน่นอนทางการเมืองหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
  • การแข่งขันด้านราคาจากผู้รับเหมาต่างชาติ (โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีน) ในงานโครงสร้างพื้นฐาน
  • ภาวะอัตราดอกเบี้ยและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในการดำเนินโครงการ

13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View & Valuation)

สรุปคำแนะนำการลงทุน กรอบราคาเป้าหมาย และประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด
บทวิเคราะห์มูลค่าหุ้นและการลงทุน (Valuation Summary)

หุ้น STECON ซื้อขาย ณ ระดับราคา ฿19.30 บาท คิดเป็น P/E TTM 12.44 เท่า และ P/BV 1.40 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลักอย่าง CK ที่ซื้อขายในระดับ P/E 14.20 เท่า พบว่า STECON ยังคงมีส่วนลด (Discount) เชิงการประเมินมูลค่า ขณะที่การฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในปี 2568 และ 1H2026 แสดงถึงความสามารถในการทำกำไรที่มีเสถียรภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน

ด้วย Backlog ที่สูงเกินแสนล้านบาท ร่วมกับ New S-Curve จากงาน Data Center และโอกาสการรับงานใหม่ของภาครัฐ ทำให้ STECON มีความน่าสนใจในฐานะหุ้น Turnaround ที่เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นโฮลดิ้งคอมพานีด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง

Bull Scenario: ฿24.00 – ฿26.00

อิง P/E 15.0x บนคาดการณ์ EPS ปี 2569E ที่ ฿1.65 จากการเร่งประมูลงานรัฐและมาร์จิ้น Data Center สูงกว่าคาด

Base Scenario: ฿21.00 – ฿22.50

อิง P/E 13.5x–14.0x บนคาดการณ์ EPS ปี 2569E ที่ ฿1.55 สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมรับเหมาขนาดใหญ่

Bear Scenario: ฿15.00 – ฿16.50

อิง P/E 11.0x บนกรณีแย่สุดที่ต้นทุนงานก่อสร้างพุ่งสูงและงานล่าช้า กดดัน EPS ลงเหลือ ฿1.40

ประเด็นติดตามสำคัญสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist)
  • ความคืบหน้าการส่งมอบพื้นที่และงานขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก
  • การลงนามสัญญาโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 และความคืบหน้าโครงการสนามบินอู่ตะเภา (UTA)
  • สัดส่วนการรับงาน Data Center และพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
  • ทิศทางราคาเหล็กเส้น ซีเมนต์ และการปรับอัตราค่าจ้างแรงงาน
  • อัตราส่วน D/E และการบริหารสภาพคล่องเงินทุนหมุนเวียนก่อนการเสนอขายหุ้นกู้รอบถัดไป