| หัวข้อสารสนเทศ | รายละเอียดข้อมูล | แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ |
|---|---|---|
| ชื่อหลักทรัพย์และย่อ | บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) (SET: SPCG / SPCG.BK) | SET Factsheet |
| วันที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ | 20 ธันวาคม 2548 (แปลงสภาพเป็นธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์เต็มรูปแบบในปี 2554) | SET Profile |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | ทรัพยากร (Resources) / พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) | SET Factsheet |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | 1,055,790,000.00 บาท (หุ้นสามัญ 1,055,790,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท) | SET Information |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับแรก | ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และกลุ่มครอบครัว ถือหุ้นรวมกันประมาณ 41.5% | โครงสร้างผู้ถือหุ้น SET |
| สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติ (Foreign Limit) | ถือครองจริงประมาณ 12.5% (เพดานสัดส่วนต่างชาติตามกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 49.00%) | SET Factsheet |
| นโยบายเงินปันผล | ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมาย | SPCG Dividend Policy |
SPCG ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Holding Company โดยเป็นผู้บุกเบิกและเป็นผู้นำการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) รายแรกของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทแบ่งออกเป็น 5 เสาหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์:
| กลุ่มธุรกิจหลัก (Business Line) | รายละเอียดการดำเนินงานและทรัพย์สินหลัก | สัญญาและคู่ค้าสำคัญ | สัดส่วนรายได้ (1H2026) |
|---|---|---|---|
| 1. โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในประเทศ (Domestic Solar Farm) | โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่จำนวน 36 โครงการ กระจายตัวใน 10 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง กำลังการผลิตรวมกว่า 260 MW เทคโนโลยี Polycrystalline Silicon และ Inverter คุณภาพสูง | สัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Non-Firm กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อายุสัญญา 25 ปี ปัจจุบันขายในอัตรา Wholesale Tariff หลังหมด Adder | 82.0% (~฿668M) |
| 2. โซลาร์รูฟและบริการ EPC/OM&M (Solar Roof & Services) | ดำเนินการผ่าน บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด (SPR) ให้บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง (EPC) และบำรุงรักษา (OM&M) ครบวงจรสำหรับภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และภาคครัวเรือน (Residential) | โรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ และโครงการบ้านพักอาศัยชั้นนำทั่วประเทศ รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี 200,000 บาท | 9.5% (~฿77M) |
| 3. ตัวแทนจำหน่ายเครื่องแปลงไฟ Inverter (SMA Distribution) | ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของ SMA Solar Technology AG จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ผลิต Inverter แถวหน้าของโลก รองรับทั้งงานโครงการของบริษัทและจำหน่ายให้พันธมิตร | SMA Solar Technology AG (Germany) ให้บริการครอบคลุมประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV | 2.5% (~฿20M) |
| 4. โครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น (Overseas Solar Farm) | ร่วมลงทุนในโครงการ Ukujima Mega Solar Project (480 MW) เกาะอูกูจิมะ จังหวัดนางาซากิ (ถือหุ้น 17.92%) หนึ่งในโซลาร์ฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมสายส่งเคเบิลใต้น้ำ 64 กม. และโครงการ Tottori Solar (30 MW) | Kyushu Electric Power ภายใต้สัญญา Feed-in Tariff (FiT) ญี่ปุ่น ระยะเวลา 20 ปี ร่วมทุนกับ Kyocera, Kyudenko | 6.0% (~฿49M) |
| 5. โครงการพัฒนาโซลาร์ฟาร์มใน EEC (EEC Pipeline Project) | ร่วมทุนผ่าน บริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด (SET Energy) เพื่อพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาดไม่น้อยกว่า 500 MW จัดซื้อที่ดินแล้วกว่า 3,000 ไร่ใน ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา | สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ PEA ENCOM (อยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำใบอนุญาต) | อยู่ระหว่างพัฒนา (Pipeline) |
จุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์ของ SPCG คือการมีระบบนิเวศธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ที่ครบวงจร ตั้งแต่การเป็นผู้ลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า (Developer), การให้บริการรับเหมาวิศวกรรมติดตั้ง (EPC), บริการล้างแผงและตรวจสอบบำรุงรักษาระยะยาว (OM&M) ด้วยระบบ SCADA ตลอด 24 ชั่วโมง, ไปจนถึงการเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์หัวใจสำคัญอย่าง SMA Inverter ทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและรักษาประสิทธิภาพการแปลงพลังงาน (Performance Ratio) ของโรงไฟฟ้าได้สูงกว่า 80% ตลอดอายุการใช้งาน
ผลการดำเนินงานของ SPCG ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566–2568) สะท้อนภาพการทยอยหมดอายุของ Adder 8 บาท/หน่วยอย่างชัดเจน โดยรายได้รวมปรับจาก ฿4,218.79 ล้านบาทในปี 2566 ลงมาสู่ ฿2,166.64 ล้านบาทในปี 2567 และ ฿1,796.60 ล้านบาทในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) ผลประกอบการเริ่มเข้าสู่จุดสมดุล โดยทำรายได้ ฿814.80 ล้านบาท และกำไรสุทธิ ฿233.90 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิเติบโตถึง 24% YoY สะท้อนว่าฐานกำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
| รายการทางการเงิน (ล้านบาท) | FY2023 (2566) | FY2024 (2567) | FY2025 (2568) | TTM (มิ.ย. 2569) | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวมจากการขายและบริการ | 4,218.79 | 2,166.64 | 1,796.60 | 1,688.50 | งบการเงินรวม SET |
| กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมฯ (EBITDA) | 2,580.00 | 1,480.00 | 1,078.40 | 1,048.40 | แบบ 56-1 One Report |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ | 1,837.97 | 682.51 | 378.34 | 379.44 | MD&A SET |
| กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท) | 1.74 | 0.65 | 0.36 | 0.36 | SET Factsheet |
| อัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin %) | 61.15% | 68.31% | 60.03% | 62.09% | คำนวณจากงบการเงิน |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin %) | 43.57% | 31.50% | 21.06% | 22.47% | คำนวณจากงบการเงิน |
ฐานะทางการเงินของ SPCG มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวในกลุ่มโรงไฟฟ้า คือการมีสัดส่วนของผู้ถือหุ้นสูงถึง 86% ของสินทรัพย์รวม และมีหนี้สินต่ำมาก เนื่องจากโรงไฟฟ้าทั้ง 36 แห่งได้ตัดค่าเสื่อมราคาและชำระคืนเงินกู้โครงการหมดสิ้นแล้ว สินทรัพย์ส่วนใหญ่จึงประกอบด้วยที่ดินกรรมสิทธิ์ของโรงไฟฟ้า สินทรัพย์ทางการเงิน และเงินสดสภาพคล่อง
| รายการงบแสดงสถานะการเงิน (ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2566 | 31 ธ.ค. 2567 | 31 ธ.ค. 2568 | 30 มิ.ย. 2569 | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 21,419.48 | 19,111.05 | 18,773.99 | 18,485.00 | SET Statement |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 2,877.23 | 2,940.25 | 2,603.19 | 2,580.00 | SET Statement |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity) | 18,542.25 | 16,170.80 | 16,170.80 | 15,905.00 | SET Statement |
| มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS - บาท) | 17.56 | 15.32 | 15.32 | 15.06 | คำนวณจาก 1,055.79M หุ้น |
| สถานะสมการบัญชี (Assets = L + E) | สมบูรณ์ (100%) | สมบูรณ์ (100%) | สมบูรณ์ (100%) | สมบูรณ์ (100%) | ตรวจสอบความถูกต้อง |
ความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินของ SPCG จัดว่าต่ำที่สุดในบรรดาบริษัทจดทะเบียนกลุ่มโรงไฟฟ้าในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) อยู่ที่ระดับ 0.01 – 0.02 เท่า และเมื่อหักลบด้วยเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น บริษัทอยู่ในสถานะ Net Cash ปลอดหนี้สุทธิ (Net IBD/E = 0.00x) ทำให้ไม่มีความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้หรือความผันผวนของดอกเบี้ยขาขึ้น
แม้ว่า Adder จะหมดอายุลง แต่ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มในประเทศ ยังคงเป็นเสาหลักที่สร้างกระแสเงินสดกว่า 82% ของรายได้รวม ขณะที่ธุรกิจ Solar Roof & Inverter Distribution คิดเป็น 12% และเริ่มมีสัดส่วนรายได้และเงินปันผลจาก โครงการในญี่ปุ่น (Ukujima) เข้ามาเสริมราว 6%
| ส่วนงานธุรกิจ (Segment) | รายได้ (ล้านบาท) | สัดส่วน (%) | อัตรากำไรขั้นต้น (%) | แนวโน้มการเติบโต |
|---|---|---|---|---|
| โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในประเทศ (36 โครงการ) | 668.1 | 82.0% | ~65.0% | กระแสเงินสดมั่นคง ขายไฟฟ้าราคาส่งให้ กฟภ. |
| โซลาร์รูฟ (Solar Roof) & SMA Inverter | 97.8 | 12.0% | ~22.5% | เติบโตรวดเร็วจากนโยบายลดหย่อนภาษีครัวเรือน |
| โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น (Ukujima & Tottori) | 48.9 | 6.0% | ~55.0% | เริ่มรับรู้รายได้เต็มปี COD ต่อเนื่อง |
SPCG มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ ในปี 2568 บริษัทได้สร้างความประหลาดใจเชิงบวกด้วยการจ่ายเงินปันผลรวมสูงถึง ฿2.16 ต่อหุ้น (เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลพิเศษ ฿1.50 ในเดือน ธ.ค. 2568 จากกำไรสะสมและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง) สำหรับปี 2569 คาดการณ์การจ่ายเงินปันผลปกติที่ ฿0.60 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.80% บนราคาตลาดปัจจุบัน
| รอบปีการดำเนินงาน | เงินปันผลระหว่างกาล (บาท) | เงินปันผลสิ้นปี (บาท) | เงินปันผลรวม (บาท/หุ้น) | Dividend Yield (%) | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|---|
| FY2023 (2566) | 0.30 | 0.65 | 0.95 | 7.60% | SET Factsheet |
| FY2024 (2567) | 0.50 | 0.70 | 1.20 | 9.60% | SET Factsheet |
| FY2025 (2568) | 0.40 + 1.50 (พิเศษ) | 0.26 | 2.16 | 17.28% | มติคณะกรรมการ / SET |
| FY2026E (คาดการณ์) | 0.25 (จ่ายแล้ว) | 0.35 | 0.60 | 4.80% | ประมาณการ Consensus |
เนื่องจากไม่มีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีลักษณะธุรกิจโซลาร์ฟาร์มบริสุทธิ์เหมือนกันทุกด้าน จึงคัดเลือกหุ้นกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าและพลังงานทดแทนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดใกล้เคียงกัน (฿13,000 – ฿20,000 ล้านบาท) ได้แก่ TPIPP, ACE, CKP และ BCPG เพื่อเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์
| หลักทรัพย์ | Market Cap (฿M) | P/E (TTM) | P/BV (เท่า) | Div. Yield (%) | ลักษณะเด่นเชิงธุรกิจ |
|---|---|---|---|---|---|
| SPCG | 13,197 | 34.78 | 0.83 | 4.80% | โซลาร์ฟาร์ม 36 แห่ง ปลอดหนี้ ดอกเบี้ย 0% ขยายญี่ปุ่น |
| TPIPP | 13,608 | 6.20 | 0.48 | 8.50% | โรงไฟฟ้าขยะ RDF และความร้อนเหลือทิ้ง รอประมูลใหม่ |
| ACE | 13,300 | 12.66 | 0.76 | 0.76% | ผู้นำชีวมวลและขยะชุมชน พอร์ต 767 MW ทยอย COD |
| CKP | 18,500 | 12.50 | 0.70 | 3.80% | โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ในลาว (ไซยะบุรี, น้ำงึม 2) |
| BCPG | 20,072 | 9.00 | 0.69 | 5.22% | โรงไฟฟ้าก๊าซ CCGT สหรัฐฯ และกังหันลม Monsoon ในลาว |
| มิติความเสี่ยง | รายละเอียดความเสี่ยงและผลกระทบ | สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Observable Triggers) | มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| 1. ความเสี่ยงด้านการสิ้นสุด Adder (Tariff Step-Down) | สัญญาขายไฟฟ้าเดิมได้รับ Adder 8 บาท/หน่วย สิ้นสุดลงครบทุกโครงการ ทำให้รายได้ต่อหน่วยไฟฟ้าลดลงเหลือเพียงอัตราค่าไฟฐาน (Wholesale Tariff) ราว 3.0–3.5 บาท/หน่วย | ตัวเลขรายได้จากการขายไฟฟ้ารายไตรมาสทรงตัวในระดับฐานใหม่ | บริหารต้นทุนการดำเนินงานให้ต่ำสุด ชำระคืนหนี้โครงการครบ 100% เพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้เหลือ 0 บาท |
| 2. ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและความเข้มแสงแดด (Solar Irradiation) | การเกิดปรากฏการณ์ลานีญา ฝนตกชุก มรสุมยาวนาน หรือเมฆบดบังแสงแดด อาจทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มลดลงจากเป้าหมาย | รายงานสถิติชั่วโมงแดดเฉลี่ยของกรมอุตุนิยมวิทยาในภาคอีสานต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ | กระจายที่ตั้งโรงไฟฟ้า 36 แห่งใน 10 จังหวัดเพื่อกระจายความเสี่ยง และใช้ระบบทำความสะอาดแผงสม่ำเสมอ |
| 3. ความเสี่ยงจากโครงการในต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk) | โครงการ Ukujima ในญี่ปุ่นรับรู้ผลตอบแทนเป็นเงินเยน (JPY) หากค่าเงินเยนอ่อนค่าเทียบกับเงินบาท อาจส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรเมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลง | อัตราแลกเปลี่ยน JPY/THB อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำกว่า 0.22 บาทต่อเยน | ใช้โครงสร้าง Natural Hedge และพิจารณาทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Forward) |
| 4. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและความล่าช้าโครงการ EEC | โครงการโซลาร์ฟาร์ม EEC 500 MW มีประเด็นการตรวจสอบสัญญาร่วมทุนและรอใบอนุญาต หากล่าช้าจะทำให้เงินลงทุนซื้อที่ดิน 3,000 ไร่เสียโอกาสทำกำไร | ข่าวความคืบหน้าการพิจารณาของ ป.ป.ช. หรือมติคณะกรรมการ กพอ. | ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการให้ข้อมูล และเตรียมแผนปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อสร้างรายได้ทางเลือก |
| 5. ความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของแผงโซลาร์เซลล์ (Degradation) | แผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้งานมานานกว่า 10–12 ปี มีอัตราการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ (Degradation Rate) ประมาณ 0.5% – 0.7% ต่อปี | ดัชนี Performance Ratio (PR) ของโรงไฟฟ้าลดลงต่ำกว่า 78% | ติดตั้งระบบมอนิเตอร์ SCADA ตรวจจับแผงที่ประสิทธิภาพตก และทยอยเปลี่ยนแผง (Repowering) เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม |
| 6. ความเสี่ยงด้านการรับซื้อไฟฟ้าและการลดทอนสายส่ง (Curtailment) | ในบางช่วงเวลาที่ระบบสายส่งของการไฟฟ้าฯ รองรับไฟฟ้าได้จำกัด อาจมีความเสี่ยงที่ กฟภ. สั่งลดกำลังการผลิตชั่วคราว | คำสั่งลดกำลังผลิต (Curtailment Order) จากศูนย์ควบคุม กฟภ. | โรงไฟฟ้าทั้ง 36 แห่งเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายแรงดัน 22 kV และ 115 kV ที่มีความต้องการไฟฟ้าในพื้นที่รองรับต่อเนื่อง |
สรุปมุมมองการลงทุน: SPCG ได้ก้าวพ้นจุดต่ำสุดของวิกฤตการหมดอายุเงินอุดหนุน Adder ไปแล้ว และกลายสภาพเป็น “หุ้นปันผลคุณภาพสูงปลอดหนี้” (Defensive Cash Cow) ที่มีสินทรัพย์ที่ดินเป็นของตนเอง โครงสร้างเงินทุนแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้าด้วย D/E เพียง 0.02 เท่า และมี Upside จากโครงการ Ukujima ในญี่ปุ่น รวมถึงการฟื้นตัวของ Solar Roof ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่ ฿12.50 มีส่วนลดจากมูลค่าทางบัญชีถึง 17% (P/BV 0.83x) ให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่ปลอดภัยราว 4.80% จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอและมีความเสี่ยงต่ำ