รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น SPCG — บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)

ผู้บุกเบิกโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) แห่งแรกของประเทศไทยและอาเซียนรวม 36 โครงการ (กำลังการผลิตรวมกว่า 260 MW) ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาการหมดอายุเงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder 8 บาท) สู่การเป็น "เครื่องจักรผลิตกระแสเงินสดปลอดหนี้" (Debt-Free Cash Machine) พร้อมรุกขยาย New S-Curve สู่โครงการ Ukujima Mega Solar 480 MW ในประเทศญี่ปุ่นที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาสในปี 2569 และการขยายตลาด Solar Rooftop ภาคครัวเรือนรับนโยบายลดหย่อนภาษีภาครัฐ บนสถานะการเงินที่มั่นคง ปลอดภาระหนี้เงินกู้โครงการ และผลตอบแทนเงินปันผลสม่ำเสมอ — ข้อมูลตลาด ณ 10 ต.ค. 2569 / งบการเงินสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569
Sector: ทรัพยากร / พลังงานและสาธารณูปโภค (Resources / Energy & Utilities)ราคาล่าสุด ฿12.5Market Cap ฿13,197 ล้านP/E 34.78 · P/BV 0.83Dividend Yield ~4.8%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ก้าวข้ามผ่านจุดต่ำสุดของ Adder Expiry สู่ฐานกระแสเงินสดสม่ำเสมอปลอดหนี้ พร้อมการเติบโตรอบใหม่จากญี่ปุ่น — ข้อมูล ณ 10 ตุลาคม 2569
ราคาปิด / มูลค่าตลาด
฿12.50
SET ณ 10 ต.ค. 2569SET Factsheet
กำไรสุทธิ 1H2026
฿233.90M
เสถียรภาพฐานกำไรหลังหมด AdderMD&A 2Q26
P/E (TTM) · P/BV
34.78x · 0.83x
ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีSettrade
พอร์ตโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม
36 โครงการ (~260 MW)
ชำระคืนหนี้โครงการครบ 100%Solar Farm Portfolio
สถานะการเงิน (D/E)
0.02x
ฐานะการเงินระดับ Fortress Balance Sheetงบการเงินรวม
เงินปันผลคาดการณ์ (Dividend)
4.80%
ประวัติจ่ายปันผลรวมพิเศษปี 2568 ถึง ฿2.16ประวัติปันผล

จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์สำคัญ (Key Strategic Pivots)

  • ก้าวผ่านยุค Adder Expiry อย่างสมบูรณ์ (Post-Adder Transition): โครงการโซลาร์ฟาร์ม 36 แห่งของ SPCG ได้ผ่านพ้นช่วงหมดอายุเงินอุดหนุน Adder 8 บาท/หน่วย (ทยอยหมดช่วงปี 2563–2567) ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิปรับฐานลงสู่ระดับปกติ (Normalized Base) และเริ่มเห็นการฟื้นตัวแบบ YoY ในไตรมาส 2/2569 ที่กำไรสุทธิแตะ ฿115.5 ล้านบาท (+24% YoY) สะท้อนประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุนคงที่
  • เครื่องจักรผลิตกระแสเงินสดปลอดหนี้ (Debt-Free Cash Machine): เนื่องจากเงินกู้ยืมโครงการ (Project Finance) สำหรับโรงไฟฟ้าทั้ง 36 โครงการได้รับการชำระคืนครบถ้วนตั้งแต่ปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทไม่มีภาระผูกพันหนี้สินระยะยาว D/E อยู่ที่เพียง 0.02 เท่า และ Net IBD/E เป็น 0.00 เท่า (Net Cash) กระแสเงินสดจากการขายไฟฟ้าตามราคาขายส่ง (Wholesale Tariff) ราว ฿1,000–1,200 ล้านบาทต่อปีจึงกลายเป็นกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ที่พร้อมจ่ายปันผลหรือลงทุนต่อ
  • การรับรู้ผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วยจาก Ukujima Mega Solar (ญี่ปุ่น 480 MW): โครงการร่วมทุนยักษ์ใหญ่ที่เกาะอูกูจิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง SPCG ถือหุ้น 17.92% (กำลังการผลิตตามสัดส่วน ~86 MW ร่วมกับ Kyocera, Kyudenko) ได้เริ่ม COD และรับรู้รายได้เต็มไตรมาสในปี 2569 กลายเป็นเสาหลักรายได้และกำไรจากต่างประเทศที่เข้ามาเติมเต็มฐานรายได้
  • การเติบโตของ Solar Roof ภาคครัวเรือนรับสิทธิประโยชน์ภาษี: บริษัทปรับกลยุทธ์ของ บจ. โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ (SPR) รุกตลาดติดตั้งแผงโซลาร์สำหรับบ้านพักอาศัย (Residential) รับกระแสค่าไฟฟ้าสูงและมาตรการภาษีลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 200,000 บาทของภาครัฐ ควบคู่กับการเป็นตัวแทนจำหน่าย Inverter แบรนด์ระดับโลก SMA จากเยอรมนี

Bull Case

฿16.50 (+32.0%)
  • โครงการ Ukujima 480 MW ในญี่ปุ่นดำเนินงานราบรื่นและสร้างส่วนแบ่งกำไรสูงกว่าคาด
  • โครงการโซลาร์ฟาร์ม EEC ขนาด 500 MW ได้รับการปลดล็อกใบอนุญาตและเริ่มพัฒนาเฟสแรก 300 MW
  • ยอดขาย Solar Roof ภาคที่อยู่อาศัยเติบโตก้าวกระโดดจากมาตรการลดหย่อนภาษี หนุนรายได้ SPR เติบโต >35%
  • บริษัทนำกระแสเงินสดสะสมมาจ่ายเงินปันผลพิเศษ (Special Dividend) ผลักดัน Dividend Yield ทะลุ 7.5%

Base Case

฿14.20 (+13.6%)
  • โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 36 แห่งสร้าง EBITDA สม่ำเสมอ ฿1,050 – ฿1,150 ล้านบาทต่อปี ขายไฟฟ้าฐานราคาส่ง
  • โครงการ Ukujima ส่งมอบเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น 17.92% อย่างมีเสถียรภาพ
  • กำไรสุทธิทั้งปี 2569 ยืนเหนือ ฿450 – ฿480 ล้านบาท (EPS ราว ฿0.43 – ฿0.45)
  • จ่ายเงินปันผลปกติ ฿0.50 – ฿0.60 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 4.0% – 4.8% ต่อปี

Bear Case

฿10.80 (-13.6%)
  • ปรากฏการณ์สภาพอากาศแปรปรวน (ลานีญา/มรสุมยาวนาน) กดดันความเข้มแสงแดด ทำให้ปริมาณไฟฟ้าลดลง 5–8%
  • ความล่าช้าและการตรวจสอบโครงการ EEC 500 MW ยืดเยื้อ ทำให้เงินลงทุนยังไม่สามารถสร้างผลตอบแทน
  • เงินเยน (JPY) อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มูลค่าเงินปันผลจากโครงการในญี่ปุ่นเมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลง
  • กำไรสุทธิชะลอตัวลงมาอยู่ที่ ฿340 – ฿370 ล้านบาท ทำให้ Dividend Yield ลดลงเหลือราว 3.0% – 3.5%

2. ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet)

ข้อมูลสถิติสำคัญ โครงสร้างทุน และตัวชี้วัดทางการเงิน ณ 10 ตุลาคม 2569
ราคาหุ้น (Price)
฿12.50
52-Week: ฿8.95 – ฿13.80SET Factsheet
มูลค่าตามราคาตลาด
฿13,197M
1,055.79 ล้านหุ้น (พาร์ ฿1.00)SET Factsheet
P/E (TTM)
34.78x
บนฐานกำไรปรับตัวหลัง Adder หมดSettrade
P/BV
0.83x
ส่วนลด 17% จาก BVPS ฿15.06SET Factsheet
กำไรสุทธิ 1H2026
฿233.90M
EPS 1H2026: ฿0.22 ต่อหุ้นMD&A 2Q26
Dividend Yield
4.80%
DPS คาดการณ์ ฿0.60 ต่อหุ้นSET Dividend
Free Float
54.12%
การกระจายการถือหุ้นรายย่อยดีเยี่ยมโครงสร้างผู้ถือหุ้น
D/E Ratio
0.02x
ปลอดหนี้เงินกู้โครงการ (Net Cash)ฐานะการเงิน
หัวข้อสารสนเทศรายละเอียดข้อมูลแหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ
ชื่อหลักทรัพย์และย่อบริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) (SET: SPCG / SPCG.BK)SET Factsheet
วันที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ20 ธันวาคม 2548 (แปลงสภาพเป็นธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์เต็มรูปแบบในปี 2554)SET Profile
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจทรัพยากร (Resources) / พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities)SET Factsheet
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว1,055,790,000.00 บาท (หุ้นสามัญ 1,055,790,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท)SET Information
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับแรกดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และกลุ่มครอบครัว ถือหุ้นรวมกันประมาณ 41.5%โครงสร้างผู้ถือหุ้น SET
สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติ (Foreign Limit)ถือครองจริงประมาณ 12.5% (เพดานสัดส่วนต่างชาติตามกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 49.00%)SET Factsheet
นโยบายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมายSPCG Dividend Policy

3. ภาพรวมธุรกิจและโครงสร้างการดำเนินงาน (Business Overview)

ผู้บุกเบิกโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกของภูมิภาค สู่โครงสร้างธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจรทั้งในและต่างประเทศ

SPCG ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Holding Company โดยเป็นผู้บุกเบิกและเป็นผู้นำการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) รายแรกของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทแบ่งออกเป็น 5 เสาหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์:

กลุ่มธุรกิจหลัก (Business Line)รายละเอียดการดำเนินงานและทรัพย์สินหลักสัญญาและคู่ค้าสำคัญสัดส่วนรายได้ (1H2026)
1. โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในประเทศ (Domestic Solar Farm)โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่จำนวน 36 โครงการ กระจายตัวใน 10 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง กำลังการผลิตรวมกว่า 260 MW เทคโนโลยี Polycrystalline Silicon และ Inverter คุณภาพสูงสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Non-Firm กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อายุสัญญา 25 ปี ปัจจุบันขายในอัตรา Wholesale Tariff หลังหมด Adder82.0% (~฿668M)
2. โซลาร์รูฟและบริการ EPC/OM&M (Solar Roof & Services)ดำเนินการผ่าน บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด (SPR) ให้บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง (EPC) และบำรุงรักษา (OM&M) ครบวงจรสำหรับภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และภาคครัวเรือน (Residential)โรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ และโครงการบ้านพักอาศัยชั้นนำทั่วประเทศ รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี 200,000 บาท9.5% (~฿77M)
3. ตัวแทนจำหน่ายเครื่องแปลงไฟ Inverter (SMA Distribution)ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของ SMA Solar Technology AG จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ผลิต Inverter แถวหน้าของโลก รองรับทั้งงานโครงการของบริษัทและจำหน่ายให้พันธมิตรSMA Solar Technology AG (Germany) ให้บริการครอบคลุมประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV2.5% (~฿20M)
4. โครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น (Overseas Solar Farm)ร่วมลงทุนในโครงการ Ukujima Mega Solar Project (480 MW) เกาะอูกูจิมะ จังหวัดนางาซากิ (ถือหุ้น 17.92%) หนึ่งในโซลาร์ฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมสายส่งเคเบิลใต้น้ำ 64 กม. และโครงการ Tottori Solar (30 MW)Kyushu Electric Power ภายใต้สัญญา Feed-in Tariff (FiT) ญี่ปุ่น ระยะเวลา 20 ปี ร่วมทุนกับ Kyocera, Kyudenko6.0% (~฿49M)
5. โครงการพัฒนาโซลาร์ฟาร์มใน EEC (EEC Pipeline Project)ร่วมทุนผ่าน บริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด (SET Energy) เพื่อพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาดไม่น้อยกว่า 500 MW จัดซื้อที่ดินแล้วกว่า 3,000 ไร่ใน ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทราสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ PEA ENCOM (อยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำใบอนุญาต)อยู่ระหว่างพัฒนา (Pipeline)

โครงสร้างระบบนิเวศและห่วงโซ่คุณค่าของ SPCG (Business Ecosystem & Value Chain)

จุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์ของ SPCG คือการมีระบบนิเวศธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ที่ครบวงจร ตั้งแต่การเป็นผู้ลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า (Developer), การให้บริการรับเหมาวิศวกรรมติดตั้ง (EPC), บริการล้างแผงและตรวจสอบบำรุงรักษาระยะยาว (OM&M) ด้วยระบบ SCADA ตลอด 24 ชั่วโมง, ไปจนถึงการเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์หัวใจสำคัญอย่าง SMA Inverter ทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและรักษาประสิทธิภาพการแปลงพลังงาน (Performance Ratio) ของโรงไฟฟ้าได้สูงกว่า 80% ตลอดอายุการใช้งาน

4. ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

การปรับฐานของรายได้และกำไรหลังสิ้นสุด Adder สู่เสถียรภาพการดำเนินงานใหม่ — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569

ผลการดำเนินงานของ SPCG ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566–2568) สะท้อนภาพการทยอยหมดอายุของ Adder 8 บาท/หน่วยอย่างชัดเจน โดยรายได้รวมปรับจาก ฿4,218.79 ล้านบาทในปี 2566 ลงมาสู่ ฿2,166.64 ล้านบาทในปี 2567 และ ฿1,796.60 ล้านบาทในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) ผลประกอบการเริ่มเข้าสู่จุดสมดุล โดยทำรายได้ ฿814.80 ล้านบาท และกำไรสุทธิ ฿233.90 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิเติบโตถึง 24% YoY สะท้อนว่าฐานกำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

รายการทางการเงิน (ล้านบาท)FY2023 (2566)FY2024 (2567)FY2025 (2568)TTM (มิ.ย. 2569)แหล่งอ้างอิง
รายได้รวมจากการขายและบริการ4,218.792,166.641,796.601,688.50งบการเงินรวม SET
กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมฯ (EBITDA)2,580.001,480.001,078.401,048.40แบบ 56-1 One Report
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่1,837.97682.51378.34379.44MD&A SET
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท)1.740.650.360.36SET Factsheet
อัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin %)61.15%68.31%60.03%62.09%คำนวณจากงบการเงิน
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin %)43.57%31.50%21.06%22.47%คำนวณจากงบการเงิน
แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (FY2023 – TTM 2Q26)
ที่มา: งบการเงินรวมที่ตรวจสอบและสอบทานแล้ว บมจ. เอสพีซีจี (SET Financial Statement)
วิวัฒนาการอัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%)
ที่มา: การคำนวณอัตราส่วนทางการเงินจากงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม (SEC Filings)
เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก (1H2025 vs 1H2026)
ที่มา: คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการงวด 6 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 (MD&A 2Q26 SET)

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

โครงสร้างสินทรัพย์ มวลความมั่งคั่ง และการตรวจสอบสมการความสมบูรณ์ทางบัญชี — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569

ฐานะทางการเงินของ SPCG มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวในกลุ่มโรงไฟฟ้า คือการมีสัดส่วนของผู้ถือหุ้นสูงถึง 86% ของสินทรัพย์รวม และมีหนี้สินต่ำมาก เนื่องจากโรงไฟฟ้าทั้ง 36 แห่งได้ตัดค่าเสื่อมราคาและชำระคืนเงินกู้โครงการหมดสิ้นแล้ว สินทรัพย์ส่วนใหญ่จึงประกอบด้วยที่ดินกรรมสิทธิ์ของโรงไฟฟ้า สินทรัพย์ทางการเงิน และเงินสดสภาพคล่อง

รายการงบแสดงสถานะการเงิน (ล้านบาท)31 ธ.ค. 256631 ธ.ค. 256731 ธ.ค. 256830 มิ.ย. 2569แหล่งอ้างอิง
สินทรัพย์รวม (Total Assets)21,419.4819,111.0518,773.9918,485.00SET Statement
หนี้สินรวม (Total Liabilities)2,877.232,940.252,603.192,580.00SET Statement
ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity)18,542.2516,170.8016,170.8015,905.00SET Statement
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS - บาท)17.5615.3215.3215.06คำนวณจาก 1,055.79M หุ้น
สถานะสมการบัญชี (Assets = L + E)สมบูรณ์ (100%)สมบูรณ์ (100%)สมบูรณ์ (100%)สมบูรณ์ (100%)ตรวจสอบความถูกต้อง
โครงสร้างงบแสดงฐานะการเงิน: ส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สินรวม และสินทรัพย์รวม
ที่มา: งบการเงินรวม บมจ. เอสพีซีจี (SET Factsheet & Statements)

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Solvency)

วิเคราะห์โครงสร้างเงินทุน ความปลอดภัยของกระแสเงินสด และสถานะปลอดหนี้ดอกเบี้ย

ความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินของ SPCG จัดว่าต่ำที่สุดในบรรดาบริษัทจดทะเบียนกลุ่มโรงไฟฟ้าในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) อยู่ที่ระดับ 0.01 – 0.02 เท่า และเมื่อหักลบด้วยเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น บริษัทอยู่ในสถานะ Net Cash ปลอดหนี้สุทธิ (Net IBD/E = 0.00x) ทำให้ไม่มีความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้หรือความผันผวนของดอกเบี้ยขาขึ้น

D/E Ratio
0.02x
เกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ < 2.0xSET Ratios
IBD / Equity Ratio
0.02x
แทบไม่มีภาระหนี้เงินกู้ธนาคาร56-1 One Report
Net IBD / Equity
0.00x
เงินสดสูงกว่าหนี้สินที่มีดอกเบี้ยฐานะการเงิน
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E และ Net IBD/E)
ที่มา: งบการเงินและคำอธิบายฝ่ายจัดการ (SEC Thailand)

7. สัดส่วนธุรกิจ (Business Segments)

โครงสร้างรายได้และกำไรตามส่วนงานธุรกิจ — ข้อมูลรอบปี 2568 ถึงครึ่งปีแรก 2569

แม้ว่า Adder จะหมดอายุลง แต่ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มในประเทศ ยังคงเป็นเสาหลักที่สร้างกระแสเงินสดกว่า 82% ของรายได้รวม ขณะที่ธุรกิจ Solar Roof & Inverter Distribution คิดเป็น 12% และเริ่มมีสัดส่วนรายได้และเงินปันผลจาก โครงการในญี่ปุ่น (Ukujima) เข้ามาเสริมราว 6%

ส่วนงานธุรกิจ (Segment)รายได้ (ล้านบาท)สัดส่วน (%)อัตรากำไรขั้นต้น (%)แนวโน้มการเติบโต
โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในประเทศ (36 โครงการ)668.182.0%~65.0%กระแสเงินสดมั่นคง ขายไฟฟ้าราคาส่งให้ กฟภ.
โซลาร์รูฟ (Solar Roof) & SMA Inverter97.812.0%~22.5%เติบโตรวดเร็วจากนโยบายลดหย่อนภาษีครัวเรือน
โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น (Ukujima & Tottori)48.96.0%~55.0%เริ่มรับรู้รายได้เต็มปี COD ต่อเนื่อง
สัดส่วนรายได้ตามกลุ่มธุรกิจหลักของ SPCG (%)
ที่มา: รายงานข้อมูลจำแนกตามส่วนงานในงบการเงินรวม (แบบ 56-1 One Report บมจ. เอสพีซีจี)

8. ประวัติเงินปันผล (Dividend History)

ผลตอบแทนเงินปันผลสม่ำเสมอ ประวัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษ และคาดการณ์ปี 2569

SPCG มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ ในปี 2568 บริษัทได้สร้างความประหลาดใจเชิงบวกด้วยการจ่ายเงินปันผลรวมสูงถึง ฿2.16 ต่อหุ้น (เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลพิเศษ ฿1.50 ในเดือน ธ.ค. 2568 จากกำไรสะสมและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง) สำหรับปี 2569 คาดการณ์การจ่ายเงินปันผลปกติที่ ฿0.60 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.80% บนราคาตลาดปัจจุบัน

รอบปีการดำเนินงานเงินปันผลระหว่างกาล (บาท)เงินปันผลสิ้นปี (บาท)เงินปันผลรวม (บาท/หุ้น)Dividend Yield (%)แหล่งอ้างอิง
FY2023 (2566)0.300.650.957.60%SET Factsheet
FY2024 (2567)0.500.701.209.60%SET Factsheet
FY2025 (2568)0.40 + 1.50 (พิเศษ)0.262.1617.28%มติคณะกรรมการ / SET
FY2026E (คาดการณ์)0.25 (จ่ายแล้ว)0.350.604.80%ประมาณการ Consensus
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS: FY2023 – FY2026E)
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูลสิทธิประโยชน์และเงินปันผล (SET Dividend Records)

9. เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison)

การเปรียบเทียบระดับการประเมินมูลค่า โครงสร้างทุน และผลตอบแทนกับกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดกลาง

เนื่องจากไม่มีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีลักษณะธุรกิจโซลาร์ฟาร์มบริสุทธิ์เหมือนกันทุกด้าน จึงคัดเลือกหุ้นกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าและพลังงานทดแทนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดใกล้เคียงกัน (฿13,000 – ฿20,000 ล้านบาท) ได้แก่ TPIPP, ACE, CKP และ BCPG เพื่อเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์

หลักทรัพย์Market Cap (฿M)P/E (TTM)P/BV (เท่า)Div. Yield (%)ลักษณะเด่นเชิงธุรกิจ
SPCG13,19734.780.834.80%โซลาร์ฟาร์ม 36 แห่ง ปลอดหนี้ ดอกเบี้ย 0% ขยายญี่ปุ่น
TPIPP13,6086.200.488.50%โรงไฟฟ้าขยะ RDF และความร้อนเหลือทิ้ง รอประมูลใหม่
ACE13,30012.660.760.76%ผู้นำชีวมวลและขยะชุมชน พอร์ต 767 MW ทยอย COD
CKP18,50012.500.703.80%โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ในลาว (ไซยะบุรี, น้ำงึม 2)
BCPG20,0729.000.695.22%โรงไฟฟ้าก๊าซ CCGT สหรัฐฯ และกังหันลม Monsoon ในลาว
การเปรียบเทียบมูลค่าตลาด (Market Cap) และ P/E Ratio ในกลุ่มพลังงานสาธารณูปโภค
ที่มา: รวบรวมจาก SET Factsheet ณ วันที่ 10 ต.ค. 2569 (SET Market Data)

10. มุมมองอนาคตและปัจจัยขับเคลื่อน (Outlook & Catalysts)

ปัจจัยบวกเชิงยุทธศาสตร์ แผนธุรกิจระยะกลาง และโอกาสการฟื้นตัวของมูลค่า

ตัวขับเคลื่อนการเติบโตรอบใหม่ (Growth Catalysts)

  • 1. การรับรู้กำไรเต็มปีจากโครงการ Ukujima Mega Solar (ญี่ปุ่น 480 MW): โครงการ Ukujima ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นขึ้นอีกราว 86 MW ภายใต้สัญญา FiT ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่มีอัตราผลตอบแทนมั่นคงระยะยาว 20 ปี ช่วยชดเชยการหมดอายุของ Adder ในประเทศ
  • 2. คลื่นความต้องการ Solar Roof ภาคครัวเรือน (Residential Boom): นโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย รวมถึงสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์สูงสุด 200,000 บาท หนุนให้ บจ. โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ (SPR) ได้รับยอดสั่งซื้อติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • 3. โอกาสการปลดล็อกโครงการ EEC Solar 500 MW: หากกระบวนการทางกฎหมายและการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้ข้อสรุปที่ชัดเจน การเริ่มพัฒนาเฟสแรก 300 MW บนที่ดินกว่า 3,000 ไร่ จะเป็น Upside สำคัญที่ยังไม่ได้สะท้อนในราคาหุ้น
  • 4. ศักยภาพการจ่ายเงินปันผลในฐานะ Dividend Aristocrat: ด้วยฐานะการเงินที่ปลอดหนี้สิ้นเชิง (Net Cash) บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องกักเก็บเงินสดเพื่อชำระหนี้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานทั้งหมดจึงสามารถส่งผ่านคืนสู่ผู้ถือหุ้นในรูปเงินปันผลได้ในอัตราที่สูง

11. การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง 6 มิติ (Risk Factors)

การประเมินความเสี่ยงรอบด้าน สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ และแนวทางการบริหารจัดการ
มิติความเสี่ยงรายละเอียดความเสี่ยงและผลกระทบสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Observable Triggers)มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง
1. ความเสี่ยงด้านการสิ้นสุด Adder (Tariff Step-Down)สัญญาขายไฟฟ้าเดิมได้รับ Adder 8 บาท/หน่วย สิ้นสุดลงครบทุกโครงการ ทำให้รายได้ต่อหน่วยไฟฟ้าลดลงเหลือเพียงอัตราค่าไฟฐาน (Wholesale Tariff) ราว 3.0–3.5 บาท/หน่วยตัวเลขรายได้จากการขายไฟฟ้ารายไตรมาสทรงตัวในระดับฐานใหม่บริหารต้นทุนการดำเนินงานให้ต่ำสุด ชำระคืนหนี้โครงการครบ 100% เพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้เหลือ 0 บาท
2. ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและความเข้มแสงแดด (Solar Irradiation)การเกิดปรากฏการณ์ลานีญา ฝนตกชุก มรสุมยาวนาน หรือเมฆบดบังแสงแดด อาจทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มลดลงจากเป้าหมายรายงานสถิติชั่วโมงแดดเฉลี่ยของกรมอุตุนิยมวิทยาในภาคอีสานต่ำกว่าเกณฑ์ปกติกระจายที่ตั้งโรงไฟฟ้า 36 แห่งใน 10 จังหวัดเพื่อกระจายความเสี่ยง และใช้ระบบทำความสะอาดแผงสม่ำเสมอ
3. ความเสี่ยงจากโครงการในต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk)โครงการ Ukujima ในญี่ปุ่นรับรู้ผลตอบแทนเป็นเงินเยน (JPY) หากค่าเงินเยนอ่อนค่าเทียบกับเงินบาท อาจส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรเมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลงอัตราแลกเปลี่ยน JPY/THB อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำกว่า 0.22 บาทต่อเยนใช้โครงสร้าง Natural Hedge และพิจารณาทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Forward)
4. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและความล่าช้าโครงการ EECโครงการโซลาร์ฟาร์ม EEC 500 MW มีประเด็นการตรวจสอบสัญญาร่วมทุนและรอใบอนุญาต หากล่าช้าจะทำให้เงินลงทุนซื้อที่ดิน 3,000 ไร่เสียโอกาสทำกำไรข่าวความคืบหน้าการพิจารณาของ ป.ป.ช. หรือมติคณะกรรมการ กพอ.ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการให้ข้อมูล และเตรียมแผนปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อสร้างรายได้ทางเลือก
5. ความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของแผงโซลาร์เซลล์ (Degradation)แผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้งานมานานกว่า 10–12 ปี มีอัตราการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ (Degradation Rate) ประมาณ 0.5% – 0.7% ต่อปีดัชนี Performance Ratio (PR) ของโรงไฟฟ้าลดลงต่ำกว่า 78%ติดตั้งระบบมอนิเตอร์ SCADA ตรวจจับแผงที่ประสิทธิภาพตก และทยอยเปลี่ยนแผง (Repowering) เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
6. ความเสี่ยงด้านการรับซื้อไฟฟ้าและการลดทอนสายส่ง (Curtailment)ในบางช่วงเวลาที่ระบบสายส่งของการไฟฟ้าฯ รองรับไฟฟ้าได้จำกัด อาจมีความเสี่ยงที่ กฟภ. สั่งลดกำลังการผลิตชั่วคราวคำสั่งลดกำลังผลิต (Curtailment Order) จากศูนย์ควบคุม กฟภ.โรงไฟฟ้าทั้ง 36 แห่งเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายแรงดัน 22 kV และ 115 kV ที่มีความต้องการไฟฟ้าในพื้นที่รองรับต่อเนื่อง

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค (SWOT Analysis)

ประเมินศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์และสถานะการแข่งขันในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด

Strengths (จุดแข็ง)

  • ผู้บุกเบิกและมีประสบการณ์ยาวนาน: มีองค์ความรู้ลึกซึ้งในการพัฒนาและบริหารโซลาร์ฟาร์มกว่า 15 ปี
  • สถานะการเงินปลอดหนี้ (Debt-Free): หนี้สินเงินกู้โครงการหมดสิ้นแล้ว D/E เพียง 0.02 เท่า ไม่มีความเสี่ยงดอกเบี้ย
  • ที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง: โรงไฟฟ้าทั้ง 36 โครงการตั้งอยู่บนที่ดินกรรมสิทธิ์ของบริษัท สร้างมูลค่าสินทรัพย์แฝงสูง
  • พันธมิตรระดับโลก: จับมือกับผู้นำระดับโลก เช่น Kyocera และ SMA Solar Technology AG จากเยอรมนี

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • การสิ้นสุดของเงินอุดหนุน Adder: รายได้และกำไรต่อหน่วยลดลงตามสัญญา ทำให้กำไรสุทธิไม่หวือหวาเท่าในอดีต
  • เงินลงทุนในโครงการ EEC ยังไม่สร้างรายได้: เงินลงทุนในที่ดิน 3,000 ไร่ยังรอการปลดล็อกใบอนุญาต
  • การพึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก: พอร์ตโครงการส่วนใหญ่เป็นโซลาร์เซลล์ ผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะช่วงกลางวัน
  • สภาพคล่องการซื้อขายหุ้นปานกลาง: ฟรีโฟลต 54% แต่ปริมาณการซื้อขายรายวันค่อนข้างนิ่งตามสไตล์หุ้นปันผล

Opportunities (โอกาส)

  • การรับรู้รายได้โครงการ Ukujima 480 MW ในญี่ปุ่น: เติมเต็มกระแสเงินสดและกำไรจากต่างประเทศเต็มปี
  • นโยบายภาษีลดหย่อนโซลาร์รูฟ 200,000 บาท: กระตุ้นยอดขายของ บจ. โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ (SPR) ในตลาดบ้านเดี่ยว
  • เทรนด์ RE100 และการซื้อขายใบรับรองพลังงานสะอาด (REC): สร้างรายได้เพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิตและ REC
  • แผน PDP ฉบับใหม่: เปิดโอกาสประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่ที่เน้นพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BESS

Threats (อุปสรรค)

  • สภาพภูมิอากาศแปรปรวน: ฤดูฝนที่ยาวนานหรือปรากฏการณ์ลานีญากระทบชั่วโมงรับแสงแดด
  • ความผันผวนของค่าเงินเยน (JPY): ส่งผลกระทบต่อมูลค่าเงินปันผลที่ได้รับจากโครงการในประเทศญี่ปุ่น
  • การแข่งขันในตลาด Solar Rooftop: มีผู้ประกอบการรายย่อยและรายใหญ่เข้าสู่ตลาดติดตั้งโซลาร์รูฟจำนวนมาก
  • ความไม่แน่นอนของนโยบายพลังงานภาครัฐ: ความล่าช้าในการเปิดประมูลและการจัดทำระเบียบ Direct PPA

13. มุมมองนักลงทุนและกลยุทธ์การตัดสินใจ (Investor View)

การประเมินมูลค่าเชิงสถานการณ์ รายการตรวจสอบที่ต้องติดตาม และคำแนะนำการลงทุน

Bull Case

฿16.50 (+32.0%)
  • โครงการ Ukujima ในญี่ปุ่นสร้างผลกำไรสูงกว่าประมาณการ 15%
  • ปลดล็อกใบอนุญาตโครงการโซลาร์ฟาร์ม EEC 500 MW เริ่มก่อสร้างเฟส 1
  • รายได้ Solar Roof เติบโต >35% จากสิทธิลดหย่อนภาษีภาครัฐ
  • มีการจ่ายเงินปันผลพิเศษเพิ่มเติม หนุน Dividend Yield แตะ 7.5%

Base Case

฿14.20 (+13.6%)
  • โรงไฟฟ้า 36 แห่งสร้างกระแสเงินสด EBITDA สม่ำเสมอ ฿1,050 – ฿1,150 ล้านบาท
  • รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการในญี่ปุ่นตามสัดส่วนการถือหุ้น 17.92%
  • กำไรสุทธิทั้งปี 2569 ยืนเหนือ ฿450 – ฿480 ล้านบาท
  • อัตราการจ่ายเงินปันผลปกติ ฿0.60 ต่อหุ้น (Yield ราว 4.80%)

Bear Case

฿10.80 (-13.6%)
  • ฤดูมรสุมยาวนานกดดันปริมาณไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มลดลง 5%
  • โครงการ EEC ล่าช้าต่อเนื่อง ไม่มีข้อสรุปภายในปี 2569
  • เงินเยนอ่อนค่ากระทบมูลค่าการแปลงกำไรจากโครงการในญี่ปุ่น
  • เงินปันผลจ่ายลดลงเหลือ ฿0.40 – ฿0.45 ต่อหุ้น (Yield 3.2% – 3.6%)

รายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน (Quarterly Monitoring Checklist)

  • 1. ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจริง (kWh Output): ติดตามรายงานปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าของ 36 โครงการในแต่ละไตรมาสว่าสามารถรักษาอัตราการผลิตได้ตามเป้าหมายหรือไม่
  • 2. ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน Ukujima (Japan): ตรวจสอบบรรทัดส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าในงบการเงินรวมไตรมาส 3/2569 และ 4/2569
  • 3. อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Solar Roof (SPR): ติดตามว่ายอดขายและมาร์จิ้นในกลุ่มลูกค้าบ้านพักอาศัยขยายตัวได้ตามเป้าหรือไม่
  • 4. มติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและเงินปันผลประจำปี: ติดตามการประกาศจ่ายเงินปันผลและนโยบายการจัดสรรกระแสเงินสดส่วนเกิน
  • 5. ความคืบหน้าของโครงการ EEC 500 MW: ติดตามการรายงานสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เกี่ยวกับสถานะการร่วมทุนและใบอนุญาต

สรุปมุมมองการลงทุน: SPCG ได้ก้าวพ้นจุดต่ำสุดของวิกฤตการหมดอายุเงินอุดหนุน Adder ไปแล้ว และกลายสภาพเป็น “หุ้นปันผลคุณภาพสูงปลอดหนี้” (Defensive Cash Cow) ที่มีสินทรัพย์ที่ดินเป็นของตนเอง โครงสร้างเงินทุนแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้าด้วย D/E เพียง 0.02 เท่า และมี Upside จากโครงการ Ukujima ในญี่ปุ่น รวมถึงการฟื้นตัวของ Solar Roof ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่ ฿12.50 มีส่วนลดจากมูลค่าทางบัญชีถึง 17% (P/BV 0.83x) ให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่ปลอดภัยราว 4.80% จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอและมีความเสี่ยงต่ำ