รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น SMO — บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน)

โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) 4 แห่งในสุราษฎร์ธานี สระบุรี และชุมพร กำลังผลิตเพิ่มเป็น 345 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง (มิ.ย. 2026) ขณะที่ 1H2026 ขาดทุนสุทธิ 29.48 ล้านบาท เพราะต้นทุนผลปาล์มสดเพิ่มเร็วกว่าราคา CPO จนอัตรากำไรขั้นต้นเหลือ 4.2% ราคาหุ้น 3.04 บาท ต่ำกว่า IPO 5.40 บาท 43.7% ทั้งที่ P/E ตาม TTM อยู่ที่ 21.4 เท่า จึงเป็นทั้งกรณีฟื้นตัวของ Spread และความเสี่ยงของ El Niño ต้องติดตาม
Sector: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (AGRO) / ธุรกิจการเกษตร (AGRIBUSINESS)ราคาล่าสุด ฿3.04Market Cap ฿2,796.8 ล้านP/E 21.36 · P/BV 1.00Dividend Yield ~11.51%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลตลาดปิด 9 ต.ค. 2026 · งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026 (สอบทานแล้ว) · หน่วยเป็นล้านบาท หากไม่ระบุเป็นอย่างอื่น

ราคาปิด / มูลค่าตลาด
฿3.04 · 2,796.80 ล้านบาท
ต่ำกว่า IPO ฿5.40 ประมาณ 43.7% · 52 สัปดาห์ 3.00–5.20(SET)
กำไรสุทธิ 1H2026 (ส่วนบริษัทใหญ่)
ขาดทุน −29.48 ล้านบาท
เทียบกำไร 518.53 ล้านบาทใน 1H2025 · 2Q26 กำไร 29.57(F45 2Q26)
กำไรสุทธิ TTM (มิ.ย. 2026)
130.90 ล้านบาท
FY2025 678.89 − 1H25 518.53 + 1H26 −29.48 (our calc) · P/E 21.4 เท่า(งบปี 2025)
อัตรากำไรขั้นต้น 1H2026
4.2%
1H2025 13.8% · 2Q26 4.68% (ต้นทุนผลปาล์มสดสูงขึ้น)(MD&A 2Q26)
หนี้สินมีดอกเบี้ย / ทุน (มิ.ย. 2026)
0.52 เท่า
Net 0.30 เท่า · เงินกู้ระยะสั้นเพิ่มเป็น 1,034.63 ล้านบาท(งบ 2Q26)
การประเมินมูลค่า
P/BV 1.00 · EV/EBITDA 9.59 เท่า
EV/EBITDA กลุ่มเพื่อนราว 5.4–6.9 เท่า (SET) · ดูหัวข้อ Peer(SET)

บทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารและนักลงทุน

SMO เป็นโรงสกัดที่ซื้อผลปาล์มสด (FFB) ด้วยเงินสดจากเกษตรกรและจุดรับซื้อ แล้วขายน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และเมล็ดในปาล์มอบแห้ง (PK) ให้โรงกลั่นและผู้ใช้ปลายทาง กำไรของธุรกิจนี้ขึ้นกับ “ส่วนต่างระหว่างราคา CPO กับราคา FFB” เป็นหลัก ปี 2025 ส่วนต่างนี้กว้างมาก ยอดขายโตเป็น 9,877 ล้านบาท (+58% YoY) และกำไรสุทธิ 678.89 ล้านบาท ไตรมาส 2/2025 กำไรพุ่งจากราคาที่ดีเป็นพิเศษบวกรายการพิเศษ

ใน 1H2026 ส่วนต่างหดตัวอย่างรุนแรง เพราะปริมาณ FFB เข้าโรงงานทั้งตลาดลดลงช่วงไตรมาสที่ 2 (ไตรมาสที่สองปกติเป็นช่วงผลผลิตสูงสุด) จนราคา FFB แพงขึ้น ราคา CPO ขึ้นตามไม่ทัน ผลคือกำไรขั้นต้นของ 1H26 ลดเหลือ 249 ล้านบาท จากเดิม 677 ล้านบาท (our calc) (MD&A 2Q26 หัวข้อ 1.2) ขณะที่บริษัทเพิ่มกำลังผลิตเป็น 345 ตันต่อชั่วโมง ทำให้อัตราใช้กำลังผลิตเฉลี่ยในไตรมาส 2 ลดเหลือ 61.5% จากเดิม 82.8%

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม (Key Takeaways)

1) Spread คือตัวแปรหลัก: ราคา CPO เฉลี่ยไตรมาส 2 ขึ้นเป็น 38.48 บาท/กก. (+14% YoY) แต่ปริมาณขาย CPO ลด 11.8% และกำไรขั้นต้น 2Q26 เหลือ 4.68% (MD&A 2Q26 หัวข้อ 3.1–3.2)
2) ปริมาณผลผลิตเป็นเงื่อนไขของเป้าหมายปี 2026: บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โต 10% จากปี 2025 (ประมาณ 10,865 ล้านบาท) และปริมาณขาย CPO 270,000 ตัน (Infoquest, 2 มี.ค. 2026) ครึ่งแรกขาย CPO ได้ 127,654 ตัน ต้องขายเพิ่มในครึ่งปีหลัง 142,346 ตัน (our calc) และรายได้ครึ่งปีหลังต้องใกล้เคียงปี 2025 (ราว 4,956 ล้านบาท เทียบ 4,964 ล้านบาท)
3) กำไรปี 2025 มีรายการพิเศษ: กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 37.26 ล้านบาท และรายได้ค่าสินไหมประกันภัย 44.54 ล้านบาท รวมกันก่อนภาษีราว 82 ล้านบาท (งบปี 2025)
4) สภาพคล่องตึงตัวขึ้น: เงินกู้ระยะสั้น 1,034.63 ล้านบาท (+111% จากสิ้นปี 2025) จ่ายค่าผลปาล์มสดและสต็อก CPO งบ 1H26 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 163.19 ล้านบาท
5) ความเสี่ยงสภาพอากาศ: MD&A ระบุว่า El Niño คาดว่าจะเข้มข้นขึ้นปลายปี 2026 (ความน่าจะเป็น 81% ที่จะถึงระดับ “very strong”) ซึ่งอาจลด OER และผลผลิตรอบถัดไป

กรณีเชิงรุก (Bull Case)

  • อัตรากำไรขั้นต้นกลับเป็นช่วง 10–11% (ระดับปี 2024–2025) เมื่อผลผลิตฟื้นในปลายปีและการใช้กำลังผลิตใหม่ถึง 75–80%
  • EBITDA ปกติ (ไม่รวมดอกเบี้ยรับ) ประมาณ 1,000 ล้านบาท และให้ตัวคูณ 8 เท่า ได้มูลค่าต่อหุ้นราว 7.58 บาท (+149%, our calc ดูหัวข้อ 13)
  • โครงการ CPKO (งบ ไม่เกิน 130 ล้านบาท) ขยายมูลค่าจากผลพลอยได้ PK และลดการพึ่งพาตลาด CPO อย่างเดียว

กรณีฐาน (Base Case)

  • ส่วนต่าง FFB–CPO กลับมาพอประมาณในครึ่งปีหลัง EBITDA ปกติประมาณ 700 ล้านบาท (ระหว่างระดับ TTM 395 ล้านบาท กับปี 2025 ที่ 991 ล้านบาท)
  • ใช้ตัวคูณ EV/EBITDA 6.6 เท่า (ค่ากลางกลุ่มเพื่อน) ได้มูลค่าต่อหุ้นราว 3.91 บาท (+29%, our calc)
  • ไม่มีเงินปันผลระหว่างกาลใน 1H26 ตามนโยบายจ่ายอย่างน้อย 50% ของกำไรสุทธิ ทำให้ปันผลปี 2026 ขึ้นกับผลครึ่งปีหลัง

กรณีระมัดระวัง (Bear Case)

  • El Niño รุนแรงทำให้ OER และผลผลิตปีถัดไปลด EBITDA ค้างที่ระดับ TTM ประมาณ 395 ล้านบาท
  • ตัวคูณ 6.6 เท่า ได้มูลค่าต่อหุ้นราว 1.72 บาท (−43%, our calc) ราคาตลาดยังมีพรีเมียมเทียบกับ EBITDA ที่ลดลง
  • ความเสี่ยงสภาพคล่องเพิ่ม หากเงินกู้ระยะสั้นยังไม่ลดลงในปลายปี 2026 และถูกเรียกคืน

Factsheet ข้อมูลสรุปบริษัท

ข้อมูลตลาดและการจดทะเบียน ณ ปิด 9 ต.ค. 2026 (SET อัปเดต 10 ต.ค. 2026 03:20 น.)

ราคาปิด
฿3.04
52 สัปดาห์: 3.00 – 5.20 บาท · IPO 5.40 บาท(SET)
มูลค่าตลาด
2,796.80 ล้านบาท
ทุนชำระแล้ว 920.00 ล้านบาท (920 ล้านหุ้น พาร์ 1 บาท)(SET)
P/E · P/BV
21.36x · 1.00x
P/E ตาม TTM กำไร 130.90 ล้านบาท · BVPS 3.05 บาท (our calc)(SET)
EV · EV/EBITDA (SET)
3,821.73 · 9.59x
EV = มูลค่าตลาด + หนี้สินมีดอกเบี้ยรวมลีส − เงินสด + NCI(SET)
Dividend yield (TTM จ่ายจริง)
11.51%
จ่าย 0.15 (พ.ย. 2025) + 0.20 (พ.ค. 2026) = 0.35 บาท ÷ 3.04 (our calc)(งบปี 2025)
ผู้ถือหุ้นรายย่อย (สัดส่วน)
40.58%
ณ 25 มี.ค. 2026 · ตัวเลขจำนวนราย 4,486 ไม่ใช่จำนวนหุ้น(SET ไทย)
ประธานกรรมการ
ลาออก 1 ต.ค. 2026
Mr. Surachai Chitratsenee (ระบุเหตุผลด้านสุขภาพ)(ประกาศ SET)
ต่างชาติถือหุ้น
17.38%
เพดานต่างชาติ 49.00% · ณ 9 ต.ค. 2026 · NVDR 0.63%(SET)
หัวข้อข้อมูล รายละเอียด
ชื่อบริษัท บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) / Smothong Group Public Company Limited (SET: SMO)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) / ธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) ตาม SET
ก่อตั้ง · เข้าจดทะเบียน SET บริษัทปาล์มเริ่มปี 2003 ใน อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี · รวมเป็นกลุ่มปี 2017 · เปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชน 15 มี.ค. 2025 · เข้าจดทะเบียนซื้อขาย 10 พ.ย. 2025
ราคาเสนอขาย IPO · พาร์ 5.40 บาท (ขาย 231.60 ล้านหุ้น) · พาร์ 1.00 บาท (เดิม 100 บาท)
ทุนชำระแล้ว 920.00 ล้านบาท (920.00 ล้านหุ้น)
ผู้สอบบัญชี · รอบบัญชี EY Office Limited (ความเห็นไม่มีเงื่อนไข) · สิ้นสุด 31 ธ.ค.
ประธานกรรมการ Mr. Surachai Chitratsenee ลาออก 1 ต.ค. 2026 (ระบุเหตุผลด้านสุขภาพ) รวมถึงประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (ตามประกาศ SET)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mr. Kittipong Puangmala (ตามชื่อในแบบ 56-1 และประกาศ SET)
ที่อยู่ · เว็บไซต์ 119/1 หมู่ 10 ตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84170 · 0-7795-1470 · www.smothonggroup.com
ราคาปิดและสถิติ SET ใช้ราคา 3.04 บาทของ 9 ต.ค. 2026 · ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ผู้ถือหุ้นรายย่อยเป็นสัดส่วนของ Free float ไม่ใช่จำนวนราย 4,486 ราย · ชื่อไทยใช้ตามเว็บไซต์บริษัท (บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน)) ชื่อ “สโมทอง กรุ๊ป” ในทะเบียนข้อมูลภายในไม่ถูกต้อง · ที่มา: SET Factsheet SMO

ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

SMO และบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจสองส่วนหลัก ได้แก่ การผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง (CPO, PK, ผลพลอยได้) และการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพที่ได้จากน้ำเสียของโรงสกัด ขายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟ VSPP ในปี 2025 รายได้ 9,877 ล้านบาท ร้อยละ 97.75 มาจากการขายสินค้าน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ และร้อยละ 1.67 จากไฟฟ้า (แบบ 56-1 One Report 2025 ส่วนที่ 1.2.1)

ห่วงโซ่คุณค่า SMO: ผลปาล์มสด โรงสกัด CPO ผลิตภัณฑ์ ลูกค้า และไฟฟ้าชีวภาพ
แผนภาพจัดทำโดยผู้จัดทำรายงาน ข้อมูลจาก 56-1 One Report 2025 และ MD&A 2Q26

1. โรงสกัด CPO และโครงสร้างกำลังผลิต

บริษัทซื้อผลปาล์มสดจากเกษตรกรและจุดรับซื้อ นำมาสกัดเป็น CPO และ PK ขายส่งให้โรงกลั่น อุตสาหกรรมไบโอดีเซล อาหารสัตว์ และโอลีโอเคมิคัล (MD&A) รายได้อื่นส่วนน้อยมาจากสวนปาล์มและเศษเครื่องจักร

โรงสกัด ที่ตั้ง กำลังผลิต (ตัน FFB/ชม.) ปี 2025 ณ มิ.ย. 2026 หมายเหตุ
สาขาพนม (Phanom) อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี 75 150 ติดตั้งเครื่องจักรเพิ่ม 75 ตัน/ชม. เริ่มดำเนินงานไตรมาส 2/2026
สาขาท่าชนะ (Tha Chana) อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี 75 75 สิทธิ์ส่งเสริมการลงทุน (BOI) สิ้นสุด ม.ค. 2024
สาขาสระบุรี (Saraburi) อ.หนองแค จ.สระบุรี 30 45 อยู่ระหว่างคดีที่ศาลปกครองสูงสุด (หัวข้อ 11)
A L Palm (บริษัทย่อย 99.99%) อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร 60 75 ปรับปรุงเครื่องจักรเพิ่มกำลังผลิต
รวม 240 345 เพิ่ม 105 ตัน/ชม. (+43.8%) จาก 2Q25
กำลังผลิตจากแบบ 56-1 หน้า 1.2 และ MD&A 2Q26 หัวข้อ 2 · อัตราใช้กำลังผลิตเฉลี่ยไตรมาส 2/2026 อยู่ที่ 61.52% (ไตรมาส 2/2025 อยู่ที่ 82.80%) เพราะกำลังผลิตติดตั้งเพิ่มเร็วกว่าปริมาณผลปาล์มที่เข้าโรงงาน · ที่มา: MD&A 2Q26

2. ไฟฟ้าชีวภาพ (Biogas Power)

ผลพลอยได้จากการสกัดน้ำมัน (น้ำเสีย) ถูกหมักในบ่อเป็นก๊าซชีวภาพ แล้วนำไปผลิตไฟฟ้าใช้เองและขาย กฟภ. ภายใต้ VSPP กำลังการผลิตติดตั้ง 14.38 MW และ PPA 12.70 MW (MD&A 2Q26 หัวข้อ 1) ราคาขายไฟเฉลี่ยไตรมาส 2/2026 ลดเหลือ 3.13 บาท/หน่วย (2Q25 3.64) เพราะ กฟภ. ปรับโครงสร้างราคารับซื้อใหม่ แต่ปริมาณขายเพิ่มเป็น 14.57 ล้านหน่วย (+6.8% YoY)

3. กลุ่มบริษัท (Group Structure)

บริษัท สัดส่วนถือหุ้น ธุรกิจ หมายเหตุ
A L Palm Company Limited 99.99% โรงสกัด CPO ที่ชุมพร และไฟฟ้าชีวภาพ ลดทุนจด 480 → 180 ล้านบาท แล้วเพิ่มทุน 200 ล้านบาท รวมเป็น 380 ล้านบาท จดทะเบียนแล้ว 19 ส.ค. 2026
Mitprasong Green Power Co., Ltd. 99.99% ไฟฟ้าชีวภาพ (VSPP) ขายไฟให้ กฟภ. เช่นเดียวกับบริษัทแม่
Team Evolution Co., Ltd. 53.14% ไม่มีการดำเนินงาน (ถือที่ดินว่าง) เพิ่มสัดส่วนจาก 49.44% ในพ.ค. 2026 (MD&A 2Q26 หัวข้อ 2)

การลดทุน AL Palm

บริษัทย่อยหลักของกลุ่มลดทุนเพื่อตัดขาดทุนสะสม แล้วเพิ่มทุนโดยเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม ทำให้ AL Palm มีทุนจดทะเบียน 380 ล้านบาท (ประกาศ SET 25 ส.ค. 2026)

4. โครงการลงทุนใหม่ (CPKO และโรงระเหยน้ำเสีย)

คณะกรรมการอนุมัติ 14 ส.ค. 2026 ให้ลงทุน 2 โครงการที่โรงสกัดสาขาพนม ซึ่งตามประกาศเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ขนาดเล็ก (ขนาดรายการ 2.81% และ 1.49% ของงบการเงินรวม 30 มิ.ย. 2026) จึงไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของรายการสำคัญ:

ยังไม่ทราบแหล่งเงินและกำหนดเสร็จ

ประกาศไม่ระบุแหล่งเงินทุนหรือวันที่เริ่มเดินเครื่อง ยอดเงินที่เหลือจาก IPO ณ 31 ธ.ค. 2025 สำหรับ “การลงทุนธุรกิจ CPO ในห่วงโซ่เดียวกัน” คือ 470.56 ล้านบาท (56-1 หัวข้อ 1.1.3) ตัวเลขนี้ยังไม่ได้อัปเดตในงบ 2Q26 ต้องติดตามว่าเงินส่วนนี้ถูกใช้ในโครงการ CPKO หรือไม่

5. ลูกค้าและการตลาด

ปี 2025 ลูกค้า 3 รายใหญ่รวมกันเป็นรายได้ 4,516 ล้านบาท หรือ 45.7% ของยอดขาย (ปี 2024 ราว 51%) รายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 51.5% ของยอดรวมปี 2025 จาก 36.6% ของปี 2024 และ 1H2026 ส่งออก 2,305 ล้านบาท (39%) ส่วนในประเทศ 3,604 ล้านบาท (61%) ลูกค้าที่บริษัทเอ่ยชื่อใน MD&A ได้แก่ OLAM, CARGILL และ EMAMI (MD&A 2Q26 หัวข้อ 1.2(4)) ตลาดส่งออกหลักของ CPO ไทยคืออินเดีย (ตามการอ้างอิงในบทความข่าว Infoquest)

ที่มา: ตัวเลขลูกค้ารายใหญ่จาก หมายเหตุ 30 งบปี 2025 (Major customers) · our calc สัดส่วน = 4,516 ÷ 9,877 · ข้อมูลส่งออก/ในประเทศ 1H26 จาก MD&A 2Q26

6. ประวัติและผู้ถือหุ้น

กลุ่มเริ่มจากบริษัทปาล์มในอำเภอท่าชนะ ปี 2003 และรวมธุรกิจจากกลุ่มผู้ก่อตั้ง 3 กลุ่มในปี 2009 โรงงานแรกเริ่มดำเนินการปี 2010 ก่อนรวมเป็น “กลุ่มสมอทอง” ปี 2017 ตามแบบ 56-1 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรก ณ 26 พ.ย. 2025 ได้แก่ (ตระกูลชื่อตามแบบ 56-1 โดยไม่แปลชื่อ):

ลำดับ กลุ่มผู้ถือหุ้น สัดส่วน
1 ครอบครัว Kittipong (รวม 6 ราย) 20.72%
2 ครอบครัว Seksak (รวม 8 ราย) 19.00%
3 ครอบครัว Lam (3 ราย) 18.19%
4 Miss Pajaree Im-udom 3.47%
5 ครอบครัว Sakda (3 ราย) 2.65%
ผู้ถือหุ้นอื่น 28.31%
ที่มา: 56-1 หัวข้อ 1.3.4 · ตระกูลทั้งสี่ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็น Acting in Concert ตามแบบ 56-1 · ผู้ถือหุ้นกลุ่มผู้ก่อตั้งรวมกันราว 60% ทำให้ free float ต่ำ

ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

ตัวเลขเป็นล้านบาท กำไรสุทธิเป็นส่วนบริษัทใหญ่ (ปี 2023 ตามแบบ 56-1) EBITDA ของ our calc คือกำไรก่อนภาษี + ดอกเบี้ยจ่าย + ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย − ดอกเบี้ยรับ

รายการ FY2023 FY2024 FY2025 1H2025 1H2026 TTM มิ.ย. 2026
รายได้จากการขาย 5,883.08 6,252.83 9,877.45 4,913.57 5,908.91 10,872.80
กำไรขั้นต้น (รวม CPO และไฟฟ้า) 547.64 730.99 1,065.58 677.00 249.00 —
อัตรากำไรขั้นต้น 9.31% 11.69% 10.79% 13.78% 4.21% —
EBITDA (our calc) 433.30 555.20 991.50 708.30 111.50 394.60
กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ 218.78 259.80 678.89 518.53 −29.48 130.90
อัตรากำไร EBITDA 7.37% 8.88% 10.04% 14.42% 1.89% 3.63%
อัตรากำไรสุทธิ 3.72% 4.15% 6.87% 10.56% −0.50% 1.20%
ที่มา: FY2023 จาก 56-1 หัวข้อ 4.6 (กำไร 218.78 ล้านบาท) · FY2024–FY2025 และ 1H ปี 2025/2026 จาก งบปี 2025 และ งบ 2Q26 · กำไรสุทธิ 2024 ในงบปี 2025 คือ 259.80 ล้านบาท แต่แบบ 56-1 ระบุ 259.62 ล้านบาท ใช้ค่าจากงบการเงิน · EBITDA 2023 คำนวณจากตัวเลขการเพิ่มขึ้นของ EBITDA ปี 2024 ที่แบบ 56-1 ระบุ 121.76 ล้านบาท (+28.10%) เพราะงบปี 2023 ที่ตรวจไม่มีค่าค่าเสื่อม

นิยามที่ใช้ในรายงาน

SET คำนวณ EBITDA = PBT + ดอกเบี้ยจ่าย + ค่าเสื่อม โดยไม่หักดอกเบี้ยรับ 1H2026 ตาม SET คือ 113.85 ล้านบาท ส่วนบริษัทรายงาน 111.49 ล้านบาท (MD&A) และ our calc 111.50 ล้านบาท ส่วนต่างเล็กน้อยมาจากการปัดเศษ ใช้ EBITDA ของ our calc ในตารางข้างต้น และใช้ค่าของ SET เฉพาะตัวคูณ EV/EBITDA 9.59 เท่า (TTM ตาม SET ประมาณ 398) · ที่มา: งบปี 2025 · SET Factsheet SMO

รายได้จากการขาย EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านบาท)
ที่มา: งบปี 2025, 56-1 2025, งบ 2Q26 · TTM และ EBITDA เป็น our calc
อัตรากำไร EBITDA และกำไรสุทธิ (% ของรายได้จากการขาย)
ที่มา: our calc จากงบด้านบน · ค่า TTM มิ.ย. 2026 คืออัตรากำไรที่ตกต่ำที่สุดในสามปี ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนผลปาล์มสด · ที่มา: งบ 2Q26 · งบปี 2025
1H2025 เทียบ 1H2026: รายได้จากการขาย EBITDA กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
ที่มา: F45 2Q26 (กำไรสุทธิ 6 เดือน) · งบ 2Q26 (รายได้ EBITDA) · EBITDA 1H2025 เป็น our calc

ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2026 (เมษายน–มิถุนายน 2026)

รายการ 2Q25 1Q26 2Q26 YoY
รายได้รวม 3,433.52 2,398.92 3,518.55 +2.5%
ปริมาณผลปาล์มสดที่เข้าโรงงาน (ตัน) 393,450 321,827 390,908 −0.7%
ปริมาณ CPO ที่ขาย (ตัน) 83,027 54,444 73,210 −11.8%
ราคาขาย CPO (บาท/กก.) 33.75 34.72 38.48 +14.0%
ราคาขาย PK (บาท/กก.) 23.51 25.00 28.26 +20.2%
อัตราการสกัด CPO (OER) 17.47% 18.16% 17.57% +0.10 pt
กำไรขั้นต้น 711.52 84.54 164.50 −76.9%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 106.91 101.02 108.32 +1.3%
ดอกเบี้ยจ่าย 17.10 10.48 10.15 −40.6%
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 636.28 −59.05 29.56 −95.4%
ที่มา: MD&A 2Q26 หัวข้อ 3 · ไตรมาส 2/2025 มีกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 49.84 ล้านบาท และรายได้ค่าสินไหม 42.92 ล้านบาท ซึ่งไม่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/2026 · ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 2Q26 = ขาย 51.77 + บริหาร 56.55 (MD&A)

ทำไมกำไรขั้นต้นตกเร็วขนาดนี้

ผลปาล์มสด (FFB) ที่เข้าโรงงานทั้งตลาดลดลงในช่วงฤดูผลผลิตสูงสุด ทำให้โรงสกัดแข่งกันซื้อ ต้นทุน FFB ต่อกิโลกรัมโตกว่าราคาขาย CPO ที่โตตามตลาดโลก (MD&A ข้อ 3.2) บวกค่าขนส่งที่เพิ่มตามราคาดีเซลในช่วงสงครามตะวันออกกลางตั้งแต่ 28 ก.พ. 2026 ดังนั้นการฟื้นตัวของกำไรขึ้นกับการที่ราคา CPO ขึ้นให้ทันต้นทุน FFB ไม่ใช่ปริมาณขายอย่างเดียว · ที่มา: MD&A 2Q26

กระแสเงินสด

รายการ (ล้านบาท) FY2024 FY2025 1H2026
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 251.04 616.43 −163.19
กระแสเงินสดจากการลงทุน −415.23 −465.19 −111.66
เงินปันผลจ่าย −120.47 −310.10 −184.00
เงินกู้ระยะสั้นสุทธิ — — +543.00
ที่มา: งบกระแสเงินสด ปี 2025 และ งบ 2Q26 · ยอดลงทุนเป็นยอดรวม รวมการซื้อเครื่องจักรที่ติดตั้งพนมและ AL Palm

งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

รายการ (ล้านบาท) 31 ธ.ค. 2023 31 ธ.ค. 2024 31 ธ.ค. 2025 30 มิ.ย. 2026
สินทรัพย์รวม 2,638.92 3,509.36 4,512.89 4,633.27
เงินสดและรายการเทียบเท่า 556.06 347.35 722.94 626.89
สินค้าคงเหลือ — 456.83 801.90 961.70
หนี้สินรวม 1,289.36 2,020.27 1,447.65 1,785.52
เงินกู้ระยะสั้นและเงินเบิกเกินบัญชี (รวมเงินกู้อื่นระยะสั้น) 800.01 1,004.03 490.00 1,034.63
เงินกู้ระยะยาว (รวมส่วนที่ถึงกำหนด) 268.28 744.86 619.07 458.90
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 1,349.56 1,489.09 3,065.24 2,847.75
ที่มา: 2023 จาก 56-1 หัวข้อ 4.6.2 · 2024–2025 จาก งบปี 2025 · 30 มิ.ย. 2026 จาก งบ 2Q26 · ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมส่วนที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) ปี 2025 คือ 47.46 ล้านบาท และ 30 มิ.ย. 2026 คือ 44.05 ล้านบาท · สินค้าคงเหลือ 2023 ไม่มีในไฟล์ที่ตรวจ
สินทรัพย์รวม หนี้สินรวม และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ที่มา: งบการเงินข้างต้น · หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้น = สินทรัพย์รวมในทุกจุดข้อมูล (our calc ตรวจแล้ว)

การเปลี่ยนแปลงใน 1H2026

ส่วนของผู้ถือหุ้นลด 217.49 ล้านบาทจากการจ่ายปันผล 184.00 ล้านบาทและขาดทุนสุทธิครึ่งปี · สินค้าคงเหลือเพิ่ม 159.80 ล้านบาทรอส่งมอบ · เงินกู้ระยะยาวลด 160.17 ล้านบาทตาม MD&A · เงินกู้ระยะสั้นเพิ่มมาใช้เป็นทุนหมุนเวียนซื้อผลปาล์มสด (MD&A 2Q26 หัวข้อ 4)

หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)

IB D/E = เงินกู้ระยะสั้น + เงินกู้ระยะยาว (รวมส่วนที่ถึงกำหนด) ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม · ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า (lease)

ตัวชี้วัด FY2023 FY2024 FY2025 1H2026
หนี้สินมีดอกเบี้ย (ล้านบาท) 1,068.29 1,748.90 1,109.07 1,493.53
IB D/E (เท่า) 0.79 1.17 0.36 0.52
Net IB D/E (เท่า) 0.38 0.94 0.13 0.30
D/E ตามแบบ 56-1 (หนี้สินรวม ÷ ทุน) 0.96 1.35 0.47 0.63
ดอกเบี้ยจ่ายคุ้มกัน (ICR, เท่า) 12.94 11.39 16.59 5.41
หนี้มีดอกเบี้ย ÷ EBITDA (ตามแบบ 56-1, เท่า) 2.71 3.08 1.25 —
อัตราส่วนหมุนเวียน (เท่า) 0.90 0.74 1.80 1.34
ที่มา: 56-1 หัวข้อ 4.4.4 และ 5.3 · our calc จากงบ 2023–1H2026 · IB D/E รวมลีสเป็น 0.56 เท่า ณ 30 มิ.ย. 2026 ((หนี้สินมีดอกเบี้ย 1,493.53 + ลีส 114.24) ÷ 2,847.75) นิยามของ SET ที่ใช้คำนวณ EV รวมลีสด้วย · อัตราส่วนหมุนเวียนปี 2024 คำนวณจากงบ 56-1 (our calc) · ที่มา: 56-1 One Report 2025
IB D/E และ Net IB D/E (เท่า)
ที่มา: our calc จากงบ 2023–1H2026 (ตารางข้างบน) · ค่า 2023 จากแบบ 56-1 · ที่มา: งบ 2Q26

ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม: ระยะสั้นเพิ่มเร็ว

เงินกู้ระยะสั้นเพิ่มจาก 490.00 เป็น 1,034.63 ล้านบาทใน 6 เดือน (+111%) ทำให้ 1H26 สัดส่วนหนี้ระยะสั้นต่อหนี้มีดอกเบี้ยรวมประมาณ 69% ถ้ากำไรยังไม่กลับมา การต่ออายุวงเงินระยะสั้นในช่วงสินค้าคงเหลือสูงจะมีต้นทุนและความเสี่ยงของเงื่อนไขสัญญาเพิ่มขึ้น · ที่มา: งบ 2Q26

สัดส่วนธุรกิจ (Segments)

แบ่งตามประเภทสินค้าของรายได้จากการขาย 1H2026 (ล้านบาท) รวม 5,908.91 ล้านบาท

ประเภทสินค้า 1H2026 (ล้านบาท) สัดส่วน 2Q26 (ล้านบาท) 2Q25 (ล้านบาท)
น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) 4,707.88 79.7% 2,817.48 2,801.79
เมล็ดในปาล์มอบแห้ง (PK) 997.99 16.9% 586.66 488.07
ผลพลอยได้ (กะลา กากปาล์ม ฯลฯ) 116.87 2.0% 64.20 47.29
ไฟฟ้าชีวภาพ 86.17 1.5% 45.59 49.68
ที่มา: MD&A 2Q26 หัวข้อ 3.1 · 1H2026 = 1Q26 + 2Q26 (our calc) · MD&A รายงานอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ CPO+PK+ผลพลอยได้รวมกันที่ 4.08% ในไตรมาส 2/2026 และไฟฟ้าประมาณ 50% (our calc) ไม่มีการแยกกำไรขั้นต้นของ CPO กับ PK ในไฟล์ที่ตรวจ
สัดส่วนรายได้จากการขาย 1H2026 แยกตามสินค้า
ที่มา: MD&A 2Q26 หัวข้อ 3.1 · our calc รวมผลพลอยได้และไฟฟ้าเป็นกลุ่ม “อื่น” เพื่อให้ไม่เกิน 3 ส่วน

ไฟฟ้าชีวภาพเล็กในรายได้แต่ไม่เล็กในต้นทุน

ไฟฟ้าชีวภาพคิดเป็นเพียงประมาณ 1.5% ของยอดขาย แต่ใช้น้ำเสียที่เกิดจากโรงสกัดโดยตรงจึงช่วยลดต้นทุนการจัดการของเสีย ราคาขายไฟที่ลดลงจึงกระทบกำไรบางส่วนเท่านั้น · ที่มา: MD&A 2Q26

ประวัติปันผล (Dividend History)

นโยบาย: จ่ายปันผลอย่างน้อย 50% ของกำไรสุทธิตามงบรวม หลังหักทุนสำรองตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงฐานะการเงิน กระแสเงินสด และแผนลงทุน (56-1 หัวข้อ 1.6)

ปี DPS ที่ประกาศ (บาท/หุ้น) หมายเหตุ Payout (56-1)
2023 0.12 ก่อนจดทะเบียน (688.4 ล้านหุ้น) 38.71%
2024 0.18 ก่อนจดทะเบียน (688.4 ล้านหุ้น) จ่าย 120.47 ล้านบาท 46.40%
2025 0.60 ระหว่างกาล 0.25 (ส.ค. 2025, ฐานหุ้นก่อน IPO) + 0.15 (พ.ย. 2025) + ปันผลประจำปี 0.20 (จ่าย 29 พ.ค. 2026) 72.78%
TTM (จ่ายจริง) 0.35 0.15 + 0.20 บนฐานหุ้น 920 ล้านหุ้น —
เงินปันผลต่อหุ้นที่ประกาศ (บาท)
ที่มา: 56-1 หัวข้อ 1.6 และหมายเหตุ 31 · MD&A 2Q26 หัวข้อ 2(2) · แบบ 56-1 แสดง DPS 2025 เท่ากับ 0.68 บาท เพราะหารด้วยจำนวนหุ้นเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ประมาณ 725 ล้านหุ้น) ส่วนรายงานนี้ใช้อัตราที่ประกาศจริงรวมกัน 0.60 บาท

อัตราผลตอบแทนปันผลเทียบกับความยั่งยืน

ผลตอบแทนปันผลจ่ายจริง 11.51% (TTM 0.35 บาท ÷ 3.04) สูงเพราะปันผลปี 2025 ดึงจากกำไรช่วงราคาสูงของ 2Q25 ตามนโยบาย 50% ของกำไร TTM 130.90 ล้านบาทบนหุ้น 920 ล้านหุ้น จะได้ราว 0.07 บาท/หุ้น หรือผลตอบแทนราว 2.3% (our calc) ปันผลที่เห็นวันนี้จึงไม่ใช่ฐานที่ควรประเมินต่อ · ที่มา: 56-1 One Report 2025

เปรียบเทียบเพื่อน (Peer Comparison)

กลุ่มเพื่อนเป็นโรงสกัด CPO ที่จดทะเบียนใน SET ณ 9 ต.ค. 2026 ตัวคูณทั้งหมดอ้างอิงจาก SET Factsheet ของแต่ละหุ้น EV/EBITDA ของ SET ใช้ EBITDA ตามนิยาม SET ซึ่งยังรวมดอกเบี้ยรับ

หุ้น ราคา (บาท) Market Cap (ล้านบาท) P/E (เท่า) P/BV (เท่า) EV/EBITDA (เท่า) หมวด SET
SMO (รายงานนี้) 3.04 2,796.80 21.36 1.00 9.59 Agro & Food / Agribusiness
UVAN 13.30 12,502.00 10.60 2.38 6.63 Agro & Food / Agribusiness
CPI 3.50 2,214.63 8.59 0.63 5.40 Agro & Food / Food & Beverage
UPOIC 6.80 2,203.54 9.33 1.28 6.89 Agro & Food / Agribusiness
ที่มา: SET Factsheet UVAN · SET Factsheet CPI · SET Factsheet UPOIC · ค่าตัวคูณของ SMO มาจาก SET Factsheet SMO · Dividend yield ของเพื่อนไม่ได้ดึงมาจาก factsheet ที่ตรวจ จึงไม่แสดง
Market Cap (ล้านบาท, แท่ง) และ P/E (เท่า, เส้น) ของกลุ่มเปรียบเทียบ
ที่มา: SET Factsheet ของแต่ละหุ้นข้างต้น · P/E ของ SMO สูงจากกำไร TTM ที่ต่ำ ไม่ใช่จากราคาหุ้นที่สูงขึ้น (ราคาต่ำกว่า IPO 43.7%) · ที่มา: SET Factsheet SMO

ข้อควรระวังในการเทียบ

SMO เป็นโรงสกัดซื้อผลปาล์มสด (ไม่มีสวนขนาดใหญ่) ขณะที่ UVAN ดำเนินธุรกิจสวนปาล์มน้ำมันเองและมีโรงสกัดจึงได้รับประโยชน์จากต้นทุนของสวน และ UPOIC มีสวนปาล์มด้วย ส่วน CPI จัดหมวด Food & Beverage ตาม SET ทำให้การเทียบ EV/EBITDA ระหว่างกลุ่มไม่สมบูรณ์ ค่าเฉลี่ยกลุ่มจึงใช้เป็นกรอบอ้างอิงเท่านั้น

มุมมองอนาคต (Outlook)

เป้าหมายของบริษัท (Management Targets)

เป้าหมาย ตัวเลข ความคืบหน้า ณ มิ.ย. 2026
รายได้ปี 2026 โตประมาณ 10% จาก 2025 (ประมาณ 10,865 ล้านบาท, our calc) 1H26 ทำได้ 5,908.91 ล้านบาท (54%) ต้องการ 2H26 ≈ 4,956 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียง 2H25
ปริมาณขาย CPO ปี 2026 270,000 ตัน 1H26 ขายได้ 127,654 ตัน (47%) ต้องการอีก 142,346 ตัน ใน 2H (+11% เทียบ 1H)
กำลังผลิตเพิ่ม (พนม) +75 ตัน FFB/ชม. ภายในเม.ย. 2026 เริ่มดำเนินงานในไตรมาส 2/2026 ตาม MD&A
ส่งออก เพิ่มสัดส่วนรายได้ส่งออก (บริษัทระบุไว้ในข่าว ไม่มีตัวเลขเป้าหมายที่ชัดเจน) 1H26 ส่งออก 39% เทียบกับ 51.5% ของปี 2025 ตลาดในประเทศยังแข็งแรงตาม MD&A
ที่มา: Infoquest 2 มี.ค. 2026 (ผู้บริหารให้สัมภาษณ์) · MD&A 2Q26 · our calc สำหรับตัวเลข 2H

ปัจจัยขับเคลื่อนที่ต้องติดตาม (Catalysts)

บทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ยังไม่ได้ใช้

มีบทวิเคราะห์ก่อนเข้าซื้อขาย (ประมาณ ต.ค. 2025) ซึ่งระบุราคาเป้าหมายสูงกว่าราคาตลาดมาก แต่ผู้จัดทำยังไม่ได้ตรวจต้นฉบับ (หาไม่พบเอกสารต้นฉบับที่ยืนยันได้) จึงไม่นำมาใช้ในการประเมิน บทวิเคราะห์ของ Krungsri Securities ที่ค้นพบเป็นข่าวสรุปที่ยังไม่ยืนยัน ก่อนนำมาใช้ต้องดูต้นฉบับ

ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

ลำดับความเสี่ยงเป็นการประเมินของผู้จัดทำจากงบและหัวข้อความเสี่ยงของ 56-1 แต่ละข้อมีสัญญาณที่สังเกตได้ (trigger)

ลำดับ ความเสี่ยง สาเหตุและหลักฐาน สัญญาณเตือน (Trigger)
1 ส่วนต่างราคา FFB–CPO GP margin 1H26 4.2% เทียบ 13.8% ใน 1H2025 (งบ 2Q26) GP margin ไตรมาสต่ำกว่า 5% หรือราคา FFB โตเร็วกว่า CPO
2 สภาพอากาศและผลผลิต MD&A: El Niño อาจถึงระดับ “very strong” ที่ความน่าจะเป็น 81% ภายในปลายปี 2026 OER ต่ำกว่า 17% หรือปริมาณ FFB เข้าโรงงานลดลงจากปีก่อน
3 นโยบายพลังงานและไบโอดีเซล ความต้องการ CPO ขึ้นกับนโยบาย B7/B50 และภาษีอินเดีย (รายงานของ 56-1 หัวข้อ 2.2) ประกาศนโยบายไบโอดีเซลที่ลดสัดส่วน หรือภาษีนำเข้าอินเดียเปลี่ยน
4 ความเข้มข้นลูกค้า ลูกค้า 3 รายรวม 45.7% ของรายได้ 2025 (56-1 หมายเหตุ 30) ลูกค้าหลักลดการสั่งซื้อหรือเปลี่ยนนโยบายชำระเงิน
5 ใบอนุญาตโรงงานสระบุรี คดีค้างในศาลปกครองสูงสุด โรงงานนี้คิดเป็น 5.32% ของสินทรัพย์และ 8.71% ของรายได้ 2025 (56-1 หัวข้อ 2.2 Risk from Pending Litigation) คำพิพากษา หรือรายงานการตรวจสอบทุก 60 วัน ที่ศาลสั่ง
6 สภาพคล่องและหนี้ระยะสั้น เงินกู้ระยะสั้น 1,034.63 ล้านบาท ทุนหมุนเวียนตึง อัตราส่วนหมุนเวียน 1.34 เท่า Net IB D/E เกิน 0.5 เท่า หรือ ICR ต่ำกว่า 4 เท่า
7 อัตราแลกเปลี่ยน ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 1H26 56.63 ล้านบาท (งบ 2Q26) ทั้งที่มีการป้องกันความเสี่ยงด้วยอนุพันธ์ ค่าเงินบาทเปลี่ยนมากหรือการป้องกันความเสี่ยงไม่ครบ
8 สิทธิประโยชน์ภาษี BOI ภาษีจริงปี 2025 เพียง 3.4% ของกำไรก่อนภาษี (23.95 ÷ 702.84, our calc) เมื่อสิ้นสุดสิทธิ์ อัตราจะเข้าสู่ปกติ (ตารางสิทธิประโยชน์ BOI ใน 56-1 ส่วนที่ 1) สิ้นสุดสิทธิ์ที่ประกาศในปี 2027 หรือกำไรที่ไม่ได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้น
9 การใช้กำลังผลิตและงบลงทุน อัตราใช้กำลังผลิต 2Q26 61.5% ขณะที่เพิ่มกำลังผลิตอีก 75 ตัน/ชม. และงบ CPKO อัตราใช้กำลังผลิตต่ำกว่า 60% ต่อเนื่อง หรือโครงการล่าช้า
10 ผู้บริหารและการกำกับดูแล ประธานกรรมการลาออก 1 ต.ค. 2026 ด้วยเหตุผลสุขภาพ (ประกาศ SET) การแต่งตั้งประธานคนใหม่ที่เปลี่ยนโครงสร้างการกำกับดูแลหรือการตัดสินใจลงทุน
11 ความเชื่อมั่นของตลาด ราคา 3.04 บาทต่ำกว่า IPO 5.40 บาท 43.7% · free float ประมาณ 40% ซื้อขายต่ำกว่าราคา 52 สัปดาห์ต่ำสุดที่ 3.00 บาท
12 ความสามารถจ่ายปันผล ปันผลปี 2025 สูงกว่ากำไร TTM · 1H26 ขาดทุน จ่ายปันผลไม่มีระหว่างกาล งบไตรมาส 3/2026 ยังขาดทุนต่อเนื่อง

SWOT

Strengths (จุดแข็ง)

  • กำลังผลิตติดตั้ง 345 ตัน FFB/ชม. เพิ่ม 43.8% จากปีก่อน (ณ มิ.ย. 2026)
  • กำไรขั้นต้นปี 2025 10.8% และ EBITDA ปี 2025 ประมาณ 991 ล้านบาทแสดงว่ากำไรปกติเกิดขึ้นได้เมื่อ Spread เอื้อ
  • ไฟฟ้าชีวภาพช่วยลดของเสียและมี PPA ระยะยาวกับ กฟภ. (12.70 MW)
  • เงินกู้ระยะยาวลดจาก 744.86 เป็น 458.90 ล้านบาทใน 18 เดือน และดอกเบี้ยจ่ายลด 40.6% YoY ในไตรมาส 2

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • ธุรกิจพึ่งพาสินค้าโภคภัณฑ์เกือบทั้งหมด (CPO ~80%) และกำไรต่อหน่วยผันผวนสูง
  • วัตถุดิบส่วนใหญ่ซื้อจากภายนอกด้วยเงินสด (ไม่มีเครดิตการค้า) ต้องแข่งขันในตลาดที่ผลผลิตลดลง
  • ลูกค้าสามรายใหญ่รวมเกินหนึ่งในสามของยอดขาย
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 1H26 และต้องพึ่งเงินกู้ระยะสั้นเพิ่ม

Opportunities (โอกาส)

  • โครงการ CPKO 300 ตัน/วัน เพิ่มมูลค่าจาก PK และกระจายรายได้ในห่วงโซ่เดียวกัน
  • เงินเหลือจาก IPO 470.56 ล้านบาทสำหรับการลงทุนในห่วงโซ่ CPO (ณ 31 ธ.ค. 2025)
  • การฟื้นตัวของ OER หากสภาพอากาศกลับเป็นปกติและผลผลิตในประเทศขยายตัว (ผลผลิต CPO ไทยปี 2026 ที่บริษัทคาดการณ์เพิ่ม 1.5–2% ตามบทความ Infoquest)
  • หากขยายเป็นผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ เช่น CPKO อาจเพิ่มมูลค่าต่อตันจาก PK ได้ แต่ยังต้องตรวจสอบตัวเลขโครงการจริง

Threats (อุปสรรค)

  • El Niño และผลผลิตที่ลดลงจากสภาพอากาศ อาจทำให้ต้นทุน FFB คงสูงในช่วงที่ราคา CPO ไม่ขยับ
  • ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และความผันผวนของ CPO สูง
  • คดีโรงงานสระบุรีอาจส่งผลต่อใบอนุญาต ซึ่งคิดเป็น 8.71% ของรายได้ปี 2025
  • สิทธิประโยชน์ภาษี BOI หมดลง ทำให้กำไรสุทธิลดลงแม้ยอดขายคงที่
ที่มา: ตัวเลขดึงจากหัวข้อ 4–11 ของรายงานนี้ · “โอกาส” และ “อุปสรรค” เป็นการประเมินของผู้จัดทำ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูล · ที่มา: 56-1 One Report 2025

มุมมองนักลงทุน (Investor View)

ราคา 3.04 บาทต่ำกว่ากรณีฐาน 3.91 บาทราว 22% (กรณีฐานให้ราคาเพิ่มขึ้นได้ 29%) และต่ำกว่าราคาเสนอขาย IPO 43.7% ผลลัพธ์จึงขึ้นกับว่าผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2026 จะฟื้นพอให้ EBITDA ปกติใกล้ 700 ล้านบาทหรือไม่ ซึ่งยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

สามสถานการณ์ (Bull / Base / Bear)

Bull

  • EBITDA ปกติ 1,000 ล้านบาท ตัวคูณ 8.0 เท่า → 7.58 บาท/หุ้น (+149%)

Base

  • EBITDA ปกติ 700 ล้านบาท ตัวคูณ 6.6 เท่า (ค่ากลางกลุ่ม) → 3.91 บาท/หุ้น (+29%)

Bear

  • EBITDA ปกติ 395 ล้านบาท (TTM) ตัวคูณ 6.6 เท่า → 1.72 บาท/หุ้น (−43%)
วิธีคิด (our calc): มูลค่ากิจการ = EBITDA × ตัวคูณ · ส่วนของผู้ถือหุ้น = มูลค่ากิจการ − (หนี้สินมีดอกเบี้ยสุทธิจากเงินสด 866.6 + ลีส 114.2 + NCI 44.1) = มูลค่ากิจการ − 1,024.9 ล้านบาท · หารด้วย 920 ล้านหุ้น · ข้อมูลงบ ณ 30 มิ.ย. 2026 ใช้ค่ากลางของกลุ่มเพื่อนจากตารางข้างต้น ไม่มี forecast จากโบรกเกอร์ · ที่มา: งบ 2Q26 · SET Factsheet SMO

ตารางความอ่อนไหวของมูลค่าต่อหุ้น (บาท)

EBITDA ปกติ (ล้านบาท) ตัวคูณ 6.0x ตัวคูณ 6.6x ตัวคูณ 8.0x
395 1.46 1.72 2.32
700 3.45 3.91 4.97
1,000 5.41 6.06 7.58
ทุกค่าเป็น our calc ใช้โครงสร้างหนี้ ณ 30 มิ.ย. 2026 (ตัวหารคือ 920 ล้านหุ้น) · หากหนี้ระยะสั้นเพิ่มขึ้นอีกโดยที่ EBITDA ไม่เปลี่ยน มูลค่าต่อหุ้นจะลดลงตามส่วนต่างของหนี้ที่เพิ่ม · ที่มา: งบ 2Q26

ข้อสมมติฐานที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่แน่นอน

รายการที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist)

สรุปของผู้จัดทำ

ราคา 3.04 บาทสะท้อนความไม่แน่นอนของส่วนต่างและเงินกู้ระยะสั้น ตัวเลข 1H26 ยังไม่ได้แสดงว่าธุรกิจแย่ลงอย่างถาวร แต่ก็ยังไม่พอให้เชื่อว่าการฟื้นตัวจะเกิดแน่ ข้อมูลที่จะเปลี่ยนมุมมองมากที่สุดคือกำไรไตรมาส 3 และคำตัดสินของศาลสระบุรี · ที่มา: SET Factsheet SMO

ข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน: บทวิเคราะห์โบรกเกอร์ปี 2026 (ต.ค. 2025) ที่ค้นพบยังไม่ได้ตรวจต้นฉบับ · วันที่จ่ายจริงของปันผลระหว่างกาล 0.25 และ 0.15 บาทยังไม่ยืนยันจากเอกสารรายวัน แต่งบกระแสเงินสดระบุว่าจ่ายทั้งสองรายการภายในปี 2025 · EBITDA ปกติที่ใช้ในกรณีฐาน (700 ล้านบาท) เป็นข้อสมมติฐานของผู้จัดทำ · ที่มา: งบปี 2025
ข้อมูลในหัวข้อนี้เป็นการคำนวณของผู้จัดทำจากงบการเงินที่ยืนยันแล้ว ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน