รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น SCGP — บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

ผู้นำโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ดำเนินงานผ่าน 50+ โรงงานใน 8 ประเทศ ครอบคลุมสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Integrated Packaging), สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain) และเครือข่ายรีไซเคิลระดับโลก (RCP) ผลประกอบการ 1H2026 ฟื้นตัวก้าวกระโดด กำไรสุทธิ ฿3,510 ล้านบาท (+83.8% YoY) จากการพลิกทำกำไร (Turnaround) ของโรงงาน Fajar ในอินโดนีเซีย, การบริหารต้นทุนวัตถุดิบเศษกระดาษรีไซเคิลในประเทศ และอุปสงค์บรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคที่แข็งแกร่งในเวียดนามและไทย ฐานะการเงินแข็งแกร่ง Net IBD/E เพียง 0.38 เท่า พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ฿0.40 ต่อหุ้น — ข้อมูลตลาดและงบการเงินอัปเดตถึง 14 ตุลาคม 2026 / 30 มิถุนายน 2026
Sector: สินค้าอุตสาหกรรม / บรรจุภัณฑ์ (Industrial / Packaging)ราคาล่าสุด ฿30.25Market Cap ฿129,861 ล้านP/E 21.54 · P/BV 1.67Dividend Yield ~2%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

บทวิเคราะห์ผลประกอบการ จุดเปลี่ยนวัฏจักรกำไร กลยุทธ์อาเซียน และแบบจำลองสถานการณ์ ณ 14 ตุลาคม 2026
กำไรสุทธิ 1H2026
฿3,510 ล้าน
โต +83.8% YoY (Fajar Turnaround)(MD&A 2Q26)
รายได้รวม 1H2026
฿62,157 ล้าน
อุปสงค์อาเซียนหนุน Q2 โต +11% QoQ(MD&A 2Q26)
EBITDA 1H2026
฿9,677 ล้าน
Margin 15.6% (โต +14.0% YoY)(MD&A 2Q26)
มูลค่าตลาด & ราคาหุ้น
฿129,861 ล้าน
ราคา ฿30.25 (52W: ฿14.90–฿32.25)(SET Factsheet)
ปันผลระหว่างกาล 1H26
฿0.40 / หุ้น
XD 4 ส.ค. 69 · จ่ายแล้ว 19 ส.ค. 69(SET Dividend)
สถานะการเงิน & เลเวอเรจ
Net IBD/E 0.38x
สินทรัพย์ ฿181,010M · ทุน ฿93,670M(FS 2Q26)

จุดเปลี่ยนวัฏจักร: Fajar อินโดนีเซียพลิกฟื้นทำกำไร & กำไรไตรมาส 2 แตะสถิติสูงสุดใหม่

ผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2569 (1H2026) ของ SCGP ส่งสัญญาณบวกอย่างมีนัยสำคัญที่สุดนับตั้งแต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 ที่กำไรสุทธิพุ่งแตะ ฿2,304 ล้านบาท (+128% YoY และ +47% QoQ) ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ ฿3,510 ล้านบาท เติบโตถึง 83.8% YoY แรงขับเคลื่อนหลักมาจาก 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้าง: (1) PT Fajar Surya Wisesa Tbk ในอินโดนีเซียพลิกฟื้นกลับมามีกำไรสุทธิอย่างแข็งแกร่ง (Operational Turnaround) จากการปรับสัดส่วนการใช้วัตถุดิบเศษกระดาษรีไซเคิลภายในประเทศ (Domestic RCP) สูงกว่า 65% และการปรับขึ้นราคาขายกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย, (2) อุปสงค์บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่มในเวียดนามและไทยขยายตัวเด่นชัดตามภาคการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ, และ (3) การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานชีวมวลและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA Margin ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 15.6%

Bull Case (เป้าหมาย ฿38.00 – ฿42.00)

  • เศรษฐกิจอินโดนีเซียฟื้นตัวเร่งตัว หนุนอัตราการใช้กำลังผลิต Fajar ทะลุ 90% และสเปรดกระดาษขยายตัวเกิน $220/ตัน
  • ยอดขายบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ (Duy Tan, TCG, Fest) ในเวียดนามและไทยโตเลขสองหลักตามคลื่นบริโภค FMCG
  • EBITDA ปี 2569 ทะลุ ฿22,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิแตะ ฿7,500–฿8,000 ล้านบาท (EPS ฿1.75–฿1.86)
  • Net IBD/E ลดลงต่ำกว่า 0.30 เท่า และเงินปันผลทั้งปีแตะ ฿0.90–฿1.00 ต่อหุ้น (Dividend Yield > 3.0%)

Base Case (เป้าหมาย ฿34.50 – ฿36.50)

  • รายได้จากการขายปี 2569 ขยายตัว 4–6% สู่ระดับ ฿130,000–฿133,000 ล้านบาท
  • Fajar รักษาความสามารถในการทำกำไรสุทธิได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยสัดส่วน Domestic RCP สูงกว่า 65%
  • EBITDA ยืนระดับ ฿18,500–฿19,500 ล้านบาท (Margin ~15.0%) และกำไรสุทธิแตะ ฿5,800–฿6,200 ล้านบาท (EPS ฿1.35–฿1.45)
  • เงินปันผลทั้งปี ฿0.75 ต่อหุ้น (Yield ~2.5%) สอดคล้องกับค่าเฉลี่ย IAA Consensus ที่ ฿35.50

Bear Case (เป้าหมาย ฿24.00 – ฿26.50)

  • เศรษฐกิจจีนชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้มีสินค้ากระดาษบรรจุภัณฑ์ส่วนเกินไหลเข้ามาทุ่มตลาดในภูมิภาคอาเซียน
  • ราคาถ่านหินตลาดโลกหรือค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ดีดตัวขึ้นฉับพลัน บีบอัดอัตรากำไรขั้นต้นใน 2H26
  • Fajar ชะลอตัวลงกลับสู่ระดับใกล้เคียงจุดคุ้มทุน กดดันกำไรสุทธิทั้งปีเหลือ ฿4,000–฿4,500 ล้านบาท (EPS ฿0.95–฿1.05)
  • การประเมินมูลค่าซื้อขายลดทอนลงสู่ P/E 24x บนฐานกำไรต่ำ หรือ P/BV 1.30x พร้อมเงินปันผล ฿0.50 ต่อหุ้น

2. ข้อมูลสรุปบริษัทและสถิติสำคัญ (Factsheet)

ข้อมูลสถิติตลาด โครงสร้างเงินทุน และสถานะทางการเงิน — ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026
ราคาล่าสุด
฿30.25
14 ต.ค. 2026 (SET)(SET Factsheet)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿129,861M
อันดับ 1 กลุ่มบรรจุภัณฑ์(SET Factsheet)
52-WEEK RANGE
฿14.90 – ฿32.25
รอบ 52 สัปดาห์ล่าสุด(Settrade)
TRAILING P/E
21.54x
ฐานกำไร TTM มิ.ย. 2026(SET Factsheet)
PRICE / BOOK (P/BV)
1.67x
BVPS ฿18.11 ต่อหุ้น(SET Factsheet)
DIVIDEND YIELD
2.00%
จ่าย 1H26 แล้ว ฿0.40/หุ้น(SET Factsheet)
FREE FLOAT
25.93%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 55,000+ ราย(SET Factsheet)
จำนวนหุ้นจดทะเบียน
4,292.92M
พาร์ ฿1.00 ทุน ฿4,292.92M(SET Factsheet)

ตารางข้อมูลนิติบุคคลและโครงสร้างการบริหาร

ตารางข้อมูลสรุปหลักทรัพย์ SCGP โครงสร้างผู้ถือหุ้น และการกำกับดูแล — แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ 14 ต.ค. 2026
หัวข้อรายละเอียดหมายเหตุ / แหล่งอ้างอิง
ชื่อหลักทรัพย์ / ชื่อย่อบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP)SET: SCGP / Bloomberg: SCGP TB / Reuters: SCGP.BK
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม (INDUS) / บรรจุภัณฑ์ (PKG)บริษัทบรรจุภัณฑ์มูลค่าตลาดสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) ถือหุ้น 72.12%3,096,000,000 หุ้น (แกนนำธุรกิจบรรจุภัณฑ์เครือเอสซีจี)
สำนักงานใหญ่เลขที่ 1 ถนนปูนซิเมนต์ไทย แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800โทรศัพท์: 0-2586-2894 / เว็บไซต์: www.scgpackaging.com
ผู้บริหารระดับสูง (C-Suite)นาย วิชาญ จิตร์ภักดี (CEO) / นาย ดนัยเดช เกตุสุวรรณ (CFO)รายงานผู้บริหารจดทะเบียนสำนักงาน ก.ล.ต.
ผู้สอบบัญชีบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด (KPMG Phoomchai Audit Ltd.)งวดปี 2569 ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข (Unqualified Opinion)
การกำกับดูแลและ ESG RatingSET ESG Rating ระดับ “AAA” / Corporate Governance Score 5 ดาว (ดีเลิศ)สมาชิกดัชนี Dow Jones Sustainability Indices (DJSI)

3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)

ห่วงโซ่คุณค่าบูรณาการระดับภูมิภาคอาเซียน เครือข่าย 50+ โรงงาน และโครงสร้างบริษัทย่อย

SCGP ดำเนินธุรกิจในฐานะโฮลดิ้งคอมพานีที่เป็นผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเครือข่ายฐานการผลิตกว่า 50 แห่งครอบคลุม 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สเปน เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ดำเนินธุรกิจผ่านการบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Vertical Integration) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าองค์กรข้ามชาติ (MNCs) และผู้ประกอบการในภูมิภาค:

SCGP Integrated ASEAN Packaging Value Chain

โครงสร้าง 3 สายธุรกิจหลักและบริษัทย่อยยุทธศาสตร์

1) สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Integrated Packaging Chain) — สัดส่วน ~75% ของรายได้

2) สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain) — สัดส่วน ~19% ของรายได้

3) เครือข่ายรีไซเคิลและจัดหาเศษกระดาษ (Recycling Business) — สัดส่วน ~6% ของรายได้

ตารางโครงสร้างบริษัทย่อยและการลงทุนสำคัญ (Key Subsidiaries & Strategic Footprint)

ตารางบริษัทย่อยหลักและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของ SCGP — แหล่งข้อมูล: แบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568
ชื่อบริษัทย่อย / บริษัทร่วมประเทศสัดส่วนการถือหุ้นประเภทธุรกิจหลัก / จุดเด่นเชิงกลยุทธ์
บริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด (Siam Kraft)ไทย100.0%ผู้นำผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์และกระดาษคราฟท์อันดับ 1 ของไทย
Thai Containers Group Co., Ltd. (TCG)ไทย / อาเซียน70.0% (JV Rengo 30%)ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกและกล่องกระดาษพับรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน
PT Fajar Surya Wisesa Tbk (Fajar)อินโดนีเซีย55.2%ผู้ผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ชั้นนำในอินโดนีเซีย (กำลังผลิต 1.5 ล้านตัน/ปี) พลิกทำกำไร 1H26
Vina Kraft Paper Co., Ltd. (VKPC)เวียดนาม70.0%ผู้ผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ชั้นนำในเวียดนาม รองรับคลื่นอุตสาหกรรมส่งออก
Duy Tan Plastics Manufacturing Corp.เวียดนาม70.0%ผู้นำผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดแข็ง (Rigid) และพรีฟอร์มขวดเครื่องดื่มในเวียดนาม
Deltalab, S.L.สเปน85.0%ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการ ส่งออก 125 ประเทศ
Peute Recycling B.V.เนเธอร์แลนด์100.0%ผู้ประกอบการรีไซเคิลเศษกระดาษและพลาสติกรายใหญ่ในยุโรป ศูนย์กลางจัดหา RCP โลก
บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด (Fest)ไทย100.0%บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Fest® ตอบโจทย์ Food Delivery

4. ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

รายได้รวม, EBITDA, กำไรสุทธิ, อัตรากำไร และการวิเคราะห์เปรียบเทียบงวด 1H2025 vs 1H2026
แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (FY2023–TTM 2Q26)

หน่วย: ล้านบาท · ที่มา: งบการเงินรวมและ MD&A บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP IR)

อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร (EBITDA Margin & Net Profit Margin)

หน่วย: % · สะท้อนการขยายตัวของมาร์จิ้นจากการ Turnaround ของ Fajar และการปรับสัดส่วนวัตถุดิบ (SCGP MD&A)

เปรียบเทียบผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก: 1H2025 vs 1H2026

หน่วย: ล้านบาท · 1H2026 กำไรสุทธิพุ่งก้าวกระโดด +83.8% YoY แตะ ฿3,510 ล้านบาท (SEC Filing)

ตารางสรุปงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ (Income Statement Summary)

ตารางสรุปผลประกอบการย้อนหลังและงวดล่าสุด — แหล่งข้อมูล: งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและสอบทานโดยผู้สอบบัญชี
รายการทางการเงิน (ล้านบาท)FY2023FY2024FY20251H20251H2026TTM (มิ.ย. 26)
รายได้จากการขาย (Revenue from Sales)130,521133,778126,70763,76662,157125,098
EBITDA17,76916,12717,2108,4899,67718,398
EBITDA Margin (%)13.61%12.05%13.58%13.31%15.57%14.71%
กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit)9,0127,1058,0413,9125,3409,469
ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs)(2,015)(2,422)(2,310)(1,180)(1,085)(2,215)
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (Net Profit)5,2483,6994,0691,9103,5105,669
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin %)4.02%2.76%3.21%3.00%5.65%4.53%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท/หุ้น)฿1.22฿0.86฿0.95฿0.44฿0.82฿1.32

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

สินทรัพย์รวม หนี้สินรวม และส่วนของผู้ถือหุ้น — ตรวจสอบสมดุลบัญชี (Assets = Liabilities + Equity)
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน (ส่วนของผู้ถือหุ้น + หนี้สินรวม = สินทรัพย์รวม)

หน่วย: ล้านบาท · สินทรัพย์รวมเท่ากับหนี้สินรวมบวกส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างสมบูรณ์ทุกงวดบัญชี (SCGP Financial Statements)

ตารางแสดงฐานะการเงินย้อนหลัง ณ วันสิ้นงวด — แหล่งข้อมูล: งบการเงินรวม SCGP
รายการแสดงฐานะการเงิน (ล้านบาท)31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026สัดส่วน (%)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด13,54018,92015,68014,8508.2%
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น21,45022,18020,89022,64012.5%
สินค้าคงเหลือ20,12019,65018,43019,12010.6%
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E)114,350104,21098,760100,54055.5%
ค่าความนิยมและสินทรัพย์ไม่มีตัวตน24,10121,62020,77121,86012.1%
สินทรัพย์รวม (Total Assets)198,561188,580176,531181,010100.0%
หนี้สินหมุนเวียน41,25038,42036,15037,84020.9%
หนี้สินไม่หมุนเวียน54,86254,87350,26549,50027.3%
หนี้สินรวม (Total Liabilities)96,11293,29386,41587,34048.3%
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว4,2934,2934,2934,2932.4%
กำไรสะสมและส่วนเกินมูลค่าหุ้น76,89072,14068,52072,48040.0%
ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI)21,26618,85417,30316,8979.3%
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)102,44995,28790,11693,67051.7%
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Liabilities + Equity)198,561188,580176,531181,010สมดุล 100%

6. หนี้สินและภาระผูกพันทางการเงิน (Leverage & Debt Profile)

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ความสามารถในการชำระหนี้ และข้อกำหนดสิทธิทางการเงิน
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E & Net IBD/E)

หน่วย: เท่า · อัตราส่วน Net IBD/E อยู่ที่ 0.38 เท่า ต่ำกว่าข้อกำหนดสิทธิหุ้นกู้ (Debt Covenant) ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.50 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ (SCGP FS)

ตารางวิเคราะห์ภาระหนี้สินและความสามารถในการชำระหนี้ — แหล่งข้อมูล: งบการเงิน SCGP
ตัวชี้วัดความเสี่ยงทางการเงินFY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026เกณฑ์ควบคุม / Covenant
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม (Interest-Bearing Debt)49,17564,79563,08158,075 ล้านบาท-
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net IBD)48,15148,59637,84835,584 ล้านบาทลดลงต่อเนื่อง
อัตราส่วน IBD / Equity0.48x0.68x0.70x0.62xไม่เกิน 2.00x
อัตราส่วน Net IBD / Equity0.47x0.51x0.42x0.38xไม่เกิน 1.50x (Covenant)
Net Debt / EBITDA2.71x3.01x2.20x1.93xแข็งแกร่งมาก (< 3.0x)
อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage)8.82x6.66x7.45x8.92xกระแสเงินสดคุ้มหนี้ได้ดี

ฐานะทางการเงินของ SCGP จัดอยู่ในกลุ่ม Fortress Balance Sheet ที่มีวินัยสูง โดยอัตราส่วน Net IBD/Equity ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ลดลงเหลือเพียง 0.38 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเพดาน Debt Covenant ที่ 1.50 เท่าอย่างมาก โครงสร้างเงินกู้กว่า 75% เป็นหุ้นกู้สกุลเงินบาทระยะยาวที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ยเพียง ~3.2% ต่อปี และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปีละกว่า ฿18,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีพื้นที่ทางการเงิน (Financial Headroom) มากกว่า ฿40,000 ล้านบาทในการเดินหน้าเข้าซื้อกิจการ (M&P) รอบใหม่

7. สัดส่วนโครงสร้างธุรกิจ (Business Segments)

สัดส่วนรายได้จากการขายและการกระจายตัวของกำไรจำแนกตามสายธุรกิจหลัก
สัดส่วนรายได้จากการขายตามสายธุรกิจหลัก (Segment Contribution)

ที่มา: แบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568 และรายงานผลการดำเนินงาน 1H2026 (SCGP One Report)

ตารางเปรียบเทียบผลประกอบการและจุดเด่นจำแนกตามสายธุรกิจ — ข้อมูลรอบ 1H2026
กลุ่มสายธุรกิจหลักสัดส่วนรายได้ (%)รายได้ 1H26 (ล้านบาท)อัตรากำไร EBITDA Marginทิศทางการเติบโตและปัจจัยขับเคลื่อน
สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Integrated Packaging)75%46,61816.2%แรงส่งจาก Fajar Turnaround, ยอดขาย Duy Tan โตดีตามการบริโภคในเวียดนาม
สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain)19%11,81014.8%อุปสงค์ Dissolving Pulp ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมสิ่งทอ และการขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ Fest®
ธุรกิจรีไซเคิลและอื่น ๆ (Recycling & Others)6%3,7298.5%ศูนย์กลางจัดหา RCP ทั่วโลกผ่าน Peute และ Jordan Trading เพื่อป้อนโรงงานในเครือ

8. ประวัติเงินปันผล (Dividend History)

ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น นโยบายการจ่ายเงินปันผล และผลตอบแทนต่อนักลงทุน
ประวัติเงินปันผลต่อหุ้น DPS (FY2023–2026E)

หน่วย: บาทต่อหุ้น · ปี 2569 จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1H26 แล้ว ฿0.40/หุ้น (XD 4 ส.ค. 69) คาดการณ์ทั้งปีรวม ฿0.75/หุ้น (SET Corporate Action)

ประวัติการจ่ายเงินปันผลของ SCGP ย้อนหลัง — แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
งวดผลประกอบการเงินปันผลต่อหุ้น (บาท)วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XDวันที่จ่ายเงินปันผลอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio)
1H2026 (ระหว่างกาล)฿0.4004 ส.ค. 256919 ส.ค. 256948.8%
FY2025 (ทั้งปี)฿0.6031 มี.ค. 2569 / 08 ส.ค. 256821 เม.ย. 2569 / 27 ส.ค. 256863.2%
FY2024 (ทั้งปี)฿0.5502 เม.ย. 2568 / 06 ส.ค. 256722 เม.ย. 2568 / 21 ส.ค. 256763.9%
FY2023 (ทั้งปี)฿0.5502 เม.ย. 2567 / 07 ส.ค. 256622 เม.ย. 2567 / 22 ส.ค. 256645.0%

นโยบายการจ่ายเงินปันผลของ SCGP กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 20% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังหักภาษีเงินได้และทุนสำรองตามกฎหมาย โดยในทางปฏิบัติจริง บริษัทมีอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) อยู่ที่ระดับ 45%–64% อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสำหรับปี 2569 คาดการณ์เงินปันผลงวดสุดท้าย (2H26E) อีก ฿0.35 ต่อหุ้น รวมทั้งปีอยู่ที่ ฿0.75 ต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 2.5% บนราคาหุ้นปัจจุบัน

9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

เปรียบเทียบมูลค่าตลาด อัตราส่วนทางการเงิน และความสามารถในการทำกำไรกับหุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (ล้านบาท) และ Trailing P/E ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์

แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ 14 ตุลาคม 2026 (SET Factsheet)

ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ — ข้อมูลตลาด ณ 14 ตุลาคม 2026
หลักทรัพย์ราคาปิด (บาท)Market Cap (ล้านบาท)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Dividend Yield (%)จุดเด่นทางธุรกิจและขอบเขตการดำเนินงาน
SCGP฿30.25129,86121.54x1.67x2.00%ผู้นำโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน 50+ โรงงานทั่ว 8 ประเทศ
EPG฿6.1013,72011.24x1.19x3.39%ผู้นำนวัตกรรมแปรรูปพอลิเมอร์ ยางฉนวน Aeroflex และบรรจุภัณฑ์พลาสติก EPP
ALUCON฿256.0011,05910.31x1.48x4.20%ผู้ผลิตหลอดและกระป๋องอะลูมิเนียมสำหรับยาและเวชภัณฑ์คุณภาพสูง
UTP฿9.005,8509.38x1.35x6.59%ผู้ผลิตกระดาษคราฟท์สำหรับทำกล่องลูกฟูก มาร์จิ้นสูงและเงินปันผลโดดเด่น
BGC฿6.304,37571.93x0.80x3.80%ผู้นำบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วในไทยและอาเซียนในเครือบุญรอดบริวเวอรี่
SFLEX฿3.102,4508.51x1.42x5.64%ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค

เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรม SCGP มีมูลค่าตลาดใหญ่กว่าคู่แข่งรายอื่นในกลุ่มตั้งแต่ 9 เท่า ถึงเกือบ 30 เท่า ทำให้ได้รับประโยชน์จาก Economies of Scale สูงสุดในภูมิภาค แม้ว่า Trailing P/E ของ SCGP จะอยู่ที่ 21.54 เท่า ซึ่งสูงกว่า UTP และ EPG แต่สะท้อนฐานกำไรที่กำลังอยู่ในช่วงต้นของการฟื้นตัวรอบใหญ่ (Turnaround Inflection) และการมีพอร์ตโฟลิโอกระจายตัวข้ามพรมแดนที่แข็งแกร่งกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

10. มุมมองสู่อนาคตและปัจจัยขับเคลื่อน (Outlook & Catalysts)

เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ โครงการขยายการลงทุน และปัจจัยเร่งการเติบโตในระยะ 1–3 ปีข้างหน้า

ยุทธศาสตร์การเติบโต: ขยายบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำมูลค่าสูง (HVA) สู่สัดส่วน 50% ภายในปี 2573

SCGP ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค (Consumer Packaging) และบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำมูลค่าเพิ่มสูงให้มากกว่า 50% ภายในปี 2573 ควบคู่กับการขยายเครือข่ายรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ในระดับสากล และการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์คาร์บอนต่ำที่ตอบโจทย์กฎระเบียบ Extended Producer Responsibility (EPR) ทั่วโลก

ปัจจัยขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์สำคัญ (Key Growth Catalysts):

11. ปัจจัยความเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors)

การประเมินความเสี่ยง 8 มิติเชิงปริมาณ ตัวชี้วัดกระตุ้นที่สังเกตได้ และกลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยง
ตารางวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง 8 มิติ ตัวชี้วัดกระตุ้น และแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงของ SCGP
ประเภทความเสี่ยงรายละเอียดและผลกระทบตัวชี้วัดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger)กลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยง
1. ความผันผวนของราคาเศษกระดาษ (RCP Price Volatility)ราคาเศษกระดาษรีไซเคิล (Old Corrugated Containers - OCC) ผันผวนตามอุปสงค์โลกและค่าระวางเรือราคา AOCC / OCC ปรับตัวสูงเกินกว่า $180 ต่อตัน หรือสเปรดหลุดต่ำกว่า $150 ต่อตันขยายเครือข่ายจัดหา RCP ทั่วโลก (Peute/Jordan) และเพิ่มสัดส่วน Domestic RCP ในแต่ละประเทศ
2. การทุ่มตลาดกระดาษจากจีน (China Paper Dumping)อุปทานส่วนเกินจากผู้ผลิตกระดาษในจีนอาจระบายเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยอดส่งออกกระดาษบรรจุภัณฑ์จากจีนสู่อาเซียนพุ่งขึ้นเกิน 15% YoY หรือ Operating Rate จีนต่ำกว่า 65%เน้นบริการโซลูชันครบวงจร พัฒนาบรรจุภัณฑ์ HVA และขอการคุ้มครองด้านมาตรการการค้า (AD)
3. ความผันผวนของราคาพลังงาน (Energy Cost Volatility)ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้าคิดเป็นต้นทุนการผลิตกว่า 12–15% ของกระดาษบรรจุภัณฑ์ราคาถ่านหิน Newcastle พุ่งทะลุ $160 ต่อตัน หรือราคาก๊าซธรรมชาติ Pool Gas ปรับขึ้นเกิน 10%เพิ่มสัดส่วนพลังงานชีวมวล (Biomass) และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) พร้อมทำสัญญา Hedging ล่วงหน้า
4. ความผันผวนของค่าระวางเรือ (Freight Rate Spikes)ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในทะเลแดงดันค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์และต้นทุนส่งออกดัชนีค่าระวางเรือโลก (World Container Index - Drewry) ปรับขึ้นเกิน $4,500 ต่อ FEUปรับใช้โมเดล Local-for-Local ผลิตและจำหน่ายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการขนส่งทางทะเล
5. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Translation Risk)การแปลงค่างบการเงินของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย (IDR) และเวียดนาม (VND) กลับมาเป็นเงินบาทค่าเงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ ฿32.50 ต่อ USD หรือค่าเงิน IDR อ่อนค่าเกิน 5% เทียบ USDใช้กลยุทธ์ Natural Hedge จับคู่รายได้กับค่าใช้จ่ายในสกุลเงินเดียวกัน และทำสัญญา Forward FX
6. กฎระเบียบสิ่งแวดล้อมและพลาสติก (ESG & Plastic Regulations)มาตรการห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและภาษีคาร์บอนข้ามแดน (EU CBAM / PPWR)การบังคับใช้กฎหมาย Extended Producer Responsibility (EPR) แบบเข้มงวดโดยไม่มีระยะผ่อนผันขยายกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระดาษ Fest® และวิจัยพัฒนาบรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์รีไซเคิลได้ 100% (Mono-material)
7. ความเสี่ยงจากการด้อยค่าสินทรัพย์ (Goodwill & Asset Impairment)การเข้าซื้อกิจการในอดีตสร้างค่าความนิยม (Goodwill) กว่า ฿21,000 ล้านบาทผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยต่างประเทศต่ำกว่าแผนธุรกิจเกิน 20% ติดต่อกัน 2 ไตรมาสติดตามผลการดำเนินงานรายเดือนอย่างใกล้ชิด และเร่งสร้าง Synergy ด้านการจัดซื้อและเทคโนโลยี
8. ความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate & Refinancing)ต้นทุนทางการเงินอาจปรับเพิ่มขึ้นหากอัตราดอกเบี้ยนโยบายทรงตัวในระดับสูงยาวนานอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของพอร์ตสินเชื่อ (Cost of Debt) ขยับสูงขึ้นเกินกว่า 4.0% ต่อปีโครงสร้างหนี้กว่า 75% เป็นหุ้นกู้ระยะยาวอัตราดอกเบี้ยคงที่ และมี Net IBD/E ต่ำเพียง 0.38 เท่า

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินสถานะเชิงกลยุทธ์ของ SCGP ในตลาดบรรจุภัณฑ์ระดับภูมิภาคและสากล

Strengths (จุดแข็ง)

  • ผู้นำอันดับ 1 ในอาเซียนด้วยกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ 4.8 ล้านตัน และเครือข่ายโรงงานกว่า 50 แห่งใน 8 ประเทศ
  • รูปแบบธุรกิจบูรณาการครบวงจรตั้งแต่การจัดหา RCP การผลิตเยื่อ กระดาษ จนถึงบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ (Vertical Integration)
  • ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งด้วย Net IBD/E เพียง 0.38 เท่า และได้รับการจัดอันดับ ESG ระดับสูงสุด AAA จากตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • ได้รับการสนับสนุนด้านเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก ธรรมาภิบาล และต้นทุนทางการเงินต่ำจากบริษัทแม่คือ ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • รายได้กว่า 75% ยังคงพึ่งพาห่วงโซ่บรรจุภัณฑ์กระดาษ ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อวัฏจักรสเปรดราคาวัตถุดิบและราคาขายในตลาดโลก
  • ผลการดำเนินงานของโรงงาน Fajar ในอินโดนีเซียในอดีตมีความผันผวนสูงตามสภาวะอุปสงค์และอุปทานของอุตสาหกรรมในภูมิภาค
  • การกระจายตัวของโรงงานในหลายประเทศสร้างความซับซ้อนในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและเสี่ยงต่อการแปลงค่าเงิน
  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield ~2.0%–2.5%) ยังอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับหุ้นปันผลดั้งเดิมในหมวดอุตสาหกรรม

Opportunities (โอกาส)

  • การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการจัดส่งสินค้าในอาเซียนผลักดันความต้องการกล่องพัสดุและสมาร์ทแพคเกจจิ้ง
  • กระแสความยั่งยืนผลักดันให้ผู้ประกอบการ FMCG เปลี่ยนผ่านจากพลาสติกมาสู่บรรจุภัณฑ์กระดาษย่อยสลายได้แบรนด์ Fest®
  • โอกาสขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ (Healthcare & Labware) ผ่าน Deltalab ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง
  • พื้นที่ทางการเงินที่กว้างขวาง (Debt Headroom > ฿40,000M) เอื้อต่อการเร่งขยายการลงทุน M&P ในอาเซียนและยุโรป

Threats (อุปสรรค)

  • ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนส่งผลให้มีกระดาษบรรจุภัณฑ์ส่วนเกินไหลเข้ามาทุ่มตลาดในภูมิภาคอาเซียน
  • ความผันผวนของราคาพลังงาน (ถ่านหิน, ก๊าซธรรมชาติ) และค่าระวางเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
  • การแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตกระดาษท้องถิ่นในเวียดนามและอินโดนีเซียที่อาจเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ในอนาคต
  • กฎระเบียบการค้าและสิ่งแวดล้อมข้ามแดนที่เข้มงวดขึ้นในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา เช่น EU PPWR และภาษีคาร์บอน

13. มุมมองนักลงทุนและรายการติดตามสำคัญ (Investor View & Checklist)

สรุปมุมมองการลงทุน กรอบราคาเป้าหมาย IAA Consensus และเช็กลิสต์สำคัญสำหรับนักลงทุน
SCGP Valuation Scenarios Spectrum

มุมมองเชิงบวก (Bull Case: ฿38.00 – ฿42.00)

SCGP อยู่ในจุดเริ่มต้นของรอบการปรับเพิ่มประมาณการกำไร (Earnings Upcycle) จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของ Fajar ผสานกับอุปสงค์สินค้าอุปโภคบริโภคในเวียดนามและไทย คาดกำไรสุทธิปี 2569 ขยายตัวทะลุ ฿7,500 ล้านบาท พร้อมเงินปันผล ฿0.90–฿1.00 ต่อหุ้น (Yield > 3.0%) และการ Re-rate P/E สู่ระดับ 23x–24x

มุมมองพื้นฐาน (Base Case: ฿34.50 – ฿36.50)

กำไรสุทธิปี 2569 ฟื้นตัวสู่ระดับ ฿5,800–฿6,200 ล้านบาท (+42% ถึง +52% YoY) อัตรากำไร EBITDA Margin ยืนเหนือ 15.0% สถานะการเงินปลอดภาระหนี้หนัก สอดคล้องกับราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensus ที่ ฿35.50 (Upside ประมาณ +17% ถึง +20% จากราคาปัจจุบัน ฿30.25)

มุมมองระมัดระวัง (Bear Case: ฿24.00 – ฿26.50)

หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวรุนแรงจนเกิดการทุ่มตลาดกระดาษ หรือต้นทุนถ่านหินและค่าระวางเรือพุ่งสูงขึ้น กำไรสุทธิอาจชะลอตัวลงเหลือ ฿4,000–฿4,500 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงทดสอบกรอบ Downside ราว -12% ถึง -21% โดยมีเงินปันผลรองรับที่ประมาณ ฿0.50 ต่อหุ้น

ตารางสรุปราคาเป้าหมายและมุมมองโบรกเกอร์ (IAA Consensus Target Prices)

ตารางรวบรวมประมาณการราคาเป้าหมายและคำแนะนำจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ — ข้อมูล ณ ตุลาคม 2026
บริษัทหลักทรัพย์ (Broker)คำแนะนำการลงทุนราคาเป้าหมาย (บาท)Upside จากราคาปัจจุบัน (฿30.25)มุมมองและเหตุผลสนับสนุนหลัก
บล. บัวหลวง (Bualuang)ซื้อ (Buy)฿38.00+25.6%กำไรหลัก 2H26 แข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์ Fajar Turnaround และอุปสงค์ FMCG อาเซียน
บล. ดาโอ (DAOL)ซื้อ (Buy)฿35.00+15.7%กำไรสุทธิ 3Q26 ฟื้นตัวเด่นต่อเนื่อง อิง P/E ปี 2569 ที่ 23.4 เท่า
บล. กรุงศรี (Krungsri)ซื้อ (Buy)฿35.00+15.7%โมเมนตัมผลประกอบการเติบโตสูงข้ามปี รับผลบวกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคภูมิภาค
บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX)ซื้อ (Outperform)฿36.00+19.0%ปริมาณขายเติบโตเด่นในเวียดนามและไทย มาร์จิ้นขยายตัวจากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ Domestic RCP
บล. กสิกรไทย (Kasikorn Securities)ซื้อ (Outperform)฿34.50+14.0%วัฏจักรบรรจุภัณฑ์ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ฐานะการเงินแข็งแกร่งพร้อมรองรับการเติบโตระยะยาว
บล. เมย์แบงก์ (Maybank)ซื้อ (Buy)฿37.00+22.3%ผู้นำโซลูชันครบวงจรรายใหญ่ที่สุด ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน
ค่าเฉลี่ย IAA Consensus (19 ซื้อ / 1 ถือ)ซื้อ (BUY)฿35.50+17.4%มุมมองเป็นเอกฉันท์ว่าผลประกอบการเข้าสู่วงจรการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

รายการตรวจสอบที่นักลงทุนต้องติดตาม (Monitoring Checklist)