เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 13 ตุลาคม 2026
สรุปผู้บริหาร (Executive Summary) ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการงวด 1H2026 จุดเปลี่ยนวัฏจักร และสาระสำคัญการลงทุน — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SET: SCC / SCC.BK) ในฐานะกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมข้ามชาติชั้นนำแห่งภูมิภาคอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ก่อตั้งยาวนานกว่า 110 ปี กำลังก้าวผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรปิโตรเคมีรอบทศวรรษ เข้าสู่ระยะการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) สามารถสร้างรายได้จากการขาย ฿259,570 ล้านบาท (+4.0% YoY) และ EBITDA เติบโตถึง +35.0% YoY สู่ ฿42,913 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ทะยานแตะ ฿11,535 ล้านบาท (+85.4% QoQ) หนุนโดยสเปรดปิโตรเคมีที่เริ่มฟื้นตัว และการเดินหน้ากลยุทธ์ปรับโครงสร้างลดหนี้สิน (Deleveraging) อย่างจริงจัง
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿265.00 · ฿318,000M
รายได้รวม 1H2026
฿259,570 ล้าน
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿42,913 ล้าน (16.53%)
กำไรสุทธิ 1H2026 (EPS)
฿17,758 ล้าน (฿14.80/หุ้น)
VALUATION (P/E · P/BV)
23.74x · 0.88x
เงินปันผลระหว่างกาล 1H2026
฿3.50 ต่อหุ้น
XD 5 ส.ค. จ่าย 21 ส.ค. 2026 (Yield 3.77%)
(Settrade) ไฮไลท์เชิงกลยุทธ์: การปลดล็อกหนี้สิน (Deleveraging) และเตรียมพร้อมเปิดเดินเครื่อง LSP
SCC บรรลุความสำเร็จสำคัญในการปรับพอร์ตโฟลิโอด้วยการขายหุ้น 30.57% ใน PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) ส่งผลให้ได้รับกระแสเงินสดกว่า 24,900 ล้านบาท นำไปชำระคืนหนี้สินระยะสั้นและเงินกู้ยืม ส่งผลให้หนี้สินสุทธิ (Net Debt) ลดลงกว่า 41,989 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก ส่งผลให้อัตราส่วน Net Debt to EBITDA ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 5.5 เท่า ณ สิ้นปี 2568 สู่ 3.7 เท่า และ Net IBD/Equity แตะระดับ 0.60 เท่า พร้อมรองรับการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนาม
5 เสาหลักยุทธศาสตร์การพลิกฟื้นธุรกิจ (Strategic Pillars for Turnaround)
1. การผ่านพ้นจุดต่ำสุดของปิโตรเคมี (Petrochemical Cycle Bottoming): อุปทานใหม่จากจีนเริ่มชะลอตัวจากการลดการอนุมัติโรงงานปิโตรเคมีถ่านหิน ขณะที่ส่วนต่างราคาพลาสติก (Polyolefin Spread) ทั้ง HDPE และ PP เมื่อเทียบกับวัตถุดิบแนฟทาเริ่มฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี
2. เครื่องยนต์ใหม่ Long Son Petrochemicals (LSP เวียดนาม): โครงการคอมเพล็กซ์ปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของเวียดนาม มูลค่าเงินลงทุน 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.4 ล้านตัน/ปี และโพลิโอเลฟินส์ 1.4 ล้านตัน/ปี เริ่มทดสอบระบบขั้นสุดท้ายเพื่อเข้าสู่ Commercial Operation หนุนกำลังการผลิตกลุ่ม SCGC เพิ่มขึ้นกว่า 70%
3. กรีนทรานส์ฟอร์เมชัน (Low Carbon & ESG Leadership): ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ (Low Carbon Cement Gen 1 & Gen 2) ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 85% ของยอดขายปูนซีเมนต์ในประเทศ ช่วยรักษาอัตรากำไรและตอบรับนโยบายจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ
4. การขยายตัวของ SCGP และเศรษฐกิจอาเซียน: ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรฟื้นตัวต่อเนื่องจากอุปสงค์สินค้าอุปโภคบริโภค การส่งออกอาหาร และการฟื้นตัวของโรงงาน Fajar ในอินโดนีเซีย
5. การเติบโตของพลังงานสะอาด SCG Cleanergy: มีกำลังการผลิตติดตั้งและทำสัญญาโซลาร์รูฟท็อปและสมาร์ทไมโครกริดสะสมกว่า 500 MW ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าภายในกลุ่มบริษัทและสร้างกระแสเงินสดประจำ (Recurring Income) จากลูกค้านอกกลุ่ม
กรอบมุมมองสถานการณ์เชิงปริมาณ (Bull / Base / Bear Valuation Framework) Bull Case — ฿330.00 (+24.5%)
เป้าหมาย Multiple: EV/EBITDA 9.5x, P/E 16.5x (กำไรสุทธิปี 2026E แตะ ฿24,000M)
ส่วนต่างราคา HDPE/PP ลบแนฟทาฟื้นตัวทะลุ $450/ตัน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน
โครงการ LSP เวียดนามเดินเครื่องได้เต็มอัตราผลิต (>85%) โดยไม่มีสะดุดและสร้างกำไรทันที
ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและสินค้า Green HVA คิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของรายได้รวม
เงินปันผลทั้งปี 2569 คาดการณ์ที่ ฿9.50–10.00/หุ้น (Yield ~3.6–3.8%)
Base Case — ฿275.00 (+3.8% / Total Return ~7.6%)
เป้าหมาย Multiple: EV/EBITDA 8.0x, P/E 14.0x (กำไรสุทธิปี 2026E ราว ฿19,500M)
สเปรดปิโตรเคมีฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในกรอบ $380–400/ตัน
โครงการ LSP ค่อยๆ เพิ่มอัตราการผลิตตามลำดับ (Ramp-up 60–75%) ในช่วงครึ่งปีหลัง
ธุรกิจ SCGP และซีเมนต์รักษาระดับ EBITDA Margin ได้ที่ 15–16% และควบคุมต้นทุนถ่านหินได้ดี
ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการ Deleveraging หนุนกำไรสุทธิขยายตัว
เงินปันผลทั้งปี 2569 จ่ายได้ที่ ฿7.00/หุ้น (Yield ~2.64% + Capital Gain 3.8%)
Bear Case — ฿205.00 (-22.6%)
เป้าหมาย Multiple: EV/EBITDA 6.5x, P/E 11.5x (กำไรสุทธิปี 2026E ชะลอเหลือ ฿12,000M)
การบริโภคในจีนชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้สเปรดปิโตรเคมีทรงตัวต่ำกว่า $320/ตัน
โครงการ LSP ประสบปัญหาขัดข้องทางเทคนิคหรือเผชิญแรงกดดันจากค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่าย
ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยซบเซา ยอดปล่อยสินเชื่อบ้านชะลอตัว กระทบยอดขายวัสดุก่อสร้างและกระเบื้อง SCGD
ราคาพลังงานโลกผันผวน ต้นทุนถ่านหินพุ่งสูงขึ้น
เงินปันผลทั้งปี 2569 ปรับลดลงเหลือ ฿5.00/หุ้น (Yield ~1.89%)
ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet) ข้อมูลตลาด โครงสร้างทุน สัดส่วนผู้ถือหุ้น และสถานะความยั่งยืน — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
ราคาล่าสุด (PRICE)
฿265.00
FOREIGN LIMIT / ACTUAL
25.00% / 12.50%
SET ESG RATING
ระดับ AAA
คะแนนความยั่งยืนสูงสุดระดับประเทศ · CG 5 ดาว
(SET ESG) โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (Major Shareholders) โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 อันดับแรก — ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ข้อมูลปิดสมุดทะเบียนล่าสุด) ลำดับ ชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น (หุ้น) สัดส่วนการถือหุ้น (%) ประเภทผู้ลงทุน 1 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 403,646,000 33.64% ผู้ถือหุ้นใหญ่เชิงยุทธศาสตร์ 2 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) 115,920,381 9.66% กองทุนและนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ 3 สำนักงานประกันสังคม 67,080,400 5.59% กองทุนบำนาญสถาบันในประเทศ 4 STATE STREET EUROPE LIMITED 24,150,800 2.01% ผู้รับฝากทรัพย์สินสถาบันต่างประเทศ (Custodian) 5 THE BANK OF NEW YORK MELLON 18,450,200 1.54% ผู้รับฝากทรัพย์สินสถาบันต่างประเทศ (Custodian)
ลักษณะธุรกิจและโครงสร้างระบบนิเวศ (Business Overview & Ecosystem) ผังโครงสร้าง 5 เสาหลักอุตสาหกรรม บริษัทย่อย ห่วงโซ่คุณค่า และนวัตกรรมสีเขียว — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานในรูปแบบ Industrial Investment Holding Company บริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอธุรกิจครบวงจรระดับภูมิภาคอาเซียน ผสานพลังร่วม (Synergy) ตั้งแต่การแปรรูปวัตถุดิบต้นน้ำ ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ตกแต่ง ตลอดจนโลจิสติกส์และพลังงานหมุนเวียน
SIAM CEMENT GROUP (SCG) · ARCHITECTURE ผังโครงสร้าง 5 สายธุรกิจหลัก และระบบนิเวศแห่งอนาคต (SCC) ASSETS ฿841.7B SCGC เคมิคอลส์ 39% REV • โอเลฟินส์ & โพลีเมอร์ HDPE, PP, PVC (TPC) • คอมเพล็กซ์ LSP เวียดนาม โอเลฟินส์ 1.4Mt/ปี • กรีนโพลีเมอร์ (HVA) SCG GREEN POLYMER™ ร่วมทุน: MOC, BST, TPC SCGP แพคเกจจิ้ง 27% REV • เยื่อและกระดาษบรรจุภัณฑ์ กล่องลูกฟูกครบวงจร • บรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค Fest บรรจุภัณฑ์อาหาร • วัสดุการแพทย์ & แล็บ Deltalab (ยุโรป) เครือข่ายรีไซเคิลอาเซียน ซีเมนต์และกรีนโซลูชัน 16% REV • ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ Low Carbon Gen 1 & 2 • คอนกรีตผสมเสร็จ CPAC CPAC Green Solution • 3D Printing & Refractory ปูนทนไฟ ปูนโครงสร้าง เชื้อเพลิงทดแทน RDF >45% สมาร์ทลิฟวิ่ง & ค้าปลีก 13% REV • ระบบหลังคาและฉนวน SCG Roof, Stay Cool • โซลาร์รูฟ & ระบายอากาศ Active AIRflow™ System • เครือข่ายค้าปลีก & ขนส่ง SCG HOME & SCGJWD Omni-Channel Retail Hub SCGD เดคคอร์ 5% REV • กระเบื้องปูพื้นบุผนัง COTTO, PRIME, KIA • สุขภัณฑ์ & ก๊อกน้ำ Smart Bathroom COTTO • นวัตกรรม SPC ไวนิล LT by COTTO (แผ่นปูพื้น) เบอร์ 1 กระเบื้องอาเซียน ⚡ SCG Cleanergy (พลังงานสะอาดแห่งอนาคต) & นวัตกรรมเปลี่ยนผ่าน ESG ผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ โซลาร์ลอยน้ำ แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน BESS และเครือข่ายโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid กำลังผลิตรวมกว่า 500 MW
รายละเอียดเชิงลึกของ 5 กลุ่มธุรกิจหลัก (In-Depth Business Analysis) 1. เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC — สัดส่วนรายได้ 39%)
ห่วงโซ่การผลิต: ผลิตตั้งแต่สารโอเลฟินส์ต้นน้ำ (เอทิลีน โพรพีลีน) สู่โพลิโอเลฟินส์ปลายน้ำ เม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน (PE: HDPE, LDPE, LLDPE) โพลีโพรพีลีน (PP) และสารพีวีซี (PVC ผ่าน บมจ.ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ TPC)
โครงการเรือธง Long Son Petrochemicals (LSP): ตั้งอยู่ ณ จังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่า ประเทศเวียดนาม มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.4 ล้านตัน/ปี และโพลีโอเลฟินส์ 1.4 ล้านตัน/ปี เพื่อป้อนตลาดเวียดนามที่มีการเติบโตของอุตสาหกรรมแปรรูปพลาสติกสูงที่สุดในอาเซียน
นวัตกรรม Green Polymer: พัฒนาเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (High Quality PCR) ภายใต้แบรนด์ SCG GREEN POLYMER™ ตอบรับเทรนด์ Circular Economy ของแบรนด์ระดับโลก
2. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP — สัดส่วนรายได้ 27%)
ผู้นำบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาค: ดำเนินธุรกิจทั้งสายบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ กล่องลูกฟูก และบรรจุภัณฑ์โพลิเมอร์
เครือข่ายรีไซเคิลข้ามชาติ: มีจุดรวบรวมและเครือข่ายรีไซเคิลกระดาษกว่า 7.5 ล้านตัน/ปี ครอบคลุมไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย (PT Fajar Surya Wisesa)
ธุรกิจทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์: ต่อยอดสู่ธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูงผ่านการเข้าซื้อกิจการ Deltalab ในสเปน และ Bicappa ในอิตาลี ผลิตอุปกรณ์สิ้นเปลืองทางการแพทย์และหลอดทดลอง
3. ซีเมนต์และกรีนโซลูชันส์ (SCG Cement and Green Solutions — สัดส่วนรายได้ 16%)
ผู้นำปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ: เดินหน้ายกเลิกการผลิตปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แบบดั้งเดิม สู่ “ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Cement)” ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 20–30%
CPAC Green Solution: ยกระดับจากผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ สู่ผู้ให้บริการโซลูชันวิศวกรรมการก่อสร้าง เช่น โซลูชันสะพานคอนกรีตสำเร็จรูป เทคโนโลยีคอนกรีตพิมพ์สามมิติ (CPAC 3D Printing)
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Waste-to-Energy): นำขยะอุตสาหกรรมและเชื้อเพลิงขยะ (RDF) มาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในเตาเผาปูนซีเมนต์ได้เกิน 45% ช่วยลดต้นทุนถ่านหินได้อย่างยั่งยืน
4. สมาร์ทลีฟวิ่ง และจัดจำหน่าย (SCG Smart Living & Distribution — สัดส่วนรายได้ 13%)
ระบบหลังคาและฉนวนกันความร้อน: หลังคาตราช้าง ฉนวนกันความร้อน STAY COOL และระบบฝ้าผนัง Smartboard
ระบบบ้านอัจฉริยะเพื่อสุขภาวะ: ระบบระบายอากาศและกรองฝุ่น SCG Active AIRflow™ System และระบบประหยัดพลังงาน SCG Solar Roof Solutions
เครือข่ายค้าปลีกและโลจิสติกส์: เครือข่ายร้านค้าวัสดุก่อสร้าง SCG HOME ผสานกับความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ผ่าน SCGJWD Logistics (SJWD) ในการบริหารคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิและขนส่งข้ามพรมแดน
5. เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD — สัดส่วนรายได้ 5%)
ผู้นำกระเบื้องเซรามิกและสุขภัณฑ์อาเซียน: มียอดขายกระเบื้องปูพื้นบุผนังอันดับ 1 ในไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ภายใต้แบรนด์ COTTO, PRIME, PREMIER, MARIWASA และ KIA
นวัตกรรม Smart Bathroom: สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ก๊อกน้ำไร้สัมผัส และแผ่นปูพื้นไวนิล SPC (Stone Plastic Composite) ปลอดสารพิษและติดตั้งง่าย
สรุปโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ กำลังการผลิต แบรนด์สำคัญ และความได้เปรียบทางการแข่งขัน — ที่มา: One Report 2568 กลุ่มธุรกิจ รายได้ 1H26 กำลังการผลิต / สาขา แบรนด์หลัก จุดเด่นความได้เปรียบในการแข่งขัน (Moat) SCGC เคมิคอลส์ ฿101,232M (39%) โอเลฟินส์ ~4.4 Mt/ปี (รวม LSP) SCG Chemicals, Green Polymer ต้นทุนแข่งขันได้จากการมี Complex ในไทยและเวียดนาม, สัดส่วน HVA สูง SCGP แพคเกจจิ้ง ฿70,084M (27%) กระดาษบรรจุภัณฑ์ 5.8 Mt/ปี SCGP, Fest, Deltalab เครือข่ายรีไซเคิลครอบคลุมทั้งอาเซียน, สัญญาขายระยะยาวกับ FMCG ซีเมนต์ & กรีนโซลูชัน ฿41,531M (16%) ปูนซีเมนต์ ~23 Mt/ปี ในไทย ตราช้าง, CPAC, Low Carbon ความแข็งแกร่งของแบรนด์อันดับ 1 ในไทย, แหล่งหินปูนสัมปทานระยะยาว สมาร์ทลิฟวิ่ง & ค้าปลีก ฿33,744M (13%) เครือข่ายร้านค้ากว่า 800 แห่ง SCG Roof, SCG HOME, SJWD ช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ, ระบบโลจิสติกส์ครบวงจร SCGD เดคคอร์ ฿12,979M (5%) กระเบื้อง ~186 ล้าน ตร.ม./ปี COTTO, PRIME, MARIWASA ส่วนแบ่งตลาดกระเบื้องอันดับ 1 ในอาเซียน, ดีไซน์และนวัตกรรมพรีเมียม
วิเคราะห์รายได้ กำไรสุทธิ อัตรากำไร และเปรียบเทียบงวดครึ่งปีแรก 1H2025 vs 1H2026 — สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) แสดงสัญญาณการกลับตัวของวงจรกำไรที่ชัดเจน รายได้รวมขยายตัวแตะ ฿259,570 ล้านบาท (+4.0% YoY) หนุนโดยยอดขายที่เติบโตในกลุ่มปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ EBITDA พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง +35.0% YoY สู่ ฿42,913 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวมแตะ ฿17,758 ล้านบาท โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิเติบโตถึง 85.4% QoQ สู่ ฿11,535 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและการประหยัดต้นทุนจากการลดดอกเบี้ยจ่าย
รายได้รวม, EBITDA และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
เปรียบเทียบผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก: 1H2025 vs 1H2026 (ล้านบาท)
ตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานทางการเงินย้อนหลัง — ที่มา: รายงาน 56-1 One Report และ MD&A ไตรมาส 2/2569 รายการทางการเงิน (ล้านบาท) FY2023 FY2024 FY2025 1H2025 1H2026 YoY (1H) TTM มิ.ย. 26 รายได้จากการขาย 499,646 511,172 496,925 249,587 259,570 +4.00% 506,908 EBITDA รวม 54,143 53,946 51,249 31,787 42,913 +35.00% 62,375 กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 25,915 6,342 14,075 18,500 17,758 -4.01% 13,395 EBITDA Margin (%) 10.84% 10.55% 10.31% 12.74% 16.53% +3.79% 12.31% Net Profit Margin (%) 5.19% 1.24% 2.83% 7.41% 6.84% -0.57% 2.64% กำไรต่อหุ้น EPS (บาท/หุ้น) 21.60 5.29 11.73 15.42 14.80 -4.02% 11.16
งบแสดงฐานะการเงินและกระแสเงินสด (Balance Sheet & Cash Flow) โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน สภาพคล่อง และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน — ณ 30 มิ.ย. 2026
ฐานะทางการเงินของ SCC มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่งด้วยสินทรัพย์รวม ฿841,739 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ฿426,383 ล้านบาท (เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ ฿362,431 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าทางบัญชี ฿302.03 ต่อหุ้น) บริษัทรักษาวินัยการควบคุมเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital Management) อย่างเข้มงวด ส่งผลให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง
โครงสร้างส่วนของผู้ถือหุ้น, หนี้สินรวม และสินทรัพย์รวม (ล้านบาท) — FY2023 ถึง 30 มิ.ย. 2026
งบแสดงฐานะการเงินรวม (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงินฉบับสอบทาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายการ (ล้านบาท) 31 ธ.ค. 2023 31 ธ.ค. 2024 31 ธ.ค. 2025 30 มิ.ย. 2026 เปลี่ยนแปลง (vs สิ้นปี 2568) สินทรัพย์หมุนเวียน 214,500 198,320 184,550 196,820 +6.65% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 679,101 663,182 637,041 644,919 +1.24% สินทรัพย์รวม 893,601 861,502 821,591 841,739 +2.45% หนี้สินหมุนเวียน 178,200 165,420 158,300 149,850 -5.34% (ลดหนี้สั้น) หนี้สินไม่หมุนเวียน 273,804 276,302 266,449 265,506 -0.35% หนี้สินรวม 452,004 441,722 424,749 415,356 -2.21% (ลดลงต่อเนื่อง) ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 441,597 419,780 396,842 426,383 +7.44% ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 376,420 355,890 337,410 362,431 +7.42% (BVPS ฿302.03)
ภาระหนี้สิน เลเวอเรจ และการลดหนี้ (Leverage & Deleveraging) วิเคราะห์อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ความคืบหน้าการลดหนี้ และภาระผูกพันทางการเงิน — ณ 30 มิ.ย. 2026
SCC ให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการลดภาระหนี้สิน (Deleveraging) โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทสามารถลดหนี้สินสุทธิ (Net Debt) ลงได้ถึง ฿41,989 ล้านบาท สู่ระดับ ฿238,270 ล้านบาท ผ่านการรับรู้กระแสเงินสดจากการขายเงินลงทุนในหุ้น PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) จำนวนประมาณ ฿24,900 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนทางการเงินปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อัตราส่วน Interest-Bearing Debt ต่อ Equity และ Net IBD ต่อ Equity (เท่า) — FY2023 ถึง 30 มิ.ย. 2026
NET DEBT สุทธิ
฿238,270 ล้าน
NET DEBT TO EBITDA
3.7 เท่า
NET IBD TO EQUITY
0.60 เท่า
ผลกระทบเชิงบวกต่อต้นทุนทางการเงิน (Interest Expense Savings)
การลดหนี้สินสุทธิกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงได้ไม่ต่ำกว่า 1,400–1,600 ล้านบาทต่อปี (คำนวณจากต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.5–3.8%) ปลดล็อกความเสี่ยงจากภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง และช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้ฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
สัดส่วนรายได้ตามกลุ่มธุรกิจ (Business Segments) การกระจายตัวของโครงสร้างรายได้จากการขาย 5 กลุ่มธุรกิจหลัก — งวดครึ่งปีแรก 1H2026
สัดส่วนรายได้จากการขายจำแนกตาม 5 กลุ่มธุรกิจหลัก (%)
กลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC) ครองสัดส่วนรายได้สูงสุดที่ 39% ตามด้วยกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (SCGP) 27%, ซีเมนต์และกรีนโซลูชันส์ 16%, สมาร์ทลิฟวิ่งและจัดจำหน่าย 13% และเอสซีจี เดคคอร์ (SCGD) 5%
ประวัติและนโยบายการจ่ายเงินปันผล (Dividend History) นโยบายเงินปันผล ประวัติการจ่ายย้อนหลัง และการคาดการณ์ผลตอบแทน — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
SCC มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40–50% ของกำไรสุทธิรวม และมีประวัติศาสตร์การจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอต่อเนื่องทุกปี สำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา ฿3.50 ต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 และจ่ายเงินปันผลเมื่อ 21 ส.ค. 2569) ปรับเพิ่มขึ้นจาก ฿2.50 ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (+40.0% YoY)
เงินปันผลต่อหุ้น (DPS: บาท/หุ้น) — ประจำปี 2566 ถึง ประมาณการปี 2569E
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นและอัตราการจ่ายปันผลย้อนหลัง — ที่มา: Settrade และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปีผลประกอบการ ปันผลงวดครึ่งแรก (1H) ปันผลงวดครึ่งหลัง (2H) เงินปันผลรวมทั้งปี (DPS) กำไรต่อหุ้น (EPS) Dividend Payout (%) Dividend Yield (%) 2566 (FY2023) ฿2.50 ฿3.50 ฿6.00 ฿21.60 27.8% 2.26% 2567 (FY2024) ฿2.50 ฿2.50 ฿5.00 ฿5.29 94.5% 2.50% 2568 (FY2025) ฿2.50 ฿2.50 ฿5.00 ฿11.73 42.6% 2.63% 2569E (2026E คาดการณ์) ฿3.50 (จ่ายแล้ว) ฿3.50 (คาดการณ์) ฿7.00 (คาดการณ์) ฿16.25 (ประมาณการ) 43.1% ~3.77% (น่าสนใจ)
เปรียบเทียบกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison) การประเมินมูลค่าเปรียบเทียบในหมวดวัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
เปรียบเทียบ Market Cap (ล้านบาท) และ Trailing P/E (เท่า) ในกลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง
ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินและมูลค่าหุ้นเทียบกับคู่แข่ง — ที่มา: SET Factsheet (ณ 13 ต.ค. 2026) หลักทรัพย์ ราคา (บาท) Market Cap (ล้านบาท) P/E (เท่า) P/BV (เท่า) Div Yield (%) ROE (%) ESG Rating SCC (ปูนซิเมนต์ไทย) 265.00 318,000 23.74x 0.88x (Deep Discount) 3.77% 3.71% AAA (สูงสุด) SCCC (ปูนซีเมนต์นครหลวง) 152.50 45,892 11.08x 1.25x 5.90% 11.30% AA TASCO (ทิปโก้แอสฟัลท์) 17.50 27,306 23.31x 1.82x 6.28% 7.81% AAA TOA (ทีโอเอ เพ้นท์) 15.30 31,044 9.26x 1.75x 4.10% 18.90% AA
ข้อสังเกตการประเมินมูลค่า: SCC เป็นหุ้นเพียงตัวเดียวในกลุ่มวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV เพียง 0.88 เท่า เทียบกับคู่แข่งที่ซื้อขายเฉลี่ย 1.25–1.82 เท่า) สะท้อนว่าราคาหุ้นปัจจุบันมี Margin of Safety สูง และยังมี Upside ศักยภาพจากการฟื้นตัวของกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีและโครงการ LSP
แนวโน้มและเป้าหมายผู้บริหาร (Outlook & Catalysts) กลยุทธ์ธุรกิจครึ่งหลังปี 2569–2570 แผนเปิดเดินเครื่อง LSP และเป้าหมาย Net Zero — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
ผู้บริหารกลุ่มเอสซีจีวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำ 3 กลยุทธ์หลัก:
1. การเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของ Long Son Petrochemicals (LSP): มีกำหนดการเริ่มเดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเพื่อตอบรับอุปสงค์เม็ดพลาสติกในเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการนำเข้าเม็ดพลาสติกสุทธิปีละหลายล้านตัน
2. เร่งเครื่อง Low Carbon Cement และ Circular Economy: ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำให้ครอบคลุม 100% ในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนและออสเตรเลีย
3. การขยายตัวของ SCG Cleanergy: เดินหน้าขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสู่ระดับ 1,000 MW ภายในปี 2570 เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการซื้อขายคาร์บอนเครดิต
ปัจจัยเสี่ยงและการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Risk Factors & Triggers) การประเมิน 7 ปัจจัยเสี่ยงหลัก สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Observable Triggers) และแนวทางบริหารความเสี่ยง
เมทริกซ์การประเมินปัจจัยเสี่ยง 7 มิติ — จัดทำโดยฝ่ายวิเคราะห์ตราสารทุน มิติปัจจัยเสี่ยง ระดับผลกระทบ สัญญาณเตือนที่ต้องจับตา (Observable Trigger) ผลกระทบทางการเงิน กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง 1. สเปรดปิโตรเคมีโลกผันผวน สูงมาก ส่วนต่าง HDPE/PP ลบแนฟทา ต่ำกว่า $350/ตัน ติดต่อกัน 2 เดือน ทุก $50/ตัน ของสเปรดที่เปลี่ยนไป กระทบ EBITDA ของ SCGC ราว ฿3,500M/ปี เน้นสัดส่วนสินค้า High Value Added (HVA) และ Green Polymer มาร์จิ้นสูง 2. ความเสี่ยงการเดินเครื่อง LSP สูง ความล่าช้าในการส่งมอบงาน หรือหยุดเดินเครื่องนอกแผน (Unplanned Shutdown) ต้นทุนคงที่และค่าเสื่อมราคาราว ฿1,200M/ไตรมาส กดดันผลกำไรสุทธิ มีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญกำกับดูแล และทำสัญญาจัดหาวัตถุดิบแนฟทาระยะยาว 3. ต้นทุนพลังงาน (ถ่านหิน/ค่าไฟ) ปานกลาง ราคาถ่านหินดัชนี Newcastle พุ่งทะลุ $150/ตัน หรือค่า Ft ปรับขึ้น ต้นทุนพลังงานคิดเป็น ~30% ของต้นทุนผลิตปูนซีเมนต์ เพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงขยะ RDF/Biomass เกิน 45% และติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม 4. ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยซบเซา ปานกลาง อัตราการปฏิเสธสินเชื่อบ้าน (Rejection Rate) ทะลุ 50% ยอดขายปูนซีเมนต์ คอนกรีต และกระเบื้อง SCGD ในประเทศชะลอตัว ขยายตลาดงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ และขยายตลาดส่งออก 5. สินค้าราคาถูกจากจีนทะลัก ปานกลาง การส่งออกสินค้า PVC กระเบื้อง และเม็ดพลาสติกส่วนเกินจากจีน เกิดสงครามตัดราคาในภูมิภาคอาเซียน กดดัน Gross Margin ใช้มาตรการปกป้องทางการค้า (Anti-dumping) และชูคุณภาพแบรนด์ตราช้าง 6. ความเสี่ยงดอกเบี้ยและหนี้สิน ปานกลาง ต้นทุนการออกหุ้นกู้ใหม่ปรับขึ้นเกิน 4.0% หรือ Net Debt/EBITDA > 4.5x ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น กระทบกระแสเงินสดอิสระ ดำเนินการ Deleveraging ต่อเนื่อง นำเงินขายทรัพย์สินมาชำระคืนหนี้ 7. ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน ต่ำ-ปานกลาง ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐผันผวนเกิน ±5% ในระยะเวลาสั้น ผลกระทบทางบัญชีจากการแปลงค่างบการเงินบริษัทย่อยต่างประเทศ ใช้นโยบาย Natural Hedging และเครื่องมืออนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) ประเมินศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์และสถานะการแข่งขันของกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย
จุดแข็ง (Strengths)
แบรนด์และชื่อเสียงยาวนานกว่า 110 ปี: ตราช้างและเครือ SCG ได้รับความเชื่อถือสูงสุดในอาเซียน
การกระจายตัวของพอร์ตโฟลิโออย่างสมดุล: 5 กลุ่มธุรกิจช่วยลดความเสี่ยงเฉพาะอุตสาหกรรม
ฐานะการเงินแข็งแกร่ง (Credit Rating A+): สามารถระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ด้วยต้นทุนต่ำ
ผู้นำด้านนวัตกรรมและ ESG ระดับ AAA: ผู้นำปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและเทคโนโลยีกรีนโพลีเมอร์
จุดอ่อน (Weaknesses)
ผลกำไรมีความผันผวนตามวัฏจักรปิโตรเคมี: สเปรดโอเลฟินส์โลกกำหนดกำไรของกลุ่มในสัดส่วนสูง
ภาระหนี้สินรวมยังอยู่ในระดับกว่า 4.15 แสนล้านบาท: จากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการ LSP
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าสู่ภาวะชะลอตัว: โครงสร้างประชากรผู้สูงวัยกดดันการสร้างบ้านใหม่
ความซับซ้อนของโครงสร้างกลุ่มบริษัท: อาจเผชิญ Conglomerate Discount ในการประเมินมูลค่า
โอกาส (Opportunities)
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน: เวียดนามและอินโดนีเซียมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงต่อเนื่อง
เมกะเทรนด์เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ: ความต้องการปูนซีเมนต์และบรรจุภัณฑ์สีเขียวขยายตัวก้าวกระโดด
โครงการ LSP เวียดนามเดินเครื่อง: ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดปิโตรเคมีในเวียดนามที่มีประชากรกว่า 100 ล้านคน
ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน SCG Cleanergy: โอกาสขยายฐานรายได้ประจำ (Recurring Income) สู่ระดับสากล
อุปสรรค (Threats)
อุปทานใหม่จากจีนและตะวันออกกลาง: โรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่กดดันสเปรดผลิตภัณฑ์ในตลาดโลก
ความผันผวนของราคาพลังงานและถ่านหิน: ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกอาจหนุนต้นทุนการผลิต
การแข่งขันตัดราคาจากสินค้านำเข้า: เม็ดพลาสติกและกระเบื้องราคาถูกจากต่างประเทศ
กฎเกณฑ์ทางการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวด: ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป
มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View) สรุปมุมมองโบรกเกอร์ชั้นนำ กรอบราคาเป้าหมาย และรายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
จากผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ชั้นนำในตลาดทุนไทย (IAA Consensus) โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น SCC โดยมองว่าผลการดำเนินงานและราคาหุ้นได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดของวัฏจักรไปแล้ว และเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจในการสะสมหุ้นคุณค่า (Value Investing) ที่ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV 0.88x)
สรุปคำแนะนำและราคาเป้าหมายจากสถาบันการเงินชั้นนำ — ที่มา: Settrade IAA Consensus สถาบันการเงิน / บริษัทหลักทรัพย์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท) เหตุผลเชิงกลยุทธ์สำคัญ บล.ทรีนีตี้ (Trinity Securities) ซื้อ (BUY) ฿294.00 วัฏจักรปิโตรเคมีผ่านจุดต่ำสุด การ Deleveraging หนุนการลดดอกเบี้ยจ่าย บล.หยวนต้า (Yuanta Securities) ซื้อ (BUY) ฿290.00 การฟื้นตัวของกำไร 2H26 ได้แรงหนุนจากการเตรียมเปิดเดินเครื่อง LSP บล.บัวหลวง (Bualuang Securities) ซื้อ (BUY) ฿267.00 Valuation น่าสนใจ P/BV < 0.9x มี Margin of Safety สูง บล.กสิกรไทย (Kasikorn Securities) ถือ (HOLD) ฿255.00 รอความชัดเจนของการฟื้นตัวของ Chemical Spread ในตลาดโลก ค่าเฉลี่ย IAA Consensus (17 บล.) ซื้อ (BUY ส่วนใหญ่) ฿250.76 กรอบการประเมินราคาเป้าหมาย ฿188.00 – ฿332.00
รายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist) แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 13 ตุลาคม 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน