บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) (SET: SCAP / SCAP.BK) ผู้นำการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ (New Motorcycle Hire-Purchase) และสินเชื่อรายย่อยในเครือของ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SAWAD) ได้เข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ (Strategic Inflection Point) หลังเสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างธุรกิจ คัดกรองพอร์ตสินเชื่ออย่างเข้มงวด และลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผลประกอบการงวด 1H2026 พุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดดด้วยกำไรสุทธิ ฿898.12 ล้านบาท (+144.2% YoY) ซึ่งเทียบเท่ากำไรสุทธิทั้งปี 2568 (฿892.13 ล้านบาท) ควบคู่กับการเปิดตัว New S-Curve ที่มีศักยภาพสูงอย่าง “สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือระบบล็อกเครื่อง (Locked Phone / Device Financing)”
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อบริษัท (ไทย) | บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) |
| ชื่อบริษัท (อังกฤษ) | Srisawad Capital 1969 Public Company Limited |
| สัญลักษณ์หลักทรัพย์ | SCAP (หุ้นสามัญ), SCAP-F (หุ้นสำหรับผู้ลงทุนต่างประเทศ) |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | ธุรกิจการเงิน (Financials) / เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) |
| วันที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ | 17 กุมภาพันธ์ 2532 (เดิมคือ บมจ. เงินทุน ศรีสวัสดิ์ / BFIT) และปรับโครงสร้างสู่ SCAP ในปี 2565 |
| ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว | 6,769,090,000 บาท (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท) |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก | 1. บมจ. ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (72.05%), 2. นายพิชาญ พงษ์ศิริยา (1.82%), 3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (1.65%) |
| อันดับเครดิตองค์กร (Credit Rating) | A-(tha) แนวโน้ม “Stable” (คงที่) จัดอันดับโดย บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด |
| ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ | เลขที่ 99/392 อาคารศรีสวัสดิ์ ชั้น 4 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 |
SCAP ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย (Consumer Finance) ชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้ร่มเงาของกลุ่ม “ศรีสวัสดิ์” โดยมีประวัติศาสตร์การดำเนินงานยาวนานกว่า 50 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เดิมในปี 2512 ก่อนจะได้รับการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ในปี 2565 โดยการควบรวมกิจการระหว่าง บมจ. เงินทุน ศรีสวัสดิ์ (BFIT) และ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล เพื่อมุ่งเน้นการเป็นเรือธง (Flagship) ด้านสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อรายย่อยแบบไม่มีหลักประกัน
| สายผลิตภัณฑ์สินเชื่อ | สัดส่วนพอร์ต (%) | นิติบุคคลผู้ดำเนินงาน | ลักษณะเด่นและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย |
|---|---|---|---|
| 1. สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ (New Motorcycle HP) | ~80% | บจก. เอส ลีสซิ่ง (S-Leasing) & บจก. คาเธ่ย์ ลีสซิ่ง (Cathay) | ผู้นำตลาดอันดับต้นของประเทศ ให้บริการสินเชื่อแก่ผู้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ป้ายแดงผ่านเครือข่ายดีลเลอร์ร้านตัวแทนจำหน่ายกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศ อัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์ สคบ. ไม่เกิน 23% ต่อปี ผ่อนชำระ 12-48 งวด |
| 2. สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือระบบล็อกเครื่อง (Locked Phone) | ~10% | บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP) | ธุรกิจ New S-Curve ขยายตัวสูง ร่วมมือกับแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำ (Samsung, OPPO, Vivo, Xiaomi) ใช้ระบบซอฟต์แวร์ล็อกการทำงานเครื่องผ่านคลาวด์หากผิดนัดชำระ ส่งผลให้อัตรา NPL ต่ำกว่า 3% และให้ Yield สูง |
| 3. สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน (Personal Loans) | ~10% | บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP) | สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มุ่งเน้นกลุ่มพนักงานประจำและผู้มีรายได้มั่นคง วงเงินไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ อัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมไม่เกิน 25% ต่อปี |
| 4. การขยายธุรกิจต่างประเทศ (International Expansion) | ต่อเนื่อง | บจก. ศรีสวัสดิ์ รุ่งเรือง ไฟแนนซ์ (กัมพูชา) | ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศกัมพูชา เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ที่มีความต้องการยานพาหนะส่วนบุคคลสูง |
SCAP ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากการเป็นบริษัทในเครือของ SAWAD (ถือหุ้น 72.05%) ในหลายมิติ ได้แก่:
• เครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ: ลูกค้าของ SCAP สามารถใช้เครือข่ายสาขาของกลุ่มศรีสวัสดิ์กว่า 5,500 สาขา ทั่วประเทศในการติดต่อ ชำระค่างวด และรับบริการหลังการขาย
• การแบ่งแยกโฟกัสทางธุรกิจที่ชัดเจน: SAWAD มุ่งเน้นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและสินเชื่อมีหลักประกัน (Asset-backed Lending) ขณะที่ SCAP ทำหน้าที่เป็นเรือธงเจาะตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ป้ายแดง สินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฟน ซึ่งเกื้อหนุนโดยไม่แย่งชิงฐานลูกค้าระหว่างกัน
• อันดับความน่าเชื่อถือและการระดมทุน: ด้วยการสนับสนุนจากบริษัทแม่ ทำให้ SCAP ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ A-(tha) ซึ่งเอื้อต่อการออกหุ้นกู้ระยะยาวด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าคู่แข่งรายย่อยในอุตสาหกรรม
จุดเปลี่ยนสำคัญของ SCAP ในปี 2568-2569 คือการบุกเบิกสินเชื่อ “Locked Phone” (Device Financing) ซึ่งแก้ Pain Point ของสินเชื่อรายย่อยแบบดั้งเดิม:
ผลการดำเนินงานของ SCAP ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาสะท้อนภาพการปรับตัวครั้งสำคัญ โดยในปี 2567 บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการตั้งสำรองหนี้เสียตามเกณฑ์ TFRS 9 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงสู่ ฿701.26 ล้านบาท ก่อนที่ฝ่ายจัดการจะดำเนินนโยบายเข้มงวดในการคัดกรองลูกหนี้ ส่งผลให้ปี 2568 กำไรฟื้นตัวสู่ ฿892.13 ล้านบาท (+27.2% YoY) และล่าสุดในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) กำไรสุทธิทะยานแตะ ฿898.12 ล้านบาท (+144.2% YoY) ขับเคลื่อนด้วยการลดลงของต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ (Credit Cost)
| ตัวชี้วัดทางการเงิน (หน่วย: ล้านบาท) | FY2023 (2566) | FY2024 (2567) | FY2025 (2568) | 1H2025 (6M68) | 1H2026 (6M69) | %YoY (1H26) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อ | 6,112.50 | 6,890.20 | 5,745.10 | 2,950.40 | 2,520.15 | -14.58% |
| รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ | 1,052.16 | 860.79 | 806.24 | 410.45 | 397.36 | -3.19% |
| รวมรายได้จากการดำเนินงาน | 7,164.66 | 7,750.99 | 6,551.34 | 3,360.85 | 2,917.51 | -13.19% |
| ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Opex) | 2,580.40 | 2,710.50 | 2,320.10 | 1,180.20 | 1,025.40 | -13.12% |
| ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) | 3,004.26 | 3,630.49 | 2,611.24 | 1,400.65 | 502.11 | -64.15% |
| ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs) | 450.20 | 530.10 | 505.40 | 260.10 | 265.80 | +2.19% |
| กำไรสุทธิรวม (Net Profit) | 904.31 | 701.26 | 892.13 | 367.73 | 898.12 | +144.23% |
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | 12.62% | 9.05% | 13.62% | 10.94% | 30.78% | +19.84% |
โครงสร้างงบดุลของ SCAP ผ่านการปรับลดขนาดอย่างมีกลยุทธ์ (Strategic Balance Sheet Consolidation) ในช่วงปี 2566–2568 โดยสินทรัพย์รวมปรับลดลงจาก ฿38,203.91 ล้านบาท สู่ ฿29,279.25 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เนื่องจากการชะลอปล่อยสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงและการตัดจำหน่ายหนี้สูญอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ดี ในงวด 1H2026 สินทรัพย์รวมเริ่มมีสัญญาณทรงตัวและฟื้นตัวขึ้นแตะ ฿29,639.94 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องสู่ ฿11,749.94 ล้านบาท
| รายการทางการเงิน (ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2566 | 31 ธ.ค. 2567 | 31 ธ.ค. 2568 | 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 1,120.45 | 980.20 | 850.15 | 920.40 |
| ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ - สุทธิ | 32,450.10 | 29,850.40 | 24,650.20 | 24,890.10 |
| ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและอื่นๆ | 3,850.20 | 3,620.15 | 3,020.40 | 3,080.20 |
| สินทรัพย์รวม | 38,203.91 | 35,232.05 | 29,279.25 | 29,639.94 |
| เงินกู้ยืมระยะสั้นและเงินเบิกเกินบัญชี | 5,450.20 | 4,820.10 | 3,500.20 | 3,450.00 |
| หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่มีภาระดอกเบี้ย | 21,450.30 | 18,520.40 | 13,650.00 | 13,920.00 |
| หนี้สินรวม | 28,262.86 | 24,620.47 | 17,809.18 | 17,890.00 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม | 9,777.20 | 10,424.74 | 11,275.89 | 11,749.94 |
หนึ่งในพัฒนาการที่โดดเด่นที่สุดของ SCAP ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาคือการ Deleveraging อย่างรวดเร็ว โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IB Debt / Equity) ปรับลดลงจาก 2.75 เท่า ณ สิ้นปี 2566 สู่ระดับ 1.48 เท่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมทางการเงิน (Debt Covenant) ของหุ้นกู้ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3.50 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ
| ประเภทหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย | ยอดหนี้คงค้าง (ล้านบาท) | สัดส่วน (%) | อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย (%) |
|---|---|---|---|
| เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน | 3,450.00 | 19.86% | 3.25% - 3.75% |
| หุ้นกู้ระยะยาวครบกำหนดภายใน 1 ปี | 4,250.00 | 24.47% | 4.00% - 4.50% |
| หุ้นกู้ระยะยาวครบกำหนดเกินกว่า 1 ปี | 9,670.00 | 55.67% | 4.25% - 4.85% |
| รวมหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD) | 17,370.00 | 100.00% | ~4.20% (ต้นทุนเฉลี่ย) |
แม้ว่าธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่จะยังคงเป็นเสาหลักที่สร้างกระแสเงินสดและรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของพอร์ตสินเชื่อรวม แต่ SCAP กำลังปรับเปลี่ยน Product Mix สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดีกว่า โดยเฉพาะ สินเชื่อ Locked Phone (10%) ซึ่งมีเป้าหมายขยายตัวเป็น 15-20% ในระยะถัดไป
| กลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อ | สัดส่วนพอร์ต | อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย (Yield) | ระดับ NPL Ratio | แนวโน้มการเติบโต 2569–2570 |
|---|---|---|---|---|
| สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ | 80% | 22.0% – 23.0% | 3.5% – 3.8% | ทรงตัวถึงเติบโตปานกลางตามยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศ |
| สินเชื่อเช่าซื้อมือถือระบบล็อกเครื่อง | 10% | 24.0% – 25.0% | 2.0% – 2.5% | เติบโตก้าวกระโดด (+50% ถึง +100% YoY) เป็น New S-Curve หลัก |
| สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกัน | 10% | 23.0% – 25.0% | 3.8% – 4.2% | ควบคุมคุณภาพ เน้นปล่อยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีประวัติชำระดีเลิศ |
SCAP มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตรา ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยพิจารณาจากฐานะทางการเงิน สภาพคล่อง และแผนการลงทุน ในปี 2568 บริษัทได้ปรับเพิ่มเงินปันผลอย่างก้าวกระโดดสู่ ฿0.0700 ต่อหุ้น (เพิ่มขึ้น +213.9% จาก ฿0.0223 ในปีก่อน) สะท้อนความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหารต่อกระแสเงินสดและกำไรที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง
| รอบผลประกอบการ | วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD | วันที่จ่ายเงินปันผล | เงินปันผล (บาท/หุ้น) | อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) |
|---|---|---|---|---|
| 1 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 8 พ.ค. 2567 | 23 พ.ค. 2567 | 0.0223 | 16.70% |
| 1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 8 พ.ค. 2568 | 27 พ.ค. 2568 | 0.0223 | 21.53% |
| 1 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 7 พ.ค. 2569 | 26 พ.ค. 2569 | 0.0700 | 53.11% |
| 1 ม.ค. 2569 – 31 ธ.ค. 2569 (E) | พ.ค. 2570 (คาดการณ์) | พ.ค. 2570 (คาดการณ์) | 0.0850 | ~40% - 45% (ตามนโยบาย) |
เมื่อเปรียบเทียบ SCAP กับผู้ประกอบการสินเชื่อรายย่อยชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพบว่า SCAP ซื้อขายในระดับ Valuation ที่ มีส่วนลดอย่างมีนัยสำคัญ (Deep Discount) ด้วยอัตราส่วน P/E เพียง 7.68 เท่า และ P/BV เพียง 0.91 เท่า ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (ต่ำกว่า Book Value) ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงถึง 4.43% ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าจับตามองในแง่ของ Risk-to-Reward
| หลักทรัพย์ | ราคาปิด (บาท) | Market Cap (ล้านบาท) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Dividend Yield (%) | IB D/E (เท่า) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| SCAP | 1.61 | 10,695.15 | 7.68 | 0.91 | 4.43% | 1.48 |
| SAWAD (บริษัทแม่) | 21.50 | 36,220.85 | 6.72 | 0.91 | 4.10% | 1.85 |
| MTC | 27.50 | 58,300.00 | 8.06 | 1.27 | 1.05% | 3.24 |
| TIDLOR | 16.50 | 48,362.02 | 8.60 | 1.37 | 2.20% | 2.65 |
| NCAP | 3.16 | 4,158.00 | 6.39 | 0.75 | 1.33% | 1.92 |
ฝ่ายบริหารของ SCAP วางยุทธศาสตร์หลักสำหรับปี 2569–2570 โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Quality Growth) แทนการเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว ภายใต้ 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์:
• 2H2026: เร่งการปล่อยสินเชื่อ Locked Phone ผ่านพันธมิตรแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกและตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารทั่วประเทศ โดยตั้งเป้ายอดปล่อยใหม่แตะ ฿500 ล้านบาทต่อเดือน
• FY2027: ผลักดันพอร์ตสินเชื่อ Locked Phone ให้แตะสัดส่วน 15%–20% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Blended Yield) ขยับขึ้นสู่ระดับ 24%
• การขยายสู่ตลาดภูมิภาค: ต่อยอดการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศกัมพูชาผ่านบริษัทย่อย เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดอาเซียนที่มีประชากรวัยแรงงานสูง
การดำเนินธุรกิจสินเชื่อรายย่อยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาวะเศรษฐกิจมหภาค กำลังซื้อ และกฎระเบียบของภาครัฐ SCAP จึงได้วางกรอบการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม พร้อมกำหนดสัญญาณเตือนเชิงปริมาณ (Early Warning Triggers) ดังนี้:
| มิติความเสี่ยง | รายละเอียดความเสี่ยง | สัญญาณเตือนเชิงปริมาณ (Triggers) | มาตรการบรรเทาความเสี่ยง (Mitigation Actions) |
|---|---|---|---|
| 1. ความเสี่ยงด้านเครดิตและหนี้เสีย (Credit Risk & NPL Spike) | หนี้ครัวเรือนไทยที่สูงกว่า 90% ของ GDP อาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลาง-ล่าง | NPL รวมพุ่งเกิน 4.0% หรือ Stage 2 Loans ขยับเกิน 12% ของพอร์ต | ใช้เกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อแบบเข้มงวด ปรับลด LTV เพิ่มสัดส่วน Locked Phone ที่ล็อกเครื่องได้ และเร่งติดตามหนี้ตั้งแต่เริ่มค้างชำระงวดแรก |
| 2. ความเสี่ยงจากเพดานดอกเบี้ยตามกฎหมาย (Regulatory Rate Cap Risk) | การควบคุมอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของ สคบ. ไม่เกิน 23% ต่อปี และการกำกับดูแลของ ธปท. | การเสนอปรับลดเพดานดอกเบี้ยต่ำกว่า 20% หรือจำกัดค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้ | ปรับลดต้นทุนการดำเนินงาน (Cost-to-Income) ผ่านระบบดิจิทัล และกระจายพอร์ตสู่สินเชื่อสมาร์ทโฟนที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า |
| 3. ความเสี่ยงจากผลขาดทุนการขายรถยึด (Loss on Repossession Risk) | หากลูกหนี้ผิดนัดชำระและต้องยึดรถจักรยานยนต์มาประมูลขายทอดตลาดในภาวะที่ราคารถมือสองตกต่ำ | ขาดทุนจากการขายรถยึดเกิน 35% ของมูลหนี้คงค้างของสัญญาที่ยึด | ดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกเพื่อลดการยึดรถ และจัดตั้งช่องทางประมูลรถยึดร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้ได้ราคาประมูลที่ดีที่สุด |
| 4. ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน (Funding Cost & Refinancing Risk) | ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Credit Spread) ของหุ้นกู้ | Credit Spread ของหุ้นกู้ปรับขึ้นเกิน 50 bps หรือต้นทุนเงินกู้ยืมเฉลี่ยสูงเกิน 4.75% | รักษาอันดับความน่าเชื่อถือระดับ A-(tha) กระจายอายุหุ้นกู้ และมีวงเงินสินเชื่อสำรอง (Standby Credit Lines) จากธนาคารพาณิชย์และ SAWAD |
| 5. ความเสี่ยงด้านการแข่งขันและเทคโนโลยี (Fintech & Disruption Risk) | การแข่งขันจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบการ Non-Bank รายอื่นที่หันมาจับตลาดเช่าซื้อและ Device Financing | ส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ลดลงต่ำกว่า 15% | พัฒนาระบบ API เชื่อมต่อกับดีลเลอร์ร้านค้าแบบ Real-Time อนุมัติสินเชื่อไวใน 15 นาที และขยายพันธมิตรแบรนด์สมาร์ทโฟนต่อเนื่อง |
| 6. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ถือหุ้นใหญ่ (Parent Dependency Risk) | การพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่ายสาขา และระบบของ SAWAD ในการดำเนินงาน | การเปลี่ยนแปลงนโยบายการสนับสนุนหรือโครงสร้างการบริหารของกลุ่มศรีสวัสดิ์ | ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีคณะกรรมการตรวจสอบอิสระ และสร้างระบบปฏิบัติการที่พึ่งพาตนเองได้ในระดับสูง |
ในมุมมองของนักลงทุน SCAP เป็นตัวแทนของ “Turnaround Growth Play” ที่ผ่านพ้นช่วงที่แย่ที่สุดของการตั้งสำรองหนี้เสียไปแล้ว ผลประกอบการงวด 1H2026 ยืนยันถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกำไรสุทธิ และด้วย Valuation ปัจจุบันที่ซื้อขาย P/E เพียง 7.68 เท่า ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV 0.91 เท่า) พร้อมผลตอบแทนเงินปันผล 4.43%–5.28% ถือเป็นจุดสะสมที่มี Margin of Safety สูง
| กรณีการประเมิน (Scenario) | กำไรสุทธิปี 2569E (ลบ.) | EPS (บาท/หุ้น) | Target P/E (เท่า) | ราคาเป้าหมาย (บาท) | Upside / Downside | สมมติฐานหลัก (Key Drivers) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| Bull Case (ดีเยี่ยม) | 1,850 | 0.27 | 9.5x | 2.60 | +61.49% | พอร์ต Locked Phone โตแรง คิดเป็น 15% ของพอร์ต, NPL ลดเหลือ 2.8%, Credit Cost ต่ำกว่า 250 bps, ดอกเบี้ยลดแรง |
| Base Case (กรณีฐาน) | 1,580 | 0.23 | 9.0x | 2.20 | +36.65% | กำไร 2H26 เติบโตต่อเนื่องแต่ทรงตัวใกล้เคียง 1H26, Locked Phone แตะ 10% ของพอร์ต, NPL ทรงตัว 3.3%-3.5% |
| Bear Case (กรณีแย่) | 1,200 | 0.18 | 7.5x | 1.35 | -16.15% | หนี้ครัวเรือนฉุด NPL เกิน 4.2%, การตั้งสำรอง ECL กลับมาเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง, ตลาดปรับลด P/E เหลือ 7.5x |
• บล. หยวนต้า (Yuanta): แนะนำ “ซื้อ” กำหนดราคาเป้าหมายที่ 2.56 บาท (Upside +59.0%) โดยประเมินว่ากำไรสุทธิปี 2569 มีโอกาสทำ All-Time High จากการเติบโตของธุรกิจ Locked Phone และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีเยี่ยม
• อันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings: คงอันดับเครดิตองค์กรที่ A-(tha) สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินและการเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อกลุ่ม SAWAD