รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น SCAP — บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)

ผู้นำธุรกิจสินเชื่อรายย่อยครบวงจรของประเทศไทย ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับต้นในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ (New Motorcycle Hire-Purchase) ผ่าน บจก. เอส ลีสซิ่ง และ บจก. คาเธ่ย์ ลีสซิ่ง พร้อมขับเคลื่อน New S-Curve สู่การเติบโตก้าวกระโดดด้วย "สินเชื่อเช่าซื้อมือถือระบบล็อกเครื่อง (Locked Phone / Device Financing)" — ผลประกอบการงวด 1H2026 กำไรสุทธิพุ่งแตะ ฿898.12 ล้าน (+144.2% YoY) เทียบเท่ากำไรทั้งปี 2568 จากการบริหารคุณภาพหนี้เชิงรุกและต้นทุนสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ที่ลดลงฮวบ ปัจจุบันซื้อขายที่ P/E เพียง 7.68 เท่า ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV 0.91 เท่า) พร้อมปันผล Yield 4.43%
Sector: ธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ (Financials / Finance & Securities)ราคาล่าสุด ฿1.61Market Cap ฿10,695 ล้านP/E 7.68 · P/BV 0.91Dividend Yield ~4.43%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมการลงทุน ผลประกอบการ และทิศทางกลยุทธ์ — ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2026

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) (SET: SCAP / SCAP.BK) ผู้นำการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ (New Motorcycle Hire-Purchase) และสินเชื่อรายย่อยในเครือของ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SAWAD) ได้เข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ (Strategic Inflection Point) หลังเสร็จสิ้นการปรับโครงสร้างธุรกิจ คัดกรองพอร์ตสินเชื่ออย่างเข้มงวด และลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผลประกอบการงวด 1H2026 พุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดดด้วยกำไรสุทธิ ฿898.12 ล้านบาท (+144.2% YoY) ซึ่งเทียบเท่ากำไรสุทธิทั้งปี 2568 (฿892.13 ล้านบาท) ควบคู่กับการเปิดตัว New S-Curve ที่มีศักยภาพสูงอย่าง “สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือระบบล็อกเครื่อง (Locked Phone / Device Financing)”

ราคาหุ้นปัจจุบัน
฿1.61
ณ 3 ต.ค. 2026(SET Factsheet)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿10,695 ล้าน
6,769.09 ล้านหุ้นจดทะเบียน(SET Profile)
P/E Ratio (TTM)
7.68x
อิงกำไร TTM ฿1,422.52 ล้าน(SET Financials)
Dividend Yield
4.43%
ปันผลปี 2568 ฿0.07/หุ้น(SET Factsheet)
P/BV Ratio
0.91x
ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (BVPS ฿1.74)(SET Highlights)
กำไรสุทธิ 1H2026
฿898.12 ล้าน
เติบโตก้าวกระโดด +144.2% YoY(MD&A 2Q26)

จุดเด่นและสาระสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Strategic Highlights)

  1. กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 ฟื้นตัวระเบิดพลัง (+144.2% YoY): กำไรสุทธิ 1H2026 ทำได้สูงถึง ฿898.12 ล้านบาท จากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ปรับตัวลดลงอย่างมาก อันเป็นผลมาจากการล้างไพ่หนี้เสียและการใช้ระบบคัดกรองลูกหนี้ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม

  1. New S-Curve “Locked Phone Financing” โตแรง Yield สูง หนี้เสียต่ำ: บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายพอร์ตสินเชื่อผ่อนโทรศัพท์มือถือผ่านระบบควบคุมทางไกล (Mobile Device Management) ช่วยให้ผู้กู้มีวินัยในการผ่อนชำระ หากผิดนัดชำระสามารถล็อกเครื่องได้ทันที กด NPL ต่ำกว่า 3% และหนุน Blended Yield ของพอร์ตให้สูงขึ้น

  1. การลดภาระหนี้สินอย่างมีระเบียบวินัย (Deleveraging): อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB D/E) ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 2.75 เท่าในปี 2566 ลงมาอยู่ที่ 1.48 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและลดความอ่อนไหวต่อวัฏจักรดอกเบี้ย

Bull Case (เป้าหมาย ฿2.60 | Upside +61.5%)

  • พอร์ตสินเชื่อ Locked Phone เติบโตก้าวกระโดด คิดเป็น 15% ของพอร์ต ดัน Blended Yield สูงกว่า 24%
  • NPL ลดลงสู่ระดับ 2.8% ส่งผลให้ Credit Cost ลดลงเหลือต่ำกว่า 250 bps
  • กำไรสุทธิปี 2569E แตะ ฿1,850 ล้านบาท (EPS ฿0.27) เติบโต +107% YoY
  • ตลาดปรับ Re-rate Forward P/E สู่ 9.5x พร้อม Dividend Yield สูงแตะ 6.8%

Base Case (เป้าหมาย ฿2.20 | Upside +36.6%)

  • พอร์ตสินเชื่อ Locked Phone ขยายตัวตามเป้าแตะ 10% ของพอร์ต ชดเชยยอดขายรถจักรยานยนต์ที่ทรงตัว
  • NPL ควบคุมได้ในกรอบ 3.3% - 3.5% และกำไรสุทธิปี 2569E แตะ ฿1,580 ล้านบาท (EPS ฿0.23) โต +77% YoY
  • อัตราส่วน IB D/E ทรงตัวต่ำกว่า 1.50 เท่า ต้นทุนการเงินมีแนวโน้มลดลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
  • Forward P/E ที่ 9.0x พร้อมคาดการณ์เงินปันผลปี 2569 ที่ ฿0.09 ต่อหุ้น (Dividend Yield 5.6%)

Bear Case (เป้าหมาย ฿1.35 | Downside -16.1%)

  • ภาวะหนี้ครัวเรือนกดดันการชำระหนี้ของลูกค้ารากหญ้า ฉุด NPL พุ่งทะลุ 4.2%
  • ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) กลับมาเร่งตัวขึ้นใน 2H2026
  • กำไรสุทธิปี 2569E ชะลอตัวอยู่ที่ ฿1,200 ล้านบาท (EPS ฿0.18)
  • Forward P/E หดตัวเหลือ 7.5x พร้อมคาดการณ์เงินปันผลลดลงเหลือ ฿0.06 ต่อหุ้น (Dividend Yield 3.7%)

2. ข้อมูลสำคัญของบริษัท (Factsheet)

ข้อมูลสถิติการซื้อขาย โครงสร้างทุน และตัวชี้วัดทางการเงิน — ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2026
ราคาปิดล่าสุด
฿1.61
ณ 3 ต.ค. 2026(SET Factsheet)
52-Week Range
฿0.95 – ฿1.98
กรอบราคา 52 สัปดาห์(SET Price)
P/E Ratio (TTM)
7.68x
ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มสินเชื่อ ~8-12x(SET Factsheet)
P/BV Ratio
0.91x
BVPS อยู่ที่ ฿1.74 บาท(SET Highlights)
Dividend Yield
4.43%
ปันผลงวดผลงาน 2568 ฿0.07(SET Factsheet)
จำนวนหุ้นชำระแล้ว
6,769.09 ล้านหุ้น
พาร์ ฿1.00 (ทุน ฿6,769.09 ล้าน)(SET Profile)
Free Float
27.35%
ผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า 15,200 ราย(SET Profile)
ผู้ถือหุ้นใหญ่ (SAWAD)
72.05%
กลุ่มศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น(SET Profile)
รายละเอียดโครงสร้างองค์กรและการจดทะเบียน — แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969
หัวข้อรายละเอียด
ชื่อบริษัท (ไทย)บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)
ชื่อบริษัท (อังกฤษ)Srisawad Capital 1969 Public Company Limited
สัญลักษณ์หลักทรัพย์SCAP (หุ้นสามัญ), SCAP-F (หุ้นสำหรับผู้ลงทุนต่างประเทศ)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจธุรกิจการเงิน (Financials) / เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities)
วันที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์17 กุมภาพันธ์ 2532 (เดิมคือ บมจ. เงินทุน ศรีสวัสดิ์ / BFIT) และปรับโครงสร้างสู่ SCAP ในปี 2565
ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว6,769,090,000 บาท (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก1. บมจ. ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (72.05%), 2. นายพิชาญ พงษ์ศิริยา (1.82%), 3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (1.65%)
อันดับเครดิตองค์กร (Credit Rating)A-(tha) แนวโน้ม “Stable” (คงที่) จัดอันดับโดย บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่เลขที่ 99/392 อาคารศรีสวัสดิ์ ชั้น 4 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจเชิงลึก (Business Overview)

โครงสร้างผลิตภัณฑ์ สินเชื่อหลัก นวัตกรรม New S-Curve และเครือข่ายพันธมิตร

SCAP ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย (Consumer Finance) ชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้ร่มเงาของกลุ่ม “ศรีสวัสดิ์” โดยมีประวัติศาสตร์การดำเนินงานยาวนานกว่า 50 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เดิมในปี 2512 ก่อนจะได้รับการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ในปี 2565 โดยการควบรวมกิจการระหว่าง บมจ. เงินทุน ศรีสวัสดิ์ (BFIT) และ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล เพื่อมุ่งเน้นการเป็นเรือธง (Flagship) ด้านสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อรายย่อยแบบไม่มีหลักประกัน

โครงสร้างสายผลิตภัณฑ์สินเชื่อและช่องทางจัดจำหน่าย — แหล่งข้อมูล: รายงานประจำปี 56-1 One Report บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969
สายผลิตภัณฑ์สินเชื่อสัดส่วนพอร์ต (%)นิติบุคคลผู้ดำเนินงานลักษณะเด่นและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
1. สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ (New Motorcycle HP)~80%บจก. เอส ลีสซิ่ง (S-Leasing) & บจก. คาเธ่ย์ ลีสซิ่ง (Cathay)ผู้นำตลาดอันดับต้นของประเทศ ให้บริการสินเชื่อแก่ผู้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ป้ายแดงผ่านเครือข่ายดีลเลอร์ร้านตัวแทนจำหน่ายกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศ อัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์ สคบ. ไม่เกิน 23% ต่อปี ผ่อนชำระ 12-48 งวด
2. สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือระบบล็อกเครื่อง (Locked Phone)~10%บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP)ธุรกิจ New S-Curve ขยายตัวสูง ร่วมมือกับแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำ (Samsung, OPPO, Vivo, Xiaomi) ใช้ระบบซอฟต์แวร์ล็อกการทำงานเครื่องผ่านคลาวด์หากผิดนัดชำระ ส่งผลให้อัตรา NPL ต่ำกว่า 3% และให้ Yield สูง
3. สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน (Personal Loans)~10%บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP)สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มุ่งเน้นกลุ่มพนักงานประจำและผู้มีรายได้มั่นคง วงเงินไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ อัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมไม่เกิน 25% ต่อปี
4. การขยายธุรกิจต่างประเทศ (International Expansion)ต่อเนื่องบจก. ศรีสวัสดิ์ รุ่งเรือง ไฟแนนซ์ (กัมพูชา)ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศกัมพูชา เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ที่มีความต้องการยานพาหนะส่วนบุคคลสูง

ความได้เปรียบเชิงโครงสร้างผ่านความร่วมมือกับกลุ่มศรีสวัสดิ์ (SAWAD Synergy)

SCAP ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากการเป็นบริษัทในเครือของ SAWAD (ถือหุ้น 72.05%) ในหลายมิติ ได้แก่:

• เครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ: ลูกค้าของ SCAP สามารถใช้เครือข่ายสาขาของกลุ่มศรีสวัสดิ์กว่า 5,500 สาขา ทั่วประเทศในการติดต่อ ชำระค่างวด และรับบริการหลังการขาย

• การแบ่งแยกโฟกัสทางธุรกิจที่ชัดเจน: SAWAD มุ่งเน้นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและสินเชื่อมีหลักประกัน (Asset-backed Lending) ขณะที่ SCAP ทำหน้าที่เป็นเรือธงเจาะตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ป้ายแดง สินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฟน ซึ่งเกื้อหนุนโดยไม่แย่งชิงฐานลูกค้าระหว่างกัน

• อันดับความน่าเชื่อถือและการระดมทุน: ด้วยการสนับสนุนจากบริษัทแม่ ทำให้ SCAP ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ A-(tha) ซึ่งเอื้อต่อการออกหุ้นกู้ระยะยาวด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าคู่แข่งรายย่อยในอุตสาหกรรม

เจาะลึกนวัตกรรม New S-Curve: โมเดลสินเชื่อ Locked Phone

จุดเปลี่ยนสำคัญของ SCAP ในปี 2568-2569 คือการบุกเบิกสินเชื่อ “Locked Phone” (Device Financing) ซึ่งแก้ Pain Point ของสินเชื่อรายย่อยแบบดั้งเดิม:

  1. ระบบป้องกันหนี้เสียอัตโนมัติ (Automated Risk Mitigation): โทรศัพท์มือถือทุกเครื่องจะได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์บริหารจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Device Management - MDM) หากลูกค้าค้างชำระค่างวด ระบบจะส่งแจ้งเตือนและระงับการใช้งานโทรศัพท์จนกว่าจะมีการชำระเงิน ส่งผลให้ลูกค้าให้ความสำคัญกับการจ่ายค่างวดโทรศัพท์เป็นอันดับแรก

  1. การอนุมัติผ่านระบบดิจิทัล 100%: ลูกค้าสามารถยื่นขอสินเชื่อ ณ ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ทราบผลอนุมัติภายใน 15-30 นาที ผ่านระบบประเมิน Alternative Data โดยไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน

  1. อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงสูง (High Risk-Adjusted Return): สินเชื่อกลุ่มนี้ให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 24-25% ต่อปี ขณะที่สถิติหนี้เสีย (NPL) อยู่ที่เพียงประมาณ 2.0% - 2.8% ต่ำกว่าสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

การวิเคราะห์รายได้ ความสามารถในการทำกำไร และการเปรียบเทียบงวด 1H2025 vs 1H2026

ผลการดำเนินงานของ SCAP ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาสะท้อนภาพการปรับตัวครั้งสำคัญ โดยในปี 2567 บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการตั้งสำรองหนี้เสียตามเกณฑ์ TFRS 9 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงสู่ ฿701.26 ล้านบาท ก่อนที่ฝ่ายจัดการจะดำเนินนโยบายเข้มงวดในการคัดกรองลูกหนี้ ส่งผลให้ปี 2568 กำไรฟื้นตัวสู่ ฿892.13 ล้านบาท (+27.2% YoY) และล่าสุดในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) กำไรสุทธิทะยานแตะ ฿898.12 ล้านบาท (+144.2% YoY) ขับเคลื่อนด้วยการลดลงของต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ (Credit Cost)

รายได้รวม 1H2026
฿2,917.51 ล้าน
1H2025: ฿3,360.85 ล้าน(MD&A 2Q26)
กำไรสุทธิ 1H2026
฿898.12 ล้าน
เติบโต +144.2% YoY(MD&A 2Q26)
EBITDA 1H2026
฿1,390.00 ล้าน
1H2025: ฿780.00 ล้าน (+78.2%)(SCAP IR)
Net Margin 1H2026
30.78%
เพิ่มขึ้นจาก 10.94% ใน 1H2025(SET Financials)
แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านบาท)
แหล่งข้อมูล: รายงานงบการเงินประจำปี 2566–2568 และคำอธิบายฝ่ายจัดการ 2Q2569 บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 — สังเกตการฟื้นตัวของกำไรสุทธิและ EBITDA TTM สู่ระดับสูงสุดใหม่
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%)
แหล่งข้อมูล: การคำนวณจากงบการเงินรวมของ SCAP — Net Profit Margin ขยับจาก 9.05% ในปี 2567 สู่ 30.78% ในงวด 1H2026 จากสำรอง ECL ที่ลดลง
เปรียบเทียบผลประกอบการครึ่งปีแรก 1H2025 vs 1H2026 (ล้านบาท)
แหล่งข้อมูล: คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969
สรุปผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี และรอบผลประกอบการล่าสุด — แหล่งข้อมูล: SET Highlights และ สำนักงาน ก.ล.ต.
ตัวชี้วัดทางการเงิน (หน่วย: ล้านบาท)FY2023 (2566)FY2024 (2567)FY2025 (2568)1H2025 (6M68)1H2026 (6M69)%YoY (1H26)
รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อ6,112.506,890.205,745.102,950.402,520.15-14.58%
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ1,052.16860.79806.24410.45397.36-3.19%
รวมรายได้จากการดำเนินงาน7,164.667,750.996,551.343,360.852,917.51-13.19%
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Opex)2,580.402,710.502,320.101,180.201,025.40-13.12%
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)3,004.263,630.492,611.241,400.65502.11-64.15%
ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs)450.20530.10505.40260.10265.80+2.19%
กำไรสุทธิรวม (Net Profit)904.31701.26892.13367.73898.12+144.23%
อัตรากำไรสุทธิ (%)12.62%9.05%13.62%10.94%30.78%+19.84%

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

การบริหารคุณภาพสินทรัพย์ ขนาดพอร์ตลูกหนี้ และความมั่นคงของส่วนของผู้ถือหุ้น

โครงสร้างงบดุลของ SCAP ผ่านการปรับลดขนาดอย่างมีกลยุทธ์ (Strategic Balance Sheet Consolidation) ในช่วงปี 2566–2568 โดยสินทรัพย์รวมปรับลดลงจาก ฿38,203.91 ล้านบาท สู่ ฿29,279.25 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เนื่องจากการชะลอปล่อยสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงและการตัดจำหน่ายหนี้สูญอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ดี ในงวด 1H2026 สินทรัพย์รวมเริ่มมีสัญญาณทรงตัวและฟื้นตัวขึ้นแตะ ฿29,639.94 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องสู่ ฿11,749.94 ล้านบาท

สินทรัพย์รวม (Total Assets)
฿29,639.94 ล้าน
ณ 30 มิ.ย. 2026(MD&A 2Q26)
หนี้สินรวม (Total Liabilities)
฿17,890.00 ล้าน
ลดลงจาก ฿28,262.86 ล้าน (2566)(MD&A 2Q26)
ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity)
฿11,749.94 ล้าน
เติบโตต่อเนื่อง BVPS ฿1.74(SET Highlights)
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
แหล่งข้อมูล: รายงานงบการเงิน บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 — สังเกตการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของหนี้สินรวม ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นขยายตัวขึ้นทุกปี
โครงสร้างฐานะการเงินย้อนหลัง — แหล่งข้อมูล: สำนักงาน ก.ล.ต. และ Settrade
รายการทางการเงิน (ล้านบาท)31 ธ.ค. 256631 ธ.ค. 256731 ธ.ค. 256830 มิ.ย. 2569
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด1,120.45980.20850.15920.40
ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ - สุทธิ32,450.1029,850.4024,650.2024,890.10
ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและอื่นๆ3,850.203,620.153,020.403,080.20
สินทรัพย์รวม38,203.9135,232.0529,279.2529,639.94
เงินกู้ยืมระยะสั้นและเงินเบิกเกินบัญชี5,450.204,820.103,500.203,450.00
หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่มีภาระดอกเบี้ย21,450.3018,520.4013,650.0013,920.00
หนี้สินรวม28,262.8624,620.4717,809.1817,890.00
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม9,777.2010,424.7411,275.8911,749.94

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Capital Structure)

วิเคราะห์อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย โครงสร้างเงินทุน และสถานะสภาพคล่อง

หนึ่งในพัฒนาการที่โดดเด่นที่สุดของ SCAP ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาคือการ Deleveraging อย่างรวดเร็ว โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IB Debt / Equity) ปรับลดลงจาก 2.75 เท่า ณ สิ้นปี 2566 สู่ระดับ 1.48 เท่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมทางการเงิน (Debt Covenant) ของหุ้นกู้ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3.50 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ

Interest-Bearing D/E
1.48x
Covenant หุ้นกู้กำหนด < 3.50x(MD&A 2Q26)
Net IB Debt / Equity
1.40x
หักเงินสด ฿920.40 ล้านบาท(SCAP IR)
อันดับเครดิตองค์กร
A-(tha)
แนวโน้มคงที่ โดย Fitch Ratings(SET Factsheet)
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า)
แหล่งข้อมูล: งบการเงินรวมและข้อกำหนดสิทธิหุ้นกู้ บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 — สัดส่วนภาระหนี้สินลดลงอย่างต่อเนื่องสะท้อนความเสี่ยงทางการเงินที่ลดลง
โครงสร้างหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยและกำหนดชำระ — แหล่งข้อมูล: รายงานประจำปี 2568 และ MD&A 2Q26
ประเภทหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยยอดหนี้คงค้าง (ล้านบาท)สัดส่วน (%)อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย (%)
เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน3,450.0019.86%3.25% - 3.75%
หุ้นกู้ระยะยาวครบกำหนดภายใน 1 ปี4,250.0024.47%4.00% - 4.50%
หุ้นกู้ระยะยาวครบกำหนดเกินกว่า 1 ปี9,670.0055.67%4.25% - 4.85%
รวมหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD)17,370.00100.00%~4.20% (ต้นทุนเฉลี่ย)

7. สัดส่วนโครงสร้างธุรกิจ (Segments Breakdown)

การกระจายตัวของรายได้และพอร์ตสินเชื่อตามประเภทผลิตภัณฑ์

แม้ว่าธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่จะยังคงเป็นเสาหลักที่สร้างกระแสเงินสดและรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของพอร์ตสินเชื่อรวม แต่ SCAP กำลังปรับเปลี่ยน Product Mix สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดีกว่า โดยเฉพาะ สินเชื่อ Locked Phone (10%) ซึ่งมีเป้าหมายขยายตัวเป็น 15-20% ในระยะถัดไป

สัดส่วนโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อแบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ (%)
แหล่งข้อมูล: รายงานนักลงทุนสัมพันธ์และโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้นงวด 1H2026 บมจ. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969
เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของแต่ละกลุ่มธุรกิจ — แหล่งข้อมูล: SCAP Analyst Presentation
กลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อสัดส่วนพอร์ตอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย (Yield)ระดับ NPL Ratioแนวโน้มการเติบโต 2569–2570
สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่80%22.0% – 23.0%3.5% – 3.8%ทรงตัวถึงเติบโตปานกลางตามยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศ
สินเชื่อเช่าซื้อมือถือระบบล็อกเครื่อง10%24.0% – 25.0%2.0% – 2.5%เติบโตก้าวกระโดด (+50% ถึง +100% YoY) เป็น New S-Curve หลัก
สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกัน10%23.0% – 25.0%3.8% – 4.2%ควบคุมคุณภาพ เน้นปล่อยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีประวัติชำระดีเลิศ

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

นโยบายการจัดสรรผลกำไร อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล และประวัติย้อนหลัง

SCAP มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตรา ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยพิจารณาจากฐานะทางการเงิน สภาพคล่อง และแผนการลงทุน ในปี 2568 บริษัทได้ปรับเพิ่มเงินปันผลอย่างก้าวกระโดดสู่ ฿0.0700 ต่อหุ้น (เพิ่มขึ้น +213.9% จาก ฿0.0223 ในปีก่อน) สะท้อนความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหารต่อกระแสเงินสดและกำไรที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง

เงินปันผลล่าสุด (ปี 2568)
฿0.0700
ขึ้นเครื่องหมาย XD 7 พ.ค. 2569(SET Factsheet)
Dividend Yield ปัจจุบัน
4.43%
คำนวณจากราคาหุ้น ฿1.61(SET Factsheet)
คาดการณ์ปันผลปี 2569E
฿0.0850
คาดการณ์ Yield ระดับ 5.28%(SCAP Consensus)
ประวัติเงินปันผลต่อหุ้นและการคาดการณ์ (บาทต่อหุ้น)
แหล่งข้อมูล: สถิติการจ่ายเงินปันผลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประมาณการฝ่ายวิเคราะห์สำหรับปี 2569E
ประวัติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง 3 ปี — แหล่งข้อมูล: SET Factsheet
รอบผลประกอบการวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XDวันที่จ่ายเงินปันผลเงินปันผล (บาท/หุ้น)อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio)
1 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25668 พ.ค. 256723 พ.ค. 25670.022316.70%
1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25678 พ.ค. 256827 พ.ค. 25680.022321.53%
1 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25687 พ.ค. 256926 พ.ค. 25690.070053.11%
1 ม.ค. 2569 – 31 ธ.ค. 2569 (E)พ.ค. 2570 (คาดการณ์)พ.ค. 2570 (คาดการณ์)0.0850~40% - 45% (ตามนโยบาย)

9. เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่าเปรียบเทียบในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อรายย่อยและเช่าซื้อ ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2026

เมื่อเปรียบเทียบ SCAP กับผู้ประกอบการสินเชื่อรายย่อยชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพบว่า SCAP ซื้อขายในระดับ Valuation ที่ มีส่วนลดอย่างมีนัยสำคัญ (Deep Discount) ด้วยอัตราส่วน P/E เพียง 7.68 เท่า และ P/BV เพียง 0.91 เท่า ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (ต่ำกว่า Book Value) ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงถึง 4.43% ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าจับตามองในแง่ของ Risk-to-Reward

เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ล้านบาท) และ P/E Ratio (เท่า)
แหล่งข้อมูล: SET Factsheet ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2026 สำหรับ SCAP, SAWAD, MTC, TIDLOR, และ NCAP
ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม — แหล่งข้อมูล: Settrade และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ข้อมูล ณ 3 ต.ค. 2026)
หลักทรัพย์ราคาปิด (บาท)Market Cap (ล้านบาท)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Dividend Yield (%)IB D/E (เท่า)
SCAP1.6110,695.157.680.914.43%1.48
SAWAD (บริษัทแม่)21.5036,220.856.720.914.10%1.85
MTC27.5058,300.008.061.271.05%3.24
TIDLOR16.5048,362.028.601.372.20%2.65
NCAP3.164,158.006.390.751.33%1.92

10. มุมมองอนาคตธุรกิจและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (Outlook)

ทิศทางการเติบโต แผนการขยายสินเชื่อเทคโนโลยี และกลยุทธ์ 2569–2570

ฝ่ายบริหารของ SCAP วางยุทธศาสตร์หลักสำหรับปี 2569–2570 โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Quality Growth) แทนการเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว ภายใต้ 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์:

เสาหลักที่ 1: การขยาย New S-Curve
Locked Phone
ตั้งเป้าขยายพอร์ตแตะ 15-20% ภายในปี 2570 ขยายดีลเลอร์สมาร์ทโฟนทั่วประเทศ
เสาหลักที่ 2: การคุมคุณภาพสินทรัพย์
NPL < 3.5%
ใช้ AI Credit Scoring และ Alternative Data สกรีนลูกค้าก่อนอนุมัติ
เสาหลักที่ 3: Synergy เครือข่าย
5,500 สาขา
ผสานพลังสาขาของ SAWAD เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินและทวงถามหนี้

เป้าหมายและหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ (Dated Milestones)

• 2H2026: เร่งการปล่อยสินเชื่อ Locked Phone ผ่านพันธมิตรแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกและตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารทั่วประเทศ โดยตั้งเป้ายอดปล่อยใหม่แตะ ฿500 ล้านบาทต่อเดือน

• FY2027: ผลักดันพอร์ตสินเชื่อ Locked Phone ให้แตะสัดส่วน 15%–20% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Blended Yield) ขยับขึ้นสู่ระดับ 24%

• การขยายสู่ตลาดภูมิภาค: ต่อยอดการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศกัมพูชาผ่านบริษัทย่อย เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดอาเซียนที่มีประชากรวัยแรงงานสูง

11. ปัจจัยเสี่ยงเชิงลึกและการบริหารจัดการ (Risk Factors & Mitigations)

การวิเคราะห์ 6 ความเสี่ยงสำคัญ สัญญาณเตือนเชิงปริมาณ (Observable Triggers) และมาตรการบรรเทา

การดำเนินธุรกิจสินเชื่อรายย่อยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาวะเศรษฐกิจมหภาค กำลังซื้อ และกฎระเบียบของภาครัฐ SCAP จึงได้วางกรอบการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม พร้อมกำหนดสัญญาณเตือนเชิงปริมาณ (Early Warning Triggers) ดังนี้:

ตารางวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง 6 มิติ สัญญาณเตือน และมาตรการบรรเทาความเสี่ยง — แหล่งข้อมูล: แบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568
มิติความเสี่ยงรายละเอียดความเสี่ยงสัญญาณเตือนเชิงปริมาณ (Triggers)มาตรการบรรเทาความเสี่ยง (Mitigation Actions)
1. ความเสี่ยงด้านเครดิตและหนี้เสีย (Credit Risk & NPL Spike)หนี้ครัวเรือนไทยที่สูงกว่า 90% ของ GDP อาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลาง-ล่างNPL รวมพุ่งเกิน 4.0% หรือ Stage 2 Loans ขยับเกิน 12% ของพอร์ตใช้เกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อแบบเข้มงวด ปรับลด LTV เพิ่มสัดส่วน Locked Phone ที่ล็อกเครื่องได้ และเร่งติดตามหนี้ตั้งแต่เริ่มค้างชำระงวดแรก
2. ความเสี่ยงจากเพดานดอกเบี้ยตามกฎหมาย (Regulatory Rate Cap Risk)การควบคุมอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของ สคบ. ไม่เกิน 23% ต่อปี และการกำกับดูแลของ ธปท.การเสนอปรับลดเพดานดอกเบี้ยต่ำกว่า 20% หรือจำกัดค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้ปรับลดต้นทุนการดำเนินงาน (Cost-to-Income) ผ่านระบบดิจิทัล และกระจายพอร์ตสู่สินเชื่อสมาร์ทโฟนที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า
3. ความเสี่ยงจากผลขาดทุนการขายรถยึด (Loss on Repossession Risk)หากลูกหนี้ผิดนัดชำระและต้องยึดรถจักรยานยนต์มาประมูลขายทอดตลาดในภาวะที่ราคารถมือสองตกต่ำขาดทุนจากการขายรถยึดเกิน 35% ของมูลหนี้คงค้างของสัญญาที่ยึดดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกเพื่อลดการยึดรถ และจัดตั้งช่องทางประมูลรถยึดร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้ได้ราคาประมูลที่ดีที่สุด
4. ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน (Funding Cost & Refinancing Risk)ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Credit Spread) ของหุ้นกู้Credit Spread ของหุ้นกู้ปรับขึ้นเกิน 50 bps หรือต้นทุนเงินกู้ยืมเฉลี่ยสูงเกิน 4.75%รักษาอันดับความน่าเชื่อถือระดับ A-(tha) กระจายอายุหุ้นกู้ และมีวงเงินสินเชื่อสำรอง (Standby Credit Lines) จากธนาคารพาณิชย์และ SAWAD
5. ความเสี่ยงด้านการแข่งขันและเทคโนโลยี (Fintech & Disruption Risk)การแข่งขันจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบการ Non-Bank รายอื่นที่หันมาจับตลาดเช่าซื้อและ Device Financingส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ลดลงต่ำกว่า 15%พัฒนาระบบ API เชื่อมต่อกับดีลเลอร์ร้านค้าแบบ Real-Time อนุมัติสินเชื่อไวใน 15 นาที และขยายพันธมิตรแบรนด์สมาร์ทโฟนต่อเนื่อง
6. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ถือหุ้นใหญ่ (Parent Dependency Risk)การพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่ายสาขา และระบบของ SAWAD ในการดำเนินงานการเปลี่ยนแปลงนโยบายการสนับสนุนหรือโครงสร้างการบริหารของกลุ่มศรีสวัสดิ์ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีคณะกรรมการตรวจสอบอิสระ และสร้างระบบปฏิบัติการที่พึ่งพาตนเองได้ในระดับสูง

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินปัจจัยภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกในการแข่งขัน

จุดแข็ง (Strengths)

  • ผู้นำอันดับต้นในธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ มีเครือข่ายดีลเลอร์เหนียวแน่นกว่า 1,500 แห่ง
  • ได้รับการสนับสนุนอันทรงพลังจาก SAWAD ผ่านเครือข่ายสาขากว่า 5,500 สาขาในการเก็บเงินและบริการ
  • ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง อัตราส่วน IB D/E ต่ำเพียง 1.48 เท่า และอันดับเครดิตองค์กรระดับ A-(tha)
  • มี New S-Curve สินเชื่อ Locked Phone ที่มีระบบควบคุมความเสี่ยงอัตโนมัติ NPL ต่ำกว่า 3%

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • พอร์ตสินเชื่อเดิมยังคงกระจุกตัวในธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ถึง 80%
  • รายได้รวมยังมีแนวโน้มชะลอตัวจากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อคัดกรองลูกหนี้
  • ลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะค่าครองชีพและราคาสินค้าเกษตร
  • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงหลังคุณวิชิตลาออก อาจต้องใช้เวลาในการสร้างเสถียรภาพทีม

โอกาส (Opportunities)

  • ตลาดสินเชื่อเช่าซื้อมือถือระบบล็อกเครื่องยังมีช่องว่างการเติบโตมหาศาลจากผู้บริโภคที่ไม่มีบัตรเครดิต
  • ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายขาลงจะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน (Finance Cost) ของหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดรีไฟแนนซ์
  • การขยายธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์สู่กัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างฐานรายได้สกุลเงินตราต่างประเทศ
  • โอกาสในการต่อยอดสินเชื่อเช่าซื้อสู่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีในอนาคต

อุปสรรค (Threats)

  • ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับสูงกว่า 90% ของ GDP กดดันกำลังซื้อและวินัยการชำระเงิน
  • กฎระเบียบเพดานดอกเบี้ยของ สคบ. และเกณฑ์ Responsible Lending ของ ธปท. ที่เข้มงวดขึ้น
  • ความเสี่ยงจากผลขาดทุนจากการขายรถจักรยานยนต์ยึดหากราคามือสองในตลาดประมูลปรับตัวลดลง
  • การแข่งขันด้านราคาและข้อเสนอโปรโมชั่นจากบริษัทลีสซิ่งในเครือค่ายผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์

13. มุมมองนักลงทุนและแบบจำลองการประเมินมูลค่า (Investor View)

แบบจำลองราคาเป้าหมาย Bull / Base / Bear รายการเฝ้าติดตาม และมุมมองเชิงกลยุทธ์

ในมุมมองของนักลงทุน SCAP เป็นตัวแทนของ “Turnaround Growth Play” ที่ผ่านพ้นช่วงที่แย่ที่สุดของการตั้งสำรองหนี้เสียไปแล้ว ผลประกอบการงวด 1H2026 ยืนยันถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกำไรสุทธิ และด้วย Valuation ปัจจุบันที่ซื้อขาย P/E เพียง 7.68 เท่า ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV 0.91 เท่า) พร้อมผลตอบแทนเงินปันผล 4.43%–5.28% ถือเป็นจุดสะสมที่มี Margin of Safety สูง

แบบจำลองการประเมินมูลค่าและราคาเป้าหมาย (Valuation Scenarios) — วิเคราะห์โดยฝ่ายวิจัยตราสารทุน
กรณีการประเมิน (Scenario)กำไรสุทธิปี 2569E (ลบ.)EPS (บาท/หุ้น)Target P/E (เท่า)ราคาเป้าหมาย (บาท)Upside / Downsideสมมติฐานหลัก (Key Drivers)
Bull Case (ดีเยี่ยม)1,8500.279.5x2.60+61.49%พอร์ต Locked Phone โตแรง คิดเป็น 15% ของพอร์ต, NPL ลดเหลือ 2.8%, Credit Cost ต่ำกว่า 250 bps, ดอกเบี้ยลดแรง
Base Case (กรณีฐาน)1,5800.239.0x2.20+36.65%กำไร 2H26 เติบโตต่อเนื่องแต่ทรงตัวใกล้เคียง 1H26, Locked Phone แตะ 10% ของพอร์ต, NPL ทรงตัว 3.3%-3.5%
Bear Case (กรณีแย่)1,2000.187.5x1.35-16.15%หนี้ครัวเรือนฉุด NPL เกิน 4.2%, การตั้งสำรอง ECL กลับมาเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง, ตลาดปรับลด P/E เหลือ 7.5x

รายการตัวชี้วัดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด (Monitoring Checklist)

  1. อัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ Locked Phone: ติดตามยอดปล่อยสินเชื่อรายเดือนและการบรรลุเป้าหมาย 10% ของพอร์ตภายในสิ้นปี 2569

  1. ทิศทางของค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL / Credit Cost): ตรวจสอบว่างวด 3Q26 และ 4Q26 สามารถรักษาระดับการตั้งสำรองไม่เกิน ฿500–600 ล้านบาทต่อไตรมาสได้หรือไม่

  1. การควบคุมอัตราหนี้เสีย (NPL Ratio): เกณฑ์วัดคุณภาพหนี้ให้อยู่ในกรอบไม่เกิน 3.50%

  1. อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.: หากมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยลดต้นทุนการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ทันที

สรุปมุมมองนักวิเคราะห์และสถาบันการเงิน (Broker Consensus Summary)

• บล. หยวนต้า (Yuanta): แนะนำ “ซื้อ” กำหนดราคาเป้าหมายที่ 2.56 บาท (Upside +59.0%) โดยประเมินว่ากำไรสุทธิปี 2569 มีโอกาสทำ All-Time High จากการเติบโตของธุรกิจ Locked Phone และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีเยี่ยม

• อันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings: คงอันดับเครดิตองค์กรที่ A-(tha) สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินและการเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อกลุ่ม SAWAD