บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) (SET: SABINA / SABINA.BK) คือผู้นำด้านนวัตกรรมและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในสตรีอันดับ 1 ของประเทศไทย ภายใต้ตราสินค้า “Sabina” ซึ่งครอบคลุมฐานลูกค้าสตรีทุกช่วงวัย บริษัทดำเนินโมเดลธุรกิจแบบผสมผสาน (Hybrid Business Model) ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ร้านค้าปลีกและเคาน์เตอร์ห้างสรรพสินค้า (Sabina Brand Retail), ช่องทางไม่มีหน้าร้านและออนไลน์ (Non-Store Retailing - NSR), และการรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกในตลาดยุโรปและสหราชอาณาจักร (OEM) โดยมีจุดแข็งในการออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ (Ergonomic Fitting), การพัฒนาสินค้าไร้โครงและไร้รอยต่อ (Seamless Fit), ตลอดจนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งระดับ Net Cash ปราศจากภาระหนี้สินเงินกู้ยืมสถาบัน
ยอดขาย 2H26 ฟื้นตัวแรงตามฤดูกาลท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี คำสั่งซื้อ OEM ตลาดยุโรปขยายตัวทะลุเป้าหมาย และการขยายตลาดชุดชั้นในชาย (Sabina Men) ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม หนุนกำไรสุทธิปี 2569E แตะ ฿445 ล้าน (Forward P/E 14.5x)
รายได้ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป บริษัทยังคงรักษาวินัยด้านราคาและคุม SG&A เข้มงวด รักษา GPM ทั้งปีที่ 53.8-54.0% กำไรสุทธิปี 2569E คาดอยู่ที่ ฿420-425 ล้านบาท (EPS ฿1.22) ปันผลทั้งปี ฿1.16-1.18 ต่อหุ้น คิดเป็น Yield สูงกว่า 7.5% อิง Forward P/E 13.5x
กำลังซื้อในประเทศซบเซายาวนาน สินค้านำเข้าราคาถูกจากจีนแย่งส่วนแบ่งตลาดออนไลน์ และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต กำไรสุทธิปี 2569E ชะลอตัวลงสู่ ฿380 ล้านบาท อิง Forward P/E ปรับลดเหลือ 12.0x
| ลำดับ | รายชื่อผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | สัดส่วนการถือหุ้น (%) |
|---|---|---|---|
| 1 | นายวิโรจน์ ธนาลงกรณ์ | 166,412,400 | 47.89% |
| 2 | นางสาววิภาดา ธนาลงกรณ์ | 18,054,600 | 5.20% |
| 3 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) | 16,215,300 | 4.67% |
| 4 | กองทุนเปิด บัวหลวงหุ้นระยะยาว (B-LTF) | 8,540,000 | 2.46% |
| 5 | นายสมคิด ผดุงเกียรติศักดิ์ | 7,210,000 | 2.07% |
| - | ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่น ๆ (Free Float รวม) | 131,067,700 | 37.71% |
บมจ. ซาบีน่า ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าชุดชั้นในสตรี เสื้อผ้าแฟชั่น และสินค้าไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร โดยมีวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็น “นวัตกรรมเครื่องแต่งกายเพื่อสรีระและความมั่นใจของผู้หญิงในระดับภูมิภาค” บริษัทมีจุดเด่นในการบูรณาการตั้งแต่งานวิจัยและออกแบบสรีระศาสตร์ (R&D & Ergonomic Design) การผลิตผ่านโรงงานของตนเองและพันธมิตร ไปจนถึงการทำการตลาดและจัดจำหน่ายผ่านเครือข่าย Omni-channel ครอบคลุมทั้งออฟไลน์และออนไลน์
1. ช่องทางค้าปลีกหน้าร้าน (Sabina Brand Retail - สัดส่วน ~57% ของรายได้): ประกอบด้วยเคาน์เตอร์จำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ (เช่น เซ็นทรัล, เดอะมอลล์, โรบินสัน) ไฮเปอร์มาร์เก็ต (โลตัส, บิ๊กซี) และร้านค้าอิสระ (Sabina Shop) รวมกว่า 500 จุดจำหน่ายทั่วประเทศ โดยมีจุดแข็งคือการให้คำปรึกษาและบริการวัดสรีระ (Fitting Service) จากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์และความภักดีในระยะยาว (Brand Loyalty)
2. ช่องทางจำหน่ายไม่มีหน้าร้าน (Non-Store Retailing: NSR - สัดส่วน ~34% ของรายได้): ครอบคลุมการจัดจำหน่ายผ่าน Social Commerce, ทีวีช้อปปิ้ง, เว็บไซต์ Sabina.co.th, และแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสชั้นนำอย่าง Shopee, Lazada, และ TikTok Shop ซึ่งซาบีน่าเป็น First-mover ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในหมวดแฟชั่นสตรี สามารถใช้ Data Analytics ในการคาดการณ์พฤติกรรมลูกค้า จัดการสต็อกแบบเรียลไทม์ และบริหารต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ช่องทางรับจ้างผลิตและส่งออก (OEM & Export - สัดส่วน ~9-12% ของรายได้): การรับจ้างผลิตชุดชั้นในสตรีระดับพรีเมียมให้แก่เจ้าของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป (เช่น Marks & Spencer) ควบคู่กับการส่งออกสินค้าแบรนด์ Sabina ไปยังตลาดกลุ่มประเทศอาเซียน (CLMV ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา ลาว เมียนมา) และประเทศฟิลิปปินส์
บริษัทใช้โมเดลการผลิตแบบผสมผสาน (Hybrid Production Model) โดยมีโรงงานหลัก 2 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ โรงงานยโสธร และ โรงงานชัยภูมิ ซึ่งช่วยให้บริหารต้นทุนแรงงานได้อย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการใช้นโยบาย Outsource การตัดเย็บบางส่วนให้แก่โรงงานพันธมิตรภายนอกในยามที่มีคำสั่งซื้อสูง ทำให้บริษัทไม่มีภาระต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) สูงเกินไป และมีความยืดหยุ่นในการปรับกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็ว
| รายการ | FY2023 (2566) | FY2024 (2567) | FY2025 (2568) | TTM (มิ.ย. 2026) |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม (Total Revenue) | 3,450.40 | 3,586.90 | 3,338.90 | 3,181.60 |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) | 1,777.00 | 1,893.90 | 1,789.70 | 1,718.10 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) | 51.50% | 52.80% | 53.60% | 54.00% |
| EBITDA | 585.00 | 605.00 | 540.00 | 537.00 |
| EBITDA Margin | 16.95% | 16.87% | 16.17% | 16.88% |
| กำไรสุทธิ (Net Profit) | 462.60 | 464.40 | 410.80 | 410.90 |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) | 13.41% | 12.95% | 12.30% | 12.91% |
| กำไรต่อหุ้น (EPS - บาท) | 1.33 | 1.34 | 1.18 | 1.18 |
| รายการทางบัญชี | 31 ธ.ค. 2566 | 31 ธ.ค. 2567 | 31 ธ.ค. 2568 | 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์หมุนเวียน | 1,965.20 | 1,780.50 | 1,595.40 | 1,540.20 |
| – เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 285.40 | 245.20 | 230.10 | 265.40 |
| – ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น | 425.60 | 385.20 | 312.40 | 288.60 |
| – สินค้าคงเหลือสุทธิ | 1,215.30 | 1,120.40 | 1,035.80 | 970.50 |
| สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 915.29 | 869.91 | 802.00 | 781.58 |
| สินทรัพย์รวม | 2,880.49 | 2,650.41 | 2,397.40 | 2,321.78 |
| หนี้สินหมุนเวียน | 765.40 | 580.20 | 385.20 | 340.50 |
| หนี้สินไม่หมุนเวียน (ส่วนใหญ่คือสัญญาเช่า TFRS 16) | 239.77 | 225.98 | 172.28 | 146.95 |
| หนี้สินรวม | 1,005.17 | 806.18 | 557.48 | 487.45 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม | 1,875.32 | 1,844.23 | 1,839.92 | 1,834.33 |
ซาบีน่าดำเนินนโยบายทางการเงินแบบอนุรักษนิยม (Conservative Financial Policy) โดยไม่มีการกู้ยืมเงินระยะสั้นหรือระยะยาวจากสถาบันการเงิน (Zero Bank Loans) ภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยทางบัญชีมีเพียงหนี้สินตามสัญญาเช่าพื้นที่ค้าปลีก (TFRS 16) เท่านั้น ทำให้บริษัทมีสถานะเป็น Net Cash อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับต่ำเพียง 0.27 เท่า ปราศจากความเสี่ยงด้านภาระดอกเบี้ยจ่ายท่ามกลางวัฏจักรดอกเบี้ยสูง
| ช่องทางจัดจำหน่าย | สัดส่วนรายได้ | จุดเด่นการดำเนินงาน | ความสามารถในการทำกำไร |
|---|---|---|---|
| Sabina Brand (Retail) | 57% | เคาน์เตอร์และร้านค้ากว่า 500 จุดทั่วประเทศ ให้บริการลองสวมใส่และตรวจวัดสรีระ | อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงที่สุด แต่มีค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าเช่าพื้นที่ |
| Non-Store Retailing (NSR) | 34% | Shopee, Lazada, TikTok Shop, Sabina.co.th และทีวีช้อปปิ้ง เติบโตเร็ว | GPM ระดับปานกลาง-สูง ค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่ำกว่าหน้าร้าน แต่มีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม |
| OEM & Export | 9% | รับจ้างผลิตส่งออกแบรนด์หรูในยุโรป และส่งออก Sabina ไปตลาด CLMV | GPM ต่ำกว่าแบรนด์ตนเอง แต่ได้รับคำสั่งซื้อลอตใหญ่ หมุนเวียนเงินสดเร็ว และไม่มีสต็อกค้าง |
| รอบปีบัญชี | เงินปันผลระหว่างกาล (฿) | เงินปันผลสิ้นปี (฿) | รวมทั้งปี (฿/หุ้น) | กำไรต่อหุ้น (EPS - ฿) | Payout Ratio (%) | Dividend Yield (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2566 (FY2023) | 0.66 | 0.59 | 1.25 | 1.33 | 93.98% | 4.95% |
| 2567 (FY2024) | 0.69 | 0.67 | 1.36 | 1.34 | 101.49% | 5.44% |
| 2568 (FY2025) | 0.58 | 0.60 | 1.18 | 1.18 | 100.00% | 6.55% |
| 2569E (FY2026E) | 0.58 (จ่ายแล้ว) | 0.58 (คาดการณ์) | 1.16 | 1.22 | 95.08% | 7.71% |
| บริษัท (Ticker) | ราคาปิด (฿) | Market Cap (฿ล้าน) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Div Yield (%) | Gross Margin (%) | ROE (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| SABINA | 15.40 | 5,352 | 12.94x | 2.91x | 7.71% | 54.35% | 22.40% |
| MC (แม็คกรุ๊ป) | 11.30 | 9,029 | 12.88x | 2.44x | 7.72% | 64.50% | 18.90% |
| WACOAL (ไทยวาโก้) | 16.00 | 1,920 | — (ขาดทุน) | 0.39x | 3.44% | 21.30% | -1.20% |
| MOSHI (โมชิ โมชิ) | 46.00 | 15,200 | 26.50x | 7.10x | 1.85% | 54.10% | 28.50% |
ฝ่ายบริหารของซาบีน่าได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้น 4 เสาหลัก:
ผลกระทบ: หนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับสูงกว่า 90% ของ GDP กดดันกำลังซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยและแฟชั่น ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อชุดชั้นในใหม่หรือยืดอายุการใช้งาน
ผลกระทบ: การไหลทะลักของชุดชั้นในราคาถูกจากประเทศจีนผ่านแพลตฟอร์ม Cross-border E-Commerce (Temu, Shein, TikTok Shop) อาจกระทบต่อยอดขายกลุ่ม Mass Market
ผลกระทบ: อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าใช้แรงงานเข้มข้น (Labor-intensive) การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศสู่ 400 บาท/วัน อาจเพิ่มต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต
ผลกระทบ: การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้รายได้ในรูปเงินบาทของช่องทาง OEM ลดลง รวมถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป
ผลกระทบ: สินค้าแฟชั่นที่มีสีสันหรือลวดลายเฉพาะฤดูกาลอาจตกรุ่น หากการระบายสินค้าทำได้ช้ากว่าแผน จะนำไปสู่การตั้งสำรองลดมูลค่าสินค้า
ผลกระทบ: แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสชั้นนำมีการปรับขึ้นอัตราค่าธรรมเนียมบริการ (Take Rate / Commission Fee) อย่างต่อเนื่อง
SABINA เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดจากเงินปันผลที่สม่ำเสมอ (Dividend Income Investors) และต้องการหลบภัยจากความผันผวนของตลาดหุ้น ด้วย Dividend Yield ที่สูงถึง 7.71% ต่อปี ควบคู่กับงบดุลแบบ Net Cash ปราศจากหนี้สินเงินกู้ยืมสถาบัน ทำให้ความเสี่ยงด้านการล้มละลายหรือการเพิ่มทุนแทบเป็นศูนย์ แม้ว่าการเติบโตของรายได้รวม (Top-line Growth) จะเผชิญข้อจำกัดจากเศรษฐกิจในประเทศ แต่ผู้บริหารพิสูจน์แล้วว่าสามารถบริหาร Product Mix เพื่อปกป้อง Bottom-line ได้อย่างยอดเยี่ยม
| กรณีการประเมิน | สมมติฐานกำไรสุทธิ (฿ล้าน) | EPS (฿/หุ้น) | P/E เหมาะสม (เท่า) | ราคาเป้าหมาย (฿) | ผลตอบแทน (Upside/Downside) | เงินปันผลคาดการณ์ (DPS) | Dividend Yield (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Bull Case | 445.00 | 1.28 | 14.50x | 18.50 | +20.13% | ฿1.22 | 6.59% |
| Base Case | 425.00 | 1.22 | 13.50x | 16.50 | +7.14% | ฿1.16 | 7.03% |
| Bear Case | 380.00 | 1.09 | 12.00x | 13.20 | -14.29% | ฿1.04 | 7.88% |