รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น PTTGC — บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

ผู้นำธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ครบวงจรชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก แกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ผลประกอบการ 1H2026 พลิกฟื้น Turnaround กำไรสุทธิ ฿15,440 ล้าน รับแรงหนุนสเปรดปิโตรเคมีและกลุ่มเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ allnex — ข้อมูลตลาดและงบการเงินอัปเดตถึง 13 ตุลาคม 2026 / 30 มิถุนายน 2026
Sector: สินค้าอุตสาหกรรม / ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (Petrochemicals & Chemicals)ราคาล่าสุด ฿53.25Market Cap ฿240,096 ล้านP/E 39.68 · P/BV 0.78Dividend Yield ~1.13%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมธุรกิจ จุดเปลี่ยนวงจรปิโตรเคมี ผลประกอบการงวด 1H2026 และวิเคราะห์ 3 สถานการณ์ — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿53.25 · ฿240,096 ล้าน
ราคา ณ 13 ต.ค. 2026(SET Factsheet)
รายได้จากการขาย 1H2026
฿322,650 ล้าน
เติบโต +21.0% YoY จาก ฿266,762M(Settrade Highlights)
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿33,588 ล้าน (10.41%)
ก้าวกระโดด +193.1% YoY จาก ฿11,460M(Settrade Highlights)
กำไรสุทธิ 1H2026 (TURNAROUND)
฿15,440 ล้าน
พลิกฟื้นจากขาดทุน ฿6,183M ใน 1H25(SET Factsheet)
VALUATION: P/E · P/BV
39.68x · 0.78x
BVPS ฿68.41 ซื้อขายต่ำกว่าบุ๊กแวลู 22%(Settrade Overview)
IAA CONSENSUS: คำแนะนำ · เป้าหมาย
BUY (12/16 บล.) · ฿44.25
เป้าหมายสูงสุด ฿50.00 (บล.กรุงศรี)(IAA Consensus)

จุดเปลี่ยนสำคัญ: วงจรปิโตรเคมีผ่านจุดต่ำสุด การปรับพอร์ตสู่ Specialty Chemicals และกระแสเงินสดระดับแข็งแกร่ง

บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เข้าสู่ช่วง Turnaround วัฏจักรเต็มรูปแบบ ในงวด 1H2026 โดยมีกำไรสุทธิรวมแตะ ฿15,440 ล้าน พลิกฟื้นอย่างก้าวกระโดดจากภาวะขาดทุนสุทธิในปี 2024 (–฿29,810 ล้าน) และปี 2025 (–฿15,572 ล้าน) โดยได้รับแรงหนุนจาก 4 ปัจจัยเชิงโครงสร้างหลัก:

  1. การฟื้นตัวของส่วนต่างราคาปิโตรเคมี (Spreads Recovery): สเปรดผลิตภัณฑ์ HDPE-Naphtha และ Paraxylene-Condensate ฟื้นตัวทะลุ $420–$440/ตัน หลังอุปทานในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มจำกัดการเดินเครื่อง
  2. ความได้เปรียบด้านวัตถุดิบก๊าซอีเทนในอ่าวไทย (Ethane Advantage): โรงแครกเกอร์ก๊าซมีความยืดหยุ่นสูง ได้รับผลบวกจากปริมาณก๊าซในอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบต่ำกว่าคู่แข่งแนฟทาในเกาหลีใต้และจีนราว $120–$180/ตัน
  3. เสาหลักกำไรทนทานจาก allnex (Specialty Resilience): allnex ผู้นำสารเคลือบผิวอุตสาหกรรมระดับโลก (Coating Resins) สร้าง EBITDA มั่นคงกว่า ฿7,000 ล้านในงวด 1H2026 (คิดเป็น 21% ของ EBITDA รวม) โดยมี EBITDA Margin สูงกว่า 17% ช่วยลดความผันผวนของธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์
  4. กระแสเงินสดจากการดำเนินงานระดับประวัติการณ์: สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) งวด 1H2026 สูงถึง ฿46,528 ล้าน เร่งการปลดภาระหนี้สิน (Deleveraging) ส่งผลให้ Net IBD/E ปรับลดลงเหลือ 0.76 เท่า

กรอบการวิเคราะห์ 3 สถานการณ์ (Bull / Base / Bear Summary)

Bull Case (เป้าหมาย ฿58.00 – ฿62.00)

  • สมมติฐาน: สเปรด HDPE-Naphtha ทรงตัวระดับสูง $480–$520/ตัน, GRM ตลาดสิงคโปร์ $6.5–$7.5/bbl, allnex สร้าง EBITDA แตะ ฿18,500 ล้าน
  • ผลประกอบการ: กำไรสุทธิทั้งปี 2026E เกิน ฿26,500 ล้าน (EPS ฿5.88)
  • Valuation: ซื้อขายบน P/BV 0.88x (เทียบเท่า EV/EBITDA 6.8x) เงินปันผลทั้งปี ฿2.00 (Yield 3.8%)
  • Catalysts: จีนประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และโรงงานแนฟทาในเอเชียลดกำลังผลิตถาวร

Base Case (เป้าหมาย ฿50.00 – ฿54.00)

  • สมมติฐาน: สเปรด HDPE-Naphtha เฉลี่ย $410–$440/ตัน, GRM เฉลี่ย $5.0–$5.5/bbl, allnex สร้าง EBITDA ทรงตัวที่ ฿15,500 ล้าน
  • ผลประกอบการ: กำไรสุทธิทั้งปี 2026E อยู่ในกรอบ ฿20,500 – ฿21,500 ล้าน (EPS ฿4.65) สอดคล้องกับ IAA Consensus
  • Valuation: ซื้อขายบน P/BV 0.78x (BVPS ฿68.41) จ่ายเงินปันผลทั้งปี ฿1.45 (Yield 2.7%)
  • Catalysts: การควบคุมต้นทุนต่อเนื่อง และการรับรู้ Synergy จากการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ

Bear Case (เป้าหมาย ฿38.00 – ฿42.00)

  • สมมติฐาน: จีนเร่งระบายเม็ดพลาสติกส่งออก กดดันสเปรด HDPE ต่ำกว่า $350/ตัน, ราคาน้ำมันดิบผันผวนทำให้เกิด Stock Loss หนัก
  • ผลประกอบการ: กำไรสุทธิทั้งปี 2026E ย่อตัวลงเหลือ ฿10,000 – ฿12,000 ล้าน (EPS ฿2.44)
  • Valuation: ตลาด De-rate P/BV ลงสู่ 0.58x จ่ายเงินปันผลทั้งปี ฿0.75 (Yield 1.4%)
  • Triggers: อุปสงค์ในยุโรปและจีนชะลอตัวลึก ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุด 32.50 THB/USD

Factsheet สรุปข้อมูลบริษัท

ข้อมูลตลาด โครงสร้างผู้ถือหุ้น และสถานะทางการเงิน — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
ราคาปิด (LAST)
฿53.25
กรอบ 52W: ฿19.00 – ฿54.00(Settrade)
MARKET CAP
฿240,096M
อันดับ 1 ในกลุ่มปิโตรเคมี SET(SET Factsheet)
P/E (TTM)
39.68x
Forward P/E 2026E ~11.0x(Settrade)
P/BV (DISCOUNT)
0.78x
BVPS ฿68.41 (ส่วนลดบุ๊ก 22%)(SET Factsheet)
DIVIDEND YIELD
1.13% (TTM)
ปันผลระหว่างกาล 1H26 ฿0.60 (จ่ายแล้ว)(Settrade)
จำนวนหุ้นจดทะเบียน
4,508.85M หุ้น
ราคาพาร์ ฿10.00 ทุนชำระ ฿45,088M(SET Factsheet)
FREE FLOAT
51.81%
ปตท. (PTT) ถือหุ้นใหญ่ 45.18%(Settrade)
CG SCORE & ESG
5 ดาว · AAA
DJSI World Member ต่อเนื่อง 11 ปี(Settrade)
รายละเอียดโครงสร้างองค์กรและข้อมูลนิติบุคคล — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
หัวข้อรายละเอียดแหล่งข้อมูลอ้างอิง
ชื่อบริษัทภาษาไทยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)SET Company Profile
ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษPTT GLOBAL CHEMICAL PUBLIC COMPANY LIMITED (PTTGC)SET Factsheet
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม / ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (PETRO) (SET100 / SET50)SET Factsheet
โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่บมจ.ปตท. (PTT) 45.18%, บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 8.45%, สำนักงานประกันสังคม 2.15%Settrade Major Shareholders
นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และเงินสำรองตามกฎหมายแบบ 56-1 One Report PTTGC
อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating)AA(tha) / Outlook Stable โดย Fitch Ratings (Thailand) และ A2 โดย Moody’sFitch Ratings Thailand

ลักษณะธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่าบูรณาการ (Business Overview & Integrated Value Chain)

โครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่การกลั่น ปิโตรเคมีต้นน้ำ ถึงสารเคลือบผิวและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษระดับโลก

PTTGC เป็นแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemical Flagship) ของกลุ่ม ปตท. และเป็นผู้ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีจุดเด่นคือการบูรณาการกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำอย่างแนบแน่น (Vertical Integration) เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบสูงสุด

แผนผังห่วงโซ่คุณค่าและโครงสร้างบูรณาการ PTTGC Integrated Petrochemical Value Chain

1. แหล่งวัตถุดิบต้นทางFeedstock Inflowก๊าซธรรมชาติอ่าวไทยก๊าซอีเทน / โพรเพน (ปตท. GSP)น้ำมันดิบ & คอนเดนเสทCrude Oil & Condensateชีวภาพ & วัสดุรีไซเคิลปาล์มน้ำมัน, PCR rPET2. การกลั่น & แครกเกอร์Primary ConversionOlefins Crackers (3.8 Mtpa)Ethylene 3.0 Mt, Propylene 0.8 Mtโรงกลั่นน้ำมัน (280k bpd)Complex Refinery + CondensateAromatics Complex (2.4 Mt)Paraxylene (PX) & Benzene (BZ)3. เม็ดพลาสติก & สารอนุพันธ์Polymers & Intermediatesโพลีเมอร์ InnoPlus (2.0 Mt)HDPE, LLDPE, LDPE, PPน้ำมันสำเร็จรูป Euro 5Diesel, Jet A-1, ReformateEO/EG & Phenol/BPAGlycol, Acetone, Plasticizers4. เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษSpecialties & High Valueallnex (อันดับ 1 โลก)Coating Resins / Low-VOCGGC & NatureWorksB100, Ingeo PLA, BioPBSENVICCO รีไซเคิลFood-grade rPET & rHDPE

ที่มา: ฝ่ายจัดการ PTTGC, แบบ 56-1 One Report 2568 และ Investor Presentation 2Q26

โครงสร้าง 5 สายธุรกิจเชิงลึก (In-Depth Segment Architecture)

  1. กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และโพลีเมอร์ (Olefins & Polymers — สัดส่วน EBITDA 38%):

    • กำลังการผลิต: เอทิลีน 2,988,000 ตัน/ปี, โพรพีลีน 790,000 ตัน/ปี และเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนรวม 1,950,000 ตัน/ปี (ประกอบด้วย HDPE 1,150,000 ตัน, LLDPE 500,000 ตัน และ LDPE 300,000 ตัน)
    • แบรนด์หลัก: จำหน่ายภายใต้ตราสินค้า InnoPlus ซึ่งเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ท่อประปา ฉนวนสายไฟ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
    • ความได้เปรียบเชิงต้นทุน: โรงโอเลฟินส์มีความยืดหยุ่นในการใช้ก๊าซอีเทนและโพรเพนจากอ่าวไทยเป็นสัดส่วนมากกว่า 70–80% ของวัตถุดิบรวม ทำให้ได้เปรียบโรงงานแครกเกอร์ที่ใช้แนฟทาล้วนในเกาหลีและญี่ปุ่น
  2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ต้นน้ำและโรงกลั่น (Upstream & Refinery — สัดส่วน EBITDA 26%):

    • กำลังการผลิต: โรงกลั่นน้ำมันดิบเชิงซับซ้อน (Complex Refinery) และหน่วยกลั่นแยกคอนเดนเสท กำลังผลิตรวม 280,000 บาร์เรล/วัน
    • ผลิตภัณฑ์หลัก: น้ำมันดีเซลเกรดยูโร 5, น้ำมันอากาศยาน Jet A-1, น้ำมันเบนซินพื้นฐาน และแนฟทาเบา/หนัก (Light/Heavy Naphtha)
    • บทบาทเชิงกลยุทธ์: ทำหน้าที่ส่งมอบวัตถุดิบแนฟทาและรีฟอร์เมตเข้าสู่โรงโอเลฟินส์และโรงอะโรเมติกส์โดยตรง ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งและการจัดเก็บคลังสินค้า
  3. allnex และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals & allnex — สัดส่วน EBITDA 21%):

    • สถานะทางการตลาด: ผู้นำอันดับ 1 ของโลก ในการผลิตเรซินเคลือบผิวสำหรับงานอุตสาหกรรม (Industrial Coating Resins) ที่เข้าซื้อกิจการ 100% ในปี 2021
    • เครือข่ายระดับโลก: มีโรงงานผลิต 33 แห่ง และศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) 23 แห่ง ครอบคลุม 4 ทวีปทั่วโลก (ยุโรป, อเมริกาเหนือ, เอเชียแปซิฟิก และละตินอเมริกา)
    • นวัตกรรมผลิตภัณฑ์: ครอบคลุมเทคโนโลยี Liquid Resins & Additives, Radiation Curing Resins (UV/EB Curable), Powder Coating Resins และ Crosslinkers ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ EV พลังงานหมุนเวียน และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    • ความสามารถในการทำกำไร: สร้างอัตรากำไร EBITDA Margin เสถียรในระดับ 16–18% สม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามราคาน้ำมันดิบ
  4. กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ (Aromatics — สัดส่วน EBITDA 15%):

    • กำลังการผลิต: สารอะโรเมติกส์รวม 2,420,000 ตัน/ปี ประกอบด้วย พาราไซลีน (Paraxylene: PX) 1,420,000 ตัน/ปี และเบนซีน (Benzene: BZ) 1,000,000 ตัน/ปี
    • การเชื่อมโยงสู่ปลายน้ำ: พาราไซลีนถูกส่งต่อไปยังโรงงานผลิตกรดเทเรฟทาลิกบริสุทธิ์ (PTA) เพื่อแปรรูปเป็นขวดพลาสติก PET และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ขณะที่เบนซีนใช้ผลิตสไตรีนโมโนเมอร์ (SM) และฟีนอล
  5. กลุ่มเคมีภัณฑ์ชีวภาพและความยั่งยืน (Bio-based & Circular Economy):

    • Global Green Chemicals (GGC): PTTGC ถือหุ้น 72.29% เป็นผู้ผลิตเมทิลเอสเทอร์ (ไบโอดีเซล B100) แฟตตี้แอลกอฮอล์ และกลีเซอรีนบริสุทธิ์จากปาล์มน้ำมันชั้นนำของไทย
    • NatureWorks LLC: การร่วมทุน 50:50 กับ Cargill ผู้นำการผลิตพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Ingeo PLA) ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ในนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ กำลังผลิต 75,000 ตัน/ปี เพื่อเป็นศูนย์กลางชีวภาพของเอเชีย
    • ENVICCO: โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (Food-Grade rPET และ rHDPE) ร่วมทุนกับ ALPLA ได้รับการรับรองมาตรฐานสัมผัสอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), US FDA และ EFSA ของยุโรป

กลยุทธ์ 3 Steps Plus: ปรับพอร์ตสู่ความยั่งยืนและการเติบโตคาร์บอนต่ำ

PTTGC ดำเนินกลยุทธ์ 3 Steps Plus เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันระยะยาว:

  • Step Out: มุ่งเน้นการขยายสัดส่วน High Value Products (HVP) และ Specialty Chemicals ผ่าน allnex สู่ตลาดยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชียแปซิฟิก
  • Step Up: ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050
  • Step Down: ปรับลดและจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่สร้างผลตอบแทน (Asset Divestment) เพื่อลดหนี้สินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน

ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

แนวโน้มรายได้ กำไรสุทธิ อัตรากำไร และการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานรายงวด — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
รายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
ที่มา: Settrade Highlights & SET Factsheet — TTM มิ.ย. 2026 คำนวณจากผลรวม 4 ไตรมาสย้อนหลังล่าสุด
มาร์จิ้น: EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%)
ที่มา: Settrade Key Financial Ratios — EBITDA Margin 1H2026 ฟื้นตัวแตะ 10.41% สูงสุดในรอบ 3 ปี

เปรียบเทียบผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี (1H2025 vs 1H2026)

1H2026 เทียบกับ 1H2025 — รายได้ EBITDA กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
ที่มา: SET Factsheet 6M/2026 — กำไรสุทธิ 1H2026 พลิกฟื้น Turnaround แตะ ฿15,440 ล้าน
สรุปตัวเลขทางการเงินเปรียบเทียบ 1H2025 vs 1H2026 (หน่วย: ล้านบาท)
รายการทางการเงิน1H2025 (6M25)1H2026 (6M26)เปลี่ยนแปลง (YoY)แหล่งข้อมูลอ้างอิง
รายได้จากการขายและบริการ266,762322,650+21.0%Settrade Highlights
EBITDA11,46033,588+193.1%Settrade Highlights
EBITDA Margin (%)4.30%10.41%+6.11% pptคำนวณจากงบการเงิน
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ(6,183)15,440Turnaround (+349.7%)SET Factsheet
กำไรต่อหุ้น (EPS - บาท)(1.37)3.01TurnaroundSettrade Highlights
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO)18,45046,528+152.2%Settrade Highlights

งบแสดงสถานะการเงินและโครงสร้างเงินทุน (Balance Sheet)

โครงสร้างสินทรัพย์รวม หนี้สินรวม ส่วนของผู้ถือหุ้น และสภาพคล่องทางการเงิน — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026
โครงสร้างสินทรัพย์-หนี้สิน-ส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ที่มา: SET Factsheet & Settrade Highlights (หน่วย: ล้านบาท)
องค์ประกอบงบแสดงสถานะการเงินย้อนหลัง 4 งวด (หน่วย: ล้านบาท)
รายการในงบดุล31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026แหล่งอ้างอิง
สินทรัพย์หมุนเวียน198,420186,510172,300204,650Settrade
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน520,585486,511451,682450,207Settrade
สินทรัพย์รวม719,005673,021623,982654,857SET Factsheet
หนี้สินหมุนเวียน145,210138,400125,800142,350Settrade
หนี้สินไม่หมุนเวียน305,202238,851184,803204,036Settrade
หนี้สินรวม450,412377,251310,603346,386SET Factsheet
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม268,593295,770313,379308,471SET Factsheet
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS)฿59.57฿65.60฿69.50฿68.41Settrade Overview

ภาระหนี้สินและเลเวอเรจ (Debt & Leverage Analysis)

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน โครงสร้างภาระผูกพันทางการเงิน และสภาพคล่อง — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026
Interest-bearing Debt/Equity และ Net IB Debt/Equity (เท่า)
ที่มา: Settrade Key Financial Ratios — D/E ทรงตัวระดับปลอดภัยที่ 1.11x และ Net IBD/E อยู่ที่ 0.76x
TOTAL DEBT / EQUITY
1.11x
ลดลงจาก 1.68x ในปี 2023(SET Factsheet)
CURRENT RATIO
1.44x
สภาพคล่องหมุนเวียนแข็งแกร่ง(Settrade)
CREDIT RATING
AA (tha) / Stable
จัดอันดับโดย Fitch Ratings(Fitch)

สัดส่วนรายได้และกำไรตามกลุ่มธุรกิจ (Business Segments)

การกระจายตัวของโครงสร้างกำไร EBITDA ระหว่างธุรกิจ Commodity และ Specialty Chemicals — 1H2026
สัดส่วน EBITDA ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ งวด 1H2026 (%)
ที่มา: PTTGC Investor Presentation 2Q26 — โครงสร้าง EBITDA งวด 1H2026 รวม ฿33,588 ล้าน
รายละเอียดโครงสร้างการสร้างกำไรแยกตามสายธุรกิจ (EBITDA Breakdown 1H2026)
กลุ่มธุรกิจสัดส่วน EBITDAผลิตภัณฑ์หลักลักษณะตลาดและปัจจัยขับเคลื่อน
โอเลฟินส์และโพลีเมอร์38%Ethylene, Propylene, HDPE, LLDPE, LDPE (InnoPlus)อิงสเปรดเม็ดพลาสติก ได้แรงหนุนต้นทุนก๊าซอีเทนในอ่าวไทย
ผลิตภัณฑ์ต้นน้ำ (โรงกลั่น)26%น้ำมันดีเซล Euro 5, Jet A-1, แนฟทาอิงค่าการกลั่นตลาดสิงคโปร์ (GRM) และความต้องการเดินทางทางอากาศ
allnex & สารเคลือบผิวพิเศษ21%Coating Resins สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ EV และก่อสร้างเน้นตลาดยุโรปและสหรัฐฯ อัตรากำไรสูงกว่า 17% ผันผวนต่ำ
กลุ่มอะโรเมติกส์15%Paraxylene (PX), Benzene (BZ)ใช้ในอุตสาหกรรมขวดพลาสติก PET และเส้นใยโพลีเอสเตอร์

ประวัติการจ่ายเงินปันผลและนโยบาย (Dividend History & Policy)

สถิติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น นโยบายการจ่ายเงินปันผล และผลตอบแทนต่อนักลงทุน
เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) รายปี (บาท)
สถิติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นและผลตอบแทนย้อนหลัง 4 ปี
งวดการดำเนินงานปันผลระหว่างกาล (บาท)ปันผลงวดสุดท้าย (บาท)รวมปันผลทั้งปี (DPS)Dividend Yieldสถานะการจ่าย
ปี 2566 (FY2023)—0.75฿0.751.94%จ่ายแล้ว
ปี 2567 (FY2024)—0.50฿0.501.85%จ่ายจากกำไรสะสม
ปี 2568 (FY2025)—0.50฿0.501.96%จ่ายจากกำไรสะสม
ปี 2569 (2026E)0.600.85 (E)฿1.45 (E)2.72% (E)ระหว่างกาลจ่ายแล้วเมื่อ 22 ก.ย. 26 / งวดสุดท้ายคาดการณ์

การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

เปรียบเทียบการประเมินมูลค่า (Valuation) และตัวชี้วัดสำคัญเทียบกับผู้เล่นหลักในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
เปรียบเทียบ Market Cap (฿ล้าน) และ P/E ในกลุ่มปิโตรเคมี/โรงกลั่น
ที่มา: Settrade Market Data ณ 13 ต.ค. 2026 (*IVL มี P/E เป็น N/A เนื่องจากมีผลขาดทุนสุทธิทางบัญชี)
ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดสำคัญของหลักทรัพย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
หลักทรัพย์ราคาปิด (บาท)Market Cap (฿ล้าน)P/E (TTM)P/BV (เท่า)Div Yield (%)จุดเด่นการแข่งขัน
PTTGC฿53.25240,09639.68x0.78x1.13%ผู้นำปิโตรเคมีครบวงจร ผสาน allnex หนุนกำไร Turnaround โดดเด่น
IVL฿30.00160,015—1.21x2.46%ผู้นำระดับโลกในห่วงโซ่ PET และเส้นใย กระจายฐานการผลิตทั่วโลก
SCC฿264.00318,00023.74x0.88x1.89%เครือซีเมนต์ไทย มีธุรกิจ SCGC ปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้างครบวงจร
TOP฿77.50173,6814.85x0.75x2.65%โรงกลั่นเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่น GRM สูง
IRPC฿2.9659,6695.64x0.78x0.34%โรงกลั่นและปิโตรเคมีครบวงจร เน้นพลาสติกชนิดพิเศษสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า

มุมมองแนวโน้มอนาคต (Future Outlook & Catalysts)

เป้าหมายการดำเนินงาน แผนการเติบโตเชิงกลยุทธ์ และปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น

ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยง (Risk Factors & Triggers)

การระบุความเสี่ยงเชิงลึก 8 มิติ พร้อมตัวชี้วัดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Triggers) และแนวทางบริหารจัดการ
ตารางวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง 8 มิติ ตัวชี้วัดแจ้งเตือน และกลยุทธ์การลดความเสี่ยง
มิติความเสี่ยงรายละเอียดและผลกระทบต่อผลการดำเนินงานตัวชี้วัดเฝ้าระวังที่สังเกตได้ (Observable Trigger)แนวทางบริหารความเสี่ยง
1. ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีสเปรด HDPE-Naphtha หรือ PX-Condensate อ่อนตัวลงต่ำกว่าจุดคุ้มทุน ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโรงโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์สเปรด HDPE-Naphtha ลดลงต่ำกว่า $350/ตัน ติดต่อกันเกิน 4 สัปดาห์ (อ้างอิง ICIS/Platts)ปรับสัดส่วนการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทน และเน้นการผลิตเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษ HVP
2. อุปทานส่วนเกินจากจีนจีนเร่งเปิดดำเนินการโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ (Mega-complexes) และส่งออกเม็ดพลาสติกราคาต่ำเข้าสู่ตลาดภูมิภาคเอเชียอัตราการเดินเครื่อง (Operating Rate) ของโรงงานจีนเกิน 85% หรือยอดส่งออก PE ของจีนโตเกิน 15% YoYขยายตลาดส่งออกไปยังอินเดีย เอเชียใต้ และแอฟริกา พร้อมผลักดัน allnex สู่ตลาดยุโรป
3. ความผันผวนของราคาน้ำมันราคาน้ำมันดิบตลาดโลกแกว่งตัวรุนแรง ก่อให้เกิดผลขาดทุนจากการตีมูลค่าสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) ในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นราคาน้ำมันดิบ Dubai ลดลงเกิน $12/บาร์เรล ภายในไตรมาสเดียวใช้นโยบายบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมันล่วงหน้า (Crude Oil Hedging) ตามกรอบนโยบายกลุ่ม ปตท.
4. นโยบายราคาก๊าซ Single Poolการปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติของภาครัฐ (Single Pool Gas Price) อาจทำให้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นมติ กบง./กกพ. ปรับสูตรราคาก๊าซพูลที่จัดสรรให้โรงแยกก๊าซเพิ่มขึ้นเกิน 10%เจรจาสัญญาระยะยาวกับ ปตท. และเพิ่มความยืดหยุ่นในการสลับใช้วัตถุดิบระหว่างก๊าซกับแนฟทา
5. ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยนรายได้ส่วนใหญ่ของธุรกิจปิโตรเคมีอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้รายได้เมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลงค่าเงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 32.50 THB/USDการจับคู่กระแสรายได้และรายจ่ายสกุลเงินเดียวกัน (Natural Hedge) และทำสัญญา FX Forward
6. มาตรการคาร์บอน (CBAM)สหภาพยุโรปและตลาดพัฒนาแล้วเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน เพิ่มต้นทุนการส่งออกเคมีภัณฑ์และพลาสติกการขยายขอบเขต CBAM สู่กลุ่มโพลีเมอร์ในยุโรป หรือการบังคับใช้ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในไทยเร่งลงทุนในโครงการดักจับคาร์บอน (CCS), ใช้พลังงานหมุนเวียน และขยายผลิตภัณฑ์ชีวภาพ PLA / rPET
7. ภาระหนี้สินและดอกเบี้ยจ่ายภาระหนี้สินรวมกว่า ฿346,386 ล้าน ส่งผลให้มีต้นทุนทางการเงินสูง หากสเปรดลดลงอาจกดดันอัตราความสามารถชำระดอกเบี้ยอัตราส่วน Net Debt/EBITDA ปรับขึ้นเกิน 3.5 เท่าจัดสรรกระแสเงินสดจากการดำเนินงานชำระคืนหนี้ และออกหุ้นกู้ระยะยาวเพื่อล็อกอัตราดอกเบี้ยต่ำ
8. ความเสี่ยงการด้อยค่าสินทรัพย์การด้อยค่าทางบัญชีของเงินลงทุนในต่างประเทศ (Asset Impairment) ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต (เช่น Vencorex)การบันทึกรายการด้อยค่าสินทรัพย์พิเศษเกิน ฿2,000 ล้าน ในงวดใดงวดหนึ่งปรับโครงสร้างธุรกิจบริษัทย่อยที่ขาดทุน และขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Asset Divestment)

การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินสถานะเชิงกลยุทธ์ขององค์กรอย่างรอบด้าน

จุดแข็ง (Strengths)

  • บูรณาการครบวงจร: ห่วงโซ่คุณค่าบูรณาการตั้งแต่โรงกลั่น ปิโตรเคมีต้นน้ำ ถึงเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษปลายน้ำ ช่วยลดต้นทุนการผลิต
  • allnex ผู้นำสารเคลือบผิวระดับโลก: allnex มีมาร์จิ้นสูงและทนทานต่อรอบเศรษฐกิจ ช่วยกระจายความเสี่ยงจากสินค้าโภคภัณฑ์
  • แรงหนุนจากกลุ่ม ปตท.: ได้รับการสนับสนุนด้านวัตถุดิบก๊าซธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน และเสถียรภาพทางการเงินจาก ปตท. (PTT)
  • ความเป็นเลิศด้าน ESG: ได้รับคะแนน SET ESG ระดับ AAA และเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) ต่อเนื่อง 11 ปี

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • ความอ่อนไหวต่อรอบปิโตรเคมี: กำไรสุทธิของธุรกิจหลักยังคงขึ้นอยู่กับส่วนต่างราคาเม็ดพลาสติกและค่าการกลั่นน้ำมัน
  • ภาระหนี้สินในระดับสูง: หนี้สินรวมยังคงอยู่ในระดับ ฿346,386 ล้านจากการเข้าซื้อกิจการ allnex ในอดีต แม้ D/E ลดลงมาที่ 1.11x
  • ความเสี่ยงผลขาดทุนจากสต็อก: ขนาดกำลังการกลั่น 280,000 บาร์เรล/วัน ทำให้เกิด Stock Loss ได้ง่ายเมื่อราคาน้ำมันลดลงเร็ว
  • อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE): ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและต้องใช้เวลาในการไต่ระดับกลับสู่จุดสูงสุดในอดีต

โอกาส (Opportunities)

  • การเติบโตของเคมีภัณฑ์สำหรับ EV: allnex พัฒนาเรซินเคลือบผิวสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนน้ำหนักเบา และแผงโซลาร์
  • ความต้องการพลาสติกชีวภาพ: NatureWorks (Ingeo PLA) และ ENVICCO (rPET) ได้รับความนิยมสูงตามกระแส Net Zero
  • การฟื้นตัวของอุปสงค์ในอินเดีย: ตลาดอินเดียและเอเชียใต้มีการบริโภคเม็ดพลาสติกต่อหัวต่ำและกำลังเติบโตรวดเร็ว
  • วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง: ทิศทางดอกเบี้ยโลกขาลงช่วยลดต้นทุนภาระดอกเบี้ยจ่ายของเงินกู้ยืมและหุ้นกู้สกุลเงินต่างประเทศ

อุปสรรค (Threats)

  • กำลังการผลิตใหม่จากจีน: โรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ในจีนยังคงเปิดดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดอุปทานส่วนเกิน
  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์: ปัญหาเส้นทางขนส่งทางเรือและสงครามในตะวันออกกลางกระทบต่อต้นทุนค่าระวางและราคาน้ำมัน
  • กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมสากล: มาตรการคาร์บอน CBAM และการห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastics)
  • ความผันผวนของค่าเงินบาท: เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐจะกดดันรายได้จากการส่งออกเมื่อแปลงเป็นเงินบาท

บทสรุปและมุมมองสำหรับนักลงทุน (Investor View & Valuation)

การประเมินมูลค่าหุ้น กรอบราคาตามฉากทัศน์ Bull / Base / Bear ประมาณการจาก IAA Consensus และเช็กลิสต์ติดตามผล

PTTGC เป็นหนึ่งในหุ้น Turnaround Play ที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วย P/BV เพียง 0.78 เท่า เทียบกับบุ๊กแวลู ฿68.41 (ส่วนลดบุ๊กแวลู 22%) ขณะที่ผลการดำเนินงาน 1H2026 ยืนยันการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิ ฿15,440 ล้าน และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ฿46,528 ล้าน

การเปรียบเทียบกรอบราคาเชิงฉากทัศน์ Bull / Base / Bear เทียบราคาตลาดและ IAA Consensus

Bear ฿40.00Downside -24.9%P/BV 0.58xConsensus ฿44.25IAA Mean Target16 โบรกเกอร์IAA Max ฿50.00บล.กรุงศรีP/BV 0.73xBase ฿52.00Fair Value -2.3%P/BV 0.76xราคาตลาด ฿53.25ณ 13 ต.ค. 2026Market PriceBull ฿60.00Upside +12.7%P/BV 0.88x

เปรียบเทียบราคาปิด ฿53.25 (13 ต.ค. 2569) กับ IAA Consensus Mean ฿44.25 และแบบจำลองมูลค่าเชิงสถานการณ์ 3 ฉากทัศน์

CONSENSUS RECOMMENDATION
BUY (12 แห่ง)
HOLD 4 แห่ง · SELL 0 แห่ง (จาก 16 บล.)(Settrade)
MEAN TARGET PRICE
฿44.25
Median ฿44.00 · สูงสุด ฿50.00(Settrade)
ประมาณการกำไรสุทธิ 2026E
฿20,048 ล้าน
EPS คาดการณ์ ฿4.82 (Forward P/E ~11.0x)(Settrade)
สรุปแบบจำลองเชิงปริมาณ 3 สถานการณ์ (Bull / Base / Bear Valuation Model)
ตัวแปรและสมมติฐานหลักBear CaseBase Case (คาดการณ์หลัก)Bull Case
สเปรด HDPE-Naphtha ($/ตัน)$330 – $350$410 – $440$480 – $520
ค่าการกลั่นตลาดสิงคโปร์ GRM ($/บาร์เรล)$3.5 – $4.0$5.0 – $5.5$6.5 – $7.5
allnex EBITDA (ล้านบาท)13,50015,50018,500
รายได้รวมทั้งปี 2026E (ล้านบาท)510,000560,000610,000
EBITDA รวมทั้งปี 2026E (ล้านบาท)32,00045,00056,000
กำไรสุทธิทั้งปี 2026E (ล้านบาท)11,00021,00026,500
กำไรต่อหุ้น EPS 2026E (บาท)฿2.44฿4.65฿5.88
ตัวคูณการประเมินมูลค่า (Valuation Multiples)P/BV 0.58x (P/E 16.4x)P/BV 0.76x (P/E 11.2x)P/BV 0.88x (P/E 10.2x)
ราคาเป้าหมาย (Target Price)฿40.00฿52.00฿60.00
Upside / Downside จากราคาปิด ฿53.25-24.9%-2.3% (Fair Accumulate)+12.7%
เงินปันผลคาดการณ์ทั้งปี 2026E (DPS)฿0.75 (Yield 1.4%)฿1.45 (Yield 2.7%)฿2.00 (Yield 3.8%)

การรวบรวมประมาณการจากสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (IAA Consensus Table)

ประมาณการและคำแนะนำของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ 12 แห่ง (Settrade IAA Consensus)
บริษัทหลักทรัพย์คำแนะนำราคาเป้าหมาย (บาท)คาดการณ์กำไร 2026E (฿M)แหล่งข้อมูลอ้างอิง
บล.กรุงศรี (KSS)BUY฿50.0019,152IAA Consensus
บล.กสิกรไทย (KS)Outperform฿49.0021,871IAA Consensus
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX)Outperform฿48.0025,155IAA Consensus
บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (UOBKHST)BUY฿48.0026,166IAA Consensus
บล.ทรีนีตี้ (TRINITY)BUY฿46.5019,093IAA Consensus
บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX)Outperform฿46.0018,509IAA Consensus
บล.หยวนต้า (YUANTA)BUY฿45.0013,081IAA Consensus
บล.ดาโอ (DAOLSEC)BUY฿44.0010,691IAA Consensus
บล.บัวหลวง (BLS)BUY฿43.0030,228IAA Consensus
บล.ทิสโก้ (TISCO)HOLD฿43.0025,237IAA Consensus
บล.เคจีไอ (KGI)Outperform฿42.5020,777IAA Consensus
บล.เอเซีย พลัส (ASPS)HOLD฿42.0019,226IAA Consensus

เช็กลิสต์สำหรับนักลงทุนในการติดตามผลการดำเนินงาน (Monitoring Checklist)