เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2026 · งบการเงินรวม 1H2026 (สอบทานแล้ว) สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026 · ข้อมูล TTM คำนวณถึง 30 มิ.ย. 2026
รายได้จากการขาย 1H2026
฿5,807.57 ล้าน
กำไรสุทธิ (บริษัทใหญ่) 1H2026
฿304.03 ล้าน
-9.7% YoY · 2Q26 ฿208.65 ล้าน (+159% YoY)
งบ 2Q26อัตรากำไรขั้นต้น 1H2026
38.2%
ลดลงจาก 40.2% ใน 1H2025 · เป้า FY2026 37–39%
MD&A 2Q26เงินสดจากการดำเนินงาน 1H2026
฿622.45 ล้าน
Net IB D/E (รวมหนี้สินเช่า)
0.76x
จาก 0.50x ณ 31 ธ.ค. 2025 · หนี้สุทธิ/EBITDA TTM 2.9x
งบ 2Q26P/E · EV/EBITDA (TTM)
15.30x · 9.06x
กลุ่มเปรียบเทียบ P/E ค่ามัธยฐาน 13.7x
SETประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- กำไรลดลงจากต้นทุน ไม่ใช่จากยอดขาย: ปี 2025 กำไรสุทธิลด 44.2% เป็น ฿561.74 ล้าน ทั้งที่รายได้เพิ่ม 6.7% อัตรากำไรขั้นต้นลงจาก 45.0% เป็น 38.3% จากวัตถุดิบ (สารลดแรงตึงผิว) ที่แพงขึ้นและค่าเสื่อมราคาอาคารผลิตดูแลส่วนบุคคล ~฿96 ล้าน บริษัทระบุว่าปี 2026 อัตรากำไรขั้นต้นจะใกล้เคียงปี 2025 ก่อนปรับเป้าเป็น 37–39% ใน MD&A ไตรมาส 2
- ไตรมาส 2 ฟื้นตัว แต่ครึ่งปียังต่ำกว่าปีก่อน: 2Q26 กำไร ฿208.65 ล้าน จากอัตรากำไรขั้นต้น 38.4% และ SG&A ต่อยอดขาย 29.4% (ลดจาก 34.2%) แต่ 1H26 SG&A เพิ่ม 10.0% จากกิจกรรมส่งเสริมการขายในร้านค้าและค่าขนส่ง
- เงินสดไม่พอรองรับการลงทุนและปันผล: ใน 1H26 เงินสดจากการดำเนินงาน ฿622 ล้าน ไม่พอกับค่าลงทุน ฿1,500 ล้าน ปันผลจ่าย ฿405 ล้าน จึงต้องกู้ระยะสั้น ฿974 ล้าน และเบิกเงินกู้ระยะยาว ฿572 ล้าน หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวมเพิ่มเป็น ฿3,962 ล้าน
- ราคาสูงกว่าเป้าหมายของโบรกเกอร์ที่เปิดเผย: ราคา ฿27.00 สูงกว่า KGI ฿26.70 (ปลายปี 2027, 11 เท่า P/E) และ Finansia ฿23.50 (โพสต์ ก.ค. 2026) KGI คาดกำไร 2026 ไว้ที่ ฿648 ล้าน ซึ่งต้องการกำไร 2H26 ราว ฿344 ล้าน สูงกว่า 1H26 ราว 13%
- ปันผลสูงกว่านโยบายขั้นต่ำ: DPS ฿1.35 ให้ผลตอบแทน 5.0% แต่คิดเป็น 77% ของกำไรสุทธิ TTM ขณะที่นโยบายขั้นต่ำคือ 40% ของกำไรงบเฉพาะกิจการ และกำไรสะสมงบเฉพาะกิจการ ณ 30 มิ.ย. 2026 ฿836.7 ล้าน
Bull Case · มูลค่า ฿40.00
- กำไรสุทธิ 2027 ประมาณ ฿800 ล้าน (ผู้จัดทำประเมิน) เมื่ออัตรากำไรขั้นต้นกลับไปแถว 40% ตามที่ผู้บริหารตั้งเป้า
- โครงการขยายกำลังการผลิตครัวเรือนระยะที่ 1 และสินค้าใหม่ช่วยให้รายได้ยังโตสองหลัก
- ตลาดให้ P/E 15 เท่า (ระดับปัจจุบัน) บนกำไรที่โตขึ้น
Base Case · มูลค่า ฿30.33
- กำไรสุทธิ 2026 ราว ฿600 ล้าน (2H26 ทรงตัวกับ 1H26) และ 2027 ราว ฿700 ล้าน ต่ำกว่าประมาณการ KGI ประมาณ 4%
- รายได้โตสองหลักตามเป้าบริษัท ต้องการยอดขาย 2H26 โต 7.9% YoY ขั้นต่ำ
- ตลาดให้ P/E 13 เท่า ใกล้ค่ามัธยฐานของกลุ่มเปรียบเทียบ
Bear Case · มูลค่า ฿16.50
- อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า 37% ต่อเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าเสื่อมราคาโรงงานใหม่ กำไร 2027 ราว ฿450 ล้าน
- หนี้สุทธิ/EBITDA ที่สูงกว่า 2.9 เท่า จำกัดการปันผลและการลงทุน ตลาดให้ P/E 11 เท่า
- สินค้าเด็ก (-6.8% ใน 1H26) และส่งออก CLMV ที่อ่อนตัวลดยอดขายซ้ำ
มูลค่าต่อหุ้นในสถานการณ์ Bull/Base/Bear คำนวณโดยผู้จัดทำจากกำไร 2027 สมมติฐานและ P/E ที่ระบุในหัวข้อ 13 ไม่ใช่ประมาณการของบริษัทหรือของโบรกเกอร์ และไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขาย
2. ข้อมูลสรุป (Factsheet)
ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2026 · แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) · ข้อมูลล่าสุด 10 ต.ค. 2026 03:20 น.
ราคาปิด
฿27.00
ณ 9 ต.ค. 2026 · +0.93% วันนั้น
SETMarket Cap
฿8,100.00 ล้าน
หุ้นจดทะเบียน 300.00 ล้านหุ้น
SETP/E Ratio
15.30x
TTM · ตามที่ SET แสดง · กลุ่ม 21.85x
SETDividend Yield
5.00%
DPS ฿1.35 (ปี 2025 จ่าย 21 พ.ค. 2026) · YTD
SET52-Week Range
฿15.70 – ฿27.50
ราคาต่ำสุด–สูงสุด 1 ปี
SETEnterprise Value
฿12,000.51 ล้าน
EV/EBITDA (TTM) 9.06x · EBITDA TTM ฿1,324.9 ล้าน
SETFree Float
30.59%
ณ 12 มี.ค. 2026 · ต่างชาติถือ 1.36%
SET TH| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|
| ชื่อหลักทรัพย์ / บริษัท | บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) (Neo Corporate Public Company Limited) · สัญลักษณ์ NEO (ตามชื่อที่ SET TH ระบุ) |
| วันจัดตั้ง / วันเข้าตลาด | จัดตั้ง 7 พ.ย. 2532 · เข้าจดทะเบียน 9 เม.ย. 2567 · ราคาเสนอขาย IPO ฿39.00 มูลค่าที่ตราไว้ ฿1.00 · ที่ปรึกษาทางการเงิน TISCO |
| ทุนชำระแล้ว | ฿300.00 ล้าน (หุ้นสามัญ 300,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ ฿1.00) · ไม่มีหุ้นทุนซื้อคืนคงเหลือ |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 อันดับแรก (6 พ.ค. 2026) | น.ส. ณิศรา ถกลศรี 22.39% · น.ส. ณิชมน ถกลศรี 22.39% · นาย สุทธิเดช ถกลศรี 19.46% · นาง ปัทมา ถกลศรี 4.86% · PERSHING LLC 2.23% (ตระกูลถกลศรีรวม 69.09% ตามรายงาน 56-1) |
| กรรมการและผู้บริหารสำคัญ | นาย วีรพันธ์ พูลเกษ ประธานกรรมการ (กรรมการอิสระ) · นายสุทธิเดช ถกลศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) และรองประธานกรรมการ · น.ส. ณิชมน ถกลศรี และ น.ส. ณิศรา ถกลศรี กรรมการ · นาง ปัทมา ถกลศรี กรรมการ · กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ 3 ท่าน |
| ผู้สอบบัญชี / ความเห็น | EY Office Limited · ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข (Unqualified) ทุกงวดล่าสุด |
ชื่อกรรมการอ้างตามรายการภาษาไทยที่ SET แสดง ณ 9 ต.ค. 2026
3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)
อ้างอิงแบบ 56-1 One Report ปี 2025 และ MD&A 2Q26 · ข้อมูลรายได้ถึง 30 มิ.ย. 2026
NEO ทำการตลาด ผลิต และจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค (FMCG) โดยโรงงานหลักอยู่ที่ปทุมธานี ผ่านบริษัทย่อย Neo Factory Co., Ltd. ใช้โมเดลที่ผลิตสินค้าเอง ทำแบรนด์เอง และกระจายผ่านค้าปลีกสมัยใหม่เป็นหลัก ส่วนใหญ่ขายขาด (outright sales) แบรนด์ที่สำคัญคือ Fineline (ผ้าอ่อนนุ่มและน้ำยาซักผ้า) และ D-nee (ของใช้เด็กและวัยรุ่น) ซึ่งรวมกันคิดเป็นราว 69% ของยอดขาย
ห่วงโซ่คุณค่า: วัตถุดิบ → การผลิต → แบรนด์ → ช่องทางจำหน่าย
แบรนด์และกลุ่มสินค้า
| กลุ่มสินค้า | แบรนด์ (จุดเด่น) | ยอดขาย FY2025 (฿ล้าน) |
|---|
| ของใช้ในบ้าน (Household) | Fineline (ดูแลผ้า ซัก ปรับผ้านุ่ม รีดผ้า ดับกลิ่นอับ) · Smart (น้ำยาซักผ้า ต้านแบคทีเรีย ราคาจับต้องได้) · Tomi (ทำความสะอาดพื้นผิวในบ้าน) · LovliTails (สัตว์เลี้ยง เฉพาะน้ำยาทำความสะอาด) | 4,769.23 (44.4%) |
| ดูแลส่วนบุคคล (Personal Care) | BeNice (ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรผลไม้) · TROS (ดูแลชายครบชุด) · Eversense (น้ำหอมและดีโอสำหรับผู้หญิงวัยทำงาน) · Vivite (สารสกัดธรรมชาติ) · D-nee Young Adult · LovliTails (อาบน้ำและแต่งขนสัตว์เลี้ยง) | 3,011.21 (28.0%) |
| ของใช้เด็ก (Baby & Kids) | D-nee (รวม D-nee Kids และ D-nee Deluxe) ครอบคลุมผ้าอ่อนนุ่ม สบู่เหลว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดขวดนม และสินค้า Silver Age | 2,957.84 (27.6%) |
ช่องทางจำหน่ายและลูกค้า
- ค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ช่องทางหลัก ผ่านร้านมากกว่า 20,000 สาขา รวมไฮเปอร์มาร์เก็ตและซูเปอร์มาร์เก็ต ค้าส่ง ห้างสรรพสินค้า (สินค้าเด็ก) และร้านสะดวกซื้อ
- ค้าปลีกดั้งเดิม (Traditional Trade) กระจายทั่วประเทศ ถือเป็นช่องทางที่มีมูลค่าตลาดรองจากค้าปลีกสมัยใหม่
- ช่องทางพิเศษ: ร้านเฉพาะทางความงามและเภสัชกรรม (Watsons, Boots, Matsumoto Kiyoshi, Tsuruha) และการขายตรงให้ธุรกิจ เช่น ร้านซักรีด โรงแรม ร้านอาหาร และโรงพยาบาล
- ส่งออก: ผ่านผู้จัดจำหน่ายในประเทศ CLMV (เวียดนาม กัมพูชา ลาว เมียนมา) ส่งออก FY2025 ฿930.32 ล้าน (8.7%) ลดลงจาก ฿957.28 ล้านในปี 2024 และ ฿1,246.24 ล้านในปี 2023 · 1H26 ส่งออก ฿397 ล้าน (-23.9%) บริษัทไม่ได้ระบุสาเหตุการส่งออกโดยตรง ส่วนการบอยคอตสินค้าไทยในกัมพูชาระบุว่ากระทบยอดสินค้าเด็ก
- ลูกค้ารายใหญ่: ปี 2025 มีลูกค้ารายใหญ่ 2 ราย รวม ฿3,390 ล้าน หรือ 31.6% ของยอดขาย (ปี 2024: ฿2,778 ล้าน หรือ 27.6%)
กำลังการผลิตและการลงทุน
โรงงาน Neo Factory ที่คลองสิบสาม อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี (พื้นที่ราว 229 ไร่) มีกำลังการผลิตรวม 293,255 ตันต่อปี แบ่งเป็นของใช้ในบ้าน 245,700 ตัน และดูแลส่วนบุคคล 47,555 ตัน อัตราการใช้กำลังการผลิตในตารางของรายงาน 56-1 อยู่ที่ 72.1% มีระบบคลังสินค้าสำเร็จรูปอัตโนมัติ (ASRS)
ที่มา:
56-1 One Report 2025 หน้า 55–56 · ตารางในรายงานมีหัวคอลัมน์ 2022–2024 แต่ข้อความระบุช่วง 2023–2025 ผู้จัดทำใช้ตัวเลขนี้ตามที่ตารางแสดง โดยยังไม่ได้ยืนยันปีที่แน่นอน
ปี 2025 โรงงานส่วนดูแลส่วนบุคคลเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ และตอนนี้กำลังขยายกำลังการผลิตของอาคารผลิตภัณฑ์ครัวเรือนระยะที่ 1 ณ 30 มิ.ย. 2026 PP&E เพิ่มจาก ฿7,079 ล้าน เป็น ฿8,210 ล้าน (+฿1,131 ล้าน) ในครึ่งแรกปี 2026
จุดขายเชิงกลยุทธ์
- กลยุทธ์ Segment Creator: ขยายฐานลูกค้าด้วยสินค้าสำหรับกลุ่มใหม่ เช่น D-nee Young Adult และ LovliTails (สัตว์เลี้ยง เปิดตัวปี 2025)
- ส่วนแบ่งตลาดน้ำยาซักผ้า: ตามข้อมูล Nielsen ที่บริษัทอ้างถึง ส่วนแบ่งน้ำยาซักผ้าเหลวเพิ่มเป็น 31.6% (+362 bps YoY) และน้ำยาปรับผ้านุ่มเป็น 13.3% (+205 bps) ในไตรมาส 2
- บรรจุภัณฑ์: ระบบเติม (Refill Machine) สำหรับสบู่เหลว น้ำยาซักผ้า และน้ำยาปรับผ้านุ่ม เริ่มทดลอง 25 จุด และใช้พลาสติก PCR แล้ว 424 ตัน (สะสม ณ มิ.ย. 2026)
4. ผลประกอบการ (Financial Performance)
งบการเงินรวม · FY2023–FY2025 และ TTM มิ.ย. 2026 · EBITDA ตามนิยามของ SET (EBIT + ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย)
รายได้ กำไร และอัตรากำไร (หน่วย ฿ล้าน ยกเว้นที่ระบุ)| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | TTM มิ.ย. 2026 |
|---|
| รายได้จากการขาย | 9,484.35 | 10,062.22 | 10,738.27 | 5,173.04 | 5,807.57 | 11,372.80 |
| EBITDA (SET) | 1,461.06 | 1,749.29 | 1,293.50 | 684.71 | 716.10 | 1,324.89 |
| EBIT | 1,106.09 | 1,371.64 | 813.45 | 471.08 | 433.66 | 776.03 |
| กำไรสุทธิ (บริษัทใหญ่) | 829.63 | 1,008.23 | 561.74 | 336.53 | 304.03 | 529.24 |
| EPS (บาท) | 3.74 | 3.60 | 1.87 | 1.12 | 1.01 | 1.76 |
| อัตราการเติบโตรายได้ | n/a | +6.1% | +6.7% | +4.2% | +12.3% | n/a |
| EBITDA margin (EBITDA ÷ ยอดขาย) | 15.4% | 17.4% | 12.1% | 13.2% | 12.3% | 11.7% |
| Net margin (กำไร ÷ ยอดขาย) | 8.8% | 10.0% | 5.2% | 6.5% | 5.2% | 4.7% |
รายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (฿ล้าน)
รายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ
อัตรากำไร EBITDA และกำไรสุทธิ (%)
ที่มา: คำนวณจาก
SET Factsheet · ฐานตัวหารเป็นยอดขาย ไม่ใช่รายได้รวม ซึ่งต่างจากนิยามที่ SET ใช้ในอัตรากำไรสุทธิ
เปรียบเทียบงวดครึ่งปี 1H2025 กับ 1H2026
1H2025 เทียบ 1H2026 (฿ล้าน)
ที่มา:
MD&A 2Q26 หน้า 2 และ 5 · กำไรสุทธิเป็นส่วนของบริษัทใหญ่ ใน 1H26 ลดลง 9.7% เพราะ SG&A เพิ่ม 10.0% ในขณะที่ GPM ลดลง 2.0 จุด
ปัจจัยที่ทำให้กำไรไม่โต
- อัตรากำไรขั้นต้น: 1H26 อยู่ที่ 38.2% ต่ำกว่า 40.2% ใน 1H25 สาเหตุหลักคือราคาวัตถุดิบ (สารลดแรงตึงผิวจากปาล์ม) และสัดส่วนสินค้าครัวเรือนที่มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่า (47% จาก 43%)
- ค่าเสื่อม: ค่าเสื่อมราคาอาคารดูแลส่วนบุคคลและสาธารณูปโภคเพิ่มเป็น ~฿52 ล้านใน 1H26 จาก ฿27 ล้านใน 1H25
- ค่าขายและบริหาร: SG&A เพิ่ม 10.0% เป็น ฿1,806 ล้าน ส่วนใหญ่มาจากการส่งเสริมการขายในร้านค้า และค่าขนส่งจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
- ต้นทุนการเงิน: ต้นทุนการเงิน 1H26 ฿44.6 ล้าน เพิ่มจาก ฿42.2 ล้าน ขณะที่เงินกู้ใหม่ในครึ่งแรกปี 2026 รวม ฿1,546 ล้าน (ระยะสั้นและระยะยาว)
อัตรากำไรขั้นต้นและ SG&A ที่ใช้เป็นตัวเลขของ
MD&A 2Q26 หน้า 4–6 · บริษัทไม่เปิดเผยกำไรแยกตามส่วนงาน เพราะมีส่วนงานดำเนินงานเดียว (ดูหัวข้อ 7)
5. งบแสดงสถานะการเงินและกระแสเงินสด (Balance Sheet & Cash Flow)
งบการเงินรวม · ณ 31 ธ.ค. 2023, 2024, 2025 และ 30 มิ.ย. 2026 · งบกระแสเงินสด 1H2025 และ 1H2026
สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (฿ล้าน)| รายการ | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่า | 488.27 | 169.41 | 143.63 | 95.29 |
| ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น | 1,991.66 | 2,194.94 | 2,578.99 | 2,527.14 |
| สินค้าคงเหลือ | 772.11 | 924.42 | 1,062.29 | 1,475.80 |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E) | 3,642.47 | 5,329.01 | 7,079.20 | 8,210.47 |
| สินทรัพย์รวม | 7,287.04 | 10,934.12 | 11,583.18 | 12,875.78 |
| เงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร | n/a | 0.00 | 0.00 | 973.71 |
| เงินกู้ยืมระยะยาว (รวมส่วนที่ถึงกำหนดภายใน 1 ปี) | n/a | 2,529.69 | 2,656.37 | 2,906.65 |
| หนี้สินตามสัญญาเช่า (รวมส่วนหมุนเวียน) | n/a | 78.80 | 97.86 | 81.25 |
| หนี้สินรวม | 5,719.54 | 5,874.93 | 6,396.79 | 7,784.53 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (รวมส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม) | 1,567.50 | 5,059.19 | 5,186.39 | 5,091.25 |
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (฿ล้าน)
ที่มา:
SET Factsheet · สินทรัพย์รวมเพิ่ม 11.2% ในครึ่งแรกปี 2026 จากการลงทุน PP&E และสินค้าคงเหลือ
กระแสเงินสด
กระแสเงินสดรวม (฿ล้าน)| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 |
|---|
| เงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) | 1,440.68 | 1,002.61 | 672.84 | 364.63 | 622.45 |
| เงินสดใช้ไปในการลงทุน (CFI) | -1,095.20 | -3,601.32 | -376.00 | -516.32 | -1,462.96 |
| เงินสดจากการจัดหาเงิน (CFF) | -80.85 | 2,279.86 | -322.61 | 125.92 | 792.17 |
| ซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (ในกระแส CFI) | n/a | n/a | n/a | -1,029.52 | -1,500.46 |
| FCF โดยประมาณ (CFO − ค่าลงทุน PP&E − ซอฟต์แวร์) | n/a | n/a | n/a | n/a | -895.3 |
เงินทุนจัดหาจากหนี้ ไม่ใช่กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
- 1H26 เงินสดจากการจัดหาเงิน ฿792 ล้าน มาจากเงินกู้ระยะสั้น ฿974 ล้าน และเบิกเงินกู้ระยะยาว ฿572 ล้าน หักด้วยการชำระคืน ฿322 ล้าน และปันผลจ่าย ฿405 ล้าน
- สินค้าคงเหลือเพิ่ม 39% ใน 6 เดือนแรก (จาก ฿1,062 ล้าน เป็น ฿1,476 ล้าน) บริษัทอธิบายว่าเตรียมสต็อกรองยอดขายไตรมาสหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่เงินสดจากการดำเนินงานลดลง
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)
งบการเงินรวม · หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวมหนี้สินตามสัญญาเช่า · EBITDA TTM ตามนิยาม SET
IB D/E (รวมหนี้สินเช่า)
0.78x
30 มิ.ย. 2026 · YE2025 0.53x
งบ 2Q26Net IB D/E
0.76x
หักเงินสด ฿95.29 ล้าน · YE2025 0.50x
งบ 2Q26Net IB debt / EBITDA (TTM)
2.92x
YE2024 1.39x · YE2025 2.02x
SETEBIT / ต้นทุนการเงิน (TTM)
7.9x
FY2025 8.5x · FY2024 16.0x
56-1Total liabilities / equity
1.53x
D/E ตามที่ SET แสดง (รวมส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม)
SETภาระหนี้ระยะสั้น
฿1,616.6 ล้าน
ตั๋วเงินกู้ ฿973.7 + ส่วนที่ถึงกำหนด ฿642.9 (รวมสัญญาเช่า)
งบ 2Q26การคำนวณหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (฿ล้าน)| รายการ | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|
| เงินกู้ยืมระยะสั้น | 0.00 | 0.00 | 973.71 |
| เงินกู้ยืมระยะยาว (รวมส่วนที่ถึงกำหนด) | 2,529.69 | 2,656.37 | 2,906.65 |
| หนี้สินตามสัญญาเช่า | 78.80 | 97.86 | 81.25 |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม | 2,608.49 | 2,754.23 | 3,961.61 |
| เงินสดและรายการเทียบเท่า | 169.41 | 143.63 | 95.29 |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ | 2,439.08 | 2,610.60 | 3,866.32 |
ที่มา:
งบปี 2025 หมายเหตุ 16–17 ·
งบ 2Q26 (XLSX) · ผู้จัดทำรวมหนี้สินเช่าเข้าไปด้วย ตรงกับ EV ของ SET: ราคาตลาด ฿8,100 + หนี้สุทธิ ฿3,866.32 + NCI ฿34.19 = ฿12,000.51 ล้าน · รายงานของบริษัทคำนวณ IB D/E 1H26 ที่ 0.8x ซึ่งสอดคล้องกัน
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า)
เงื่อนไขทางการเงิน (Covenant)
สัญญาเงินกู้ระยะยาวมีเงื่อนไขให้รักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และอัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ (DSCR) ตามที่ระบุในสัญญา งบการเงินระบุว่าบริษัทปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ตลอดงวดที่ผ่านมา แต่ไม่ได้เปิดเผยระดับที่กำหนด จึงยังประเมินระยะห่างจากเงื่อนไขไม่ได้
วงเงินกู้ที่ได้รับ ณ สิ้นปี 2025 รวม ฿6,814 ล้าน (ของบริษัทเดี่ยว ฿1,361 ล้าน) และหลักประกันคือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร และการค้ำประกันจากบริษัทย่อย
7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments)
ยอดขายตามกลุ่มสินค้า · FY2025 และ 1H2026 · บริษัทมีส่วนงานดำเนินงานเดียว
ยอดขายจำแนกตามกลุ่มสินค้า (฿ล้าน และ % ของยอดขายรวม)| กลุ่มสินค้า | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | YoY 1H26 |
|---|
| ของใช้ในบ้าน | 4,127.25 (43.5%) | 4,178.45 (41.5%) | 4,769.23 (44.4%) | 2,241 (43%) | 2,757 (47%) | +23.0% |
| ดูแลส่วนบุคคล | 2,286.83 (24.1%) | 2,748.37 (27.3%) | 3,011.21 (28.0%) | 1,442 (28%) | 1,663 (29%) | +15.3% |
| ของใช้เด็ก | 3,070.28 (32.4%) | 3,135.40 (31.2%) | 2,957.84 (27.6%) | 1,490 (29%) | 1,388 (24%) | -6.8% |
| รวม | 9,484.35 | 10,062.22 | 10,738.27 | 5,173 | 5,808 | +12.3% |
สัดส่วนยอดขายตามกลุ่มสินค้า FY2025 (฿ล้าน)
ยอดขายตามภูมิศาสตร์ FY2025
ข้อจำกัดของการแบ่งส่วน
บริษัทรายงานกำไรสุทธิรวมเพียงส่วนงานเดียว ดังนั้นไม่มีการเปิดเผยกำไรขั้นต้นหรือกำไรแยกตามกลุ่มสินค้า ผู้จัดทำจึงประเมินเพียงแนวโน้มยอดขาย ไม่ได้ประเมินความสามารถทำกำไรของแต่ละกลุ่ม
8. ประวัติปันผล (Dividend History)
ข้อมูลปันผลจาก SET (ณ 9 ต.ค. 2026) · นโยบายปันผลจากแบบ 56-1
ปันผลต่อหุ้นและอัตราการจ่าย| ปีการดำเนินงาน | DPS (บาท) | วันจ่าย | กำไรสุทธิ (฿ล้าน) | Payout ผู้จัดทำคำนวณ | Payout ใน SET |
|---|
| FY2024 | 1.35 | 21 พ.ค. 2025 | 1,008.23 | 40.2% | ไม่แสดงใน SET |
| FY2025 | 1.35 | 21 พ.ค. 2026 | 561.74 | 72.1% | 64% |
| TTM มิ.ย. 2026 (จ่ายจริง) | 1.35 | 21 พ.ค. 2026 | 529.24 | 76.5% | 77% (YTD) |
ที่มา:
SET Factsheet · ตัวเลข 64% ของ SET สำหรับปี 2025 ไม่ตรงกับการคำนวณจาก DPS × 300 ล้านหุ้น ÷ กำไรสุทธิ (72.1%) ผู้จัดทำใช้การคำนวณของตนเองและไม่สามารถยืนยันฐานการคำนวณของ SET ได้ · อัตราผลตอบแทนปี 2025 ของ SET 7.30% = 1.35 ÷ ราคาสิ้นปี 2025 ฿18.50
เงินปันผลต่อหุ้น FY2024–FY2025 (บาท)
นโยบายปันผล
จ่ายไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยไม่เกินกำไรสะสมงบเฉพาะกิจการ และต้องคำนึงถึงการลงทุน เงินทุนหมุนเวียน และภาระผูกพันตามสัญญาเงินกู้
ประเด็นที่ต้องติดตาม: กำไรงบเฉพาะกิจการ 1H26 อยู่ที่ ฿103.29 ล้าน และกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรงบเฉพาะกิจการ ฿836.68 ล้าน ปันผลปี 2025 ฿405 ล้านนั้นเกินกำไรเฉพาะกิจการ 1H26 ทั้งหมด การรักษาอัตราจ่ายนี้ขึ้นกับกระแสเงินสดในครึ่งปีหลังและการกู้ยืม
9. เปรียบเทียบเพื่อน (Peer Comparison)
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ 9 ต.ค. 2026 · กลุ่ม Consumer Products / Personal Products & Pharmaceuticals และ Services / Commerce (KAMART)
เปรียบเทียบมูลค่าและค่าเฉลี่ยทางการเงิน| หลักทรัพย์ | Market Cap (฿ล้าน) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | EV/EBITDA (เท่า) | Dividend Yield (%) | ลักษณะธุรกิจ |
|---|
| NEO (หัวข้อนี้) | 8,100.00 | 15.30 | 1.60 | 9.06 | 5.00 | ของใช้ในบ้านและดูแลส่วนบุคคล |
| IP | 3,002.51 | 21.89 | 1.44 | 10.02 | 1.47 | ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ สำหรับคนและสัตว์เลี้ยง |
| MEGA | 29,425.60 | 13.43 | 2.84 | 8.42 | 4.74 | ยา อาหารเสริม และ FMCG |
| TMAN | 4,160.04 | 8.21 | 1.89 | 6.02 | 5.38 | ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (แบรนด์ตนเองและรับจ้าง) |
| KAMART | 9,239.98 | 14.04 | 2.63 | 11.36 | 6.12 | นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และของใช้ส่วนตัว |
| ค่ามัธยฐานของเพื่อน 4 ราย | 6,700 | 13.74 | 2.26 | 9.22 | 5.06 | |
ที่มา: SET Factsheet ของแต่ละหลักทรัพย์ (ข้อมูลตลาด 9 ต.ค. 2026):
NEO,
IP,
MEGA,
TMAN,
KAMART · ค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ SET แสดงในหน้า NEO: P/E 21.85 เท่า, P/BV 1.00 เท่า · Dividend Yield ของ IP, MEGA, TMAN และ KAMART เป็นค่า YTD ตามที่ SET แสดง
มูลค่าตลาดและ P/E เทียบกับกลุ่ม
ที่มา: SET Factsheet ทุกหลักทรัพย์ (9 ต.ค. 2026) · NEO อยู่ด้านซ้ายสุดเพื่อให้เห็นก่อนเพื่อน
NEO มี P/E 15.3 เท่า สูงกว่าค่ามัธยฐานกลุ่ม 13.7 เท่า แต่ต่ำกว่า IP (21.9 เท่า) P/BV 1.60 เท่าต่ำกว่ามัธยฐาน 2.26 เท่า และ EV/EBITDA 9.06 เท่าใกล้มัธยฐาน 9.22 เท่า ผู้จัดทำไม่ได้ใช้ BEAUTY เป็นเพื่อน เพราะเป็นผู้ค้าปลีกเครื่องสำอางและขาดทุนสุทธิจึงไม่มี P/E และแทนที่ด้วย KAMART ซึ่งจัดจำหน่ายเครื่องสำอางและของใช้ส่วนตัว
IP มีรายงานเดิมในระบบที่ใช้ข้อมูล 8 ต.ค. 2026 ตารางนี้ใช้ข้อมูล 9 ต.ค. 2026 ทั้งหมด
10. มุมมองอนาคต (Outlook)
เป้าหมายของบริษัทจาก MD&A 2Q26 และ 56-1 ปี 2025 · ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2026
เป้าหมายและแนวโน้มที่บริษัทเปิดเผย| ประเด็น | เป้าหมาย / แนวโน้มที่บริษัทระบุ | ตัวเลขล่าสุดเทียบกับเป้า |
|---|
| อัตรากำไรขั้นต้นปี 2026 | 37–39% (ปรับจากเป้าเดิมที่ใกล้เคียงปี 2025 คือ 38.3%) | 1H26 38.2% · 2Q26 38.4% |
| การเติบโตของรายได้ปี 2026 | เติบโตระดับสองหลัก (double-digit) | 1H26 +12.3% · ต้องการยอดขาย 2H26 ขั้นต่ำ ฿6,005 ล้าน หรือ +7.9% YoY |
| กำไรปี 2026 (ประมาณการโบรกเกอร์ KGI) | ฿648 ล้าน (+15%) | 1H26 ฿304 ล้าน · ต้องการ 2H26 ฿344 ล้าน หรือ +53% YoY |
| ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขาย | ควบคุมต่อเนื่องหลังลดกิจกรรมส่งเสริมการขายในร้าน | 1H26 31.1% · 2Q26 29.4% |
| การลงทุนขยายกำลังการผลิต | โรงงานครัวเรือนระยะที่ 1 (Phase 1) อยู่ในขั้นสุดท้าย และ Expansion 2 ดำเนินต่อ | PP&E เพิ่ม ฿1,131 ล้านใน 1H26 ค่าเสื่อมราคารวม 1H26 ฿282 ล้าน เทียบ ฿214 ล้านใน 1H25 |
| บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล | 100% ภายในปี 2030 · บรรจุภัณฑ์ใหม่เป้า ก.ย. 2026 | 79% (ลดลง 2%) · ยังไม่ยืนยันการเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ |
ปัจจัยภายนอกที่ฝ่ายบริหารติดตาม
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: โครงการ “ไทยชนะไทยพลัส (60/40)” และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยยอดขายไตรมาส 2 ตามที่บริษัทระบุ ผลต่อเนื่องหลังโครงการสิ้นสุดยังไม่ทราบ
- วัตถุดิบ: ราคาสารลดแรงตึงผิวและบรรจุภัณฑ์ที่สูงจากตลาดน้ำมันปาล์ม ประเทศอินโดนีเซียเริ่มนโยบาย B50 ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2026 ซึ่งอาจทำให้ราคาปาล์มสูง
- สภาพอากาศ: NOAA, IRI และ ECMWF คาดว่าเอลนีโญอาจเกิดปลายปี 2026 และต่อเนื่องปี 2027 ซึ่งกระทบผลผลิตและราคาวัตถุดิบ
- ต้นทุนพลังงานและการขนส่ง: ราคาน้ำมันและค่าขนส่งจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กระทบต้นทุนขนส่งที่บริษัทระบุว่าสูงขึ้นใน 1H26
ปฏิทินเหตุการณ์ที่ต้องติดตาม
- พ.ย. 2026: งบไตรมาส 3/2026 (ปีที่แล้วเผยแพร่ 13 พ.ย. 2025) เป็นจุดที่ต้องดูว่า GPM กลับเข้าช่วงเป้าหมาย 37–39% หรือไม่
- ก.พ. 2027: งบปี 2026 ตรวจสอบแล้ว (ปีที่แล้วยื่น 25 ก.พ. 2026) รวมมติปันผลประจำปี 2026
- เม.ย.–พ.ค. 2027: ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีและจ่ายปันผลตามปีที่แล้ว (จ่าย 21 พ.ค. 2026)
วันที่ของเหตุการณ์ในอนาคตอิงกับรอบการรายงานปีที่แล้ว ไม่ใช่กำหนดการที่บริษัทประกาศแล้ว
11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)
อ้างอิงแบบ 56-1 ปี 2025 หัวข้อ 2.2 (หน้า 73–82) และการวิเคราะห์ของผู้จัดทำจากตัวเลขงบการเงิน · ผู้จัดทำระบุสัญญาณที่สังเกตได้ของแต่ละความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักและสัญญาณเตือนที่ติดตามได้| ความเสี่ยง | ลักษณะและผลกระทบ | สัญญาณเตือนที่ติดตามได้ |
|---|
| 1. ลูกค้ารายใหญ่และช่องทางค้าปลีก | ค้าปลีกสมัยใหม่คือช่องทางหลัก ทำให้อำนาจต่อรองต่ำ ลูกค้ารายใหญ่ 2 รายคิดเป็น 31.6% ของยอดขาย FY2025 (27.6% ปี 2024) | ลูกค้า 2 รายรวมเกิน 35% ของยอดขายในงวดปี 2026 หรือส่วนลดการค้าเพิ่ม |
| 2. การกระจุกตัวของแบรนด์ | 9 แบรนด์ แต่ Fineline กับ D-nee คิดเป็นราว 69% ของยอดขาย หากสินค้าสองกลุ่มนี้ตก ผลประกอบการทั้งกลุ่มกระทบโดยตรง | ยอด Fineline หรือ D-nee ลดลงใน MD&A ไตรมาสถัดไป |
| 3. ต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่ง | สารลดแรงตึงผิวจากปาล์ม บรรจุภัณฑ์พลาสติก และพลังงาน กระทบอัตรากำไรขั้นต้นโดยตรง GPM FY2025 ลงจาก 45.0% เป็น 38.3% | GPM รายไตรมาสต่ำกว่า 37% หรือราคา B50 และเอลนีโญดันราคาปาล์มขึ้น |
| 4. หนี้สินและสภาพคล่อง | หนี้สุทธิที่มีภาระดอกเบี้ย/EBITDA เพิ่มจาก 1.4 เท่า (ปี 2024) เป็น 2.9 เท่า (TTM) เงินสดจากการดำเนินงานไม่พอค่าลงทุน ต้องพึ่งเงินกู้ระยะสั้น ฿974 ล้าน และสัญญาเงินกู้ระยะยาวมี covenant | IB D/E เกิน 0.8 เท่า หรือ ตั๋วเงินกู้ระยะสั้นยังค้างเมื่อสิ้นปี 2026 หรือ CFO น้อยกว่า capex อย่างต่อเนื่อง |
| 5. การลงทุนขยายกำลังการผลิต | โครงการระยะที่ 1 และ Expansion 2 ใช้เงินลงทุนสูง หากล่าช้าหรือยอดขายไม่รองรับกำลังการผลิตใหม่ ค่าเสื่อมเพิ่มกดอัตรากำไร (ค่าเสื่อมอาคารดูแลส่วนบุคคลราว ฿96 ล้านในปี 2025) | ต้นทุนก่อสร้างเกินงบ หรือกำลังการผลิตเดิม 72% ใช้งานไม่เพิ่มขึ้น |
| 6. ตลาดส่งออกและผู้จัดจำหน่าย | ส่งออก 8.7% ของยอดขาย FY2025 ลดลงเรื่อยๆ จาก 13.1% ในปี 2023 ใน 1H26 ส่งออกลด 23.9% (บริษัทระบุการบอยคอตในกัมพูชากระทบสินค้าเด็ก) | ยอดส่งออกรายไตรมาสลดต่อเนื่องหรือผู้จัดจำหน่ายรายหลักยกเลิกสัญญา |
| 7. ความต้องการสินค้าเด็ก | อัตราการเกิดลดลงและสังคมสูงวัยทำให้สินค้าเด็กลดลง ปี 2025 ลด 5.7% และ 1H26 ลด 6.8% | ยอดขาย Baby & Kids ลดลงต่อเนื่องสองไตรมาส |
| 8. ผู้ถือหุ้นใหญ่และสภาพคล่องหุ้น | ตระกูลถกลศรีถือ 69.09% ทำให้ free float เพียง 30.59% ราคาอาจผันผวนและซื้อขายน้อย | การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนถือหุ้นหรือ free float จากการเพิ่มทุน (ไม่มีเกณฑ์ตัวเลขที่ผู้จัดทำกำหนด) |
| 9. ปันผลเกินนโยบายและเงินสดขาดดุล | ปันผลปี 2025 เกินกำไรงบเฉพาะกิจการ 1H26 และ payout TTM 77% สูงกว่านโยบายขั้นต่ำ 40% ขณะที่กระแสเงินสดอิสระติดลบ | มติปันผลปี 2026 ต่ำกว่า ฿1.35 หรือบริษัทกู้เพื่อจ่ายปันผล |
| 10. กฎระเบียบ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม | ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ อาชีวอนามัย ความเสี่ยงด้านดิจิทัล และภัยพิบัติที่ไซต์โรงงาน (น้ำท่วม, ความร้อน) รวมถึงความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ | การเรียกคืนสินค้า หรือการหยุดโรงงานจากเหตุน้ำท่วม |
12. SWOT
ข้อมูลถึง 30 มิ.ย. 2026 · ประเมินจากตัวเลขในหัวข้อ 3–11
Strengths (จุดแข็ง)
- แบรนด์ที่ส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม: น้ำยาซักผ้าเหลวและน้ำยาปรับผ้านุ่ม (Nielsen ตามที่บริษัทอ้าง)
- ยอดขาย 1H26 โต 12.3% และ 2Q26 โต 18.0%
- ความสามารถในการผลิตเอง ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) และ SAP S/4HANA
- ROE 1H26 12.1% และผู้สอบบัญชี EY ให้ความเห็นไม่มีเงื่อนไขในงบล่าสุดทุกงวด
Weaknesses (จุดอ่อน)
- อัตรากำไรขั้นต้นต่ำลงจาก 45.0% (2024) เป็น 38.2% (1H26)
- เงินสดจากการดำเนินงานไม่พอค่าลงทุน FCF 1H26 ประมาณ −฿895 ล้าน
- หนี้สุทธิ/EBITDA 2.9 เท่า และ IB D/E 0.78 เท่า สูงสุดในรอบ 3 ปี
- ลูกค้ารายใหญ่ 2 รายรวม 31.6% และแบรนด์หลัก 2 แบรนด์รวม 69%
Opportunities (โอกาส)
- โรงงานครัวเรือนระยะที่ 1 และระบบเติม (Refill) ลดต้นทุนหน่วยในระยะยาว
- สินค้าสัตว์เลี้ยง LovliTails และ Silver Age เพื่อรองรับโครงสร้างประชากร
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศ
- ช่องทางออนไลน์และธุรกิจลูกค้า (โรงแรม โรงพยาบาล ร้านซักรีด)
Threats (อุปสรรค)
- ราคาปาล์มและวัตถุดิบจาก B50 อินโดนีเซียและเอลนีโญ
- การบอยคอตสินค้าไทยในกัมพูชาและการแข่งขันในค้าปลีกสมัยใหม่
- ความต้องการของเด็กลดลงจากอัตราการเกิด
- ต้นทุนดอกเบี้ยและการต่ออายุเงินกู้ระยะสั้น ฿974 ล้าน
13. มุมมองนักลงทุน (Investor View)
ราคา ณ 9 ต.ค. 2026 ฿27.00 · ข้อมูลงบการเงิน 1H2026 · ประมาณการของผู้จัดทำแยกจากของบริษัทและโบรกเกอร์
Bull · ฿40.00 (+48%)
- กำไรสุทธิ 2027 ฿800 ล้าน ต้องการอัตรากำไรขั้นต้นกลับแถว 40% และรายได้โตสองหลัก
- P/E 15 เท่า ใกล้ระดับปัจจุบันของ NEO และ KAMART (14.0 เท่า)
Base · ฿30.33 (+12%)
- กำไรสุทธิ 2027 ฿700 ล้าน (ต่ำกว่า KGI 4%)
- P/E 13 เท่า ใกล้ค่ามัธยฐานกลุ่ม 13.7 เท่า
Bear · ฿16.50 (−39%)
- กำไรสุทธิ 2027 ฿450 ล้าน จาก GPM ต่ำกว่า 37% และความต้องการเด็กลด
- P/E 11 เท่า และหนี้ที่ทำให้จ่ายปันผลได้จำกัด
ที่มาของตัวเลขมูลค่า (ประมาณการของผู้จัดทำ)
สมมติฐานและการคำนวณ (ไม่ใช่ประมาณการของบริษัทหรือโบรกเกอร์)| รายการ | Bear | Base | Bull |
|---|
| กำไรสุทธิปี 2027 (฿ล้าน) | 450 | 700 | 800 |
| EPS 2027 (บาท, 300 ล้านหุ้น) | 1.50 | 2.33 | 2.67 |
| P/E ที่ใช้ (เท่า) | 11 | 13 | 15 |
| มูลค่าต่อหุ้น (บาท) | 16.50 | 30.33 | 40.00 |
| เทียบกับราคา ฿27.00 | −39% | +12% | +48% |
| เทียบกับกำไร TTM ฿529 ล้าน | −15% | +32% | +51% |
ที่มา: กำไร TTM และราคาจาก
SET Factsheet · P/E ที่ใช้อ้างอิงจาก P/E ปลายปีของ NEO ที่ SET แสดง (ปี 2024: 10.9 เท่า, ปี 2025: 8.7 เท่า) และ KGI ใช้ 11 เท่า · กำไรปี 2027 เป็นสมมติฐานของผู้จัดทำ ไม่มีการรับรองจากบริษัท
มูลค่าต่อหุ้นตามสถานการณ์เทียบกับราคาและเป้าหมายโบรกเกอร์ (บาท)
เป้าหมายโบรกเกอร์ที่เปิดเผย (ข้อมูลระดับที่ 3 ระบุบ้านและวันที่)
| บ้านหลักทรัพย์ | คำแนะนำ | เป้าหมาย (บาท) | ฐานเป้าหมาย | วันที่โพสต์ | กำไรสุทธิปี 2026 ที่คาด |
|---|
| KGI Securities | Outperform | 26.70 | ปลายปี 2027, P/E 11 เท่า | 7 ก.ย. 2026 | ฿648 ล้าน (+15%) |
| Finansia Syrus | Buy | 23.50 | ไม่ระบุในบทความ | 13 ก.ค. 2026 | ฿541 ล้าน (−4%) |
รายการติดตาม (Monitoring Checklist)
- GPM รายไตรมาสเทียบกับเป้า 37–39% (ปัจจุบัน 1H26 38.2%)
- ยอดขาย 2H26 โตอย่างน้อย 7.9% YoY เพื่อให้รายได้ทั้งปีโตสองหลัก
- CFO เทียบกับค่าลงทุน และการลดลงของเงินกู้ระยะสั้น ฿974 ล้าน
- IB D/E รายไตรมาสเทียบกับ 0.78 เท่า และระดับ covenant ที่บริษัทยังไม่เปิดเผย
- สินค้าคงเหลือ (+39% ใน 1H26) และลูกหนี้การค้า
- ปันผลปี 2026 ที่บริษัทเสนอ เทียบกับกำไรงบเฉพาะกิจการ
- ส่วนแบ่งการตลาดน้ำยาซักผ้าและสินค้าเด็กรายไตรมาส
สรุปสำหรับการตัดสินใจ
ข้อมูลชี้ว่าประเด็นหลักของหุ้นนี้คือการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นกับความสามารถชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นหลังลงทุน ราคาปัจจุบันสะท้อนการฟื้นตัวบางส่วนแล้ว (P/E 15.3 เท่า TTM สูงกว่าค่ามัธยฐาน 13.7 เท่า ต่ำกว่า IP (21.9 เท่า) แต่สูงกว่า KAMART (14.0 เท่า) MEGA (13.4 เท่า) และ TMAN (8.2 เท่า)) และสูงกว่าเป้าหมายของโบรกเกอร์ที่เปิดเผย รายงานนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขาย