รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น MTI — บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

หนึ่งในผู้นำธุรกิจประกันวินาศภัยระดับท็อป 5 ของประเทศไทย ดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า 94 ปี ภายใต้การนำของ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ผนึกกำลังกลุ่มเมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้ง พันธมิตรระดับโลก Ageas และเครือข่ายกสิกรไทย ฐานะการเงินแข็งแกร่งด้วย CAR > 250% ไร้หนี้สินมีภาระดอกเบี้ย พร้อมผลตอบแทนปันผลสม่ำเสมอ — ข้อมูลตลาด ณ 2 ตุลาคม 2569 / งบการเงินงวด 1H2026 (30 มิ.ย. 2569)
Sector: ธุรกิจการเงิน / ประกันภัยและประกันชีวิต (Financials / Insurance)ราคาล่าสุด ฿21.4Market Cap ฿12,626 ล้านP/E 12.12 · P/BV 1.44Dividend Yield ~3.79%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมองค์กร สาระสำคัญเชิงกลยุทธ์ ผลประกอบการงวด 1H2026 และสมมติฐานการลงทุน — ข้อมูล ณ 2 ตุลาคม 2569
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿21.40 · ฿12,626 ล้าน
ท็อป 5 ประกันวินาศภัยไทย(SET Factsheet)
รายได้รวม 1H2026
฿10,344.62 ล้าน
เบี้ยประกันภัยรับขยายตัวแข็งแกร่ง(SET News 1H26)
กำไรสุทธิ 1H2026
฿663.87 ล้าน
เติบโต +14.45% YoY (EPS ฿1.13)(MD&A 2Q26)
P/E · P/BV
12.12x · 1.44x
BVPS ฿14.90 ต่อหุ้น(Settrade)
เงินปันผลปีล่าสุด
฿0.81 ต่อหุ้น
Dividend Yield 3.79%(Settrade Rights)
อันดับเครดิต & ธรรมาภิบาล
TRIS: A+ · ESG: AA
รางวัลบริหารงานดีเด่นอันดับ 1 สองปีซ้อน(OIC Awards)

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (SET: MTI / MTI.BK) คือหนึ่งในเสาหลักของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยที่มีประวัติศาสตร์การดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า 94 ปี บริษัทมีส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ในธุรกิจประกันวินาศภัยอยู่ในกลุ่มผู้นำ 5 อันดับแรกของประเทศ ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการส่งมอบความคุ้มครองที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับผู้บริโภค ภายใต้สโลแกนตราสินค้าอันทรงพลัง “ยิ้มได้ เมื่อภัยมา”

สาระสำคัญเชิงกลยุทธ์และจุดเด่นของผู้บริหาร (Executive & Strategic Highlights)

จุดเด่นทางการเงิน: ป้อมปราการเงินกองทุนไร้หนี้สิน (Zero Debt & High Solvency)
MTI ดำเนินธุรกิจโดยไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเลยแม้แต่บาทเดียว (Interest-Bearing Debt = ฿0.00) โดยหนี้สินรวม ฿20,465.34 ล้านบาท เป็นเงินสำรองตามสัญญาประกันภัยเพื่อคุ้มครองผู้ถือกรมธรรม์ ขณะที่อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio: CAR) สูงกว่า 250% เกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของสำนักงาน คปภ. ที่กำหนดไว้ 140% อย่างมั่นคง

Bull Case (เป้าหมาย ฿26.50 · Upside +23.8%)

  • Combined Ratio ลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 88% จากการขยายพอร์ต Non-Motor มาร์จิ้นสูง
  • ระบบ MTI Claim AI และการคัดกรองเบี้ยรถยนต์ EV ช่วยลด Loss Ratio ลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • รายได้จากการลงทุนสุทธิ (ROI) เติบโตเด่น >4.5% ตามภาวะตลาดทุนฟื้นตัว
  • EPS ปี 2026E แตะ ฿2.12 และเงินปันผลขยับขึ้นแตะ ฿1.05 ต่อหุ้น (Yield 4.9%)

Base Case (เป้าหมาย ฿22.80 · Upside +6.5%)

  • เบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโตตามเป้าหมายอุตสาหกรรม 4–5% YoY หนุนโดยช่องทาง Bancassurance
  • Combined Ratio ควบคุมอยู่ในกรอบ 90–92% Loss Ratio คงที่บริเวณ 60–62%
  • กำไรสุทธิทั้งปี 2569E แตะ ฿1,150–1,200 ล้านบาท (+20–25% YoY เทียบกับปี 2568)
  • เงินปันผลปี 2569E อยู่ที่ ฿0.88–0.90 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.1–4.2%

Bear Case (แนวรับ ฿17.20 · Downside -19.6%)

  • เผชิญภัยพิบัติน้ำท่วมปลายปีในพื้นที่เศรษฐกิจ ส่งผลให้ Loss Ratio กลุ่มทรัพย์สินพุ่งสูง
  • ต้นทุนอะไหล่และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เร่งตัวขึ้นฉุดกำไรพอร์ต Motor
  • ตลาดหุ้นปรับฐานฉุดผลตอบแทนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของพอร์ตเงินลงทุน
  • กำไรสุทธิชะลอตัว Valuation ถูก De-rate สู่ระดับ P/E ต่ำกว่า 10 เท่า หรือใกล้เคียง Book Value

2. ข้อมูลสรุปหลักทรัพย์ (Factsheet)

ข้อมูลสถิติตลาด โครงสร้างเงินทุน และรายละเอียดนิติบุคคล — ข้อมูลตลาด ณ 2 ตุลาคม 2569
ราคาหุ้นล่าสุด
฿21.40
52W Range: ฿14.70 – ฿22.40(Settrade)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿12,626 ล้าน
จำนวน 590.00 ล้านหุ้น (พาร์ ฿1)(SET)
P/E Ratio (TTM)
12.12 เท่า
กำไรสุทธิ TTM ฿1,041.43M(SET Factsheet)
P/BV Ratio
1.44 เท่า
BVPS ฿14.90 ต่อหุ้น(Settrade)
อัตราเงินปันผลตอบแทน
3.79%
DPS ฿0.81 จ่าย 12 พ.ค. 2569(SET Rights)
ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float)
37.41%
ข้อมูล ณ 13 มี.ค. 2569(SET Major)
เพดานผู้ถือหุ้นต่างด้าว
24.99%
ถือจริงประมาณ 12.35% (Ageas)(Foreign Limit)
ความเพียงพอของเงินกองทุน
> 250%
เกณฑ์ คปภ. ขั้นต่ำ 140%(OIC CAR Disclosure)

รายละเอียดนิติบุคคลและโครงสร้างการจดทะเบียน (Company Profile)

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อบริษัทภาษาไทย บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษ Muang Thai Insurance Public Company Limited (MTI)
เลขทะเบียนนิติบุคคล 0107551000151 (เดิม บมจ. 777)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ ธุรกิจการเงิน (Financials) / ประกันภัยและประกันชีวิต (Insurance)
วันที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 29 กันยายน 2551 (จากการควบรวมระหว่าง บมจ.เมืองไทยประกันภัยเดิม และ บมจ.ภัทรประกันภัย)
ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 590,000,000 บาท (จำนวน 590,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาท/หุ้น)
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 252 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
ประธานกรรมการ นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ
กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางนวลพรรณ ล่ำซำ
ผู้สอบบัญชี บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด

โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (Major Shareholders ณ 13 มีนาคม 2569)

ลำดับ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น (หุ้น) สัดส่วน (%)
1 บริษัท เมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด 117,999,990 20.00%
2 นางนวลพรรณ ล่ำซำ 85,194,750 14.44%
3 AGEAS INSURANCE INTERNATIONAL N.V. (บัญชีที่ 1) 49,560,000 8.40%
4 บริษัท เมืองไทยโฮลดิ้ง จำกัด 30,678,510 5.20%
5 AGEAS INSURANCE INTERNATIONAL N.V. (บัญชีที่ 2) 22,441,130 3.80%
6 นายไพโรจน์ ล่ำซำ 16,890,100 2.86%
7 นายบรรยงค์ ล่ำซำ และนางนาถฤดี วีระเมธีกุล 13,770,000 2.33%
8 บริษัท ภัทรสัมพันธ์ จำกัด 13,766,800 2.33%
9 นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ 13,380,010 2.27%
10 บริษัท สังขะพงษ์ จำกัด 9,908,980 1.68%

หมายเหตุ: กลุ่ม Ageas Insurance International N.V. ถือหุ้นรวมกันทั้ง 2 บัญชี คิดเป็นสัดส่วน 12.20% ของทุนชำระแล้ว (56-1 One Report)

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

สายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย ช่องทางจัดจำหน่าย และห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ — ข้อมูล ณ 2 ตุลาคม 2569

เมืองไทยประกันภัย ดำเนินธุรกิจรับประกันวินาศภัยทุกประเภทอย่างครบวงจร (Non-Life Comprehensive Insurance) โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ารายบุคคล (Retail Clients) และกลุ่มธุรกิจองค์กร (Commercial & Corporate Clients) พร้อมทั้งการยกระดับบริการสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลแบบ End-to-End

1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยหลัก 4 ประเภท (Core Product Lines)

  1. การรับประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance) — สัดส่วน ~54%:
    ครอบคลุมทั้งการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจ (ชั้น 1, ชั้น 2+, ชั้น 3+) นำเสนอผลิตภัณฑ์เรือธง เช่น “เมืองไทยขับดี ขับน้อย จ่ายน้อย” ที่ใช้ข้อมูลระยะทางและพฤติกรรมการขับขี่ รวมถึงการพัฒนาแพ็กเกจคุ้มครอง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง และระบบตรวจสอบประวัติการเคลมด้วยระบบดิจิทัล
    (แบรนด์หลัก: เมืองไทย Smile Motor, เมืองไทย Type 1, EV Protection)

  2. ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ (PA & Health) — สัดส่วน ~22%:
    ผลิตภัณฑ์ดาวเด่นที่สร้างการเติบโตและอัตรากำไรสูง ได้แก่ ประกันสุขภาพเหมาจ่าย “Health Trust”, ประกันสุขภาพสำหรับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ (Silver Age), ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA Family / PA อุ่นใจ) และประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ “MTI Happy Trip” ที่รองรับการซื้อและคุ้มครองแบบเรียลไทม์ผ่านระบบออนไลน์
    (แบรนด์หลัก: Health Trust, MTI Happy Trip, PA อุ่นใจ)

  3. ประกันทรัพย์สินและอัคคีภัย (Property & Fire) — สัดส่วน ~15%:
    ให้ความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่อาศัย โรงงาน และอาคารพาณิชย์ จากอัคคีภัย ภัยธรรมชาติ ลมพายุ และแผ่นดินไหว ตลอดจนการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risks: IAR) สำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยมีการกระจายความเสี่ยงผ่านสัญญารับประกันภัยต่อ (Reinsurance Treaty) กับบริษัทรับประกันภัยต่อระดับโลก
    (ผลิตภัณฑ์: ประกันบ้านยิ้มได้, ประกันอัคคีภัย SME, IAR Corporate)

  4. ประกันภัยเบ็ดเตล็ด ขนส่ง และวิศวกรรม (Marine & Misc) — สัดส่วน ~9%:
    การประกันภัยการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและภายในประเทศ (Marine Cargo), ประกันภัยตัวเรือ (Marine Hull), ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (Public Liability), ประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่ (D&O), ประกันภัยการติดตั้งเครื่องจักร (EAR/CAR) และประกันภัยความเสี่ยงไซเบอร์ (Cyber Insurance)

2. สถาปัตยกรรมช่องทางการจัดจำหน่าย (Omni-Channel Distribution)

3. โครงข่ายการให้บริการและระบบสนับสนุน (Operational & Claims Network)

เมืองไทยประกันภัยมีเครือข่ายศูนย์บริการลูกค้าและสำนักงานสาขาทั่วทุกภูมิภาคกว่า 20 แห่ง พร้อมทั้งมีเครือข่ายอู่ซ่อมมาตรฐาน อู่ในสัญญา และศูนย์บริการซ่อมของห้างตัวแทนจำหน่ายรถยนต์กว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยี MTI Quick Claim และระบบสำรวจภัยผ่านวิดีโอคอล (Video Call Claims) มาให้บริการ ทำให้การอนุมัติเคลมสะดวกรวดเร็วและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

รายได้จากการประกันภัย รายได้เงินลงทุน กำไรสุทธิ และอัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร — ข้อมูลล่าสุดงวด 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569)
รายการ (หน่วย: ล้านบาท) FY2023 FY2024 FY2025 1H2025 1H2026 TTM (มิ.ย. 69)
รายได้จากการประกันภัย (Insurance Revenue) 16,875.33 18,601.50 19,379.85 9,210.00 9,780.00 19,949.85
รายได้จากการลงทุนสุทธิและรายได้อื่น 820.50 1,215.20 912.40 440.00 564.62 1,037.02
รายได้รวม (Total Revenue) 17,695.83 19,816.70 20,292.25 9,650.00 10,344.62 20,986.87
ค่าใช้จ่ายบริการประกันภัยและสินไหมทดแทน 13,540.20 14,120.40 15,480.30 7,420.00 7,810.00 15,870.30
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการบริหาร 3,335.63 3,716.30 3,620.40 1,500.00 1,690.00 3,810.40
กำไรสุทธิ (Net Profit) 655.46 1,501.34 957.61 580.05 663.87 1,041.43
กำไรต่อหุ้น (EPS - บาท)* 1.11 2.54 1.62 0.98 1.13 1.77
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin %) 3.88% 8.07% 4.94% 6.01% 6.42% 5.17%

*หมายเหตุ: EPS ในตารางคำนวณปรับย้อนหลังตามจำนวนหุ้น 590 ล้านหุ้น (พาร์ 1 บาท) เพื่อการเปรียบเทียบที่สอดคล้อง (SETTRADE)

รายได้จากการประกันภัย รายได้รวม และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (฿ล้าน)
แนวโน้มอัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร (Margin Trends %) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
ผลการดำเนินงานเปรียบเทียบงวด 6 เดือน: 1H2025 vs 1H2026 (฿ล้าน)

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet & Financial Position)

สินทรัพย์รวม หนี้สินรวมตามสัญญาประกันภัย และส่วนของผู้ถือหุ้น — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569

การตรวจสอบความสมบูรณ์ทางบัญชี (Accounting Identity Balance Check)
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569: สินทรัพย์รวม ฿29,255.34 ล้านบาท = หนี้สินรวม ฿20,465.34 ล้านบาท + ส่วนของผู้ถือหุ้น ฿8,790.00 ล้านบาท (ตรวจสอบความสมบูรณ์ทางบัญชีตรงกัน 100.00% ไม่มีส่วนต่าง)

รายการ (หน่วย: ล้านบาท) 31 ธ.ค. 2023 31 ธ.ค. 2024 31 ธ.ค. 2025 30 มิ.ย. 2026
เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินฝากสถาบันการเงิน 2,950.40 3,120.50 2,850.30 2,910.20
สินทรัพย์ลงทุนทางการเงิน (ตราสารหนี้ ตราสารทุน กองทุนรวม) 18,450.20 19,850.30 18,920.40 18,650.14
สินทรัพย์สัญญาประกันภัยและประกันภัยต่อรับล่วงหน้า 7,120.30 6,850.40 5,420.20 5,310.00
ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 2,859.46 2,551.78 2,381.06 2,385.00
รวมสินทรัพย์ (Total Assets) 31,380.36 32,372.98 29,571.96 29,255.34
หนี้สินสัญญาประกันภัย (สำรองเบี้ยประกันภัย & สินไหม) 21,450.20 22,150.30 18,520.40 17,850.14
หนี้สินอื่นและภาษีเงินได้ค้างจ่าย 3,847.55 3,752.19 2,772.48 2,615.20
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Interest-Bearing Debt) 0.00 0.00 0.00 0.00
รวมหนี้สิน (Total Liabilities) 25,297.75 25,902.49 21,292.88 20,465.34
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 590.00 590.00 590.00 590.00
กำไรสะสมและองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น 5,492.61 5,880.49 7,689.08 8,200.00
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity) 6,082.61 6,470.49 8,279.08 8,790.00
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 31,380.36 32,372.98 29,571.96 29,255.34
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS - บาท) 10.31 10.97 14.03 14.90
โครงสร้างงบแสดงฐานะการเงิน: ส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สินรวม และสินทรัพย์รวม (฿ล้าน)

6. โครงสร้างหนี้สินและเงินกองทุน (Leverage & Capital Adequacy)

การวิเคราะห์ภาระหนี้สิน ความมั่นคงของฐานะเงินกองทุนตามกฎหมาย (RBC Framework) — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569

ธุรกิจประกันวินาศภัยมีโครงสร้างเงินทุนที่แตกต่างจากธุรกิจการค้าทั่วไป โดยบริษัทไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินหรือออกหุ้นกู้ แต่ใช้เงินสำรองประกันภัย (Insurance Float) ที่ได้รับจากเบี้ยประกันภัยล่วงหน้ามาเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการลงทุนสร้างผลตอบแทน

หนี้สินมีภาระดอกเบี้ย (IBD)
฿0.00 ล้าน
ปลอดเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน(Balance Sheet)
IBD / Equity Ratio
0.00 เท่า
โครงสร้างทุนปลอดความเสี่ยงดอกเบี้ย(SET Factsheet)
อัตราส่วนเงินกองทุน (CAR)
> 250%
เกณฑ์ขั้นต่ำ คปภ. 140%(OIC Disclosure)
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/Equity) และ Net IBD/Equity — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026

ความมั่นคงของเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Capital: RBC)

7. สัดส่วนธุรกิจและเบี้ยประกันภัย (Business Segments)

โครงสร้างเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงแยกตามประเภทการรับประกันภัย — ข้อมูลประจำปี 2568 และแนวโน้ม 2569
ประเภทการรับประกันภัย สัดส่วน (%) เบี้ยโดยประมาณ (฿ล้าน)
1. การประกันภัยรถยนต์ (Motor) 54.0% 10,493.3
2. การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและสุขภาพ (PA & Health) 22.0% 4,275.0
3. การประกันอัคคีภัยและทรัพย์สิน (Fire & Property) 15.0% 2,914.8
4. การประกันภัยวิศวกรรมและความรับผิดเบ็ดเตล็ด (Engineering & Misc) 7.0% 1,360.2
5. การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine Cargo & Hull) 2.0% 388.7
รวมเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงทั้งสิ้น 100.0% 19,432.0
สัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงแยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ (%)

8. นโยบายและประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

สถิติการจ่ายเงินปันผล อัตราผลตอบแทน และนโยบายการจัดสรรกำไร — ข้อมูล ณ 2 ตุลาคม 2569

บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยพิจารณาถึงแผนการขยายธุรกิจ เงินกองทุนตามเกณฑ์ RBC และสภาพคล่องทางการเงิน

รอบผลประกอบการ เงินปันผลต่อหุ้นเดิม (พาร์ 10) เงินปันผลปรับปรุง (พาร์ 1 บาท) วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่จ่ายเงินปันผล Dividend Yield
ปี 2566 (FY2023) ฿5.00 ฿0.50 11 มี.ค. 2567 14 พ.ค. 2567 3.85%
ปี 2567 (FY2024) ฿8.00 ฿0.80 11 มี.ค. 2568 13 พ.ค. 2568 4.62%
ปี 2568 (FY2025) — ฿0.81 11 มี.ค. 2569 12 พ.ค. 2569 3.79%
ปี 2569E (ประมาณการ) — ฿0.88–0.90 มี.ค. 2570 (E) พ.ค. 2570 (E) 4.11–4.21%
เงินปันผลต่อหุ้น (Dividend Per Share: DPS ฿/หุ้น ปรับปรุงตามพาร์ 1 บาท) — FY2023 → 2026E

9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การเปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ อัตราส่วนประเมินมูลค่า และผลตอบแทนกับกลุ่มประกันภัยชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฯ — ข้อมูล ณ 2 ตุลาคม 2569
หลักทรัพย์ ราคา (฿) Market Cap (฿ล้าน) P/E (เท่า) P/BV (เท่า) Div Yield (%) อันดับเครดิตสากล/ในประเทศ
MTI (เมืองไทยประกันภัย) 21.40 12,626.00 12.12x 1.44x 3.79% TRIS: A+ (Stable)
BKIH (บีเคไอ โฮลดิ้งส์) 387.00 40,265.00 10.26x 1.22x 4.52% S&P: A- (Stable)
TIPH (ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์) 25.00 14,857.00 13.44x 1.62x 5.30% S&P: BBB+ (Stable)
BLA (กรุงเทพประกันชีวิต) 24.50 41,835.00 5.77x 0.74x 3.51% Fitch: A+ (tha)
THRE (ไทยรับประกันภัยต่อ) 0.61 2,571.00 16.25x 0.65x 3.28% Fitch: A- (tha)
เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (฿ล้าน) และ P/E Multiple ในกลุ่มธุรกิจประกันภัย

บทวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงมูลค่า (Valuation & Quality Takeaways)
MTI ซื้อขายที่ระดับ P/E 12.12 เท่า ซึ่งต่ำกว่า TIPH (13.44 เท่า) และ THRE (16.25 เท่า) ขณะที่มีอัตราการทำกำไรสุทธิและความสามารถในการกระจายผลิตภัณฑ์ที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ MTI ยังมีจุดแข็งสำคัญในด้าน Brand Image และช่องทาง Bancassurance ของธนาคารกสิกรไทยที่คู่แข่งรายอื่นยากจะลอกเลียนแบบได้

10. มุมมองสู่อนาคตและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ (Outlook & Catalysts)

ทิศทางการเติบโต แผนยุทธศาสตร์ 3 ปี และปัจจัยขับเคลื่อนมูลค่า — ข้อมูล ณ 2 ตุลาคม 2569

เมืองไทยประกันภัยมุ่งเน้นยุทธศาสตร์ “Smart Insurer with a Heart” โดยผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับหัวใจบริการ พร้อมผลักดันเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

เสาหลักยุทธศาสตร์การเติบโต (Key Growth Drivers)

11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors & Mitigation)

การประเมินความเสี่ยงรอบด้าน 6 หมวดหมู่ ตัวแปรชี้วัด ผลกระทบ และกลยุทธ์ป้องกัน — ข้อมูล ณ 2 ตุลาคม 2569
หมวดความเสี่ยง ปัจจัยจุดชนวน (Triggers) ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น กลยุทธ์การป้องกันและบริหารจัดการ (Mitigation)
1. มหันตภัยธรรมชาติ (Catastrophe Risk) อุทกภัย พายุโซนร้อน แผ่นดินไหว และ Climate Change ยอดเคลมสินไหมประกันทรัพย์สินและรถยนต์พุ่งสูงฉับพลัน จัดทำสัญญา Catastrophe Excess of Loss Treaty กับบริษัทรับประกันภัยต่อระดับโลก และจำกัดเพดานความเสียหายสุทธิ
2. เงินเฟ้อค่าซ่อมและ EV (Claims Inflation & EV) ราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าสูง ค่าแรงช่างเฉพาะทาง และอะไหล่ล่าช้า Loss Ratio พอร์ตประกันรถยนต์ขยับสูง ฉุดอัตรากำไร คัดกรองเบี้ยตามประวัติขับขี่ ทำสัญญาเหมาจ่ายกับอู่มาตรฐาน และตรวจจับความเสียหายด้วย AI
3. ความผันผวนตลาดเงิน (Investment Market Risk) ดอกเบี้ยนโยบายผันผวน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับฐาน มูลค่ายุติธรรมของพอร์ตลงทุนลดลง กระทบกำไรเบ็ดเสร็จ จัดสรรเงินกว่า 70% ในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ Investment Grade
4. การประกันภัยต่อ (Reinsurance Counterparty) บริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศประสบปัญหาฐานะการเงิน เรียกเงินชดเชยสินไหมล่าช้า หรือเกิดหนี้สูญ กำหนดเกณฑ์เลือกผู้รับประกันภัยต่อต้องมีอันดับเครดิตไม่ต่ำกว่า A- Rating
5. กฎเกณฑ์และ TFRS 17 (Regulatory Risk) การบังคับใช้ TFRS 17 เต็มรูปแบบ และการปรับเกณฑ์ RBC ของ คปภ. ความผันผวนในการบันทึกรายได้และเงินสำรองประกันภัย มีคณะทำงานคณิตศาสตร์ประกันภัยร่วมกับทีม Ageas และรักษาระดับ CAR สูงกว่า 250%
6. ความเสี่ยงไซเบอร์และ PDPA (Cyber & PDPA) การโจมตีเครือข่าย ข้อมูลส่วนบุคคลและสุขภาพผู้เอาประกันรั่วไหล เสียชื่อเสียงองค์กร มีความรับผิดทางกฎหมายตาม PDPA ได้รับรอง ISO/IEC 27001 มีระบบ Cloud Security และ Disaster Recovery Center

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กรเชิงกลยุทธ์ — ข้อมูล ณ 2 ตุลาคม 2569

จุดแข็ง (Strengths)

จุดอ่อน (Weaknesses)

โอกาส (Opportunities)

อุปสรรคและความเสี่ยง (Threats)

13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View & Scenarios)

สรุปคำแนะนำเชิงยุทธศาสตร์ ฉากทัศน์การประเมินมูลค่าเป้าหมาย และรายการตรวจสอบที่ต้องติดตาม — ข้อมูล ณ 2 ตุลาคม 2569

ฝ่ายวิเคราะห์ตราสารทุนมีมุมมอง “เชิงบวกอย่างระมัดระวัง” (Cautiously Positive) ต่อหุ้น MTI โดยมองว่า MTI เป็นหุ้นคุณค่า (Value Stock) ที่มีป้อมปราการทางธุรกิจสูง (High Economic Moat) จากพลังของแบรนด์ ช่องทาง Bancassurance ของกสิกรไทย ฐานะการเงินที่ไร้หนี้สินเงินกู้ และการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอในระดับ Yield 3.8–4.2% ต่อปี

ตัวแปรสมมติฐาน Bear Case (ถดถอย) Base Case (กรณีฐาน) Bull Case (เติบโตเด่น)
น้ำหนักความน่าจะเป็น (Probability) 20% 60% 20%
การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวม (YoY) 0% ถึง +2% +4% ถึง +6% +8% ถึง +10%
Combined Ratio (%) 94.5% 90.5% 87.0%
ผลตอบแทนเงินลงทุนสุทธิ (ROI %) 3.2% 4.0% 4.8%
กำไรสุทธิคาดการณ์ปี 2569E (฿ล้าน) 880.00 1,180.00 1,420.00
กำไรต่อหุ้นคาดการณ์ปี 2569E (EPS - ฿) ฿1.49 ฿2.00 ฿2.41
Target P/E Multiple (เท่า) 11.5x 11.4x 11.0x
ราคาเป้าหมายประเมิน (Target Price - ฿) ฿17.20 ฿22.80 ฿26.50
ผลตอบแทนจากราคาปัจจุบัน (฿21.40) -19.6% +6.5% +23.8%
คาดการณ์เงินปันผลต่อหุ้นปี 2569E (DPS - ฿) ฿0.70 ฿0.88 ฿1.05
คาดการณ์ Dividend Yield (%) 3.27% 4.11% 4.91%

รายการตรวจสอบสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม (Investor Monitoring Checklist)

  1. การควบคุม Loss Ratio ของพอร์ตประกันภัยรถยนต์ EV: ติดตามรายงานรายไตรมาสว่าค่าสินไหมทดแทนกลุ่ม EV มีเสถียรภาพหรือเริ่มส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหรือไม่
  2. รายได้เงินปันผลและดอกเบี้ยรับจากพอร์ตเงินลงทุน: ตรวจสอบผลตอบแทนจากการลงทุนสุทธิในภาวะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขาลง
  3. ความคืบหน้าของมาตรการกำกับดูแลจาก คปภ.: ติดตามการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐาน TFRS 17 เต็มรูปแบบ และการประกาศปรับปรุงเกณฑ์เงินกองทุน RBC
  4. ฤดูกาลมรสุมและอุทกภัยช่วงไตรมาส 3–4: ติดตามระดับน้ำและความเสียหายจากภัยธรรมชาติช่วงปลายปี ซึ่งเป็นปัจจัยผันผวนระยะสั้นที่สำคัญที่สุดของหุ้นกลุ่มประกันวินาศภัย
  5. ยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศและสินเชื่อเช่าซื้อ: ทิศทางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่จะส่งผลต่อเบี้ยประกันภัยรถยนต์ปีแรก (First-Year GWP)