รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น MOTHER — บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)

ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำในภาคใต้ตอนล่าง ดำเนินธุรกิจผ่านเครือข่ายร้าน "Mother Supermarket" เจาะกลุ่มชุมชนท้องถิ่น และ "Mother Marché" ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ ครอบคลุม 22 สาขาในจังหวัดกระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี พร้อมศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่ง เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อต้นปี 2568 ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 (1H2026) เติบโตก้าวกระโดด รายได้รวมแตะ ฿780.33 ล้านบาท (+8.22% YoY) และกำไรสุทธิ ฿14.56 ล้านบาท (+12.25% YoY) หนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน การขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง และโครงสร้างเงินทุนแข็งแกร่งด้วยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่ำ (IBD/E 0.19 เท่า) หลังนำเงินระดมทุน IPO ชำระคืนเงินกู้ยืม ซื้อขายที่ P/E 11.94 เท่า และ P/BV 1.13 เท่า พร้อมจ่ายปันผลสม่ำเสมอ Yield 3.18% — ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2026 / งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
Sector: บริการ / พาณิชย์ (Services / Commerce - mai)ราคาล่าสุด ฿1.08Market Cap ฿309 ล้านP/E 11.94 · P/BV 1.13Dividend Yield ~3.18%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมการลงทุน สถานะทางการเงิน และประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ — ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2026

บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) (mai: MOTHER) ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคระดับภูมิภาคชั้นนำของภาคใต้ ก่อตั้งและสั่งสมความเชี่ยวชาญในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานีมายาวนานกว่า 40 ปี ปัจจุบันดำเนินธุรกิจผ่าน 2 แบรนด์หลัก ได้แก่ “Mother Supermarket” ร้านค้าปลีกที่เน้นความคุ้มค่าและเข้าถึงง่ายสำหรับชุมชนท้องถิ่น และ “Mother Marché” ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมที่เน้นสินค้านำเข้า อาหารสดคุณภาพสูง และไวน์ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยมีเครือข่ายสาขา 22 แห่ง พร้อมศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่ง

ราคาหุ้นปัจจุบัน
฿1.08
ณ 25 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿309 ล้าน
286.00 ล้านหุ้นจดทะเบียน (พาร์ ฿0.50)(SET Profile)
P/E Ratio (TTM)
11.94x
อิงกำไร TTM ฿25.62 ล้านบาท(SET Financials)
P/BV Ratio
1.13x
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ฿0.95(SET Factsheet)
Dividend Yield
3.18%
ปันผลรอบปี 2568 ฿0.034/หุ้น(Settrade)
รายได้รวม 1H2026
฿780.33 ล้าน
+8.22% YoY (1H2568: ฿721.06 ล้าน)(MD&A 2Q26)

ข้อสรุปเชิงกลยุทธ์ (Key Takeaway): MOTHER ได้รับประโยชน์เต็มที่จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวในโซนทะเลอันดามัน (กระบี่-อ่าวนาง-เกาะพีพี-พังงา) ส่งผลให้ Same-Store Sales Growth (SSSG) เป็นบวก และยอดขายของ Mother Marché เติบโตเด่น นอกจากนี้ การนำเงินระดมทุน IPO จำนวน ฿120.4 ล้านบาท มาชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ลดลงเหลือเพียง 0.19 เท่า ช่วยประหยัดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายและเพิ่มความยืดหยุ่นในการเปิดสาขาใหม่เพื่อครอบคลุมทุกอำเภอในจังหวัดกระบี่

สมมติฐานกรณีฐาน กรณีบวก และกรณีระมัดระวัง (Scenario Analysis)

กรณีการลงทุนสมมติฐานหลัก (Key Drivers)กำไรสุทธิปี 2026Eราคาเป้าหมายประเมิน
กรณีบวก (Bull Case)นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ากระบี่เติบโตก้าวกระโดด, เปิดสาขาใหม่สำเร็จ 5 แห่งตามเป้า, SSSG พุ่งเกิน +5%฿30.50 ล้านบาท (EPS ฿0.107)฿1.45 บาท (P/E 13.5x ใกล้เคียงราคา IPO)
กรณีฐาน (Base Case)เปิดสาขาใหม่ได้ 3–4 แห่ง, รายได้เติบโต 8–10% ตามเป้า Double Digit, Net Margin ทรงตัวที่ 1.80%฿27.00 ล้านบาท (EPS ฿0.094)฿1.25 บาท (P/E 13.0x หรือ P/BV 1.25x)
กรณีระมัดระวัง (Bear Case)กำลังซื้อรากหญ้าชะลอตัว, ฤดูมรสุมยาวนานฉุดไฮซีซั่น, ต้นทุนสาขาใหม่กดดันมาร์จิ้นช่วงแรก฿22.00 ล้านบาท (EPS ฿0.077)฿0.95 บาท (P/E 12.3x หรือที่ระดับ Book Value)

2. ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet)

สรุปข้อมูลตลาด โครงสร้างหลักทรัพย์ และตัวชี้วัดทางการเงิน — ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2026
ราคาปิดล่าสุด
฿1.08
25 ก.ย. 2026(SET)
52-Week High / Low
฿1.65 / ฿0.95
กรอบ 52 สัปดาห์(Settrade)
มูลค่าตามราคาตลาด
฿308.88 ล้าน
286.00 ล้านหุ้น(SET Profile)
Free Float
30.26%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 1,842 ราย(SET Holders)
P/E Ratio (TTM)
11.94x
อิง EPS TTM ฿0.0896(SET)
P/BV Ratio
1.13x
BVPS ฿0.95 ต่อหุ้น(SET)
Dividend Yield
3.18%
DPS ฿0.034 (ปี 2568)(Settrade)
Beta (SETmai)
0.65
ความผันผวนต่ำกว่าตลาด(SET)
หัวข้อข้อมูลรายละเอียดแหล่งข้อมูลอ้างอิง
ชื่อบริษัทภาษาไทยบริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)(SET Profile)
ชื่อย่อหลักทรัพย์ / ตลาดMOTHER (ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ - mai)(SET mai)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจบริการ (Services) / พาณิชย์ (Commerce)(SET Industry)
วันเข้าจดทะเบียนซื้อขาย (First Trading Day)11 กุมภาพันธ์ 2568 (ราคาเสนอขาย IPO ฿1.40 / พาร์ ฿0.50)(SET News IPO)
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว143,000,000 บาท (จำนวน 286,000,000 หุ้น)(SET Profile)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก1. กลุ่มตระกูลโชคชัยวิทัศน์ (~70.0%) 2. ผู้ร่วมก่อตั้งและพันธมิตร (~9.24%) 3. ผู้ถือหุ้นรายย่อย (30.26%)(SET Holders)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)นายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์(SET Profile)

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างห่วงโซ่ธุรกิจ รูปแบบร้านค้าปลีก และจุดแข็งเครือข่ายสาขา — ข้อมูล ณ ปี 2569

บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นจากธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมในนาม “ร้านค้าเกียรติพานิช” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ในจังหวัดกระบี่ และได้สั่งสมประสบการณ์ ความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคท้องถิ่น และเครือข่ายคู่ค้ามาอย่างยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ บริษัทได้ปฏิรูปร้านค้าสู่การเป็นเชนซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยใหม่ และขยายการดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยแบ่งรูปแบบการดำเนินธุรกิจออกเป็น 2 เสาหลัก:

1. ธุรกิจค้าปลีก (Retail Business) — สัดส่วนรายได้ ~75%

2. ธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้า (Wholesale & Distribution) — สัดส่วนรายได้ ~25%

ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคแบบยกลังและปริมาณมากให้แก่ร้านโชห่วย ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และคาเฟ่ (กลุ่มลูกค้า HoReCa) ในจังหวัดกระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี โดยมี ศูนย์กระจายสินค้าหลัก 2 แห่ง (DC กระบี่ และ DC สุราษฎร์ธานี) ช่วยบริหารการจัดซื้อรวมในปริมาณมาก (Economies of Scale) ทำให้ได้ต้นทุนสินค้าที่ต่ำและบริหารสต็อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

รายได้รวม กำไรจากการดำเนินงาน กำไรสุทธิ และอัตรากำไร — สิ้นสุดงวด 6 เดือน 30 มิถุนายน 2026

ผลการดำเนินงานของ MOTHER เติบโตต่อเนื่องทั้งในแง่ของรายได้และกำไรสุทธิ โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม ฿1,434.83 ล้านบาท (+8.36% YoY) และกำไรสุทธิ ฿24.03 ล้านบาท และล่าสุดในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) บริษัททำรายได้รวม ฿780.33 ล้านบาท เติบโต +8.22% YoY และมีกำไรสุทธิ ฿14.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +12.25% YoY

แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (฿ ล้านบาท)
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%)
เปรียบเทียบผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (฿ ล้านบาท)
รายการทางการเงิน (฿ ล้านบาท)FY2023FY2024FY20251H20251H2026TTM (มิ.ย. 26)
รายได้จากการขายและบริการ1,248.501,319.401,429.20718.50777.601,488.30
รายได้รวม (Total Revenue)1,252.901,324.161,434.83721.06780.331,494.10
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)185.40206.50225.30112.80124.90237.40
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin %)14.85%15.65%15.76%15.70%16.06%15.95%
EBITDA56.2162.3463.1732.3935.6566.43
EBITDA Margin (%)4.49%4.71%4.40%4.49%4.57%4.45%
กำไรสุทธิ (Net Profit)15.9922.7524.0312.9714.5625.62
อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin %)1.28%1.72%1.67%1.80%1.87%1.71%

5. งบแสดงฐานะการเงินและสภาพคล่อง (Balance Sheet & Liquidity)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และความสมบูรณ์ทางบัญชี — ณ 30 มิถุนายน 2026

ฐานะการเงินของ MOTHER แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก ฿133.94 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 สู่ ฿270.34 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ขณะที่สินทรัพย์รวมเติบโตแตะ ฿509.70 ล้านบาท สะท้อนการลงทุนขยายสาขาและการจัดซื้อสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับการเติบโต

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (฿ ล้านบาท)
รายการฐานะการเงิน (฿ ล้านบาท)31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด18.4522.1038.5028.40
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น24.3028.5032.1036.80
สินค้าคงเหลือ (Inventories)112.50118.20145.60168.20
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E) และสิทธิการใช้98.2089.40242.30258.90
สินทรัพย์รวม (Total Assets)265.70270.34476.00509.70
หนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้าและเงินกู้สั้น)108.20104.50142.30154.20
หนี้สินไม่หมุนเวียน (หนี้สินตามสัญญาเช่า TFRS 16)33.1831.9075.7085.16
หนี้สินรวม (Total Liabilities)141.38136.40218.00239.36
ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity)124.32133.94258.00270.34
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS)฿0.62฿0.67฿0.90฿0.95

6. โครงสร้างหนี้สินและเลเวอเรจ (Debt & Leverage Ratios)

ภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และสถานะทางการเงิน — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026

ก่อนการระดมทุน IPO บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Interest-Bearing Debt: IBD) สูงกว่า ฿75–80 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วน IBD/E อยู่ที่ 0.56–0.66 เท่า อย่างไรก็ดี ภายหลังได้รับเงินสุทธิจาก IPO บริษัทได้นำเงินไปชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ทำให้ IBD ลดลงเหลือเพียงประมาณ ฿52 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นสัญญาเช่าทางการเงินตามมาตรฐาน TFRS 16 ของสาขาที่เปิดใหม่) ส่งผลให้อัตราส่วน IBD/E ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียง 0.19 เท่า

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) และ Net IBD/E (เท่า)
ตัวชี้วัดด้านเลเวอเรจและความเสี่ยงFY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio)1.14x1.02x0.84x0.89x
หนี้สินมีดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity)0.66x0.56x0.19x0.19x
หนี้สินมีดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IB Debt / Equity)0.55x0.45x0.08x0.09x
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage)5.8x6.5x11.2x12.8x

7. โครงสร้างรายได้และสัดส่วนธุรกิจ (Business Segments)

การกระจายตัวของรายได้ตามช่องทางค้าปลีกและค้าส่ง — งวดปี 2569

โครงสร้างรายได้ของ MOTHER พัฒนาไปสู่ธุรกิจค้าปลีกที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจค้าปลีกคิดเป็น ~75% ของรายได้รวม (เพิ่มขึ้นจาก 69% ในปี 2567) ขณะที่ธุรกิจค้าส่งคิดเป็น ~25%

สัดส่วนโครงสร้างรายได้ตามกลุ่มธุรกิจ (%)
กลุ่มธุรกิจสัดส่วนรายได้ลักษณะการดำเนินงานและจุดเด่นแนวโน้มการเติบโต
ธุรกิจค้าปลีก (Mother Supermarket & Marché)75%22 สาขาในกระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี เจาะกลุ่มชุมชนและนักท่องเที่ยว อัตรากำไรขั้นต้น 16–18%เติบโตสูงตามการขยายสาขาใหม่ปีละ 4–5 แห่ง และการท่องเที่ยวอันดามัน
ธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้า25%กระจายสินค้าให้โชห่วยและกลุ่มโรงแรม/ร้านอาหาร HoReCa สร้างโวลุ่มจัดซื้อและกระจายสินค้าเติบโตมั่นคง ช่วยหนุนความประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

นโยบายการจ่ายเงินปันผล อัตราเงินปันผลตอบแทน และสถิติการจ่ายจริง

บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตรา ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40.00 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย โดยหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai บริษัทได้จ่ายเงินปันผลรอบปี 2568 ในอัตรา 0.034 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล Dividend Payout Ratio ประมาณ 40.5% ของกำไรสุทธิ) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

เงินปันผลจ่ายต่อหุ้น (DPS: ฿ ต่อหุ้น)
รอบผลประกอบการเงินปันผลต่อหุ้น (DPS)อัตราการจ่ายปันผล (Payout)Dividend Yield (ณ ราคา ฿1.08)วันจ่ายเงินปันผล
ปี 2566 (FY2023)0.00 บาท— (งดจ่ายเพื่อสะสมทุน)——
ปี 2567 (FY2024)0.00 บาท— (งดจ่ายเพื่อเตรียม IPO)——
ปี 2568 (FY2025)0.0340 บาท40.48%3.15%22 พ.ค. 2569
ปี 2569E (ประมาณการ)0.0360 บาท~40.00%3.33%พ.ค. 2570 (คาดการณ์)

9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่าเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต — ข้อมูล ณ 25 กันยายน 2026

เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการค้าปลีกในตลาดหลักทรัพย์ MOTHER ถือเป็นหุ้นค้าปลีกขนาดเล็กที่มีความคล้ายคลึงที่สุดกับ บมจ.ธนพิริยะ (TNP) ซึ่งเป็นเชนค้าปลีกท้องถิ่นชั้นนำในภาคเหนือ (เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา) โดย MOTHER ซื้อขายที่ระดับ P/E 11.94 เท่า และ P/BV 1.13 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่ใน SET (CPALL, CRC, BJC) ที่ซื้อขายในกรอบ P/E 17.8x – 23.2x อย่างมีนัยสำคัญ

เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (฿ ล้านบาท) และ P/E Ratio ของกลุ่มค้าปลีก
หลักทรัพย์ราคา (บาท)Market Cap (฿ ล้าน)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div Yield (%)จุดเด่นทางธุรกิจ
MOTHER฿1.0830911.94x1.13x3.18%เจ้าถิ่นอันดามัน (กระบี่-พังงา-สุราษฎร์), Mother Marché โตตามท่องเที่ยว
TNP฿2.842,27210.55x1.58x3.85%ผู้นำซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน ขยายสาขาต่อเนื่อง
CPALL฿56.75510,00020.50x2.85x2.45%ยักษ์ใหญ่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และค้าส่ง Lotus’s/Makro
CRC฿30.25185,00023.20x2.10x1.85%ห้างสรรพสินค้า Tops ซูเปอร์มาร์เก็ต และไทวัสดุ ครอบคลุมทั่วประเทศ
BJC฿19.2076,00017.80x0.68x4.10%ผู้บริหารไฮเปอร์มาร์เก็ต Big C และธุรกิจบรรจุภัณฑ์/สินค้าอุปโภค

10. แนวโน้มและกลยุทธ์ในอนาคต (Outlook & Strategic Catalysts)

เป้าหมายการเติบโต แผนงานขยายสาขา และปัจจัยขับเคลื่อน — ปี 2569–2571

ฝ่ายบริหารของ MOTHER ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในระดับ สองหลัก (Double Digit Growth) ในปี 2569–2570 โดยมีกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจที่สำคัญ 3 ประการ:

11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยง (Risk Factors)

การประเมินความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและแนวทางป้องกัน
ปัจจัยเสี่ยงลักษณะผลกระทบแนวทางการบริหารจัดการและป้องกัน
ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงการท่องเที่ยวหากเกิดปัจจัยลบต่อการท่องเที่ยว เช่น มรสุมรุนแรง หรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ยอดขาย Mother Marché อาจลดลงกระจายสาขาและกลุ่มลูกค้าด้วย Mother Supermarket ที่เน้นสินค้าจำเป็นสำหรับชุมชนท้องถิ่น
การแข่งขันจากโมเดิร์นเทรดระดับประเทศการขยายตัวของ 7-Eleven, Lotus’s Go Fresh, Mini Big C และ Tops Daily ในพื้นที่ภาคใต้ชูจุดแข็งความเป็นเจ้าถิ่น ความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ สินค้าท้องถิ่น และความยืดหยุ่นด้านราคาและบริการ
ความเสี่ยงจากการบริหารสินค้าคงเหลือสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสดมีอายุการเก็บรักษา หากบริหารสต็อกไม่ดีอาจเกิดผลขาดทุนจากการเสื่อมสภาพพัฒนาระบบ ERP เชื่อมโยงข้อมูลยอดขายสาขาแบบ Real-time เข้ากับศูนย์กระจายสินค้า (DC) เพื่อสั่งซื้อแบบ Just-in-Time
ความผันผวนของค่าแรงและต้นทุนพลังงานการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและค่าไฟฟ้ากระทบต้นทุนการดำเนินงานของสาขาและห้องเย็นติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปในศูนย์กระจายสินค้าและสาขาขนาดใหญ่ ควบคู่กับการใช้ตู้แช่ประหยัดพลังงานอินเวอร์เตอร์

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน (SWOT Analysis)

การประเมินศักยภาพเชิงกลยุทธ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

จุดแข็ง (Strengths)

  • ความเป็นผู้นำเชนค้าปลีกท้องถิ่นที่สั่งสมชื่อเสียงและความไว้วางใจในพื้นที่กระบี่มายาวนานกว่า 40 ปี
  • มี 2 ฟอร์แมตร้านค้าที่ชัดเจน ตอบโจทย์ทั้งคนท้องถิ่น (Mother Supermarket) และนักท่องเที่ยว (Mother Marché)
  • มีศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่งในกระบี่และสุราษฎร์ธานี ช่วยสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและสต็อกสินค้า
  • โครงสร้างเงินทุนแข็งแกร่ง หนี้สินมีดอกเบี้ยต่ำ (IBD/E 0.19 เท่า) หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • เครือข่ายสาขายังกระจุกตัวอยู่ใน 3 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง (กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี)
  • อำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์แบรนด์ระดับโลกยังต่ำกว่ายักษ์ใหญ่โมเดิร์นเทรดระดับประเทศ
  • อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin ~1.7%) ค่อนข้างบางตามลักษณะธรรมชาติของธุรกิจค้าปลีก FMCG
  • สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float 30.26%) ทำให้สภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นในตลาดมีจำกัด

โอกาส (Opportunities)

  • การเติบโตของการท่องเที่ยวฝั่งอันดามันและการเปิดเที่ยวบินตรงสู่กระบี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • โอกาสขยายสาขาไปสู่จังหวัดข้างเคียง เช่น ภูเก็ต ตรัง และนครศรีธรรมราช
  • การพัฒนาสินค้า House Brand และสินค้าของฝากประจำท้องถิ่นที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
  • มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการแจกเงินช่วยเหลือของภาครัฐหนุนกำลังซื้อในพื้นที่

อุปสรรคและความเสี่ยง (Threats)

  • การรุกคืบขยายสาขาขนาดเล็กของยักษ์ใหญ่ค้าปลีกระดับชาติ (Lotus’s, Tops Daily, 7-Eleven)
  • ความผันผวนของฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season ช่วงมรสุมพฤษภาคม–ตุลาคม)
  • ภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อของผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ภาคใต้ที่อาจชะลอตัวตามราคาพืชผลเกษตร
  • ความเสี่ยงด้านกฎหมายผังเมืองและการขอใบอนุญาตก่อสร้างสาขาใหม่ในแหล่งท่องเที่ยว

13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View)

การสังเคราะห์มุมมองการลงทุน ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ และเกณฑ์ในการติดตามผล

มุมมองการลงทุน: MOTHER เป็นหุ้นค้าปลีกขนาดเล็ก (Small-Cap Growth Stock) ที่มีปัจจัยพื้นฐานมั่นคงและได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในโซนอันดามัน ปัจจุบันซื้อขายที่ราคา ฿1.08 บาท ซึ่งมีส่วนลดจากราคา IPO ที่ ฿1.40 ถึง 22.8% และซื้อขายที่ระดับ P/E 11.94 เท่า และ P/BV 1.13 เท่า พร้อมให้อัตราเงินปันผลตอบแทนประมาณ 3.18%

กรณีการลงทุนกำไรสุทธิปี 2026EEPS 2026EP/E อ้างอิงราคาเป้าหมายUpside / Downside
Bull Case฿30.50 ล้าน฿0.10713.5x฿1.45+34.3%
Base Case฿27.00 ล้าน฿0.09413.0x฿1.25+15.7%
Bear Case฿22.00 ล้าน฿0.07712.3x฿0.95-12.0%

เกณฑ์สำคัญที่ต้องติดตาม (Key Monitoring Checklist)