ผลการดำเนินงานงวด 1H2026 ของ KTC สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและต้นทุนได้อย่างยอดเยี่ยม ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลงสู่ ฿2,698 ล้านบาท (-13.4% YoY) ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงเหลือ ฿731 ล้านบาท (-16.1% YoY) ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) พุ่งขึ้นสู่ระดับ 32.0% และสร้างผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) สูงถึง 19.70%
| ลำดับ | รายชื่อผู้ถือหุ้น | ประเภทผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | สัดส่วน (%) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) | ผู้ถือหุ้นใหญ่เชิงกลยุทธ์ (Strategic) | 1,270,908,510 | 49.29% |
| 2 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) | ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ (นักลงทุนต่างชาติ) | 224,830,735 | 8.72% |
| 3 | นาย มงคล ประกิจชัยวัฒนา | นักลงทุนบุคคลรายใหญ่ | 182,544,100 | 7.08% |
| 4 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | ผู้รับฝากและดูแลหลักทรัพย์ต่างประเทศ | 52,600,000 | 2.04% |
| 5 | กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง | กองทุนรวมภาครัฐ | 44,860,000 | 1.74% |
KTC ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคครบวงจร โดยมีจุดแข็งหลักคือการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มธนาคารกรุงไทย (KTB Ecosystem) ทำให้สามารถเข้าถึงฐานลูกค้ารายย่อย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และร้านค้าผ่านระบบแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และเป๋าตัง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจหลักแบ่งออกเป็น 4 ขาธุรกิจ:
ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) KTC รายงานรายได้รวม ฿13,723 ล้านบาท เติบโต +0.6% YoY โดยรายได้ดอกเบี้ยรับทรงตัวที่ ฿8,030 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตสู่ ฿3,278 ล้านบาท (+2.4% YoY) และหนี้สูญได้รับคืน ฿1,890 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง -5.4% YoY สู่ ฿7,476 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พุ่งขึ้นแตะ ฿4,397 ล้านบาท (+17.1% YoY) โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) ฿1.71 บาท
| รายการ (ล้านบาท) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | % YoY |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้ดอกเบี้ยรับรวม | 16,020 | 16,188 | 16,254 | 8,015 | 8,030 | +0.2% |
| รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ | 5,557 | 6,378 | 6,513 | 3,202 | 3,278 | +2.4% |
| หนี้สูญได้รับคืน (Bad Debt Recovery) | 3,249 | 4,110 | 4,038 | 1,989 | 1,890 | -5.0% |
| รวมรายได้ (Total Revenue) | 25,418 | 27,456 | 27,695 | 13,644 | 13,723 | +0.6% |
| ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (OPEX) | 8,801 | 9,622 | 9,639 | 4,786 | 4,779 | -0.1% |
| ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) | 5,894 | 6,762 | 5,906 | 3,116 | 2,698 | -13.4% |
| ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs) | 1,703 | 1,806 | 1,694 | 872 | 731 | -16.1% |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ | 7,295 | 7,437 | 7,782 | 3,755 | 4,397 | +17.1% |
| กำไรต่อหุ้น (EPS - บาท) | 2.83 | 2.88 | 3.02 | 1.46 | 1.71 | +17.1% |
โครงสร้างงบดุลของ KTC มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง สินทรัพย์รวม ณ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ ฿106,594 ล้านบาท โดยกว่า 92.8% เป็นลูกหนี้เงินให้สินเชื่อสุทธิ (฿98,895 ล้านบาท) ขณะที่หนี้สินรวมลดลงต่อเนื่องสู่ ฿62,732 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ ฿43,862 ล้านบาท โดยในงวด 1H2026 สามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิสูงถึง +฿7,133 ล้านบาท
| รายการ (ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2566 | 31 ธ.ค. 2567 | 31 ธ.ค. 2568 | 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 3,912 | 3,850 | 3,471 | 2,924 |
| ลูกหนี้เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ | 104,210 | 103,150 | 103,161 | 99,247 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 112,814 | 111,066 | 110,524 | 106,594 |
| เงินกู้ยืมระยะสั้นและเงินเบิกเกินบัญชี | 28,450 | 26,800 | 27,100 | 25,720 |
| หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว | 42,500 | 39,200 | 34,500 | 31,900 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 76,968 | 71,166 | 66,505 | 62,732 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) | 35,845 | 39,900 | 44,019 | 43,862 |
| มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (BVPS - บาท) | 13.90 | 15.50 | 17.10 | 17.01 |
KTC มีการลดภาระหนี้สิน (Deleveraging) อย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปี ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับลดลงสู่ 1.43 เท่า ต่ำกว่าข้อกำหนดสิทธิทางการเงิน (Financial Covenant ≤ 10x) อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้โครงสร้างหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยประกอบด้วยเงินกู้ระยะยาว 59% และระยะสั้น 41% โดยมีวงเงินสินเชื่อคงเหลือพร้อมใช้กว่า ฿29,340 ล้านบาท
พอร์ตลูกหนี้เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มบริษัท ณ 30 มิถุนายน 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น ฿107,741 ล้านบาท ขยายตัว +0.6% จากสิ้นปี 2568 โดยโครงสร้างพอร์ตเน้นสินเชื่อบัตรเครดิตที่มีคุณภาพเป็นแกนหลัก:
| กลุ่มผลิตภัณฑ์ | ยอดลูกหนี้ (ลบ.) | สัดส่วน (%) | Market Share (%) | NPL Ratio (%) |
|---|---|---|---|---|
| สินเชื่อบัตรเครดิต (Credit Card) | 70,032 | 65.0% | 14.4% | 1.28% |
| สินเชื่อบุคคล (KTC PROUD) | 36,474 | 33.8% | 4.2% | 2.32% |
| สินเชื่อเช่าซื้อ/จำนำทะเบียน (พี่เบิ้ม & KTBL) | 1,235 | 1.2% | - | 3.10% |
| รวมพอร์ตสินเชื่อทั้งสิ้น | 107,741 | 100.0% | - | 1.86% |
KTC มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 (จ่ายใน เม.ย. 2569) บริษัทจ่ายเงินปันผลเป็นประวัติการณ์ที่ ฿1.77 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) สูงถึง 55.06% และให้ Dividend Yield ระดับ 5.06%
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการสินเชื่อรายย่อยและเช่าซื้อใน SET บริษัท KTC มีมูลค่าตลาดสูงสุดในกลุ่ม (฿90,242 ล้านบาท) มีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ROE สูงถึง 19.70% และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) สูงถึง 32.0% ขณะที่มีเลเวอเรจ D/E ต่ำที่สุดเพียง 1.43 เท่า
| หลักทรัพย์ | ราคา (บาท) | Market Cap (ลบ.) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Div Yield (%) | ROE (%) | D/E (เท่า) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| KTC | 35.00 | 90,242 | 10.71 | 2.05 | 5.06% | 19.70% | 1.43 |
| MTC | 29.75 | 62,540 | 8.65 | 1.36 | 0.98% | 16.91% | 3.24 |
| SAWAD | 22.90 | 37,716 | 6.99 | 0.95 | 3.08% | 14.37% | 1.52 |
| TIDLOR | 17.90 | 51,548 | 9.17 | 1.46 | 1.92% | 16.46% | 2.25 |
| AEONTS | 97.75 | 24,313 | 7.69 | 0.85 | 5.70% | 11.36% | 2.01 |
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ในช่วง 2H2026 จะเป็นตัวเร่งสำคัญให้ต้นทุนทางการเงินของ KTC ปรับลดลงต่อเนื่อง ขณะที่การผสานพลังกับ Krungthai Ecosystem (NEXT & เป๋าตัง) ช่วยลดต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้าใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
| มิติความเสี่ยง | รายละเอียดความเสี่ยง | ผลกระทบ | ตัวชี้วัดเฝ้าระวัง (Observable Trigger) |
|---|---|---|---|
| 1. หนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อ | ระดับหนี้ครัวเรือนไทยที่ทรงตัวสูงจำกัดการขยายสินเชื่อและเพิ่มความเสี่ยงผิดนัดชำระ | สูง | NPL Ratio ขยับเกิน 2.0% หรือ Stage 2 พุ่งเกิน 7.0% |
| 2. กฎเกณฑ์ ธปท. | เกณฑ์ Responsible Lending, หนี้เรื้อรัง (Persistent Debt) และการปรับเพิ่ม Minimum Payment | ปานกลาง-สูง | ยอดลูกหนี้ชำระขั้นต่ำผิดนัดเพิ่มขึ้น หรือบังคับปรับลดเพดานดอกเบี้ย |
| 3. การรีไฟแนนซ์และสภาพคล่อง | การครบกำหนดของหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวในตลาดตราสารหนี้ | ปานกลาง | Credit Spread หุ้นกู้กว้างขึ้น หรือ Cost of Fund ปรับขึ้นเกิน 2.85% |
| 4. รายได้หนี้สูญรับคืนชะลอตัว | หนี้สูญได้รับคืนสร้างกำไรสัดส่วนสูง หากเก็บหนี้ได้ลดลงจะกดดันกำไรสุทธิ | ปานกลาง | หนี้สูญได้รับคืนรายไตรมาสลดลงมากกว่า -10% YoY ติดต่อกัน 2 ไตรมาส |
| 5. การแข่งขันและ Virtual Bank | การแข่งขันดึงฐานลูกค้าระดับบนจากธนาคารพาณิชย์และธนาคารไร้สาขาใหม่ | ปานกลาง | ส่วนแบ่งตลาด Card Spending หลุดต่ำกว่า 12.5% |
| 6. ความปลอดภัยทางไซเบอร์ | ภัยคุกคามทางไซเบอร์และการทุจริตผ่านบัตรหรือระบบดิจิทัลออนไลน์ | สูง | เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลหรือระบบขัดข้องเกิน 2 ชม./ไตรมาส |
จากข้อมูล IAA Consensus ของสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Settrade ณ 14 ต.ค. 2569) มีบริษัทหลักทรัพย์ร่วมจัดทำบทวิเคราะห์ KTC ทั้งสิ้น 13 แห่ง โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” (Buy) 10 แห่ง, “ถือ” (Hold) 2 แห่ง และ “ปรับลด” (Reduce) 1 แห่ง ราคาเป้าหมายค่ากลาง (Median Target Price) อยู่ที่ ฿45.00 บาท (Upside +28.6% จากราคาปิดปัจจุบัน ฿35.00 บาท)
| บริษัทหลักทรัพย์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | กำไรปี 2569E (ลบ.) | วันที่ปรับปรุง |
|---|---|---|---|---|
| บล. กรุงศรี (KSS) | Buy | 54.00 | 8,746 | 18 ก.ย. 2569 |
| บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (UOBKHST) | Buy | 50.00 | 8,633 | 17 ก.ย. 2569 |
| บล. เมย์แบงก์ (MST) | Buy | 48.00 | 8,595 | 20 ก.ค. 2569 |
| บล. กสิกรไทย (KS) | Outperform | 46.50 | 8,552 | 19 ส.ค. 2569 |
| บล. ฟินันเซีย ไซรัส (FSSIA) | Buy | 46.00 | 8,294 | 19 ส.ค. 2569 |
| บล. ฟิลลิป (PST) | Buy | 45.00 | 8,514 | 19 ส.ค. 2569 |
| บล. หยวนต้า (YUANTA) | Buy | 45.00 | 8,585 | 27 ก.ค. 2569 |
| บล. ธนชาต (TNS) | Buy | 44.00 | 8,435 | 15 ก.ค. 2569 |
| บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) | Outperform | 43.75 | 8,584 | 20 ก.ค. 2569 |
| บล. บัวหลวง (BLS) | Buy | 42.00 | 8,500 | 26 ส.ค. 2569 |
| บล. พาย (PI) | Hold | 38.50 | 8,598 | 20 ก.ค. 2569 |
| บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) | Neutral | 37.00 | 8,766 | 26 ส.ค. 2569 |
| บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) | Reduce | 30.00 | 8,279 | 27 ส.ค. 2569 |