เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary) ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการงวด 1H2026 และสาระสำคัญการลงทุน — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿48.50 · ฿136,757M
รายได้รวม 1H2026
฿39,001 ล้าน
ปริมาณขายไอน้ำและไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมแข็งแกร่ง
(MD&A 2Q26) EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿10,887 ล้าน (27.91%)
กำไรสุทธิ 1H2026 (EPS)
฿3,538 ล้าน (฿1.25/หุ้น)
P/E · P/BV (TTM)
20.18x · 1.16x
ปันผลระหว่างกาล 1H26
฿0.55 ต่อหุ้น
ไฮไลท์ผลประกอบการ 1H2026: กำไรสุทธิขยายตัว +12.0% YoY สู่ ฿3,538 ล้านบาท
GPSC แสดงผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ ฿3,538.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.0% YoY จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงผลักดันสำคัญจาก 4 ปัจจัยหลัก:
1) การฟื้นตัวเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้า IPP: โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน (GHECO-One) หลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผน กลับมาเดินเครื่องสร้างรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) อย่างเต็มที่
2) ต้นทุนทางการเงินลดฮวบ -13.0% YoY: จากการทยอยชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ลดลง ทำให้ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายไปกว่า ฿316 ล้านบาทในงวด 6 เดือน
3) การบริหารสเปรด SPP อย่างมีประสิทธิภาพ: ผ่านกลยุทธ์ EBITDA Uplift และ Merit Order Optimization สลับเดินเครื่องโรงไฟฟ้าก๊าซที่มีประสิทธิภาพความร้อนสูงสุดในมาบตาพุด
4) ผลตอบแทนโครงการพลังงานหมุนเวียนสากล: รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเติบโตจาก Avaada Energy ในอินเดีย และโครงการวินด์ฟาร์มนอกชายฝั่ง CFXD ในไต้หวันที่เริ่มสร้างกระแสเงินสดเชิงพาณิชย์
แผนภาพวิเคราะห์กรอบราคาเป้าหมาย 12 เดือน และแบบจำลองสถานการณ์ (Valuation Spectrum) Senior UX/UI Model
กรอบ IAA Consensus (฿51.00 – ฿62.00 · เฉลี่ย ฿53.41) Bear: ฿42.00 Downside -13.4% ราคาตลาดปัจจุบัน ฿48.50 Base: ฿58.00 Upside +19.6% Bull: ฿68.00 Upside +40.2% สมมติฐานการประเมินมูลค่า: Base Case อิง P/E 23.0x บนกำไรปี 2569E ฿2.52/หุ้น · ฐานะการเงิน Net IBD/E 0.72x แข็งแกร่ง Bull Case: ฿68.00 (+40.2%)
สัญญา Data Center ไฟสีเขียว 24/7: คว้าสัญญา Utility Green Tariff (UGT) และ Direct PPA กำลังผลิตรวมกว่า 500 MW หนุนมาร์จิ้นสูง
ต้นทุนก๊าซ Pool Gas ปรับลดแรง: ราคาก๊าซลดลงต่ำกว่า ฿280/MMBtu ขณะที่ กกพ. ตรึงค่า Ft คงที่ ขยายสเปรดทำกำไรของโรงไฟฟ้า SPP โคเจนเนอเรชั่น
Avaada & CFXD เร่ง COD: รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากอินเดียและไต้หวันเต็มปีกว่า ฿1,500 ล้านบาท หนุนกำไรสุทธิแตะ ฿8,600 ล้าน (EPS ฿3.05)
Base Case: ฿58.00 (+19.6%)
ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง: กำไรสุทธิปี 2569 แตะ ฿7,100 ล้านบาท (EPS ฿2.52) จากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า IPP ราบรื่น และสเปรด SPP เสถียร
ลดดอกเบี้ยจ่ายและควบคุมหนี้: Net IBD/E ทยอยลดลงแตะ 0.70x ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายกว่า ฿600 ล้านบาทต่อปี
เงินปันผลสม่ำเสมอ: จ่ายเงินปันผลทั้งปี ฿1.45–1.55 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 3.0–3.2% อิง Payout Ratio ~60%
Bear Case: ฿42.00 (-13.4%)
ราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางดันราคา Spot LNG พุ่งเกิน $16/MMBtu ขณะที่ภาครัฐปรับลดค่า Ft กดดันสเปรด SPP
ความล่าช้าของแผน PDP2026: การเปิดประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่เลื่อนออกไป ชะลอการเติบโตของกำลังผลิตใหม่ในประเทศ
ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน: ค่าเงินรูปีอินเดีย (INR) อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจาก Avaada ลดลงเหลือกำไรสุทธิรวม ฿5,500 ล้าน
2. ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet) ข้อมูลสถิติสำคัญ โครงสร้างทุน และข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
มูลค่าหลักทรัพย์
฿136,757M
แกนนำธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท.
(SET) จำนวนหุ้นจดทะเบียน
2,819.73M หุ้น
FREE FLOAT
24.76%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 33,694 ราย
(SET) ESG & CG RATING
SET ESG AAA · 5 ดาว
ข้อมูลการจดทะเบียนและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ตารางข้อมูลบริษัทและรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด (แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) ลำดับ รายชื่อผู้ถือหุ้น / รายการข้อมูล จำนวนหุ้น (หุ้น) / รายละเอียด สัดส่วน (%) 1 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) 1,332,955,135 47.27% 2 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) 281,972,937 10.00% 3 บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) 281,972,937 10.00% 4 บริษัท สยาม แมนเนจเม้นท์ โฮลดิ้ง จำกัด (SMH) 224,431,735 7.96% - รวมกลุ่ม ปตท. (PTT Group Strategic Holding) 2,121,332,744 75.23% 5 กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง 72,860,800 2.58% 6 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) 52,574,640 1.86% 7 สำนักงานประกันสังคม 44,124,795 1.56% 8 SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 21,750,472 0.77% 9 N.C.B.TRUST LIMITED- NORGES BANK 37 16,066,100 0.57% 10 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) 11,716,100 0.42% - ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) 33,694 ราย 24.76% - สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ (Foreign Limit 49.00%) ณ วันที่ 14 ต.ค. 2569 2.34%
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Factsheet) และ Settrade ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569
3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview) โครงสร้าง 4 เสาหลักธุรกิจ พอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้า และระบบนิเวศพลังงานแห่งอนาคต — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) เป็นแกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม ปตท. (The Innovative Power Flagship of PTT Group) โดยมีกลุ่ม ปตท. (PTT, PTTGC, TOP, SMH) ถือหุ้นรวม 75.23% ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม และสาธารณูปโภคครบวงจร มีกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมกว่า 8,500 เมกะวัตต์ และไอน้ำกว่า 4,000 ตันต่อชั่วโมง ครอบคลุมการดำเนินงานใน 4 เสาหลักยุทธศาสตร์:
แผนภาพสถาปัตยกรรมธุรกิจ 4 เสาหลักและระบบนิเวศพลังงานกลุ่ม ปตท. (GPSC Strategic Architecture) Ecosystem Map
GPSC: PTT Group Innovative Power Flagship กลุ่ม ปตท. ถือหุ้น 75.23% (PTT 47.27% · PTTGC 10% · TOP 10% · SMH 7.96%) · กำลังผลิตติดตั้งรวม ~8,500 MW 1. SPP Cogeneration สัดส่วนรายได้ 77% • โครงข่าย EEC / ระยอง CUP 1-4 & Glow SPP • ลูกค้าอุตสาหกรรม ก๊าซธรรมชาติประสิทธิภาพสูง ไอน้ำ 4,000+ ตัน/ชม. • ความมั่นคงระบบ ท่อส่งไอน้ำเชื่อมต่อสมบูรณ์ Reliability 99.9%+ กระแสเงินสดมั่นคง สัญญา PPA 25 ปี + ลูกค้า IU 2. IPP Baseload สัดส่วนรายได้ 15% • GHECO-One (65%) ถ่านหิน Supercritical 660MW • ศรีราชา (100%) ก๊าซธรรมชาติ 700 MW • Glow IPP (95%) ก๊าซความร้อนร่วม 713 MW • กลไกสัญญา PPA Availability Payment (AP) ผลตอบแทนสม่ำเสมอ การันตีรายได้ตามความพร้อม 3. Global Renewables สัดส่วนรายได้ 8% (ขยายเร็ว) • Avaada (อินเดีย 42.9%) โซลาร์+ไฮโดรเจน ~15 GW • CFXD (ไต้หวัน 25%) วินด์ฟาร์มนอกชายฝั่ง 595MW • ไฟฟ้าน้ำ สปป.ลาว ไซยะบุรี (XPCL) + น้ำลิก 1 • CHPP (ไทย 100%) Solar Rooftop & Floating เป้าหมาย RE > 50% ภายในปี 2030 (Net Zero) 4. S-Curve & Data Center New S-Curve Flagship • Data Center Ready 24/7 Green Power PPA • Cold Energy Cooling ร่วมมือ PTT LNG ลดค่า PUE • แบตเตอรี่ NV Gotion ร่วมทุนผลิตชุดแพ็ค EV/BESS • นวัตกรรม G-Cell SemiSolid Cell เทคโนโลยี 24M น่านน้ำใหม่ AI Infrastructure Direct PPA & Microgrid 1. กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (SPP Cogeneration) เป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้และกระแสเงินสดกว่า 77% ของบริษัท โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าและไอน้ำพร้อมกัน (Combined Heat and Power - CHP) มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานเชิงความร้อนสูงกว่า 70%:
โครงข่ายโรงไฟฟ้าในพื้นที่มาบตาพุดและนิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันออก: ประกอบด้วยกลุ่มโรงไฟฟ้า Central Utility Plants (CUP 1, 2, 3, 4) และกลุ่มโรงไฟฟ้าโกลว์ (Glow SPP 1, 2, 3, 11 Phase 1–5) มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 2,200 MW และไอน้ำกว่า 4,000 ตัน/ชั่วโมง
การจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ: ไฟฟ้าประมาณ 800–900 MW จำหน่ายให้ กฟผ. ภายใต้สัญญา SPP Firm 25 ปี ส่วนที่เหลือจำหน่ายตรงให้แก่โรงงานปิโตรเคมี โรงกลั่น และเคมีภัณฑ์ชั้นนำ เช่น PTTGC, TOP, IRPC, Dow Chemical, SCG Chemicals
ความได้เปรียบเชิงโครงข่ายท่อ (Grid Reliability): การมีโครงข่ายท่อส่งไอน้ำและสายส่งไฟฟ้าเชื่อมต่อถึงกัน (Interconnected Steam & Power Grid) ทำให้ GPSC สามารถสลับเดินเครื่อง (Merit Order) และจ่ายไอน้ำทดแทนกันได้ทันทีเมื่อมีโรงไฟฟ้าหยุดซ่อมบำรุง ส่งผลให้มีค่าความพร้อมจ่ายและเสถียรภาพ (Reliability) สูงถึง 99.9%+
2. กลุ่มโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (Independent Power Producer - IPP) โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าประเทศตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 20–25 ปีกับ กฟผ. สร้างสัดส่วนรายได้ราว 15% :
โรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน (GHECO-One): โรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยี Supercritical คุณภาพสูงขนาด 660 MW (GPSC ถือหุ้น 65%) ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำและมีสัญญา Availability Payment (AP) มั่นคง
โรงไฟฟ้าศรีราชา (Sriracha Power Plant): โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติขนาด 700 MW ในจังหวัดชลบุรี (GPSC ถือหุ้น 100%)
โรงไฟฟ้าโกลว์ ไอพีพี (Glow IPP): โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมขนาด 713 MW (GPSC ถือหุ้น 95%) ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี
เสาหลักการเติบโตสีเขียวเพื่อบรรลุเป้าหมายการมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกว่า 50% ภายในปี 2030 (สัดส่วนรายได้ปัจจุบัน 8% และเติบโตเร็ว):
Avaada Energy Private Limited (AEPL) ในอินเดีย (ถือหุ้น 42.93%): แพลตฟอร์มพลังงานหมุนเวียนชั้นนำอันดับต้นๆ ของอินเดีย มีกำลังการผลิตติดตั้งและโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา (Pipeline) รวมกว่า 15,000 MW ทั้งโซลาร์ฟาร์ม วินด์ฟาร์ม ระบบกักเก็บพลังงาน BESS และโรงงานผลิตไฮโดรเจน/แอมโมเนียสีเขียว
Changfang and Xidao (CFXD) ในไต้หวัน (ถือหุ้น 25.0%): โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) ขนาด 595 MW ในช่องแคบไต้หวัน ดำเนินการก่อสร้างและ COD จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ครบถ้วนแล้ว ได้รับอัตราค่าไฟฟ้าคงที่แบบ Feed-in Tariff (FiT) ระยะยาว 20 ปี
โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว: โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบฝายน้ำล้นไซยะบุรี (XPCL) ขนาด 1,285 MW (GPSC ถือ 25%) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำลิก 1 ขนาด 64 MW (ถือ 40%)
บจ. ผลิตไฟฟ้าและพลังงานร่วม (CHPP - ถือ 100%): ดำเนินธุรกิจโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) โซลาร์รูฟท็อป และ Smart Energy Solutions ในไทย
4. ธุรกิจนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคตและรองรับ Hyperscale Data Center
การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว 24/7 (24/7 Green Power): การผสานโรงไฟฟ้า SPP โคเจนเนอเรชั่น ร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน BESS เพื่อตอบโจทย์ผู้ให้บริการ Data Center และ Cloud Hyperscalers (เช่น AWS, Google, Microsoft) ที่ต้องการไฟฟ้าเสถียรภาพสูงระดับ 99.999% พร้อมใบรับรองพลังงานสะอาด (Renewable Energy Certificates - REC)
การใช้พลังงานความเย็น (Cold Energy Utilization): ร่วมมือกับ PTT LNG ในการนำพลังงานความเย็นเหลือใช้จากการแปรสภาพก๊าซ LNG ที่สถานีหนองแฟบและมาบตาพุด มาใช้ในระบบทำความเย็นของ Data Center ช่วยประหยัดการใช้พลังงานลงกว่า 30% และกดค่า PUE ให้ต่ำระดับสากล
แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน: โรงงานแบตเตอรี่ SemiSolid G-Cell กำลังผลิตระยะแรก 30 MWh และการร่วมทุน 51% ใน บริษัท เอ็นวี โกชั่น จำกัด (NV Gotion) กับ Gotion High-Tech ในการประกอบชุดแพ็คแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) รองรับอุตสาหกรรมใน EEC
การเติบโตของรายได้ EBITDA อัตรากำไร และการวิเคราะห์เปรียบเทียบงวด 1H2025 vs 1H2026
แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (FY2023–TTM 2Q26)
ผลการดำเนินงานของ GPSC ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (2566–2568) สะท้อนถึงการปรับตัวของธุรกิจพลังงานจากวิกฤตต้นทุนพลังงานสู่ช่วงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่ารายได้รวมจะปรับลดลงจาก ฿93,094 ล้านในปี 2566 สู่ ฿84,916 ล้านในปี 2568 ตามทิศทางราคาพลังงานโลกและค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่ลดลง แต่กำไรสุทธิกลับพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก ฿3,694 ล้าน สู่ ฿6,399 ล้าน ในปี 2568 (+58% YoY) จากการบริหารสเปรดต้นทุนก๊าซในกลุ่ม SPP ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และกำไรพิเศษจากการขายหุ้น AEPL
อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร: EBITDA Margin และ Net Margin (%)
อัตรากำไรของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย EBITDA Margin ทรงตัวในระดับสูง 22–24% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวขึ้นจาก 3.97% ในปี 2566 เป็น 7.54% ในปี 2568 และแตะ 8.55% ในงวด TTM 2Q2026 อันเป็นผลมาจากการลดลงของดอกเบี้ยจ่ายและการรับรู้กำไรจากโครงการในต่างประเทศ
เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 1H2025 vs 1H2026 (หน่วย: ล้านบาท)
ตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก: 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (แหล่งข้อมูล: งบการเงินสอบทาน 2Q2026) รายการทางการเงิน (ล้านบาท) 1H2025 (ม.ค.–มิ.ย. 68) 1H2026 (ม.ค.–มิ.ย. 69) เปลี่ยนแปลง (YoY %) รายได้จากการขายและการให้บริการ 43,890.07 38,354.27 -12.6% รวมรายได้ทั้งหมด 44,646.05 39,000.59 -12.6% กำไรขั้นต้น (Gross Profit) 6,742.30 6,812.50 +1.0% EBITDA 10,938.40 10,886.73 -0.5% ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) 2,431.15 2,115.04 -13.0% ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและ JV 325.40 418.80 +28.7% กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 3,159.20 3,538.45 +12.0% กำไรต่อหุ้น (EPS - บาทต่อหุ้น) 1.12 1.25 +11.6%
ที่มา: งบการเงินรวมไตรมาส 2/2569 ของ GPSC และคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A)
5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet) โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน (FY2023–1H2026) หน่วย: ล้านบาท
ฐานะทางการเงินของ GPSC มีความมั่นคงสูงและปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สินทรัพย์รวม ณ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ ฿260,118 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากการทยอยตัดค่าเสื่อมราคาโรงไฟฟ้าและการชำระคืนหนี้ ขณะที่หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก ฿168,994 ล้าน ณ สิ้นปี 2567 สู่ ฿142,548 ล้าน ณ 30 มิ.ย. 2569 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น ฿117,570 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (BVPS) สูงถึง ฿41.69
ตารางสรุปฐานะทางการเงินและสมดุลทางบัญชี (Assets = Liabilities + Equity) ครบ 100% รายการ (ล้านบาท) 31 ธ.ค. 2023 31 ธ.ค. 2024 31 ธ.ค. 2025 30 มิ.ย. 2026 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 18,450 19,820 16,540 15,920 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE) 142,300 145,800 138,400 135,200 สินทรัพย์ไม่มีตัวตนและค่าความนิยม 48,500 47,200 45,600 44,800 สินทรัพย์อื่น 72,453 75,316 63,719 64,198 รวมสินทรัพย์ (Total Assets) 281,703 288,136 264,259 260,118 หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD) 124,570 123,900 111,780 105,810 หนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินอื่น 39,608 45,094 36,043 36,738 รวมหนี้สิน (Total Liabilities) 164,178 168,994 147,823 142,548 ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) 117,525 119,142 116,436 117,570 ตรวจสอบสมดุล (หนี้สิน + ทุน = สินทรัพย์) 281,703 (0) 288,136 (0) 264,259 (0) 260,118 (0)
ที่มา: งบการเงินรวม GPSC สอบทานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (PwC) ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage Profile) การบริหารจัดการสภาพคล่อง อัตราส่วนหนี้สิน และความสามารถในการชำระดอกเบี้ย
แนวโน้มอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E และ Net IBD/E)
GPSC ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการลดภาระหนี้สิน (Deleveraging) โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IBD/Equity) ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 0.85 เท่าในปี 2566 สู่ระดับ 0.72 เท่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดทางการเงิน (Financial Covenant) ของสถาบันการเงินและผู้ถือหุ้นกู้ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.50 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ
ตารางเปรียบเทียบอัตราส่วนภาระหนี้สินและความสามารถในการรองรับหนี้ (Debt Covenants) ตัวชี้วัดทางการเงิน (Leverage Metrics) FY2023 FY2024 FY2025 30 มิ.ย. 2026 เพดานข้อกำหนด (Covenant) หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม (ล้านบาท) 124,570 123,900 111,780 105,810 - หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net IBD - ล้านบาท) 106,120 104,080 95,240 89,890 - IBD / ส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 1.06x 1.04x 0.96x 0.90x - Net IBD / ส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.85x 0.83x 0.76x 0.72x ≤ 1.50x (ปลอดภัยสูง) Net Debt / EBITDA (เท่า) 5.23x 5.02x 5.04x 4.77x - อัตราความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR - เท่า) 4.12x 4.25x 4.68x 5.15x ≥ 2.50x อันดับความน่าเชื่อถือองค์กร (TRIS Rating) AA- (Stable) AA- (Stable) AA- (Stable) AA- (Stable) Investment Grade
ที่มา: รายงานนำเสนอข้อมูลนักลงทุน (GPSC Investor Presentation) และ TRIS Rating
7. สัดส่วนรายได้ตามโครงสร้างธุรกิจ (Business Segments) สัดส่วนรายได้และแหล่งกำไรจำแนกตามประเภทโรงไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์
สัดส่วนรายได้จำแนกตามกลุ่มธุรกิจ (Revenue Breakdown %)
โครงสร้างรายได้ของ GPSC สะท้อนถึงการกระจายตัวอย่างสมดุล โดยมีธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (SPP Cogeneration) เป็นเครื่องยนต์หลักสร้างรายได้คิดเป็น 77% จากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของกลุ่มโรงงานปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมในมาบตาพุด โรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) คิดเป็น 15% ซึ่งสร้างผลกำไรมั่นคงจากค่าความพร้อมจ่าย และกลุ่มพลังงานหมุนเวียนกับธุรกิจอื่นคิดเป็น 8% โดยเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสุดจากการเร่งลงทุนในอินเดีย ไต้หวัน และโซลาร์รูฟท็อปในประเทศ
8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History) นโยบายเงินปันผล ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น และอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio)
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS: บาทต่อหุ้น)
GPSC มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีและเงินสำรองตามกฎหมาย ในช่วงที่ผ่านมาระดับการจ่ายจริง (Payout Ratio) อยู่ที่ระดับ 55–64% ของกำไรสุทธิ โดยในปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมสูงถึง ฿1.45 ต่อหุ้น (งวด 1H25 ฿0.50 และ 2H25 ฿0.95) และสำหรับปี 2569 บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงาน 1H2026 ไปแล้วในอัตรา ฿0.55 ต่อหุ้น ในวันที่ 3 กันยายน 2569 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลต่อปี (Dividend Yield) ประมาณ 2.99%–3.00%
9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison) การเปรียบเทียบ Valuation ตัวชี้วัดทางการเงิน และตำแหน่งทางการแข่งขันในกลุ่มพลังงานไฟฟ้าไทย
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (Market Cap) และ Trailing P/E กับหุ้นในกลุ่มพลังงานไฟฟ้า
ตารางเปรียบเทียบเชิงมูลค่าและอัตราส่วนทางการเงินในกลุ่มโรงไฟฟ้าชั้นนำของไทย (ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026) สัญลักษณ์หลักทรัพย์ ชื่อย่อบริษัท ราคาหุ้น (฿) Market Cap (฿ล้าน) P/E (เท่า) P/BV (เท่า) Div Yield (%) GPSC โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ 48.50 136,757 20.18 1.16 2.99% GULF กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ 49.50 885,185 11.82 2.80 1.85% BGRIM บี.กริม เพาเวอร์ 18.70 48,749 20.21 1.40 2.20% RATCH ราช กรุ๊ป 37.50 81,563 14.74 0.72 4.25% EGCO ผลิตไฟฟ้า 129.00 67,914 125.42 0.58 5.00%
ที่มา: รวบรวมจาก SET Factsheet และข้อมูลตลาด ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569
เมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มโรงไฟฟ้าเอกชน GPSC ซื้อขายที่ระดับ Trailing P/E 20.18x และ P/BV 1.16x ซึ่งต่ำกว่า BGRIM (P/BV 1.40x) และให้ Dividend Yield สูงกว่าที่ 2.99% ขณะที่มีขนาดมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของกลุ่มไฟฟ้าไทย (฿136,757 ล้านบาท) รองจาก GULF ที่มีพอร์ตธุรกิจโทรคมนาคมและเทคโนโลยีร่วมด้วย GPSC จึงโดดเด่นในฐานะหุ้น Pure-play สาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่มีกระแสเงินสดมั่นคงและมีกลุ่ม ปตท. หนุนหลัง 75.23%
10. มุมมองในอนาคตและปัจจัยขับเคลื่อน (Outlook & Catalysts) เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ โครงการใหม่ และโอกาสทางธุรกิจปี 2026–2030
ยุทธศาสตร์ 4S: การขับเคลื่อนสู่ผู้นำพลังงานสะอาดและโซลูชันไฟฟ้าอัจฉริยะ
GPSC ดำเนินกลยุทธ์ 4S เพื่อบรรลุเป้าหมายการมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ภายในปี 2030:
• S1: Strengthen & Expand the Core — เพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า SPP และ IPP เดิม ทำ Merit Order Optimization ควบคุมต้นทุนก๊าซ
• S2: Scale-up Green Energy — ขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในอินเดีย (Avaada) ไต้หวัน (CFXD) และไทยตามแผน PDP รอบใหม่
• S3: S-Curve & Batteries — พัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน BESS โรงงานแบตเตอรี่ NV Gotion และโรงงาน G-Cell
• S4: Shift to Customer Solutions — นำเสนอโซลูชันพลังงานสีเขียวแบบเบ็ดเสร็จ (24/7 Green Power) ให้แก่ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล Data Center ระดับโลก
ปัจจัยเร่งการเติบโตที่สำคัญ (Key Catalysts)
การประกาศใช้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP2026: การเปิดประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่และการเปิดเสรีไฟฟ้า Direct PPA จะเปิดโอกาสให้ GPSC คว้าสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายส่วนแบ่ง 25%
คลื่นการลงทุน Hyperscale Data Center: การเข้ามาลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในไทย (เช่น Microsoft, Google, AWS) สร้างความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูงและเป็นพลังงานสะอาด ซึ่ง GPSC มีโครงข่ายท่อก๊าซ สายส่ง และโครงข่ายความเย็นใน EEC พร้อมรองรับ
การเดินเครื่องเต็มปีของโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน: การกลับมาเดินเครื่องเต็มประสิทธิภาพของ GHECO-One ช่วยเพิ่มรายได้ค่าความพร้อมจ่ายและลดภาระต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีนัยสำคัญ
การเติบโตของ Avaada ในอินเดีย: อัตราการเติบโตของการใช้พลังงานในอินเดียที่พุ่งสูง ผลักดันให้โครงการโซลาร์ฟาร์มของ Avaada ทยอยจ่ายไฟเชิงพาณิชย์และส่งกำไรกลับมายัง GPSC เพิ่มขึ้น
วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง: การทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. และ Fed ส่งผลบวกโดยตรงต่อการลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของ GPSC ที่มีหนี้เงินกู้กว่า ฿1 แสนล้านบาท
11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors) การประเมินความเสี่ยงสำคัญ ผลกระทบ และมาตรการบรรเทาความเสี่ยง 7 มิติเชิงลึก — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
1. ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงก๊าซ
ความเสี่ยงปานกลาง
ตัวชี้วัด: ราคาก๊าซ Single Pool Gas และราคา Spot LNG โลกการบริหาร: ส่งผ่านต้นทุนผ่านสูตรค่า Ft, ปรับแผน Merit Order สลับเดินเครื่องโรงประสิทธิภาพสูง และนำเข้า LNG ร่วมกับ ปตท.
2. นโยบายกำกับดูแลและค่าไฟฟ้า Ft
ความเสี่ยงปานกลาง
ตัวชี้วัด: มติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)การบริหาร: กระจายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมกว่า 55% ที่มีสัญญา Price Linkage อิงราคาก๊าซตรง
3. ความเสี่ยงวัฏจักรอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
ความเสี่ยงปานกลาง
ตัวชี้วัด: ปริมาณความต้องการใช้ไอน้ำและไฟฟ้าในมาบตาพุดการบริหาร: สัญญาแบบ Minimum Take-or-Pay และการขยายฐานสู่กลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center
4. สัญญา SPP PPA เก่าทยอยหมดอายุ
ความเสี่ยงปานกลาง
ตัวชี้วัด: โรงไฟฟ้า SPP ที่ครบอายุ 25 ปีในระยองการบริหาร: พัฒนาโครงการทดแทน (SPP Replacement) และปรับสัญญาเป็นการขายตรงแก่ลูกค้าเอกชน (Direct PPA)
5. ความเสี่ยงการลงทุนในต่างประเทศ
ความเสี่ยงปานกลาง
ตัวชี้วัด: ค่าเงินรูปีอินเดีย (INR) และดอลลาร์ไต้หวัน (TWD)การบริหาร: ใช้กลยุทธ์ Natural Hedge กู้เงินสกุลท้องถิ่น และลงทุนร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง
6. ภาระหนี้สินและอัตราดอกเบี้ย
ความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง
ตัวชี้วัด: Net IBD/E 0.72x เทียบ Covenant 1.50xการบริหาร: ล็อคโครงสร้างหนี้เป็นดอกเบี้ยคงที่กว่า 75% และเร่งชำระคืนเงินกู้ระยะยาวด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ตารางวิเคราะห์มิติความเสี่ยง เชิงปริมาณ และสัญญาณเตือน (Observable Triggers) ตารางประเมินระดับความเสี่ยง ผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน และสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Observable Triggers) มิติความเสี่ยง (Risk Dimension) ระดับความเสี่ยง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น สัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม (Observable Triggers) แนวทางป้องกันและบริหารจัดการ (Mitigations) 1. ความผันผวนของราคาก๊าซ Single Pool Gas ปานกลาง อัตรากำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP ลดลง หากค่า Ft ปรับขึ้นตามไม่ทัน ราคานำเข้า Spot LNG พุ่งเกิน $15/MMBtu, ก๊าซจากอ่าวไทยและเมียนมาลดลง ส่งผ่านต้นทุนตามสูตร Ft, ซื้อขาย LNG ล่วงหน้า, สลับเดินเครื่องยูนิตที่มี Heat Rate ต่ำสุด 2. การแทรกแซงค่าไฟฟ้าของภาครัฐ (Ft Policy) ปานกลาง การรับรู้รายได้ค่าไฟฟ้าล่าช้า หรือ กกพ. ตรึงค่าไฟเพื่อช่วยค่าครองชีพ มติ ครม. ตรึงค่าไฟฟ้าต่ำกว่า ฿4.00/หน่วย, ภาระหนี้ กฟผ. พุ่งสูง เพิ่มสัดส่วนลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ที่มีสัญญาสเปรดก๊าซตรง, ขยายธุรกิจไอน้ำและน้ำ 3. การชะลอตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ปานกลาง ยอดขายไอน้ำและไฟฟ้าลดลงตามกำลังการผลิตของโรงงานปิโตรเคมี Petrochemical Spread ตกต่ำ, โรงงานในมาบตาพุดประกาศ Turnaround นอกแผน มีเงื่อนไขสัญญา Minimum Take-or-Pay, ขยายฐานลูกค้านอกกลุ่มปิโตรเคมีในเขต EEC 4. ความเสี่ยงโครงการต่างประเทศ (Avaada & CFXD) ปานกลาง ความล่าช้าในการเชื่อมต่อสายส่ง หรือการผันผวนของค่าเงินท้องถิ่น การประมูล Solar Tariff ในอินเดียต่ำเกินไป, ค่าเงิน INR/THB อ่อนค่า Natural Hedging กู้เงินรูปี, เลือกลงทุนเฉพาะโครงการที่มี PPA รัฐบาลกลางอินเดีย (SECI) 5. การหมดอายุของสัญญา SPP PPA เดิม ต่ำ-ปานกลาง สูญเสียรายได้ขายไฟให้ กฟผ. บางส่วนเมื่อสัญญา 25 ปีสิ้นสุด กำหนดวันสิ้นสุดสัญญาของโรงไฟฟ้า Glow SPP ยูนิตเก่าใน 2–3 ปีข้างหน้า สร้างโรงไฟฟ้าทดแทน SPP Replacement, โยกย้ายจำหน่ายไฟฟ้าตรงให้ Data Center 6. ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ต่ำ ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นหากดอกเบี้ยนโยบายปรับตัวขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูง, เครดิตสเปรดหุ้นกู้ขยายตัว ออกหุ้นกู้ระยะยาวล็อคดอกเบี้ยคงที่ >75%, รักษาสภาพคล่องเงินสดกว่า ฿1.5 หมื่นล้าน 7. ภัยแล้งและปริมาณน้ำในภาคตะวันออก ต่ำ ขาดแคลนน้ำหล่อเย็นสำหรับกระบวนการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำดอกกราย คลองใหญ่ ประแสร์ ลดต่ำกว่า 30% มีอ่างเก็บน้ำสำรองของตนเอง, ระบบบำบัดน้ำเสียหมุนเวียน (Desalination & RO Recycle)
ที่มา: การวิเคราะห์และประเมินโดยฝ่ายวิจัยตราสารทุน อ้างอิงรายงาน 56-1 One Report ประจำปี 2568
12. การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis) จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงกลยุทธ์ของบริษัท
จุดแข็ง (Strengths)
PTT Group Synergy: มี บมจ. ปตท. และกลุ่ม ปตท. ถือหุ้นใหญ่ 75.23% ช่วยสนับสนุนทั้งความมั่นคงของอุปทานก๊าซธรรมชาติ ความแข็งแกร่งทางการเงิน และฐานลูกค้านิคมอุตสาหกรรม
ผู้นำตลาด SPP โคเจนเนอเรชั่น: มีโครงข่ายท่อไอน้ำและสายส่งไฟฟ้าเชื่อมต่อกันที่ใหญ่ที่สุดในมาบตาพุด สร้างความน่าเชื่อถือระดับ 99.9%+
สถานะทางการเงินแข็งแกร่ง: Net IBD/E อยู่ที่ 0.72 เท่า ต่ำกว่า Covenant 1.50x อย่างมาก พร้อมอันดับเครดิตระดับ AA- (Stable) จาก TRIS Rating
พอร์ตโฟลิโอกระจายตัว: มีทั้งโรงไฟฟ้า SPP, IPP, พลังงานหมุนเวียนในไทยและต่างประเทศ (อินเดีย ไต้หวัน สปป.ลาว)
จุดอ่อน (Weaknesses)
การพึ่งพิงเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ: ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักกว่า 70% ของกำลังการผลิต ทำให้กำไรผันแปรตามสเปรดราคาก๊าซ
สัญญา PPA บางส่วนทยอยครบกำหนด: โรงไฟฟ้า SPP รุ่นแรกๆ กำลังทยอยหมดอายุสัญญา 25 ปี ต้องใช้เงินลงทุนปรับปรุงหรือต่อสัญญาใหม่
สัดส่วน Free Float ค่อนข้างต่ำ: หุ้นหมุนเวียนในตลาดอยู่ที่ 24.76% ทำให้สภาพคล่องการซื้อขายในบางช่วงอาจจำกัด
ความซับซ้อนในการบริหารโครงการต่างประเทศ: พอร์ตพลังงานหมุนเวียนในอินเดียและไต้หวันมีความเสี่ยงด้านกฎหมายและอัตราแลกเปลี่ยน
โอกาส (Opportunities)
ดีมานด์ไฟฟ้า Data Center และ AI: โอกาสในการเป็นผู้จัดหาไฟฟ้าสีเขียว 24/7 และระบบทำความเย็นให้แก่ Hyperscalers ใน EEC
แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP2026: โอกาสประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่และโรงไฟฟ้าก๊าซเพื่อทดแทนกำลังผลิตเดิมของประเทศ
การเปิดเสรีไฟฟ้า Direct PPA: การเปิดให้เอกชนซื้อขายไฟสะอาดโดยตรงผ่านโครงข่ายบุคคลที่สาม (TPA) เสริมมาร์จิ้นธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Avaada: ตลาดพลังงานสะอาดในอินเดียมีขนาดมหึมาและเติบโตสูง ช่วยผลักดัน Equity Income ระยะยาว
อุปสรรค (Threats)
ความผันผวนของราคาพลังงานโลก: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจผลักดันให้ราคา Spot LNG นำเข้าพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
ความล่าช้าในการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft): ภาครัฐอาจตรึงค่าไฟเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน ส่งผลให้การส่งผ่านต้นทุนล่าช้า
การแข่งขันในตลาดพลังงานหมุนเวียน: การประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีคู่แข่งเข้าร่วมจำนวนมาก อาจกดดันอัตราผลตอบแทน (IRR)
การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานภาครัฐ: การปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ (Single Pool Gas) ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน SPP
13. มุมมองนักลงทุนและข้อสรุปการวิเคราะห์ (Investor View) สรุปมุมมองการลงทุน ราคาเป้าหมาย IAA Consensus และเช็กลิสต์การติดตาม — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
IAA TARGET PRICE เฉลี่ย
฿53.41
คำแนะนำจากนักวิเคราะห์
ซื้อ 14 · ถือ 6 · ขาย 0
FORWARD DIVIDEND YIELD
~3.0–3.2%
สรุปการประเมินมูลค่าตามฉากทัศน์ (Scenario Valuation Matrix) ตารางสรุปสมมติฐานการประเมินมูลค่าตามฉากทัศน์ Bull / Base / Bear เทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน (฿48.50) ฉากทัศน์ (Scenario) ราคาเป้าหมาย Upside / Downside Implied P/E Implied P/BV สมมติฐานหลักและปัจจัยขับเคลื่อน (Key Assumptions) Bull Case ฿68.00 +40.2% 22.3x 1.63x ราคาก๊าซลดต่ำกว่า ฿280/MMBtu, ชนะสัญญา Direct PPA Data Center 500 MW, Avaada & CFXD หนุนกำไรโต 30% YoY (กำไรสุทธิ ฿8,600 ล้าน) Base Case (Consensus) ฿58.00 +19.6% 23.0x 1.39x ราคาก๊าซเฉลี่ย ฿310–330/MMBtu, สเปรด SPP เสถียร, GHECO-One เดินเครื่องเต็มที่, กำไรสุทธิปี 2569E แตะ ฿7,100 ล้าน (EPS ฿2.52), ปันผล ฿1.50 Bear Case ฿42.00 -13.4% 21.5x 1.01x วิกฤตพลังงานดัน Spot LNG พุ่งเกิน $16/MMBtu, กกพ. ตรึง Ft บีบมาร์จิ้น SPP, เงินรูปีอินเดียอ่อนค่า, กำไรสุทธิลดลงสู่ ฿5,500 ล้าน
ประมาณการราคาเป้าหมายจากสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (IAA Consensus) สรุปประมาณการราคาเป้าหมายและคำแนะนำการลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569) บริษัทหลักทรัพย์ (Broker) คำแนะนำ (Rating) ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น) ส่วนต่างจากราคาปัจจุบัน (Upside %) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) Outperform / ซื้อ 62.00 +27.8% บล. กรุงศรี (KSS) / บล. ลิเบอเรเตอร์ (LIB) ซื้อ 61.00 +25.8% บล. หยวนต้า (YUANTA) / บล. เคจีไอ (KGI) ซื้อ 60.00 +23.7% บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (DBSV) ซื้อ 59.00 +21.6% บล. เอเซีย พลัส (ASPS) ซื้อ 56.00 +15.5% บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) / ฟินันเซีย ไซรัส (FSSIA) ซื้อ 54.00 +11.3% บล. กสิกรไทย (KS) ถือ / Neutral 52.00 +7.2% บล. ทิสโก้ (TISCO) ถือ 51.00 +5.2% ค่าเฉลี่ยสมาคมนักวิเคราะห์ (IAA Consensus Average) ซื้อ (BUY) 53.41 +10.1%
ที่มา: สรุปข้อมูล IAA Consensus จาก Settrade ณ เดือนตุลาคม 2569
เช็กลิสต์ปัจจัยติดตามสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist) แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 14 ตุลาคม 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน