รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น EPG — บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ผู้นำระดับโลกด้านการแปรรูปพอลิเมอร์และพลาสติกด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ดำเนินธุรกิจผ่าน 3 บริษัทย่อยหลักที่แข็งแกร่ง: (1) Aeroflex ผู้นำฉนวนยางกันความร้อน/เย็นสังเคราะห์ EPDM รายใหญ่ระดับโลกที่ได้รับอานิสงส์มหาศาลจากการเติบโตของ Data Center และอุตสาหกรรม Semiconductor (2) Aeroklas ผู้นำอุปกรณ์ตกแต่งและชิ้นส่วนยานยนต์กระบะพร้อมสิทธิบัตรระดับโลก เช่น พื้นปูกระบะและหลังคาแคนโนปี และเครือข่าย 4WD (TJM) และ (3) EPP ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารและเครื่องดื่มมาตรฐานสากล ผลประกอบการงวด 1Q2026/27 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569) เติบโตก้าวกระโดดด้วยรายได้ ฿3,642 ล้านบาท และกำไรสุทธิ ฿446 ล้านบาท (+65.1% YoY) ฐานะการเงินมั่นคงด้วย D/E เพียง 0.55 เท่า และ Net IB Debt/Equity เพียง 0.10 เท่า พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.20% — ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2026 / งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
Sector: สินค้าอุตสาหกรรม / วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร (Process Industries / Industrial Specialties)ราคาล่าสุด ฿6.25Market Cap ฿17,500 ล้านP/E 11.90 · P/BV 1.26Dividend Yield ~3.2%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมการลงทุน ผลการดำเนินงาน และประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ — ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2026

บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SET: EPG / EPG.BK) เป็นบริษัทโฮลดิ้งชั้นนำระดับโลกที่ลงทุนในกลุ่มธุรกิจแปรรูปพอลิเมอร์และพลาสติกคุณภาพสูง ด้วยปรัชญาการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา (Creative Innovation Organization) ดำเนินงานผ่าน 3 ธุรกิจหลักที่ครอบคลุมตลาดสากล ได้แก่ Aeroflex (ผู้นำฉนวนยางกันความร้อน/เย็นสังเคราะห์ EPDM รายใหญ่ระดับโลก), Aeroklas (ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์ตกแต่งและชิ้นส่วนยานยนต์ประเภทปิกอัพ) และ EPP (ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำ)

ราคาหุ้นปัจจุบัน
฿6.25
ณ 25 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿17,500 ล้าน
2,800 ล้านหุ้น (พาร์ ฿1.00)(SET Profile)
P/E Ratio (TTM)
11.90x
อิงกำไร TTM ฿1,471 ล้านบาท(SET Financials)
P/BV Ratio
1.26x
มูลค่าหุ้นทางบัญชี BVPS ฿4.96(SET Factsheet)
อัตราเงินปันผลตอบแทน
3.20%
ปันผลปีล่าสุดรวม ฿0.20/หุ้น(Settrade)
กำไรสุทธิ 1Q2026/27
฿446 ล้าน
เติบโต +65.1% YoY (1Q25/26: ฿270M)(MD&A 1Q26/27)

ประเด็นสำคัญในการวิเคราะห์ (Key Investment Highlights)

สรุปมุมมองการลงทุน (Investment Thesis)

EPG กำลังเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตระลอกใหม่ (Growth Re-rating Cycle) โดยได้รับการขับเคลื่อนจาก Aeroflex ที่เป็นผู้เล่นระดับโลกในห่วงโซ่อุปทานของ Data Center และ Semiconductor ควบคู่กับการฟื้นตัวของ Aeroklas จากการเปิดตัวรถยนต์กระบะและ SUV รุ่นใหม่ของค่ายพันธมิตร OEM ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E เพียง 11.90x และ P/BV 1.26x ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและต่ำกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

2. ข้อมูลบริษัทและข้อมูลตลาด (Factsheet)

ข้อมูลสถิติตลาด โครงสร้างทุน และข้อมูลองค์กร — อ้างอิงข้อมูลทางการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 25 กันยายน 2026
ราคาปิดล่าสุด
฿6.25
ณ 25 ก.ย. 2026(SET)
มูลค่าตลาด (Mkt Cap)
฿17,500 ล้าน
2,800.00 ล้านหุ้นจดทะเบียน(SET Profile)
P/E (TTM)
11.90x
Sector Avg: ~15.8x(SET)
P/BV
1.26x
BVPS: ฿4.96 บาท(SET)
Dividend Yield
3.20%
นโยบายไม่ต่ำกว่า 30%(Settrade)
52-Week Range
฿4.20 - ฿7.30
กรอบการแกว่งตัว 1 ปี(SET)
Free Float
40.52%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 16,420 ราย(SET Profile)
Foreign Limit
49.00%
สัดส่วนต่างชาติตามจริง ~8.2%(SET)
หัวข้อข้อมูลรายละเอียดแหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ
ชื่อย่อหลักทรัพย์ / ตลาดEPG / ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)SET Factsheet
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) / วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร (Industrial Materials & Machinery)SET Profile
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว฿2,800,000,000 บาท (2,800,000,000 หุ้นสามัญ พาร์ ฿1.00 บาท)SET Profile
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก1. บริษัท วิทูรปกรณ์ โฮลดิ้ง จำกัด (60.00%), 2. Thai NVDR (4.12%), 3. นายภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ (2.85%)โครงสร้างผู้ถือหุ้น SET
สินทรัพย์รวม (30 มิ.ย. 2026)฿21,609.33 ล้านบาทงบการเงินรวม 1Q26/27
หนี้สินรวม / ส่วนของผู้ถือหุ้นหนี้สิน ฿7,662.28 ล้านบาท / ส่วนของผู้ถือหุ้น ฿13,873.92 ล้านบาทงบการเงินรวม 1Q26/27
รอบปีบัญชี (Fiscal Year)1 เมษายน – 31 มีนาคม ของทุกปีEPG Corporate Profile

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างธุรกิจ นวัตกรรมแปรรูปพอลิเมอร์ และ 3 เครื่องยนต์ขับเคลื่อนรายได้ระดับโลก

EPG ดำเนินธุรกิจในฐานะ Holding Company ที่มีความเชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของโลกในการวิจัย พัฒนา และแปรรูปพอลิเมอร์ ยางสังเคราะห์ และพลาสติกขั้นสูง บริษัทมีจุดเด่นด้านการวิจัยผ่านศูนย์นวัตกรรม EPG Innovation Center (EIC) ที่มีสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาครอบคลุมทั่วโลกกว่า 700 รายการ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีกำแพงป้องกันคู่แข่ง (Economic Moat) สูง และเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าระดับพรีเมียมในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

โครงสร้าง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก

กลุ่มธุรกิจสัดส่วนรายได้รายละเอียดผลิตภัณฑ์และบริการแบรนด์และบริษัทย่อย
1. ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ (Automotive Parts & Accessories)49.2%
  • พื้นปูกระบะ (Bed Liner) ชั้นนำระดับโลกด้วยสิทธิบัตรระบบติดตั้งโดยไม่ต้องเจาะตัวถัง
  • หลังคาครอบกระบะ (Canopy) ทำจากพลาสติก ABS น้ำหนักเบา แข็งแกร่ง ทนทาน
  • บันไดข้าง (Side Step), แผงใต้ท้องรถ (Underbody Shield), กันชน (Bull Bar)
  • อุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD Accessories) และชิ้นส่วน OEM
  • Aeroklas (ARK)
  • TJM Products (Australia)
  • Flexiglass
  • Aeroklas Asia Pacific
2. ฉนวนยางกันความร้อน/เย็น (Thermal Insulation)30.5%
  • ฉนวนยางสังเคราะห์ EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer) คุณภาพสูง
  • ใช้ในระบบทำความเย็นและปรับอากาศ (HVAC&R) ในอาคารขนาดใหญ่และโรงงานอุตสาหกรรม
  • ระบบท่อส่งความเย็นใน Data Center, โรงงาน Semiconductor, โรงพยาบาล และ Cleanrooms
  • คุณสมบัติไม่ลามไฟ ปราศจากสารก่อมะเร็ง ไร้สารทำลายชั้นโอโซน และทนต่อรังสี UV สูง
  • Aeroflex (AFC)
  • Aeroflex USA Inc.
  • Aeroflex Europe
  • Aeroflex Polymer (China)
3. บรรจุภัณฑ์พลาสติก (Plastic Packaging)20.3%
  • บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มมาตรฐานความปลอดภัยระดับ Food Grade สูงสุด
  • ถ้วยเครื่องดื่ม ฝา ชาม กล่องใส่อาหาร ทั้งประเภท Polypropylene (PP) และ PET
  • บรรจุภัณฑ์พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable & Compostable Packaging)
  • ใช้เทคโนโลยีขึ้นรูปความเร็วสูง (High-Speed Thermoforming) และการพิมพ์ลายขั้นสูง
  • Eastern Polypack (EPP)
  • epp Box
  • epp Cup

ความได้เปรียบเชิงโครงสร้างจากศูนย์นวัตกรรม EPG Innovation Center (EIC)

EPG ไม่ใช่ผู้รับจ้างผลิตทั่วไป (OEM) แต่เป็นผู้พัฒนานวัตกรรมวัสดุศาสตร์ชั้นสูง โดยมีห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 แห่งแรกของอาเซียนด้านพอลิเมอร์ ทำให้สามารถทดสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าให้กับผู้ผลิตยานยนต์และระบบปรับอากาศระดับโลกได้ในระดับสากล สร้างอำนาจการต่อรองราคาสูง

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

แนวโน้มรายได้ กำไรสุทธิ อัตรากำไร และผลประกอบการไตรมาสล่าสุด
แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (฿ล้าน)

ที่มา: งบการเงินรวมตรวจสอบและสอบทานแล้ว บมจ. อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG Financial Statements)

แนวโน้มอัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%)

ที่มา: การคำนวณจากงบการเงินรวมของ EPG ตามรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม และงวด TTM ณ 30 มิถุนายน 2569

เปรียบเทียบผลประกอบการไตรมาส 1: 1Q25/26 vs 1Q26/27 (฿ล้าน)

ที่มา: คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) ประจำงวด 1Q2026/27 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 (EPG MD&A 1Q26/27)

รายการผลการดำเนินงาน (฿ล้าน)FY2024 (สิ้นสุด มี.ค. 67)FY2025 (สิ้นสุด มี.ค. 68)FY2026 (สิ้นสุด มี.ค. 69)1Q2026/27 (มิ.ย. 69)TTM (มิ.ย. 2569)
รายได้จากการขายและบริการ13,227.113,863.613,580.93,642.113,888.0
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)4,298.84,159.14,753.31,351.25,102.5
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)32.50%30.00%35.00%37.10%36.74%
EBITDA2,414.02,079.52,613.1754.22,781.3
อัตราส่วน EBITDA Margin18.25%15.00%19.24%20.71%20.02%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน JV312.4245.8340.695.5361.3
กำไรสุทธิ (ส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่)1,187.1796.01,295.1446.21,471.3
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)8.97%5.74%9.54%12.25%10.59%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท)฿0.42฿0.28฿0.46฿0.16฿0.53

จุดเปลี่ยนผลประกอบการ: Gross Margin พุ่งทะลุ 37.1%

ในงวด 1Q2026/27 บริษัทสามารถยกระดับอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นมาแตะ 37.10% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี จากผลเชิงบวกของราคาวัตถุดิบเม็ดพลาสติกและพอลิเมอร์ที่ทรงตัวในระดับต่ำ การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ของโรงงานฉนวน Aeroflex ในสหรัฐฯ และการบริหารค่าใช้จ่าย SG&A อย่างมีวินัยเข้มงวด

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และความสมบูรณ์ทางบัญชี (Accounting Identity)
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน: สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (฿ล้าน)

ที่มา: งบแสดงฐานะการเงินรวมที่ตรวจสอบและสอบทานแล้ว สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 (EPG Financial Position)

รายการฐานะการเงิน (฿ล้าน)31 มี.ค. 202431 มี.ค. 202531 มี.ค. 202630 มิ.ย. 2026
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด1,215.41,280.21,450.51,520.8
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น3,124.63,290.53,210.83,450.2
สินค้าคงเหลือ4,180.24,250.84,380.64,410.5
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE)8,950.48,780.29,350.49,620.1
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนและค่าความนิยม1,420.51,390.81,385.21,380.4
รวมสินทรัพย์ (Total Assets)19,800.719,886.820,888.221,609.3
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Interest-bearing Debt)3,240.53,150.22,950.82,910.4
เจ้าหนี้การค้าและหนี้สินหมุนเวียนอื่น2,850.22,920.43,180.53,380.2
หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น1,221.31,222.01,287.61,371.7
รวมหนี้สิน (Total Liabilities)7,312.07,292.67,418.97,662.3
ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว2,800.02,800.02,800.02,800.0
กำไรสะสมและส่วนเกินมูลค่าหุ้น9,636.19,737.410,600.211,073.9
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity)12,488.712,594.213,400.213,873.9
หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้น19,800.719,886.820,819.121,536.2

ความสมบูรณ์ทางบัญชี: สินทรัพย์รวม ฿21,609.33 ล้านบาท ครอบคลุมหนี้สินรวม ฿7,662.28 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ ฿13,873.92 ล้านบาท โดยมีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (Non-controlling Interests) จำนวน ฿73.13 ล้านบาท ทำให้สมการทางบัญชีสมบูรณ์ 100%

6. หนี้สินและสภาพคล่องทางการเงิน (Leverage & Solvency)

การวิเคราะห์ภาระหนี้สิน ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และโครงสร้างเงินทุน
แนวโน้มอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt/Equity และ Net IB Debt/Equity)

ที่มา: งบการเงินรวม บมจ. อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป คำนวณตามสูตรทางการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อัตราส่วนความเสี่ยงทางการเงินFY2024FY2025FY202630 มิ.ย. 2026เกณฑ์ความปลอดภัย
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio)0.59x0.58x0.55x0.55x< 1.50x
หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt/Equity)0.26x0.25x0.22x0.21x< 1.00x
หนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IB Debt/Equity)0.16x0.15x0.11x0.10x< 0.75x
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียน (Current Ratio)1.85x1.78x1.82x1.86x> 1.20x
อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR)14.2x11.8x15.6x16.8x> 3.00x

การประเมินสถานะสภาพคล่องและโครงสร้างหนี้

EPG มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง อัตราส่วน Net IB Debt/Equity อยู่ที่เพียง 0.10 เท่า โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อการค้าระหว่างประเทศ (Packing Credit / Trust Receipt) และเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อลงทุนขยายโรงงาน ซึ่งบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปีละกว่า ฿2,200 – 2,500 ล้านบาท เพียงพอต่อการชำระคืนหนี้และการจ่ายเงินปันผลได้อย่างสบาย

7. สัดส่วนรายได้และโครงสร้างธุรกิจ (Segments Breakdown)

การจำแนกรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ 3 สายหลัก และการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์
สัดส่วนรายได้จำแนกตาม 3 กลุ่มธุรกิจหลัก (%)

ที่มา: รายงานประจำปีแบบ 56-1 One Report และผลประกอบการงวด 1Q2026/27 บมจ. อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG 56-1 One Report)

กลุ่มธุรกิจและแบรนด์สัดส่วน (%)ลักษณะการดำเนินงานและแนวโน้มการเติบโต
1. Aeroklas (อุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์)49.2%รายได้หลักมาจากผลิตภัณฑ์พื้นปูกระบะและแคนโนปี มีฐานลูกค้าเป็นค่ายรถยนต์ชั้นนำทั่วโลก (Ford, Isuzu, Toyota, Mitsubishi) แม้ตลาด OEM ไทยชะลอตัว แต่ตลาดต่างประเทศและการปรับโครงสร้าง TJM ในออสเตรเลียเริ่มสร้างกำไรอย่างมั่นคง
2. Aeroflex (ฉนวนยางกันความร้อน/เย็น)30.5%เป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงที่สุดในกลุ่ม (EBITDA Margin > 25%) ได้รับแรงส่งมหาศาลจากการขยายตัวของ AI Data Center และโรงงาน Semiconductor ในสหรัฐฯ และเอเชีย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ฉนวน EPDM เกรดพิเศษที่ทนต่ออุณหภูมิสุดขั้วและไม่ลามไฟ
3. EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติกอาหาร)20.3%เน้นตลาดในประเทศและภูมิภาคอาเซียน จำหน่ายบรรจุภัณฑ์อาหารและแก้วน้ำพลาสติก ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการบริโภค ภาคการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

การกระจายความเสี่ยงระดับสากล (Global Footprint)

EPG มีรายได้จากการส่งออกและการดำเนินงานในต่างประเทศรวมกว่า 65% ของรายได้ทั้งหมด (สหรัฐอเมริกา ~25%, ออสเตรเลียและแปซิฟิก ~20%, เอเชียและยุโรป ~20%) ขณะที่รายได้ในประเทศคิดเป็น ~35% ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศเพียงอย่างเดียว

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

นโยบายการจ่ายเงินปันผล สถิติเงินปันผลต่อหุ้น และอัตราการจ่ายเงินปันผล
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS: บาท/หุ้น)

ที่มา: ข้อมูลสิทธิประโยชน์ผู้ถือหุ้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Settrade Rights & Benefits)

รอบผลประกอบการเงินปันผลระหว่างกาล (บาท)เงินปันผลงวดสุดท้าย (บาท)รวมเงินปันผลทั้งปี (บาท)Dividend YieldPayout Ratio
FY2025/26 (สิ้นสุด มี.ค. 69)฿0.07฿0.13฿0.203.20%43.48%
FY2024/25 (สิ้นสุด มี.ค. 68)฿0.06฿0.08฿0.142.64%50.00%
FY2023/24 (สิ้นสุด มี.ค. 67)฿0.12฿0.10฿0.223.14%52.38%
FY2022/23 (สิ้นสุด มี.ค. 66)฿0.11฿0.14฿0.253.57%64.10%

นโยบายการจ่ายปันผลและความสม่ำเสมอ

EPG มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังหักภาษีและเงินสำรองตามกฎหมาย โดยในทางปฏิบัติมีการจ่ายปันผลในอัตรา 40% – 60% สม่ำเสมอปีละ 2 ครั้ง (ระหว่างกาลในเดือน ธ.ค. และสิ้นงวดในเดือน ส.ค.) สะท้อนถึงเสถียรภาพของกระแสเงินสด

9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การเปรียบเทียบมูลค่าตลาด อัตราส่วน P/E P/BV และความสามารถในการทำกำไรกับคู่แข่ง
เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (฿ล้าน) และ P/E Ratio (x)

ที่มา: ข้อมูลสถิติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 25 กันยายน 2026 (SET Market Data)

หลักทรัพย์ราคาปิด (บาท)Market Cap (฿ล้าน)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div. Yield (%)หมวดธุรกิจหลัก
EPG6.2517,50011.901.263.20%แปรรูปพอลิเมอร์ ยานยนต์ ฉนวน และบรรจุภัณฑ์
SCGP30.25129,86121.541.282.81%บรรจุภัณฑ์ครบวงจรและเยื่อกระดาษ
TASCO17.0026,83222.921.845.88%ผลิตภัณฑ์ยางมะตอยและวัสดุก่อสร้าง
STANLY224.0017,1649.030.8211.16%อุปกรณ์ส่องสว่างยานยนต์ OEM
SAT16.306,9319.120.869.20%เพลาข้างและชิ้นส่วนยานยนต์ OEM

การประเมินความน่าสนใจเชิงเปรียบเทียบ (Relative Valuation)

เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและบรรจุภัณฑ์ (SCGP และ TASCO) EPG ซื้อขายที่ P/E เพียง 11.90x ซึ่งคิดเป็นส่วนลด (Discount) สูงเกือบ 45-50% ทั้งที่ EPG มีธุรกิจฉนวน Aeroflex ที่สร้างมาร์จิ้นสูงกว่าและได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ระดับโลก จึงมีโอกาสสูงที่จะเกิดการปรับเพิ่มมูลค่า (Multiple Re-rating) เมื่อตลาดตระหนักถึงการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจาก Data Center

10. มุมมองสู่อนาคตและเป้าหมายการเติบโต (Outlook & Catalysts)

กลยุทธ์ Quality Growth with Resilience แผนขยายกำลังการผลิต และปัจจัยขับเคลื่อน

ผู้บริหาร EPG กำหนดทิศทางธุรกิจปี 2569/70 ภายใต้กลยุทธ์ “Quality Growth with Resilience” มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ รักษาระดับรายได้รวมที่ประมาณ ฿13,800 – 14,200 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง 33% – 36%

ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ (Growth Catalysts)

11. ปัจจัยเสี่ยงและแนวทางรับมือ (Risk Factors)

การประเมินปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ผลกระทบ และตัวชี้วัดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยเสี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแนวทางบริหารจัดการของบริษัทตัวชี้วัดติดตาม (Observable Trigger)
1. ความผันผวนของราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีราคาเม็ดพลาสติกและสารเคมียางสังเคราะห์ปรับตัวสูงขึ้น กดดันมาร์จิ้นทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Formula Pricing) และบริหารสต็อกตามยอดคำสั่งซื้อราคาเม็ดพลาสติก ICIS (PP, PE, PET) และราคาน้ำมันดิบ Brent
2. การชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ยอดขายชิ้นส่วน OEM ของ Aeroklas ลดลงตามยอดผลิตรถยนต์ขยายตลาดสินค้า Aftermarket และอุปกรณ์ตกแต่ง 4WD (TJM) ทั่วโลกยอดผลิตและจำหน่ายรถยนต์กระบะของสภาอุตสาหกรรมฯ (ส.อ.ท.)
3. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (USD/THB, AUD/THB)รายได้จากการส่งออกคิดเป็นกว่า 65% อาจเกิดผลขาดทุนจาก FXใช้กลยุทธ์ Natural Hedge ควบคู่กับการทำสัญญา Forward และ Optionอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเทียบ USD และ AUD
4. ผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าภาษีนำเข้าหรือมาตรการตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ หรือยุโรปกระจายฐานการผลิตในไทย สหรัฐฯ ยุโรป ออสเตรเลีย อินเดีย และจีนประกาศอัตราภาษีนำเข้าและนโยบายการค้าของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ
5. การแข่งขันด้านราคาในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ EPPการตัดราคาจากผู้ผลิตพลาสติกรายย่อยในประเทศมุ่งเน้นบรรจุภัณฑ์ Food Grade คุณภาพสูงและผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ดัชนีราคาผู้ผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก
6. ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการบริษัทย่อยในต่างประเทศผลการดำเนินงานของ TJM ในออสเตรเลียอาจฟื้นตัวช้ากว่าคาดปรับโครงสร้างทีมผู้บริหาร ปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร และปรับปรุงระบบ ERPEBITDA Margin ของบริษัทย่อยในออสเตรเลีย

12. บทวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)

การประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัท

จุดแข็ง (Strengths)

  • เป็นเจ้าของเทคโนโลยีและสิทธิบัตรกว่า 700 รายการ มีศูนย์วิจัย EIC ระดับสากล
  • Aeroflex เป็นแบรนด์ฉนวนยาง EPDM คุณภาพพรีเมียมอันดับ 1 ในใจของลูกค้าระบบ HVAC ทั่วโลก
  • Aeroklas เป็นพันธมิตรผู้ผลิต OEM ให้กับค่ายรถยนต์ระดับโลก มีอำนาจต่อรองสูง
  • โครงสร้างเงินทุนแข็งแกร่งมาก Net IB Debt/Equity เพียง 0.10 เท่า ปลอดภัยจากวิกฤต

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • การดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศ (TJM ออสเตรเลีย) ในอดีตมีต้นทุนสูง
  • พึ่งพาคำสั่งซื้อจากค่ายรถยนต์กระบะในสัดส่วนสูง ทำให้กำไรอิงกับวัฏจักรยานยนต์
  • ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ EPP มีการแข่งขันด้านราคาสูงและมีมาร์จิ้นต่ำกว่าอีกสองกลุ่ม
  • ความซับซ้อนของการบริหารจัดการสาขาและบริษัทย่อยในหลายทวีปทั่วโลก

โอกาส (Opportunities)

  • การเติบโตแบบก้าวกระโดดของระบบทำความเย็นใน AI Data Center และ Cloud Infrastructure
  • การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หนุนความต้องการชิ้นส่วนพลาสติกน้ำหนักเบาและแผงกันกระแทก
  • การฟื้นตัวของการบริโภคและการท่องเที่ยวในภูมิภาค หนุนความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหาร
  • การควบรวมกิจการ (M&A) และการขยายตลาดใหม่ในอินเดีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้

อุปสรรค (Threats)

  • ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและปิโตรเคมีโลกซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้น
  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาค่าระวางเรือหรือเส้นทางเดินเรือหยุดชะงัก
  • การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและภาวะกำลังซื้อชะลอตัวในตลาดยานยนต์หลัก
  • กระแสกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View)

แบบจำลองสถานการณ์ การประเมินมูลค่า และข้อสรุปสำหรับผู้ตัดสินใจลงทุน
กรณีการลงทุนสมมติฐานหลักกำไรสุทธิต่อปี (คาดการณ์)ราคาเป้าหมายประเมิน (บาท)
กรณีดีที่สุด (Bull Case)คำสั่งซื้อ Aeroflex จาก Data Center ทะลัก ยอดขาย OEM รถกระบะฟื้นแรง และ TJM พลิกกำไรสูง฿1,700 – 1,850 ล้านบาท฿8.50 (P/E 13.5x)
กรณีฐาน (Base Case)Aeroflex เติบโตต่อเนื่อง +15% ยอดขายยานยนต์ทรงตัว และอัตรากำไรขั้นต้นรักษาได้ที่ 35%฿1,400 – 1,550 ล้านบาท฿7.20 (P/E 13.0x)
กรณีเลวร้าย (Bear Case)เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ยอดขาย OEM ลดลง ราคาเม็ดพลาสติกพุ่งขึ้น และ TJM ยังมีผลขาดทุน฿1,050 – 1,150 ล้านบาท฿5.20 (P/E 12.5x)

มุมมองและราคาเป้าหมายจากสมาคมนักวิเคราะห์ (Consensus & Valuation)

ข้อสรุปเชิงกลยุทธ์การลงทุน

EPG เป็นหุ้นคุณค่านวัตกรรม (Innovative Value & Growth Play) ที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) สูงจาก P/E เพียง 11.90x และฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมาก (Net IB Debt/Equity 0.10 เท่า) หุ้นมี Catalyst สำคัญจากการเกาะกระแสเมกะเทรนด์การลงทุน Data Center และชิ้นส่วนยานยนต์รุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้ผลตอบแทนเงินปันผลสม่ำเสมอที่ 3.20% เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความสมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคง