บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) เป็นผู้ประกอบการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถือสัมปทานบริหารโครงข่ายทางพิเศษระยะทางรวม 87.5 กม. และโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H2026) BEM รายงานกำไรสุทธิ ฿1,886.65 ล้านบาท โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 สามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง ฿1,011.88 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติกำไรไตรมาส 2 สูงสุดในรอบ 10 ปี จากการขยายตัวของผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และการบริหารต้นทุนทางการเงินเชิงรุก (Active Debt Management) ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลงถึง 9% YoY
BEM ได้ลงนามสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางขุนนนท์ - มีนบุรี ระยะทาง 35.9 กม.) สัมปทาน PPP Net Cost 30 ปีกับ รฟม. เรียบร้อยแล้ว โดยงานโยธาส่วนตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมฯ - มีนบุรี) ก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% และมีกำหนดรับมอบขบวนรถไฟฟ้าล็อตแรกในปลายเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อเตรียมเปิดเดินรถส่วนตะวันออกในปี 2571 นอกจากนี้ ในวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 22 รุ่น มีมติอนุมัติผ่อนผันและปรับปรุง Financial Covenants ขยายเพดาน Net IBD/E Ratio เพื่อปลดล็อกขีดความสามารถการกู้ยืมรองรับการลงทุนเมกะโปรเจกต์ ทั้งสายสีส้มและโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) งามวงศ์วาน-พระราม 9
| สถานการณ์ | ราคาเป้าหมาย | Upside / Downside | 2026E EPS | Target P/E | สมมติฐานหลักและตัวเร่งเชิงยุทธศาสตร์ |
|---|---|---|---|---|---|
| Bull Case | ฿10.50 | +65.4% | ฿0.32 | 32.8x | อนุมัติ Double Deck ขยายสัมปทานถึงปี 2601, เปิดสายสีส้มส่วนตะวันออกเร็ว, ผู้โดยสาร MRT >550k เที่ยว/วัน |
| Base Case | ฿8.65 | +36.2% | ฿0.28 | 30.9x | รับมอบรถสีส้มตามแผน, เปิดบริการปี 2571, ทางด่วน 1.1M เที่ยว/วัน, ดอกเบี้ยจ่ายลดลง, กำไรโตต่อเนื่อง |
| Bear Case | ฿6.20 | -2.4% | ฿0.25 | 24.8x | Double Deck ติดขั้นตอนราชการ, การชดเชยค่าโดยสาร 20 บาทล่าช้า, ภาระดอกเบี้ยลงทุนสายสีส้มกดดันกำไร |
| หัวข้อข้อมูล | รายละเอียดและสถิติสำคัญ | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|
| ชื่อนิติบุคคลจดทะเบียน | บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) / Bangkok Expressway and Metro Public Company Limited | SET Profile |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | บริการ (Services) / ขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) | SET Profile |
| ผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 1 | บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) (CK) ถือหุ้น 31.32% (4,787.27 ล้านหุ้น) | SET Major Shareholders |
| ผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 2 | การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม. / MRTA) ถือหุ้น 8.22% (1,256.78 ล้านหุ้น) | SET Major Shareholders |
| ผู้ถือหุ้นใหญ่สถาบันอื่น | สำนักงานประกันสังคม ถือหุ้น 5.48%, บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (NVDR) ถือหุ้น 4.25% | SET Major Shareholders |
| ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต | บริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด (EY) (ความเห็น: ไม่มีเงื่อนไข - Unqualified Opinion) | SEC Thailand |
| อันดับเครดิตองค์กร (Company Rating) | “A-” แนวโน้ม “Stable” โดย TRIS Rating / หุ้นกู้มีประกัน “AAA” | BEM One Report |
BEM เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BECL) และ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BMCL) เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2558 ทำให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมรายเดียวในประเทศไทยที่บูรณาการระบบคมนาคมทางบก (ทางพิเศษ) และระบบขนส่งมวลชนทางราง (รถไฟฟ้า MRT) เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้เกิดการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) และการเกื้อหนุนปริมาณการเดินทาง (Network Connectivity Flywheel) แบ่งโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 3 ส่วนหลัก:
| โครงการ / เส้นทาง | ระยะทาง / สถานี | คู่สัญญาภาครัฐ | รูปแบบสัญญา | ปีสิ้นสุดสัญญา | ลักษณะรายได้และผลตอบแทน |
|---|---|---|---|---|---|
| ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) | 38.4 กม. | การทางพิเศษฯ (กทพ.) | BTO (Build-Transfer-Operate) | 2578 (31 ต.ค. 2578) | แบ่งรายได้ค่าผ่านทางกับ กทพ. ตามสัดส่วนสัญญา |
| ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก | 16.7 กม. | การทางพิเศษฯ (กทพ.) | BTO สัมปทาน 30 ปี | 2595 (15 ธ.ค. 2595) | BEM ได้รับค่าผ่านทางทั้งหมด 100% ตลอดอายุสัญญา |
| ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) | 32.0 กม. | การทางพิเศษฯ (กทพ.) | BTO โดยบริษัทย่อย NECL | 2578 (31 ต.ค. 2578) | เก็บค่าผ่านทางตามปริมาณรถจริง |
| MRT สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) | 48.0 กม. (38 สถานี) | การรถไฟฟ้าฯ (รฟม.) | PPP Net Cost สัมปทาน 30 ปี | 2593 (31 มี.ค. 2593) | BEM เก็บค่าโดยสาร รับความเสี่ยง มีสิทธิพัฒนาเชิงพาณิชย์ |
| MRT สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) | 23.0 กม. (16 สถานี) | การรถไฟฟ้าฯ (รฟม.) | PPP Gross Cost จ้างเดินรถ 30 ปี | 2586 (4 ก.ย. 2586) | รฟม. จ่ายค่าจ้างบริการ O&M Service Fee สม่ำเสมอ |
| MRT สายสีส้ม (บางขุนนนท์-มีนบุรี) | 35.9 กม. (28 สถานี) | การรถไฟฟ้าฯ (รฟม.) | PPP Net Cost สัมปทาน 30 ปี | 2601–2603 | จัดหาขบวนรถ เดินรถและซ่อมบำรุงทั้งสาย พร้อมรับเงินอุดหนุนโยธา |
| รายการทางการเงิน (ล้านบาท) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | % YoY (1H) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการให้บริการ | 16,339 | 16,400 | 16,980 | 8,089 | 8,264 | +2.16% |
| รายได้รวม (รวมรายได้อื่น) | 17,139 | 17,004 | 17,591 | 8,552 | 8,634 | +0.96% |
| EBITDA | 9,495 | 9,720 | 10,238 | 4,710 | 4,890 | +3.82% |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ | 3,479 | 3,768 | 3,781 | 1,864 | 1,887 | +1.23% |
| EBITDA Margin (%) | 55.40% | 57.16% | 58.20% | 55.08% | 56.63% | +1.55% |
| Net Profit Margin (%) | 20.30% | 22.16% | 21.49% | 21.79% | 21.85% | +0.06% |
| รายการงบแสดงฐานะการเงิน (ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2566 | 31 ธ.ค. 2567 | 31 ธ.ค. 2568 | 30 มิ.ย. 2569 | การเปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์หมุนเวียน | 5,688 | 6,450 | 7,890 | 8,912 | +13.0% |
| สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (สิทธิสัมปทาน/ลูกหนี้รัฐ) | 106,808 | 126,323 | 152,620 | 165,540 | +8.5% |
| สินทรัพย์รวม | 112,496 | 132,773 | 160,510 | 174,452 | +8.7% |
| หนี้สินหมุนเวียน | 16,842 | 20,150 | 24,310 | 26,450 | +8.8% |
| หนี้สินไม่หมุนเวียน (หุ้นกู้ระยะยาว & เงินกู้ยืม) | 57,990 | 76,062 | 99,197 | 110,843 | +11.7% |
| หนี้สินรวม | 74,832 | 96,212 | 123,507 | 137,293 | +11.2% |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ | 37,663 | 36,559 | 37,001 | 37,159 | +0.4% |
หมายเหตุ: สินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2567 ต่อเนื่องถึง 1H2569 เนื่องจากการบันทึกสินทรัพย์และภาระผูกพันสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่เริ่มเดินหน้างานระบบและจัดหาขบวนรถ โดยสมการบัญชี สินทรัพย์รวม = หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้น (137,293 + 37,159 = 174,452 ล้านบาท) ถูกต้องสมบูรณ์
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ของ BEM จำนวน 22 รุ่น ได้มีมติอนุมัติผ่อนผันและแก้ไขข้อกำหนดสิทธิเกี่ยวกับอัตราส่วนทางการเงิน (Financial Covenants) โดยปรับเพิ่มเพดาน Net IBD/E Ratio เพื่อเปิดทางให้บริษัทสามารถกู้ยืมและออกหุ้นกู้ใหม่สำหรับโครงการสายสีส้มและการขยายโครงข่ายคมนาคมขนาดใหญ่ โดยบริษัทตกลงปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้บางรุ่นขึ้น 0.05% - 0.10% ต่อปี มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป สะท้อนถึงความยืดหยุ่นทางการเงินและความสัมพันธ์อันดีกับนักลงทุนสถาบัน
| กลุ่มธุรกิจ | สัดส่วน (%) | รายได้ 1H2026 (ล้านบาท) | ลักษณะรายได้และปัจจัยขับเคลื่อน |
|---|---|---|---|
| ธุรกิจทางพิเศษ (Expressway) | 52% | 4,297 | เก็บเงินสดค่าผ่านทาง ปริมาณรถเฉลี่ย 1.08 ล้านเที่ยว/วัน รายได้สม่ำเสมอ |
| ธุรกิจระบบราง (Rail - MRT) | 42% | 3,471 | ค่าโดยสารสายสีน้ำเงิน (PPP Net Cost) + ค่าจ้างเดินรถสายสีม่วง (Gross Cost) |
| ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ (BMN) | 6% | 496 | สื่อโฆษณาในสถานี/ขบวนรถ, พื้นที่เช่า Metro Mall, โครงข่ายโทรคมนาคม |
| รวมรายได้จากการให้บริการ | 100% | 8,264 | เติบโต +2.16% YoY |
บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ ของงบการเงินเฉพาะกิจการในแต่ละปี โดยคำนึงถึงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน สภาพคล่อง และแผนการลงทุนขยายโครงการในอนาคต โดยในทางปฏิบัติ BEM จ่ายปันผลในอัตราสูงถึง 60% - 62% ของกำไรสุทธิมาอย่างต่อเนื่อง
| รอบปีผลประกอบการ | เงินปันผล (บาท/หุ้น) | กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) | อัตราการจ่ายปันผล (Payout) | Dividend Yield (%) | วันจ่ายเงินปันผล |
|---|---|---|---|---|---|
| 2565 (FY2022) | ฿0.12 | ฿0.16 | 75.0% | 1.25% | 3 พ.ค. 2566 |
| 2566 (FY2023) | ฿0.14 | ฿0.23 | 60.9% | 1.75% | 3 พ.ค. 2567 |
| 2567 (FY2024) | ฿0.15 | ฿0.25 | 60.0% | 1.90% | 2 พ.ค. 2568 |
| 2568 (FY2025) | ฿0.15 | ฿0.25 | 60.0% | 2.21% | 7 พ.ค. 2569 |
| 2569E (ประมาณการ) | ฿0.15 – ฿0.16 | ฿0.26 | 58% - 60% | 2.36% – 2.52% | พ.ค. 2570 |
| หลักทรัพย์ | ชื่อบริษัท | ราคา (บาท) | Market Cap (ลบ.) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Div. Yield (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| BEM | ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ | 6.35 | 97,060 | 25.51 | 2.61 | 2.36% |
| BTS | บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ | 1.87 | 30,420 | — | 0.65 | — |
| AOT | ท่าอากาศยานไทย | 58.25 | 832,143 | 44.85 | 6.82 | 1.30% |
| PRM | พริมา มารีน | 8.20 | 20,500 | 9.85 | 1.35 | 4.65% |
ข้อสังเกต: BEM มีสถานะการทำกำไรที่สม่ำเสมอและมั่นคงสูงกว่า BTS ซึ่งยังคงมีภาระผลขาดทุนในงบการเงินรวม ขณะที่เมื่อเทียบกับ AOT ซึ่งเป็นหุ้นผูกขาดสนามบิน BEM มีระดับ Valuation (P/E 25.51x เทียบกับ AOT 44.85x) ที่ถูกกว่าเกือบเท่าตัวและมีความผันผวนต่อปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกต่ำกว่า
กำหนดส่งมอบขบวนรถไฟฟ้าล็อตแรกปลายเดือน พ.ย. 2569 เพื่อเริ่มทดสอบระบบ (Dynamic Test) คาดเปิดเดินรถส่วนตะวันออกต้นปี 2571 เร็วกว่าแผนเดิม
โครงการทางด่วนชั้นที่ 2 งามวงศ์วาน-พระราม 9 มูลค่า ฿35,000 ล้าน แลกกับการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนเดิมออกไปอีก 22 ปี 5 เดือน (ถึงปี 2601) อยู่ในขั้นเสนอ ครม.
การเชื่อมต่อสายสีส้มตะวันตกสู่ย่านธนบุรีและระบบตั๋วร่วม ช่วยดันปริมาณผู้โดยสารโครงข่าย MRT ทะลุ 800,000 เที่ยว/วัน สร้างการเติบโตระยะยาว
Trigger: นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หรือการปรับโครงสร้างตั๋วร่วม
Mitigation: สัญญา MRT สายสีน้ำเงินเป็น PPP Net Cost การแทรกแซงราคาต้องมีการชดเชยส่วนต่างรายได้ตามสัญญา (Revenue Guarantee) หรือตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมชดเชย
Trigger: ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงิน และภาระหนี้ IBD กว่า ฿102,500 ล้านบาท
Mitigation: BEM ใช้กลยุทธ์ Fixed Interest Rate สัดส่วนกว่า 80% ผ่านการออกหุ้นกู้ระยะยาว และกระจายวันครบกำหนดชำระอย่างสม่ำเสมอ
Trigger: การส่งมอบพื้นที่ขุดเจาะอุโมงค์ในเขตเมืองเก่ากรุงเทพฯ ล่าช้ากว่ากำหนด
Mitigation: พันธมิตรผู้รับเหมาหลักคือ ช.การช่าง (CK) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญงานเจาะอุโมงค์ใต้ดินสูงสุดในไทย และงานส่วนตะวันออกเสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว
Trigger: สัญญาทางด่วนขั้นที่ 2 และบางปะอิน-ปากเกร็ด มีกำหนดสิ้นสุดปี 2578 (เหลือ 9 ปี)
Mitigation: เจรจาลงทุนโครงการ Double Deck แลกกับการขยายสัญญาสัมปทานออกไปถึงปี 2601 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติของ ครม.
Trigger: น้ำท่วมฉับพลัน แผ่นดินไหว หรืออุบัติเหตุระบบอาณัติสัญญาณขัดข้อง
Mitigation: สถานี MRT ใต้ดินทุกแห่งถูกออกแบบให้มีระดับทางเข้าสูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดในรอบ 200 ปี และมีระบบสำรองไฟฟ้าระดับสากล
Trigger: การขยายตัวของบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน และรถยนต์ส่วนบุคคลไฟฟ้า (EV)
Mitigation: ความหนาแน่นของการจราจรใน กทม. ทำให้รถไฟฟ้าใต้ดินยังเป็นทางเลือกการเดินทางที่ประหยัดเวลาและควบคุมเวลาได้แน่นอนที่สุด
BEM เป็นหุ้น Defensive Growth คุณภาพสูงที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาว เพื่อรับประโยชน์จากการขยายโครงข่ายคมนาคมของกรุงเทพฯ การที่ราคาหุ้นปัจจุบันที่ ฿6.35 มีส่วนต่าง (Upside) สูงถึง +36.2% เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensus ที่ ฿8.65 โดยมีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากการส่งมอบรถไฟฟ้าสายสีส้มในปลายเดือนพฤศจิกายน 2569 และการปลดล็อกเพดานหนี้ผ่านมติผู้ถือหุ้นกู้สำเร็จ