บริษัท เบอร์ล่า คาร์บอน (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) (SET: BCT / BCT.BK) (เดิมชื่อ บริษัท ไทยคาร์บอนแบล็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TCB) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสารคาร์บอนแบล็ค (Carbon Black) รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้กลุ่มทุน Aditya Birla Group เครือธุรกิจข้ามชาติชั้นนำระดับโลกจากอินเดีย BCT มีฐานการผลิตหลักตั้งอยู่ที่จังหวัดอ่างทองและระยอง ผลิตภัณฑ์คาร์บอนแบล็คทำหน้าที่เป็นสารเสริมแรงที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ (Tire), ชิ้นส่วนยางอุตสาหกรรม (MRG), สี, หมึกพิมพ์, พลาสติกวิศวกรรม ตลอดจนสารนำไฟฟ้าในขั้วแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
BCT มีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง (Net Cash Fortress Balance Sheet) โดยไม่มีภาระหนี้สินเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน มีเพียงหนี้สินตามสัญญาเช่าเพียงเล็กน้อย และถือครองเงินสด เงินฝาก และเงินลงทุนสภาพคล่องสูงรวมกว่า ฿11,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าเกินกว่า 60% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/BV เพียง 0.48 เท่า (ส่วนลดกว่า 52% จากมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นที่ ฿121.55) และ P/E เพียง 7.54 เท่า ต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและเคมีภัณฑ์เฉพาะทาง
| หัวข้อสารสนเทศ | รายละเอียดและข้อมูลสำคัญ | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|
| ชื่อบริษัทและสัญลักษณ์ | บริษัท เบอร์ล่า คาร์บอน (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) (สัญลักษณ์หลักทรัพย์: BCT / ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET) | SET Factsheet |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | สินค้าอุตสาหกรรม / ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (Process Industries / Chemicals: Specialty) | SET Profile |
| กลุ่มธุรกิจหลัก (Parent Conglomerate) | Aditya Birla Group (กลุ่มธุรกิจข้ามชาติขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) | Birla Carbon Portal |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | 300,000,000 บาท (มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1.00 บาท) จำนวน 300,000,000 หุ้นสามัญจดทะเบียน | แบบ 56-1 One Report |
| รอบระยะเวลาบัญชี | 1 เมษายน – 31 มีนาคม ของทุกปี (งวดงบปีล่าสุดสิ้นสุด 31 มีนาคม 2569) | SET Highlights |
| ที่ตั้งสำนักงานและโรงงาน | สำนักงานใหญ่: อาคารมหาทุนพลาซ่า ชั้น 16 ถ.เพลินจิต กทม. / โรงงานหลัก: จ.อ่างทอง และ จ.ระยอง | แบบ 56-1 One Report |
| โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรก |
| SET Profile (8 มิ.ย. 2569) |
บริษัท เบอร์ล่า คาร์บอน (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี 2521 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2533 เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกและผู้ผลิตคาร์บอนแบล็ครายแรกในประเทศไทย โดยดำเนินธุรกิจภายใต้กลุ่ม Birla Carbon ซึ่งเป็นธุรกิจผลิตคาร์บอนแบล็คระดับท็อป 2 ของโลกในเครือ Aditya Birla Group ปัจจุบัน BCT ดำเนินโรงงานผลิตคาร์บอนแบล็คขนาดใหญ่ที่มีเทคโนโลยี Furnace Black Process ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานระดับสากล
คาร์บอนแบล็คสำหรับยางรถยนต์ (Tire Applications): คิดเป็นสัดส่วนรายได้หลักกว่า 68% ผลิตภัณฑ์เกรดมาตรฐาน ASTM (เช่น N110, N220, N330, N550, N660) ทำหน้าที่เป็นสารตัวเติมเสริมความแข็งแรง ทนทานต่อการเสียดสี ทนความร้อน และเพิ่มการยึดเกาะถนนให้กับยางรถยนต์นั่ง รถบรรทุก และยานยนต์เชิงพาณิชย์ โดยส่งมอบให้กับผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลก เช่น Bridgestone, Michelin, Goodyear, Yokohama, Sumitomo และ Continental
คาร์บอนแบล็คสำหรับชิ้นส่วนยางอุตสาหกรรม (Mechanical Rubber Goods - MRG): สัดส่วนประมาณ 18% นำไปใช้ในท่อยางส่งน้ำมัน สายพานลำเลียง ซีลยางกันรั่ว ยางแท่นเครื่อง และชิ้นส่วนซับแรงสั่นสะเทือนในห้องเครื่องยนต์
คาร์บอนแบล็คชนิดพิเศษและวัสดุนำไฟฟ้า (Specialty Black & Conductive Additives): สัดส่วนประมาณ 14% เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added) ภายใต้แบรนด์ชั้นนำ เช่น Raven และ Conductex สำหรับใช้เป็นเม็ดสีดำในอุตสาหกรรมสี สารเคลือบผิว หมึกพิมพ์ พลาสติกนำไฟฟ้าวิศวกรรม รวมถึงการพัฒนาเป็น Conductive Carbon Additive ในขั้วแคโทดและแอโนดของเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
วัตถุดิบหลักในการผลิตคาร์บอนแบล็คคือน้ำมันกากกลั่นหรือน้ำมันหนัก (Carbon Black Feedstock - CBFS) จากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ในกระบวนการผลิต BCT ได้ติดตั้งระบบดักจับก๊าซทิ้งความร้อนสูง (Tail Gas) เพื่อนำมาป้อนเข้าสู่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Co-generation Power Plant) ภายในโรงงาน สามารถผลิตไอน้ำและกระแสไฟฟ้าใช้เองได้ครบ 100% ของความต้องการในกระบวนการผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในรอบปีบัญชี 2569 (1 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569) BCT มีรายได้รวม ฿11,150.00 ล้านบาท และกำไรสุทธิ ฿1,843.12 ล้านบาท แม้จะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในบางตลาด แต่สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของปีบัญชี 2570 (1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 2569) บริษัทสร้างการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขาย ฿2,354.00 ล้านบาท รายได้รวม ฿2,613.29 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิกระโดดขึ้นเป็น ฿604.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง +86.5% YoY เมื่อเทียบกับ ฿324.00 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
| รายการทางการเงิน (ล้านบาท) | FY2024 (มี.ค.67) | FY2025 (มี.ค.68) | FY2026 (มี.ค.69) | 1Q2025/26 | 1Q2026/27 | TTM (มิ.ย.69) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขายและบริการ | 12,850.40 | 10,210.15 | 10,650.00 | 2,566.00 | 2,354.00 | 10,438.00 |
| รายได้รวม (Total Revenues) | 13,276.23 | 10,673.34 | 11,150.00 | 2,861.76 | 2,613.29 | 10,901.53 |
| กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) | 2,794.43 | 2,180.40 | 1,850.00 | 410.00 | 675.00 | 2,115.00 |
| EBITDA | 3,550.00 | 2,550.00 | 2,280.00 | 520.00 | 785.00 | 2,520.00 |
| กำไรสุทธิ (Net Profit) | 4,049.00 | 2,457.71 | 1,843.12 | 324.00 | 604.13 | 2,123.25 |
| กำไรต่อหุ้น (EPS, บาท/หุ้น) | 13.50 | 8.19 | 6.14 | 1.08 | 2.01 | 7.08 |
| EBITDA Margin (%) | 26.7% | 23.9% | 20.4% | 18.2% | 30.0% | 23.1% |
| Net Profit Margin (%) | 30.5% | 23.0% | 16.5% | 11.3% | 23.1% | 19.5% |
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 BCT มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น ฿40,832.06 ล้านบาท โดยมีโครงสร้างเงินทุนเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นสูงถึง ฿36,465.09 ล้านบาท (คิดเป็น 89.3% ของสินทรัพย์รวม) และมีหนี้สินรวมเพียง ฿4,366.96 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้าจากการซื้อวัตถุดิบน้ำมัน CBFS และค่าใช้จ่ายค้างจ่ายดำเนินงานตามปกติ สมการความสมบูรณ์ทางบัญชีเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ (หนี้สิน ฿4,366.96M + ทุน ฿36,465.09M = ฿40,832.05M)
| รายการงบแสดงสถานะการเงิน (ล้านบาท) | สิ้น มี.ค. 2024 | สิ้น มี.ค. 2025 | สิ้น มี.ค. 2026 | 30 มิ.ย. 2026 (ล่าสุด) |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 2,450.00 | 3,120.00 | 3,850.00 | 4,215.00 |
| เงินลงทุนระยะสั้นและสินทรัพย์ทางการเงินอื่น | 6,850.00 | 6,950.00 | 7,100.00 | 7,320.00 |
| ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น | 2,810.00 | 2,450.00 | 2,680.00 | 2,540.00 |
| สินค้าคงเหลือ | 2,150.00 | 1,890.00 | 2,120.00 | 2,050.00 |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE) สุทธิ | 6,950.00 | 6,780.00 | 6,650.00 | 6,580.00 |
| เงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า | 15,600.00 | 16,660.00 | 17,400.00 | 18,127.06 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 36,810.00 | 37,850.00 | 39,800.00 | 40,832.06 |
| หนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้าและอื่น ๆ) | 4,950.00 | 4,380.00 | 4,120.00 | 3,850.00 |
| หนี้สินไม่หมุนเวียน | 655.00 | 570.00 | 530.00 | 516.96 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 5,605.00 | 4,950.00 | 4,650.00 | 4,366.96 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity) | 31,205.00 | 32,900.00 | 35,150.00 | 36,465.09 |
| มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS, บาท) | ฿104.02 | ฿109.67 | ฿117.17 | ฿121.55 |
ข้อสังเกต: BCT ถือครองเงินลงทุนในบริษัทร่วมในต่างประเทศ (เช่น PT. Indo Birla Carbon ในอินโดนีเซีย และการลงทุนในเครือข่าย Birla Carbon) มูลค่าทางบัญชีกว่า ฿18,127 ล้านบาท ซึ่งสร้างผลตอบแทนในรูปส่วนแบ่งกำไรอย่างสม่ำเสมอทุกปี
BCT ดำเนินนโยบายการเงินแบบอนุรักษนิยมสูงสุด (Conservative Capital Management) บริษัทไม่มีหนี้สินเงินกู้ยืมระยะสั้นหรือเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน และไม่มีการออกหุ้นกู้ หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมดประกอบด้วยหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน (Lease Liabilities) เพียงประมาณ ฿30–฿50 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IB Debt to Equity) อยู่ที่เพียง 0.01 เท่า และเมื่อหักเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น บริษัทมีสถานะเป็น Net Cash โดยมีอัตราส่วน Net IB Debt to Equity ติดลบที่ -0.31 เท่า
| อัตราส่วนทางการเงิน | FY2024 | FY2025 | FY2026 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) | 0.18x | 0.15x | 0.13x | 0.12x |
| หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity) | 0.03x | 0.02x | 0.02x | 0.01x |
| หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IB Debt / Equity) | -0.22x | -0.25x | -0.28x | -0.31x |
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียน (Current Ratio) | 2.88x | 3.30x | 3.82x | 4.19x |
| อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage) | >150x | >180x | >200x | >250x |
รายได้หลักของ BCT มาจากการจำหน่ายคาร์บอนแบล็คให้แก่อุตสาหกรรมยางรถยนต์และยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของภูมิภาค โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 68% ของรายได้รวม ตามด้วยผลิตภัณฑ์ยางเชิงกลและอุตสาหกรรมทั่วไป 18% และผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ Specialty Carbon Black 14%
| กลุ่มผลิตภัณฑ์ / ตลาด | สัดส่วน (%) | กลุ่มลูกค้าเป้าหมายและการใช้งาน |
|---|---|---|
| ยางรถยนต์และยานยนต์ (Tire & Auto) | 68.0% | ผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำ (Bridgestone, Michelin, Goodyear) สำหรับยาง OEM และ REM |
| ยางเชิงกลและอุตสาหกรรม (MRG) | 18.0% | สายพาน ท่อยาง ซีลกันซึม ยางแท่นเครื่อง และชิ้นส่วนรองรับแรงสั่นสะเทือน |
| คาร์บอนแบล็คชนิดพิเศษและแบตเตอรี่ (Specialty) | 14.0% | สี สารเคลือบผิว หมึกพิมพ์ พลาสติกตัวนำไฟฟ้า และขั้วไฟฟ้าแบตเตอรี่ EV |
สัดส่วนการจำหน่ายตามภูมิศาสตร์: จำหน่ายในประเทศประมาณ 48% และส่งออกไปยังต่างประเทศประมาณ 52% โดยตลาดส่งออกสำคัญได้แก่ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และอินเดีย
บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 20% ถึง 35% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ โดยพิจารณาจากกระแสเงินสด ความต้องการใช้เงินลงทุนในอนาคต และภาวะเศรษฐกิจ โดย BCT มีประวัติการจ่ายเงินปันผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกปีมากว่า 30 ปีนับแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผลต่อหุ้น (บาท) | วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD | วันที่จ่ายเงินปันผล | Dividend Payout Ratio (%) |
|---|---|---|---|---|
| FY2023 (1 เม.ย. 65 – 31 มี.ค. 66) | ฿1.40 | 9 มิ.ย. 2566 | 25 ส.ค. 2566 | ~13.0% |
| FY2024 (1 เม.ย. 66 – 31 มี.ค. 67) | ฿1.40 | 12 มิ.ย. 2567 | 15 ส.ค. 2567 | ~10.4% |
| FY2025 (1 เม.ย. 67 – 31 มี.ค. 68) | ฿1.00 | 10 มิ.ย. 2568 | 13 ส.ค. 2568 | ~12.2% |
| FY2026 (1 เม.ย. 68 – 31 มี.ค. 69) | ฿1.00 | 5 มิ.ย. 2569 | 10 ส.ค. 2569 | ~16.3% |
เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มห่วงโซ่อุปทานยานยนต์และปิโตรเคมีภัณฑ์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย BCT โดดเด่นด้วยระดับการประเมินมูลค่าที่มีส่วนลดสูงมาก โดยซื้อขายบน P/E เพียง 7.54 เท่า ต่ำกว่าทั้งกลุ่มยานยนต์ (STANLY 8.95x, IRC 10.39x) และกลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC 31.62x) พร้อมทั้งมี P/BV ต่ำที่สุดที่ 0.48 เท่า เทียบกับ STANLY ที่ 0.82 เท่า
| หลักทรัพย์ | ราคาล่าสุด (บาท) | Market Cap (ล้านบาท) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Dividend Yield (%) | ROE (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| BCT | ฿57.75 | 17,325 | 7.54x | 0.48x | 1.74% | 6.2% |
| STANLY | ฿224.00 | 17,164 | 8.95x | 0.82x | 11.16% | 9.2% |
| IRC | ฿18.20 | 3,640 | 10.39x | 0.74x | 4.50% | 7.1% |
| IVL | ฿29.00 | 162,822 | — | 0.71x | 2.41% | -1.5% |
| PTTGC | ฿24.60 | 222,061 | 31.62x | 0.45x | 3.05% | 1.4% |
ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ BCT ในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นการยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์คาร์บอนแบล็คเกรดพรีเมียมและกลุ่มคาร์บอนชนิดพิเศษ (Specialty Carbon Black) ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป พร้อมทั้งได้รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV Tires Transition): ยานยนต์ไฟฟ้ามีน้ำหนักตัวรถสูงกว่ารถยนต์สันดาปภายใน 20–30% จากน้ำหนักของแบตเตอรี่แพ็ค และมีแรงบิดมหาศาลตั้งแต่รอบเริ่มต้น ส่งผลให้ยางรถยนต์สำหรับ EV เกิดการสึกหรอเร็วกว่าปกติถึง 30% ผู้ผลิตยางจึงต้องใช้คาร์บอนแบล็คเกรดโครงสร้างพิเศษที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและลดแรงต้านการหมุน (Low Rolling Resistance) ซึ่ง BCT มีความพร้อมในการจัดส่งผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมียมดังกล่าว
การขยายตัวของกลุ่ม Specialty Black & Battery Materials: ความต้องการสารนำไฟฟ้าคาร์บอนในอุตสาหกรรมกักเก็บพลังงานและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว BCT อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับศูนย์วิจัยของ Birla Carbon ในระดับสากล เพื่อขยายกำลังการผลิตเกรด Conductive Carbon
การบริหารต้นทุนพลังงานและการสร้างมูลค่าจาก Co-generation: BCT สามารถผลิตไฟฟ้าและไอน้ำใช้เองได้ทั้งหมดและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินให้ภาครัฐ ช่วยสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอและป้องกันความเสี่ยงจากราคาค่าไฟฟ้าระบบ (Ft) ที่ผันผวน
| ประเภทความเสี่ยง | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น | สัญญาณบ่งชี้ที่ต้องติดตาม (Observable Trigger) | แนวทางบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| 1. ความผันผวนของราคาน้ำมัน CBFS | ต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็นกว่า 75% ของต้นทุนการผลิต หากราคาปรับขึ้นเร็วอาจส่งผ่านราคาขายไม่ทัน | ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) และราคาน้ำมันเตาในตลาดสิงคโปร์ | การใช้สูตรปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบ (Cost-plus Formula) และการทำสัญญาซื้อขายระยะยาว |
| 2. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน | การส่งออกคิดเป็น 52% ของยอดขาย และวัตถุดิบบางส่วนนำเข้าเป็นดอลลาร์สหรัฐ | ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD/THB) | การบริหารจัดการแบบจับคู่กระแสเงินสดเข้า-ออกตามธรรมชาติ (Natural Hedge) และสัญญา Forward FX |
| 3. การแข่งขันจากผู้ผลิตจีน | ผู้ผลิตคาร์บอนแบล็คในจีนอาจทุ่มตลาดในภูมิภาคอาเซียนเมื่อความต้องการในจีนชะลอตัว | ปริมาณและราคาการนำเข้าคาร์บอนแบล็คจากประเทศจีน | เน้นเกรดคุณภาพสูงที่ต้องใช้การรับรอง (OEM Qualification) ซึ่งใช้เวลาทดสอบ 12–18 เดือน |
| 4. ภาวะชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ | ยอดผลิตรถยนต์ทั้งในประเทศและตลาดส่งออกที่ลดลงจะกระทบปริมาณการสั่งซื้อยาง | สถิติยอดผลิตและยอดจำหน่ายยานยนต์ของ ส.อ.ท. (FTI) | การกระจายฐานลูกค้าไปยังตลาดยางอะไหล่ทดแทน (REM) ซึ่งมีความผันผวนน้อยกว่า |
| 5. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบสิ่งแวดล้อม | มาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) และเป้าหมาย Net Zero ในระดับสากล | นโยบายภาษีคาร์บอนของยุโรปและมาตรฐาน ESG | การใช้ Co-generation ดักจับก๊าซทิ้ง และการพัฒนาคาร์บอนแบล็คหมุนเวียน (Circular Carbon Black) |
| 6. การพึ่งพิงอุตสาหกรรมยางรถยนต์ | สัดส่วนรายได้กว่า 68% ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมยางรถยนต์ | แนวโน้มยอดขายยางรถยนต์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก | เร่งขยายสัดส่วนกลุ่ม Specialty Black, สี, หมึกพิมพ์ และแบตเตอรี่ |
BCT จัดเป็นหุ้นประเภท Value Play / Deep Discount Asset Play ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งสูงสุดในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ด้วยราคาหุ้นปัจจุบันที่ ฿57.75 ซื้อขายบน P/E เพียง 7.54 เท่า และ P/BV เพียง 0.48 เท่า (ส่วนลดกว่า 52% จากมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นที่ ฿121.55) นอกจากนี้ บริษัทมีเงินสด เงินลงทุนระยะสั้น และเงินลงทุนในบริษัทร่วมรวมกันกว่า ฿29,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัท (Market Cap ฿17,325 ล้านบาท) อย่างมีนัยสำคัญ
| ประเด็นติดตามสำคัญ (Monitoring Checklist) | ความถี่ | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| 1. ส่วนต่างราคาขายคาร์บอนแบล็คเทียบกับราคาน้ำมัน CBFS (Product Spread) | รายไตรมาส | รายงาน MD&A และข้อมูลอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ |
| 2. ผลการดำเนินงานรายไตรมาสและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม | รายไตรมาส | งบการเงิน ก.ล.ต. / ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย |
| 3. ยอดผลิตและส่งออกยางรถยนต์ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน | รายเดือน | สมาคมผู้ผลิตยางรถยนต์ / สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย |
| 4. อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐ (USD/THB) | ต่อเนื่อง | ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) |
| 5. การประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปีและการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM) | รายปี (มิ.ย. - ส.ค.) | ระบบสารสนเทศตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET News) |