รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น BCP — บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ผู้นำกลุ่มธุรกิจพลังงานครบวงจรระดับภูมิภาค ครอบคลุม 2 โรงกลั่นคอมเพล็กซ์พระโขนงและศรีราชา กำลังการกลั่นรวม 294,000 บาร์เรล/วัน เครือข่ายสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,214 แห่ง แบรนด์กาแฟอินทนิลกว่า 1,000 สาขา ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม OKEA ในนอร์เวย์ และผู้บุกเบิกโรงงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) แห่งแรกในไทยกำลังผลิต 1 ล้านลิตร/วัน — ข้อมูลตลาด ณ 14 ตุลาคม 2026 / งบการเงิน 1H2026 ณ 30 มิถุนายน 2026
Sector: ทรัพยากร / พลังงานและสาธารณูปโภค (Resources / Energy & Utilities)ราคาล่าสุด ฿51.5Market Cap ฿75,841 ล้านP/E 3.48 · P/BV 0.90Dividend Yield ~2.91%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการงวด 1H2026 การรวมกิจการสองโรงกลั่น และยุทธศาสตร์พลังงานแห่งอนาคต — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿51.50 · ฿75,841 ล้าน
ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026 (SET)(SET Factsheet)
รายได้รวม 1H2026
฿326,081 ล้าน
ขยายตัว +25.2% YoY จาก 1H2025(MD&A 2Q26)
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿45,056 ล้าน (13.82%)
พุ่งแรง +175.9% YoY จาก ฿16,331 ล้าน(MD&A 2Q26)
กำไรสุทธิ 1H2026 (EPS)
฿18,383 ล้าน (฿12.48/หุ้น)
Turnaround ชัดเจนจากขาดทุน -฿445 ล้านใน 1H25(MD&A 2Q26)
VALUATION (P/E · P/BV)
3.48x · 0.90x
ระดับ P/E 3.48x ต่ำสุดในกลุ่มโรงกลั่นไทย(Settrade Overview)
เงินปันผลระหว่างกาล 1H2026
฿3.00 ต่อหุ้น
จ่ายจริงเมื่อ 17 ก.ย. 2026 (Yield 1H สูงถึง 5.8%)(Settrade Dividend)

จุดเปลี่ยนทางยุทธศาสตร์: ปลดล็อก Synergy โรงกลั่นคู่ และเป็นผู้นำ New S-Curve เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก้าวข้ามสู่การเป็นผู้เล่นพลังงานครบวงจรชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการและควบรวม บมจ.บางจาก ศรีราชา (เดิมคือ เอสโซ่ ประเทศไทย หรือ BSRC) ส่งผลให้กำลังการกลั่นปิโตรเลียมรวมพุ่งแตะ 294,000 บาร์เรล/วัน ขึ้นแท่นโรงกลั่นที่มีกำลังการผลิตใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ พร้อมปลดล็อกมูลค่าจากการผสานพลังเชิงปฏิบัติการ (Operational & Logistics Synergies) ได้เกินกว่าเป้าหมาย 7,500 ล้านบาท/ปี ยิ่งไปกว่านั้น โครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ขนาด 1 ล้านลิตร/วัน ณ โรงกลั่นพระโขนง ซึ่งเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 ได้สร้างขุมพลังกำไรใหม่ (New S-Curve) ด้วยมาร์จิ้นระดับพรีเมียมจากมาตรฐาน ICAO CORSIA และข้อบังคับ EU Mandate

สาระสำคัญและประเด็นการลงทุนหลัก (Key Takeaways):

กรณีเติบโตสูง (Bull Case) — ฿68.00

  • Market GRM ยืนเหนือ $8.00/bbl จาก Crack Spread น้ำมันเครื่องบินและดีเซลตึงตัว
  • โรงงาน SAF เดินเครื่อง 100% สร้าง EBITDA ส่วนเพิ่มกว่า 4,500 ล้านบาท/ปี
  • OKEA เดินเครื่องแหล่ง Bestla และ Statfjord เต็มประสิทธิภาพ ดันผลผลิตรวมทะลุ 44,000 BOED
  • เงินปันผลทั้งปี 2026E แตะระดับ ฿5.00 ต่อหุ้น (อัตราผลตอบแทนเงินปันผล >9.7%)
  • อ้างอิง: Settrade IAA Consensus High Target

กรณีฐาน (Base Case) — ฿58.00

  • Market GRM อยู่ในกรอบสมดุล $6.50 – $7.20/bbl และราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหว $75 – $80/bbl
  • รับรู้ Synergy สองโรงกลั่นได้ตามเป้าหมาย 7,500 ล้านบาท/ปี อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
  • ธุรกิจการตลาดรักษาส่วนแบ่งตลาด 29% และค่าการตลาดค้าปลีกเฉลี่ย ฿0.90 – ฿1.05/ลิตร
  • เงินปันผลทั้งปี 2026E จ่ายรวม ฿4.50 ต่อหุ้น (Yield 8.7% อิงราคาปัจจุบัน ฿51.50)
  • อ้างอิง: Settrade IAA Consensus Median Target

กรณีชะลอตัว (Bear Case) — ฿45.00

  • เศรษฐกิจโลกชะลอตัวกดดันอุปสงค์น้ำมันสำเร็จรูป ดึง Market GRM ลดลงเหลือ $4.50/bbl
  • เกิดผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) จากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบดูไบ
  • ภาครัฐแทรกแซงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศและกดดันเพดานค่าการตลาด
  • ราคาขายก๊าซธรรมชาติในทวีปยุโรปของ OKEA ปรับตัวลดลงรุนแรง
  • อ้างอิง: Settrade IAA Consensus Conservative Floor

ข้อมูลหลักทรัพย์ (Factsheet)

สรุปสถิติตลาด การประเมินมูลค่า และโครงสร้างผู้ถือหุ้น — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
ราคาตลาดล่าสุด
฿51.50
52W: ฿24.20 – ฿60.75(SET)
Market Cap
฿75,841M
อันดับ 2 กลุ่มโรงกลั่นไทย(SET)
P/E Ratio (TTM)
3.48x
ส่วนลดลึกเทียบกับกลุ่มพลังงาน(Settrade)
P/BV Ratio
0.90x
BVPS ล่าสุด ฿57.13 – ฿69.67(SET)
Dividend Yield
2.91%*
*งวด 1H26 จ่ายแล้ว ฿3.00/หุ้น(Settrade)
หุ้นจดทะเบียน
1,472.64M หุ้น
ทุนชำระแล้ว (พาร์ ฿1.00)(SET)
Free Float
48.71% – 60.25%
ผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า 48,000 ราย(SET Profile)
Foreign Limit
16.45% / 25.00%
สัดส่วนต่างชาติยังเหลืออีก 8.55%(SET)

ข้อมูลองค์กรและโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ตารางที่ 1: รายละเอียดข้อมูลองค์กรและรายนามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ ปิดสมุดทะเบียนล่าสุด (ที่มา: SET Company Profile)
รายนามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ / รายการจำนวนหุ้น (หุ้น)สัดส่วน (%)ประเภทและสถานะผู้ถือหุ้น
กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.เอ็มเอฟซี และ บลจ.กรุงไทย293,767,50019.95%กองทุนรวมเพื่อการลงทุนภาครัฐ
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR)158,452,10010.76%ผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศผ่าน NVDR
สำนักงานประกันสังคม (Social Security Office)145,210,4009.86%กองทุนสถาบันสวัสดิการภาครัฐ
กระทรวงการคลัง (Ministry of Finance)68,230,0004.63%หน่วยงานภาครัฐ
SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED44,150,0003.00%ผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สินต่างประเทศ
STATE STREET EUROPE LIMITED32,800,0002.23%กองทุนสถาบันการเงินยุโรป
ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ (Free Float)730,030,00048.71%ผู้ถือหุ้นรายย่อยรวมกว่า 48,000 ราย

ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างสถาปัตยกรรม 5 เสาหลักธุรกิจ ห่วงโซ่คุณค่าบูรณาการ และนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026

กลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Bangchak 100x” มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน การสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) โดยมีโครงสร้างธุรกิจหลัก 5 กลุ่ม และ 1 โครงการนวัตกรรมเรือธง ดังนี้:

BANGCHAK GROUP: INTEGRATED ENERGY VALUE CHAIN & ECOSYSTEMห่วงโซ่คุณค่าพลังงานบูรณาการจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต (Net Zero 2050)1. UPSTREAM (ต้นน้ำ)OKEA ASA (นอร์เวย์)ถือหุ้น 45.6% · จดทะเบียนตลาดหุ้นออสโล (OSE)• แหล่งสำรวจและผลิตในทะเลเหนือ (NCS) Draugen, Gjøa, Brage, Ivar Aasen, Statfjord• กำลังการผลิตรวม >40,000 BOED สร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องในสกุลเงิน NOK/USD✔ แหล่งพัฒนาใหม่: Bestla & Hasselmus2. MIDSTREAM (กลางน้ำ & SAF)2 โรงกลั่นคอมเพล็กซ์ 294 KBD• โรงกลั่นพระโขนง: 120,000 บาร์เรล/วัน• โรงกลั่นศรีราชา (BSRC): 174,000 บาร์เรล/วันBSGF: น้ำมันเครื่องบินยั่งยืน (SAF)กำลังผลิต 1,000,000 ลิตร/วัน (จากน้ำมันพืชใช้แล้ว)BCPT (สิงคโปร์): การค้าน้ำมันระดับสากลจัดหาน้ำมันดิบ ประกันความเสี่ยง และขนส่งทางเรือ3. DOWNSTREAM (ปลายน้ำ)สถานีบริการ 2,214 แห่งส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 (~29%) รีแบรนด์ Esso ครบ 100%ธุรกิจค้าปลีก Non-Oil: อินทนิลInthanin Coffee >1,020 สาขา ขยายตัวทั้งใน/นอกปั๊มGreen Mobility EcosystemEV Chargers + Winnonie สลับแบตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า4. พลังงานสะอาด: บมจ.บีซีพีจี (BCPG)• โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และน้ำในภูมิภาค APAC• โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ในสหรัฐฯ (857 MW Equity Capacity)• โครงการ Monsoon Wind (600 MW ในลาวส่งขายเวียดนาม)5. ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ: บมจ.บีบีจีไอ (BBGI)• ผู้นำผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ไบโอดีเซล (B100) และเอทานอล• ต่อยอดสู่ธุรกิจเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology: SynBio)• ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพมูลค่าสูง
1. โรงกลั่นและการค้า
294,000 BPD
พระโขนง (120K) + ศรีราชา (174K)(BCP)
2. เครือข่ายสถานีบริการ
2,214 แห่ง
ส่วนแบ่งตลาด ~29% (อันดับ 2)(BCP)
3. เชื้อเพลิง SAF
1,000,000 ลิตร/วัน
บริษัท บีเอสจีเอฟ (BSGF)(BCP)
4. ทรัพยากร (OKEA)
>40,000 BOED
สำรวจและผลิตในนอร์เวย์(OKEA)

เจาะลึกรายละเอียด 5 สายธุรกิจหลักและบริษัทย่อย

  1. กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน (Refinery & Oil Trading Business Group):

    • โรงกลั่นน้ำมันพระโขนง (Bangchak Phra Khanong Refinery): โรงกลั่นคอมเพล็กซ์มาตรฐาน Euro 5 ขนาด 120,000 บาร์เรล/วัน มุ่งเน้นการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปคุณภาพสูงและเป็นฐานการผลิตน้ำมันเครื่องบินยั่งยืน SAF
    • โรงกลั่นน้ำมันศรีราชา (Bangchak Sriracha Refinery — เดิม Esso/BSRC): โรงกลั่นคอมเพล็กซ์ขนาด 174,000 บาร์เรล/วัน ณ แหลมฉบัง ชลบุรี มีความยืดหยุ่นสูงในการรับน้ำมันดิบหลากหลายชนิด (Crude Flexibility) และมีท่าเทียบเรือน้ำลึกรองรับเรือ VLCC
    • Synergy เชิงบูรณาการสองโรงกลั่น: ประหยัดต้นทุนการขนส่งทางท่อและคลังน้ำมันร่วมกัน (Supply & Logistics Optimization) พร้อมลด Crude Premium และต้นทุนดำเนินงานร่วมกว่า 7,500 ล้านบาท/ปี
    • บริษัท บีซีพี เทรดดิ้ง จำกัด (BCPT): บริษัทย่อยในสิงคโปร์ ทำหน้าที่จัดหาน้ำมันดิบ บริหารความเสี่ยงราคา (Hedging) และขยายการค้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดโลก
  2. กลุ่มธุรกิจการตลาด (Marketing Business Group):

    • เครือข่ายสถานีบริการ: มีจำนวนรวม 2,214 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ หลังการรีแบรนด์ปั๊ม Esso ทั้ง 831 แห่งเสร็จสมบูรณ์ ส่งผลให้ปริมาณจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการเติบโตก้าวกระโดดกว่า 30%
    • ธุรกิจ Non-Oil และร้านกาแฟอินทนิล (Inthanin Coffee): มีสาขาทะลุ 1,020 สาขา มุ่งเน้นกาแฟคุณภาพ Eco-Friendly พร้อมด้วยร้านสะดวกซื้อ Lemon Kitchen, ร้านชานม DAKASI, และศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ Furry
    • Green Mobility: ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging) ร่วมกับ PEA VOLTA และกฟผ. กว่า 320 สาขา พร้อมแพลตฟอร์ม “Winnonie” บริการเช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและสถานีสลับแบตเตอรี่อัตโนมัติ
  3. โครงการนวัตกรรมเรือธง: น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF Business - BSGF):

    • บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง BCP (ถือหุ้น 60%), บริษัท ธนโชค ออยล์ ไลท์ จำกัด, และบริษัท อัลบา บิลดิ้ง โฮลดิ้ง จำกัด
    • ก่อสร้างหน่วยผลิต SAF กำลังการผลิต 1,000,000 ลิตรต่อวัน ภายในพื้นที่โรงกลั่นพระโขนง ใช้น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) เป็นวัตถุดิบ 100% ภายใต้โครงการ “ทอดไม่ทิ้ง”
    • ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ISCC EU / ISCC CORSIA สอดรับกับกฎระเบียบ ReFuelEU Aviation ที่บังคับใช้สัดส่วนผสม SAF ในเที่ยวบินยุโรปตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป สร้างมาร์จิ้นสูงกว่าน้ำมันเครื่องบินปกติหลายเท่าตัว
  4. กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources Business Group - OKEA ASA):

    • BCP ถือหุ้น 45.6% ใน OKEA ASA ผู้ประกอบการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมชั้นนำในประเทศนอร์เวย์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสโล (Oslo Børs: OKEA)
    • มีสิทธิในแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซ 5 แหล่งหลัก ได้แก่ Draugen, Gjøa, Brage, Ivar Aasen และ Statfjord ผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติกว่า 40,000 BOED
    • ช่วยกระจายความเสี่ยง (Natural Hedge) ระหว่างธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจขุดเจาะต้นน้ำ โดยในช่วงราคาน้ำมันดิบสูง ธุรกิจต้นน้ำจะทำกำไรชดเชยต้นทุนโรงกลั่นได้อย่างสมบูรณ์
  5. กลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด (Clean Power Business Group - BCPG):

    • ดำเนินการผ่าน บมจ.บีซีพีจี (BCPG) ซึ่ง BCP ถือหุ้นใหญ่ราว 57.8% ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลม น้ำ และก๊าซธรรมชาติ
    • กระจายพอร์ตโฟลิโอในไทย ญี่ปุ่น ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Combined Cycle Gas Turbine (CCGT) ในสหรัฐฯ ขนาด 857 MW (Equity MW)
    • อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ Monsoon Wind 600 MW ใน สปป.ลาว ส่งขายไฟฟ้าข้ามแดนให้แก่การไฟฟ้าเวียดนาม (EVN)
  6. กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-Based Products Business Group - BBGI):

    • ดำเนินการผ่าน บมจ.บีบีจีไอ (BBGI) ผู้นำอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพของไทย มีกำลังการผลิตไบโอดีเซล (B100) 1,000,000 ลิตร/วัน และเอทานอล 800,000 ลิตร/วัน
    • ต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ (SynBio) ผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพมูลค่าสูงร่วมกับพันธมิตรระดับโลก

ผลประกอบการ (Financial Performance)

รายได้รวม EBITDA กำไรสุทธิ อัตรากำไร และเปรียบเทียบผลประกอบการ 1H2025 vs 1H2026 — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026

ผลการดำเนินงานงวด 1H2026 ของ BCP พลิกฟื้นอย่างก้าวกระโดด (Turnaround) สู่ระดับกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ ฿18,383 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ -฿445 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม ฿326,081 ล้านบาท (+25.2% YoY) ขับเคลื่อนด้วยการเดินเครื่องเต็มกำลังของ 2 โรงกลั่น, ค่าการกลั่นทางบัญชีที่ปรับตัวดีขึ้น, ผลิตภาพของ OKEA, และการเริ่มส่งมอบน้ำมัน SAF:

แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
เปรียบเทียบผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก: 1H2025 vs 1H2026 (ล้านบาท)
ตารางที่ 2: สรุปผลประกอบการทางการเงินเปรียบเทียบรายปี FY2023–FY2025 และงวด 1H2025 vs 1H2026 (หน่วย: ล้านบาท)
รายการทางการเงินFY2023FY2024FY20251H20251H2026YoY (%)
รายได้จากการขายและการให้บริการ385,853589,877507,570260,474326,081+25.2%
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)38,41037,21532,18014,89043,120+189.6%
EBITDA (ตามรายงานของบริษัท)41,68040,40935,75316,33145,056+175.9%
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่13,2332,1842,880(445)18,383Turnaround
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS — บาท/หุ้น)9.611.582.09(0.32)12.48Turnaround
อัตรากำไร EBITDA Margin (%)10.80%6.85%7.04%6.27%13.82%+7.55%
อัตรากำไรสุทธิ Net Margin (%)3.43%0.37%0.57%-0.17%5.64%+5.81%
ที่มา: งบการเงินรวมและ MD&A 2Q2026 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และสภาพคล่อง — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026

ณ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม ฿374,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +25.4% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการขยายตัวของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือตามปริมาณการกลั่นและการค้าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น สินทรัพย์โครงการก่อสร้างหน่วยผลิต SAF รวมถึงการรวมมูลค่าสินทรัพย์ของ OKEA ในนอร์เวย์ ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตแตะ ฿102,606 ล้านบาท จากผลกำไรสะสมในงวด 1H2026:

โครงสร้างสินทรัพย์รวม หนี้สินรวม และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ตารางที่ 3: สรุปฐานะการเงินและส่วนประกอบของงบแสดงสถานะการเงิน (หน่วย: ล้านบาท)
รายการในงบดุล31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด45,61835,12032,45041,280
ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ68,41062,34058,72081,450
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE)172,400168,200158,400192,600
สินทรัพย์รวม (Total Assets)340,429316,542298,805374,755
หนี้สินหมุนเวียน92,15088,40078,600112,400
หนี้สินไม่หมุนเวียน (รวมหุ้นกู้และเงินกู้ระยะยาว)148,247141,668136,064159,749
หนี้สินรวม (Total Liabilities)240,397230,068214,664272,149
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)100,03286,47484,141102,606
ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่73,12061,40059,20078,450
ที่มา: งบการเงินรวมไตรมาส 2/2569 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)

อัตราส่วนหนี้สิน หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และ Debt Covenants — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026

แม้ว่าการเข้าซื้อกิจการ BSRC (เอสโซ่) ในช่วงที่ผ่านมาจะทำให้ระดับหนี้สินทางการเงินเพิ่มขึ้น แต่ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/Equity) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 1.38 เท่า ณ สิ้นงวด 1H2026 ซึ่งอยู่ต่ำกว่าเพดานข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ (Financial Covenant) ที่ 2.00 เท่า อย่างปลอดภัย:

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IB Debt/Equity) และหนี้สินสุทธิ (Net IBD/Equity) (เท่า)
ตารางที่ 4: สรุปตัวชี้วัดภาระหนี้สิน เลเวอเรจ และความสามารถในการชำระดอกเบี้ย
ตัวชี้วัดทางการเงินFY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม (IBD — ล้านบาท)174,210168,400158,200182,500
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net IBD — ล้านบาท)128,592133,280125,750141,220
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Debt/Equity)2.40x2.66x2.55x2.65x
หนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/Equity)1.29x1.54x1.50x1.38x
Net Debt ต่อ EBITDA (เท่า)3.08x3.30x3.52x2.19x
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio)7.45x5.82x5.14x8.92x
อันดับความน่าเชื่อถือองค์กร (Credit Rating)A+ (TRIS)A (TRIS)A (TRIS)A (Stable)
หมายเหตุ: เพดาน Debt Covenant ของหุ้นกู้ BCP กำหนด Net IBD/Equity ไม่เกิน 2.00 เท่า

สัดส่วนธุรกิจ (Segments)

โครงสร้างกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA Split) จำแนกตามกลุ่มธุรกิจ — งวด 1H2026

โครงสร้าง EBITDA งวด 1H2026 สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดน้ำมัน ซึ่งสร้างสัดส่วนสูงถึง 66% โดยมีธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม OKEA ในนอร์เวย์ทำหน้าที่เป็นเสาหลักที่สองที่สัดส่วน 27% ช่วยหนุนกระแสเงินสดและลดทอนความผันผวนของค่าการกลั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

สัดส่วน EBITDA แบ่งตามกลุ่มธุรกิจ งวด 1H2026 (%)
ตารางที่ 5: สรุปผลประกอบการและสัดส่วน EBITDA แยกตามกลุ่มธุรกิจงวด 1H2026 (หน่วย: ล้านบาท)
กลุ่มธุรกิจEBITDA 1H26 (ล้านบาท)สัดส่วน (%)แนวโน้มและปัจจัยขับเคลื่อน
กลุ่มโรงกลั่น การตลาดน้ำมัน และ SAF29,73766.0%Run Rate 280K bpd, Synergy BSRC, เริ่มรับรู้กำไร SAF
กลุ่มทรัพยากรธรรมชาติ (OKEA นอร์เวย์)12,16527.0%ผลผลิต >40K boed, แหล่ง Bestla & Hasselmus เริ่มหนุน
กลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด (BCPG)1,8024.0%รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าก๊าซ CCGT สหรัฐฯ และพอร์ต APAC
กลุ่มผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (BBGI) และอื่นๆ1,3523.0%ยอดขายไบโอดีเซล B100 และการขยายสู่ผลิตภัณฑ์ SynBio
รวม EBITDA รวมทั้งสิ้น45,056100.0%ขยายตัว +175.9% YoY จากงวด 1H2025

ประวัติปันผล (Dividend History)

เงินปันผลต่อหุ้น อัตราการจ่ายปันผล และผลตอบแทนจากเงินปันผล — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026

BCP มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังหักทุนสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทมีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง สำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2569 (1H2026) คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราสูงถึง ฿3.00 ต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD เมื่อ 7 ก.ย. และจ่ายเงินเมื่อ 17 ก.ย. 2026) สะท้อนความเชื่อมั่นต่อกระแสเงินสดและผลการดำเนินงาน:

ประวัติและประมาณการเงินปันผลต่อหุ้น DPS (บาท/หุ้น) — FY2023 → 2026E
ตารางที่ 6: สถิติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลังรายปี และประมาณการเงินปันผลงวดปี 2569
รอบปีบัญชีปันผลระหว่างกาลปันผลครึ่งปีหลังรวมทั้งปี (DPS)Payout Ratio (%)Dividend Yield (%)
FY2023฿0.50฿1.50฿2.0020.8%4.8%
FY2024฿0.60฿0.45฿1.0566.5%2.8%
FY2025฿0.75฿0.75฿1.5071.8%3.8%
2026E (คาดการณ์)฿3.00 (จ่ายแล้ว)฿1.50 (คาดการณ์)฿4.50~35.0%8.7%
หมายเหตุ: Dividend Yield ปี 2026E คำนวณอิงราคาปิดตลาด ฿51.50 ณ วันที่ 14 ต.ค. 2026

เปรียบเทียบเพื่อน (Peer Comparison)

การเปรียบเทียบมูลค่าตลาด อัตราส่วน P/E P/BV และตัวชี้วัดทางการเงินในกลุ่มโรงกลั่นปิโตรเลียมไทย — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026

เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโรงกลั่นและค้าปลีกน้ำมันปิโตรเลียมของไทย ได้แก่ บมจ.ไทยออยล์ (TOP), บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC), และ บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) พบว่า BCP มีระดับการประเมินมูลค่า (Valuation) ที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง โดยซื้อขายที่ P/E เพียง 3.48 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่ม และ P/BV เพียง 0.90 เท่า (ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี):

เปรียบเทียบ Market Cap (ล้านบาท) และ P/E Multiple (เท่า) ในกลุ่มโรงกลั่นไทย
ตารางที่ 7: ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดเชิงปริมาณและอัตราส่วนทางการเงินระหว่าง BCP และคู่แข่งในกลุ่มโรงกลั่น
บริษัท (Ticker)ราคาหุ้น (บาท)Market Cap (฿M)P/E (TTM)P/BV (เท่า)กำลังการกลั่น (BPD)
BCP (บางจาก)฿51.50฿75,8413.48x0.90x294,000
TOP (ไทยออยล์)฿67.00฿149,6674.62x0.74x275,000 (CFP 400K)
SPRC (สตาร์ ปิโตรเลียม)฿14.20฿61,5703.63x1.16x175,000
IRPC (ไออาร์พีซี)฿1.65฿49,4518.50x0.65x215,000
ที่มา: รวบรวมจาก SET Factsheet และ Settrade ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2026

มุมมองอนาคต (Outlook)

ปัจจัยเร่งการเติบโต ยุทธศาสตร์ 2026–2030 และเป้าหมายทางการเงินระยะยาว — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026

ทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะ 1–3 ปีข้างหน้าของกลุ่มบางจากขับเคลื่อนด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลักเพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและการยกระดับ EBITDA สู่เป้าหมาย 100,000 ล้านบาทภายในปี 2030 (Bangchak 100x):

  1. การรับรู้ Synergy จากการรวม BSRC อย่างเต็มปี (Full-Year Synergy Realization):

    • บริหารจัดการน้ำมันดิบร่วมกัน (Crude Slate Optimization) ปรับลดต้นทุนการขนส่งและการนำเข้าน้ำมันดิบ
    • ขยายการเชื่อมโยงระบบท่อส่งน้ำมันและคลังน้ำมัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ได้กว่า 1,500 ล้านบาท/ปี
    • ยกระดับประสิทธิภาพโรงกลั่นศรีราชาสู่การผลิตน้ำมันเตากำมะถันต่ำและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชนิดพิเศษ
  2. การเติบโตของธุรกิจ SAF และการขยายตลาดส่งออกระดับโลก:

    • โรงงาน SAF กำลังการผลิต 1 ล้านลิตร/วัน เริ่มส่งมอบเชิงพาณิชย์แก่สายการบินทั้งในและต่างประเทศตั้งแต่ 2Q2026
    • คาดการณ์ EBITDA ส่วนเพิ่มจาก SAF ราว 3,000 – 4,500 ล้านบาทต่อปี อิงส่วนต่างราคาพรีเมียมเหนือ Jet A-1
    • ขยายเครือข่ายรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้ว “ทอดไม่ทิ้ง” สู่กว่า 3,000 จุดรับซื้อทั่วประเทศ ป้องกันการรั่วไหลของวัตถุดิบ
  3. การเติบโตของ OKEA และการเริ่มผลิตของแหล่งใหม่:

    • แหล่ง Bestla และ Hasselmus ในนอร์เวย์มีกำหนดเพิ่มปริมาณการผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเต็มที่ หนุนปริมาณการผลิตรวมทะลุ 42,000 – 45,000 BOED
    • ปลดล็อกกระแสเงินสดสกุลเงินตราต่างประเทศเพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลและการชำระคืนหนี้กู้ยืม
  4. การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Neutrality 2030):

    • BCPG เดินหน้าเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการ Monsoon Wind (600 MW) ภายในปี 2569
    • โครงการ Winnonie ขยายเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่สู่ 3,000 สถานี รองรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากว่า 20,000 คัน

ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

การวิเคราะห์ความเสี่ยง 7 มิติเชิงลึก พร้อมตัวชี้วัดตรวจจับ (Observable Triggers) และมาตรการบริหารจัดการ — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
ตารางที่ 8: เมทริกซ์ปัจจัยเสี่ยง 7 มิติ สัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม และแนวทางบริหารความเสี่ยง
มิติความเสี่ยงสาระสำคัญของความเสี่ยงสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Triggers)แนวทางบริหารจัดการความเสี่ยง
1. ความผันผวนของค่าการกลั่น (GRM Risk)Singapore Gross Refining Margin ผันผวนตามอุปสงค์และอุปทานโรงกลั่นใหม่ในจีนและตะวันออกกลางSingapore Complex GRM ปรับตัวลดลงต่ำกว่า $4.00/bbl ต่อเนื่องเกิน 2 ไตรมาสบริหาร Crude Flexibility รับน้ำมันดิบส่วนลดสูง, เร่งสัดส่วนผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและ SAF
2. ความผันผวนของราคาน้ำมันและ Stock Lossการแกว่งตัวของราคาน้ำมันดิบดูไบและเบรนท์ ส่งผลกระทบต่อกำไร/ขาดทุนจากสต็อกน้ำมันราคาน้ำมันดิบปรับลดลงมากกว่า $15/bbl ในช่วงเวลาสั้นกว่า 1 เดือนใช้อนุพันธ์ทางการเงินประกันความเสี่ยง (Crude & Product Hedging) ผ่าน BCPT สิงคโปร์
3. ความเสี่ยงด้านแหล่งผลิต OKEA ในนอร์เวย์ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรป และการหยุดซ่อมบำรุงฉุกเฉินของแท่นผลิตในทะเลเหนือราคาก๊าซธรรมชาติ TTF ยุโรปต่ำกว่า €25/MWh หรือ OKEA ปรับลดเป้าหมายการผลิตประจำปีทำสัญญาขายล่วงหน้า (Forward Gas Sales) และกระจายความเสี่ยงข้าม 5 แหล่งผลิตหลัก
4. นโยบายภาครัฐและการแทรกแซงราคาพลังงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ การกดดันเพดานราคาดีเซลและค่าการตลาดค้าปลีกน้ำมันค่าการตลาดน้ำมันค้าปลีกเฉลี่ยของ สนพ. ต่ำกว่า ฿0.70 ต่อลิตรต่อเนื่องเกิน 1 เดือนเพิ่มสัดส่วนรายได้ Non-Oil (อินทนิล/ค่าเช่าพื้นที่), ขยายฐานสมาชิกบัตรบางจากสะสมแต้ม
5. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้หนี้สินรวมกว่า ฿1.8 แสนล้านบาทหลังดีลซื้อ Esso ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับสูงค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยพุ่งเกิน ฿6,000 ล้านบาท/ปี หรือ Net IBD/Equity แตะระดับเกิน 1.80xเร่งนำกระแสเงินสดจ่ายคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้น และแปลงหนี้เงินกู้สู่หุ้นกู้ระยะยาวอัตราดอกเบี้ยคงที่
6. การจัดหาวัตถุดิบสำหรับโรงงาน SAFการแข่งขันแย่งชิงน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (UCO) ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้นราคา UCO ในประเทศปรับขึ้นใกล้เคียงกับราคาน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์หรือขาดแคลนผูกสัญญาซื้อขายระยะยาวกับกลุ่มธนโชค และขยายโครงการ “ทอดไม่ทิ้ง” ร่วมกับห้างค้าปลีกชั้นนำ
7. กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและ ESGการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) และมาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม (CBAM)ภาครัฐประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือเพดานคาร์บอนเข้มงวดมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ลงทุนในโครงการดักจับคาร์บอน (CCUS) และพลังงานหมุนเวียน

การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินศักยภาพเชิงกลยุทธ์รอบด้านของกลุ่มบางจาก — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026

Strengths (จุดแข็ง)

  • กำลังการกลั่น 294,000 บาร์เรล/วัน: ครองส่วนแบ่งกำลังการกลั่นอันดับต้นของประเทศ ผสานจุดเด่นของโรงกลั่นพระโขนงและศรีราชา
  • เครือข่ายสถานีบริการกว่า 2,214 แห่ง: ส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 พร้อมฐานสมาชิกรอยัลตี้โปรแกรมกว่า 6 ล้านราย
  • ผู้นำตลาด SAF รายแรกในไทย: กำลังผลิต 1 ล้านลิตร/วัน มีความได้เปรียบด้านผู้ริเริ่มรายแรก (First-Mover Advantage)
  • การกระจายความเสี่ยงครบวงจร: มีพอร์ตการผลิตต้นน้ำ OKEA นอร์เวย์ และพลังงานสะอาด BCPG ช่วยกระจายความเสี่ยง

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • ภาระหนี้สินทางการเงินระดับสูง: หนี้สินรวมกว่า ฿2.72 แสนล้านบาท และ Net IBD/Equity ที่ 1.38x จากการเข้าซื้อ Esso
  • ความผันผวนของผลประกอบการ: กำไรสุทธิยังคงอ่อนไหวสูงต่อ Crack Spread และผลกำไร/ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน
  • การพึ่งพากลุ่มธุรกิจน้ำมันฟอสซิล: รายได้กว่า 80% ยังคงผูกติดกับอุตสาหกรรมปิโตรเลียมแบบดั้งเดิม
  • ความซับซ้อนในการบริหารสินทรัพย์ข้ามทวีป: การกำกับดูแลสินทรัพย์ OKEA ในนอร์เวย์ภายใต้ระบบภาษีปิโตรเลียม 78%

Opportunities (โอกาส)

  • การเติบโตของอุปสงค์ SAF ทั่วโลก: กฎหมาย ReFuelEU Aviation และ ICAO CORSIA หนุนความต้องการใช้ SAF ก้าวกระโดด
  • การต่อยอดธุรกิจ Non-Oil: ขยายสาขากาแฟอินทนิลทั้งในและนอกปั๊ม และการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสถานีบริการ
  • การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV): ต่อยอดเครือข่ายสถานีบริการเป็น Green Mobility Hub และบริการสลับแบตเตอรี่ Winnonie
  • Synergy โลจิสติกส์เพิ่มเติม: การเชื่อมท่อส่งน้ำมันระหว่างโรงกลั่นพระโขนงและศรีราชาช่วยประหยัดต้นทุนระยะยาว

Threats (อุปสรรค)

  • การแทรกแซงราคาจากภาครัฐ: เพดานราคาดีเซลและการควบคุมค่าการตลาดน้ำมันค้าปลีกกระทบส่วนต่างกำไร
  • การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition): การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจลดทอนอุปสงค์น้ำมันเบนซินในระยะยาว
  • ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์โลก: สงครามในตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครนสร้างความผันผวนต่อค่าระวางเรือและราคาน้ำมัน
  • การแข่งขันในตลาด Non-Oil ที่ดุเดือด: แบรนด์กาแฟและร้านสะดวกซื้อของคู่แข่ง (Café Amazon, 7-Eleven) มีส่วนแบ่งตลาดสูง

มุมมองนักลงทุน (Investor View)

การประเมินมูลค่าตามฉากทัศน์ มุมมองโบรกเกอร์ชั้นนำ และรายการตรวจสอบการติดตามผล — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026

แบบจำลองการประเมินมูลค่าตามฉากทัศน์ (Scenario Valuation Model):

ตารางที่ 9: สมมติฐานเชิงปริมาณและราคาเป้าหมายตามแบบจำลองสถานการณ์ (Bull / Base / Bear Case)
ฉากทัศน์ (Scenario)ราคาเป้าหมายUpside/DownsideTarget Multipleสมมติฐานหลักและตัวขับเคลื่อนผลประกอบการ
กรณีเติบโตสูง (Bull Case)฿68.00+32.0%EV/EBITDA 5.5x
P/E 4.8x
Market GRM $8.50/bbl, ราคาน้ำมันดิบ $82/bbl, SAF เดินเครื่อง 100% หนุน EBITDA ฿4,500M, OKEA Bestla ผลิตเต็มที่
กรณีฐาน (Base Case — เป้าหมายหลัก)฿58.00+12.6%EV/EBITDA 4.8x
P/E 4.0x
Market GRM $6.80/bbl, Synergy BSRC ทำได้ ฿7,500M/ปี, SAF สร้าง EBITDA ฿3,200M, เงินปันผลทั้งปี ฿4.50 (Yield 8.7%)
กรณีชะลอตัว (Bear Case)฿45.00-12.6%EV/EBITDA 4.0x
P/E 3.2x
Market GRM ลดลงสู่ $4.50/bbl, ราคาน้ำมันดิบลดลงดึง Stock Loss, ภาครัฐกดดันค่าการตลาดค้าปลีกต่ำกว่า ฿0.75/ลิตร

สรุปมุมมองและราคาเป้าหมายจากสมาคมนักวิเคราะห์ (IAA Consensus)

รายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist)