รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น BAY — ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อันดับ 5 ของไทย ในเครือข่าย Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) สถาบันการเงินอันดับ 1 ของญี่ปุ่น (ถือหุ้น 76.88%) ผู้นำสินเชื่อยานยนต์ Krungsri Auto สินเชื่อเพื่อผู้บริโภค Krungsri Consumer พอร์ตจำนำทะเบียนรถและนายหน้าประกันภัย TIDLOR พร้อมการขยายเครือข่ายสู่ภูมิภาคอาเซียน (Home Credit, Hattha Bank, SHB Finance) หนุน NIM โดดเด่น 4.60% รายได้ 1H2026 ขยายตัวแกร่ง กำไรสุทธิ ฿16,912 ล้านบาท (+6.8% YoY) ฐานเงินกองทุนแข็งแกร่ง CAR 20.20% อัตราเงินปันผลตอบแทน 3.33% — ข้อมูลตลาด ณ 14 ต.ค. 2569 / ข้อมูลงบการเงิน 2Q26 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569
Sector: ธุรกิจการเงิน / ธนาคารพาณิชย์ (Financials / Regional Banks)ราคาล่าสุด ฿38.25Market Cap ฿281,358 ล้านP/E 8.74 · P/BV 0.68Dividend Yield ~3.33%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลตลาด ณ 14 ต.ค. 2569 · ข้อมูลการเงินงวด 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569)
กำไรสุทธิ 1H2026
฿16,912 ล้าน
+6.8% YoY (2Q26: ฿8,294M ทรงตัว YoY)MD&A 2Q26
Net Interest Margin (NIM)
4.60%
ขยายตัวจาก 4.14% ใน 1H25 จากพอร์ต TIDLORKrungsri IR
เงินกองทุน CAR / Tier 1
20.20% / 19.10%
สูงกว่าเกณฑ์ ธปท. D-SIBs (12.0% / 9.5%)BOT D-SIB
NPL Ratio / Coverage
3.08% / 137.9%
NPL ลดลงจาก 3.26% ณ สิ้นปี 2568SET Factsheet
Valuation Multiples
P/E 8.74x · P/BV 0.68x
ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (BVPS ฿57.72)Settrade BAY
อัตราเงินปันผลตอบแทน (Yield)
3.33%
DPS ปี 2568 รวม ฿0.90 / 2569E คาด ฿0.95Settrade BAY

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (SET: BAY) เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อันดับ 5 ของประเทศไทย มีสินทรัพย์รวมกว่า ฿2.59 ล้านล้านบาท มีแต้มต่อเชิงยุทธศาสตร์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงสุดในกลุ่มธนาคารไทย จากการเป็นบริษัทในเครือของ Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) สถาบันการเงินอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่นและติดอันดับท็อปของโลก (ถือหุ้น 76.88%) ส่งผลให้กรุงศรีฯ ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดจากกลุ่มทุนข้ามชาติสัญชาติญี่ปุ่น (Japanese Corporate: JPC Desk) และมีต้นทุนการระดมทุนในตลาดเงินระดับสากลต่ำเป็นพิเศษ ควบคู่กับการครองบัลลังก์ผู้นำอันดับ 1 ในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ผ่าน Krungsri Auto และผู้นำบัตรเครดิต/สินเชื่อบุคคลผ่าน Krungsri Consumer

3 เสาหลักขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน 1H2026 และจุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์:

  1. NIM ก้าวกระโดดสู่ 4.60% (สูงสุดในกลุ่ม Big 5 Banks): ได้รับแรงหนุนเต็มที่จากการรวมงบการเงินของ บมจ.ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) เข้ามาในงบรวมตั้งแต่ต้นปี หนุนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต +10.9% YoY สู่ ฿57,586 ล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม
  2. กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 ขยายตัวแกร่ง ฿16,912 ล้านบาท (+6.8% YoY): ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า ธนาคารสามารถบริหารรายได้จากการดำเนินงานรวมแตะ ฿84,997 ล้านบาท (+13.5% YoY) และทำกำไรก่อนหักสำรอง (PPOP) ได้ถึง ฿46,284 ล้านบาท (+11.8% YoY)
  3. ฐานเงินกองทุนแข็งแกร่งระดับป้อมปราการ (Fortress Capital): อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น (CAR) สูงถึง 20.20% โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) สูงถึง 19.10% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดสำหรับ D-SIBs (12.0% และ 9.5%) อย่างมาก รองรับความผันผวนของวัฏจักรหนี้เสียได้อย่างสมบูรณ์

ช่วงมูลค่าตามสถานการณ์จำลอง BAY เทียบราคาตลาดและ IAA Consensus

Bull Case (เป้าหมาย ฿50.00–฿52.00)

  • Upside: +30.7% ถึง +36.0% จากราคาปัจจุบัน
  • พอร์ตสินเชื่ออาเซียน (Home Credit Indonesia/PH, Hattha) เร่งเก็บเกี่ยวผลกำไร คิดเป็นสัดส่วนเกิน 15% ของกำไรรวม
  • Synergy จาก TIDLOR หนุน NIM ยืนเหนือ 4.65% พร้อมขยายสินเชื่อทะเบียนรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ทะลุเป้า
  • การย้ายฐานการผลิตของบรรษัทญี่ปุ่น (FDI Inflow) ในพื้นที่ EEC หนุนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่โตกว่า 6%
  • คุณภาพหนี้ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง NPL ลดลงต่ำกว่า 2.90% Credit Cost ลดต่ำกว่า 170 bps

Base Case (เป้าหมาย ฿44.00–฿46.70)

  • Upside: +15.0% ถึง +22.1% (สอดคล้องกับ IAA Consensus ฿46.70)
  • NIM ทรงตัวในระดับสูง 4.45%–4.60% แม้ ธปท. มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25–50 bps
  • สินเชื่อรวมขยายตัวในกรอบเป้าหมายผู้บริหาร 2.0%–3.0% YoY เน้นคัดกรองความเสี่ยงเข้มงวด
  • สัดส่วน NPL ทรงตัวบริเวณ 3.00%–3.15% สำรองหนี้เสีย Coverage Ratio ยืนเหนือ 135%
  • Dividend Yield รักษาเสถียรภาพในระดับ 3.3%–3.5% (DPS ปี 2569E ประมาณ ฿0.95 ต่อหุ้น)

Bear Case (เป้าหมาย ฿33.00)

  • Downside: -13.7% จากราคาปัจจุบัน
  • ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยฉุดกำลังซื้อ ราคารถยนต์มือสองดิ่งลงต่อจากสงครามราคา EV เพิ่มผลขาดทุนรถยึด
  • NPL เร่งตัวเกิน 3.40% บีบให้ธนาคารต้องตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (Credit Cost) สูงกว่า 210 bps
  • เศรษฐกิจอาเซียนโดยเฉพาะกัมพูชาและเวียดนามชะลอตัว กดดันการเติบโตของ Hattha Bank และ SHB Finance
  • P/BV ปรับลดลงสะท้อนความเสี่ยงสู่ระดับ 0.57x

2. ข้อมูลสำคัญของหลักทรัพย์ (Factsheet)

สรุปข้อมูลสถิติการซื้อขาย โครงสร้างเงินทุน และรายละเอียดการจดทะเบียน ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2026
ราคาตลาด (Price)
฿38.25
52-Week Range: ฿28.50 – ฿41.50SET Price
Market Capitalization
฿281,358 ล้าน
หุ้นจดทะเบียน 7,355.76 ล้านหุ้นSET Factsheet
Trailing P/E · P/BV
8.74x · 0.68x
BVPS อยู่ที่ ฿57.72 ต่อหุ้นSettrade BAY
Dividend Yield
3.33%
DPS ล่าสุด ฿0.90 / Payout 21.0%SET Dividend
Free Float
23.11%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 21,390 รายSET Info
ผู้ถือหุ้นใหญ่ MUFG
76.88%
MUFG Bank, Ltd. ถือหุ้นยุทธศาสตร์SET Major Shareholders
Foreign Limit / Holding
77.00% / 76.90%
ต่างชาติถือหุ้นเกือบเต็มเพดาน (NVDR)SET Factsheet
Credit Rating
AAA(tha) / Baa1
Fitch Ratings / Moody's (มีเสถียรภาพ)Krungsri Ratings

ข้อมูลการจดทะเบียน คณะกรรมการ และโครงสร้างสถาบันการเงิน

หัวข้อรายละเอียดแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ
ชื่อทางการธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) / Bank of Ayudhya Public Company Limitedเว็บไซต์ธนาคาร
สัญลักษณ์หลักทรัพย์SET: BAY / NVDR: BAY-R / บลูมเบิร์ก: BAY TB / รอยเตอร์: BAY.BKSET Factsheet
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจธุรกิจการเงิน (Financials) / ธนาคารพาณิชย์ (Regional Banks / Banking)ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่1222 ถนนพระรามที่ 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120ข้อมูลบริษัท (SET)
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว73,557,617,560 บาท (7,355,761,756 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท)แบบ 56-1 One Report ก.ล.ต.
สถานะการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบในประเทศ (Domestic Systemically Important Bank: D-SIB)ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT)
ประธานคณะกรรมการ / ประธานเจ้าหน้าที่บริหารนายวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ (ประธานกรรมการ) / นายเคนอิจิ ยามาโตะ (CEO & กรรมการผู้จัดการใหญ่)คณะกรรมการธนาคาร
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด (Deloitte Thailand)งบการเงิน ก.ล.ต.

3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างระบบนิเวศ 5 เสาหลักยุทธศาสตร์ เครือข่ายสากล MUFG และบริษัทย่อยชั้นนำในไทยและอาเซียน

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินธุรกิจให้บริการทางการเงินหลากหลายและครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และลูกค้าธุรกิจบรรษัทขนาดใหญ่ จุดเด่นสำคัญที่สุดคือการผนึกพลังของ เครือข่ายสากลระดับโลกของ Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นที่มีสาขาครอบคลุมกว่า 50 ประเทศ เข้ากับความเป็นเลิศของกรุงศรีฯ ในตลาดสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในไทยและการขยายเครือข่ายเชิงรุกสู่ตลาดอาเซียน

ผังโครงสร้างระบบนิเวศและ 5 เสาหลักธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

เจาะลึก 5 เสาหลักยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ (Strategic Pillars)

1. กลุ่มสินเชื่อรายย่อยและเช่าซื้อยานยนต์ (Retail Banking & Auto Finance Champion)

กรุงศรีฯ ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ของประเทศไทยมายาวนาน ภายใต้แบรนด์ Krungsri Auto (กรุงศรี ออโต้) ให้บริการครอบคลุมสินเชื่อรถยนต์ใหม่ รถยนต์ใช้แล้ว รถจักรยานยนต์ และผลิตภัณฑ์เรือธงสร้างผลตอบแทนสูง “คาร์ฟอร์แคช” (Car for Cash) สินเชื่อเพื่อคนมีรถ ควบคู่กับการขับเคลื่อนดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน GO by Krungsri Auto ที่มีผู้ใช้งานกว่า 3 ล้านราย พร้อมบริการประเมินวงเงินสินเชื่อล่วงหน้า “กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท”

ขณะเดียวกันในกลุ่มสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต ดำเนินงานผ่าน Krungsri Consumer ครอบคลุมบัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ (First Choice) ผู้นำสินเชื่อผ่อนชำระและเงินสดหมุนเวียน รวมถึงบัตรพันธมิตรร่วมยักษ์ใหญ่ค้าปลีก เช่น บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน (Central The 1) และ โลตัส มันนี่ พลัส (Lotus’s Money Plus) สร้างฐานลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลรวมกว่า 10 ล้านบัญชี คิดเป็นสัดส่วนสินเชื่อราว 48% ของพอร์ตสินเชื่อรวม และเป็นจักรกลหลักในการสร้างส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)

2. กลุ่มลูกค้าบรรษัทขนาดใหญ่และพันธมิตร MUFG (Corporate & JPC / MNC Banking)

จุดแข็งที่ไม่มีธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งใดลอกเลียนแบบได้ คือการมีหน่วยงานเฉพาะ Japanese Corporate (JPC) Desk และ Multinational Corporate (MNC) ที่ดูแลกลุ่มบริษัทข้ามชาติและบริษัทญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนกว่า 3,000 บริษัท ทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ และพลังงาน โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

นอกจากนี้ยังให้บริการด้านวาณิชธนกิจ (Investment Banking), การจัดโครงสร้างสินเชื่อร่วมระหว่างประเทศ (Syndicated Loans), ตราสารอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ย, การออกหุ้นกู้สกุลเงินเยน (Samurai Bonds) และการเป็นผู้นำด้านสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (ESG-Linked Loans / Green Bonds) ในระดับสากล พอร์ตสินเชื่อกลุ่มบรรษัทคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของพอร์ตสินเชื่อรวม และมีอัตราหนี้เสียต่ำมาก (NPL < 1.5%)

3. กลุ่มลูกค้าธุรกิจพาณิชย์และ SME (Commercial & SME Banking)

ให้บริการสินเชื่อหมุนเวียนธุรกิจ สินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะยาว และสินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศ แก่กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Medium and Small SME) โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงระบบ Supply Chain Solution ระหว่างกลุ่มผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และคู่ค้ารายย่อย ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลแบงก์กิ้ง Krungsri Biz Mobile

แม้ภาวะเศรษฐกิจไทยที่เปราะบางจะส่งผลกระทบต่อกลุ่ม SME แต่ธนาคารได้ใช้นโยบายปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ (Prudent Lending) พร้อมมาตรการค้ำประกันสินเชื่อร่วมกับ บสย. และการคัดกรองคู่ค้าในห่วงโซ่ของกลุ่มบรรษัทใหญ่ ส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อ SME อยู่ที่ประมาณ 15% ของพอร์ตสินเชื่อรวม

4. การผนึกกำลังเชิงยุทธศาสตร์กับ บมจ.ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR Strategic Consolidation)

ก้าวสำคัญในปี 2568–2569 คือการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและรวมงบการเงินของ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TIDLOR) เข้ามาเป็นบริษัทย่อยของกรุงศรีฯ อย่างสมบูรณ์ TIDLOR คือผู้นำอันดับ 1 ในตลาดสินเชื่อทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของไทย และเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยชั้นนำที่มีเครือข่ายสาขากว่า 1,700 แห่งทั่วประเทศ

การรวม TIDLOR ส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อโครงสร้างทางการเงินของ BAY ทำให้ธนาคารสามารถเข้าถึงลูกค้าระดับฐานราก (Underbanked) ด้วยนวัตกรรม “บัตรติดล้อ” พร้อมยกระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของธนาคารโดยรวมให้เพิ่มขึ้นถึง +46 bps สู่ระดับ 4.60% ในงวด 1H2026 สูงที่สุดในประวัติศาสตร์

5. เครือข่ายการเงินระดับภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Regional Expansion Network)

กรุงศรีฯ เดินหน้ายุทธศาสตร์การเป็น “Regional Bank of Choice” โดยสร้างฐานการดำเนินงานสินเชื่อเพื่อลูกค้ารายย่อยและดิจิทัลครอบคลุม 5 ประเทศเศรษฐกิจเติบโตสูงในอาเซียน ได้แก่:

  • อินโดนีเซีย: เข้าซื้อกิจการ PT. Home Credit Indonesia (ถือหุ้น 75%) ผู้นำด้านสินเชื่อสินค้าอุปโภคบริโภค ณ จุดขาย (POS) และสินเชื่อดิจิทัลในตลาดที่มีประชากรกว่า 275 ล้านคน
  • ฟิลิปปินส์: ดำเนินธุรกิจผ่าน HC Consumer Finance Philippines (Home Credit PH ถือ 75%) และบริษัทร่วมทุน SB Finance Company, Inc. (ถือ 50%) ร่วมกับ Security Bank
  • กัมพูชา: ถือหุ้น 100% ใน Hattha Bank Plc. ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำที่มีเครือข่ายสาขาและพอร์ตสินเชื่อรายย่อยครอบคลุมทั่วประเทศกัมพูชา
  • เวียดนาม: เข้าซื้อกิจการ SHBank Finance Company Limited (SHB Finance ถือหุ้น 100%) ขยายสินเชื่อเพื่อรายย่อยในเวียดนาม
  • สปป.ลาว: ดำเนินธุรกิจผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขานครหลวงเวียงจันทน์

ฝ่ายจัดการตั้งเป้าหมายสัดส่วนผลกำไรจากธุรกิจในอาเซียนให้แตะระดับ 15% – 20% ของกำไรสุทธิรวมภายในปี 2571

โครงสร้างบริษัทย่อย สัดส่วนการถือหุ้น และบทบาทเชิงยุทธศาสตร์

ชื่อนิติบุคคล / บริษัทย่อยสัดส่วนการถือหุ้น (%)ประเภทธุรกิจหลักบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ต่อกลุ่มกรุงศรี
อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส (AYCAL / Krungsri Auto)99.99%สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ผู้นำตลาดเช่าซื้อยานยนต์ คาร์ฟอร์แคช และแอปพลิเคชัน GO
อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส (AYCAP / Krungsri Consumer)99.99%บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลผู้นำบัตรเครดิตกรุงศรี บัตรเฟิร์สช้อยส์ และบัตรพันธมิตรค้าปลีก
บมจ.ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR)30.00% + Consolidatedสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและนายหน้าประกันภัยผู้นำสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ นวัตกรรมบัตรติดล้อ และยกระดับ NIM
Hattha Bank Plc. (กัมพูชา)100.00%ธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบฐานธุรกิจธนาคารพาณิชย์และสินเชื่อรายย่อยในกัมพูชา
PT. Home Credit Indonesia (อินโดนีเซีย)75.00%สินเชื่อเพื่อผู้บริโภคและดิจิทัล POSหัวหอกขยายสินเชื่อดิจิทัลในตลาดขนาดใหญ่ 275 ล้านคน
HC Consumer Finance Philippines, Inc. (ฟิลิปปินส์)75.00%สินเชื่อเพื่อผู้บริโภคและดิจิทัล POSผู้นำสินเชื่อผ่อนชำระสินค้า ณ จุดขายในฟิลิปปินส์
SHBank Finance Company Limited (เวียดนาม)100.00%สินเชื่อเพื่อผู้บริโภคขยายพอร์ตสินเชื่อบุคคลในเศรษฐกิจเวียดนามที่เติบโตเร็ว
บลจ.กรุงศรี (KSAM) & บล.กรุงศรี (KSS)99.99%จัดการกองทุนรวมและหลักทรัพย์บริหารความมั่งคั่ง Krungsri Wealth และที่ปรึกษาการลงทุน

4. ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

วิเคราะห์รายได้จากการดำเนินงาน กำไรก่อนสำรอง (PPOP) ผลขาดทุนด้านเครดิต และกำไรสุทธิ FY2023 → TTM 2Q26
รายได้จากการดำเนินงาน กำไรก่อนสำรอง (PPOP) และกำไรสุทธิ (ล้านบาท)
ที่มา: คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) ประจำไตรมาส 2/2569 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
อัตรากำไรก่อนสำรอง (PPOP Margin) และอัตรากำไรสุทธิ (Net Margin)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินรวมที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (SEC Thailand / SET Factsheet)
เปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก: 1H2025 vs 1H2026 (ล้านบาท)
ที่มา: รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา)

สรุปตัวเลขผลประกอบการย้อนหลังและงวดล่าสุด

รายการ (ล้านบาท)FY2023FY2024FY20251H20251H2026YoY (%)TTM 2Q26
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ107,894108,533108,53351,92057,586+10.9%114,199
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย31,05444,74651,78722,98427,411+19.3%56,214
รายได้จากการดำเนินงานรวม138,948153,279160,32074,90484,997+13.5%170,413
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน61,83568,13175,37033,49438,713+15.6%80,589
กำไรก่อนสำรอง (PPOP)77,11385,14884,95041,41046,284+11.8%89,824
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)35,61745,63043,62020,84023,010+10.4%45,790
กำไรสุทธิส่วนของธนาคาร32,92929,70031,73815,82916,912+6.8%32,821
Net Interest Margin (NIM)3.91%3.95%4.10%4.14%4.60%+46 bps4.55%
Cost to Income Ratio44.50%44.45%47.01%44.72%45.55%+83 bps47.29%
อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin %)23.70%19.38%19.80%21.13%19.90%-1.23%19.26%

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet & Liquidity)

โครงสร้างสินทรัพย์รวม พอร์ตสินเชื่อ เงินรับฝาก และส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
โครงสร้างงบดุล: ส่วนของผู้ถือหุ้น + หนี้สินรวม = สินทรัพย์รวม (ล้านบาท)
ที่มา: งบการเงินรวมที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (SEC Thailand / Krungsri IR)

สรุปรายการงบแสดงสถานะการเงินและสภาพคล่อง

รายการ (ล้านบาท)FY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026สัดส่วน (%)
เงินสดและรายการเทียบเท่า36,12034,51035,89033,2151.28%
รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน (สินทรัพย์)389,120358,400362,100349,85013.48%
เงินลงทุนสุทธิ215,640204,180212,500208,4508.03%
เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้รวม2,015,3001,945,8001,958,4001,922,65074.10%
หัก: ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (สำรอง ECL)(82,410)(88,520)(89,120)(81,650)-3.15%
สินทรัพย์รวม (Total Assets)2,768,2952,620,0742,647,1572,594,535100.00%
เงินรับฝาก (Deposits)1,839,2101,725,4001,748,9001,712,45066.00%
รายการระหว่างธนาคารและตราสารหนี้ที่ออก425,120380,500345,600324,80012.52%
หนี้สินรวม (Total Liabilities)2,396,8412,224,2652,207,0662,144,63682.66%
ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity)371,454395,809440,091449,89917.34%
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS - บาท)฿50.50฿53.81฿56.32฿57.72—

6. หนี้สิน ความเพียงพอของเงินกองทุน และคุณภาพสินทรัพย์ (Leverage & Capital)

อัตราส่วนเงินกองทุนตามเกณฑ์ Basel III อัตราส่วนหนี้เสีย (NPL) และความสามารถในการรองรับความเสี่ยง
อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น (CAR) และเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1 Ratio) (%)
ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และแบบรายงานข้อมูลเงินกองทุนตามเกณฑ์ Basel III

ตัวชี้วัดความมั่นคงของเงินกองทุนและคุณภาพหนี้

ตัวชี้วัดความเสี่ยงทางการเงินเกณฑ์ขั้นต่ำ ธปท. (D-SIBs)FY2024FY202530 มิ.ย. 2026การประเมินความแข็งแกร่ง
อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น (CAR Ratio)12.00%19.38%20.69%20.20%แข็งแกร่งมาก (+820 bps เหนือเกณฑ์)
เงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1 Ratio)9.50%15.11%16.41%19.10%แข็งแกร่งมาก (+960 bps เหนือเกณฑ์)
เงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1)8.00%14.20%15.50%18.25%คุณภาพเงินกองทุนสูงสุด
อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio)< 3.50%3.12%3.26%3.08%ปรับลดลงต่อเนื่องจากมาตรการคัดกรองหนี้
อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อ NPL (Coverage)> 100.0%140.2%132.8%137.9%สำรองหนี้เสียสูงเพียงพอรองรับวิกฤต
สินเชื่อต่อเงินรับฝาก (Loan-to-Deposit / LDR)—112.8%112.0%112.3%มีเสถียรภาพและมีสภาพคล่อง MUFG หนุน
อัตราส่วนสภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต (LCR)> 100.0%148.5%152.0%155.0%สภาพคล่องส่วนเกินสูงมาก

7. สัดส่วนสินเชื่อและโครงสร้างรายได้ (Segment Breakdown)

การกระจายตัวของพอร์ตสินเชื่อตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและผลตอบแทน
สัดส่วนพอร์ตสินเชื่อตามกลุ่มธุรกิจ (Loan Portfolio Breakdown %)
ที่มา: รายงานข้อมูลประจำงวดและเอกสารนำเสนอนักลงทุน 2Q26 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

โครงสร้างและผลตอบแทนของแต่ละกลุ่มธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจ / ประเภทสินเชื่อสัดส่วน (%)มูลค่าสินเชื่อ (ล้านบาท)ลักษณะและอัตราผลตอบแทน (Yield)
สินเชื่อเพื่อรายย่อยและเช่าซื้อรถยนต์ (Retail & Auto)48%922,872ผู้นำตลาดเช่าซื้อรถยนต์ Krungsri Auto, บัตรเครดิต, TIDLOR (High Yield 7.5%–14.0%)
สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และบรรษัท (Corporate & JPC)36%692,154ลูกค้าญี่ปุ่น (JPC) และบริษัทยักษ์ใหญ่ไทย คุณภาพหนี้ดีเด่น NPL ต่ำ (Yield 4.0%–5.5%)
สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)15%288,398สินเชื่อหมุนเวียนและซัพพลายเชน เน้นการควบคุมความเสี่ยงอย่างเข้มงวด (Yield 5.5%–7.5%)
สินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนและอื่นๆ (Regional / Others)1%19,226พอร์ตสินเชื่อระหว่างประเทศและลูกหนี้อื่น (High Growth Potential)

8. ประวัติและการคาดการณ์เงินปันผล (Dividend Policy & History)

นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ และสถิติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง
เงินปันผลต่อหุ้น (Dividend Per Share: DPS) บาทต่อหุ้น
ที่มา: มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นและประวัติการจ่ายเงินปันผล ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ประวัติการจ่ายเงินปันผลและอัตราผลตอบแทน

รอบผลประกอบการเงินปันผลต่อหุ้น (บาท)กำไรต่อหุ้น (EPS บาท)อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio)อัตราเงินปันผลตอบแทน (Yield %)วันขึ้นเครื่องหมาย XD
FY20220.854.1820.3%2.80%10 พ.ค. 2566
FY20230.854.4819.0%2.85%9 พ.ค. 2567
FY20240.854.0421.0%3.05%8 พ.ค. 2568
FY20250.904.3120.9%3.33%7 พ.ค. 2569
2026E (คาดการณ์)0.954.4621.3%3.48%พ.ค. 2570

9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคาร (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่า ผลการดำเนินงาน และความแข็งแกร่งของเงินกองทุนเทียบเคียงกับธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของไทย
เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ล้านบาท) และ P/E ในกลุ่มธนาคาร
ที่มา: ข้อมูลเปรียบเทียบจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Factsheet ข้อมูลตลาด ณ 14 ต.ค. 2026)

ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินเชิงลึก (Banking Peer Valuation)

สัญลักษณ์ชื่อย่อธนาคารราคา (บาท)Market Cap (ล้านบาท)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div. Yield (%)NPL Ratio (%)CAR Ratio (%)
BAYกรุงศรีอยุธยา38.25281,3588.74x0.68x3.33%3.08%20.20%
KBANKกสิกรไทย244.00578,11611.20x0.98x4.10%3.18%19.45%
SCBเอสซีบี เอกซ์148.50500,01511.49x1.02x7.00%3.34%18.80%
KTBกรุงไทย43.75611,45312.24x1.12x4.95%3.20%20.10%
BBLกรุงเทพ188.00358,8628.54x0.65x4.60%3.02%19.60%
TTBทหารไทยธนชาต3.16308,32513.03x1.19x4.52%3.25%19.80%

10. มุมมองอนาคตและตัวเร่งการเติบโต (Outlook & Catalysts)

แผนกลยุทธ์ระยะกลาง เป้าหมายทางการเงิน และปัจจัยขับเคลื่อนมูลค่าหุ้น

กรุงศรีฯ กำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “The Leading Sustainable and Regional Financial Group” โดยมุ่งเน้น 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์: การขยายธุรกิจระดับภูมิภาคอาเซียน (Regional Expansion), การเงินเพื่อความยั่งยืน (ESG & Transition Finance) และการยกระดับสู่ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Digital & AI-First Banking)

เป้าหมายทางการเงินของฝ่ายจัดการปี 2569 (Financial Targets 2026): • การเติบโตของสินเชื่อรวม (Loan Growth): ตั้งเป้า 2% – 3% เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพในกลุ่มลูกค้าบรรษัทและสินเชื่ออาเซียน • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): รักษาเสถียรภาพในกรอบ 4.40% – 4.65% จากพอร์ต TIDLOR และสินเชื่อผลตอบแทนสูง • สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income): ควบคุมในกรอบ 44% – 46% • สัดส่วนหนี้เสีย (NPL Ratio): ควบคุมให้อยู่ในกรอบ 3.00% – 3.15% • ต้นทุนความเสี่ยงจากการตั้งสำรอง (Credit Cost): คาดการณ์อยู่ในช่วง 180 – 200 bps

3 ปัจจัยเร่งการเติบโตหลัก (Key Growth Catalysts)

11. ปัจจัยเสี่ยงและการเฝ้าระวัง (Risk Factors & Triggers)

การประเมินความเสี่ยงสำคัญ 6 ด้านอย่างรอบด้าน พร้อมสัญญาณเตือน (Triggers) และมาตรการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก

การดำเนินธุรกิจสถาบันการเงินที่มีสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเช่าซื้อสูง ควบคู่กับการขยายสาขาข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียน จำเป็นต้องมีกรอบการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ฝ่ายวิจัยได้จำแนกปัจจัยเสี่ยงหลัก 6 มิติ พร้อมกำหนดจุดตรวจสอบ (Observable Triggers) ดังนี้:

มิติความเสี่ยงระดับผลกระทบคำอธิบายความเสี่ยงสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต (Trigger)มาตรการรองรับเชิงรุกของธนาคาร
1. หนี้ครัวเรือนไทยเปราะบางสูง (High)หนี้ครัวเรือนไทยที่สูงกว่า 89% ต่อ GDP กดดันความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้รายย่อยหนี้ค้างชำระ 30–90 วัน (Special Mention Loan: SM) ของพอร์ตรายย่อยเกิน 6.5%ใช้นโยบายปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) และปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก
2. ราคารถมือสองและสงครามราคา EVสูง (High)สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV) กดดันราคารถยนต์มือสองสันดาปให้ปรับลดลงรวดเร็ว ส่งผลให้ขาดทุนจากการจำหน่ายรถยึดเพิ่มขึ้นดัชนีราคารถยนต์มือสองปรับลดลงเกิน 10% YoY หรือผลขาดทุนรถยึดเกิน ฿1,500 ล้าน/ไตรมาสคุม LTV ให้เข้มงวดขึ้น (วางเงินดาวน์สูงขึ้น) ปรับพอร์ตสู่สินเชื่อรถพาณิชย์และคาร์ฟอร์แคช
3. ความเสี่ยงเศรษฐกิจในอาเซียนปานกลาง (Medium)ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและภาวะหนี้เสียในประเทศกัมพูชาและเวียดนามNPL Ratio ของ Hattha Bank หรือ SHB Finance ขยับเกินระดับ 5.5%การคัดกรองเครดิตผ่าน Credit Scoring ดิจิทัล และการตั้งสำรองล่วงหน้ารองรับความเสียหาย
4. วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงปานกลาง (Medium)การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. อาจกดดันผลตอบแทนสินเชื่อบรรษัทและ SMEธปท. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเกิน 50 bps ภายใน 6 เดือนพอร์ตเช่าซื้อเป็นดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) ซึ่งได้รับผลบวกเมื่อต้นทุนเงินฝากปรับลดลง
5. สภาพคล่องหุ้นในตลาดจำกัดต่ำ-ปานกลางFree Float เพียง 23.11% และ Foreign Limit เต็มเพดาน 77% ทำให้นักลงทุนสถาบันเข้าลงทุนได้ยากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงต่ำกว่า 50 ล้านบาทธนาคารเน้นการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอเพื่อดึงดูดนักลงทุนระยะยาวและกองทุนปันผล
6. ภัยคุกคามทางไซเบอร์และระบบไอทีปานกลาง (Medium)การทำธุรกรรมโมบายแบงก์กิ้งและการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามพรมแดนอาจเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ระบบเกิดเหตุดาวน์ไทม์เกิน 2 ชั่วโมง หรือมีเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลลงทุนระบบรักษาความปลอดภัยระดับโลกมาตรฐาน MUFG และระบบตรวจจับการทุจริตแบบเรียลไทม์

12. การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)

จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงกลยุทธ์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา

จุดแข็ง (Strengths)

  • เครือข่ายระดับโลก MUFG: แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มบรรษัทข้ามชาติญี่ปุ่น (JPC) ต้นทุนระดมทุนต่ำ และได้อันดับเครดิต AAA(tha)
  • ผู้นำสินเชื่อเช่าซื้อและผู้บริโภค: Krungsri Auto, คาร์ฟอร์แคช และบัตรเครดิต มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดและแบรนด์แข็งแกร่ง
  • ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) โดดเด่น: NIM 4.60% สูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แรงหนุนจาก TIDLOR
  • เงินกองทุนหนาแน่น (Fortress CAR): CAR Ratio 20.20% (Tier 1 19.10%) สูงกว่าเกณฑ์ D-SIBs อย่างมีนัยสำคัญ

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • สภาพคล่องการซื้อขายหุ้นต่ำ (Low Free Float): หุ้นหมุนเวียนในตลาดเพียง 23.11% มีสัดส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศน้อย
  • เพดานการถือหุ้นต่างชาติตัน (Foreign Limit): ต่างชาติถือหุ้นเกือบเต็ม 77% ทำให้นักลงทุนต่างชาติใหม่ต้องซื้อผ่าน NVDR เท่านั้น
  • ความเสี่ยงพอร์ตเช่าซื้อสูง: สินเชื่อยานยนต์มีความอ่อนไหวสูงต่อราคารถมือสองและสงครามราคารถ EV
  • ต้นทุนดำเนินงานทรงตัวสูง (Cost to Income): อยู่ที่ 45.55% จากการลงทุนระบบไอทีและการรวมงบการเงินในอาเซียน

โอกาส (Opportunities)

  • การเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียน: ตลาดประชากรคนรุ่นใหม่ในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เปิดช่องสร้างกำไรมหาศาล
  • Synergy จากการรวม TIDLOR: ต่อยอดสินเชื่อจำนำทะเบียนและบริการนายหน้าประกันภัยผ่านเครือข่ายสาขากว่า 1,700 แห่ง
  • กระแสเงินทุนย้ายฐานผลิต (FDI Inflows): บรรษัทญี่ปุ่นย้ายฐานสู่ EEC ในอุตสาหกรรม EV, AI Data Center และพลังงานสะอาด
  • การเงินเพื่อความยั่งยืน (ESG Finance): ขยายพอร์ตสินเชื่อสีเขียว Green Loan / Blue Bond ตามนโยบายแม่ทัพ MUFG

อุปสรรค (Threats)

  • ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยเรื้อรัง: กดดันกำลังซื้อระดับฐานรากและเพิ่มความเสี่ยงหนี้เสียในกลุ่มสินเชื่อไม่มีหลักประกัน
  • สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV Price War): ผู้ผลิตรถ EV ลดราคาต่อเนื่อง ฉุดราคารถยนต์มือสองและเพิ่มผลขาดทุนรถยึด
  • กฎระเบียบการกำกับดูแลเข้มงวด: เกณฑ์ Responsible Lending และมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง (Persistent Debt) ของ ธปท.
  • การเปิดตัว Virtual Banks: ธนาคารไร้สาขาแห่งใหม่อาจเข้ามาแข่งขันแย่งชิงฐานลูกค้าบุคคลและดิจิทัลไมโครไฟแนนซ์

13. มุมมองนักลงทุนและข้อสรุปการลงทุน (Investor View & Valuation)

การประเมินมูลค่า บทสรุปคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ รายการตรวจสอบสำหรับติดตาม และแหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทสรุปมุมมองการลงทุน (Investment Thesis): ฝ่ายวิจัยมีมุมมอง “ซื้อเพื่อรับเงินปันผลและโอกาส Re-rating มูลค่าหุ้น” (Accumulate / Value Buy) ต่อหุ้น BAY ด้วยเหตุผลเชิงโครงสร้าง 4 ประการ:

  1. Valuation ถูกมากและมี Margin of Safety สูง: ซื้อขายที่ P/BV เพียง 0.68x ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (BVPS ฿57.72) ถึง 33.7% และมี Trailing P/E เพียง 8.74x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยที่ 10.5x
  2. ความสามารถในการทำกำไรโดดเด่น: เป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่มี NIM สูงสุดในอุตสาหกรรมที่ 4.60% จากการรวมงบ TIDLOR และผู้นำเช่าซื้อ Krungsri Auto
  3. ความมั่นคงสูงสุดจาก MUFG: ฐานเงินกองทุน CAR 20.20% แข็งแกร่งรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้อย่างสบาย
  4. IAA Consensus Target Price: สำรวจความเห็นโบรกเกอร์ชั้นนำ 12 แห่ง ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ ฿46.70 บาท (กรอบ ฿43.00 – ฿50.00) สะท้อน Upside ถึง +22.1% ควบคู่กับ Dividend Yield ที่มั่นคง 3.3%–3.5%

ตารางเปรียบเทียบสมมติฐานการประเมินมูลค่า (Valuation Scenarios)

สถานการณ์จำลองราคาเป้าหมาย (บาท)Upside / DownsideTarget P/BVTarget P/Eสมมติฐานหลัก (Key Assumptions)
Bull Case฿50.00 – ฿52.00+30.7% ถึง +36.0%0.87x – 0.90x11.2x – 11.6xพอร์ตอาเซียนโตแรงหนุนกำไรเกิน 15%, TIDLOR หนุน NIM >4.65%, NPL ลดต่ำกว่า 2.90%
Base Case (Consensus)฿44.00 – ฿46.70+15.0% ถึง +22.1%0.76x – 0.81x9.8x – 10.5xสินเชื่อรวมโต 2.5%, NIM รักษาในกรอบ 4.45%–4.60%, Credit Cost 185 bps, NPL 3.08%
Bear Case฿33.00-13.7%0.57x7.4xขาดทุนรถยึดเพิ่มขึ้นจากสงครามราคา EV, หนี้เสียพุ่งเกิน 3.40%, NIM หดตัวต่ำกว่า 4.30%

รายการตรวจสอบสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม (Monitoring Checklist)