ผู้นำระดับโลกด้านค้าปลีกสินค้าแบรนด์เนมและของแต่งบ้านราคาลดพิเศษ (Off-Price Apparel & Home Fashions) เจ้าของเชน 5,285 สาขาใน 9 ประเทศภายใต้ T.J. Maxx, Marshalls, HomeGoods, Sierra, Winners, Homesense และ T.K. Maxx — ข้อมูลตลาด ณ 7 ต.ค. 2026 / งบการเงินล่าสุด 10-Q 2Q FY2027 สิ้นสุด 1 ส.ค. 2026
ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเสื้อผ้าและของใช้ในบ้านราคาประหยัด (Off-Price Apparel & Home Fashion) อันดับ 2 ของสหรัฐฯ ผ่านเครือข่าย 2,328 สาขาภายใต้แบรนด์ Ross Dress for Less และ dd's DISCOUNTS — ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 7 ต.ค. 2026 / งบการเงินสิ้นสุด 1 ส.ค. 2026 (10-Q Q2 FY2026)
ผู้นำโลกด้านแบรนด์กีฬาและไลฟ์สไตล์ (NIKE, Jordan, Converse) ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวหนักที่สุดในรอบหลายปี รายได้ FY2026 ทรงตัวที่ $46.4B แต่รายได้ไตรมาส 1 FY2027 ลดลง 4% และ Greater China ร่วงกว่า 20% ผู้บริหารคาดรายได้ FY2027 ลดลงระดับ high-single-digit พร้อมโครงการ Pace ลดต้นทุนราว $2.5B ถึงปี FY2031 — ข้อมูลตลาด ณ 15 ต.ค. 2026 (ราคาระหว่างวัน) / งบการเงินล่าสุด SEC Form 10-Q งวดสิ้นสุด 31 ส.ค. 2026
กลุ่มบริษัทสินค้าหรูระดับเข้าถึงได้ (Accessible Luxury) เจ้าของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Coach และ Kate Spade New York โดยได้ขายแบรนด์ Stuart Weitzman ออกไปในเดือนสิงหาคม 2025 เพื่อมุ่งเน้นธุรกิจเครื่องหนังหลัก งบการเงินปีงบประมาณ FY2026 (สิ้นสุด 27 มิ.ย. 2026) รายได้รวมทำสถิติสูงสุดที่ $8,004M (+14.2% YoY) แรงหนุนหลักมาจากแบรนด์ Coach ที่เติบโตเด่นถึง 24% สู่ $6.91B ขณะที่กำไรสุทธิฟื้นตัวสู่ระดับปกติที่ $1,532M และกำไรต่อหุ้นเจือจาง $7.27 หลังสิ้นสุดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการ Capri Holdings ราคาปิด ณ 16 ต.ค. 2026 อยู่ที่ $120.18 คิดเป็นมูลค่าตลาด $23.85B และอัตราส่วน P/E ที่ 16.5x
เจ้าของแบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียม Ralph Lauren และ Chaps ที่ขายผ่านทั้งช่องทางค้าปลีกของตัวเอง ค้าส่ง และไลเซนซิ่ง ไตรมาส 1 FY2027 (สิ้นสุด 27 มิ.ย. 2026) รายได้โต +14.0% เป็น $1.96 พันล้าน อัตรากำไรขั้นต้น 73.7% และกำไรต่อหุ้นเจือจาง $4.28 — ฝ่ายบริหารยกประมาณการรายได้และอัตรากำไรจากการดำเนินงานของทั้งปี ข้อมูลตลาดคำนวณจากมูลค่าตลาด $22.95B ณ 18 ต.ค. 2026 / งบการเงิน Q1 FY2027 สิ้นสุด 27 มิ.ย. 2026
กลุ่มแบรนด์กีฬาและกลางแจ้งระดับโลก ประกอบด้วย Arc'teryx (เสื้อผ้าเทคนิค), Salomon (รองเท้าและอุปกรณ์กลางแจ้ง), Wilson (อุปกรณ์กีฬาประเภทแร็กเก็ต) และ Peak Performance กับ Atomic รายได้ 1H2026 $3,578.1M (+32.1%) กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้น $271.8M (+77.9%) บริษัทปรับเพิ่มแนวทาง FY2026 เป็น EPS ปรับแล้ว $1.27-1.30 มูลค่าตลาด $17.47B ณ ปิดตลาด 16 ต.ค. 2026
ผู้ค้าปลีกเสื้อผ้าแนวออฟไพรซ์ (off-price) ที่มีสาขา 1,287 แห่งใน 47 รัฐ ไตรมาส 2 FY2026 (สิ้นสุด 1 ส.ค. 2026) ยอดขายสุทธิโต 11% เป็น $2,998M แต่ยอดขายสาขาเดิมโตเพียง 2% กำไรสุทธิ GAAP $184M รวมผลประโยชน์จากการคืนภาษีนำเข้า $55M ฝ่ายบริหารปรับแนวทางทั้งปี FY2026 เป็น EPS ปรับปรุงแล้ว $11.77–11.97 แต่แนวทางไตรมาส 3 ลดอัตรากำไรจากการดำเนินงานลง 60–80 bps เพราะนำเงินคืนภาษีไปลดราคา ราคาปิด $262.66 (16 ต.ค. 2026) มูลค่าตลาด $16.5B
ผู้ค้าปลีกสินค้ากีฬาและกลางแจ้งรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซื้อ Foot Locker มูลค่า $2.4B เมื่อกันยายน 2025 ทำให้รายได้ครึ่งปีแรกปีงบ 2026 เพิ่ม 57.6% เป็น $10.75B แต่ผลประกอบการไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาดและบริษัทปรับ Non-GAAP EPS ทั้งปีลงเหลือ $11.00 ถึง $12.00 จากเดิม $13.50 ถึง $14.50 หุ้นปิดที่ $143.77 เมื่อ 19 ต.ค. 2026 ลดลงราว 37% ในรอบ 52 สัปดาห์ ประเด็นที่ต้องติดตามคือ comparable sales ของ Foot Locker ที่ติดลบ และอัตรากำไรของธุรกิจ DICK'S ในครึ่งปีหลัง
ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคหลายแบรนด์ (เครื่องสำอาง ชุดชั้นใน เสื้อผ้า แม่และเด็ก ของใช้ในบ้าน) ที่กำไรปัจจุบันพึ่งเงินปันผลรับจากพอร์ตเงินลงทุนมากกว่าการขายสินค้า — ข้อมูลตลาดอัปเดต ณ 8 ต.ค. 2026 และงบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026 (สอบทาน)
ผู้ออกแบบ ผลิต และค้าปลีกเสื้อผ้าและสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของไทย ภายใต้แบรนด์หลัก "Mc" (Mc Jeans) มีร้านและจุดขายกว่า 560 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่กับช่องทางออนไลน์ที่โตเร็ว ปีบัญชี 2569 (FY2026, ก.ค. 2568 ถึง มิ.ย. 2569) รายได้จากการขาย ฿4,402 ล้าน เพิ่ม +6.0% แต่กำไรสุทธิ ฿701 ล้าน ลด -7.8% เพราะค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่ม +10.4% เร็วกว่ารายได้ ไม่มีเงินกู้สถาบันการเงิน มีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวม ฿1,983 ล้าน ข้อมูลตลาด 9 ตุลาคม 2026 / งบการเงิน 30 มิถุนายน 2026
ผู้นำการออกแบบ ผลิต และจำหน่ายชุดชั้นในสตรีอันดับหนึ่งของประเทศไทยภายใต้ตราสินค้า "Sabina" ดำเนินธุรกิจผ่าน 3 เสาหลักที่แข็งแกร่ง (Brand Retail, NSR Online และ OEM Export) — ผลประกอบการงวด 1H2026 กำไรสุทธิ ฿203.20 ล้านบาท (+0.03% YoY) ทรงตัวได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว ด้วยกลยุทธ์รักษาอัตรากำไรและบริหารต้นทุนเข้มงวด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) งวด 2Q26 ทะยานแตะ 54.35% จาก Product Mix ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ขณะที่ยอดขายช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ตลาดสหราชอาณาจักรและยุโรปเติบโตโดดเด่นกว่า +26% บริษัทมีฐานะทางการเงินมั่นคงแบบ Net Cash ปราศจากหนี้สินเงินกู้ยืมสถาบัน (D/E 0.27x) พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1H26 ที่ ฿0.58 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงระดับ 7.71% ต่อปี
ไม่พบหุ้นที่ค้นหา