Tariff คืออะไร
Tariff หรือภาษีนำเข้า คือภาษีที่ประเทศผู้นำเข้าเก็บจากสินค้าที่ข้ามพรมแดนเข้ามา มักคิดเป็นร้อยละของมูลค่าสินค้า ผู้จ่ายภาษีตามกฎหมายคือผู้นำเข้า แต่ภาระจริงอาจถูกแบ่งกันระหว่างผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และผู้บริโภคปลายทาง เมื่อหลายประเทศขึ้นภาษีตอบโต้กันไปมา เรียกว่าสงครามการค้า (Trade War)
ในรายงานหุ้น ภาษีนำเข้ามักถูกพูดถึงในหัวข้อความเสี่ยงของบริษัทส่งออก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร และยางพารา ในอีกด้านหนึ่ง สงครามการค้าอาจทำให้บริษัทต่างชาติย้ายฐานการผลิตมาประเทศที่โดนภาษีต่ำกว่า ซึ่งเป็นผลบวกต่อนิคมอุตสาหกรรม
ใครรับภาระภาษี
- ผู้ส่งออกที่เจอภาษีมีทางเลือกคือขึ้นราคาให้ลูกค้าจ่ายเอง ยอมลดกำไรตัวเอง หรือย้ายไปขายตลาดอื่น
- ถ้าลูกค้าขอให้ผู้ส่งออกลดราคาเพื่อแบ่งภาระ อัตรากำไรขั้นต้นของผู้ส่งออกจะลดลง แม้ภาษีจะเก็บจากผู้นำเข้า ภาระส่วนหนึ่งจึงตกอยู่กับผู้ส่งออก
- บริษัทที่มีอำนาจกำหนดราคา หรือขายสินค้าที่ลูกค้าหาแหล่งอื่นทดแทนได้ยาก จะส่งต่อภาระภาษีให้ลูกค้าได้มากกว่า
- บริษัทที่มีฐานการผลิตหลายประเทศ ย้ายการผลิตไปประเทศที่ภาษีต่ำกว่าได้ ลดผลกระทบได้ดีกว่าบริษัทที่ผลิตที่เดียว
- อัตรากำไรขั้นต้นและปริมาณขายรายไตรมาสหลังมาตรการภาษีมีผล เป็นหลักฐานว่าใครรับภาระจริง
ผลที่มักตามมา
- ช่วงก่อนภาษีมีผล ลูกค้ามักเร่งสั่งซื้อล่วงหน้า ยอดขายจึงพุ่งชั่วคราวแล้วตกลงในไตรมาสถัดไป
- ซัพพลายเออร์ที่ขายวัตถุดิบให้ผู้ส่งออกได้รับผลทางอ้อมเมื่อคำสั่งซื้อลดลง
- อัตราภาษีและข้อยกเว้นเปลี่ยนได้เร็วตามการเจรจาระหว่างประเทศ ตัวเลขในรายงานฉบับเก่าอาจไม่ตรงกับปัจจุบัน