Policy Rate คืออะไร
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Policy Rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางใช้เป็นเครื่องมือหลักในการดูแลเศรษฐกิจ ในไทยกำหนดโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนสหรัฐฯ กำหนดโดย Fed ผ่านการประชุม FOMC ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินกู้ และพันธบัตรในระบบจะปรับตามทิศทางนี้
เมื่อเศรษฐกิจร้อนแรงและเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ย ให้การกู้ยืมแพงขึ้น คนและบริษัทใช้จ่ายน้อยลง เมื่อเศรษฐกิจซบเซา ธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ย ให้กู้ยืมถูกลงและกระตุ้นการใช้จ่าย
การประชุมของ กนง. และ Fed มีกำหนดล่วงหน้าหลายครั้งต่อปี การเปลี่ยนดอกเบี้ยเพียง 0.25% ก็กระทบกำไรธนาคาร ภาระดอกเบี้ยของบริษัท และอัตราคิดลดในการประเมินมูลค่าหุ้น ตลาดมักคาดการณ์และสะท้อนการเปลี่ยนดอกเบี้ยในราคาหุ้นไปก่อนวันประกาศ
ผลของการขึ้นและลดดอกเบี้ย
- ธนาคาร: ดอกเบี้ยขึ้นมักช่วย NIM ในระยะแรก เพราะดอกเบี้ยเงินกู้ปรับขึ้นเร็วกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารที่มีเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันสูงได้ประโยชน์มาก แต่ถ้าขึ้นแรงจนลูกหนี้ผ่อนไม่ไหว NPL อาจเพิ่มขึ้นตามมา
- บริษัทที่มีหนี้: ภาระดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไปประมาณเท่ากับหนี้ดอกเบี้ยลอยตัวคูณการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย หนี้ดอกเบี้ยคงที่และหุ้นกู้ที่ออกไปแล้วไม่ได้รับผลทันที ผลจะเกิดเมื่อถึงเวลาต้องกู้ใหม่
- มูลค่าหุ้น: ดอกเบี้ยขึ้นทำให้ต้นทุนเงินกู้และอัตราคิดลดสูงขึ้น มูลค่าหุ้นจาก DCF จึงลดลง กดดันมากในบริษัทที่หนี้สูง เช่น อสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภค และหุ้นเติบโตที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ในอนาคตไกล
- ดอกเบี้ยขาลงมักช่วยหนุนมูลค่าหุ้นโดยรวม และหุ้นปันผลสูงดูน่าสนใจขึ้นเมื่อเทียบกับเงินฝาก
- Fed มีผลต่อตลาดหุ้นไทยด้วย ผ่านเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าออกและค่าเงินบาท
- ดอกเบี้ยนโยบายเป็นดอกเบี้ยระยะสั้น ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ใช้คิดมูลค่าหุ้นอาจเคลื่อนไหวไม่เท่ากัน