Interchange Fee คืออะไร
ทุกครั้งที่ลูกค้าจ่ายด้วยบัตร ร้านค้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรวมเรียกว่า MDR (Merchant Discount Rate) ให้ธนาคารผู้รับบัตร (Acquirer) เงินก้อนนี้ถูกแบ่งต่อ ส่วนใหญ่ส่งให้ธนาคารหรือบริษัทผู้ออกบัตร (Issuer) เรียกว่า Interchange Fee อีกส่วนเล็ก ๆ เป็นค่าธรรมเนียมของเครือข่ายบัตร (Card Network) ที่เป็นผู้เชื่อมระบบระหว่างทุกฝ่าย ที่เหลือเป็นของผู้รับบัตร ผู้ออกบัตรได้ส่วนใหญ่เพราะเป็นผู้แบกความเสี่ยงที่ลูกค้าไม่จ่ายหนี้และออกเงินคะแนนสะสมให้ลูกค้า
เครือข่ายบัตรรายใหญ่ของโลกมีรายได้แปรตามยอดใช้จ่ายผ่านบัตร (Payment Volume) โดยไม่ต้องแบกความเสี่ยงสินเชื่อเอง ยอดใช้จ่ายข้ามประเทศมักได้ค่าธรรมเนียมสูงกว่าในประเทศ ส่วนผู้ออกบัตรมีรายได้ทั้ง Interchange และดอกเบี้ยจากยอดค้างชำระ ในไทย ผู้ออกบัตรมักเป็นธนาคารและบริษัทบัตรเครดิตที่ทำสินเชื่อส่วนบุคคลควบคู่ รายได้ค่าธรรมเนียมเป็นส่วนเสริม คะแนนสะสมและเงินคืนที่ให้ลูกค้าก็หักกลบรายได้ Interchange ไปมาก
ปัจจัยที่กดดันค่าธรรมเนียม
- หลายประเทศกำหนดเพดาน Interchange หรือมีการฟ้องร้องเรื่องค่าธรรมเนียม ซึ่งอาจบังคับให้อัตราลดลงทั้งระบบ
- การชำระเงินผ่าน QR Code และการโอนเงินแบบไม่มีค่าธรรมเนียมแย่งส่วนแบ่งการใช้บัตร โดยเฉพาะการจ่ายมูลค่าเล็ก
สูตรคำนวณ
สูตร Interchange Fee
MDR = Interchange Fee + ค่าธรรมเนียมเครือข่ายบัตร + ส่วนที่ผู้รับบัตรเก็บไว้
รายได้ Interchange ของผู้ออกบัตร = ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร × อัตรา Interchange
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติลูกค้ารูดบัตร 1,000 บาท ร้านค้าจ่าย MDR 2% อัตรา Interchange 1.5% และค่าธรรมเนียมเครือข่าย 0.15%
- MDR ที่ร้านจ่าย = 1,000 × 2% = 20 บาท ร้านจึงได้รับ 980 บาท
- ผู้ออกบัตรได้ 1,000 × 1.5% = 15 บาท เครือข่ายบัตรได้ 1,000 × 0.15% = 1.5 บาท
- ผู้รับบัตรเหลือ 20 − 15 − 1.5 = 3.5 บาท
สรุปผล
ค่าธรรมเนียม 20 บาท ส่วนใหญ่ 15 บาทเป็นของผู้ออกบัตร
ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ เพื่อแสดงวิธีคำนวณเท่านั้น
ดูค่า Interchange Fee ในรายงานจริง
รายงานวิเคราะห์หุ้นรายตัวของ HypeTimes แสดงค่า Interchange Fee พร้อมข้อมูลย้อนหลังและการเทียบกับบริษัทในกลุ่มเดียวกันค้นหาหุ้นที่สนใจ เพื่อลองอ่านค่าจากข้อมูลจริง