EPS คืออะไร
EPS (Earnings per Share) หรือกำไรสุทธิต่อหุ้น คือกำไรสุทธิของบริษัทที่แบ่งให้หุ้นแต่ละหุ้น บอกว่าถ้าถือหุ้น 1 หุ้น ส่วนแบ่งกำไรของเราคือกี่บาท
ถ้าบริษัทมีหุ้นเพิ่มขึ้น ส่วนแบ่งกำไรต่อหุ้นอาจลดลงทั้งที่กำไรรวมเพิ่มขึ้น ผู้ถือหุ้นจึงควรสนใจการเติบโตของ EPS มากกว่ากำไรรวม เพราะ EPS คือส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นแต่ละหุ้นจริง ๆ
สูตรคำนวณ
สูตร EPS
EPS = กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ ÷ จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
Diluted EPS = กำไรสุทธิ ÷ (จำนวนหุ้นปัจจุบัน + หุ้นที่อาจเกิดจากการใช้สิทธิวอร์แรนต์หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ)
ราคาหุ้น = P/E × EPS
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติบริษัทมีกำไรสุทธิ 1,200 ล้านบาท มีหุ้น 800 ล้านหุ้น และมีใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) ที่แปลงเป็นหุ้นได้อีก 200 ล้านหุ้น
- EPS = 1,200 ÷ 800 = 1.50 บาทต่อหุ้น
- Diluted EPS = 1,200 ÷ (800 + 200) = 1.20 บาทต่อหุ้น
สรุปผล
ถ้าวอร์แรนต์ถูกใช้สิทธิทั้งหมด ส่วนแบ่งกำไรต่อหุ้นจะลดลง 20% แม้กำไรรวมของบริษัทเท่าเดิม
ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ เพื่อแสดงวิธีคำนวณเท่านั้น
วิธีอ่านค่า EPS
- EPS ที่เพิ่มขึ้นสม่ำเสมอหลายปีเป็นสัญญาณที่ดี และมักพาให้ราคาหุ้นสูงขึ้นในระยะยาว
- รายงานมักแสดงทั้ง EPS ย้อนหลังและ EPS คาดการณ์ ราคาหุ้นมักเคลื่อนไหวตามความคาดหวังต่อ EPS ในอนาคต มากกว่าตัวเลขที่ผ่านมาแล้ว
- ถ้ากำไรรวมโตแต่ EPS ไม่โต ให้ตรวจว่าบริษัทออกหุ้นใหม่หรือมีหุ้นจากการใช้สิทธิวอร์แรนต์เพิ่มขึ้นหรือไม่
ข้อควรระวัง
สิ่งที่ EPS ไม่ได้บอก
- EPS เทียบข้ามบริษัทไม่ได้โดยตรง เพราะแต่ละบริษัทมีจำนวนหุ้นต่างกัน EPS 5 บาทไม่ได้แปลว่าดีกว่า EPS 1 บาท
- EPS อาจรวมกำไรพิเศษที่ไม่เกิดซ้ำ ควรดู EPS จากกำไรปกติ (core EPS) ประกอบ
- การซื้อหุ้นคืนทำให้ EPS สูงขึ้นได้ โดยที่กำไรรวมไม่ได้เพิ่ม ควรดูทั้งกำไรรวมและ EPS ไปพร้อมกัน
ดูค่า EPS ในรายงานจริง
รายงานวิเคราะห์หุ้นรายตัวของ HypeTimes แสดงค่า EPS พร้อมข้อมูลย้อนหลังและการเทียบกับบริษัทในกลุ่มเดียวกันค้นหาหุ้นที่สนใจ เพื่อลองอ่านค่าจากข้อมูลจริง