DXY คืออะไร
DXY (US Dollar Index) หรือดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ คือตัวเลขที่วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าเงินสกุลหลัก 6 สกุล โดยยูโรมีน้ำหนักมากที่สุด ถ้า DXY สูงขึ้น แปลว่าดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบกับเงินสกุลอื่นโดยรวม
DXY ไม่มีเงินบาทอยู่ในตะกร้า แต่เป็นมาตรวัดทิศทางดอลลาร์ที่ตลาดทั่วโลกจับตา เมื่อดอลลาร์แข็งค่ามักตามมาด้วยเงินบาทอ่อนค่า เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์ เช่น น้ำมันและทองคำ มักถูกกดดัน
สกุลเงินในตะกร้า
- ยูโร (น้ำหนักมากที่สุด)
- เยน
- ปอนด์
- ดอลลาร์แคนาดา
- โครนาสวีเดน
- ฟรังก์สวิส
ความสัมพันธ์ที่ตลาดจับตา
- DXY ขาขึ้นมักเป็นลบต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ เพราะเงินทุนไหลกลับไปสินทรัพย์ดอลลาร์ ส่วน DXY ขาลงมักช่วยให้เงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่
- เมื่อเงินบาทอ่อนค่า ผู้ลงทุนต่างชาติที่ถือหุ้นไทยขาดทุนเมื่อนับเป็นดอลลาร์แม้ราคาหุ้นไม่เปลี่ยน ช่วงดอลลาร์แข็งค่าจึงมักเห็นต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ
- บริษัทส่งออกที่มีรายได้เป็นดอลลาร์ได้ประโยชน์เมื่อเงินบาทอ่อนค่าตามดอลลาร์ที่แข็ง ส่วนบริษัทนำเข้าหรือมีหนี้เป็นดอลลาร์จะเสียประโยชน์
- ราคาน้ำมัน ทองคำ และโลหะ มักเคลื่อนไหวสวนทางกับ DXY ซึ่งกระทบกำไรหุ้นพลังงาน ปิโตรเคมี และเหมืองแร่
- DXY มักขยับตามส่วนต่างดอกเบี้ย ถ้าธนาคารกลางสหรัฐฯ คงดอกเบี้ยสูงกว่าประเทศอื่น ดอลลาร์มักแข็งค่า
ข้อจำกัดของ DXY
- DXY วัดดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ได้วัดเทียบเงินบาทโดยตรง บางช่วงเงินบาทอาจเคลื่อนไหวต่างจาก DXY ได้
- ความสัมพันธ์ระหว่าง DXY กับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง อุปสงค์และอุปทานของสินค้านั้นอาจมีผลแรงกว่า
- เงินทุนต่างชาติยังขึ้นกับการเติบโตของกำไร มูลค่าหุ้น และปัจจัยการเมืองในประเทศ DXY ตัวเดียวจึงใช้ทำนายตลาดหุ้นไม่ได้