Credit Rating คืออะไร
Credit Rating หรืออันดับความน่าเชื่อถือ คือความเห็นของบริษัทจัดอันดับเครดิต ว่าบริษัทหรือหุ้นกู้นั้นมีความสามารถชำระหนี้ได้ครบและตรงเวลามากน้อยเพียงใด ในไทยผู้จัดอันดับหลักคือ ทริสเรทติ้ง และฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ส่วนระดับโลกมี S&P, Moody’s และ Fitch
บริษัทที่มีอันดับเครดิตสูงออกหุ้นกู้ได้ในดอกเบี้ยต่ำกว่า ต้นทุนการเงินจึงต่ำกว่าคู่แข่ง การถูกปรับลดอันดับหรือได้รับแนวโน้ม Negative สะท้อนว่าฐานะการเงินกำลังอ่อนลง และราคาหุ้นมักตอบสนองเชิงลบ
อันดับเครดิตเป็นความเห็น ไม่ใช่การรับประกัน มีหลายกรณีที่บริษัทผิดนัดชำระทั้งที่เคยมีอันดับระดับน่าลงทุน ผู้จัดอันดับมักปรับอันดับช้ากว่าตลาด ราคาหุ้นและราคาหุ้นกู้จึงอาจสะท้อนปัญหาไปก่อนแล้ว และอันดับเครดิตวัดความเสี่ยงของเจ้าหนี้ ไม่ได้บอกว่าหุ้นถูกหรือแพง
ระดับอันดับ
- AAA คืออันดับดีที่สุด ไล่ลงมาเป็น AA, A, BBB, BB, B จนถึง D ซึ่งแปลว่าผิดนัดชำระแล้ว
- ในแต่ละระดับมีเครื่องหมาย + หรือ − แบ่งย่อย เช่น A+ ดีกว่า A และ A ดีกว่า A−
- BBB− ขึ้นไปเรียกว่า Investment Grade หรือระดับน่าลงทุน
- ต่ำกว่า BBB− เรียกว่า Non-Investment Grade หรือที่เรียกกันว่าหุ้นกู้ขยะ (junk bond)
แนวโน้มอันดับ (Outlook)
- Positive: อาจปรับอันดับขึ้น
- Stable: อันดับคงที่
- Negative: อาจปรับอันดับลง
ผลของอันดับต่อบริษัท
- หุ้นกู้อันดับ BBB− มักต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าอันดับ A อย่างมีนัยสำคัญ
- ถ้าถูกปรับลดต่ำกว่า BBB− กองทุนบางประเภทจะลงทุนในหุ้นกู้นั้นไม่ได้ ทำให้ระดมทุนยากขึ้นอีก
- รายงานของผู้จัดอันดับมักระบุชัดว่าอันดับจะถูกปรับลดถ้าตัวเลขใดแย่ลงเกินระดับหนึ่ง เช่น หนี้สุทธิต่อ EBITDA
- บริษัทในกลุ่มธุรกิจใหญ่อาจได้อันดับสูงกว่าฐานะของตัวเอง เพราะได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่