ผู้นำระดับโลกในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (Consumer Staples) กว่า 180 ประเทศ ดำเนินงานผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก (Fabric & Home Care, Baby/Feminine/Family Care, Beauty, Health Care, Grooming) — ข้อมูลตลาด ณ 14 ต.ค. 2026 / งบการเงิน FY2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026 (10-K ยื่น 4 ส.ค. 2026) / สถานะ Dividend King เพิ่มเงินปันผลต่อเนื่อง 70 ปี
ผู้นำโลกด้านยาสีฟันและแปรงสีฟันผ่านแบรนด์ Colgate, Palmolive, Tom's of Maine และ Hill's Pet Nutrition ยอดขายราว 77% มาจาก Oral, Personal and Home Care และ 23% จากอาหารสัตว์เลี้ยง ผลกำไร GAAP ปี 2025 ถูกกดด้วยค่าด้อยค่า skin health $919M ที่ไม่ใช่เงินสด งบ 2Q26 แสดงการฟื้นตัวของ Organic sales และ Base Business EPS
ผู้นำ prestige beauty ระดับโลก มีแบรนด์ luxury และ prestige มากกว่า 20 แบรนด์ (Estée Lauder, Clinique, La Mer, M·A·C, Jo Malone London, TOM FORD, The Ordinary ฯลฯ) ขายในประมาณ 150 ประเทศ ยอดขาย FY2026 $15.0B — ข้อมูลตลาด ณ ราคาปิด 29 ก.ย. 2026 / งบการเงินปีบัญชี FY2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026 (10-K ยื่น 19 ส.ค. 2026)
บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อสุขภาพและความงาม แยกตัวจาก Johnson & Johnson (IPO พ.ค. 2023) มียอดขาย FY2025 $15,124M แบ่งเป็น 3 segment ได้แก่ Self Care (Tylenol, Listerine, Neosporin), Skin Health & Beauty (Neutrogena, Aveeno, OGX) และ Essential Health (Johnson's, Stayfree, Carefree) ปัจจุบันอยู่ระหว่างถูกซื้อกิจการทั้งหมดโดย Kimberly-Clark ภายใต้โครงสร้าง 0.14625 หุ้น KMB + $3.50 เงินสดต่อหุ้น คาดว่าปิดดีลไตรมาส 4 2026 · ข้อมูลตลาดราคาคำนวณจาก Market Cap ในระบบ / งบการเงินล่าสุด 10-Q งวด 2Q 2026 สิ้นสุด 28 มิ.ย. 2026 / ไม่มี Guidance เนื่องจากอยู่ระหว่างดีล
ผู้ค้าปลีกความงามเฉพาะทางของสหรัฐฯ ที่มีสาขา 1,534 แห่งในประเทศ และ Space NK อีก 88 แห่งในอังกฤษและไอร์แลนด์ ยอดขายครึ่งปีแรก FY2026 โต 10.0% และกำไรจากการดำเนินงานโต 10.9% ฝ่ายบริหารเพิ่มประมาณการ EPS เป็น $28.70–29.00 แต่การซื้อหุ้นคืนในครึ่งปีแรกใช้เงินสูงกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานมาก ราคาอ้างอิงจากปิด 16 ต.ค. 2026 · งบการเงินล่าสุด 10-Q ไตรมาส 2 FY2026 (สิ้นสุด 1 ส.ค. 2026)
ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในบ้านและการดูแลตนเองระดับโลก มีแบรนด์หลักเจ็ดแบรนด์ (Power Brands) เช่น ARM & HAMMER, OXICLEAN, WATERPIK, TROJAN และ TOUCHLAND ซึ่งคิดเป็นราว 70% ของยอดขายและกำไร ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2026 ยอดขายสุทธิเพิ่ม 1.6% เป็น 1,530.0 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายแบบ Organic เพิ่ม 5.8% กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วลดลง 5.3% เป็น 0.89 ดอลลาร์ บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขาย Organic ปี 2026 เป็น 4–5% ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 26.8 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มเพื่อน (CL, CLX, KMB) ราว 1.5 เท่า
ผู้ผลิตวัตถุดิบและส่วนผสมเฉพาะทางชั้นนำของโลกสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม กลิ่นหอม และเทคโนโลยีชีวภาพ กำลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ภายใต้ซีอีโอ Erik Fyrwald โดยขายธุรกิจ Pharma Solutions ออกไปมูลค่า $2.85B และแยกธุรกิจ Food Ingredients ที่มีมาร์จิ้นต่ำ เพื่อมุ่งเน้น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ Taste, Scent และ Health & Biosciences ข้อมูลงวด 1H2026 มียอดขายจากการดำเนินงานต่อเนื่อง $3,892M และ Adjusted Operating EBITDA $841M (มาร์จิ้น 21.8%) ขณะที่หนี้สินสุทธิลดลงต่อเนื่อง ราคาปิด ณ 16 ต.ค. 2026 อยู่ที่ $90.60 มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด $23.14B
ผู้นำอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องดื่มชูกำลังอันดับหนึ่งของไทย ก่อตั้งมานานกว่า 135 ปี เจ้าของแบรนด์ M-150 ลิโพวิตัน-ดี และฉลาม ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเฉลี่ยปี 2025 ที่ 44.2% และผู้นำเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ (C-vitt, เปปทีน) 46.4% พร้อมกลุ่มของใช้ส่วนตัว (เบบี้มายด์, ทเวลฟ์ พลัส, เอ็กซิท), ผลิตภัณฑ์ยาและเสริมอาหาร (ยากฤษณากลั่น, แบนเนอร์, โบตัน), และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว (สยามกลาส) งวด 1H2026 รายได้จากการขาย ฿12,460 ล้าน (−8.6% YoY ฐานรายงาน; +1.7% บนฐานปรับมาตรฐานบัญชี TAS 21) กำไรจากการดำเนินงานหลัก ฿2,257 ล้าน (+14.0% YoY) อัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 42.8% งบดุลแข็งแกร่งเป็นเงินสดสุทธิ (Net IBD/E −0.26 เท่า) พร้อมปันผลระหว่างกาล 1H26 ฿0.45 ต่อหุ้น — ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2026 / จัดทำรายงาน ณ 7 ต.ค. 2026 / งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคหลายแบรนด์ (เครื่องสำอาง ชุดชั้นใน เสื้อผ้า แม่และเด็ก ของใช้ในบ้าน) ที่กำไรปัจจุบันพึ่งเงินปันผลรับจากพอร์ตเงินลงทุนมากกว่าการขายสินค้า — ข้อมูลตลาดอัปเดต ณ 8 ต.ค. 2026 และงบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026 (สอบทาน)
ผู้นำเข้า ผลิตผ่านโรงงานรับจ้าง และจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ดูแลร่างกาย และอาหารเสริมภายใต้แบรนด์ของตัวเองกว่า 20 แบรนด์ รายได้รวมยังโต แต่กำไรสุทธิ 1H2026 ลดลง 15.5% เพราะค่าใช้จ่ายการขายโตเร็วกว่ารายได้ ข้อมูลตลาด ณ 8 ตุลาคม 2026 / งบการเงินรวมสอบทาน ณ 30 มิถุนายน 2026
ผู้ทำการตลาด ผลิต และจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค 9 แบรนด์ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ของใช้ในบ้าน ดูแลส่วนบุคคล และของใช้เด็ก (รวมสินค้าสัตว์เลี้ยง) รายได้ 1H2026 ฿5,808 ล้าน (+12.3%) แต่กำไรส่วนของบริษัทใหญ่ ฿304 ล้าน (-9.8%) เพราะอัตรากำไรขั้นต้นลงเป็น 38.2% จาก 40.2% หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มเป็น ฿3,962 ล้าน หลังลงทุนขยายกำลังการผลิตครัวเรือนระยะที่ 1 ราคา ฿27.00 ณ 9 ต.ค. 2026 ซื้อขายที่ P/E 15.3 เท่า (TTM) ราคาสูงกว่าเป้าหมายของโบรกเกอร์ที่ได้รับการเปิดเผย (KGI ฿26.70 และ Finansia ฿23.50)
ผู้ค้าปลีกเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบหลายแบรนด์ (Multi-brand) ผ่านร้าน Beauty Buffet 29 สาขา (ธ.ค. 2025), ออนไลน์, โมเดิร์นเทรด และต่างประเทศ รายได้จากการขายลดลงจาก ฿433.6 ล้าน (FY2023) เหลือ ฿240.0 ล้าน (TTM มิ.ย. 2026) และยังขาดทุนสุทธิ ฿28.5 ล้านใน 1H2026 แม้ฐานเงินสดและเงินฝากระยะสั้น ฿271.6 ล้านยังแข็งและไม่มีหนี้สถาบันการเงิน — ข้อมูลตลาด ณ 7 ต.ค. 2026 และงบการเงินสอบทานล่าสุด ณ 30 มิ.ย. 2026
ไม่พบหุ้นที่ค้นหา