ผู้นำระดับโลกในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (Consumer Staples) กว่า 180 ประเทศ ดำเนินงานผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก (Fabric & Home Care, Baby/Feminine/Family Care, Beauty, Health Care, Grooming) — ข้อมูลตลาด ณ 14 ต.ค. 2026 / งบการเงิน FY2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026 (10-K ยื่น 4 ส.ค. 2026) / สถานะ Dividend King เพิ่มเงินปันผลต่อเนื่อง 70 ปี
ผู้นำโลกด้านยาสีฟันและแปรงสีฟันผ่านแบรนด์ Colgate, Palmolive, Tom's of Maine และ Hill's Pet Nutrition ยอดขายราว 77% มาจาก Oral, Personal and Home Care และ 23% จากอาหารสัตว์เลี้ยง ผลกำไร GAAP ปี 2025 ถูกกดด้วยค่าด้อยค่า skin health $919M ที่ไม่ใช่เงินสด งบ 2Q26 แสดงการฟื้นตัวของ Organic sales และ Base Business EPS
ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในบ้านและการดูแลตนเองระดับโลก มีแบรนด์หลักเจ็ดแบรนด์ (Power Brands) เช่น ARM & HAMMER, OXICLEAN, WATERPIK, TROJAN และ TOUCHLAND ซึ่งคิดเป็นราว 70% ของยอดขายและกำไร ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2026 ยอดขายสุทธิเพิ่ม 1.6% เป็น 1,530.0 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายแบบ Organic เพิ่ม 5.8% กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วลดลง 5.3% เป็น 0.89 ดอลลาร์ บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขาย Organic ปี 2026 เป็น 4–5% ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 26.8 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มเพื่อน (CL, CLX, KMB) ราว 1.5 เท่า
ผู้ผลิตและค้าปลีกเครื่องนอนรายใหญ่ของโลก ถือแบรนด์ Tempur-Pedic, Sealy, Stearns & Foster และเป็นเจ้าของ Mattress Firm ร้านค้าปลีกที่นอนเฉพาะทางรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปี 2025 รายได้เพิ่มเป็น $7.48B หลังซื้อ Mattress Firm ไตรมาส 2 ปี 2026 ยอดขายลดลง 3.0% แต่กำไรสุทธิ GAAP เพิ่มเป็น $110.9M จาก $99.0M กรอบ Adjusted EPS ปี 2026 ถูกปรับเป็น $2.85–3.15 ระหว่างนี้บริษัทรอปิดดีลซื้อ Leggett & Platt มูลค่าราว $2.5B แบบจ่ายด้วยหุ้นทั้งหมด ราคาปิด $63.58 ใกล้จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ $60.08 ข้อมูลตลาด ณ ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 10-Q งวด 2Q26 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
ผู้ผลิตสารเคลือบผิว วัสดุกันซึม และสารยาแนวเพื่องานก่อสร้าง รวมถึงสเปรย์และผลิตภัณฑ์ซ่อมแซมภายในบ้านระดับผู้บริโภค มีสำนักงานใหญ่ที่เมืองเมดินา รัฐโอไฮโอ ปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุด 31 พ.ค. 2026) มียอดขาย $7.86B และกำไรสุทธิ $661M โดยกลุ่มก่อสร้าง (Construction Products) สร้างยอดขายราว 39% ของทั้งหมด ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 (สิ้นสุด 31 ส.ค. 2026) ยอดขายเพิ่ม 4.8% เป็น $2.22B ฝ่ายบริหารคาดว่ายอดขายและ Adjusted EBITDA ของทั้งปีงบประมาณ 2027 จะเติบโตในระดับ mid-single-digit ราคาหุ้นปิด $99.48 ณ 19 ต.ค. 2026 ซื้อขายที่ P/E 18.4 เท่า และให้ผลตอบแทนเงินปันผล 2.29% โดยบริษัทเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องมาแล้ว 53 ปี
แกนนำการถือหุ้นและการลงทุนเชิงกลยุทธ์แห่งเครือสหพัฒน์ โครงสร้างพอร์ตครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม (มาม่า, ฟาร์มเฮ้าส์), สินค้าอุปโภค (เปา, โชกุบุสซึ, วาโก้), สวนอุตสาหกรรม 4 แห่งใน EEC และทั่วประเทศ พร้อมเมกะโปรเจกต์ Kingbridge Tower พระราม 3 ข้อมูลตลาดปิด 9 ต.ค. 2026 งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026
ยักษ์ใหญ่ผู้จัดจำหน่ายและกระจายสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) อันดับหนึ่งของประเทศไทยในเครือสหพัฒน์ เครือข่ายครอบคลุมกว่า 100,000 ร้านค้าทั่วประเทศ เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ชั้นนำระดับตำนาน อาทิ มาม่า, ฟาร์มเฮ้าส์, เปา, ไลปอน เอฟ, โคโดโมะ, โชกุบุสซึ, ซิสเท็มมา และซอลส์ ฐานะการเงินระดับป้อมปราการ ปลอดหนี้กู้ยืมที่มีดอกเบี้ย (Net Cash) มีเงินสดและพอร์ตลงทุนในเครือมูลค่าสูง ซื้อขายที่ P/E เพียง 7.27 เท่า ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV 0.63x) พร้อมอัตราเงินปันผลตอบแทนสม่ำเสมอ 4.23% — ข้อมูลตลาด ณ 28 ก.ย. 2569 / ข้อมูลงบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569
ผู้ทำการตลาด ผลิต และจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค 9 แบรนด์ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ของใช้ในบ้าน ดูแลส่วนบุคคล และของใช้เด็ก (รวมสินค้าสัตว์เลี้ยง) รายได้ 1H2026 ฿5,808 ล้าน (+12.3%) แต่กำไรส่วนของบริษัทใหญ่ ฿304 ล้าน (-9.8%) เพราะอัตรากำไรขั้นต้นลงเป็น 38.2% จาก 40.2% หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มเป็น ฿3,962 ล้าน หลังลงทุนขยายกำลังการผลิตครัวเรือนระยะที่ 1 ราคา ฿27.00 ณ 9 ต.ค. 2026 ซื้อขายที่ P/E 15.3 เท่า (TTM) ราคาสูงกว่าเป้าหมายของโบรกเกอร์ที่ได้รับการเปิดเผย (KGI ฿26.70 และ Finansia ฿23.50)
ไม่พบหุ้นที่ค้นหา