Glossary · สินเชื่อด้อยคุณภาพ

NPL คืออะไร

สินเชื่อด้อยคุณภาพ ความหมาย สูตรคำนวณ ตัวอย่าง และข้อควรระวัง

เขียนโดย HypeTimes Staff

NPL คืออะไร

NPL (Non-Performing Loan) หรือสินเชื่อด้อยคุณภาพ คือสินเชื่อที่ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน หรือมีสัญญาณชัดเจนว่าจะไม่สามารถชำระคืนได้ ตามมาตรฐานบัญชีปัจจุบันจัดอยู่ใน Stage 3 ส่วนสินเชื่อที่เริ่มมีความเสี่ยงสูงขึ้นแต่ยังไม่เป็น NPL จัดอยู่ใน Stage 2

สัดส่วน NPL สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารและสถาบันการเงิน หาก NPL ปรับตัวสูงขึ้น ธนาคารจะต้องตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มเติม ซึ่งจะเข้ามากดดันกำไรสุทธิโดยตรง ธนาคารจึงต้องบริหารอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

ธุรกิจธนาคารและสินเชื่อจึงดู NPL คู่กับเงินสำรองเสมอ เพราะถ้าเงินสำรองเพียงพอ หนี้เสียที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบกำไรในอนาคตมากนัก

สูตรคำนวณ

สูตร NPL

NPL Ratio = สินเชื่อด้อยคุณภาพ ÷ สินเชื่อรวม × 100
Coverage Ratio = ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ÷ สินเชื่อด้อยคุณภาพ × 100
Credit Cost = ค่าใช้จ่ายสำรองในงวด ÷ สินเชื่อเฉลี่ย × 100

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติธนาคารมีสินเชื่อรวม 100,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็น NPL 3,500 ล้านบาท ธนาคารมีเงินสำรองสะสม 5,250 ล้านบาท และปีนี้ตั้งสำรองเพิ่ม 1,200 ล้านบาท

  • NPL Ratio = 3,500 ÷ 100,000 × 100 = 3.5%
  • Coverage Ratio = 5,250 ÷ 3,500 × 100 = 150%
  • Credit Cost = 1,200 ÷ 100,000 × 100 = 1.2%

สรุปผล

ธนาคารมีเงินสำรองมากกว่าหนี้เสียถึง 1.5 เท่า ถ้าหนี้เสียทั้งหมดเก็บเงินไม่ได้เลย ก็ยังมีสำรองพอรองรับ

ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ เพื่อแสดงวิธีคำนวณเท่านั้น

วิธีอ่านค่า NPL

  • NPL Ratio ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัญญาณเตือนว่าลูกหนี้เริ่มมีปัญหา มักเกิดในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวหรือดอกเบี้ยสูง
  • Coverage Ratio สูงกว่า 100% ถือว่ามีกันชน ธนาคารที่มี Coverage สูงมากสามารถลดการตั้งสำรองในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้กำไรเพิ่มขึ้น
  • Credit Cost บอกว่าการตั้งสำรองกินกำไรไปเท่าไร ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อรายย่อยหรือสินเชื่อไม่มีหลักประกันมักมี Credit Cost สูงกว่า แต่ก็ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าเช่นกัน

ข้อควรระวัง

สิ่งที่ NPL ไม่ได้บอก

  • NPL Ratio อาจดูต่ำเพราะธนาคารขายหนี้เสียออกไป ตัดหนี้สูญ หรือปรับโครงสร้างหนี้ ควรดูยอด NPL ใหม่ที่เกิดขึ้นในแต่ละงวดประกอบ
  • สินเชื่อที่โตเร็วทำให้ NPL Ratio ดูต่ำในช่วงแรก เพราะสินเชื่อใหม่ยังไม่ทันเสีย ปัญหามักปรากฏหลังจากนั้น 1-2 ปี
  • ควรดูสินเชื่อ Stage 2 ด้วย เพราะเป็นกลุ่มที่อาจกลายเป็น NPL ในอนาคต

ดูค่า NPL ในรายงานจริง

รายงานวิเคราะห์หุ้นรายตัวของ HypeTimes แสดงค่า NPL พร้อมข้อมูลย้อนหลังและการเทียบกับบริษัทในกลุ่มเดียวกันค้นหาหุ้นที่สนใจ เพื่อลองอ่านค่าจากข้อมูลจริง

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

ดูคำศัพท์ทั้งหมด

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน