Ceiling & Floor คืออะไร
Ceiling คือราคาสูงสุดและ Floor คือราคาต่ำสุดที่หุ้นตัวหนึ่งซื้อขายได้ในวันนั้น สำหรับหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนดไว้ที่บวกและลบ 30% จากราคาปิดของวันทำการก่อนหน้า ราคาที่ได้จะถูกปรับให้ลงตัวกับช่วงราคาขั้นต่ำ (tick size) ตามเกณฑ์ของตลาด จึงอาจไม่ตรงกับ 30% พอดี และหลักทรัพย์บางประเภทหรือบางสถานการณ์อาจใช้เกณฑ์ต่างออกไป เพดานนี้มีไว้ไม่ให้ราคาพุ่งหรือดิ่งเกินกว่า 30% ภายในวันเดียว เพื่อให้นักลงทุนมีเวลาหาข้อมูล
หุ้นที่ราคาขึ้นไปแตะ Ceiling เรียกว่า ติดซิลลิ่ง มักมีคำสั่งซื้อค้างอยู่จำนวนมากแต่ไม่มีคนขาย ส่วนหุ้นติดฟลอร์คือมีคำสั่งขายค้างแต่ไม่มีคนรับ ราคาติดซิลลิ่งหรือติดฟลอร์ต่อเนื่องได้หลายวัน ผู้ถือหุ้นที่ติดฟลอร์หลายวันติดกันอาจขายไม่ได้เลยจนกว่าจะมีคนเข้ามารับ ขาดทุนรวมจึงเกิน 30% ได้
หุ้นที่ราคาใกล้ Ceiling หรือ Floor บ่อย ๆ มักเป็นหุ้นเก็งกำไร และอาจถูกตลาดหลักทรัพย์ใช้มาตรการกำกับการซื้อขาย ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่มีเพดานราคารายวันแบบนี้ แต่ใช้กลไกหยุดพักการซื้อขายชั่วคราวเมื่อราคาเคลื่อนไหวแรงผิดปกติ
สูตรคำนวณ
สูตร Ceiling & Floor
Ceiling = ราคาปิดวันก่อน × 1.30 (ปัดลงให้ลงตัวกับช่วงราคา)
Floor = ราคาปิดวันก่อน × 0.70 (ปัดขึ้นให้ลงตัวกับช่วงราคา)
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติหุ้นบริษัท ก ปิดวันจันทร์ที่ 10 บาท วันอังคารมีข่าวดีมาก ราคาขึ้นไปติดซิลลิ่งและปิดที่ราคานั้น
- Ceiling วันอังคาร = 10 × 1.30 = 13 บาท และ Floor = 10 × 0.70 = 7 บาท
- วันพุธใช้ราคาปิด 13 บาทเป็นฐานใหม่: Ceiling = 13 × 1.30 = 16.90 บาท
- Floor วันพุธ = 13 × 0.70 = 9.10 บาท
สรุปผล
ราคาขยับได้ไม่เกิน 30% ต่อวัน แต่ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ถ้าข่าวแรงจริง ราคาอาจติดซิลลิ่งหรือติดฟลอร์ต่อเนื่องหลายวัน
ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ เพื่อแสดงวิธีคำนวณเท่านั้น
ดูค่า Ceiling & Floor ในรายงานจริง
รายงานวิเคราะห์หุ้นรายตัวของ HypeTimes แสดงค่า Ceiling & Floor พร้อมข้อมูลย้อนหลังและการเทียบกับบริษัทในกลุ่มเดียวกันค้นหาหุ้นที่สนใจ เพื่อลองอ่านค่าจากข้อมูลจริง